Print Sermon

เป้าหมายของเว็ปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง และมากกว่า 221 ประเทศในแต่ละปี โปรดไปอ่านได้ที www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และหลังจากนั้นคนเหล่านั้นก็จะย้ายจากดู YouTube มาอ่านเว็บไซต์ของเรา YouTube นำคนมาที่เว็บไซต์ของเรา บทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 42 ภาษา และมีคนอ่านในคอมพิวเตอร์มากถึง 120,000 ทุก ๆ เดือน บทเทศนาต้นฉบับนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ อนุญาตให้นักเทศนาสามารถนำไปใช้เทศน์ได้ นอกจากนี้ยังมีในรูปแบบวีดีโอเป็นร้อย ๆ ซึ่งเทศน์โดย ดร. ไฮเมอร์ส และนักศึกษาของท่าน บทเทศนาต้นฉบับไม่สงวน แต่จะสงวนเฉพาะในรูปแบบวีดีโอ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




พระคัมภีร์กับผู้เข้าร่วมในคริสตจักรท้องถิ่น

THE BIBLE AND TRAITORS TO A LOCAL CHURCH
(Thai)

เขียนบทเทศนาดดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
และเทศนาโดย ศจ. จอห์น ซามูเอล คาแกน
ที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาคล เมือง ลอสแอนเจลิส
วันของพระเป็นเจ้าภาคเช้า 4 พฤศจิกายน 2018
A sermon written by Dr. R. L. Hymers, Jr.
and preached by Rev. John Samuel Cagan
at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, November 4, 2018

“เขาเหล่านั้นได้ออกไปจากพวกเรา แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่พวกเรา เพราะว่าถ้าเขาเป็นพวกของเรา เขาจะอยู่กับเราต่อไป แต่เขาได้ออกไปแล้ว ซึ่งก็เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า เขาเหล่านั้นหาใช่พวกของเราทุกคนไม่” (1 ยอห์น 2:19 )


เอลเบิร์ต คามัส และจีน-พอล์ ซาร์ทรีย์ ทั้งสองเป็นนักปรัชญาที่นิยมใช้อัตถิภาวนิยม ปรัชญาของพวกเขาเป็นผลมาจากความคิดของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันแม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่เข้าใจ ดร. อาร์ ซี สบรูย์ กล่าวว่า "เราเผชิญหน้ากับอิทธิพลของอัตถิภาวนิยมเกือบทุกวันในชีวิตของเราและในเกือบทุกรูปแบบของวัฒนธรรมของเรา ... เราอยู่ภายใต้อิทธิพลของมันทุกวัน" (Dr. R. C. Sproul, Lifeviews, Fleming H. Revell, 1986, p. 49)

พื้นฐานของอัตถิภาวนิยมของ เอลเบิร์ต คามัส และ ซาร์ทรีย์ เน้นศึกษาถึง "ความเหงาขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในโลกที่ไร้ศาสนา" (Dr. John Blanchard, Does God Believe in Atheists?, Evangelical Press, 2000, p. 138)

ดร. อาร์ ซี สบรูย์ ถูกต้องหรือไม่เมื่อเขาบอกว่าเราอยู่ภายใต้อิทธิพลของปรัชญา "ทุก ๆ วัน?” ใช่ผมคิดว่าอย่างงั้น นั่นเป็นเหตุผลที่รูปแบบของความเหงานั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนหนุ่มสาว ไม่ทราบว่าปรัชญานี้มาจากไหนหรือใครบอกว่าคุณรู้สึกยังไง - "ความสันโดษพื้นฐานของมนุษย์ในโลกไร้ศาสนา" วลีนั้นมีมูลแห่งความจริง เยาวชนทุกคนรู้สึก "ความเหงาเป็นพื้นฐานของมนุษย์ในโลกที่ไร้ศาสนา"

และคุณรู้สึกเหงาได้ในห้องที่แม้แต่มีผู้คนมากมาย คุณสามารถอยู่ที่คนมากมาย หรือในห้างสรรพสินค้าที่แออัดและยังคงรู้สึกเหงา วัยรุ่นคนหนึ่งบอกกับศิษยาภิบาล ของเรา ดร. ไฮเมอร์ส ว่า "ผมเหงา และผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร" ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเขาก็ฆ่าตัวตาย และคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่จะทรมานด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่พบในปัจจุบัน เป็นผลงานของอัตถิภาวนิยมที่แทรกซึม "ในวัฒนธรรมของเรา"

