Print Sermon

เป้าหมายของเว็ปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง และมากกว่า 221 ประเทศในแต่ละปี โปรดไปอ่านได้ที www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และหลังจากนั้นคนเหล่านั้นก็จะย้ายจากดู YouTube มาอ่านเว็บไซต์ของเรา YouTube นำคนมาที่เว็บไซต์ของเรา บทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 42 ภาษา และมีคนอ่านในคอมพิวเตอร์มากถึง 120,000 ทุก ๆ เดือน บทเทศนาต้นฉบับนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ อนุญาตให้นักเทศนาสามารถนำไปใช้เทศน์ได้ นอกจากนี้ยังมีในรูปแบบวีดีโอเป็นร้อย ๆ ซึ่งเทศน์โดย ดร. ไฮเมอร์ส และนักศึกษาของท่าน บทเทศนาต้นฉบับไม่สงวน แต่จะสงวนเฉพาะในรูปแบบวีดีโอ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การให้กำลังใจและการเตือนต่อการเผชิญความทุกข์ยาก – และในอนาคต

ENCOURAGEMENT AND WARNING IN TRIBULATION –
NOW AND IN THE FUTURE
(Thai)

เขียนบทเทศนาโดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
เทศนาโดย ดร. คริสโตเฟอร์ เอล คาเกน์
ณ คริสตจักรแบ๊บติสต์เทโบนาเคลเมือง ลอสแอนเจลิสต์
วันของพระเป็นเจ้าตอนเย็น 19 พฤษภาคม 2019
A sermon written by Dr. R. L. Hymers, Jr.
with material by Dr. Christopher L. Cagan
preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, May 19, 2019

“เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)


พระเยซูตรัสว่า "ในโลกนี้และจะมีความยากลำบาก" คำที่แปลว่า "ความยากลำบาก" คือ thlipsis มันอาจแปลว่า "กดดัน" เราทุกคนต่างก็มีแรงกดดันในชีวิตของเรา แต่ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของความกดดันยังมาไม่ถึง ความยากลำบากเป็นช่วงเวลาเจ็ดปีก่อนที่พระคริสต์จะเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศเพื่อปกครองโลกด้วยความยุติธรรม ส่วนที่แย่ที่สุดคือสามปีครึ่งที่ผ่านมา ในเจ็ดปีก่อนที่คริสเตียนจะกลับสู่โลก Antichrist ต้องการปกครองโลก พระคัมภีร์ระบุว่าทุกคนที่เป็นคริสเตียนในช่วงเจ็ดปีนี้จะทุกข์ทรมานมาก

อัครสาวกจอห์นเห็นนิมิตของวิญญาณของคริสเตียนบนในสวรรค์คือผู้ที่เคยได้รับความยากลำบาก เขาพูดว่า

“ข้าพเจ้าก็แลเห็นดวงวิญญาณใต้แท่นบูชา เป็นวิญญาณของคนทั้งหลายที่ถูกฆ่าเพราะพระวจนะของพระเจ้า และเพราะคำพยานที่เขายึดถือนั้น” (วิวรณ์ 6:9)

แล้วเขาก็เขียนว่า

“ข้าพเจ้าตอบท่านว่า “ท่านเจ้าข้า ท่านก็ทราบอยู่แล้ว” ท่านจึงบอกข้าพเจ้าว่า “คนเหล่านี้คือคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ พวกเขาได้ชำระล้างเสื้อผ้าของเขาในพระโลหิตของพระเมษโปดกจนเสื้อผ้านั้นขาวสะอาด” (วิวรณ์ 7:14)

เจ็ดปีนี้จะเลวร้ายยิ่งสำหรับคริสเตียนมากกว่าช่วงเวลาอื่นใดในประวัติศาสตร์ พระเยซูตรัสว่า

“ด้วยว่าในคราวนั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากใหญ่ยิ่ง อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงเวลานี้ และจะไม่มีต่อไปอีกเลย” (มัทธิว 24:21)

ใช่ จะมีช่วงเวลาแห่งการรับสู่สวรรค์ พระคัมภีร์กล่าวว่า

“ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยเสียงกู่ก้อง ด้วยสำเนียงของเทพบดี และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่และเหลืออยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์” (1 เธสะโลนิกา 4:16-17)

