Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




รอยฟกช้ำ การถูกโบยตี และแผลของพระคริสต์

(บทเทศนาตอนที่ 6 จากพระธรรมอิสยาห์)
JESUS WOUNDED, BRUISED AND BEATEN
(SERMON NUMBER 6 ON ISAIAH 53)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันเสาร์ของวันที่ 23 เดือน มีนาคม ค.ศ. 2013 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Saturday Evening, March 23, 2013

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)


คำว่าการรู้ตามภาษากรีกตามที่ปรากฎในพระธรรมโรมใช้แตกต่างกันซึ่งเป็นการพูดถึงบางอย่างและการมีความรู้ที่สมบูรญ์แบบ เราจะเห็นในพระธรรมโรม 1:21 ว่าคนสมัยก่อน “รู้จักพระเจ้า” คำว่า “รู้” ภาษากรีก คือพูดถึง “ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณหรือเทพนิยาย” (gnosis) หมายถึงพวกเขารู้เกี่ยวกับพระเจ้า ในที่นี้คือ “การได้รับความรู้” (epignosis) เป็นการย้ำหรือเน้นถึงความรู้แบบเรื่องวิญญาณ [ความรู้] เป็นการแสดงถึงความรู้แบบสมบูรณ์ซึ่งรับอิทธิพลโดยฤทธิ์อำนาจ (see W. E. Vine, An Expository Dictionary of New Testament Words, Revell, 1966, volume II, p. 301). ถึงแม้ว่าคนสมัยก่อนรู้เกี่ยวกับพระเจ้า (ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณหรือเทพนิยาย) พวกเขาก็ไม่มีความรู้แบบส่วนตัวถึงพระองค์ [การได้รับความรู้] พวกเขาไม่ได้รู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัว

เราสังเกตถึงอาหารมื้อสุดท้ายของพระคริสต์ พระธรรมโรมในบททนี้กำลังบอกเราถึงพวกคุณที่กำลังมองดูพวกเรารับขนมปังและน้ำองุ่นในพิธีศีลมหาสนิท แต่ตัวคุณไม่อาจเข้าร่วมและรับเพราะว่าคุณยังไม่ได้รับความรอด คุณรู้ว่าศีลมหาสนิทนั้นหมายถึงอะไร แต่คุณก็ไม่อาจเข้าใจว่าพระคริสต์คือใคร คุณมี “ความรู้” เกี่ยวกับเรื่องนี้ (“ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณหรือเทพนิยาย”) แต่รู้ไม่สามารถรู้พระคริสต์อย่างแท้จริง (การได้รับความรู้) คุณไม่จักกับพระคริสต์เป็นการส่วนตัว

และจากเนื้อหาของเรา จากภายนอกคุณอาจรู้จักกับคำนั้น แต่ภายในนั้นไม่รู้และจับต้องไม่ได้ ถึงความรู้ที่สมบูรณ์แบบนั้นแต่ต้องอาศัย “พลังอำนาจเป็นตัวผลักดัน” (เล่มเดียวกัน) ดังนั้น หน้าที่ของผมคือพนำพวกคุณให้เข้าใจความหมายที่แท้จริงถึงพระธรรมตอนนี้ เพื่อว่าจิตใต้สำนึกของคุณจะสามารถรับรู้และมีประสบการณ์ถึงพระคริสต์

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)

มีข้อหนึ่งที่คุณต้องเข้าใจถ้าคุณอยากที่จะกลับใจใหม่ ผมอธิษฐานเผื่อว่าคุณจะเอาความรู้ที่อยู่ในหัวของคุณมาวางใจในพระคริสต์ – ผู้ซึ่งสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของคุณ มีหลักสำคัญอยู่สามอย่างในที่นี้

I. หนึ่ง บาดแผลของพระคริสต์เพราะการล่วงละเมิดและดื้อดันทุรังของเรา

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา…(อิสยาห์ 53:5)

