Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การเรียกเพื่อเป็นสาวก

THE CALL TO DISCIPLESHIP
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอ์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

ที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทอร์เบอนาเคล เมืองลอสแอนเจลิส
วันของพระเป็นเจ้าในตอนเย็น 1 กรกฎาคม 2018
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, July 1, 2018

“พระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า “ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามาเพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:23-24)


ทำไมพระคริสต์ถึงตรัสไว้เช่นนี้? พระองค์ตรัสอย่างนั้นให้สาวกสิบสองคน และให้กับทุกคนตามที่ปรากฏในพระธรรมสองเล่นนี้ เช่นมาระโก 8:34

“และเมื่อพระองค์ทรงร้องเรียกประชาชนกับเหล่าสาวกของพระองค์ให้เข้ามาแล้ว จึงตรัสแก่เขาว่า ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา” (มารธโก 8:34)

ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่าพระเยซูตรัสกับผู้เชื่อทุกคนที่ติดตามพระองค์ -รวมถึงสาวกสิบสองคนด้วย เพื่อจะได้เป็นสาวกของพระเยซู ทุกคนต้องยอมรับกางเขนของตนและติดตามพระองค์ไป ถ้าคุณไม่ทำอย่างนั้นคุณไม่อาจเป็นคริสเตียนที่แท้จริงได้ แต่เป็นเพียงผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์เท่านั้น และเป็นคริสเตียนที่อ่อนแอเท่านั้น! พระเยซูตรัสว่า "เจ้าต้องการที่จะเป็นสาวกของเราหรือไม่? และแล้วคุณต้องปฏิเสธตัวเองและรับกางเขนของตนและติดตามเรา"

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากคุณปฏิเสธที่จะทำอย่างนั้น? พระธรรมข้อนี้กล่าวชัดเจน อ่านข้อที่ 24

“เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:24)

มีคนสองประเภทที่มาคริสตจักรของเรา ซึ่งผมเรียกพวกเขาว่า "ผู้รับ" และ "ผู้ให้" คนรับ คือคนที่มา "รับ" บางอย่างจากคริสตจักร "ผู้ให้" เป็นคนที่ให้ตัวเองเป็นสาวกของพระคริสต์ คุณสามารถมีคนนั่งเก้าอี้เต็มกับคนเห็นแก่ตัว แล้วเกิดประโยชน์อะไรเล่า? มีแต่จะฆ่าคริสตจักรนี้ มีคนเป็นร้อยที่เป็นอย่างนั้น! พวกเขาจะไม่มาร่วมนมัสการในช่วงเย็นวันอาทิตย์! พวกเขาเป็นคนรับใช้ "อีเวนเจลิคอล์" และคนที่ใช้เวลาในการปล้นคริสตจักร - พวกเขาไม่เคยช่วยงานคริสตจักร พวกเขาไม่เคยเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์! พวกเขาทำลายคริสตจักร! คุณกล้านำคนเห็นแก่ตัวอย่างนั้นมาคริสตจักรหรือไม่! "น้อยก็ดีกว่ามาก"

“เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:24)

มีคนพูดว่า "ยอมมากเกินไป - สูญเสียมากเกินไป" ดังนั้นเขาสูญเสียทุกอย่างเพื่อให้เขาไปนรก! การวางใจพระเยซู คุณไม่สามารถเชื่อในสิ่งอื่นได้ ถ้าคุณไว้วางใจบางอย่าง แต่ไม่ใช่พระเยซูคริสต์ คุณจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง!

“เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:24)

ตอนที่ผมอายุสิบเจ็ดปี ผมยอมจำนนที่จะเทศนา ผมชอบคำสมัยก่อน “ยอมจำนนต่อการเทศนา" ผมไม่ได้ยินคำพูดอย่างนี้อีก แต่ตอนนี้ก็เป็นจริงเช่นเคย นักเทศน์ที่แท้จริงต้อง "ยอมจำนน" เพื่อสั่งสอน เขารู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เขารู้ว่าเขาจะไม่สามารถทำเงินได้มากนัก เขารู้ว่าเขาจะไม่ได้รับการปรบมือจากชาวโลก เขารู้เกี่ยวกับความทุกข์ยากที่เขาจะผ่านไป นักเทศน์ที่ดีที่สุดรู้เรื่องเหล่านี้เป้นอย่างดี พวกเขายังรู้ว่าพวกเขาจะต้องเข้าศึกษา - เพื่อหางานที่ไม่ได้รับเงินเดือนมาก - งานที่โลกสูญหายคิดว่าไร้ประโยชน์ - งานที่จะทำให้เขาถูกเยาะเย้ยและต่อสู้กับคนส่วนใหญ่ในโลก

ผมรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดีตอนอายุ 17 ปี ต้องใช้เวลาแปดปีเพื่อสำเร็จในพระคริสตธรรม (ทำงานแปดชั่วโมงต่อวันและไปเรียนที่พระคริสตธรรมตอนกลางคืน) ผมทำงาน 16 ชั่วโมงต่อวันเจ็ดวันต่อสัปดาห์เพื่อจ่ายค่าเล่าเรียนของผมไปที่วิทยาลัยในเวลากลางคืน ต้องใช้เวลาอีกสามปีในวิทยาลัยที่ผมเกลียดชังและก็ได้รับปริญญาโท ผมต้องใช้เวลามากกว่าสี่สิบปีสร้างคริสตจักรแห่งนี้ ผมจะทำทั้งหมดได้อีกหรือ? โอ้ใช่! ไม่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้!

ทำไมผมจึงเข้าร่วมด้วย? ผมยอมจำนนต่อการประกาศ เป็นเรื่องง่ายๆแบบนั้น ผมจะทำอีกหรือไม่ถ้าผมอายุ 17 ปี? โอ้ใช่! แน่นอน! ไม่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้! ผมพบว่ามีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งในการเป็นนักเทศน์ - ที่ถูกเรียกโดยพระผู้เป็นเจ้าในช่วงเวลาแห่งการละทิ้งความเชื่อนี้ ถ้าผมมีทางเลือกอื่นใดในโลกใบนี้จากประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาถึงนักแสดงที่ได้รับรางวัลออสการ์ ผมก็ยังจะเลือกที่จะเป็นศิษยาภิบาลของคริสตจักรนี้อย่างไม่ลังเล และพระเจ้าทรงทราบว่าผมบอกความจริงแก่คุณ! ลูกชายของผมโรเบิร์ตก็เช่นกัน

ดูคริสเตียนที่ยิ่งใหญ่ที่อยู่เมื่อคริสตจักรของเราล้มลง พวกเขาช่วยคริสตจักรแห่งนี้ไว้ เราเรียกพวกเขาว่า "สามสิบเก้า" เพื่อนของพวกเขาทั้งหมดทิ้งคริสตจักรนี้ไว้ พวกเขาสูญเสียเพื่อนของพวกเขาทุกคน - คริสตจักรแตกแยก! คุณคิดว่าเป็นเรื่องง่าย? พวกเขาทำงานหนักกว่าคริสเตียนคนอื่น ๆ ที่ผมรู้จักรวมถึงเยาวชนที่คุณทุกคน พวกเขาให้เงินหลายพันหลายพันเหรียญและมากกว่าสิบลด พวกเขามานมัสการทุกครั้งและทำงานต่อไปเรื่อย ๆ - เพื่อช่วยคริสตจักรนี้ หลายคนมีลูกของตัวเองหันไปและกลับไปยังโลก พวกเขาต้องสูญเสียมากเพื่อช่วยคริสตจักรนี้ให้กับพระเยซู

ถามพวกเขาว่าพวกเขารู้สึกเสียใจที่ให้ทุกสิ่งเพื่อพระเยซูหรือไม่! ถามพวกเขา! ถามพวกเขา! หลายคนทิ้งชีวิตเพื่อช่วยคริสตจักรนี้ให้พระเยซูคริสต์ ถามพวกเขาหากพวกเขาทำผิด! ถามพวกเขาว่าพวกเขาจะทำอีกหรือไม่ ไปถามพวกเขา!