ความเหงาเป็นปัญหา แต่ยาแก้พิษนี้คืออะไร? การรักษาคืออะไร? การรักษาคือการรู้จักพระเยซูคริสต์เป็นการส่วนตัว และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของพระเจ้าในคริสตจักรท้องถิ่น เราจะให้คำตอบกับความสยองขวัญของอัตถิภาวนิยมเมื่อเราพูดว่า "ทำไมต้องเหงา? กลับบ้าน - ปี่คริสตจักร! ทำไมต้องหลงหาย? กลับมาบ้าน - เพื่อพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า "เรากำลังตอบ คามัส และ ซาร์ทรีย์ และอัตถิภาวนิยมโดยทั่วไปเมื่อเรากล่าวว่า! เรากำลังตอบรับความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาที่ไร้จุดหมายของโลกสมัยใหม่เมื่อเราพูดอย่างนั้น! ตะโกน! กระซิบบอกมัน! บอกให้อย่างดัง ๆ! ทำไมเหงา? กลับบ้าน - ไปที่คริสตจักร! ทำไมต้องหลงหาย? กลับบ้าน - ไปหาพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า!

แต่มีบางคนที่ต้องการเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่ต้องการอย่างอื่น พวกเขาต้องการมิตรภาพของคริสตจักรท้องถิ่นโดยไม่ยอมรับการกลับใจใหม่เพื่อพระเยซูคริสต์ แต่คนเช่นนี้ในที่สุดก็จะละทิ้งความเชื่อไป พวกเขาต้องไปด้วยกัน นั่นคือวิธีการของผู้เชื่อในพระคริสต์ - มิตภาพในคริสตจักรและการกลับใจใหม่และเชื่อในพระคริสต์ไปด้วยกัน คุณไม่สามารถมีเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง!

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นถ้าคุณพยายามที่จะมีการคบหาสมาคมกับผู้เชื่อโดยไม่ยอมกลับใจใหม่ หากไม่งั้นในที่สุดความสามัคคีธรรมก็จะแตกหัก ไม่ช้าก็เร็วมันก็จะแตกแยะ นั่นคือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง

“เขาเหล่านั้นได้ออกไปจากพวกเรา แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่พวกเรา เพราะว่าถ้าเขาเป็นพวกของเรา เขาจะอยู่กับเราต่อไป แต่เขาได้ออกไปแล้ว ซึ่งก็เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า เขาเหล่านั้นหาใช่พวกของเราทุกคนไม่” (1 ยอห์น 2:19 )

ดร. ดับบลิว เอ คริสเวลล์ กล่าวว่า "บางคนออกจากคริสตจักร ... โดยทั่วไปหรือดูผิวเผินหมือนว่าเป็นคนที่มีความเชื่อ แต่จริง ๆ ไม่มีเลย ไม่นานทุกอย่างก็จะสลายไป" (The Criswell Study Bible, note on I John 2:19) และนี่คือฉบับแปลปัจจุบันของพระธรรม 1 ยอห์น 2:19

“คนเหล่านั้นได้ออกไปจากพวกเราไป เพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่พวกเรา หากว่าถ้าเขาเป็นพวกของเรา เขาจะอยู่กับเราต่อไป แต่เขาได้จากไปแล้ว ซึ่งก็เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า เขาเหล่านั้นหาใช่พวกของเราทุกคนไม่ (1 ยอห์น 2:19 NIV)

ขอให้เราศึกษาพระธรรมข้อนี้แบบลึกซึ่ง

I. หนึ่ง พวกเขาทำอะไร

ดร. คริสเวลล์ กล่าวว่า "บางคนออกจากคริสตจักร" อย่าได้สงสัยเลยว่าสาเหตุที่พวกเขามาคริสตจักรก็เพราะรักความสนุกสนานเท่านั้น คริสตจักรยุคแรกเป็นสถานที่ ๆ สามารถสร้างมิตรภาพในสังคมที่เย็นชาและความไร้ความปราณีของโลกโรมัน คนรักความอบอุ่นและมิตรภาพที่พวกเขาพบก็มีแต่ในคริสตจักร

