Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




คริสตจักรที่เจริญเติบโต!

AN EXPLODING CHURCH!
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้า วันที่ 9 เดือน กันยายน ค.ศ. 2012 ณ คริตจักร
แบ๊บติสต์แห่งนครลอสแองเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, September 9, 2012

“แล้วพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า “การเก็บเกี่ยวนั้นเป็นการใหญ่นักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่เหตุฉะนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของการเก็บเกี่ยวนั้น ให้ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์” (มัทธิว 9:37, 38)


นักเทศน์ส่วนใหญ่มักคิดว่าพระเยซูกำลังบอกพวกเรา จากข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ว่า อธิษฐานเพื่อพระเจ้าจะได้เคลื่อนไหวสมาชิกในคริสตจักรให้ออกไปนำดวงวิญญาณ นี่ใช่ว่าจะผิดไปทั้งหมด แต่อาจจะเป็นลักษณะของการประยุกต์ใช้มากว่าการอธิบาย ใช่ เราสามารถพูดได้ว่าคำพูดนี้สามรถใช้ได้กับการอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยให้ผู้เชื่อออกไปนำดวงวิญญาณ แต่ยังไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสเอาไว้ให้กับสาวกของพระองค์

พระเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์ว่าให้อธิษฐานขอพระเจ้าทรงส่งคนงานใหม่ออกไปเก็บเกี่ยวในเวลาเดี่ยวนั้น ในทันใดนั้น โดยที่พวกเขายังไม่ได้รับการฝีกฝน และยังไม่ได้รับความรอดเสียด้วยซ้ำ! ยิ่งไปกว่านั้น บางคนที่พระเยซูตรัสถึงนั้นยังไม่ได้เป็นคริสเตียนเลย! สาวกของพระเยซูไม่เคยฝึกฝน และอย่างน้อยบางคนยังไม่ได้กลับใจใหม่เสียด้วยซ้ำ ดร. เมกี่ กล่าวว่าสาวกเหล่านั้นไม่ได้บังเกิดใหม่จนกระทั่งพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว แน่นอนว่ายูดาห์ไม่รอด โทมัสก็ยังไม่เชื่อในพระกิตติคุณ เพราะเราทราบว่าเขาไม่เชื่อว่าพระเยซูจะฟื้นคืนพระชนม์ เปโตรก็ปฏิเสธเรื่องไม่กางเขน และพระองค์ทรงตำหนิถึงความดื้อดึงของเขาที่ไม่ยอมเชื่อ แต่พวกเขาก็ถูกส่งออกไปประกาศนำคนมาเชื่อพระเจ้า เห็นได้จากมัทธิวบทที่ 10 เป็นต้นไป พระเยซูบอกพวกเขาให้อธิษฐานเพื่อว่าจะมีคนใหม่ออกไปนำดวงวิญญาณมาเชื่อพระเจ้า!

พระคัมภีร์ตอนนี้หมายถึงอะไรให้กับพวกเราในทุกวันนี้? ทำไม ต้องหมายความว่าส่งผู้เชื่อใหม่ในคริสตจักรออกไปนำดวงวิญญาณในทันใดที่รับเชื่อใหม่นั้น! และยังหมายถึงอะไรอีก? ให้เรามองในแง่มุม “ใหม” ว่าพระเยซูต้องการให้เราทำอะไรในคริสตจักรกันแน่ ถ้าในเช้านี้คุณมาที่นี่เป็นครั้งแรก เราจะอธิษฐานให้กับคุณเพื่อคุณจะออกไปทำพันธกิจนำดวงวิญญาณร่วมกับพวกเรา นำคนมาฟังพระวัจนะของพระเจ้าที่คริสตจักรของเรา และตามที่พระวัจนะได้กล่าวไว้ว่า

“แล้วพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า “การเก็บเกี่ยวนั้นเป็นการใหญ่นักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่เหตุฉะนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของการเก็บเกี่ยวนั้น ให้ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์”
       (มัทธิว 9:37, 38)