แต่เราต้องไม่คิดว่าคำสัญญานี้จะนำเราพ้นจากการทดลองในทุกวันนี้ แม้กระทั่งก่อนเกิดความยากลำบากครั้งใหญ่ ในพระธรรมของเราพระเยซูกล่าวว่าคริสเตียนจะพบกับความทุกข์ยากตลอดอายุนี้

“เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ตอนนี้บทเทศนาของเรามีไว้สำหรับใช้ในมือถือแล้ว
ไปที่ WWW.SERMONSFORTHEWORLD.COM.
คลิกไปที่ปุ่มสีเขียวที่ค่า “APP” จากนั้น
ให้ทำตามข้อแนะนำในนั้น

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

ให้เราพิจารณาสิ่งที่พระเยซูพูดที่นี่ด้วยความระมัดระวัง ผมจะแสดงความคิดเห็นในตอนที่สองก่อน และจากนั้นส่วนสุดท้าย

I. หนึ่ง “ในโลกที่มีแต่ความทุกข์ยาก”

พระเยซูตรัสสิ่งนี้กับเหล่าสาวกและใช้ได้กับคริสเตียนทุกคนในยุคนี้ คริสเตียนจะมีปัญหาทางร่างกาย อัครสาวกเปาโลเขียนว่า

“เมื่อข้าพเจ้ากลับมา พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงให้ข้าพเจ้าต่ำต้อยในหมู่พวกท่าน และข้าพเจ้าจะต้องเศร้าใจ เพราะเหตุหลายคนที่ได้ทำผิดมาก่อนแล้ว และมิได้กลับใจทิ้งการโสโครก …” (2 โครินธ์ 12:7)

นี่ดูเหมือนจะบ่งบอกถึงปัญหาที่เปาโลเผชิญกับตัวเอง นี่เป็นข้อบ่งชี้ว่าคริสเตียนจะต้องผ่านความยากลำบากของความเจ็บป่วยทางกายความเจ็บปวดและความตายทางร่างกาย เราไม่รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บและความเจ็บปวดเมื่อเราเป็นคริสเตียน

คริสเตียนจะต้องผ่านการทดลองและความยากลำบากอื่น ๆ ในโลกที่บาปและล่มสลายของเรา อัครสาวกเปาโลพูดถึงคริสเตียนที่ประสบ

“…จะเป็นความยากลำบาก หรือความทุกข์ หรือการข่มเหง หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ ตามที่เขียนไว้แล้วว่า ‘เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นเหมือนแกะสำหรับจะเอาไปฆ่า” (โรม 8:35-36)

แต่เขาชี้ให้เห็นว่าความยากลำบากเหล่านี้ไม่สามารถ“ แยกเราจากความรักของพระคริสต์” (โรม 8: 35 ก)

“ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)

อัครสาวกทั้งหมดถูกฆ่าเพราะความเชื่อในพระคริสต์ – ยกเว้นยอห์น – ผู้ที่ถูกจุ่มลงในน้ำมันเดือดและมีแผลตลอดชีวิตที่เหลือของเขา คริสเตียนตลอดกาลต้องทนทุกข์เพราะความเชื่อ หนังสือ Foxe’s Book of Martyrs เป็นหนังสือคลาสสิกที่บันทึกความทุกข์ทรมานของผู้พลีชีพคริสเตียนตลอดประวัติศาสตร์ ดร. พอลมาร์แชลล์กล่าวว่า

ในป่าอเมริกากลาง…ค่ายแรงงานจีน คุกในปากีสถาน จลาจลที่อินเดียและหมู่บ้านซูดานมีผู้เชื่อนับไม่ถ้วนได้รับความทุกข์เพราะการกดขี่เพราะเชื่อในพระเยซู (ibid., หน้า 160)

ในคริสเตียนซูดานเป็นทาส ในอิหร่านพวกเขาถูกลอบสังหาร ในคิวบาพวกเขาถูกกักขัง ในประเทศจีนพวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อความตาย ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกคริสเตียนทั่วโลกถูกล่วงละเมิดถูกทารุณทรมานหรือถูกประหารเพราะความเชื่อของพวกเขา คริสเตียน 200,000,000 คนทั่วโลกใช้ชีวิตอยู่ในความกลัวของตำรวจลับผู้เฝ้าระวังหรือการปราบปรามและการเลือกปฏิบัติของรัฐ ... ชาวคริสเตียนหลายร้อยล้านคนกำลังทุกข์ทรมานเพียงเพราะสิ่งที่พวกเขาเชื่อ(Paul Marshall, Ph.D., Their Blood Cries Out, Word, 1997, back jacket)