“ทั้งได้สรรเสริญพระเจ้าและคนทั้งปวงก็ชอบใจ”
     (กิจการ 2:47)

แต่ไม่นานพวกเขาก็พบว่าชีวิตคริสเตียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางคนทิ้งคริสตจักรไปเมื่อพบปัยหาเช่นนี้ อัครสาวกกล่าวว่า

“พราะว่าเดมาสได้หลงรักโลกปัจจุบันนี้เสียแล้ว และได้ทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกา เครสเซนส์ได้ไปยังแคว้นกาลาเทีย ทิตัสได้ไปยังเมืองดาลมาเทีย ลูกาคนเดียวเท่านั้นที่อยู่กับข้าพเจ้า จงไปตามมาระโกและพาเขามาด้วย เพราะเขาเป็นประโยชน์แก่ข้าพเจ้าสำหรับการรับใช้นี้” (2 ทิโมธี 4:10-11)

ดามัส เครสเซนส์ และทิตัส ออกจากคริสตจักเพื่อเผชิญกับปัญหา

นั่นเกิดขึ้นในทุกวันนี้ด้วยหรือไม่? ใช่ คนมาคริสตจักรสักพักหนึ่ง พวกเขาสนุกกับการมีเพื่อนที่พวกเขามีในคริสตจักร มันดูน่าสนุก แต่แล้วมีบางอย่างเกิดขึ้นมา ผมได้ยินเกี่ยวกับคนที่เดินทางไปที่ลาสเวกัสเมื่อเช้าวันอาทิตย์ เป็นคนที่ชอบไปโบสถ์ แต่ลาสเวกัสฟังเหมือนสนุกมากกว่า! คนอื่น ๆ พบว่าในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่นั้นมีสิ่งล่อใจอยู่มากมาย พวกเขาถูกล่อลวงด้วยงานเลี้ยงและงานฉลองต่าง ๆ - และพวกเขาก็ออกจากคริสตจักร "พวกเขาออกไปจากเรา แต่ไม่ใช่พวกเรา" (1 ยอห์น 2:19)

II. สอง ทำไมพวกเขาทำอย่างนั้น

ข้อความของเรากล่าวว่า "ผู้ใดที่กล่าวว่าตนอยู่ในความสว่าง และยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็ยังอยู่ในความมืดจนถึงบัดนี้" (1 ยอห์น 2: 9) ดร. เจ. เวอร์นอน แมคกี้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ 1 ยอห์น 2:19 ไว้ว่า

วิธีที่คุณสามารถบอกได้ว่าลูกที่แท้จริงของพระเจ้า คือว่าในที่สุดคน ๆ นั้นจะแสดงพฤติกรรมออกมาโดยการออกจากคริสตจักร และนั่นแสดงว่าคน ๆนั้นไม่ใช่ลูกของพระเจ้า เขาจะถอนตัวจากคริสเตียน ร่างกายของผู้เชื่อและคนนั้นก็จะจากไป ... กลับเข้าไปใช้ชีวิตอย่างชาวโลก ... มีหลายคนที่ทำตัวเหมือนเป็นคริสเตียนที่แท้จริง แต่จริง ๆ พวกเขาไม่ใช่คริสเตียนเลย (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, Thomas Nelson Publishers, 1983, volume V, p. 777)

ผมจะกล่าวโดยไม่ต้องแสดงความคิดเห็นถึงคำพูดของ เอลเบิร์ต บาร์เนส ในความเห็นคลาสสิกของเขาถึงพระคัมภีร์

เพราะถ้าเป็นพวกเขาเป็นของเรา หากพวกเขาเป็นคริสเตียนที่แทม้จริงและแท้จริง ไม่ต้องสงสัยเลยพวกเขาต้องอยู่กับเราต่อไป ... ถ้าพวกเขาเป็นคริสเตียนที่แท้จริงพวกเขาก็จะไม่มีวันออกจากคริสตจักร โดยทั่วไปนั้นดูเหมือนเขาจะเป็นผู้เชื่อที่แท้จริง และนั่นเป็นความจริง ‘กับเรา’ ถ้าหากพวกเขาเป็นคริสเตียนที่แท้จริง พวกเขาก็ยังคง และไม่เคยที่จะหนีไปไหน คำกล่าววนี้พูดเพื่อสอนว่า ถ้ามีผู้ใดละทิ้งความเชื่อออกจากคริสตจักรความจริงก็คือหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่เคยมีศาสนาใด ๆเลย เพราะถ้าพวกเขามีพวกเขาคงจะอดทนอยู่ในคริสตจักร (Albert Barnes, Notes on the New Testament, Baker Book House, 1983 reprint of the 1884-85 edition, note on I John 2:19)

