Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




อดอาหารเพื่อเอาชนะซาตาน

FASTING TO OVERCOME SATAN
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้า วันที่ 26 เดือน สิงหาคม 2012 ณ คริตจักร
แบ๊บติสต์แห่งนครลอสแองเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, August 26, 2012

“เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในเรือนแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาทูลถามพระองค์เป็นส่วนตัวว่า เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้ พระองค์ตรัสตอบเขาว่า ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:28, 29)


พระคัมภีร์ตรัสว่า “…ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปีศาจ” (1 ทิโมธี 4:1) พระวัจนะในข้อนี้ได้กล่าวไว้อย่างเจนว่า “ต่อมาภายหลัง” พวกวิญญาณชั่วเหล่านี้จะมีมากขึ้น นั่นคือช่วงก่อนสิ้นยุคอย่างที่พวกเรารู้กัน ซาตานจะปล่อยวิญญาณร้ายเหล่านั้นออกมาทำลายคริสตจักรต่างๆ จากเหตุการณ์ต่างๆที่ได้บังเกิดขึ้นทุกวันนี้กำลังบ่งบอกว่าพวกเรากำลังอยู่ในยุคนี้ ดร. เมอริวล์ เอฟ อังเกอร์ แห่งพระคริสตธรรมดาลาสกล่าวไว้ว่า “คริสตจักรในยุคศตวรรษที่ยี่สิบที่กล่าวอ้างว่าดีพร้อม และปฏิเสธการมีอยู่ของวิญญาณที่ชั่วร้าย จากความเชื่อเช่นนี้นำมาซึ่งจิตวิญญาณในคริสตจักรตกต่ำ" ดร. อังเกอร์ ยังกล่าวอีกว่ายิ่งถ้าคนที่ไม่ใช่คริสเตียนและไม่เชื่อเรื่องการมีอยู่ของวิญญาณชั่ว จะยิ่งอันตรายต่อคนเหล่านั้น จะเห็นได้จากการทนทุกข์ทรมาณของผู้เชื่อหลายเกิดจากอำนาจของมารซาตานและวิณณาณชั่วต่างๆ แม้แต่ผู้ที่มีชิวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง บางคนก็ยังแพ้ในการต่อสู้กับวิญญาณเหล่านี้ เพราะขาดความรู้ที่ว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องใช้ต่อสู้กับมาร” เขายังกล่าวว่ามีหลายๆพันธกิจที่ถูกครอบงำปิดบังโดย “เจ้าผู้ครองจักรวาลวิญญาณชั่ว ตามที่พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงนั้นคือพลังอำนาจของซาตาน” (Merrill F. Unger, Th.D., Ph.D., Biblical Demonology, Kregel Publications, 1994 edition, หน้า 201)

ดร. อังเกอร์ไม่ใช่คนไร้สติ เขาจบดอกเตอร์จากพระคริสตธรรมในเมืองดาลาส และอีกดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยฮอปกินส์ (Hopkins University) ซึ่ง ดร. สมิธ ผู้มีชื่อเสียงเรียงนามและเป็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์ในยุคศตวรรษที่ 20 และเป็นผู้ที่ทำให้หนังสือของ ดร. อังเกอร์เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น ท่านกล่าวถึงคำพูดของ ดร.อังเกอร์ว่า“คงเป็นเวลาหลายปีที่ต้องรักษามาตราฐานคำสอนของพระคัมภีร์เกี่ยวกับวิญญาณชั่ว "

