Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




คุณได้นัดหมายกับความตาย

YOUR APPOINTMENT WITH DEATH
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอรส์ จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนา ณ คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแองเจลิส
วันของพระเป็นเจ้า วันที่ 11 เดือน พฤษจิกายน 2012
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, November 11, 2012

“มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด”
(ฮีบรู 9:27).


หนึ่งในความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชั่วโมงนี้คือการเทศนาแบบเชิญชวญรับเชื่อ ตอนที่ผมยังเป็นเด็กคุณจะได้ยินเกือบทุกครั้ง สิ่งที่พบบ่อยมากที่สุดในโลกนี้คือได้ยินคนเทศนาเรื่องข่าวประเสริฐ นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการเทศนาในทุกวันนี้ แต่ก็มีสิ่งดีที่เรียกว่า "ร้องเพลง" และที่เรียกกันว่า "นมัสการ". มันเป็นการสร้างความบันเทิงให้กับหลายๆคริสตจักร แต่การเทศนาแบบเชิญชวนคนให้กลับใจใหม่ไม่ค่อยได้ยินบนธรรมาส์เลยในทุกวันนี้ มีเหตุผลหลายอย่างสำหรับเรื่องนี้ แต่ผมไม่สามารถกล่าวรายละเอียดได้ทั้งหมดในเช้าวันนี้ แต่ก็เพียงพอที่ผมจะให้คุณนั่นคือการเทศนาที่จะมีการเชิญชวนให้รับเชื่อกลับใจใหม่ ผมเชื่อว่า คริสเตียนที่บังเกิดใหม่แล้วทุกคนต้องการคำเทศนาเช่นนี้ - และอยากได้ยินบ่อยๆ ทำไมผมถึงบอกอย่างนั้น? เพราะการเทศนาแบบเชิญชวนนำเราเข้าถึงชีวิตและความตาย นอกจากนี้ยังเป็นการเทศนาที่ย้ำเตือยนเราถึงการมีชิวิตและความตายที่พระกิตติคุณได้กล่าวเอาไว้ และช่วยทำให้เราใกล้ชิดกับพระเยซูคริสต์ในยามที่ได้ยินคำเทศนาในเรื่องของข่าวประเสริฐ

คนที่หลงหายจำเป็นที่จะต้องได้ยินการเทศนาแบบเชิญชวนเช่นนี้ "การเทศนาแบบอรรถธิบาย" อย่างทีเรียกกัน ไมได้ช่วยให้ผู้ที่หลงหายรู้ถึงความบาปของพวกเขา และต้องการพระคริสต์ หนึ่งในคำตัดสินที่พระเจ้าได้ส่งมายังยุคแห่งบาปนี้คือไม่มีการการเทศนาแบบเชิญชวน ผู้เผยพระวัจนะอาโมส กล่าวว่า “ดูเถิด วันเวลาก็มาถึง เมื่อเราจะส่งทุพภิกขภัยมาที่แผ่นดิน ไม่ใช่การอดอาหาร หรือการกระหายน้ำ แต่จะอดฟังพระวจนะของพระเยโฮวาห์” (อาโมส 8:11) เขาไม่ได้พูดว่าจะมีความอดอยากในพระคำ แต่อดอยากในเรื่องของ "ได้ยินพระวัจนะของพระเจ้า." แมทธิวเฮนรี่กล่าวว่า "พวกเขาควรจะมีพระคัมภีร์ที่ถูกเขียนเอาไว้ มีไว้อ่าน แต่กลับไม่มีผู้รับใช้ ... ที่จะเทศน์ให้นำไปประยุกต์ใช้ให้กับชิวิตของพวกเขา ทางเดียวที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้ใจของมนุษย์คือโดยการเทศน์แบบเชิญชวน การสอนพระคัมภีร์ไม่สามารถทำได้อย่างนั้น ทางเดียวเท่านั้นที่ทำได้คือการเทศนาแบบเชิญชวน การเทศน์แบบนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ที่หลงหายไปและทำให้พวกเขาได้ยินพระวจนะของพระเจ้า และนั่นคือความหิวกระกายและอยากให้มีการเทศนาแบบเชิญชวนในทุกวันนี้! นั่นคือการตัดสินจากพระเจ้าให้กับประเทศและโลกของเรา