แม้แต่ที่นี่ในโลกตะวันตกคริสเตียนแท้ก็มักถูกแยกแยะและดูถูกเหยียดหยามหรือก่อกวนโดยสังคมโลกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ศาสนาคริสต์และพระคัมภีร์ถูกเยาะเย้ยในห้องเรียนวิทยาลัย คริสเตียนจำนวนมากเสียชีวิต และหลายคนถูกยกเลิกจ้างงานเพราะเพียงพวกเขาต้องการที่จะนมัสการพระเจ้าในโบสถ์ของพวกเขาในวันของพระเจ้า แม้แต่สมาชิกครอบครัวที่ไม่ใช่คริสเตียนและผู้ประกาศข่าวประเสริฐที่อ่อนแอและอ่อนแออื่น ๆ ก็ยังดูถูกเหยียดหยามต่อคริสเตียนที่อุทิศตน ดังที่พระเยซูตรัสว่า

“ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก” (ยอห์น 16:33)

II. สอง “สิ่งต่างๆที่พูดให้ท่านนี้ ในเราเจ้าจะพบกับสันติสุข

นี่คือคำสัญญาสำหรับผู้ที่ “อยู่ในพระคริสต์“ “ในเรา” เขาเป็นแหล่งแห่งความสงบภายใน พระเยซูตรัสว่า

“เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านแล้ว สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ …” (ยอห์น 14:27)

เมื่อคนรู้จักพระคริสต์จะมีสันติสุขภายอยู่ภายในและมากว่าคนที่ไม่มีพระคริสต์

บุคคลที่ “อยู่ใน” พระคริสต์และผู้ที่มอบปัญหาของพวกเขาต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐานก็จะมีสันติสุขตามที่พระคัมภีร์เรียกว่า “สันติสุขของพระเจ้าซึ่งผ่านความเข้าใจทั้งหมด” (ฟีลิปปี 4: 7) โลกไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมคริสเตียนถึงต้องถูกจับกุมทรมานถูกคุมขังและถูกประหารชีวิตเพราะพวกเขาอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกในคืนนี้

ความสงบสุขนี้ไม่ได้หมายความว่าคริสเตียนไม่มีความขัดแย้งภายในปัญหาทางอารมณ์หรือโรคทางกาย ผู้เผยแพร่ศาสนาจำนวนมากในอเมริกาหมกมุ่นอยู่กับความสำเร็จความเจริญความเงียบสงบความสุขและการพัฒนาตนเอง วิชาเหล่านี้ดูเหมือนจะไร้สาระสำหรับคริสเตียนจีนที่ถูกแขวนคอคว่ำเพราะศรัทธาของเขาหรือคริสเตียนคิวบาที่ใช้เวลาห้าปีในการกักตัวเดี่ยวหรือคริสเตียนในอิหร่านเผชิญความตายเพราะเชื่อในพระเยซู

คริสเตียนที่ถูกข่มเหงเหล่านี้ในประเทศโลกที่สามเข้าใกล้ความเข้าใจมากขึ้นว่าพระเยซูหมายถึงอะไรเมื่อพระองค์ตรัสว่า“ เราได้บอกสิ่งเหล่านี้แก่เจ้าเพื่อเจ้าจะได้มีสันติสุขในเรา” (ยอห์น 16:33) ฉันคิดว่าพวกเขาจะเข้าใจว่าสันติภาพนี้หมายถึงความสงบภายในซึ่งเป็นผลมาจากความรู้ที่ว่าบาปของพวกเขาได้รับการให้อภัยและพระเจ้าทรงห่วงใยพวกเขา

ผมจะอ่าน 2 โครินธ์ 11: 24-28 ฟังฉันบอกคุณว่าเกิดอะไรขึ้นกับอัครสาวกเปาโล เขาพูดว่า,

