Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




พระเจ้าที่ไม่รู้จัก

(เทศนาที่เทศกาลไหว้พระจันทร์ของคนจีน)
THE UNKNOWN GOD
(A SERMON GIVEN AT THE CHINESE MID-AUTUMN FESTIVAL)
(Thai)

โดย ดร.อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันเสาร์ที่ 29 เดือน กันยายน ค.ศ. 2012 ณ คริตจักร
แบ๊บติสต์แห่งนครลอสแองเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Saturday Evening, September 29, 2012


ขอให้เรายืนขึ้นด้วนกัน คืนนี้ผมอยากให้คุณเปิดปีทพระธรรมกิจการบทที่ 17 โดยเริ่มต้นที่ขอยี่สิบสอง อยู่หน้า 1173 พระคัมภีร์ฉบับ the Scofield Study

“ฝ่ายเปาโลจึงยืนขึ้นกลางเนินเขาอาเรโอแล้วกล่าวว่า ท่านชาวกรุงเอเธนส์ ข้าพเจ้าเห็นว่าท่านทั้งหลายเชื่อถือโชคลางเกินไปในทุกเรื่อง เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่งมีคำจารึกไว้ว่า แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศและแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบถึงพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จักแต่ยังนมัสการอยู่ พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้นพระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ การที่มือมนุษย์ปฏิบัตินมัสการพระองค์นั้นจะหมายว่า พระเจ้าต้องประสงค์สิ่งหนึ่งสิ่งใดจากเขาก็หามิได้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจและสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหากพระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติสืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพื้นพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ เพื่อเขาจะได้แสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้า และหากเขาจะคลำหาก็จะได้พบพระองค์ ด้วยพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย ด้วยว่าเรามีชีวิตและไหวตัวและเป็นอยู่ในพระองค์ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า ‘เราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์’เหตุฉะนั้นเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าแล้ว เราก็ไม่ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นเหมือนทอง เงิน หรือหิน ซึ่งได้แกะสลักด้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังโฉดเขลาอยู่พระเจ้าทรงมองข้ามไปเสีย แต่เดี๋ยวนี้พระองค์ได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยให้ท่านองค์นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้เป็นผู้พิพากษา และพระองค์ได้ให้พยานหลักฐานแก่คนทั้งปวงแล้วว่า ได้ทรงโปรดให้ท่านองค์นั้นคืนพระชนม์ ครั้นคนทั้งหลายได้ยินถึงเรื่องการซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว บางคนก็เยาะเย้ย แต่คนอื่นๆว่า “เราจะฟังท่านกล่าวเรื่องนี้อีกต่อไปแล้วเปาโลจึงออกไปจากเขาแต่มีชายบางคนติดตามเปาโลไปและได้เชื่อถือ ในคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสผู้เป็นสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริส
และคนอื่นๆด้วย” (กิจการ 17:22-34)

พวกท่านนั่งลงได้

อาจารย์เคยเดินทางไปภึงที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก กรุงเอเธนส์คือศูนย์กลางแห่งความรู้ในโลกนี้ อาจเป็นเมืองนักปรัชญ์อย่าง อรีสโตเติล ปราโต และโสเครสเตส อาศัยอยู่ อาจารยฺเปาเดินด้วยเท้าไปที่กรุงเอเธนส์ ท่านมาถึงที่ มาร์ส ฮิลล์ ตอนที่ครอบครัวของข้าพเจ้าเดินทางไปประเทศอิสราเอลเมื่อสองปีที่แล้ว เราก็เดินทางต่อไปที่เมืองนี้ มารส์ ฮิลล์ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยรูปเคารพ นักปรัชญาต่างๆสมัยก่อนได้เก็บสะสมไว้ ตอนกลางของรูปเคารพเหล่านี้ อาจารย์เปาโลได้พบข้อความหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า “พระเจ้าที่ไม่เป็นที่รู้จัก” พวกเขามีรูปเคารพ และพระเจ้าต่างๆมากมาย แต่พวกเขาอาจรู้อยู่แก่ใจว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก เมื่อประชาชนเบียดเสียดเข้ามาอาจารย์เปาโลก็เริ่มต้นเทศนา ท่านกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่งมีคำจารึกไว้ว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’ เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศ และแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบถึงพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จัก…แต่ยังนมัสการอยู่” (กิจการ 17:23)

