Print Sermon

เป้าหมายของเว็ปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง และมากกว่า 221 ประเทศในแต่ละปี โปรดไปอ่านได้ที www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และหลังจากนั้นคนเหล่านั้นก็จะย้ายจากดู YouTube มาอ่านเว็บไซต์ของเรา YouTube นำคนมาที่เว็บไซต์ของเรา บทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 46 ภาษา และมีคนอ่านในคอมพิวเตอร์มากถึง 120,000 ทุก ๆ เดือน บทเทศนาต้นฉบับนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ อนุญาตให้นักเทศนาสามารถนำไปใช้เทศน์ได้ นอกจากนี้ยังมีในรูปแบบวีดีโอเป็นร้อย ๆ ซึ่งเทศน์โดย ดร. ไฮเมอร์ส และนักศึกษาของท่าน บทเทศนาต้นฉบับไม่สงวน แต่จะสงวนเฉพาะในรูปแบบวีดีโอ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




นิมิตแห่งการฟื้นฟู

A VISION OF REVIVAL
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, July 3, 2016


กรุณาเปิดพระคัมภีร์ไปที่ อิสยาห์ 64:1 ซึ่งอยู่ในหน้าที่ 768 ของพระคัมภีร์ฉบับ Scofield Study Bible

“โอ ถ้าหากว่าพระองค์จะทรงแหวกฟ้าสวรรค์เสด็จลงมาได้หนอ เพื่อภูเขาจะไหลลงมาต่อพระพักตร์พระองค์ ดังเมื่อไฟที่ทำให้ละลายไหม้อยู่ และไฟกระทำให้น้ำเดือด เพื่อให้พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จักแก่ปฏิปักษ์ของพระองค์ เพื่อบรรดาประชาชาติจะสะเทือนต่อพระพักตร์พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำสิ่งน่ากลัวที่พวกข้าพระองค์คาดไม่ถึง พระองค์เสด็จลงมา ภูเขาก็เคลื่อนที่ลงมาต่อพระพักตร์พระองค์ โอ ข้าแต่พระเจ้า ตั้งแต่เริ่มแรกของโลก ไม่มีผู้ใดได้ยิน หรือทราบด้วยหู หรือตาได้เห็น สิ่งทั้งหลายซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้เพื่อบรรดาผู้ที่รอคอยพระองค์ นอกเหนือพระองค์” (อิสยาห์ 64:1-4)

อาเมน พวกคุณนั่งลงได้

การฟื้นฟูมักจะมาก่อนให้กับผู้ที่กลับใจใหม่แล้ว แต่พวกเขาไม่ได้มีการรับรู้การทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของพวกเขาอย่างแท้จริง พวกเขาไปคริสตจักรแบบตามธรรมเนียม แต่ไม่ได้มีการรับรู้การทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของพวกเขาอย่างแท้จริง พวกเขาอธิษฐานแต่มันเป็นเพียงความรู้สึกว่านั่นเป็นเหมือนแค่การพูด พวกเขารู้สึกว่าพระเจ้าไม่ได้ยินพวกเขาจริงๆ พวกเขาไม่รู้สึกว่าคำอธิษฐานของเขานั้นจะได้รับการทรงตอบ พวกเขาไม่รู้สึกว่าพระเจ้าจะฟังพวกเขา แม้ว่าพวกเขาอธิษฐานค่อนข้างดีเยี่ยมเวลาอยู่ในห้องประชุมก็ตาม การอธิษฐานนั้นสามารถพูดถ้อยคำที่น่าฟัง แต่ภายในของพวกเขานั้นไม่ใช่สนทนากับพระเจ้า สิ่งที่เห็นบ่อยๆในการฟื้นฟูผู้นำอธิษฐานจะมีพลังอันยิ่งใหญ่สิ่งแรกที่รับรู้คือพวกเขา "บาปของเจ้าทั้งหลาย [พวกเขา] ได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน ว่าเขาจะไม่ได้ยินคำว่า" (อิสยาห์ 59: 2)

