Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




คำแนะนำการอดอาหารของเรา - ในวันอังคาร

NOTES ON OUR FAST-DAY ON TUESDAY
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่แบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคล ลอสแอนเจลิสต์
วันของพระเป็นเจ้าภาคกลางคืน 12 สิงหาคม 018
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, August 12, 2018

“ฝ่ายท่านเมื่อถืออดอาหาร จงชโลมทาศีรษะและล้างหน้า เพื่อท่านจะไม่ปรากฏแก่คนอื่นว่าถืออดอาหาร แต่ให้ปรากฏแก่พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับ จะทรงโปรดประทานบำเหน็จแก่ท่านอย่างเปิดเผย” (มัทธิว 6: 17, 18)


สังเกตว่าพระเยซูไม่ได้ตรัสว่า "ถ้าคุณอดอาหาร" ไม่อย่างนั้นแต่ตอบว่า "ตอนเจ้าอดอาหาร" การอดอาหารดูเหมือนเป็นเรื่องแปลกสำหรับชาวโลก บางครั้งแม่ที่กำลังกังวลมากเกินไปจะคิดว่าคุณกำลังจะอดตายถ้าคุณไม่กินอาหาร อย่าโกหกแม่ของคุณ บอกเธอว่าคุณไม่ได้ทานอาหารมื้อนั้นเท่านั้น

ใช่ว่าทุกคนต้องอดอาหาร หากคุณมีปัญหาทางร่างกาย คุณควรพบแพทย์ก่อนวันอดอาหาร ในคริสตจักรของเราคุณสามารถไปพบ จูดิธ คาเกน หรือ ดร. กรีนตัน เอล ชาน หรือคุณสามารถโทรหาไปที่หมายเลขของ ดร.จูดิธ คาเกน (213) 324-3231 หรือหมายเลขโทรศัพท์ของ ดร. ชาน คือ (323) 819-5153 หากคุณมีอาการป่วยเช่น โรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงหรืออื่น ๆ ใดคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้โทรหา จูดิธ คาเกน หรือ ดร. ชาน หรือพูดคุยกับหนึ่งในพวกเขาหลังจากนมัสการนี้ หากพวกเขาบอกคุณว่าอย่าอดอาหาร คุณก็ยังคงสามารถใช้เวลาอธิษฐานกับเราในวันอังคารนี้ได้ หมายความว่าคุณสามารถเข้าร่วมกับเราในการอธิษฐานได้โดยไม่ต้องอดอาหารในวันนั้น

ในวันอังคารที่ 14 สิงหาคมเราจะมีวันแห่งการอดอาหารในโบสถ์ของเรา ใช่ว่าทุกคุณต้องอดอาหาร ไม่มีใครจะมาตรวจสอบเพื่อดูว่าคุณอดอาหารหรือไม่ ถ้าคุณอดอาหารกับเรานั่นเป็นความสมัครใจ อย่าทำถ้าคุณไม่ต้องการ

นี่เป็นครั้งแรกที่เรากลับมามีการอดอาหารหลังจากที่ไม่มีมานานหลายเดือนแล้ว ผมได้รับการเตือนถึงความจำเป็นในการอดอาหารและการอธิษฐานโดย ดร. เอลเมอร์ แอล ทาวน์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยลิเบอร์ตี้ ความคิดและความคิดเห็นที่ผมจะให้ในข้อความนี้จะรวบรวมได้จากหนังสือของ ดร.ทาวน์ ที่ชื่อ The Beginner’s Guide to Fasting, Bethany House Publishers, 2001. คุณสามารถหาหนังสือเล่มนี้อ่านได้ที่ Amazon.com

มีหลายประเภทของการอดอาหารตามในหนังสือของ ดร. ทาวน์ แต่เราจะมีการอดอาหารตามในหนึ่งวันซึ่งเขาเรียกว่า "Yom Kippur Fast" นี่เป็นวันที่อดอาหารซึ่งผู้เชื่อชาวยิวต้องปฏิบัติตาม (เลวีนิติ 16:29)