พวกเรากำลังบอกคุณในเรื่องเดียวกัน พวกเราอธิษฐานเผื่อคุณเพื่อจะสามารถช่วยพวกเรานำคนอื่นมาในคริสตจักร มาฟังพระกิตติคุณของพระเจ้าและรับเอาความรอด เราได้เรียนรู้ถึงหลักข้อเท็จจริงสองประการที่มีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้

I. หนึ่ง พระเยซูทรงเรียกสาวกของพระองค์ให้ออกไปประกาศในทันที

กรุณาเปิดกลับไปที่มัทธิว 4:18-20 โปรดยืนขึ้นและอ่านข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ออกเสียงดังๆ

“ขณะที่พระเยซูทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลกาลิลี ก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องสองคน คือซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา กำลังทอดอวนอยู่ที่ทะเล เพราะเขาเป็นชาวประมง พระองค์ตรัสกับเขาว่า จงตามเรามาเถิด

และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลาเขาทั้งสองได้ละอวนตามพระองค์ไปทันที” (มัทธิว 4:18-20)

และนั่น คือ สิ่ง แรก ที่พระเยซูทรงตรัสให้กับสาวกเหล่านั้น “จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลาเขาทั้งสองได้ละอวนตามพระองค์ไปทันที” (มัทธิว 4:19) บทเพลงท่อนร้องรับนี้บอกไว้ชัดเจนว่า

เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ไปหาผู้คน ไปหาผู้คน
เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ถ้าท่านตามเรามา
ถ้าท่านตามเราทา ถ้าท่านตามเรามา
   เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
ถ้าท่านตามเรามา
   (“I Will Make You Fishers of Men” by Harry D. Clarke, 1888-1957).

กรุณานั่งได้

พระเยซูไม่ได้เรียกพวกเขามาอบรมสั่งสอนเป็นเวลาถึงปีๆก่อนที่จะส่งออกไปนำคนอื่นเข้ามา ให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา พระองค์ก็ไม่ได้ตอบทุกคำถามของพวกเขา ไม่ได้สอนศาสนศาสตร์ หลักคำสอนของผู้เชื่อรวมถึงประวัติศาสตร์คริสเตียนว่าเป็นมาอย่างไร พระองค์ไม่ได้นำพวกเขาเข้าร่วมระวีวาระศึกษาเป็นเดือนๆก่อนที่จะบอกให้พวกเขาออกไปนำคนเข้ามา นอกจากนี้พระองค์ไม่เคยสอนพวกเขาให้อธิบายพระคัมภีร์ ไม่เลย! พระองค์เพียงแค่ส่งพวกเขาออกไปนำคนอื่นเข้ามา “ไปหาผู้คนดั่งหาปลา! ขั้นตอนแรกที่พระองค์ตรัสเอาไว้คือ “ตามเรามา เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา”

ผมไม่มีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้วที่จะบอกให้กับพวกท่าน ผมคิดว่าพวกเราควรทำตามแบบอย่างของพระคริสต์ ผมคิดว่าเราควรบอกคุณว่า ไปเดี่ยวนี้ และถ้าหากคุณมาคริสตจักรเป็นครั้งแรก นั่นคือสิ่งที่พระคริสต์ประสงค์อยากให้คุณทำ พระองค์ทรงประสงค์ให้คุณออกไปนำคนอื่นเข้ามาในคริสตจักร พระองค์ทรงประสงค์ให้คุณออกไปพาคนอื่นเข้ามาในคริสตจักรเดี่ยวนี้ ณ เวลานี้ – และบางทีอาจเป็นคืนนี้ก็ได้! ออกไปนำคนอื่นเข้ามาในคริสตจักรพร้อมกับคุณ! ยืนขึ้นและร้องเพลงนี้อีกครั้งหนึ่ง

เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ไปหาผู้คน ไปหาผู้คน
เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ถ้าท่านตามเรามา
ถ้าท่านตามเราทา ถ้าท่านตามเรามา
   เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
ถ้าท่านตามเรามา

ใช่แล้ว พระเยซูทรงเรียกสาวกสิบสองคนให้ออกไปเดี่ยวนั้น ในตอนเริ่มแรก ออกไปหาคนดั่งหาปลา – เป็นคนงานที่ออกไปเก็บเกี่ยว – นำคนอื่นเข้ามาในเวลานั้น และในทันใดนั้น! อาเมน! และอาเมน!