ดร. อังเกอร์กล่าวถูกหรือเปล่า? มีหลายๆพันธกิจและหลายคริสตจักรในปัจจุบันนี้กำลังประสบปัญหา…ไม่ใช่เพราะเหตุที่ไม่ใช่เรื่องวิญญาณเหล่านั้นหรือ”? ผลลัพธ์คือ "ค่าจ้างของพวกเขาไม่ใช่การที่ต้องปราชัยต่อการทำสงครามกับกองทัพของวิญญาณชั่วร้ายนี้ และไม่ใช่เพราะเหตุที่ไม่เชื่อเรื่องนี้หรือ"? แน่นอนและเป็นตามเช่นนั้น! ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าคริสตจักรได้สูญเสียคนหนุ่มคนสาวที่มีอายุ 25 ปี ประมาณ 85% ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าคริสตจักรได้สูญเสียอำนาจในการประกาศให้กับคนหนุ่มสาวเหล่านี้ให้กลับใจใหม่! สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเหตุเพิกเฉยไม่เชื่อเรื่องของซาตานและวิญญาณชั่วเหล่านั้น

ดร. ทิโมธี หลิน ได้รับใช้พระเจ้ามานานถึงยี่สิบสามปี ก่อนที่ผมจะมารู้จักกับท่าน ท่านสอนนักศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบ๊อบโจนส์ ต่อมาท่านไปเป็นศาสตราจารย์สอนที่ทัลบอตวิทยาลัยศาสนศาสตร์และพระคริสตธรรมตรีเอกานุภาพในเดียร์ฟิลด์ รัฐอิลลินอยส์ หลังจากนั้นดร.หลินไปเป็นผู้อำนวยการที่วิทยาลัยพระคริสตธรรมในประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นการดำเนินรอยตาม ดร. เจมส์ฮัดสันเทย์เลอร์ที่สาม ดร. หลินได้กล่าวว่า “มีผู้รับใช้พระเจ้ามากมาย แม้กระทั่งนักประกาศ ตลอดจนอาจารย์ที่สอนตามพระคริสตธรรมต่างๆล้วนหลงทางและอยู่ภายใต้การครอบงำของมารซาตาน ผู้คนเหล่านั้นไม่เคยอธิษฐานเลยแม้แต่เช้าเดียว! เหตุการณ์เหล่านี้จะเลวลงไปเรื่อยๆจนถึงวันที่ใกล้การเสด็จมาของพระเป็นเจ้า การที่พวกเขาถูกซาตานครอบงำอย่างไม่รู้สึกตัวเช่นนี้…ผลลัพธ์ที่จะได้รับคือความโศกเสร้าน่าเวทนา” (Timothy Lin, Ph.D., The Secret of Church Growth, First Chinese Baptist Church of Los Angeles, 1992 edition, หน้า 96).

หลายๆคริสตจักรในปัจจุบันนี้ต่างก็อ่อนแอและไร้กำลัง “คิดไม่ถึงเลยว่าซาตานคือผู้ครอบครองพวกเขา” ดังอย่างคำพูดของ ดร. หลิน ที่ว่า คริสตจักรที่เป็นเช่นนั่นแถบจะไม่รู้เลยว่าพวกเขา “แร้นแค้นเข็ญใจ เป็นคนน่าสังเวช เป็นคนขัดสน เป็นคนตาบอด และเปลือยกายอยู่” (วิวรณ์ 3:17)

และตอนนี้เราก็มาถึงพระธรรมมาระโก 9:28, 29 เป็นพระธรรมที่สำคัญมากๆ และก็ถูกบันทึกไว้ในพระธรรมมัทธิว 17:19, 21เช่นกัน กรุณายืนขึ้นและอ่านพระธรรมมาระโก 9:28 และ 29 ออกเสียงดังๆ

“เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในเรือนแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาทูลถามพระองค์เป็นส่วนตัวว่า เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้ พระองค์ตรัสตอบเขาว่า ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”
(มาระโก 9:29, 29)

นั่งลงได้

ก่อนที่ผมจะประยุกต์พระคัมภีร์ข้อนี้ให้พวกคุณนำไปใช้ ผมอยากพูดถึงสองคำสุดท้ายตามที่อยู่ในข้อนี้ “ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐาน และ การอดอาหาร” กับสองคำที่ว่า “และ การ อดอาหาร” ได้ถูกลดทิ้งออกจากพระคัมภีร์หลายฉบับที่ถูกแปลในปัจจุบันนี้ เช่น NKJV และเล่มอื่นๆ สาเหตุที่คำว่า “และ การอดอาหาร” ไม่ถูกนำมาแปลไว้ในพระคัมภีร์ฉบับเหล่านั้น ยอห์น เมคเอเธอร์ได้กล่าวเอาไว้ว่า “เหตุเพราะต้นฉบับดั้งเดิมได้ละเว้นสองคำนี้” (The MacArthur Study Bible; จาก มาระโก 9:29).