การฟื้นฟูเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อผู้นำบางคนที่เป็นคริสเตียนที่ดีรู้สึกว่าบาปของเขา ได้ทำให้เขาสูญเสียความบริสุทธิ์และการทรงสถิตของพระเจ้า ในเวลาที่ผมจะอ่านเรื่องราวของการฟื้นฟูดีๆนั้น เริ่มต้นอย่างไร? ความจริงเริ่มต้นที่การประชุมอธิษฐานในคืนวันเสาร์ อธิษฐานปกติ แต่ความรู้สึกของการการทรงสถิตของพระเจ้านั้นไม่มีในห้องอธิษฐาน "จากนั้นมีผู้รับใช้ท่านหนึ่งล้มลงและร้องไห้ นี่เป็นสิ่งที่ผิดปกติอย่างมาก" เขาสารภาพต่อฟน้าที่ประชุม "ว่าเขามีใจที่แข็งกระด้าน" ในขณะที่เขาพูดและร้องไห้และก็ "มีคนอื่นร้องไห้คร่ำครวญส่งเสียงพึมพัม ... ทั่วในที่ประชุม" คนเหล่านี้ล้วนกลับใจใหม่แล้ว แต่จากการสารภาพของผู้รับใช้ท่าสนี้ทำให้ทุกคนต่างรู้พวกเขาเองก็เป็นคนที่มีใจแข็งกระด้าน "การประชุมขยายเวลาไปจนถึงตี 2:00 ... และจุดนี้เองที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จลงมาในที่ประชุม"

ตอนที่ผมพูดถึงการฟื้นฟู พวกคุณบางคนที่อยู่ที่นี่มาหลายปีไม่ต้องการที่จะได้ยินมันอีก นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่เคยเห็นการฟื้นฟูและไม่ทราบว่าเรากำลังขาดบางอย่างไป จอห์น คาเกน บอกผมว่า ที่ผมอยากให้มีการฟื้นฟูเพราะผมสามารถ "ลิ้มรสมันแล้ว" ผมเห็นการฟื้นฟูและผมก็ชอบ "รส" ของมันและอยากให้ลองอีกครั้ง คุณไม่เคยลิ้มรสมัน คุณจึงคิดว่า "อาจารย์กำลังพูดถึงอะไร? ทำไมเขาถึงพูดถึงการฟื้นฟูตลอดเวลา? "ถ้าคุณได้ลิ้มรสชาติของมันแล้ว คุณก็จะต้องการมันเช่นกัน ไม่นานคุณคุณก็จะสัมผัสกับการทรงสถิตของพระเจ้าท่ามกลางพวกเรา

เช้านี้ผมเทศน์เรื่อง "แบ๊บติสตเทเบอร์นาเคอใหม่" แต่เราไม่สามารถสร้างคริสตจักรใหม่โดยการเปลี่ยนแค่บางอย่างเหมือนเป็น "เครื่องจักร" ของคริสตจักร เราจะต้องมีชีวิตใหม่! และชีวิตใหม่สามารถมาจากพระเจ้าเท่านั้น ดร. เอ ดับบลิว โทเซอร์ กล่าวว่า "พระเจ้าประทานชีวิต แต่นั่นไม่ใช่ว่าการทำให้ชีวิตเก่าดีขึ้น แต่ผู้นั้นมีชีวิตเพราะเป็นขึ้นมาจากความตาย ... ชีวิตของเราดำเนินในพระเจ้าต่อเนื่องและขึ้นอยู่กับพระเจ้าเท่านั้น เพราะพระองค์ทรงเป็นแหล่งหรือบ่อเกิดน้ำพุแห่งชีวิต" เราไม่สามารถมี "แบ๊บติสตเทเบอร์นาเคอ “ใหม่” จนกว่าใจของเราได้รับการปรับปรุงใหม่ สร้างใหม่และเป็นที่ทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า นี่คือคำหนึ่งที่อธิบายสิ่งนี้ คำนั้นคือการฟื้นฟู! คือการฟื้นฟูที่อิสยาห์กำลังอธิษฐานในพระธรรมของเรา