คืนนี้พวกเรามารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญของคนจีน และเป็นเทศกาลที่มีการแพร่ขยายไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย – เช่นประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น (จนถึงช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ปฎิทินในปี 1883) อินโดนีเซีย ฟิลิปปี ลาว ไทย กัมภูชา เวียตนาม พม่า ไต้หวัน สิงคโปร์ และอื่นๆอีกในเอเชีย ซึ่งเทศกาลนี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงตามปฎิทินของสุริยคติ ในช่วงระยะเวลาที่พระจันทร์ขึ้นเต็มดวง

ดร. เจมส์ ลีกกี (1815 – 1897) ตอนที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนและวรรณคดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยออ๊กซฟอร์ดนั้น ดร. ลีกกี กล่าวว่า ตามบรรพบุรุษของคนจีนนั้นไม่ได้นมัสการพระจันทร์ แต่นมัสการพระเจ้าองค์เดียว พระเจ้านั้นมีนามว่า เช็งตี่ (กษัตริย์แห่งสววรค์) ดร.ลีกกี อ้างข้อความนี้มาจาก “บทมาตราฐานของจักรพรรดิ์ที่มีนามว่าชุน ผู้ปกครองประเทศจีนก่อนปีคริสตศักราชที่ 2207 “บทมาตราฐานของชุน” กล่าวว่า “‘พระองค์ได้ถวายบูชาเป็นลักษณะพิเศษ แต่เป็นรูปแบบธรรมดาให้กับพระเจ้าเช็งตี่’ นั่นคือ….ให้กับพระเจ้า” (James Legge, Ph.D., The Religions of China, Hodder and Stoughton, 1880, pp. 24-25) ตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิมแล้วคนจีนและชาวเอเชียนมัสการพระเจ้าองค์เดียว นั่นคือเช็งตี่ กษัตริย์แห่งสวรรค์ เป็นช่วงระยะเวลาที่ผ่านมายาวนานหรือประมาณ 1,500 ปีก่อนที่ลัทธิขนจื้อจะปรากฏขึ้น (551-479 ก่อนคริสต์ศักกราช) และก่อนที่พระพุทธเจ้าจะประสูติ (563-483 ก่อนคริสต์ศักกราช) หลายช่วงศตรรษก่อนที่ศาสนาพุทธจะมาถึงในประเทศจีน ประชาชนเหล่านั่นต่างก็เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว แล้วก็มีการเพิ่มเรื่องการนมัสการวิญญาณต่างๆ แต่พระเจ้าเซ็งตี่ยังเป็นพระเจ้าเดียวในวัฒนธรรมของคนจีน แต่แล้วชาวเอเชียก็ลืมพระเจ้าเช็งตี่ กษัตริย์แห่งสวรรค์ เริ่มไปนมัสกาพระเจ้าอื่นๆ รวมถึงวิญญาณบรรพบุรุษของพวกเขา และต่อมาก็ไปนับถือศาสนาพุทธและอื่นๆ

ทุกวันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกันกำลังหนีออกจากพระเจ้า ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้กล่าวในวันเข้าตำแหน่งไว้ดังนี้ “ประเทศอเมริกาไม่ใช่ประเทศแห่งศาสนาคริสต์” กล่าวไว้เพียวครั้งเดียว แต่คำพูดของท่าน โอบามานั้นผิด และในปีนี้ท่านก็ไม่เข้าร่วมวันอธิษฐานแห่งชาติ อย่างที่คนอเมริกาปฎิบัติกันหลายช่วงอายุคน มีคนอเมริกามากมายที่ไม่เชื่อพระเจ้าพระบิดาองค์เดียวอีกต่อไป และบรรพบุรุษของคนจีนก็เป็นลักษณะเช่นนี้ เหมือนกับคนอเมริกาในยุคนี้ที่หนีออกจากพระเจ้าเช็ง กษัตริย์แห่งสวรรค์ ในทุกวันนี้คนอเมริกา รวมถึงคนเอเชียไม่รู้จักว่าพระเจ้าเป็นใคร

และนั่นก็เป็นลักษณะเดียวกันที่กรุงเอเธนส์ พวกเขาได้หนีออกจากพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ พระคัมภีร์ตรัสว่า