คำแรกคือ “แต่” เป็นการในทางตรงกันข้ามกับความคิดที่ผิดตามที่ปรากฎในตอนท้ายของข้อที่สี่ ว่าพระคริสต์สิ้นพระชนม์เพราะบาปของพระองค์เอง แต่ความจริงคือพระคริสต์สิ้นพระชนม์เพราะไถ่บาปของเรา ดร. เอ็ดเวิร์ด เจ ยัง กล่าวว่า นักศาสนศาสต์พระคัมภีร์เดิม และเพื่อของศิษยาภิลบาลของผมคือ ดร. ทิโทธี หลิน นักศาสนศาสตร์พระคมัภีร์เดิมเช่นกัน ดร. ยังกล่าวว่า “อีกคำหนึ่งที่เป็นคำสรรพนามคือ พระองค์ นั้นต้องมาเป็นอันดับแรก เพื่อบอกถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคนที่กำลังจะพินาศ พระองค์ทรงแบกบาปของคนบาป” (Edward J. Young, Ph.D., The Book of Isaiah, William B. Eerdmans Publishing Company, 1972, volume 3, p. 347).

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา…(อิสยาห์ 53:5)

คำว่า “ถูกบาดเจ็บ” นั้นสำคัญมากๆ ดร. ยัง กล่าวว่าในภาษาฮีบรู หมายความว่า “แทงทะลุ” และพวกเขาผ่านเข้าด้วยกันสู่ความตาย” (เล่มเดียวกัน) ในภาษาฮีบรูหมายความว่า “แทงทะลุ” “รู” (เล่มเดียวกัน) ซึ่งคำนี้ก็ปรากฏในพระธรรมเศคาริยาห์ 12:10 เช่นกัน

“เขาทั้งหลายจะมองดูเราผู้ซึ่งเขาเองได้แทง” (เศคาริยาห์ 12:10)

นี่คือการทำนายล่วงหน้าถึงพระเยซู ผู้ที่ถูดแทงจนทะลุโดยมงกุฏหนามและตะปูบนไม้กางเขน และสีข้างของพระองค์ถูกแทงด้วยหอกของทหารโรมัน ยอห์นบอกพวกเราว่า

“แต่ทหารคนหนึ่งเอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์ และโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที…เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อข้อพระคัมภีร์จะสำเร็จ…[ซึ่งว่า] เขาทั้งหลายจะมองดูพระองค์ผู้ซึ่งเขาเองได้แทง” (ยอห์น 19:34, 36, 37).

และข้อนี้กล่าวต่อว่า “ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา …” (อิสยาห์ 53:5) ภาษาฮีบรูคำว่า “ฟกช้ำ” หมายถึง “ถูกกระแทก” (ยัง เล่มเดียวกัน) การถูกกระแทกและฟกช้ำเริ่มที่สวนเกทเสมเน คืนก่อนที่พระองค์จะถูกตรึง พระเยซูคริสตืคือ

“พระเสโท…ของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่”
          (ลูกา 22:24)

ในสวนเกทเสมเน พระองค์ถูกกระแทกเพราะบาปของเรา ซึ่งตกลงมาที่พระองค์

สองสามชั่วโมงผ่านมา พระองค์ร่างกายของพระองค์ฟกซ้ำและถูกเฆี่ยน ก่อนที่พระองค์จะถูกตรึงที่กางเขน แต่ความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือความบาปของเราตกลงมาที่พระองค์ อย่างที่เปโตรกล่าวไว้

“พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้น”
         ( 1 เปโตร 2:24)

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา…(อิสยาห์ 53:5)

ดร. Isaac Watts กล่าวไว้ชัดเจนในบทเพลงขอลท่านว่า

มันเป็นความผิดที่ฉันเคยทำมา
   พระองค์ทรงร้องอยู่บนต้นไม้?
ตื่นตาตื่นใจสงสาร! พระคุณที่ไม่ทราบ
   และความรักเหนือสิ่งอื่นใด!

รวมทั้งดวงอาทิตย์ที่ซ่อนในความมืด,
   และปิดบังสง่าราศีของพระองค์
เมื่อพระคริสต์ พระผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ทรงสิ้นพระชนม์
   เพื่อคนที่เกิดมาเพราะบาป
(“Alas! And Did My Saviour Bleed?” by Isaac Watts, D.D., 1674-1748).