“โอ ถ้าหากว่าพระองค์จะทรงแหวกฟ้าสวรรค์เสด็จลงมาได้หนอ เพื่อภูเขาจะไหลลงมาต่อพระพักตร์พระองค์ ดังเมื่อไฟที่ทำให้ละลายไหม้อยู่ และไฟกระทำให้น้ำเดือด เพื่อให้พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จักแก่ปฏิปักษ์ของพระองค์ เพื่อบรรดาประชาชาติจะสะเทือนต่อพระพักตร์พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำสิ่งน่ากลัวที่พวกข้าพระองค์คาดไม่ถึง พระองค์เสด็จลงมา ภูเขาก็เคลื่อนที่ลงมาต่อพระพักตร์พระองค์ โอ ข้าแต่พระเจ้า ตั้งแต่เริ่มแรกของโลก ไม่มีผู้ใดได้ยิน หรือทราบด้วยหู หรือตาได้เห็น สิ่งทั้งหลายซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้เพื่อบรรดาผู้ที่รอคอยพระองค์ นอกเหนือพระองค์” (อิสยาห์ 64:1-4)

ผมไม่อาจที่จะหยุดร้องเพลงนี้ "ทรงเติมวิสัยทัศน์ของข้าฯให้เต็ม" ขณะที่ผมเดินไปรอบ ๆ สวนสาธารณะและอธิษฐาน ผมได้ร้องเพลงนี้ ในขณะที่ผมกำลังเตรียมบทเทศนานี้ผมก็ร้องเพลงนี้ ผร้องตลอดทั้งวัน และสิ่งสุดท้ายที่ผมทำก่อนเข้านอนคือร้องเพลงนี้

พระผู้ช่วยให้รอดข้าฯอธิษฐานขอเติมนิมิตของข้าพระองค์
     ในวันนี้ขอให้ข้าพระองค์เห็นพระเยซู
แม้ว่าจะผ่านหุบเขาพระองค์ก็ยังทรงนำ
     สง่าราศีของพระองค์อยู่ล้อมรอบข้าพระองค์
(“Fill All My Vision,” Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985)

ยืนขึ้นและร้องท่อนรับด้วยกัน

พระผู้ช่วยให้รอดข้าฯอธิษฐานขอเติมนิมิตของข้าพระองค์
     ในวันนี้ขอให้ข้าพระองค์เห็นพระเยซู
แม้ว่าจะผ่านหุบเขาพระองค์ก็ยังทรงนำ
     สง่าราศีของพระองค์อยู่ล้อมรอบข้าพระองค์

พวกคุณนั่งได้

อิสยาห์อธิษฐาน "โอ ถ้าหากว่าพระองค์จะทรงแหวก [การฉีกเขาเปิดกว้าง] ฟ้าสวรรค์เสด็จลงมาได้หนอ เพื่อภูเขาจะไหลลงมาต่อพระพักตร์พระองค์" (อิสยาห์ 64: 1) ดร. ลอยด์ โจนส์เรียกว่า "คำอธิษฐานที่ดีที่สุด [สำหรับ] การฟื้นฟู" (Martyn Lloyd-Jones, M.D., Revival, Crossway Books, 1992 edition, page 305)

ผมเสียใจที่ไม่ได้เก็บนิติยสารของการฟื้นฟูที่มาส่งมายังคริสตจักรแบ๊บติสจีนทืหนึ่งของผมที่ตั้งอยู่นคร ลอส แอนเจลิส เพราะมันสามารถใช้เป็นตัวอย่างเกี่ยวกับการอธิษฐานเผื่อ แต่เสียใจจริงๆที่ผมไม่ได้มันไว้ ที่ผมสามารถทำได้คือบอกพวกคุณถึงอีกการฟื้นฟูหนึ่งที่ค่อนข้างคล้ายกับการฟื้นฟูที่ผมเห็นที่คริสตจักรจีนในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 บทความนี้ถึกบันเขียนไว้โดย เดวิด เดวีส์ในปี 1989 ผมจะตัดตอนบางข้อความแบ่งปัยให้พวกคุณ เดวีส์ กล่าวว่า