สิ่งที่พวกเขาไม่ได้บอกคุณก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า มันเป็นข้อบกพร่องของต้นฉบับแรกที่ถูกแปล เล่มหนึ่งที่พวกนักแปลใช้เป็นแม่แบบ นั่นคือต้นฉับับดั้งเดิมที่ชื่อว่า ไซไนท์ติคัส (Siaiticus) ซึ่งถูกค้นพบโดย ทิสเชนดอร์ฟ (Tischendorf) โดยค้นพบอยู่ในตะกร้าเก่าในอารามเซนต์แคทเธอรีที่เชิงเขาไซไน ซึ่งเป็นฉับดั้งเดิมที่ถูกถ่ายเอกสารเอาไว้โดยพระที่อยู่ในเมืองอะเล็กซานเดรีย ในขณะที่แปลเล่มนี้ และในเวลานั้นกลุ่มที่อิทธิพลที่ได้รับขนานนามว่าพวกเชื่อนอกรีต (Gnostic heresy) โดยเน้นหนักหลักคำสอนเกี่ยวกับวิญญาณชั่วและความสำคัญในฝ่ายร่างกายของมนุษย์ โดยเหตุนี้เองต้นฉบับดั้งเดิมที่แปลออกมาที่ชื่อว่า ไซไนท์ติคัส จึงละเว้นไม่ใช้คำว่า “และ การอดอาหาร” ต้นฉบับที่ผิดนี้กลับไม่มีบทบาทอะไรต่อคริสตจักรมากนัก จนกระทั่งได้มีการตีพิมพ์ฉบับที่มีชื่อว่า พันธสัญญาใหม่ที่แก้ได้รับการแก้ไข (the Revised Version New Testament)ในปี ค.ศ. 1881 ซึ่งเป็นฉบับแรกที่ตักสองคำที่ว่า “และ การอดอาการ” ออกไป และมาในยุคหลังๆก็มีอีกหลายเล่มที่ถูกแปลใหม่และเป็นที่ยอมรับเช่น เจ เอ็น เดรไป (J. N. Darby) ปี 1871, เจมส์ มอฟแฟต (James Moffat) ปี 1931 และเวอร์ชันใหม่ที่ชื่อคิงเจมส์ได้ลบคำเหล่านั้นออกไป มีเพียงอรรถธิบายพระคัมภีร์เล่มหนึ่งชื่อไอวีพี (IVP) ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องเอาคำเหล่านั้นออกไป