พระเยซูตรัสว่า

“ซึ่งตกที่หินนั้นได้แก่คนเหล่านั้นที่ได้ยินแล้วก็รับพระวจนะนั้นด้วยความปรีดี แต่ไม่มีราก เชื่อได้แต่ชั่วคราว เมื่อถูกทดลองเขาก็หลงเสียไป” (ลูกา 8:13)

III. สาม จะรักษาได้อย่างไร

“เขาเหล่านั้นได้ออกไปจากพวกเรา แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่พวกเรา เพราะว่าถ้าเขาเป็นพวกของเรา เขาจะอยู่กับเราต่อไป แต่เขาได้ออกไปแล้ว ซึ่งก็เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า เขาเหล่านั้นหาใช่พวกของเราทุกคนไม่” ( 1 ยอห์น 2:19)

แมทธิว เฮ็นรี่ กล่าวว่า

พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ภายในอย่างที่พวกเราเข้าใจ เพราะพวกเขาไม่ใช่คนของเรา พวกเขาไม่ได้มาจากบุคคลที่จะเข้าใจหลักคำสอนที่ได้สอนพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ได้หนึ่งกับพระคริสต์ (Matthew Henry’s Commentary on the Whole Bible, Hendrickson, 1996 reprint, volume 6, p. 863)

พวกเขาไม่เข้าร่วมในพระคริสต์ พวกเขาไม่ใช่ “คนของเรา” ดร. แมคกี้ กล่าวถึงข้อนี้ว่า

ในที่นี้ยอห์นกล่าวคำนี้อย่างเคร่งขรึมและจริงจัง และเขาได้ให้คำแถลงนี้แก่เราในทุกวันนี้ พระเยซูตรัสกับชายที่เคร่งในศาสนาที่ชื่อนิโคเดมัสว่าเขาจะต้องบังเกิดใหม่ พระองค์ตรัสกับเขาว่า "นอกจากคนหนึ่งจะบังเกิดใหม่แล้ว ไม่งั้นเขาก็ไม่สามารถเห็นอาณาจักรของพระเจ้าได้" (ยอห์น 3: 3) ยอห์นกล่าวว่า "พวกเขาออกไปจากเรา แต่พวกเขาไม่ใช่พวกเรา" พวกเขาดูราวกับว่าพวกเขาเป็นลูกที่แท้จริงของพระเจ้า แต่จริงๆแล้วพวกเขาไม่ไช่เลย (J. Vernon McGee., ibid.)

คุณต้องบังเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นคน "ของเรา" ตามที่ ดร. แมคกี้ ระบุไว้ คุณต้องเข้าร่วมกับพระคริสต์ นี้เกิดขึ้นเมื่อคุณบังเกิดใหม่อย่างแท้จริงอีกครั้ง พระเยซูตรัสว่า

“เจ้าต้องบังเกิดใหม่อีกครั้ง” (ยอห์น 3:7)

การเยียวยาสำหรับผู้ที่หลงหายคือการบังเกิดใหม่! การนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณยอมรับบาปของคุณและมาหาพระคริสต์ เมื่อคุณมาหาพระองค์ แล้วพระองค์จะรับคุณและล้างบาปของคุณด้วยโลหิตของพระองค์ คุณสามารถวางใจได้เพราะพระองค์ตรัสว่า

“พัดที่พระบิดาประทานแก่เราจะมาสู่เรา และผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย” (ยอห์น 6:37)