วันนี้ชาวคริสต์ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่เราจะได้รับอนุญาตให้อดอาหาร พระเยซูตรัสว่า "เมื่อเจ้าอดอาหาร" (มัทธิว 6:16) เพราะการอดอาหารเป็นการสร้างระเบียบวินัยและความเชื่อของเรา

หากคุณไม่เคยอดอาหารอาจมำก่อน อาจทำให้คุณกลัวที่จะคิดถึงการอดอาหาร แต่การอดอาหารจะไม่ทำร้ายคุณมากกว่าการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก การอดอาหารเพียงแค่หนึ่งวันจะไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลทั่วไปที่ได้รับการ “อนุญาต” จากดร. จูดิธ คาเกน หรือดร. จัน

หนึ่งวัน "Yom Kippur Fast" เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการอดอาหารครั้งแรกของคุณในวันอังคารนี้ คุณไม่จำเป็นต้องอดอาหาร คุณทำมันโดยความสมัครใจเป็นระเบียบวินัยทางจิตวิญญาณ อย่ากังวลกับสิ่งที่คนอื่นจะคิดเพราะการอดอาหารของคุณคือความมุ่งมั่นส่วนตัวระหว่างคุณกับพระเจ้า การอดอาหารจะช่วยให้คุณกลายเป็นนักอธิษฐานสำหรับพระเจ้า

ตอนที่คุณอดอาหารนี้ในวันอังคารนี้ มารจะมาผจญคุณ ถ้าคุณอธิษฐานเผื่อความรอดของคนอื่นหรือโบสถ์ของคุณซาตานจะต่อต้านคุณ การอดอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มต้นการผจญภัยของการอดอาหารทำมันด้วยความรู้ว่ามันอาจจะยาก แต่รางวัลที่จะได้รับนั้นคุ้มค่า!

การอดอาหารหนึ่งอย่างที่เรียกว่า Yom Kippur Fast เริ่มจากพระอาทิตย์ตกดินไปสู่พระอาทิตย์ตกในอีกวันหนึ่งตามในพระคัมภีร์ ถ้าคุณจะอดอาหารกับเราในหนึ่งวัน คุณควรทานอาหารว่างก่อนพระอาทิตย์ขึ้น (ประมาณ 8.30 น.) กินกล้วยหรืออาหารเบา ๆ วันรุ่งขึ้นอย่าทานอาหารเช้าหรืออาหารกลางวัน เมื่อพระอาทิตย์ตกดินในวันอังคารเราจะมีอาหารสำหรับคุณที่นี่ที่โบสถ์ คุณสามารถทานอาหารว่างได้เช่นกล้วยอื่นก่อนที่คุณจะเข้ามาในคริสตจักรตอนเวลา 7.00 น. ของวันอังคาร เราจะมีโจ๊กและแซนวิชสำหรับคุณเมื่อมาถึงที่นี่ จากนั้นเราจะอธิษฐานอีกสักสองสามครั้งและเปิดโอกาสให้คุณเป็นพยานเกี่ยวกับประสบการณ์จากการอดอาหารและการอธิษฐานของคุณและผมจะเทศนาเทศนาสั้น ๆ