ห้าเหตุผลที่ผมใช้ยืนยันคำว่า “และ การอดอาหาร” เป็นคำตรัสของพระเยซูคริสต์ และจำเป็นต้องสงวนเอาไว้ในพระคัมภีร์ทุกฉบับที่มีการแปล: (1) เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าพวกมีความคิดนอกรีต (Gnostic heresy) มีอิทธิพลต่อต่อฉบับแปลในยุคแรก (2) เพราะว่าต้นฉับดั้งเดิมก่อนที่ถูกแปลหลายฉับที่อยู่ในยุคเดี่ยวกันต่างก็มีคำว่า “และ การอดอาหาร” (3) เพราะศิษยาภิบาลที่อยู่ในประเทศจีน อย่างเช่น ดร. หลิน ต่างก็ทราบดีว่าทางเดียวที่จะเอาชนะวิญญาณชั่วเหล่านั้นคือการอดอาหาร ผมได้ยิน ดร. หลิน กล่าวหลายๆครั้งว่า ศิษยาภิบาลหลายท่านในประเทศจีน อย่างเช่น ดร. หลิน ได้ทำพันธกิจโดยการอธิษฐานวางมือขับผีให้กับคนที่ถูกวิญญาณเข้าสิง ท่านเหล่านั้นจึงทราบดีว่าไม่มีทางไหนที่จะขับวิญญาณชั่วเหล่านี้ออกได้ ถ้าไม่มีการอดอาหารอธิษฐาน ดังนั้นกับคำที่ว่า “และ การอดอาหาร” จึงควรเป็นข้อที่ต้องปฎิบัติ แต่ (4) พวกคริสตจักรที่อยู่ในแถบตะวันตกกลับละเว้นไม่ใช้คำว่า “การอธิษฐานอดอาหาร” ตั้งแต่คำว่า “และ การอดอาหาร” ถูกลบออกไป ในโลกตะวันตกก็ไม่มีการฟื้นฟูอีกเลย เหมือนอย่างที่ดร. เมอร์รี่ เอฟ อังเกอร์ เขียนเอาไว้ว่า "ผลของการไม่เชื่อนี้ทำให้ระดับชีวิตและจิตวิญญาณในคริสตจักรตกต่ำและไร้ประสิทธิภาพ" (อังเกอร์, อ้างอิง) ผมคิดว่าการรับรู้ในการมีตัวตนของซาตานเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คริสตจักรในประเทศจีนมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่คริสตจักรแถบตะวันตกกลับกำลังลดลง

ยังเหลืออีกประเด็นหนึ่ง: - (5) ผมเชื่อว่าซาตานเองได้เก็บรักษาหนังสือทั้งสองเล่มที่เป็นของพวกความคิดนอกรีตเอาไว้จนกระทั่งปลายศตวรรษที่ 19 แล้วก็นำมาให้พวกนักวิชาการในยุคสมัยใหม่ และทำให้พวกเขาสนใจ เพื่อทำให้คริสตจักรเกิดการสับสนและไร้ประสิทธิภาพจนถึงวันสุดท้าย ผมเชื่อว่านักวิชาการในยุคสมัยนี้ได้รับอิทธิพลจากซาตาน ดังอย่างที่ ดร. หลินได้กล่าวเอาไว้ ต่างก็ไม่รู้เลยว่าซาตานมีอิทธิพลเหนือพวกเขา…ผลลัพธ์คือโศกนาฏกรรมและทุกข์เวทนา” (อ้างจาก หลิน)

นั่นก็นำเราเข้าสู่พระธรรมตอนนี้

“เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในเรือนแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาทูลถามพระองค์เป็นส่วนตัวว่า เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้ พระองค์ตรัสตอบเขาว่า ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”
(มาระโก 9:29, 29)

สองอย่างที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากพระธรรมตอนนี้

I. ประการที่หนึ่ง วิญญาณชั่วมีระดับในเรื่องของฤทธิ์อำนาจต่างกัน

ข้อนี้ปรากฏขึ้นหลังจากที่พวกอัครทูตไม่สามารถขับวิญญาณชั่วออกจากเด็กผู้ชายคนหนึ่ง หลังจากที่พ่อของเขาพาเขามาหาพวกอัครทูต เด็กผู้ชายคนนี้ถูกวิญญาณชั่วเข้าสิง แต่เหล่าสาวกกลับไม่สามารถขับวิญญาณตนนั้นออก แท้จริงพวกเขาได้รับฤทธิ์เดชในการ “ขับไล่วิญญาณชั่ว” มาก่อนหน้านั้น (มัทธิว 10:8) และก่อนที่จะมาถึงเนื้อหาของเราในข้อนี้ พวกเขาก็เคยขับไล่วิญญาณชั่วออกได้ แต่มาตอนนี้กลับไม่สามารถที่จะขับวิญญาณชั่วตนนี้ให้ออกจากร่างของเด็กชายคนนี้ พ่อของเด็กนั้นเลยทูลพระเยซูว่า “ข้าพระองค์ได้ขอเหล่าสาวกของพระองค์ให้ขับผีนั้นออกเสีย แต่เขาขับให้ออกไม่ได้” (มาระโก 9:25) พระเยซูทรงตำหนิสาวกของพระองค์ด้วยเหตุที่พวกเขาขาดความเชื่อ และแล้วพวกเขาก็พาเด็กคนนั้นมาหาพระเยซู ในขณะนั้นวิญญาณชั่วได้ทำให้เด็กคนนั้นล้มลงไปที่พื้นพร้อมกับน้ำลายฟูมปาก พระเยซูจึงตรัสว่า “อ้ายผีใบ้หูหนวก เราสั่งเจ้าให้ออกมาจากเขา อย่าได้กลับเข้าสิงเขาอีกเลย” (มาระโก 9:25)