ถามนายพรูดโฮมมี เขาสูญเสียบ้านที่มีสระว่ายน้ำ เธอเอามัน เธอตะโกนใส่เขาตลอดคืน เขารู้สึกเหมือนอยู่ในนรก เธอทิ้งเขาไป! คุณรู้ว่าใครเป็นใคร นายพรูดโฮฮมีทำผิดพลาดหรือไม่? เขาเสียใจกับการเสียทุกสิ่งทุกอย่างหรือไม่? เขามองย้อนกลับไปในความเศร้าโศกด้วยการปฏิเสธตัวเองและรับกางเขนของตนเพื่อติดตามพระเยซู เขาไม่โง่เลย! ผมไม่ได้บอกเขาว่าผมจะพูดแบบนี้ ผมไม่จำเป็นต้องบอกเขา เขารู้ลึกซึ้งในจิตวิญญาณของเขาว่า "เพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด" (ลูกา 9:24) ถามนางซัลลาซาร์! ไปถามเธอ สามีของเธอตายแล้ว ลูก ๆ ของเธอหนีไป ถามเธอว่าเธอเสียใจที่เธอแบกไม้กางเขนและตามพระเยซู ผมไม่ได้ถามเธอถ้าผมสามารถพูดแบบนี้ได้ ผมไม่จำเป็นต้องถามเธอ ผมรู้ว่าเธอจะทำสิ่งเดียวกันอีกครั้ง เธอรู้ดีว่า " แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด" ถามนาง ไฮเมอร์ส เธอแต่งงานกับผมและไม่มีอะไรเลย! เราไม่มีอะไรเลย เราอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หนึ่งห้อง เราไม่มีเฟอร์นิเจอร์ เราไม่มีทีวี เรานั่งอยู่บนพื้นและมองไปที่นกแก้วตัวเล็ก ๆ ในกรงที่ใครบางคนให้เรา ผมมีเงินเดือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนต่อต้านเรา เธอต้องทนอยู่กับผม - และภายในจิตใจของผมนั้นเหมือนถูกฉีกออกเพราะการแตกแยกของคริสตจักร ไม่มีเด็ดสาวคนไหนที่ยอมที่จะผ่านความยากลำบากที่ภรรยาตัวเล็ก ๆ ของผมเดินไป ถามเธอว่าเธอทำผิดพลาดหรือไม่ ถามเธอว่าเธอจะทำอีกหรือไม่ ผมไม่ได้ถามเธอถ้าผมสามารถพูดแบบนี้ได้ ผมไม่จำเป็นต้องถามเธอ! ผมรู้ว่าเธอจะทำมันอีกครั้งเพื่อพระเยซู! ถามนายลี พ่อแม่ของเขาหันหลังให้กับเขาตลอดไปเพราะเขาแบกไม้กางเขนของเขาและติดตามพระเยซู ถามเขาว่าเขาทำผิดพลาดหรือไม่โดยใช้ชีวิตติดตามพระเยซูเช่นนี้ ผมรู้ว่าเขาจะทำทุกอย่างอีกครั้งโดยไม่ต้องบ่นหรือสองจิตสองใจ ลองสอบถามนายเมทซูซากะที่สามารถไปเป็นตำรวจได้พวกเขาต้องการให้เขาทำอย่างนั้น แต่เขาเลือกกำหนดทางของตัวเองที่จะทำอย่างนั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้นเขาจะไม่มีเวลามาช่วยคริสตจักรแห่งนี้ ผมจำได้ว่าเมื่อเขาลาออกจากการเป็นตำรวจเพื่อมาช่วยงานคริสตจักรนี้ ผมจำได้ว่าเขาแบกไม้กางเขนของเขาและปฏิเสธตัวเองให้เป็นหนึ่งใน "สามสิบเก้า" พี่ชายที่รักพระเจ้าอวยพรคุณ! ผมจะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ - และพระเจ้าก็จะไม่ลืมเช่นกัน! จอห์น ซามูเอล คาร์แกนได้รับความรอดและคือหนึ่งในอีกแบบอย่าง คุณให้เงินจำนวนมาก แต่คุณมีศิษยาภิบาลคนต่อไปในของคริสตจักรของเรา และเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาคุณจะรู้ถึงความสุขในการเป็น "ผู้ให้" และไม่ใช่ "ผู้รับ" คุณจะปกครองร่วมกับพระคริสต์ในอาณาจักรของพระองค์ตลอดไป! จิมเอลเลียตถูกสังหารในฐานะพลีชีพด้วยความพยายามที่จะนำข่าวประเสริฐไปสู่ชนเผ่าคนต่างชาติ และนี่คือจิมเอลเลียตผู้ซึ่งกล่าวว่า "