II. สอง พระคริสต์ถูกลงโทษแทนที่ของเรา

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน…” (อิสยาห์ 53:5)

, ผมอ่านข้อนี้มาหลายปีแล้วยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่าคืออะไร ดร. Delitzsch แปลว่า “การสิ้นพระชนม์นั้นนำสันติสุขมาให้เรา” (C. F. Keil and F. Delitzsch, Commentary on the Old Testament, Eerdmans Publishing Company, 1973 reprint, volume VII, p. 319). นั่นคือความสุขของเรา…ชีวิตการเป็นอยู่ของเรา พระพรของเรา เพราะการทนทุกข์นี้…แผล” (เล่มเดียวกัน) คำว่า “เฆี่ยนตี” [ลงโทษ] ที่ตกที่ [พระคริสต์] คือเป้าหมายคือการบรรเทาพระพิโรธของพระเจ้า” (ยัง เล่มเดียวกัน หน้า 349) การพิพากษาของพระเจ้าตกลงมาที่พระคริสต์ – การบรรเทาพระพิโรธของพระเจ้ามายังบาป ดร. จอห์น กิลล์ กล่าวตามหนังสืออรรถธิบายในยุคสมัยใหม่ใช้กัน ตอนที่ท่านกล่าวว่า

การลงโทษตกลงที่พระองค์ นั่นเพราะการลงโทษบาปของเรา เพื่อสันติสุขของเราและการกลับคืนดีกับพระเจ้า…โดยทำให้พระพิโรธของพระเจ้าลงมาที่พระองค์ และทรงสร้างสันติสุข(John Gill, D.D., An Exposition of the Old Testament, The Baptist Standard Bearer, 1989 reprint, vol. I, p. 312).

อาจารย์เปาโลกล่าวว่าพระคริสต์ทรงกระทำให้ “พระพิโรธ” ของพระเจ้าไม่ตกลงมาถึงเรา

“พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นบาปแล้ว พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา โดยความเชื่อในพระโลหิตของพระองค์” (โรม 3:24-25)

Albert Midlane อธิบายว่าสิ่งที่อาจารย์กล่าวนั้นหมายถึง “พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นพระพิโรธ” ในบทเพลงท่าน กรีฟฟี่ ร้องก่อนที่จะมีการเทศนา

ไม่มีภาษาไหนที่จะบรรยายถึงพระพิโรธ
   ที่กำลังจะตกลงมาที่ฉัน
ความบาปนั้น พระองค์ทรงแบกออกไป
   ช่วยคนบาปให้มีอิสระ

ไม่มีสักหยดเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่
   “‘พระองค์ทรงร้องว่าง’ สำเร็จแล้ว
พระองค์ทรงดื่มความข่มขื่นหยดสุดท้าย
   นั้นคือแก้วแห่งพระพิโรธ
(“The Cup of Wrath” by Albert Midlane, 1825-1909).

พระคริสต์ทรงถูกลงโทษแทนที่ของเรา เพราะเหตุพระพิโรธของพระเจ้าที่ลงยังบาปของเรา

“การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)

III. สาม พระคริสต์ทรงรักษาบาปของเราจากรอยฟกช้ำของพระองค์

กรุณายืนขึ้นและอ่านดังๆ และให้ดูไปที่ประโยคที่ว่า “และที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี”

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)

นั่งลงได้

“และที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” คำว่า “ฟกช้ำ” ในภาษาฮีบรูหมายถึง “รอยแผล” (ฉบับ strong) ถูกใช้โดยเปโตร แปลว่า “ฟกช้ำ” หมายถึง “เครื่องหมายเป่า” (ฉบับ strong) ผมเชื่อคำเหล่านี้ “ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” ในพระธรรมอิสยาห์ 53:5 และ 1 เปโตร 2:24 อ้างอิงถึงบากแผลของพระเยซูคริสต์ ผมเชื่อมั่นว่านั่นคือการกล่าวถึงการทนทุกข์แสนสาหัสของพระคริสต์จากการกระทำของพวกทหาร เพราะคำสั่งของปีลาต เจ้าเมืองแห่งยูเดีย ก่อนที่พระองค์จะถูกนำไปตรึงที่กางเขน พระวัจนะกล่าวว่า

“ขณะนั้นปีลาตจึงให้เอาพระเยซูไปโบยตี” (ยอห์น 19:1).