II. สอง พระเยซูทรงส่งคนใหม่ออกไปประกาศในทันที

เราจะเห็นได้จากพระกิตติคุณยอห์นบทที่หนึ่ง สาวกสองคนของยอห์นผู้ให้บัติสมาได้ออกติดตามพระเยซูไปในที่พระองค์เสด็จไป หนึ่งในนั้นคือซีโมนพี่ชายของอันดรูว์ นั่นคืออันดรูว์ออกไปบอกเปโตรในทันทีนั้นว่า “เราได้พบ [พระเมสสิยาห์]…จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู” (ยอห์น 1:41, 42) วันถัดมาพระเยซูบอกฟีลิปว่า “ตามเรามา” (ยอห์น 1:43) ฟีลิปก็ไม่รอช้ารีบไปบอกนาธานาเอลว่าเขาได้พบพระเมสสิยาห์แล้ว นาธานาเอลยังสงสัยเลยว่าจริงหรือเปล่า “ฟีลิปบอกเขาว่ามาดูเถิด” (ยอห์น 1:46) ฟีลิปก็พาเขามาหาพระเยซู นาธานาเอลก็กลายเป็นสาวกของพระองค์ในทันใดนั้น

อันดรูว์พาซีโมนมาหาพระเยซูในทันทีทันใด ฟีลิปก็พานาธานาเอลมาหาพระเยซูในทันทีทันใด และสาวกใหม่เหล่านั้นก็ออกไปประกาศนำดวงวิญญาณในทันทีทันใด! พวกเขาไม่ได้รอให้รับการฝึกฝนที่เพียงพอถึงออกไปประกาศ พวกเขาออกไปในทันที นำคนอื่นมาหาพระเยซูอย่างไม่รอช้า! พวกเขาเพียงบอกว่า “มาดูเถิด”

อีกตัวอย่างที่ ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ กล่าวถึงพระธรรมยอห์นบทที่สี่ ท่านกล่าวว่า

      ใน [ยอห์น] บทที่ 4 เรารู้ว่าเมื่อหญิงชาวสะมาเรียรู้ว่าพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ เธอได้ละทิ้งขันตัดน้ำของเธอและวิ่งไปยังเมืองเพื่อบอกคนที่นั่นว่า “มาดูท่านผู้หนึ่งที่เล่าถึงสิ่งสารพัดซึ่งฉันได้กระทำ ท่านผู้นี้มิใช่พระคริสต์หรือ” [ยอห์น 4:29] บางคนก็ได้รับความรอดเพราะคำพยานของเธอ และในขณะที่คนอื่นก็มาเห็นด้วยตัวเองและก็รับเอาความรอด แน่นอน ผู้เชื่อใหม่สามารถนำคนมาเชื่อพระเจ้าได้ (John R. Rice, D.D., The Son of God: A Verse-by-Verse Commentary on the Gospel According to John, Sword of the Lord Publishers, 1976, p. 40).

จากข้อคิดเห็นของ ดร. ไรซ์ ท่านกล่าวว่า “ใช่เลย การนำคนมาถึงพระเจ้าก็โดยการตามคนอื่นออกไป บทบาทสำคัญของคนๆหนึ่งที่จะนำคนมาเชื่อนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเนิ่นนานในการอธิบายถ้อยคำเหล่านั้น ถ้าคุณเพียงแค่สามารถบอกคนอื่นว่านี่คือพระผู้ช่วยให้รอดสำหรับคนบาป และถ้าคนๆนั้นรับเอาพระองค์ ดังอย่างที่อันดรูว์นำซีโมนมาหาพระเยซู” (มาจากเล่มเดียวกัน) อย่างเช่นผู้หญิงที่บ่อน้ำพาชาวสะมาเรียหลายคนมาหาพระเยซู – ในทันใดนั้น เธอก็กลายเป็นคนที่นำดวงวิญญาณมาถึงพระเจ้าด้วยเหตุที่เชื่อในพระคริสต์!