     … นี่ไม่ได้เป็นการหาเสียงเกี่ยวกับการประกาศ และไม่ใช่เรื่องทั่วไปใดๆ การฟื้นฟูคือเมื่อพระเจ้าเสด็จลงมา

ท่านกล่าวว่า

     ผมเป็นผู้นำของหลายคริสตจักรในพื้นที่ของเรา พวกเขาเป็นคริสตจักรที่ยุ่งอยู่กับกิจกรรม เรามีการประชุมมาก ... .แต่ผู้คนกลับมีจิตใจที่เย็นชา พวกเขาไม่มีความกระตือรือร้นที่จะมาประชุมอธิษฐานอย่างที่แคยเป็น โดยไม่ต้องสงสัยรอดอยู่ที่นั่น และผู้คนก็กลับใจใหม่ แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป นักเทศน์คนหนึ่งบอกผมว่า "ภายนอกเหมือนเราดูดี" [ความคิดเห็นของผม: บางครั้งคุณเคยรู้สึกบ้างหรือเปล่าว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปในการนมัสการของเรา?]
     มีบางคนเคยหนุนใจผู้นำคริสตจักรให้ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มในแต่ละเดือน เราก็ทำ เราต่างทราบว่าไม่ได้ร้อนรนในพระเจ่า เรามารู้ว่าความสัมพันธ์ผิดปกติไป เราก็มาทราบซึ่งกันและกัน
     การฟื้นฟูที่แท้จริงเริ่มต้นในคืนวันเสาร์ที่มีการศึกษาพระคัมภีร์และการประชุมอธิษฐาน บางครั้งก็มีการศึกษาหนังสือกิจการ ถึงการนมัสการของของพระเจ้าในคริสตจักรยุคแรก นักเทศน์หมายคนกังวลว่าไม่มีเสรีภาพในการอธิษฐาน และการประชุมจะเย็นชา จากนั้นมีผู้รับใช้ท่านหนึ่งล้มลงและร้องไห้ นี่เป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก เขาบอกว่าเขามีใจที่แข็งกระด้าน สิ่งที่เขาพูดนั้นทำให้หลายคนได้ยิน - จากนั้นคนเหล่านั้นก็ร้องไห้คร่ำครวญไปทั่วที่ประชุม พวกเขาร้องไห้และอธิษฐาน ผมจำได้ว่าสเปอร์เจียนอธิษฐานว่า "พระเจ้าขอทรงส่งสง่าลงมา "พวกผู้นำพยายามปิดการการประชุม แต่ก็ไม่อาจทำได้ แต่กลับเลยไปจนถึงตีสอง”
     พี่ชายของผมเองเคยได้ยินเกี่ยวกับการฟื้นฟูและลุกมาต่อต้านเพราะเขาคิดว่าเป็นการแสดงออกทางอารมณ์มากเกินไป เขาเคยอธิษฐานเพื่อการฟื้นฟูและเขาบอกพระเจ้าว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ จากนั้นพระเจ้าตรัสว่าเขาเป็นที่เย็นชาเพราะใจหินและไม่เชื่อ และนั่นคือจุดที่พระวิญญาณเสด็จลงมายังที่ประชุม [ความคิดเห็นของผม: นั่นคือเมื่อพระเจ้าทรงทำลายใจที่แข็งกระด้าน เหมือนอย่างที่สเปอร์เจียนกล่าวว่าสง่าราศี”]