วิญญาณชั่วนั้นส่งเสียงร้อง พร้อมกับทำให้เด็กคนนั้นชักดิ้นชักงอ แล้วก็ออกจากร่างของเขาไป เด็กคนนั้นนอนสงบนิ่งอยู่ที่นั่น และผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็คิดว่าเขาตายแล้ว พระองค์ได้ยืนพระหัตถ์และพยุงเขาขึ้นมา และเขาก็กลายเป็นคนปกติ หลังจากนั้นไม่นานพระเยซูได้เสด็จมาที่บ้าน เหล่าสาวกก็ถามพระองค์ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถขับวิญญาณตนนี้ออก พระเยซูจึงตรัสว่า

“ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”
      (มาระโก 9:29).

ผีนี้จะขับออกได้ก็โดยการอธิษฐานอดอาหารเท่านั้น ดร. วิลเลียม เฮ็นดริกเซ็นต์ ได้กล่าวไว้ว่า “[พระคริสต์] ได้ตรัสว่า ดังนั้น วิญญาณชั่วต่างๆในโลกล้วนแตกต่างกันออกไป: บางวิญญาณมีฤทธิ์มาก บางก็ร้ายกาจดุร้ายกว่าตนอื่น (William Hendriksen, Th.D., New Testament Commentary: Exposition of the Gospel According to Mark, Baker Book House, 1973, p. 352; comment on Mark 9:29).

ตอนที่ผมยังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยพระคริสตธรรมในรัฐซานฟรานซิสโกในช่วงต้นปี 1970 ผมได้ก่อตั้งคริสตจักรร่วมกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง เพื่อทำการประกาศให้คนหนุ่มสาวที่อยู่ในหมู่พวกฮิปปี้ และตอนนี้ก็คือ คริสตจักรแบ๊บติสต์ (a southern Baptist Church) วัยรุ่นเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดและสิ่งเล้นลับ พวกเราได้ใช้หนึ่งวันต่อสัปดาห์อดอาหารเพื่ออธิษฐานให้กับคนเหล่านั้น สิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็คือหลายๆคนได้กลับใจใหม่มาเชื่อพระเจ้า