“เพราะถึงแม้ว่าเขาทั้งหลายได้รู้จักพระเจ้าแล้ว เขาก็มิได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์ให้สมกับที่ทรงเป็นพระเจ้า หรือหาได้ขอบพระคุณไม่ แต่เขากลับคิดในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ และจิตใจโง่เขลาของเขาก็มืดมัวไป” (โรม 1:21)

พวกเขาไม่รู้จักพระเจ้าที่เคยนมัสการ อาจารย์เปาจึงกล่าวแก่พวกเขาว่า “แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศ และแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบถึงพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จัก…แต่ยังนมัสการอยู่” (กิจการ 17:23) พวกเขามีรูปเครพเป็นร้อยๆองค์ และพระเจ้าเทียมเท็จมากมาย แต่กลับไม่รู้จักพระเจ้าผู้เที่ยงแท้เลย พระองค์เป็น “พระเจ้าที่ไม่รู้จัก” สำหรับพวกเขา

อาจารย์เปาโลบอกคนเหล่านั้นว่าพระเจ้าผู้ไม่เป็นที่รู้จักนี้คือผู้สร้างโลก และทุกสรรพสิ่งในนั้น ท่านบอกว่าพระเจ้าที่พวกเขาไม่รู้จักนั้นคือ “พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก” ไม่ได้สถิตตามโบสถ์วิหารที่สร้างด้วยมือมนุษย์ ท่านบอกพวกเขาว่า พระเจ้าที่ไม่เป็นที่รู้จักนั้นคือเช็งตี่ กษัตริย์แห่งสววรค์ “พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก” (กิจการ 17:24)

พวกเราไม่ได้กำลังบอกให้คุณมานับถือศาสนาใหม่ มันไม่มีอะไรใหม่ในศาสนาคริสต์ เพราะมันเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ศาสนาคริสต์ถ้าจะกลับไปก็คงไปที่จุดเริ่มแรกคือที่สวนเอเดน และเกิดขึ้นก่อนศาสนาพุทธ เต๋า ฮินดู อิสลาม และศาสนาอื่นๆถึงหลายศตวรรษ พระเยซูเสด็จมารื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า พระบิดาแห่งสวรรค์ เช็งตี่ กษัตริย์แห่งสวรรค์ อาจารย์เปาโลกล่าวว่า

“จงระลึกว่า ครั้งนั้นท่านทั้งหลายเป็นคนอยู่นอกพระคริสต์ ขาดจากการเป็นพลเมืองอิสราเอลและไม่มีส่วนในบรรดาพันธสัญญาซึ่งทรงสัญญาไว้นั้น ไม่มีที่หวัง และอยู่ในโลกปราศจากพระเจ้าแต่บัดนี้ในพระเยซูคริสต์ ท่านทั้งหลายซึ่งเมื่อก่อนอยู่ไกลได้เข้ามาใกล้โดยพระโลหิตของพระคริสต์” (เอเฟซัส 2:12-13)

พระเยซูเสด็จมารื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า พระบิดาแห่งบรรพบุรุษของพวกเรา พระคริสต์เสด็จมาเพื่อสลายความเชื่อโชคลาง และทำลายรูปเคารพต่างๆของพวกเรา พระเยซูเสด็จมาให้เรารู้ถึง “พระเจ้าผู้ที่ไม่มีใครรู้จัก!”

แล้วอาจารย์เปาโลก็บอกพวกเขาว่า “พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติสืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพื้นพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่” (กิจการ 17:26) ได้มีความตึงเครียดในเรื่องของเชื้อชาติ สงครามแห่งเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ในคืนนี้ ความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ความตึงเครียดระหว่างชาวอีหร่านกับชาวยิว ปัญหาอาจจะไม่ใช่เรื่องของเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตามปัญหาคือเรื่องชีวิตฝ่ายวิญญาณ ปัญหาเรื่องการมีอคติต่อกันและคือผลจากความบาป