ศจ. เดวีส์กล่าวว่า

     ตอนนี้กลายว่าผมเริ่มสงสัย ผมเริ่มสองจิตสองใจตอนพี่ชายของผมใช้ภาษาที่รุนแรงอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น การฟื้นฟูก็เช่นกันมีแตกต่างกัน เพราะไม่ใช่การกระทำของมนุษย์ การฟื้นฟูเป็นเหมือนไฟไหม้พุ่มไม้หลายร้อยไมล์และคริสตจักรอื่น ๆก็ ได้สัมผัสด้วย
     นักเทศน์หนุ่มคนหนึ่งเทศนาได้ดีมากๆ แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นผมจึงร้องเพลงนมัสการบทสุดท้ายและปิดการประชุม ในขณะที่ๆประชุมกำลังเดินกลับบ้าน มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาข้างหน้าและร้องไห้ และมีเด็กสาวอีกคนกรีดร้องว่า "ฉันจะทำอย่างไรดี? ฉันจะทำอย่างไร? ฉันจะตกนรก!" ทันใดนั้นคนเหล่านั้นก็วิ่งกลับเข้ามาในคริสตจักร ต่อมาหญิงสาวคนนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็ง เพราะเธอถูกทำให้รับรู้ในบาปของตัวเอง ส่วนชายหนุ่มคนนั้นรับรู้ว่าเป็นคนที่ขี้อิจฉาในสิ่งเล็กๆน้อยๆทที่ทำให้เขามีแต่ความทุกข์
     ผมก็ให้คำปรึกษาให้กับผู้ที่ร้องไห้เพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อมีคนบอกผมว่าภรรยาของผมต้องการผมที่บ้าน ผมพบว่ามีคริสเตียนที่ดีคนหนึ่งล้มลงบนพื้น และดิ้นด้วยความทุกข์ทรมานและร้องไห้ "ฉันจะทำอย่างไรดี? ฉันจะทำอย่างไร? หลังจากนั้นเขาสารภาพบาปให้กับทุกคน และแล้วเขาก็มีความสุข "ใจของผมได้รับการชำระโดยพระโลหิตของพระเยซู" เราทุกคนกลับไปที่คริสตจักรเพื่อเข้าร่วมอีกประชุมหนึ่ง วันรุ่งขึ้นเป็นวันสารภาพต่อกันและกัน ทันใดนั้นพระเจ้าก็เสด็จจากสวรรค์ลงมา
     เราไม่อาจควบคุมตัวเองได้ พระเจ้าเป็นผู้ควบคุมและทุกอย่างอยู่ในลำดับที่สมบูรณ์แบบ ผมสังเกตเห็นว่าในวันแรกผู้นำของคริสตจักรได้รับการสัมผัส ในวันที่สองคนงานมาอยู่ภายใต้ความเชื่อ ในวันที่สามคือพวกผู้หญิง ในวันที่สี่นักเรียนชายและในวันที่ห้านักเรียนหญิง
     ในเวลานี้คือการฟื้นฟูเกิดท่ามกลางผู้คนที่กลับใจใหม่ คนที่ไม่เชื่อที่ได้รับการช่วยกู้ในช่วงเดือนแรกและเดือนที่สอง ที่ไม่เชื่อถูกบันทึกไว้เป็นครั้งแรกสองหรือสามเดือน พระเจ้าทรงชำระคริสตจักรก่อน จากนั้นก็ทรงค้นหาใจ บางคนมีความผิดบาปและซ่อนบาปนั้นมาเป็นเวลาหลายปี และพวกเขากลับรู้สึกว่าบาปเหล่านี้ไม่สำคัญใดๆ แต่พระเจ้าทรงทำงายในแต่ละคน นักนักเทศน์ที่แข็งแกร่งนั้นต้องสารภาพและร้องไห้ คนๆนี้นำหลายคนมาพบกับพระคริสต์ แต่เขากลับมาพบว่าตัวเองเป็นคนบาป และไม่สามารถพบกับสันติสุข จนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนสารภาพต่อคริสตจักร คำพูดของเขาเป็นเหมือนไฟฟ้าช็อต และ ณ เวลานั้นผู้คนในเมืองต่างกล่าวถึงพระเจ้า [ความคิดเห็นของผม: เมื่อคริสเตียนกล่าวแบบเปิดเผยต่อกันและกัน]
     บางครั้งความเชื่ออาจจะเป็นสิ่งที่น่ากลัว และผู้ที่สารภาพความผิดบาปอย่างเปิดเผยนั้น อาจจะกลับได้รับความทุกข์มากขึ้น ชายคนหนึ่งเดินผ่านออกไป มีผู้หญิงคนหนึ่งรู้สึกว่าเธออาจจะดูเหมือนเป็นคนบ้าหากออกไปเพราะความเชื่อ จนกว่าเธอจะสารภาพบาปของเธอต่อหน้าทุกคนก่อน นี่คือสิ่งที่ต้องชดใช้สำหรับบางคนที่พยายามซ่อนบาปของพวกเขาและต่อต้านพระเจ้า เมื่อชีวิตเก่าผ่านไปแล้ว ผลแห่งการฟื้นฟูกลายเป็นความบริสุทธิ์ ความอ่อนโยน และรักพระคัมภีร์และอธิษฐาน และความปลื้มปีติของคนที่เกิดจากการทำงานของพระเยซูคริสต์ [ความคิดเห็นของผม: เมื่อคริสเตียนถอดหน้ากากของพวกเขาออกและเผยความจริงต่อกันและกัน จากนั้นก็จะผลิตความอ่อนโยนและความรักใหม่ในคริสตจักร ความริษยา ความกลัวและอคติจะถูกแทนที่ด้วยความเห็นอกเห็นใจและความรักที่แท้จริงเป็นค่าตอบแทน]
     ทุกคนเข้าร่วมการประชุมซึ่งดำเนินเป็นเวลานาน มันไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับการประชุมที่เริ่มต้นที่ 6:30 น เช้าและไปจนถึงเที่ยง คนมีการพูดคุยกันรู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ ชายคนหนึ่งกล่าวว่า "เราดูเหมือนจะล้อมรอบไปด้วยการทรงสถิตของพระเจ้า" ผมเคยเข้าร่วมการประชุมที่พระเจ้าทรงสถิตอย่างแท้จริงจนคุณแทบจะไม่กล้านั่งบนเก้าอี้ ผมนึกถึงโยบ 42: 5 "ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์"
     ผู้คนอธิษฐานอย่างที่ไม่เคยทำอย่างนั้นมาก่อน พร้อมกันอธิษฐานเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในการฟื้นฟู แต่ดูเหมือนไม่ขึ้นกับสถานที่หรือไม่มีระเบียบ คนที่รักในการประกาศ ผู้คนที่ได้รับการช่วยกู้นับร้อยนับพัน [ความคิดเห็นของผม: ผมเห็นเรื่องนี้เกิดขึ้นในสองการฟื้นฟู]