ผมจำได้ว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาที่คริสตจักรของเราที่วิว วาเลย์ หล่อนก็เป็นเช่นคนอื่นๆ ณ เวลานั้นคือใช้สิ่งเสพติดใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย แต่ตอนที่เธอได้รับฟังคำเทศนาของผมแล้วก็ได้กลับใจใหม่ และหลุดพ้นจากบ่วงแร้วของมารซาตาน และแล้วในขณะที่เธอกลายมาเป็นคริสเตียนนั้น แม่ของเธอกลับไล่เธอออกจากบ้าน เธอต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกับเด็กผู้หญิงบางคนที่คริสตจักร ผมคิดว่าทางที่ดีเธอควรกลับไปอยู่ที่บ้าน และผมก็ได้ไปเยี่ยมแม่ของเธอ ผมแต่งตัวใส่สูทผูกเน็กไทและไปที่บ้านของเธอ ซึ่งอยู่ในย่ามของคนรวยในเขตของมาริม ตอนไปถึงที่บ้านนั้นผมก็เคาะประตูและแม่เด็กนั้นก็เชิญผมเข้าไปข้างใน ผมได้กลิ่นเหล้าจากการหายใจของเธอ ผมได้บอกเธอว่าทางที่ดีขอให้เธออนุญาติให้ลูกสาวกลับมาอยู่ที่บ้าน วิญญาณชั่วร้ายที่แสดงออกมาบนใบหน้าของเธอที่ทำให้ผมไม่เคยลืม เธอหัวเราะเยาะเย้ยผม และก็พูดออกมาว่า “ฉันรับได้กับการที่เธอไปคบกับเด็กผู้ชาย ฉันรับได้กับการที่เธอไปใช้สารเสพติด แต่มาตอนนี้เธอกลับไปเป็นคริสเตียน (หลอนตะคอกเมื่อพูดคำว่า คริสเตียน และนั่นเป็นเรื่องที่เลวมากจนไม่อยากจะคิดถึงมัน) – “แต่ตอนนี้เธอไปเป็น คริสเตียน ซึ่งฉันรับไม่ได้ และไม่อนุญาติให้เธอทำอย่างนั้นด้วย!” ผมแปลกใจมากเพราะผู้หญิงคนนี้คือคนผิวขาวที่มีพื้นเพเป็นชาวแองโกล-แซ็กซอนคณะโปรแตสแตนท์ อย่างน้อยเธอก็ควรจะคิดสักนิดหนึ่งกับการที่ลูกสาวของเธอไปเป็นคริสเตียน ผมได้กลับบ้านทั้งที่ไม่สามารถพูดให้เธอรับลูกสาวกลับมาอยู่ที่บ้าน เด็กหญิงผู้ยากไร้คนนี้เลยไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้อีก ต่อมาผมได้ยินว่าเธอได้แต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นคริสเตียน และเขาทั้งสองได้เป็นมิชั่นนารีที่ประเทศสาธารณรัฐเช็กในทวีปยุโรป หลังจากที่ผมย้ายออกจากเมืองซานฟรานซิสโก ก็ไม่เคยเจอหน้าเธออีกเลยเป็นเวลาถึงสามสิบปี

สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ภรรยาของผม กับลูกชายที่ชื่อ เลสลี่ และผมได้กลับไปที่เมืองมาริมไปร่วมงานฉลองคริสตจักรไมค์ไรลีย์ที่มีอายุครอบรอบ 40 ปี โดยโรเจอร์ ฮอฟแมนและผมได้ก่อตั้งมา หลังจากพิธีฉลองจบ ในขณะที่ผมกำลังเดินลงจากธรรมาส์ ผมเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินตรงเข้ามาหาผมพร้อมทั้งน้ำตาแห่งความชื่นชมยินดี และผมก็ไต่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของเธอ และเธอบอกว่าแม่ของเธอเสียชีวิตตอนช่วงอายุห้าสิบด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจมาก! ถึงอย่างไรก็ตามเด็กหญิงผู้น่ารักคนหนึ่งก็ได้รับการช่วยกู้ออกจากเงื้อมมือของมารซาตาน นั่นเป็นเพราะผลจากการอดอาหารอธิษฐานนั่นเอง!

“ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”
      (มาระโก 9:29).

II. ประการที่สอง อดอาหารคือการขอพระเจ้าช่วยคนบาปให้หลุดพ้นจากอำนาจของซาตาน

กรุณายืนขึ้นและให้เราเปิดไปที่พระธรรมอิสยาห์ 58:6 ฉบับ the Scofield Study Bible อยู่หน้า 764 ยืนขึ้นและอ่านออกเสียงดังๆ

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน” (อิสยาห์ 58:6)