“เขาไม่ใช่คนโง่ซึ่งมอบชีวิตที่เขาไม่สามารถรักษาไว้ได้ และสิ่งที่เขาไม่สมารถยืดมั่นได้”

อาเมน

ชายหนุ่มคนหนึ่งในคริสตจักรของเราบอกกับ ดร. คาแกน ว่า "ตอนนี้ฉันเป็นมืออาชีพแล้ว ฉันไม่สามารถทำงานพิเศษในโบสถ์ได้นานกว่าสองชั่วโมง" ดร. คาร์แกนกล่าวว่า "แล้วดร. จัน ล่ะ? ท่านเป็นนายแพทย์ ท่านก็เป็นมืออาชีพ! ท่านทำางานในคริสตจักรอย่างนับไม่ถ้วนและประกาศข่าวประเสริฐในวิทยาลัยเป็นเวลานานนับไม่ถ้วนเกินกว่าที่คนอื่นจะทำาได้" ใช่ดู ดร. ชาน! ท่านรู้ว่าพระเยซูนั่นเป็นความจริง - "ถ้าผู้ใดจะติดตามเราให้เขาปฏิเสธตนเองและรับกางเขนของตนทุกวันและตามเรามา" (ลูกา 9:23) จากนั้นไปดู ดร. คาแกน พวกเขาเสนอเงินเดือนสูงมากพร้อมกับรับผลประโยชน์มากมาย – ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ถึงสี่ครั้ง ท่านยอมสละการเสนองานนั้นทิ้ง ทำไม? เพราะท่านจะต้องออกจากลอสแอนเจลิสและย้ายไปที่นิวยอร์กซิตี้หรือวอชิงตัน ดี.ซี. ท่านยอมทิ้งงานนี้ไป - นับร้อยนับพันดอลลาร์เพื่ออยู่ในคริสตจักรนี้และช่วยไม่ให้คริสตจักรนี้ลำบาก ท่านเป็นคนโง่หรือเปล่า? ลองฟังจิมเอลเลียตผู้ซึ่งมอบชีวิตให้กับพระคริสต์เพื่อเป็นผู้เสียสละเขียนสิ่งที่เขากล่าวไว้ในด้านหน้าพระคัมภีร์ของคุณ

“เขาไม่ใช่คนโง่ซึ่งมอบชีวิตที่เขาไม่สามารถรักษาไว้ได้ และสิ่งที่เขาไม่สมารถยืดมั่นได้”

ผมสามารถพูดถึงผู้แบกกางเขนและยอมเสียสละชีวิตทั้ง "สามสิบเก้า" คน – นายซอง นายเมอร์เซีย นายกริฟฟิธ – ผู้สียสละรับใช้หลังจากผ่าตัดโรคมะเร็ง ผมสามารถมองเห็นเขาด้วยใบหน้าสีขาวและเหงื่อวิ่งลงบนหน้าผากของเขายึดมั่นกับธรรมาสน์เพื่อไม่ให้เป็นลม - ร้องเพลงนี้

ฉันต้องการพระเยซูมากยิ่งกว่าเงินหรือทอง
   ฉันควรจะเป็นของพระองค์มากกว่า ความร่ำรวยที่นับไม่ถ้วน
ฉันต้องการพระเยซูมากกว่าสิ่งใด ๆ
   ในปัจจุบันโลกนี้ที่มีอยู่

ท่าน กรี่ฟีฟท์ เป็นคนโง่หรือเปล่า?