บทเทศนานี้ง่ายๆ และนั่นคือความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการเทศน์แบบเชิญชวนนั้นเป็นเรื่องจริงและง่าย ในความเป็นจริงการเทศน์แบบนี้ดัดแปลงมาจาก Simple Sermons on the Old-Time Religion, โดย ดร. ดับบลิวเฮอร์เชลฟอร์ด (Zondervan, 1972 ฉบับ 105-หน้า 112) มันเป็นเรื่องที่ง่ายเทศน์ตาย – เป็นบทเทศนาง่ายๆเกี่ยวกับความตาย – เป็นความตายที่ทุกคนที่ฟังผมเทศน์ในเช้านี้จะต้องเผชิญกับมัน

“มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด” (ฮีบรู 9:27)

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมอยู่ในซานฟรานซิสโก ผมไปที่นั่นเพื่อไปร่วมงานศพเพื่อนรักของผม เธอเสียชีวิตจากโรคมะเร็งไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ในขณะที่ผมเดินเข้ามาใกล้โลงศพของเธอผมสังเกตเห็นว่ามีคนได้ตกแต่งศพของเธอทาแป้งตามใบหน้าของเธอให้ดูเหมือนมีชีวิตจริง พวกเขาวางศพของเธอไว้ในโลงศพที่มีผ้าซาตินเรียงรายไปโดยรอบ พวกเขาได้วางดอกไม้ที่สวยงามไว้ทั่วทุกมุม พวกเขาทำหน้าที่ของตนได้ดีที่สุด แต่ความตายไม่ใช่สิ่งสวยงามเลย มันน่ากลัว อย่าให้ใครต้องบอกคุณว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือ! ความตายคือศัตรูของมนุษย์ พระคัมภีร์เรียกความตายว่า "ศัตรูตัวสุดท้าย" (1 โครินธ์ 15:26) และยังเป็นศัตรูคุณจะต้องเผชิญ เพราะว่า “มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด” (ฮีบรู 9:27) ในเมื่อคุณต้องเข้าไปสู่ความตาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณต้องรู้ว่าพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงความตายนั้นอย่างไรบ้าง

I. หนึ่ง พระคัมภีร์บอกถึงต้นกำเนิดของบาป

สวนเอเดนนั้นสวยงามสมบูรณ์แบบสำหรับคนที่จะอาศัยอยู่ ตอนที่บาปและความตายยังไม่เข้ามา แล้วพระเจ้าตรัสกับอดัมในสวนเอเดนนั้นว่า

“บรรดาต้นไม้ทุกอย่างในสวนเจ้ากินได้ทั้งหมด แต่ต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่วเจ้าอย่ากินผลจากต้นนั้นเป็นอันขาด เพราะว่าเจ้ากินในวันใด เจ้าจะตายแน่ในวันนั้น” (ปฐมกาล 2:16-17)

อดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า กินผลแห่งต้นไม้นั้น จิตวิญญาณของพวกเขาก็ตายทันใดนั้น และต่อมาร่างกายก็ตายตาม

พระเจ้าทรงเลือกเก้าคนนับจากอดัมจนถึงโนอาห์ เอโนคได้ขึ้นสวรรค์อย่างไม่ต้องตาย แต่สำหรับคนอื่นๆนั้นพระคัมภีร์บอกไว้อย่างไร “เขาตาย” “เขาตาย” “เขาตาย” “เขาตาย” “เขาตาย” “เขาตาย” “เขาตาย” “เขาตาย” พระเจ้ากำลังบอกพวกเรากับคำพูดที่ว่า “เจ้าจะต้องตาย” นั้นหมายความว่าอย่างไร แล้วถ้าอ่านประวัติของกษัตริย์ของอิสราเอลและยูดาห์ “พวกเขามีชีวิต…พวกเขาปกครอง…พวกเขาตาย” พระเจ้าตรัสกับโมเสส “ดูเถิด วันซึ่งเจ้าต้องตายก็ใกล้เข้ามาแล้ว” (เฉลยธรรมบัญัตติ 31:14) พระเจ้าตรัสกับกษัตริย์เฮเซคียาห์ว่า “เจ้าต้องตาย” (อิสยาห์ 38:1)