ทุกคนนั่งลงได้

มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกนั่นคือความจริงเกี่ยวกับการเปรีบยเทียบของพระคัมภีร์ ถ้าเนื้อหาของเราปรากฎเพียงแค่ที่เดียวในพระคัมภีร์คงจะอันตรายมากต่อการที่จะเทศน์พระธรรมตอนนั้น ดังนั้นการอดอาหารอธิษฐานเพื่อให้คนหลุดพ้นจากอำนาจของซาตานไม่ได้ปรากฎเพียงแค่ในพระธรรมมาระโก 9:29 เท่านั้น แต่ยังมีในพระธรรมมัทธิว 17:21 ด้วย ผมรู้มาว่าพระคัมภีร์บางฉบับก็พยายามจะตักมัทธิว 9:29 ออก แต่สำหรับพระธรรมอิสยาห์ 58:6 นั้นไม่มีใครสามารถจะตักออกได้ พระธรรมข้อนี้สอดคล้องกับพระธรรมมาระโก 9:29 และนี่คือการเปรียบเทียบที่มีเกิดขึ้นในพระคัมภีร์ และเป็นการพิสูจน์ว่าคำพูดของพระเยซู “ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:29).

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน” (อิสยาห์ 58:6)

นั่งคือการอดอาหารที่พระเจ้านั้นทรงเลือกใช้! นั่งคือการอธิษฐานอดอาหารที่พระเจ้าทรงใช้ปลดโซ่ตรวนออกจากวิญญาณชั่ว ออกจากภาระที่หนัก เป็นการปลดปล่อยคนที่อยู่ใต้อำนาจของมารให้มีอิสระ และเป็นการทำลายแอกให้แตกออกไป! นักประกาศที่มีชื่อเสียงชื่อ จอห์น เวสลีย์ ได้กล่าวว่า

คุณได้แต่งตั้งวันอธิษฐานอดอาหารแล้วหรือยัง?
พายุบัลลังก์แห่งพระคุณและความอดทนและความเมตตาจะลงมา. "

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน” (อิสยาห์ 58:6)

พี่น้องของจอห์น ที่ชื่อว่า ชาร์ลส์ เวสลีย์ พูดไว้ในบทเพลงต่างๆของเขาได้อย่างดีมากว่า

พระองค์ได้ทำลายอำนาจแห่งบาป
   พระองค์ทรงทำให้นักโทษเป็นอิสระ
โลหิตของพระองค์ชำระความสกปรกให้สะอาด
   โลหิตของพระองค์มีค่ามากสำหรับฉัน
(“O For a Thousand Tongues to Sing” โดย Charles Wesley, 1707-1788).

ถ้าคุณถูกล่าตรวนด้วยโซ่แห่งวิญญาณชั่ว มันก็จะถูกทำลายโดยการที่พระเยซูเข้ามาในชีวิตของคุณ กรุณายืนขึ้นและร้องเพลงนี้ด้วยกันกับผม!

พระองค์ได้ทำลายอำนาจแห่งบาป
   พระองค์ทรงทำให้นักโทษเป็นอิสระ
โลหิตของพระองค์ชำระความสกปรกให้สะอาด
   โลหิตของพระองค์มีค่ามากสำหรับฉัน

อาเมน และอาเมน! คุณนั่งลงได้

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน” (อิสยาห์ 58:6)

การอดอาหารอธิษฐานคือหนทางที่พระเจ้าทรงใช้ทำลายอำนาจแห่งบาปโดยการให้อภัย และช่วยให้นักโทษได้รับอิสระ! สรรเสริญพระเจ้า! ฮาเลลูยา!

ดังนั้นผมถือโอกาสนี้เชิญชวญพวกคุณให้มาร่วมอดอาหารอธิษฐานกับผมในวันศุกร์หน้า – เราจะอธิษฐานขอให้พระเจ้าปลดโซ่ตรวนของซาตานให้กับวัยรุ่นทั้งหลาย เราจะนำคนเหล่านี้มาที่คริสตจักรในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ผมอยากจะขอร้องให้พวกคุณทำการอดอาหารอธิษฐานตลอดทั้งวันของวันศุกร์นี้ กรุณาอย่าแตะต้องอาหารใดๆ นอกจากน้ำถ้ามันจำเป็น ถ้าคุณมีปัญหาที่ต้องกินยากรุณาถามหมอก่อนที่คุณจะเข้ามาร่วมอดอธิษฐานกับพวกเรา เพื่อความแน่ใจกรุณาดื่มน้ำให้มากๆ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟและน้ำชาเป็นประจำ คุณสามารถดื่มสิ่งเหล่านั้นได้ เพราะไม่งั้นคุณจะมีอาการปวดศีรษะถ้าคุณต้องหยุดดื่มอย่างกระทันหัน