“เขาไม่ใช่คนโง่ซึ่งมอบชีวิตที่เขาไม่สามารถรักษาไว้ได้ และสิ่งที่เขาไม่สมารถยืดมั่นได้”

ผมสามารถกล่าวถึงผู้หญิงทุกคนและทุกคนใน "สามสิบเก้า" โดยเอ๋ยนามของพวกเขา - ผู้ปฏิเสธตนเองและรับกางเขนของตนทุกวันเพื่อติดตามพระเยซูคริสต์และสร้างคริสตจักรนี้ให้มีชีวิตสำหรับพระเยซูคริสต์

ตอนที่เราไม่มีเงินมาจ่ายอาคารนี้แล้วผมก็บอกให้คนหนุ่มสาวให้หยุดคิด อีกไม่นานเราจะจากไป ใครจะทำหน้าที่แทนนางโรปไ? ใครจะแทนที่ท่านโรปที่คอยเฝ้าประตูต้อนรับทุกคน? ใครในพวกท่านจะเข้ามาแทนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน และคืนนี้ใครในหมู่พวกท่านจะปฏิเสธและยึดแบบอย่างของริชาร์ดและโรนัลด์แบลนดิน? ใครจะยอมเสียสละเวลาวันแล้ววันเล่าโดยที่ไม่ได้รับบำเหน็จทางโลกเพื่อรับตำแหน่งเมื่อพวกเขาจากเราไป? - เช่นเดียวกับเราทุกคนใน "สามสิบเก้า" เร็ว ๆ นี้จะจากไปอยู่กับพระเจ้า - มันเร็วกว่าที่คนหนุ่มสาวจะนึกถึง ใครจะมาแทนที่ นาง คุกในห้องครัว? ใครจะเข้ามาแทนที่ วิวลีย์ ดีซอน? คุณกินอาหารของพวกเขา แต่ผมไม่สามารถนึกได้ว่าจะมีใครที่จะสามารถแทนเข้ามาแทนที่นายดิกซันซึ่งตอนนี้อายุก็แปดสิบปีแล้ว ผมไม่เห็นจะมีผู้ใดที่จะมาแทนที่คนรุ่นก่อน! คุณรู้หรือไม่ว่าพวกเขาทำอะไร? เขาเป็นคนโง่ที่ใช้ชีวิตของเขาในแต่ละสัปดาห์เพื่อทำอาหารคุณทานอย่างนั้นหรือ? เขาเป็นคนโง่หรือเปล่า?

“เขาไม่ใช่คนโง่ซึ่งมอบชีวิตที่เขาไม่สามารถรักษาไว้ได้ และสิ่งที่เขาไม่สมารถยืดมั่นได้”

ใครในหมู่พวกท่านที่เป็นคนหนุ่มสาวพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อให้คริสตจักรแห่งนี้ดำเนินไปอีกสามสิบหรือสี่สิบปี? ดร. คาร์แกนจะจากไป ใครจะมาแทนที่ท่าน? ดร. จันจะจากไปใครจะเข้ามาแทนที่ท่าน? แน่นอนคุณไม่สามารถแทนที่ ท่าน ดีซอน หรือ ริก และ รอน เบรียดี ได้ทำกัน! คุณคิดว่าพวกเขาไม่สำคัญ แต่คุณไม่อาจสามารถแทนที่พวกเขาได้! จะต้องเสียสละตนเองและใช้เวลาแบกกางเขน พระเยซูตรัสว่า

“พระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า “ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามาเพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:23-24)