“ชาวสะมาเรียเป็นอันมากที่มาจากเมืองนั้นได้เชื่อในพระองค์ เพราะคำพยานของหญิงผู้นั้น ที่ว่า ท่านเล่าถึงสิ่งสารพัดซึ่งฉันได้กระทำชาวสะมาเรียได้รับความรอดเพิ่มขึ้นอีก ฉะนั้นเมื่อชาวสะมาเรียมาถึงพระองค์ เขาจึงทูลเชิญพระองค์ให้ประทับอยู่กับเขา และพระองค์ก็ ประทับที่นั่นสองวัน และคนอื่นเป็นอันมากได้เชื่อเพราะพระดำรัสของพระองค์” (ยอห์น 4:39-41)

พระเยซูทรงเสด็จไปตามชายฝั่งทะเลสาบกาลิลีเมืองกาดารา พระองค์ทรงพบกับชายที่ถูกผีสิง พระองค์ทรงขับผีตนนั้นออกจากชายคนนั้น เขาจึงกลับเป็นปกติ ชายคนนี้อยากติดตามพระองค์ แต่พระผู้ช่วยตรัสกับเขาว่า

“จงกลับไปบ้านเรือนของตัว และบอกถึงเรื่องการใหญ่ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกระทำแก่เจ้า แล้วคนนั้นก็ไปประกาศแก่คนทั้งเมืองถึงเหตุการณ์ใหญ่ยิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำแก่ตน” (ลูกา 8:39)

ชายคนนี้กลายเป็นคนที่นำดวงวิญญาณมาถึงพระเจ้าในทันใดนั้น โดยที่บอกคนอื่นว่าพระองค์ทรงช่วยเขา!

ตอนที่พระเยซูเสด็จไปที่กรุงเยรูซาเร็ม พระองค์ได้พบกับผู้ชายหลายคนที่เป็นโรคเรื้อน และส่งเสียงร้องว่า “เยซูนายเจ้าข้า โปรดได้เมตตาข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด” (ลูกา 17:13) พระเยซูทรงตรัสให้พวกเขาไปแสดงต่อหน้าพวกปุโรหิตตามธรรมศาลา “ต่อมาเมื่อกำลังเดินไป เขาทั้งหลายก็หายสะอาด” (ลูกา 17:14) หนึ่งในนั้นได้กลับมาขอบคุณพระองค์ แต่ที่เหลือนั้นไปประกาศให้กับพวกปุโรหิตตามธรรมศาลา และช่วงหลังของปีเดียวกันนั้นเราได้รับการบอกกล่าวว่า “…และพวกปุโรหิตเป็นอันมากก็ได้เชื่อฟังในความเชื่อนั้น” (กิจการ 6:7) ปุโรหิตเหล่านั้นต่างก็กลับใจใหม่ยังไม่ลังเลใจ อย่างน้อยกลุ่มที่มารับเชื่อนี้อาจจะมาจากการได้ยินการประกาศของชายที่เป็นโรคเรื้อนที่พระองค์ทรงรักษาเหล่านั้นก็เป็นได้ ชายโรคเรื้อนเหล่านั้นก็เลยกลายเป็นคนที่นำดวงวิญญาณมาถึงพระเจ้าทันทีหลังจากที่พระเยซูทรงรักษาพวกเขา!

มีผู้มารับเชื่อจำนวนสามพันคนในวันเพนเทคอส เพราะได้ฟังข่าวประเสริฐจากการเทศนาของเปโตร เราก็ได้รับบอกมาว่า ผู้เชื่อใหม่เหล่านั้นได้ “สรรเสริญพระเจ้า และชื่นชมยินดีร่วมกับคนอื่นๆ และพระองค์ก็เพิ่มคนให้กับคริสตจักรทุกๆวันเพื่อจะได้รับเอาความรอด” (กิจการ 2:47) ดร. ไรซ์ กล่าวเอาไว้ว่า “ในแต่ละวันที่คริสตจักรเยรูซาเร็มนั้นมีสมาชิกหลายพันคนต่างก็เห็นคนใหม่มาที่คริสตจักร! การนำดวงวิญญาณมาที่พระเจ้าไม่เพียงแค่สำคัญเท่านั้น: ยังเป็นเป้าใหม่หลัก และเป็นจุดสุดท้ายของคริสตจักรในเยรูซาเร็มและคริสเตียนตามที่อยู่ในพระคัมภีร์ใหม่ด้วย!” (John R. Rice, D.D., Filled With the Spirit: A Verse-by-Verse Commentary on the Acts of the Apostles, Sword of the Lord Publishers, 1980 edition, page 104).