พระเยซูกล่าวถึงความตาย พระเยซูพูดถึงเศรษฐีหนุ่มที่ตายและลงไปที่นรก (ลูกา 16:19-31) พระองค์กล่าวถึงเศรษฐีหนุ่มตายในขณะที่กำลังหลับอยู่ (ลูกา 12:13-21) พระองค?กล่าวถึงพวกฟาริสีว่าพวกเขาต้องตายในความบาปของพวกเขา (ยอห์น 8:24)

พระคัมภีร์บอกเราว่าความตายเป็นเพราะการมาของบาป เมื่อชายคนแรกตายจากการทำบาป ก็ผ่านลงไปที่ลูกหลานของเขาทั้งหมด คุณและฉันมีเมล็ดพันธุ์แห่งความตายแล้วอยู่ในร่างกายของเรา ฟันผุ ผมที่เริ่มร่วงและเปลี่ยนสีขาว ดวงตาของเราเริ่มมองไม่เห็น เซลล์มะเร็งเริ่มก่อตัวขึ้นในกล้ามเนื้อของหัวใจ ความดันโลหิตสูงขึ้น ผมได้เห็นเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคอื่น ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม ความตายรออยู่ข้างหน้าคุณ “มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด” (ฮีบรู 9:27)

นักธุรกิจร้านขายดอกไม้มากมายตระเตรียมดอกไม้เพื่อตกแต่งในงานศพ พนักงานขายประกันชีวิตขายนโยบายของเขาเพื่อคนที่ตาย เดินข้ามทางสัญจร ต่างก็กล่าวกันว่าคนทุกเพศทุกวัยเสียชีวิตทุกปีเพราะการเกิดอุบัติเหตุ คนจำนวนมากฆ่าตัวตาย สถาปนิกในสมัยก่อนออกแบบบ้านจะเดินตามกฎนี้ "ทำประตูให้มีขนาดใหญ่พอที่จะให้โลงศพเข้าออกได้"

แต่คุณอาจจะพูดว่า "ข้อเท็จจริงทั้งหมดเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ฉันกลัวหรอก" พวกมันหลอนฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันได้ฝากความหวังของฉันไว้ที่พระคริสต์ผู้ซึ่งควบคุมความตาย แต่ถ้าคุณยังไม่ได้บังเกิดใหม่เป็คริสเตียนที่แท้จริง คุณควรต้องกลัว! ความตายคือจุดสิ้นสุดโอกาสทั้งหมดของของคุณที่จะได้รับการช่วยกู้ – ความตายกำลังคืบคลานเข้าหาคุณในเร็วๆนี้ โลงศพปูด้วยผ้าไหมของคุณรออยู่ในขณะนี้! ผมรู้ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งได้หัวเราะเยาะในขณะที่ได้ยินคำเทศนาของผมในเรื่องนี้ เขานั่งอยู่ที่ด้านหลังของโบสถ์อ่านหนังสือการ์ตูน และไม่สนใจที่จะอ่านพระคัมภีร์เล่มใหญ่ๆ สองสามวันต่อมาผมเห็นร่างกายอันเย็นเฉียบของเขานอนอยู่ในโลงศพ “มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด” (ฮีบรู 9:27) มีเพลงเก่าๆเพลงหนึ่งเขียนได้ดีมาก

เวลาช่วงประเดี๋ยวเดียวกำลังจะผ่านเลยไป
   กำลังจะผ่านตัวคุณและฉันไป
เงามืดเข้ามา เตียงแห่งความตายจะมาถึง
   มาให้กับคุณและสำหรับฉัน
จงกลับบ้าน จงกลับบ้าน เจ้าผู้เหน็ดเหนื่อย จงกลับบ้าน
   พระเยซูทรงเรียกอย่างเอาจริงเอาจัง
เสียงเรียก โอ้คนบาป จงกลับบ้านเถิด!
     (“Softly and Tenderly” โดย Will L. Thompson, 1847-1909).