ตอนพระเจ้าทรงเรียก ดร. คาร์ แกน เขาได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการทรมานของคริสร์โดยบาทหลวงวอร์มบรันด์ มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาที่รักวอร์มบรันด์ เพราะท่านเป็นคนยิวเหมือนบาทหลวงวอร์มบรันด์ ดร. คาร์แกนคิดว่าเขาอยากจะหาคริสตจักรที่เน้นการเทศนาแบบเดียวกับอาจารย์ วอร์มบรันด์ ดร. คาแกนเห็นผมกำลังเทศนาบนถนนใกล้ UCLA ท่านเห็นคนกรีดร้องที่ใสผมและโยนสิ่งทของใส่ตัวผม ดร. คาแกนคิดว่า "นั่นคือคนที่ผมอยากจะฟังเทศนา" ท่านจึงมาหาคริสตจักรของเราว่าอยู่ที่ไหนและท่านก็มาที่คริสตจักรเรา มีอยู่คืนหนึ่ง ดร. คาแกนบอกผมว่าท่านได้ยินผมพูดว่า "คุณจะเผาบางอย่าง ทำไมไม่เผาเพื่อพระคริสต์? "

ตอนนั้น ดร. คาร์แกนเป็นชายหนุ่มอายุแค่ยี่สิบ นั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มคนหนึ่งคิด! "คุณกำลังจะเผาบางอย่าง" แน่นอน! ทุกคน กำลังจะถูก"ไหม้" ไม่ช้าก็เร็ว! ผมของคุณเริ่มร่วงหล่น บนใบหน้าของคุณเริ่มเหี่ยว ชีวิตที่ดีที่สุดก็ยากขึ้น สิ่งต่อไปที่คุณรู้ว่าคุณแก่ตัวลงเรื่อย ๆ จากนั้นคุณจะถูกเผาไหม้และตาย "คุณกำลังจะเผาสิ่งต่างๆออกไป" ใช่แล้วที่เกิดขึ้นกับทุกคน คุณจะเผา!

แต่ยังมีความคิดที่ลึกยิ่งกว่านั้น - "ทำไมไม่เผาเพื่อพระคริสต์?" บรรดาคริสเตียนที่ยิ่งใหญ่ทุกวัยคิดเช่นนั้นว่า "คุณกำลังจะเผาสิ่งต่างๆ ทำไมผมถึงไม่ลุกไหม้เพื่อพระเยซูคริสต์?" ผมไม่รู้ว่าคุณจะอ่านเรื่อง เกี่ยวกับ เฮ็นรี่ มาร์ติน (1781-1812) ได้อย่างไรและไม่ต้องการ "เผา" เหมือนที่เขาทำตอนอายุ 31 ปี ผมไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร อ่านชีวิตของโรเบิร์ต แมคเชย์นี (1813-1843) และไม่ต้องการ "เผา" เพื่อพระคริสต์เหมือนขณะที่เขาทำตอนอายุ 29 ปี บางท่านกลัวที่จะอ่านเกี่ยวกับพวกเขา หรือแม้แต่ไปดูชีวะประวัติของพวกเขาทาง วิกิพีเดีย คุณกลัวว่าพวกเขาอาจมีอิทธิพลต่อคุณ? คนที่เหมือน เฮ็นรี่ มาร์ติน และ โรเบริต์ แมคเชย์นี นั้นอยู่ไหนกันหมด? หญิงสาวคนไหนชอบเกรดีส ไอวอร์ด? เราไม่สามารถเป็นคริสตจักรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวและสร้างให้เป็นสาวกได้ เว้นแต่คุณจะเป็นสาวกเพื่อเป็นแบบอย่างให้พวกเขาได้เห็น!