อาจารย์เปาโลกล่าวว่าพระเจ้าสร้างทุกๆชาติด้วย “หยดเลือดอันเดียวกัน” ท่านรู้โดยที่พระเจ้าทรงดลใจตามในพระคัมภีร์! คนสมัยนี้จะทราบหรือเปล่าว่าพระเจ้าทรงเปิดเผยให้อาจารย์เปาโลรู้เมื่อสองพันปีที่ผ่านมา! คุณสามารถไปเอาเลือดคนเอฟริกาไปถ่ายให้กับคนผิวขาว คุณสามารถเอาเลือดของคนจีนไปถ่ายให้กับชาวอะบอริจินในประเทศออสเตรเลีย ทำไมถึงเป็นไปได้? เพราะว่าพระเจ้าสร้าง “มนุษย์ทุกชาติสืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพื้นพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่” (กิจการ 17:26) และก็เป็นการอัศจรรย์? ให้กับคนที่อยู่ในกรุงเอเธนส์ตอนที่พวกเขาได้ยินคำของอาจารย์เปาโล ณ เวลานั้น เพราะว่าความบาปของพวกเขาทำให้มีการเหยียดสีผิวกัน ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าพวกตนดีกว่าอีกฝ่าย แต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นผิด พระเจ้าที่พวกเขาไม่รู้จักนั้นทรงสร้างมนุษย์ทุกชาตพันธุ์มาจากชายหญิงคู่หนึ่ง ทุกวันนี้ได้มีการศึกษาค้นคว้าตรวจสอบ ดี เอ็น เอ และพบว่ามนุษย์ทุกชาติมาจากผู้หญิงคนหนึ่งในแถบตะวันออกกลาง นิตยสารไทม์ได้ค้นบพเรื่องนี้ประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมานี้เอง ไม่ว่าคุณจะมาจากเผ่าไหน เราต่างก็มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เลือดเนื้อของเรา-เป็นพี่เป็นน้องไม่ว่าจะชายหรือหญิง! และพระคริสต์นำเรากลับมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน นั่นคือในคริสตจักร! ในฝ่ายเนื้อหนังและความบาปนั้นกลัวที่จะมีเพื่อนที่เป็นคนต่างเชื้อชาติ! มีคืนหนึ่งลูกชายของผมบอกผมว่า “ช่างอัศจรรย์เหลือเกิน” ที่ภรรยาของผมและผมแต่งงานอยู่ร่วมกันมาถึง 30 ปี เป็นเพราะว่าเธอคืนชาวสเปนและผมคือคนผิวขาว เราพึ่งฉลองการครอบรอบแต่งงานสามสิบปีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้เอง ผมเชื่อว่าตามที่ลูกชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว ดูเหมือนจะเป็นการอัศจรรย์จริงๆ และตามโลกนี้ก็ดูเป็นเรื่องธรรมชาติให้กับผมด้วย! ฉันไม่อยากคิดถึงตอนไม่มีเธอแล้วจะอยู่อย่างไร! เธอคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าประทานให้ผม และฉันก็ขอบคุณพระเจ้าเพราะเธอในทุกๆวัน!

และนั่นก็ควรจะเกิดขึ้นในคริสตจักรของเราด้วย เพราะว่าพระเจ้า “สร้างมนุษย์ทุกชาติสืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพื้นพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่” (กิจการ 17:26) และดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่ผมรับบัพติสมาในคริสตจักรจีน และกับศิษยาภิบาลของเมื่อสองทศวรรษที่ผ่านมา และท่านยังเป็นนักวิชาการของคนจีนด้วย แต่นั่นอาจเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับชาวโลกที่หลงหายจากพระเจ้า เพราะพวกเขาต่างก็ต่อสู้กันและกัน จากเผ่าหนึ่งกับอีกเผ่าหนึ่ง แต่พระเยซูเสด็จมาไม่เพียงนำเรากลับคืนดีกับพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังนำเรากลับมาคืนดีต่อกันและกันด้วย ทุกชาติคือกายเดียวกันในคริสตจักร เพราะว่าพระเจ้าทรงนำเรามาอยู่ร่วมกัน! แต่ความบาปนั้นแยกเราออกจากกัน แต่พระเจ้านำเรามาอยู่ด้วยกัน ในทางเดียวกัน ต้องให้มีการอัศจรรย์สิ่งเหล่านี้ถึงจะเกิดขึ้นได้ – การอัศจรรย์นั้นคือการบังเกิดใหม่! ถ้าเราบังเกิดใหม่แล้วจริงๆ สิ่งเหล่านี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้! สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาในขณะที่ลูกสาวคนสุดท้องของ ดร. จอหน์ อาร์ ไรซ์ ยังอยู่ที่นี่ เธอและภรรยาผมได้นับแล้วพบว่าในคริสตจักรของเรานั้นมีวัฒนธรรมและคนต่างเชื้อชาติถึง 20 วัฒนธรรม เธอบอกว่าช่างเป็นเรื่องที่ประเสริฐเหลือเกิน จงทำและสงวนอย่างนั้นเอาไว้! ให้ชาวโลกรับรู้ว่าพวกเราคือพี่น้องในพระคริสต์! ขอให้คริสตจักรนี้ใช้แบบอย่างแห่งการปรองดองนี้ประกาศเป็นพยานให้กับโลกนี้ที่มีแต่การแตกแยก “จงช่วยเหลือใครบางคนในวันนี้” ร้องเพลงนี้!