II. สอง พระคัมภีร์บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังความตาย

สำหรับผู้ที่บังเกิดใหม่ถ้าตายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “เรามีความมั่นใจ” และ “เราปรารถนาจะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้ามากกว่าอยู่ในร่างกายนี้” (2 โครินธ์ 5:8) ตอนที่คริสเตียนเสียชีวิต ร่างกายของเขาจะกลับไปเป็นดิน แต่จิตวิญญาณ (วิญญาณของเขา) ไปอยู่กับพระเจ้า พระเยซูตรัสให้กับนักโทษคนหนึ่งว่า “เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” (ลกา 23:43) ความตายทำอะไรไม่ได้ให้กับคริสเตียนที่บังเกิดใหม่แล้ว วันศุกร์ที่ผ่านมาตอนที่เราไปร่วมงานศพของหญิงคนหนึ่ง เราได้ไปเยี่ยมเธอตอนยังมีชีวิตอยู่และรู้ว่าต้องตายด้วยโรคมะเร็งไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านั้น เธอชื่นชมยินดีและหัวเราะเป็นอย่างมาก เราสังเกตุเห็นสันติสุขในตัวเธอเหตุที่เธอคือคริสเตียนที่กลับใจใหม่แล้วจริงๆ ผมได้รับโอกาสอ่านประวัติของเธอต่อหน้าคนมากมายที่มาร่วมงานศพในวันนั้น คือวันศุกร์ที่ผ่านมานี้เอง

ในทางตรงกันข้ามจะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ที่ยังไม่ได้กลับใจใหม่? ในพระธรรมลูกาบทที่หก เราอ่านด้วยกัน “อยู่มาคนขอทานนั้นตายและเหล่าทูตสวรรค์ได้นำเขาไปไว้ที่อกของอับราฮัม ฝ่ายเศรษฐีนั้นก็ตายด้วย และเขาก็ฝังไว้ แล้วเมื่ออยู่ในนรกเป็นทุกข์ทรมานยิ่งนัก เศรษฐีนั้นจึงแหงนดูเห็นอับราฮัมอยู่แต่ไกล และลาซารัสอยู่ที่อกของท่าน” (ลูกา 16:22, 23) การทนทุกร์ทรมานอยู่ในนรกหลังจากการตายของผู้ที่ปฏิเสธพระคริสต์และจะไม่ได้บังเกิดใหม่ ร่างกายของพวกเขาลงไปที่หลุมฝังศพ แต่วิญญาณของพวกเขาไปยังสถานที่ต้องทนทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร พระเยซูตรัสว่า “และพวกเหล่านี้จะต้องออกไปรับโทษอยู่เป็นนิตย์ แต่ผู้ชอบธรรมจะเข้าสู่ชีวิตนิรันดร์” (มัทธิว 25:46) แต่คนขลาด “คนไม่เชื่อ คนที่น่าสะอิดสะเอียน ฆาตกร คนล่วงประเวณี คนใช้เวทมนตร์ คนไหว้รูปเคารพ และคนทั้งปวงที่พูดมุสานั้น จะได้รับส่วนของตนในบึงที่เผาไหม้ด้วยไฟและกำมะถัน นั่นคือความตายครั้งที่สอง” (วิวรณ์ 21:8) และควันแห่งการทรมานของเขาพลุ่งขึ้นตลอดไปเป็นนิตย์ และผู้ที่บูชาสัตว์ร้ายและรูปของมัน และผู้ใดก็ตามที่รับเครื่องหมายชื่อของมันจะไม่มีการพักผ่อนเลยทั้งกลางวันและกลางคืน” (วิวรณ์ 14:11)

หลังจากตายแล้วยังมีโอกาสอื่นอีกหรือเปล่า? พระวัจนะบอกชัดเจนว่า “ไม” อับราฮัมบอกชายผู้ที่อยู่ในนรกนั้นว่า

“นอกจากนั้น ระหว่างพวกเรากับพวกเจ้ามีเหวใหญ่ตั้งขวางอยู่ เพื่อว่าถ้าผู้ใดปรารถนาจะข้ามไปจากที่นี่ถึงเจ้าก็ไม่ได้ หรือถ้าจะข้ามจากที่นั่นมาถึงเราก็ไม่ได้” (ลูกา 16:26)

คนที่ไม่เชื่อจะอยู่อีกด้านหนึ่งระหว่างสวรรค์และนรกไปในชั่วนิรันดร์ พระเจ้าเรียกให้คุณมาหาพระองค์ในเวลานี้ หลังจากตายแล้วจะไม่มีโอกาสอย่างนี้อีกตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์