เมื่อคุณมาหาพระคริสต์และเข้าร่วมกับพระองค์ คุณจะได้รับการบังเกิดใหม่ บาปของคุณจะถูกยกเลิกไปและคุณจะได้เป็นบุตรของพระเจ้า เฉพาะเมื่อคุณบังเกิดมาใหม่เท่านั้น คุณถึงจะกลายเป็นสมาชิกที่มีชีวิตของคริสตจักรท้องถิ่นนั้นได้ การอยู่แบบโดดเดี่ยวอยู่จะหายไปเมื่อคุณมาหาพระคริสต์และบังเกิดใหม่อีกครั้ง "ความเหงาคือพื้นฐานของมนุษย์ในโลกที่ไร้ศาสนา" จะได้รับการแก้ไขและหายขาดเมื่อคุณพบกับพระเยซูคริสต์ผู้ฟื้นคืนพระชนม์ และกลายเป็นส่วนที่มีชีวิตในคริสตจักรท้องถิ่น พระเยซูตรัสว่า

“พัดที่พระบิดาประทานแก่เราจะมาสู่เรา และผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย” (ยอห์น 6:37)

ทำไมหลงหาย? กลับบ้าน – ที่พระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า!

ชาร์ลส์ สเปอร์เจียน เทศนาในหัวข้อ“ชีวิตการพิสูจน์โดยความรัก” หรือ “Life Proved by Love” ตามพระธรรม 1 ยอห์น 3:14

“เราทั้งหลายรู้ว่า เราได้พ้นจากความตายไปสู่ชีวิตแล้ว ก็เพราะเรารักพี่น้อง ผู้ใดที่ไม่รักพี่น้องของตน ผู้นั้นก็ยังอยู่ในความตาย” (1 ยอห์น 3:14)

สเปอร์เจียน กล่าวว่า

จนกว่าคุณจะบังเกิดใหม่ คุณถึงจะเข้าใจความหมายของพระคุณของพระเจ้า คุณต้องผ่านจากความตายไปสู่ชีวิตหรือไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ ... เรารู้ว่าเราได้พ้นจากความตายไปสู่ชีวิตเพราะเรารักพี่น้อง" ดังนั้นพี่น้องถ้าเราสามารถพูดได้ว่าเรารักคนของพระเจ้า เหมือนเป็นคนของพระเจ้า เพราะพวกเขาเป็นชนชาติของพระเจ้านั่นคือเครื่องหมายที่เราได้ผ่านพ้นจากความตายไปสู่ชีวิต (C. H. Spurgeon, “Life Proved by Love,” The Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1976 reprint, volume XLIV, pp. 80-81)

เมื่อเราผ่านพ้นจากความตายไปสู่ชีวิตโดยการเปลี่ยนใจเรา ก็จะรักพี่น้องในคริสตจักรท้องถิ่น!

ถ้าคุณให้ความสำคัญกับมิตรภาพที่คุณได้สร้างไว้ในคริสตจักรนี้ ให้แน่ใจว่าคุณมีประสบกับการกลับใจใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะต้องกลับใจใหม่ พระเยซูคริสต์คือ "กาว" ที่จะยึดที่คริสเตียนท้องถิ่นไว้ด้วยกัน!

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

ร้องเพลงพิเศษก่อนเทศนาโดย ฝป. แจ็ค เหงียน:
“Blest Be the Tie that Binds” (John Fawcett, 1740-1817)


โครงร่างของ

พระคัมภีร์กับผู้เข้าร่วมในคริสตจักรท้องถิ่น

THE BIBLE AND TRAITORS TO A LOCAL CHURCH

เขียนบทเทศนาโดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
และเทศนาโดย ศจ. จอห์น ซามูเอล คาแกน

“เขาเหล่านั้นได้ออกไปจากพวกเรา แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่พวกเรา เพราะว่าถ้าเขาเป็นพวกของเรา เขาจะอยู่กับเราต่อไป แต่เขาได้ออกไปแล้ว ซึ่งก็เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า เขาเหล่านั้นหาใช่พวกของเราทุกคนไม่” (1 ยอห์น 2:19)

I.   หนึ่ง พวกเขาทำอะไร กิจการ 2:47;
2 ทิโมธี 4:10-11

II.  สอง ทำไมพวกเขาทอย่างนนั้น ลูกา 8:13

III. สาม จะรักษาอย่างไร ยอห์น 3:3, 7; 6:37;
1 ยอห์น 3:14