“ข้าพเจ้าหวิดตายบ่อย ๆ พวกยิวเฆี่ยนข้าพเจ้าห้าครั้ง ๆ ละสามสิบเก้าที เขาตีข้าพเจ้าด้วยไม้เรียวสามครั้ง เขาเอาก้อนหินขว้างข้าพเจ้าครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเผชิญภัยเรือแตกสามครั้ง ข้าพเจ้าลอยอยู่ในทะเลคืนหนึ่งกับวันหนึ่ง ข้าพเจ้าต้องเดินทางบ่อย ๆ เผชิญภัยอันน่ากลัวในแม่น้ำ เผชิญโจรภัย เผชิญภัยจากชนชาติของข้าพเจ้าเอง เผชิญภัยจากคน ต่างชาติ เผชิญภัยในนคร เผชิญภัยในป่า เผชิญภัยในทะเล เผชิญภัยจากพี่น้องเทียม ต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก ต้องอดหลับอดนอนบ่อย ๆ ต้องหิวและกระหาย ต้องอดข้าวบ่อย ๆ ต้องทนหนาวและเปลือยกายและนอกจากสิ่งเหล่านั้นที่อยู่ภายนอกแล้ว ยังมีการอื่นที่บีบข้าพเจ้าอยู่ทุกวัน ๆ คือการดูแลคริสตจักรทั้งปวง” (2 โครินธ์ 11:24-28)

เปาโลพูดอย่างไรว่ามีสันติในสถานการณ์เช่นนี้? แต่เขาก็ทำ เปาโลให้คำตอบในฟิลิปปี 4: 6, 7

“อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใด ๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขของพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจทุกอย่าง จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์” (ฟีลิปปี 4:6-7)

เปาโลผ่านความยากลำบากและความทุกข์ทรมานมากมาย แต่เขาพูดถึง “สันติสุขของพระเจ้าซึ่งผ่านความเข้าใจทั้งหมด”

III. สาม “ชื่นชมยินดี เพราะเราชนะโลกแล้ว”

คุณอาจสงสัยว่าคุณสามารถผ่านการทดลองและความยากลำบากของชีวิตหรือไม่ คนหนุ่มสาวในวิทยาลัยของรัฐจะต้องนั่งเรียนผ่านไปทีละชั้น ในขนาดที่พระคัมภีร์และศาสนาคริสต์จะถูกโจมตีถูกเหยียดหยามดูแคลนและเย้ยหยัน “ฉันสามารถผ่านความยาก และเป็นคริสเตียนได้หรือไม่” นักศึกษาคิด “ฉันสามารถผ่านการทดลองนี้ได้หรือไม่? ฉันสามารถทำได้เมื่อมีคนหันมาต่อต้านฉันหรือไม่? ฉันจะทนได้ไหมเมื่อฉันกลัว - และฉันไม่มีความเชื่อมากนัก

ทุกวันนี้คริสเตียนที่แท้จริงถูกล้อเลียนเหมือนเป็นคนบ้า ผู้คนจะบอกว่าคุณบ้าพระเยซูมากเกินไป พวกเขาบอกคุณให้อย่าจริงจังอะไรมาก วันอาทิตย์ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงก็พอหรืออย่าไปโบสถ์เลย พวกเขาบอกว่าคุณจะมีความสุขหากคุณเท่านั้นที่จะหยุดติดตามพระคริสต์ “ไม่จำเป็นต้องแบกกางเขน พวกเขาไม่จำเป็นต้องทนทุกข์หรือเจ็บปวด" “ลืมมันทั้งหมด แค่ปล่อยให้เป็นไปตามที่เราเป็น” พวกเขากดดันคุณ ดังที่พระเยซูตรัสว่า “ในโลกนี้ท่านจะได้รับความทุกข์ยาก”

แต่พระเยซูตรัสว่า “ฟังและให้เหมือนที่ผมอ่านโรม 8:35-39

”แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า จะเป็นความยากลำบาก หรือความทุกข์ หรือการข่มเหง หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ ตามที่เขียนไว้แล้วว่า ‘เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นเหมือนแกะสำหรับจะเอาไปฆ่า แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เรามีชัยยิ่งกว่าผู้พิชิตโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเจ้าผู้ครอบครองอาณาจักร หรือเจ้าผู้มีอำนาจ หรือสิ่งทั้งหลายซึ่งอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งทั้งหลายซึ่งจะมาในภายหน้าหรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งอื่นใด ๆ ที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ (โรม 8:35-39)