“ท่านจึงปล่อยบารับบัสให้เขา และเมื่อท่านได้โบยตีพระเยซูแล้ว ท่านก็มอบพระองค์ให้ถูกตรึงที่กางเขน” (มัทธิว 27:26)

บางฉบับในภาษากรีกจะแปลว่า “บาดแผล” W. E. Vine กล่าวว่า นั่นเป็นการกล่าวถึง “บาปแผลของพระคริสต์ที่เกิดจากคำสั่งของปีลาต ภายใต้วิธีการเฆี่ยนตีแบบของชาวโรมันนั่นคนที่ถูกเฆี่ยนจะต้อง[ถอดเสื้อผ้า] และมัดติดไว้ที่โคนเสา…การเฆี่ยนตีใช้ [แส้] ที่ทำมาจากหนังสัตว์ น้ำหนักเท่ากับชิ้นกระดูกหรือตะกั่ว ซึ่งสามารถดึงเนื้อให้หลุดออกมาได้ทั้งตอนตีและดึงกลับ [เฆี่ยน] Eusebius (พงศวดาร) บันทึกเอาไว้ว่าบรรดาคนที่ยอมตายเพราะความเชื่อล้วนเสียชีวิตด้วยวิธีเดียวกันนี้ (W. E. Vine, An Expository Dictionary of New Testament Words, Fleming H. Revell Company, 1966 reprint, volume III, pp. 327, 328). คำว่า “เฆี่ยนตี” ที่ใช่กับพระคริสต์ที่อิสยาห์กล่าวล่วงหน้านั้นเป็รการการกล่าวถึงการทนทุกข์ของพระคริสต์ ท่านกล่าวว่า

“ดูเถิด เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และบุตรมนุษย์จะถูกทรยศให้อยู่กับพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และเขาเหล่านั้นจะปรับโทษท่านถึงตาย และจะมอบท่านไว้กับคนต่างชาติให้เยาะเย้ยเฆี่ยนตี และให้ตรึงไว้ที่กางเขน และวันที่สามท่านจึงจะกลับฟื้นขึ้นมาใหม่” (มัทธิว 20:18-19)

สเปอร์เจียนกล่าวถึงการถูกเฆี่ยนตีของพระคริสต์ไว้ดังนี้

ยืนหยัดจนกระทั่ง และเห็น [พระเยซู] อดอาหารถึง (ตึง] ถึง [หนึ่ง] ชาวโรมัน และบาดแผลจากการถูกเฆี่ยน ฟังถึงเรื่องราวหดหู่ใจเมื่อได้ยินก็ [น่ากลัวแล้ว] โลหิตได้หลั่งลงมาจากแผล จะสังเกตุถึงความเจ็บปวดของพระองค์ถึงเลือดที่หลั่งลงมาจากพระกายของพระองค์ เพราะรู้จิตวิญญาณของพระองค์ก็ถูกกระทำด้วย จนกระทั่งจิตใจของพระองค์เต็มไปด้วยแผล แต่นั่นเป็นเพราะพระองค์ทรงทำเพื่อเรา…จนใคร่ครวญถึงสิ่งเหล่านี้ และอธิษฐานว่าคุณและผมจะสามารถเข้าร่วมการทนทุกข์ของ [พระคริสต์] นี้จนกว่าหัวใจของเราจะละลายรวมกับความรักของพระองค์ (C. H. Spurgeon, “Christopathy,” The Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1976 reprint, volume XLIII, p. 13).