ศจ. เดวีส์กล่าวว่า

         นั่นเป็นครั้งสุดท้ายหรือเปล่า? ผมได้เก็บไดอารี่นี้เป็นเวลาสิบแปดเดือนและฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าก็ยังคงมีอยู่ที่นั่น สามสิบปีต่อมาผู้นำของคริสตจักรได้รับพระพรโดยการฟื้นฟู แต่คนรุ่นใหม่ก็จำเป็นการฟื้นฟูให้กับพวกเขาเอง - เพราะว่า "และคนยุคนั้นทั้งสิ้นก็ถูกรวบรวมไปอยู่กับบรรพบุรุษของเขาทั้งหลายด้วย และอีกยุคหนึ่งก็เกิดขึ้นภายหลังพวกเขา ผู้ซึ่งไม่รู้จักพระเยโฮวาห์หรือพระราชกิจซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อคนอิสราเอล” (ผู้วินิจฉัย 2:10) แต่คุณไม่สามารถอธิษฐานขอให้กาฟื้นฟูมาถึงคริสตจักรของคุณได้ จนกว่าคุณยินดีที่จะได้ด้วยตัวคุณเอง - ถ้าเรา "สารภาพความผิดพลาด [เรา] หนึ่งไปยังอีกและจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน" (ยากอบ 5:16)สารภาพความผิด [ของเรา] ต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน” (ยากอบ 5:16)