เมื่อคุณมาที่พระคริสต์พระองค์จะรับคุณไว้ในพระองค์ พระองค์จะอุ้มชูตัวคุณและจะไม่ปล่อยคุณไป เมื่อคุณมาที่พระคริสต์คุณไม่จำเป็นต้องยึดพระองค์ไว้ แต่พระองค์ต่างหากที่จะยึดตัวคุณไว้กับพระองค์! จากช่วงเวลาของการเปลี่ยนใจเลื่อมใสของคุณคุณมีความปลอดภัยในพระคริสต์ตลอดกาล ความจริงที่ว่ามีคน 200 ล้านคนในโลกที่สามที่เต็มใจทนทุกข์เพราะความเชื่อในคริสเตียนของพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นว่าพระคริสต์ทรงยึดมั่นต่อผู้ติดตามของพระองค์และจะไม่ยอมให้พวกเขาพินาศโดยปราศจากความหวังแห่งสวรรค์ มาที่พระคริสต์และพระองค์ทรงช่วยทุกคนให้รอดและรักษาทุกสิ่ง! ตามที่นายง้วนร้องเพลงต่อหน้าคำเทศนา

วิญญาณที่เข้ามาพักอยู่ในพระเยซู
   ฉันจะไม่ ฉันจะไม่ทอดทิ้งศัตรูของเขา
วิญญาณนั้นแม้ว่าทุกคนจะต้องพยายามเขย่า
   ฉันจะไม่ ไม่เคยไม่เคยละทิ้ง
(“How Firm a Foundation,” ‘K’ in Rippon’s ‘Selection of Hymns,’ 1787)

หัวข้อคำเทศนานี้คือ “การให้กำลังใจและคำเตือนในความยากลำบาก - ทั้งในปัจจุบันและอนาคต” ผมให้กำลังใจคุณในคืนนี้ แต่ผมก็ต้องเตือนคุณด้วย ไม่ว่าปัญหาที่เราเผชิญในขณะนี้นั้นมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผู้คนทุกข์ในที่อื่น โดยเฉพาะคริสเตียนโลกที่สามถูกขมเหง ติดคุกทรมานและถูกสังหารเพราะเชื่อในพระเยซู ชีวิตของเราที่นี่ในอเมริกาเปรียบเทียบแค่เป็นเหมือนวันหยุดพักผ่อนเมื่อเทียบกับที่นี่ แต่ในอนาคตอาจจะยากกว่าที่เป็นในขนาดนี้ ความกดดันจะยิ่งแย่ลง คุณอาจสูญเสียงาน บ้านและเงินของคุณจากการเป็นคริสเตียนที่จริงจัง อย่างที่ได้เกิดขึ้นในประเทศอื่นตอนนี้ เพื่อนและญาติของคุณอาจหันหลังให้กับคุณ พระเยซูตรัสถึงความทุกข์ยากกล่าวว่า “ท่านจะถูกคนทั้งปวงเกลียดชังเพราะเห็นแก่นามของเรา แต่ผู้ใดที่อดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอดพ้นได้ แต่เมื่อท่านทั้งหลายจะเห็นสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งกระทำให้เกิดการรกร้างว่างเปล่า ที่ดานิเอลผู้พยากรณ์ได้กล่าวถึงนั้น ตั้งอยู่ในที่ซึ่งไม่สมควรจะตั้ง” (มาระโก 13:12, 13) มันเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆตอนนี้ อย่าแปลกใจถ้าคุณถูกปฏิเสธแม้กระทั่งก่อนหน้าเจ็ดปี

ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์กล่าวว่า “ถ้าเจ้าวิ่งแข่งกับทหารราบ และเขาทำให้เจ้าเหน็ดเหนื่อย เจ้าจะแข่งกับม้าได้อย่างไร และถ้าเจ้ายังเหน็ดเหนื่อยในแผ่นดินแห่งสันติภาพซึ่งเจ้าวางใจนั้น เจ้าจะทำอย่างไรในคลื่นของลุ่มแม่น้ำจอร์แดน" (เยเรมีย์ 12: 5) ใช่ตอนนี้คุณกำลังประสบความทุกข์ยากอยู่บ้าง แต่ถ้าคุณไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันเล็กน้อยในวันนี้ คุณจะทำอย่างไรเมื่อมันเลาร้ายมากกว่านี้? หากคุณไม่สามารถใช้ชีวิตคริสเตียนในช่วงวันหยุดของวันนี้ คุณจะทำอย่างไรเมื่อเกิดพายุขึ้น ตอนนี้ผมอยากให้คุณเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็ง ถ้าคุณทำตอนนี้คุณจะเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็งในภายหลัง ผมคิดว่าตอนที่ยังเป็นคริสเตียนใหม่อยู่นั้น ผมได้อ่านหนังสือของอาจารย์ ริชาร์ด เวิร์มบรันด์ เกี่ยวกับทรมาณเพื่อพระคริสต์หรือ Tortured for Christ มันไม่ใช่แค่หนังสืออ่านทั่วไปเท่านั้น มันเปลี่ยนชีวิตของผม การเป็นคริสเตียนไม่ใช่เรื่องสนุบสนาน แต่เป็นเรื่องยาก มันยาก ใช่ “จงชื่นใจเถิด” (จอห์น 16:33) แต่ให้นับการสูญเสียด้วย (ดูลูกา 14:28) มันจะคุ้มค่าทุกอย่างถ้าคุณอยู่กับพระคริสต์ตลอดไป

และตอนนี้ผมต้องพูดให้กับผู้ที่หลงหายที่อยู่ที่นี่ในคืนนี้ พระเยซูรักคุณ. พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้บาปของคุณ พระองค์ทรงหลั่งโลหิตของพระองค์เพื่อชำระบาปของคุณ พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อประทานชีวิตใหม่ให้คุณ หากคุณวางใจในพระองค์คุณจะรอดตลอดไป แต่การเชื่อวางใจในพระเยซูไม่ได้เป็นเพียงคำพูดไม่กี่คำ การวางใจในพระเยซูหมายถึงการวางใจในพระเยซู ใช่จะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ใช่คุณอาจต้องทนทุกข์ทรมาน แต่มันจะคุ้มค่าทุกอย่าง คุณจะรู้จักพระเยซู คุณจะอยู่กับพระคริสต์ตลอดไปถ้าคุณวางใจในพระองค์ หากคุณต้องการคุยกับผมเกี่ยวกับการวางใจในพระเยซูโปรดมานั่งในสองแถวแรก อาเมน

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

ร้องเพลงพิเศษก่อนเทศนาโดย ฝป. Jack Ngann:
“How Firm a Foundation” (‘K’ in Rippon’s ‘Selection of Hymns,’ 1787).


โครงร่างของ

การให้กำลังใจและการเตือนต่อการเผชิญความทุกข์ยาก – และในอนาคต

ENCOURAGEMENT AND WARNING IN TRIBULATION –
NOW AND IN THE FUTURE

เขียนบทเทศนาโดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
เทศนาโดย ดร. คริสโตเฟอร์ เอล คาเกน์
ณ คริสตจักรแบ๊บติสต์เทโบนาเคลเมือง ลอสแอนเจลิสต์
วันของพระเป็นเจ้าตอนเย็น 19 พฤษภาคม 2019
A sermon written by Dr. R. L. Hymers, Jr.
with material by Dr. Christopher L. Cagan

“เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราได้ชนะโลกแล้ว” (ยอห์น 16:33)

(วิวรณ์ 6:9; 7:14; มัทธิว 24:21; 1 เธสะโลนิเก 4:16-17)

I.   หนึ่ง “ในโลกที่มีแต่ความทุกข์ยาก”, 2 โครินธ์ 12:7; โรม 8:35-36

II.  สอง “สิ่งต่างๆที่พูดให้ท่านนี้ ในเราเจ้าจะพบกับสันติสุข ยอห์น 14:27; 2 โครินธ์ 11:24-28;
ฟิลิปปี 4:6-7

III. สาม “ชื่นชมยินดี เพราะเราชนะโลกแล้ว”,
โรม 8:35-39; มาระโก 13:12, 13; เยเรมีย์ 12:5;
ลูกา 14:28.