และอย่าลืมอธิษฐานให้กับคนที่มาใหม่ด้วย กรุณาไปตามรายชื่อถ้าเป็นไปได้ ตอนที่คุณมาอธิษฐานในวันศุกร์นั้น สำหรับคนชราที่มีโรคและคนที่จะต้องออกไปทำงานในวันนั้น คุณสามารถดื่มนำผลไม้เช่นพวกน้ำมะเขือ กรุณาจำข้อความของ ดร. เจอรี่ ฟอร์เวล์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ไลเบอตี่

      คนส่วนใหญ่มักจะอดอาหารเพียงแค่หนึ่งวัน เพราะถ้าสิ่งนั้นใหม่สำหรับพวกเขา นอกจากคนที่เติบโตในทางฝ่ายวิญญาณเท่านั้น ที่ได้ทำการอดอาหารตลอดทั้งปี…ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน
(Jerry Falwell, D.D., Fasting: What the Bible Teaches, Tyndale House Publishers, 1984 edition, หน้า 29).

ถ้าคุณวางแผนที่จะมาร่วมอดอาหารอธิษฐานเผื่อผู้ที่หลงหายเพื่อพวกเขาจะได้รับการช่วยกู้ กรุณาออกมาข้างหน้านี้ คุณวินสตัน ซอง จะอธิษฐานเผื่อให้คุณเพื่อสามารถเข้าร่วมการอดอาหารอธิษฐานในวันศุกร์นี้ (อธิษฐาน) กรุณานั่งลง

พระองค์ได้ทำลายอำนาจแห่งบาป
   พระองค์ทรงทำให้นักโทษเป็นอิสระ
โลหิตของพระองค์ชำระความสกปรกให้สะอาด
   โลหิตของพระองค์มีค่ามากสำหรับฉัน

อีกอย่างหนึ่ง-ถ้าคุณยังไม่ได้บังเกิดใหม่โปรดฟังให้ดี พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของคุณ พระกายของพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและเสด็กลับสู่สวรรค์อธิษฐานให้กับคุณ จงมาหาพระเยซูโดยความเชื่อและพระองค์จะทรงอถัยโทษบาป พร้อมกับประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ และในสิ่งต่อไปที่คุณต้องทำก็คือ แน่ใจว่าคุณจะต้องกลับมาที่คริสตจักรในวันอาทิตย์หน้า! ขอพระเจ้าอวยพรให้คุณ! อเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนา โดย คุณ ลีคยูดง: มาระโก 9:20-29
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคดกรีฟท์:
“และแล้วพระเยซูเสด็จมา” (โดย Home Rodeheaver, 1880-1955)


โครงร่างของ

อดอาหารเพื่อเอาชนะซาตาน

FASTING TO OVERCOME SATAN

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในเรือนแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาทูลถามพระองค์เป็นส่วนตัวว่า เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้ พระองค์ตรัสตอบเขาว่า ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:28, 29).

(1 ทิโมธี 4:1; วิวรณื 3:17)

I.  ประการแรก ประการที่หนึ่ง วิญญาณชั่วมีระดับในเรื่องของฤทธิ์อำนาจต่างกัน
 มัทธิว 10:8; มาระโก 9:18, 25.

II. ประการที่สอง อดอาหารคือการขอพระเจ้าช่วยคนบาปให้หลุดพ้นจากอำนาจของซาตาน
 อิสยาห์ 58:6.