นี่เป็นบทความจาก เดวิด เดวีส์ ผมได้เรียบเรียงใหม่ในบางข้อความ และเปลี่ยนบางคำเพื่อง่ายต่อการอ่านและเข้าใจ อ้างอจจงจาก ไบรอัน เอช เอ็ดเวิร์ด การฟื้นฟู หรืRevival! A People Saturated With God, Evangelical Press, 1991 edition, pp. 258-262

ศจ.เดวีส์กล่าวว่า "เมื่อพระเจ้าเสด็จมา การฟื้นฟูนั้นจะแตกต่างจากสิ่งที่คุณจินตนาการ ... การฟื้นฟูคือเมื่อพระเจ้าเสด็จลงมา เริ่มต้นเมื่อหนึ่งในผู้นำคริสตจักรล้มลงและร้องไห้ เขาอธิบายว่าเขามีใจที่แข็งกระด้านและในขณะที่เขาพูดอยู่นั้น ผู้คนทีกลับใจใหมแล้วต่างก็ร้องไห้คร่ำครวญและเสียใจ ผู้คนร้องไห้และอธิษฐานไปจนถึง 2:00 น หรือตีสอง"

นี่เป็นการฟื้นฟูที่คล้ายกับที่ผมเห็นที่คริสตจักรจีนแบ๊บติสชาวช่วงปลายทศวรรษ 1960 จุดหลังของการฟื้นฟูเป็นร้องไห้ อธิษฐานและสารภาพบาปต่อหน้าคนในคริสตจักรทั้งหมด ซึ่งแตกต่างจากการประชุมของพวกคาลิสเมติส หรือ เนเทคอสตอล เพราะไม่มีการพูด "ภาษาแปลกๆ" หรือการรักษาหรือเพลงพิเศษ ไม่มี "นมัสการ" เป็นเพียงการสารภาพบาปร้องไห้และให้อภัยต่อกันและกัน หลังจากนั้นหลายสัปดาห์คนที่ไม่เชื่อหลายคนมาและได้รับความรอด จอห์น คาเกน ถามผมว่าคนที่ไม่เชื่อไปที่นั่นได้อย่างไรกัน มันเป็นเรื่องยากสำหรับผมที่จะตอบ เพียงแต่ต่างคนต่างพาเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวไปกับพวกเขา ไม่มีการจัดเตรียมรถรับส่งใดๆ ในท้ายที่สุดมีคนประมาณ 2,000 เข้ามาที่คริสตจักรจีนและได้รับความรอด รับบัพติศมาและกลายเป็นสมาชิกคริสตจักรที่เข้มแข็ง หลายร้อยคนยังคงอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้! มีการสร้างคริสตจักรสี่แห่งใหม่และต่างได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์

“โอ ถ้าหากว่าพระองค์จะทรงแหวกฟ้าสวรรค์เสด็จลงมาได้หนอ เพื่อภูเขาจะไหลลงมาต่อพระพักตร์พระองค์ ดังเมื่อไฟที่ทำให้ละลายไหม้อยู่ และไฟกระทำให้น้ำเดือด เพื่อให้พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จักแก่ปฏิปักษ์ของพระองค์ เพื่อบรรดาประชาชาติจะสะเทือนต่อพระพักตร์พระองค์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำสิ่งน่ากลัวที่พวกข้าพระองค์คาดไม่ถึง พระองค์เสด็จลงมา ภูเขาก็เคลื่อนที่ลงมาต่อพระพักตร์พระองค์ โอ ข้าแต่พระเจ้า ตั้งแต่เริ่มแรกของโลก ไม่มีผู้ใดได้ยิน หรือทราบด้วยหู หรือตาได้เห็น สิ่งทั้งหลายซึ่งพระองค์ทรงเตรียมไว้เพื่อบรรดาผู้ที่รอคอยพระองค์ นอกเหนือพระองค์” (อิสยาห์ 64:1-4)