III. สาม พระคัมภีร์เตือนเรื่องเสียชีวิตอย่างทันทีทันใด

มีมากกว่าครึ่งที่คนเสียชีวิตอย่างทันทีทันใด เช่นอุบัติเหตุทางรถยนตร์ การมาตกรรม การฆ่าตัวตาย และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัง สานมากที่คนที่เสียชีวิตเหล่านยังไม่ได้กลับใจใหม่ และวางใจในพระคริสต์ พวกเขาต้องไปเผชิญหน้ากับพระเจ้าอย่างไม่ได้เตรียมตัว พระวัจนะตรัสว่า

“บุคคลที่ถูกตักเตือนบ่อยๆ แต่ยังทำคอแข็ง ประเดี๋ยวจะถูกทำลาย จึงรักษาไม่ได้” (สุภาษิต 29:1)

ผมเทศนามาแล้วกว่า 55 ปี ครั้งแล้วครั้งเล่า ปีแล้วปีเล่า ที่ผมพบเจอผู้คนทีเสียชีวิตแบบกระทันหันโดยที่ไม่ได้เตรียมที่จะไปพบพระเจ้า ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมถูกเชิญให้ไปเทศนาในงานศพที่ผู้เสียชีวิตนั้นไม่ได้รับการช่วยกู้ จึงเป็นสิ่งที่ลำบากมากสำหรับการเทศนาในแต่ละครั้งนั้น เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ความหวังใดๆให้กับญาติพี่น้องของคนที่เสียชีวิตนั้น สิ่งที่ผมทำได้คือเทศนาเรื่องข่าวประเสริฐให้กับคนที่ยังมีชิวิตอยู่เท่านั้น

ถ้าคุณจะต้องตายอย่างกระทันหันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อะไรจะเกิดให้กับคุณ? คุณสามารถที่จะพูดเหมือนอย่างอาจารย์เปาโลที่ว่า “การมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์ และการตายก็ได้กำไร” (ฟีลิปปี 1:21) หรือคุณต้องไปที่ๆไร้สิ้นความหวังที่ไม่มีพระคริสต์? มันอาจจะเป็นสวรรค์หรือนรกให้กับคุณ? นี่เป็นคำถามที่ถามอย่างเอาจริงเอาจัง อย่างที่คุณไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน เป็นเพราะว่า “มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด” (สดุดี 9:27)

พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของคุณ พระโลหิตของพระองค์ชำระทุกความผิดบาปของคุณ พระกายของพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและทรงมีชีวิตนิรันดร์ แต่คุณต้องถูกกระทำให้รู้สึกถึงบาปของตน และต้องกรพระคริสต์ คุณต้องหันหลังให้กัลการเห็นแก่ตัว และบาปของคุณ คุณต้องมาหาพระคริสต์ด้วยท่าทีที่รับการกลับใจใหม่ ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นให้กับคุณ นั่นแหละคือความหวัง ถ้าไม่เช่นนั้น คุณก็จะไม่มีความหวัง-ใดๆเลย ดังนั้น ผมอยากแนะนำให้คุณจงมานมัสการในทุกวันอาทิตย์ไม่ว่าช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อฟังพระกิตติคุณ มีพี่น้องคริสเตียนที่พร้อมจะอธิฐานเผื่อคุณ เข้ามาสามัคคีธรรมกับคนในคริสตจักร และมีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ และคริสตจักร พระวัจนะกล่าวว่า

“คือว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาในโลกเพื่อจะได้ทรงช่วยคนบาปให้รอด” (1 ทิโมธี 1:15)

เราอธิษฐานเพื่อคุณจะเป็นหนึ่งบุคคลที่ได้รับการช่วยกู้โดยพระคริสต์จากการไร้สิ้นหวังและความตาย อาเมน