ช่วยใครบางคนในวันนี้ ใครบางคนกับชีวิตของเขา
   เพิ่มพูนมิตรภาพ ทุกความเหงาจะสิ้นสุดลง
โอ้ช่วยคนหลือใครบางคนในวันนี้!
   (“Help Somebody Today” โดย Carrie E. Breck, 1855-1934;
     altered by the Pastor).

และอาจารย์เปาโลก็บอกคนที่อยู่ในกรุงเอเธนส์นั้นว่า

“…ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังโฉดเขลาอยู่พระเจ้าทรงมองข้ามไปเสีย แต่เดี๋ยวนี้พระองค์ได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่” (กิจการ 17:30)

ในอดิตพระเจ้าได้มองผ่านในสิ่งที่พวกเขาละเลยและเชื่อในเรื่องโชคลาง แต่ตอนนี้พระเจ้าได้บัญชาพวกเราว่า ไม่ว่าเราจะเป็นเชื้อชาติไหนก็ตามจงกลับใจใหม่ เวลานี้พระองค์ “สั่งให้มนุษย์ทุกคนไม่ว่าที่ใดก็ตามให้กลับใจใหม่” นี่ไม่ใช่เรื่องของการเสนอความคิดเห็นหรือส่วนหนึ่งของการให้คำปรึกษา พระเจ้า บัญชา ให้เราทุกคนจงกลับใจใหม่! นี่คือพระคำของพระเจ้า! พระเจ้าตรัสว่า “เราบัญชาเจ้าให้กลับใจใหม่” นั่นคือการเปลี่ยนใจคุณใหม่ในเรื่องเกี่ยวกับบาป หมายความว่าจะหลีกหนีออกจากความบาปและหันหน้ามาหาพระคริสต์ หมายความว่าหยุดต่อการวางใจในตัวเอง และจงวางใจในพระคริสต์ ตอนที่คุณกลับใจใหม่แล้วจริงๆ คุณก็จะบังเกิดใหม่โดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า

พระคริสต์เสด็จมาในโลกนี้เพื่อช่วยคุณให้หลุดพ้นจากความบาป ความตาย และนรก พระองค์เสด็จมา ด้วยเป้าหมายหลักคือสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ไถ่ความผิดบาดของคุณที่จะต้องได้รับโทษ พระเสด็จมาเพื่อโลหิตของพระองค์ที่หลั่งลงมาบนไม้กางเขนเพราะบาปของเรา จะได้รับการชำระต่อหน้าพระพักต์พระเจ้า และพระกายของพระคริสต์ได้เป็นขึ้นมาจากความตาย ตอนนี้พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ที่บนสวรรค์ ที่นั่นพระองค์อธิษฐานให้กับพวกเรา พระวัจนะกล่าวว่า “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่าๆก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17)

มีเด็กผู้หญิงของพวกเราคนหนึ่ง เธอคือคนผิวขาว ได้ให้การช่วยเหลือเด็กผู้หญิงชาวจีนคนหนึ่งที่พึ่งมาในคริสตจักรของเรา เด็กผู้หญิงที่เป็นคนผิวขาวคนนี้ได้เอาการ์ดให้ผมซึ่งเป็นข้อความอยากให้อธิษฐานเผื่อ เธอขอให้ผมอธิษฐานเผื่อเด็กผู้หญิงที่เป็นคนจีนนั้น “เพื่อเธอจะได้สัมผัสรับรู้ถึงความรักของพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์ ไม่ใช่ ‘คริสตจักรเท่านั้น’” ใช่แล้ว! อาเมน! เราอธิษฐานเพื่อคุณให้คิดถึงคนที่อยู่นอกคริสตจักร เราอยากให้คุณรู้สึกและรับถึงความรักของพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่! เราอยากให้คุณได้รับการช่วยกู้ บังเกิดใหม่ หลุดพ้นจากความตายไปสู่ชีวิตนิรันดร์ โดยทางความเชื่อในองค์พระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์อยู่!