นางคุกของเราเองตกหลุมรักกับชายชราที่เสียชีวิตเมื่อยี่สิบปีก่อนที่เธอจะเกิด เขาเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยมากและเขาได้รับมรดกทั้งหมด เขายังเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลก จากนั้นเขาก็กลายเป็นสาวกของพระเยซู เขากลับยอมสละกองมรดกเหล่านั้นทิ้ง จากนั้นเขาก็ไปเป็นมิชชั่นนารีในประเทศจีนในฐานะนักประกาศข่าวประเสริฐ นอกจากนี้ท่านยังถูกขังในคกเป็นเวลาสิบสี่ปี และไม่เคยพบหน้ากับภรรยาและบุตรเพราะการประกาศข่าวประเสริฐในต่างแดน หลังจากนั้นท่านก็ไปที่ทวีปแอฟริกาและท่านบุกเบิกการประกาศใหม่ที่นั่น ในที่สุดท่านก็เสียชีวิตที่แอฟริกา อาชีพและทรัพย์สมบัติของท่านหมดไป - เพื่อพระคริสต์ บ้านและชีวิตครอบครัวของท่านก็ไปด้วย เมื่อใกล้ถึงจุดสิ้นสุดชีวิตของชายชราผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ท่านกล่าวว่า "ผมไม่ว่าจะสละอะไรอีกเพื่อพระคริสต์" นางคุกของเราตกหลุมรักกับชายชราคนนั้นที่เสียชีวิตไปเมื่อยี่สิบปีก่อนที่เธอจะเกิดมาเสียอีก และผมดีใจที่เธอทำอย่างนั้น ถ้าเธอไม่รักเขาและไม่เคยได้รับอิทธิพลมาจากท่าน เธอคงเป็นผู้หญิงผิวขาววัยกลางคนที่เห็นแก่ตัวอีกคนหนึ่งและเลี้ยงสุนัขพันธุ์แท้ในหุบเขาซานเฟอร์นันโด แต่เนื่องจากเธอได้รับอิทธิพลจาก ซี ที สตูด เธอจึงใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงให้กับการเลี้ยงดูและดูแลเด็กวัยรุ่นที่นี่ในใจกลาง ลอสแอนเจลิส เมื่อไม่กี่ปีก่อนนางคุกทำป้ายเล็กให้กับผมด้วยคำพูดของชาร์ลสตูด ผมมองดูป้ายนี้ทุกวัน มันพูดว่า

“แค่ชีวิตเดียว
   และทำเพื่อพระคริสต์เท่านั้น
นี่คือสิ่งสุดท้าย”
      – C. T. Studd

และพระเยซูตรัสให้กับเราทั้งหลายว่า

“พระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า “ถ้าผู้ใดใคร่จะตามเรามา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง และรับกางเขนของตนแบกทุกวัน และตามเรามาเพราะว่าผู้ใดใคร่จะเอาชีวิตรอด ผู้นั้นจะเสียชีวิต แต่ผู้ใดจะเสียชีวิตเพราะเห็นแก่เรา ผู้นั้นจะได้ชีวิตรอด” (ลูกา 9:23-24)

เราต้องมีคริสตจักรที่เต็มไปด้วยสาวกของพระเยซูคริสต์ ถ้าเราต้องการช่วยคนหนุ่มสาวบางคนและฝึกพวกเขาให้กลายเป็นสาวกของพระเยซูด้วยกัน โปรดยืนและร้องเพลงนมัสการบทที่ 2 “More Love to Thee”

โอ้พระเยซูคริสต์ ข้าพระองค์รักพระองค์มากขึ้น!
   สดับฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์
นี่คือคำทูลขอของข้าพระองค์คือรักพระคริสต์มากขึ้น
   รักพระองค์มากยิ่งขึ้น รักพระองค์มากยิ่งขึ้น!

ครั้งหนึ่งข้าฯปรารถนาความสุขสันติภาพและความสงบทางโลก
   ตอนนี้สิ่งเดียวที่ข้าฯแสวงหาคือสิ่งที่ดีที่สุด
นี่คือคำทูลขอของข้าพระองค์คือรักพระคริสต์มากขึ้น
   รักพระองค์มากยิ่งขึ้น รักพระองค์มากยิ่งขึ้น!

ข้าพระองค์จะสรรสเริญพระองค์ตราบเท่าชีวิตจะให่ไม่
   นี่คือสิ่งร้องออกมาจากใจของข้าพระองคื
นี่คือคำทูลขอของข้าพระองค์คือรักพระคริสต์มากขึ้น
   รักพระองค์มากยิ่งขึ้น รักพระองค์มากยิ่งขึ้น!
(“More Love to Thee,” Elizabeth P. Prentiss, 1818-1878)

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

ร้องเพลงเดี่ยวก่อนเทศนาโดย ผป. เบนจามิน คินเคด กรี่ฟีท:
“More Love to Thee” (Elizabeth P. Prentiss, 1818-1878).