ผมอยากจะเชิญชวญคุณให้ออกมข้างหน้าที่ธรรมาส์นี้ ถ้าคุณยังไม่มั่นใจว่าคุณได้รับการช่วยกู้แล้ว ตอนที่พวกท่านมา ดร. คาเกนจะนำพวกท่านไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อให้ความรู้เพิ่มเติม และอธิษฐานเผื่อ และเอาหนังสือให้ท่านได้อ่าน กรุณาเปิดไปที่เพลงบทที่เจ็ด ขณะที่เรากำลังร้องเพลงนี้กรุณาเดินออกจากที่นั่งของท่านที่ข้างหน้าอย่ากรวบเร็ว

พระเยซูทรงเรียกด้วยเสียงแผ่วเบาและนุ่มนวล
   เรียกคุณและฉัน
มองที่ประตูพระองค์ทรงรอคอยและเฝ้าดู
   เฝ้าดูคุณและฉัน
จงกลับบ้าน จงกลับบ้าน เจ้าผู้เหน็ดเหนื่อย จงกลับบ้าน;
   พระเยซูทรงเรียกอย่างจริงจัง, และแท้จริง
เสียงเรียก โอ้คนบาป จงกลับบ้าน!

ในยามที่พระเยซูเรียก ทำไมเราจึงชักช้า
   ใช่ทรงเรียกคุณและฉันหรือไม่?
ทำไมเราอ้อยอิ่งและไม่สนใจควมเมตตาของพระองค์
   ใช่ทรงเมตตาคุณและฉันหรือไม่?
จงกลับบ้าน จงกลับบ้าน เจ้าผู้เหน็ดเหนื่อย จงกลับบ้าน;
   พระเยซูทรงเรียกอย่างจริงจัง, และแท้จริง
เสียงเรียก โอ้คนบาป จงกลับบ้าน!

เวลาช่วงประเดี๋ยวเดียวกำลังจะผ่านเลยไป,
   กำลังจะผ่านตัวคุณและฉันไป;
เงามืดเข้ามา เตียงแห่งความตายจะมาถึง
   มาให้กับคุณและสำหรับฉัน
จงกลับบ้าน จงกลับบ้าน เจ้าผู้เหน็ดเหนื่อย จงกลับบ้าน;
   พระเยซูทรงเรียกอย่างจริงจัง, และแท้จริง
เสียงเรียก โอ้คนบาป จงกลับบ้าน!

โอ้ ความรักแสนประเสริฐที่พระองค์ได้ให้คำมั่นสัญญา
   คือสัญญาสำหรับคุณและสำหรับฉัน!
แม้ว่าเราจะทำบาป พระองค์มีความเมตตาและให้อภัย
   อภัยบาปให้คุณและฉัน
จงกลับบ้าน จงกลับบ้าน เจ้าผู้เหน็ดเหนื่อย จงกลับบ้าน;
   พระเยซูทรงเรียกอย่างจริงจัง, และแท้จริง
เสียงเรียก โอ้คนบาป จงกลับบ้านเถิด!
    (“Softly and Tenderly” โดย Will L. Thompson, 1847-1909).

ดร. ชาน กรุณามาข้างหน้า และอธิษฐานเผื่อคนเหล่านี้ในเช้านี้ (อธิษฐาน)

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยนายคยูดงลี: ฮีบรู 9:24-28.
ร้องเดี่ยวพิเศษก่อนเทศนาโดยนายเบนจามิน กริฟฟิ คินเคด:
“Softly and Tenderly” (โดย Will L. Thompson, 1847-1909).

โครงร่างของ

คุณได้นัดหมายกับความตาย

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอรส์ จูเนียร์

“มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด”
(ฮีบรู 9:27).

(อาโมส 8:11; I โครินธ์ 15:26)

I.   หนึ่ง พระคัมภีร์บอกถึงต้นกำเนิดของบาป , ปฐมกาล 2:16-17;
เฉลยธรรมบัญญัติ 31:14; อิสยาห์ 38:1; ลูกา 16:19-31; 12:13-21;
ยอห์น 8:24.

II.  สอง พระคัมภีร์บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังความตาย, 2 โครินธ์ 5:8;
ลูกา 23:43; 16:22, 23; มัทธิว 25:46; วิวรณ์ 21:8; 14:11;
ลูกา 16:26.

III. สาม พระคัมภีร์เตือนเรื่องเสียชีวิตอย่างทันทีทันใด, สุภาษิต 29:1;
ฟีลิปปี 1:21; I ทิโมธี 1:15.