กรุณายืนขึ้นและร้องเพลงบทที่แปดด้วยกัน

พระผู้ช่วยให้รอดข้าฯอธิษฐานขอเติมนิมิตของข้าพระองค์
   ในวันนี้ขอให้ข้าพระองค์เห็นพระเยซู
แม้ว่าจะผ่านหุบเขาพระองค์ก็ยังทรงนำ
   สง่าราศีของพระองค์อยู่ล้อมรอบข้าพระองค์
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระองค์ทรงเต็มนิมิตของข้าฯให้เต็ม
   จนสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่ภายในข้าฯ

เติมนิมิตของข้าพระองค์ในทุกๆทาง
   สง่าราศีของพระองค์ดลจิตวิญญาณของข้าฯ
ความสมบูรณ์และความรักอันบริสุทธิ์ของพระองค์
   เหมือนน้ำจากเบื้องบนท่วมทางเดินของข้าฯ
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระเจ้าทรงเต็มนิมิตของข้าฯทั้งหมด
   จนมีสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์มีอยู่ภายในข้าฯ

เติมนิมิตของข้าฯจากความล้มเหลวเพราะความบาป
   เงาแห่งสว่างส่องแสงภายใน
ขอให้ข้าฯเห็นเพียงใบหน้าที่มีความสุขของพระองค์
   ทรงเลี้ยงจิตวิญญาณของข้าฯโดยพระคุณของพระองค์
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระเจ้าทรงเต็มนิมิตของข้าฯทั้งหมด
   จนมีสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์มีอยู่ภายในข้าฯ
(“Fill All My Vision,” Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985)

อย่าหยุดที่จะอธิษฐานให้พระเจ้าส่งการฟื้นฟูลงมา อย่าหยุดที่จะอธิษฐานให้พระเจ้าทรงแหวกฟ้าสวรรค์และลงมาในหมู่พวกเรา! อย่าหยุดที่จะอธิษฐานขอพระเจ้าทรงทำให้เรา "สารภาพความผิด [ของเรา]ต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อ [ท่าน] ทั้งหลายจะได้หายโรค” คำอธิษฐานด้วยใจร้อนรนอย่างเอาจริงเอาจังของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังมากทำให้เกิดผล (ยากอบ 5:16) ซึ่งเป็นคุณลักษณะของการฟื้นฟูอย่างที่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้ในประเทศจีนและส่วนอื่น ๆ ของโลกที่สาม อย่าหยุดที่จะอธิษฐานขอพระเจ้าที่เสด็จลงมาและรักษาใจของเราและประทานความรักและพลังใหม่ให้แบ๊บติสเทเบอร์นาเคล! ผมอยากให้ อารอน ยินซิ และ จอห์น คาเกน ยืนและนำเราอธิษฐานขอให้พระเจ้าเสด็จลงมาท่ามกลางพวกเรา อารอนเริ่มก่อนแล้วตามด้วย จอห์น มีใครอีกไหมที่อยากอธิษฐานด้วย? โปรดยืนอธิษฐาน!

พระเยซูคริสต์เสด็จลงมาสู่โลกทรงรับความทุกข์และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนคนบาป หากคุณยังไม่ได้รับความรอด คุณต้องหันหลังจากชีวิตสบาปและความเห็นแก่ตัวของคุณ คุณต้องกลับใจและวางใจพระเยซูพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า เพียงแต่พระองค์เท่านั้นที่ทรงสามารถล้างบาปของคุณทั้งหมดด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง และทรงสามารถช่วยให้คุณรอดจากเปลวไฟนรก เพียงพระเยซูเท่านั้นที่ทรงสามารถช่วยท่านให้รอดจากความผิดบาป หากคุณต้องการที่จะรับคำปรึกษาถึงเรื่องนี้ ให้คุณนัดหมายและพบกับ ดร. คาเกน ในคืนวันพฤหัสบดี คุณสามารถโทรศัพท์หาท่านเพื่อนัดหมาย หรือสามารถพูดคุยกับท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังการนมัสการนี้ อาเมน

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: อิสยาห์ 64:1-3.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟีท:
“Fill All My Vision” ( Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985).