ตอนที่มีคนมารับเชื่อที่คริสตจักรในเยรูซาเร็ม พวกเขาก็ออกไปหาพวกพ้อง เพื่อนบ้านและนำคนเหล่านั้นเข้ามาในทันทีทันใด ดังอย่างที่ “ทั้งได้สรรเสริญพระเจ้าและคนทั้งปวงก็ชอบใจ ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุกๆวัน” (กิจการ 2:47)

อาจารย์เปาโลมาที่เมืองเธสะโลนิกาในปี 53 เราได้รับรู้ว่ามีพวกยิวได้มารับเชื่อพระเยซู และมีพวกกรีกจำนวนมากมายก็ได้รับเชื่อเช่นกัน (กิจการ 17:4) อาจารย์เปาโลได้รวบรวมผู้เชื่อใหม่เหล่านั้นมาที่คริสตจักร หนึ่งปีผ่านไป คือปี 54 อาจารย์เปาโลอยู่ที่เมืองโครินธ์ และเขียนจดหมายส่งไปให้ผู้เชื่อที่คริสตจักรเธสะโลนิกา อย่างที่เรารู้กันก็คือ “หนึ่ง เธสะโลนิกา” ตามที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ใหม่นั่นเอง ทุกคนที่อยู่ในคริสตจักรนั้นต่างก็เป็นผู้เชื่อใหม่ประมาณหนึ่งปีหรือน้อยกว่านั้น อาจารย์เปาโลกล่าวว่า

“เพราะว่าพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้เลื่องลือออกไปจากพวกท่าน ไม่ใช่แต่ในแคว้นมาซิโดเนียและแคว้นอาคายาเท่านั้น แต่ความเชื่อของท่านในพระเจ้าได้เลื่องลือไปทุกแห่งหน จนเราไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก” (1 เธสะโลนิกา 1:8)

คนที่อยู่ในคริสตจักรใหม่นั้นได้ทำการประกาศแก่ชาวมาซิโดเนียในแคว้นอาคายา พวกเขาได้นำหลายร้อยดวงวิญญาณมาถึงพระเจ้า ทั้งที่คนเหล่านั้นต่างก็พึ่งมาเชื่อยังไม่ถึงสิบสองเดือนเลย!

นี่เป็นวิธีการประกาศง่ายๆที่ใช้กัน เช่นพวกเขาเพียงแค่บอกเพื่อนของเขาว่า “มาและดู” พวกเขาก็นำคนเหล่านั้นเข้ามาร่วมนมัสการ นี่แหละคือวิธีที่คริสเตียนใช้ประกาศในประเทศคอมมิวนิสต์อย่างประเทศจีน ทำให้คริสตจักรเติบโตอย่างมีพลัง นี่คือวิธีการประกาศที่ใช้ให้กับประเทศของชาวมุสลิม ซึ่งมีหลายร้อยคนได้กลับใจใหม่ วิธีนี้สามารถใช้ได้ที่นั่น และก็สามารถใช้ได้ที่นี่เช่นกัน ออกไปบอกคนบางคนว่า “มาและดู” เป็นวิธีง่ายๆ และมีประสิทธิผล!

นี่คือรูปแบบการประกาศที่ชัดเจนที่คริสเตียนในพระคัมภีร์ใหม่ใช้กัน เราต่างก็อ่านครั้งแล้วครั้งเล่าและก็พบว่าผู้เชื่อใหม่เหล่านั้นต่างก็ออกไปประกาศนำดวงวิญญาณ นั่นคือนำเพื่อน นำญาติพี่น้องของตนมาที่คริสตจักรทำให้จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น! แต่ละคริสตจักนั้นต่างก็ขยายเจริญเติบโต! ขอพระเจ้าตรัสกับใจของคุณ! ขอให้คุณมาที่คริสตจักรของเราพร้อมกับนำญาติพี่น้อง เพื่อนๆมาฟังพระกิตติคุณของพระเจ้า และรับประทานอาหารมื้อเย็นกับพวกเรา! มาช่วยพวกเราสร้างและขยายคริสตจักรให้เติบโต! “หาผู้คนดั่งหาปลา” ยืนขึ้นและร้องเพลงด้วยกัน!

เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ไปหาผู้คน ไปหาผู้คน
เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ถ้าท่านตามเรามา
ถ้าท่านตามเราทา ถ้าท่านตามเรามา
   เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
ถ้าท่านตามเรามา

จงออกไปและนำคนเข้ามาในคริสตจักรพร้อมกับคุณ! พวกเราได้ตระเตรียมอาหารทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นสำหรับคนเหล่านั้น! เราตระเตรียมงานฉลองวันเกิดให้กับพวกเขาเสมอ! เรามีกิจการสนุบสนานรื่นเริงที่ดีที่สุดในเมืองลอสแองเจลิส! คริสตจักรนี้คือสถานที่แห่งสันติสุขแห่งนครลอสแองเจลิส ครั้งต่อไปที่คุณมานั้นกรุณาพาคนใหม่มาพร้อมกับคุณ! มันไม่มีอะไรที่ยุ่งยากเลย เพียงแค่บอกพวกเขาว่า ไปที่คริสตจักรพร้อมกับฉันนะ ช่างมีสันติสุขและแสนสบายใจยังเมื่อไปถึงที่นั่น วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้คุณจะไปพร้อมกับฉันหรือเปล่า?” แค่นี้แหละ! มันช่างง่ายมาก! จงทำ! นำบางคนมาพร้อมกับคุณในครั้งหน้า! พวกท่านนั่งลงได้

สิ่งแรกที่พระเยซูทรงสอนสาวกของพระองค์ และนั่นก็คือสิ่งแรกที่พวกเราอยากจะสอนพวกคุณด้วย พระเยซูได้ตรัสให้กับคุณในเช้านี้ว่า

“จงตามเรามา เราจะตั้งท่านให้หาผู้คนดั่งหาปลา” (มัทธิว 4:19).

บางคนที่มาในเช้านี้อาจะมาเป็นครั้งแรก พระเยซูตรัสให้กับคุณว่า “จงตามเรามา เราจะตั้งท่านให้หาผู้คนดั่งหาปลา” ถ้าคุนเป็นผู้ที่พาคนอื่นเข้ามาในเช้านี้ สิ่งแรกที่พระเยซูได้ตรัสให้กับคุณคือจงเป็น “ผู้หาคนดั่งหาปลา” นำบางคนมาที่คริสตจักรพร้อมกับคุณในวันอาทิตย์หน้านี้! มันช่างง่ายมาก! จงลงมือทำ! ให้ร้องเพลงท่อนรับด้วยกัน

เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ไปหาผู้คน ไปหาผู้คน
เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ถ้าท่านตามเรามา
ถ้าท่านตามเราทา ถ้าท่านตามเรามา
   เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
ถ้าท่านตามเรามา

มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งพึ่งมาที่คริสตจักรได้ไม่กี่อาทิตย์ เธอก็กลายเป็น “ผู้หาคนดั่งหาปลา” เสียแล้ว เพราะเธอได้พาผู้หญิงอีกสามคนมาพร้อมกับเธอ! คุณก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน! นำบางคนมาที่คริสตจักรพร้อมกับคุณในวันอาทิตย์หน้านี้! จงทำ! จงทำ! นำบางคนมาพร้อมกับคุณ! พวกเราจะรับประทานอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็นด้วยกัน พวกเราจะชมภาพยนตร์ตลกเก่าๆเรื่องหนึ่งด้วยกัน และเราจะมีการฉลองวันเกิด เราจะสนุกสนานสุดเหวี่ยงมากกว่าลิงที่ห้อยโหน! นั่นคือคำพูดที่แม่ผมชอบพูด “เราจะสนุกสนานสุดเหวี่ยงมากกว่าลิงที่ห้อยโหน!” ไปและนำบางคนมาร่วมงานฉลองวันเกิดที่คริสตจักร! นำบางคนเข้ามาที่งานฉลอง! ร้องท่อนรับอีกครั้งหนึ่ง!

เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ไปหาผู้คน ไปหาผู้คน
เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ถ้าท่านตามเรามา
ถ้าท่านตามเราทา ถ้าท่านตามเรามา
   เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
ถ้าท่านตามเรามา

มีกี่คนในพวกท่านที่จะบอกว่า “ฉันจำทำ! ฉันจะนำบางคนมาที่คริสตจักรพร้อมกับฉัน เพื่อฟังพระกิตติคุณของพระเจ้า และร่วมสนุกกับพวกเรา!” กรุณายกมือขอคุณ ดร. ชาน จะมาอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยให้คุณสามารถทำได้ (อธิษฐาน)

ในค่ำคืนนี้ถ้าคุณเป็นคริสเตียนที่ยังไม่ได้บังเกิดใหม่ โปรดฟังให้ดี พระเยซูเสด็จจากสววรค์ลงมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ที่ๆพระองค์ทรงไถ่บาปของเรา พวกเขาได้นำพระศพของพระองค์ไปเก็บไว้ในอุโมงค์ และปิดประตูอุโมงค์นั้นอย่างแน่นหนา ในขณะเดียวกันมีทหารโรมันคอยเฝ้าอยู่หน้าอุโมงค์เพื่อปกป้อง แต่ในวันที่สามพระกายของพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย พระคริสต์ผู้ทรงเป็นขึ้นมานั้นทรงสามัคคีธรรมร่วมกับสาวกของพระองค์เป็นเวลาสี่สิบวัน เขาได้จับต้องพระองค์และก็พบว่าพระองค์ไม่ใช่ผี สุดท้ายพระองค์ก็เสด็จกลับสู่สววรค์ ประทับ ณ เบื้องพระหัตถ์ขวาของพระเจ้าพระบิดา

ในขณะที่คุณหันหลังให้กับความบาปและเข้ามาเชื่อวางใจในพระองค์ พระโลหิตอันประเสริฐของพระองค์ก็จะชำระทุกความผิดบาปของคุณ แล้วพระองค์จะประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ เราจะอธิษฐานเผื่อว่าคุณจะมาที่พระเยซูและวางใจในพระองค์ และได้รับความรอดในเร็วๆนี้ ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม อย่าลืมที่จะกลับมานมัสการในวันอาทิตย์หน้านี้ และจงออกไปนำบางคนมาที่คริสตจักรพร้อมกับคุณในวันอาทิตย์หน้านี้! จงออกไป และจงทำ!

เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ไปหาผู้คน ไปหาผู้คน
เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
   ถ้าท่านตามเรามา
ถ้าท่านตามเราทา ถ้าท่านตามเรามา
   เราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา
ถ้าท่านตามเรามา

โอ้ พระเจ้า โปรดกรุณาช่วยพวกเขาให้ทำการประกาศเถิด! อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนา โดย ดร. กรีนตัน เอล์ ชาน: มัทธิว 4:18-20.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคดกรีฟท์:
“ดั่งเวลาที่เหลือน้อย” (โดย Dr. John R. Rice, 1895-1980)/
“ฉันจะหาคนดั่งหาปลา” (โดย Harry D. Clarke, 1888-1957).

โครงร่างของ

คริสตจักรที่เจริญเติบโต!

โดย ดร. ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“แล้วพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า “การเก็บเกี่ยวนั้นเป็นการใหญ่นักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่เหตุฉะนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของการเก็บเกี่ยวนั้น ให้ส่งคนงานมาในการเก็บเกี่ยวของพระองค์” (มัทธิว 9:37, 38)

I.  หนึ่ง พระเยซูทรงเรียกสาวกของพระองค์ให้ออกไปประกาศในทันที
มัทธิว 4:18-20.

II. สอง พระเยซูทรงส่งคนใหม่ออกไปประกาศในทันที
ยอห์น 1:41, 42, 43, 46; 4:29, 39-41; ลูกา 8:39; 17:13, 14;
กิจการ 6:7; 2:47; 17:4; I เธสะโลนิกา 1:8.