ตอนที่คุณอดอาหารและอธิษฐานในวันอังคารนี้ คุณต้องมีเป้าหมาย หนึ่งในเป้าหมายการอดอาหารของเราคืออธิษฐานขอพระเจ้าทรงนำกลุ่มบุรุษของเรา ที่จะมีการเล่นบาสเกตบอลประกาศในเย็นวันเสาร์นี้ หากพระเจ้าไม่อวยพรการประกาศครั้งนี้ก็จะไม่มีคนมาร่วมด้วย การเล่นบาสครั้งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อารเป็นเพียง “การละเล่น” ทั่วไปในคริสตจักรของเราเท่านั้น และไม่มีประโยขน์ใดต่อคริสตจักรเลย เราจะต้องการอดอาหารอีกวันหนึ่งเพื่ออธิษฐานเผื่อกลุ่มสตรีของเรา และยังรวมถึงกลุ่มบุรุษด้วย แต่เป้าหมายหลักของเราในวันอังคารนี้คือเผื่อพันะกิจเล่นบาสของกลุ่มบุรุษในวันเสาร์นี้ คุณอธิษฐานเผื่ออื่น ๆ ด้วย - แต่เป้าหมายหลักของเราในวันอังคารนี้คือเผื่อพันะกิจเล่นบาสของกลุ่มบุรุษในวันเสาร์นี้ จงมุ่งไปที่เป้าหมายหลักของเรา - เผื่อการประกาศของกลุ่มบุรุษในวันเสาร์นี้ อดอาหารและอธิษฐานด้วยเป้าหมาย เราต้องการกลุ่มสตรีร่วมอดอาหารด้วย

อย่าลืมเริ่มต้นอดอาหารในเย็นวันจันทร์นี้ จนกว่าจะถึงวันอังคารตอนเย็น และเริ่มด้วยทานอาหารเบา ๆ แล้วให้มาที่คริสตจักรตอน 7. 00 เพื่อร่วมรับประทานโจ๊กและแซนวิชด้วยกัน

"เมื่อคุณอดอาหาร" ... หมายความว่าพระเยซูยอมรับการอดอาหาร คริสเตียนควรอดอาหารและอำนาจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ กล่าวว่า "ผมรู้ว่าการอดอาหารที่แท้จริง ... จะได้รับพระพรที่พระเจ้าต้องการให้เรา" สเปอร์เจียน กล่าวว่า "เราสูญเสียพระพรอันยิ่งใหญ่ในคริสตจักรในศาสนาคริสต์โดยไม่มีการอดอาหาร" ดร. อาร์ เอ โทเรย์ กล่าวว่า "ถ้าเราจะอธิษฐานด้วยฤทธิ์อำนาจ เราควรอดอาหาร" นักประกาศที่ยิ่งใหญ่ อห์น เวสเลย์ กล่าวว่า "คุณอดอาหารและอธิษฐานทุกวันไหม? เขย่าบัลลังก์แห่งพระคุณ ... และพระเมตตาจะลงมา" ศิษยาภิบาลชาวจีนของผมอย่าง ดร. ทิโมธี หลิน กล่าวว่า "จิตวิญญาณของเราจะถูกเปิดออกให้รับรู้ด้วยการอดอาหารและอธิษฐาน... นี่เป็นการพูดจากประสบการณ์ส่วนตัวของผม”

นำบทเทศนาที่เป็นต้นฉบับนี้ไปอ่านในคืนนี้ อ่านบทเทศนาในวันพรุ่งนี้นี้ในขณะที่คุณเตรียมตัวในการอดอาหาร ส่วนในตอนเย็นให้ทานขนมขบเคี้ยว ต่อไปนี้เป็นข้อควรที่ต้องจดจำตอนช่วงระวห่างคุณอดอาหารตั้งแต่วันจันทร์ถึงเย็นวันอังคาร:

1. การอดอาหารของคุณนั้นทำให้เป็นความลับ (มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้) อย่าไปบอกคนอื่นว่ากำลังคุณอดอาหาร

2. ในวันอังคาร์นั้นให้ท่องจำพระธรรมอิสยาห์ 58:6

“รอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน?” (อิสยาห์ 58:6)

3. อ่านมัทธิว 7:7-11อย่างต่อเนื่องในขณะที่คุณอดอาหารนัวนอังคาร์

“จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่า เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้รับ คนที่แสวงหาก็พบ และคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา ในพวกท่านมีใครบ้างที่จะเอาก้อนหินให้บุตร เมื่อเขาขอขนมปังหรือให้งูเมื่อบุตรขอปลาเหตุฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเองผู้เป็นคนชั่ว ยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใดพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์จะประทานของดีแก่ผู้ที่ขอจากพระองค์” (มัทธิว 7:7-11)