อีกครั้งหนึ่ง สเปอร์เจียนยังกล่าว่า การที่พระองค์ทรงถูกเฆี่ยนตีและตรึงที่กางเขนนั่นก็เพราะบาปของเรา เพื่อคุณและเพื่อฉัน พระคริสต์ถึงต้องทนทุกข์และถูกตรึงที่กางเขน สเปอร์เจียนกล่าวว่า

เราได้เข้าร่วมการทนทุกข์ของพระองค์ โอ้ เพื่อเราจะได้มีส่วนในการที่”พระองค์ทรงถูกโบยตีและเราก็ได้รับการรักษา” ท่านตบพระองค์ [ท่านตีพระองค์] เพื่อนที่รัก ท่านทำให้พระองค์มีบาดแผล ดังนั้นเราจะไม่หยุดยั้งจนกว่าท่านจะพูดว่า “เหตุที่พระองค์ทรงฟกช้ำเราจึงได้รับการรักษา” เราต่างก็ [รับรู้] ถึงการทนทุกข์ของคนๆหนึ่ง [พระคริสต์] ถ้าคุณอยากรับการรักษา [จากบาป] โดยการฟกช้ำของพระองค์ เราต้อง…วางมือของเราลงบนเครื่องบูชาที่ยิ่งใหญ่นี้ และเราก็ยอมรับว่า [การนี้สำเร็จก็เพื่อเรา] มันอาจจะดูไม่สวยงาม [น่าเกลียด) ที่ได้รู้ว่าพระคริสต์ทรงถูก [โบยตี] “แต่ก็รู้เพราะการนั้นทำให้เราได้รับการรักษา”…มันไม่จำเป็นที่จะกล่าวถึงการรักษา ถ้าเรื่องของบาปนั้นไม่ใช่โรคสำหรับพระเจ้า (เล่มเดียวหัน หน้า 14)…” “แต่ก็รู้ว่า“เพราะการฟกช้ำทำให้เราได้รับการรักษา”…นี่ไม่ใช่การกระทำที่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แตเป็นยาที่ [นำ] มาซึ่งทำให้จิตวิญญาณ [ของคุณ]เข้มแข็ง และ [สุข] สมบูรณ์ เพื่อในวาระสุดท้ายทุกคนจะต่อหน้าพระพักต์พระเจ้าอยู่ [บนสวรรค์] ชายคนนั้นจะร่วมร้องเพลงกับ [คนจำนวนมากมาย] “เพราะการฟกช้ำทำให้เราได้รับการรักษา” ขอพระเกียรต์จงมีแด่พระคริสต์! จอมราชันย์ และผู้ครอบครอง สมควรได้รับการสรรเสริญไปชั่วนิรันดร์ และขอให้ทุก [คนที่ได้รับการรักษาจากบาป] พูดว่า “อาเมน และ อาเมน” (เล่มเดียวกัน กน้า 21).

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)

เพียงแค่การรู้เฉยไม่สามารถช่วยคุณให้รอดได้ จนการทนทุกข์ของพระคริสต์ได้สัมผัสกับหัวใจของคุณและคุณกลับใขใหม่! ขอให้พระธรรมตอนนี้สัมผัสใจของคุณ ขอให้คำเหล่านี้ย้ายจิตวิญญาณของคุณไปกับพระคริสต์

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)

ขอให้คำเหล่านี้ย้ายจิตวิญญาณของไปวางใจในพระคริสต์ และได้รับการักษาจากบาป แล้วคุณก็จะพูดว่า เพราะการฟกช้ำนั้น ข้าพเจ้าจึงได้รับการรักษาจากการทรมาณเพราะบาป บัดนี้และสืบไป” อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยศิษยาภิบาล: อิสยาห์ 52:13-53:5
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“The Cup of Wrath” (by Albert Midlane, 1825-1909).


โครงร่างของ

รอยฟกช้ำ การถูกโบยตี และแผลของพระคริสต์

(บทเทศนาตอนที่ 6 จากพระธรรมอิสยาห์)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยาห์ 53:5)

(โรม 1:21, 28)

I.   หนึ่ง บาดแผลของพระคริสต์เพราะการล่วงละเมิดและดื้อดันทุรังของเรา
อิสยาห์ 53:5a; เศคาริยาห์ 12:10;
ยอห์น 19:34, 36, 37; ลูกา 22:44; I เปโตร 2:24.

II.  สอง พระคริสต์ถูกลงโทษแทนที่ของเรา อิสยาห์ 53:5ข;
โรม 3:24-25.

III. สาม พระคริสต์ทรงรักษาบาปของเราจากรอยฟกช้ำของพระองค์ อิสยาห์ 53:5c;
ยอห์น 19:1; มัทธิว 27:26; 20:18-19.