อาจารย์เปาโลบอกคนที่อยู่ในกรุงเอเธนส์นั้นว่า พระเจ้าได้ทรงยกพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความ พวกเขาจะวางใจในพระเยซู หรือจะให้พระองค์พิพากษาพวกเขาในวันสุดท้าย พระคริสต์ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์จะเสด็จมาตัดสินโลกนี้ คุณพร้อมหรือยัง? ความบาปของคุณได้รับการชำระโดยพระโลหิตของพระคริสต์หรือยัง?

อะไรคือผลลัพธ์จากการเทศนาของเปาโลที่เมือง มาร์ส ฮิลล์? มีสามอย่างที่ต่อสนองต่อการเทศนาของเขา

“ครั้นคนทั้งหลายได้ยินถึงเรื่องการซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว บางคนก็เยาะเย้ย แต่คนอื่นๆว่า “เราจะฟังท่านกล่าวเรื่องนี้อีกต่อไป แล้วเปาโลจึงออกไปจากเขา แต่มีชายบางคนติดตามเปาโลไปและได้เชื่อถือ ในคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสผู้เป็นสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริส และคนอื่นๆด้วย” (กิจการ 17:32-34)

แต่บางคนก็หัวเราะเยาะเย้ย แต่บางคนก็กล่าวว่า “เราอยากจะฟังเรื่องที่คุณเล่านี้อีกครั้งหนึ่ง” เราอยากจะฟังมากกว่านี้ และคิดใคร่ครวญถึงสิ่งนั้น บางคนก็เชื่อพระคริสต์ในเวลานั้น และก็ได้รับการช่วยกู้ เราอยากอธิษฐานเผื่อพวกคุณเพื่อใครบางคนในค่ำคืนนี้จะหันหลังให้กับความบาปชีวิตเก่า และเชื่อวางใจในพระคริสต์ และรับการช่วยกู้โดยพระองค์ พระโลหิตของพระองค์จะชำระความบาปของคุฯ คุณก็จะได้รับการคืนดีกับพระเจ้า แล้วคุณก็จะรับรู้ถึงพระเจ้าที่บรรพบุรุษชาวจีนของคุณเชื่อพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ พระองค์คือเช็งตี่ – กษัตริย์แห่งสวรรค์! พวกเราอยากหนุนใจคุณให้วางใจในพระคริสต์ พระองค์จะประทานสันติสุจ ความชื่นยินดีและความหวังให้คุณซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน เราอยากหนุนใจคุณให้กลับมาที่คริสตจักรในวันพรุ่งนี้ เราจะมีอีกงานเลี้ยงหนึ่งในเช้าวันพรุ่งนี้เวลา 10:30 น. – และงานเลี้ยงหนที่สามในช่วงกลางคืนพรุ่งนี้เวลา 6:30 น. กลับมาร่วมสามัคคีธรรมสังสรรค์กับพวกเรา!

ในค่ำคืนนี้ผมพร้อมที่จะคุยกับทุกคน โดยเฉาะท่านที่อยากจะวางใจในพระคริสต์ และอยากได้รับการช่วยกู้ ขอพระเจ้าทรงช่วยคุณให้ทำอย่างนั้น! อาเมน

คลิกที่นี่ไปอ่าน “ขนมไหว้พระจันทร์ – และพระเจ้าผู้ทรงสร้างพระจันทร์!”

คลิกที่นี่ไปอ่าน “ทำไมพระเจ้าถึงอวยพรประเทศจีน – แต่ตัดสินอเมริกา!”

คลิกที่นี่ไปอ่าน “ความลับของการประสบความสำเร็จในประเทสจีน”

คลิกที่นี่ไปอ่าน “ประเทศจีน –ประตูที่เปิดอยู่!”

คลิกที่นี่ไปอ่าน “ประเทศจีน – ถูกประทับตราโดยพระวิญญาณของพระเจ้า!”

คลิกที่นี่ไปอ่าน “ประเทศจีน – พวกเขาจะมาจากตะวันออก!”

คลิกที่นี่ไปอ่าน “เทศกาลขอบคุณพระเจ้าในประเทศจีน”

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อธิษฐานก่อนเทศนา โดย ดร. กรีนตัน เอล์ ชาน
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคดกรีฟท์:
“Praise, My Soul, the King of Heaven” (โดย Henry F. Lyte, 1793-1847).