4. อธิษฐานขอให้บุรุษของเราสามารถนำชายหนุ่มหลายคนมาเล่นเกมบาสเกตบอลเมื่อวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม

5. ดื่มน้ำประมาณ 1 แก้วทุก ๆสองชั่วโมง คุณยังสามารถดื่มกาแฟดำหรือชา (ไม่มีครีมหรือน้ำตาล) ถ้าคุณเคยดื่มทุกวัน ถ้าคุณรู้สึกว่า "ปวดหัว" คุณสามารถดื่ม สไปร์ทเย็นหรือ เซเวนอัพ (แก้วหรือสอง) อย่าดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง!

6. หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพเช่นความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวานให้พูดคุยกับ ดร. จูดิท คาเกน หรือ ดร. กรีนตัน ชาน ก่อนที่คุณจะอดอาหาร ผมได้บอกเบอร์โทรศัพท์ของพวกเขาก่อนหน้าเทศนาแล้ว

7. เริ่มต้นอดอาหารหลังจากที่คุณทานอาหารว่างในเย็นวันจันทร์ อดอาหารด้วยอาหารว่างเบา ๆ ในเย็นวันอังคาร – จากนั้นไปที่โบสถ์เพื่อรับประทานอาหารเบา ๆ เวลา 7:00 น. ในคืนวันอังคาร

8. คำอธิษฐานของคุณในวันอังคารเกี่ยวกับสามารถนำคนมาร่วมเล่นบาสเกตบอลในวันเสาร์


คุณสามารถโทรศัพท์หาผม ดร. ไฮเมอร์ส ได้ที่ (818) 352-0452 ได้ตลอดเวลาหากคุณมีปัญหาหรือคำถามหรือโทรศัพท์ไปหา นาง ไฮเมอร์ส ที่ (818)645-7356 และบอกให้เธอไปหาผม

ผมจะอธิษฐานขอให้คุณให้ประสบความสำเร็จในการอดอาหารและอธิษฐาน! อีกสิ่งหนึ่ง: ในวันอังคารถ้าคุณกำลังทำงานหรืออยู่โรงเรียน โปรดอธิษฐานอย่างเงียบเผื่อพันธกิจเหล่านี้ เก็บบทเทศน์นี้ไว้กับคุณในวันอังคารเพื่อให้คุณสามารถอ่าน 8 จุดที่ต้องจดจำไว้ (ด้านบน) พระเจ้าอวยพรพวกคุณทั้งหมด!

ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ศ จูเนียร์
Dr. R. L. Hymers, Jr.
ฟิลิปปี 4:13

กรุณายืนขึ้นและร่วมร้องเพลงบทที่ 4 “Teach Me to Pray.”

สอนข้าฯให้อธิษฐานพระเจ้าสอนให้ข้าฯอธิษฐาน วันนีเป็นที่ใจของข้าฯร้องหา
ข้าพระองค์รู้จักพระวจนะของพระองค์และทางของพระองค์สอนให้ข้าฯอธิษฐาน

การอธิษฐานที่มีพลัง พระเจ้าการอธิษฐานที่มีพลังเผื่อคนบาปทั้งหลาย
และความเศร้าโศกและความห่วงใยของกลางแผ่นดิน
คนที่สูญหายและตายฝ่ายวิญญาณในความสิ้นหวัง โอ้อำนาจอำนาจในการอธิษฐาน!

สอนข้าฯให้อธิษฐานพระเจ้าสอนให้ข้าฯอธิษฐานทรงเป็นแบบของข้าฯทุกวัน
พระองค์ทรงเป็นความอุปถัมภ์ของข้าพระองค์ สอนข้าให้อธิษฐานพระเจ้าสอนข้าฯให้อธิษฐาน
     (“Teach Me to Pray,” Albert S. Reitz, 1879-1966).

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

ร้องเพลงเดี่ยวก่อนเทศนาโดย ผป. เบนจามิน คินเคด กรี่ฟีทท์:
“Teach Me to Pray” (Albert S. Reitz, 1879-1966)