Print Sermon

เป้าหมายของเวปไซต์นี้คือจัดเตรียมบทเทศนาที่เขียนจากต้นฉบับ และในรูปแบบวีดีโอให้กับผู้รับใช้ และมิชชั่นนารีที่ไปรับใช้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในโลกที่สามที่ขาดแคลนพระคริสตธรรมหรือโรงเรียนอบรมพระคัมภีร์

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 221 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 40 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น!

CHURCH CENTERED EVANGELISM!

โดย ดร. อาร์ เอล ฮิวเมอร์ จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในเช้าวันของพระเป็นเจ้า วันที่ 25 เดือน มกราคม 2009
ณ คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแองเจลิส
A sermon preached on Lord’s Day Morning, January 25, 2009
at the Baptist Tabernacle of Los Angeles

“ดังนั้นจงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และวิญญาณบริสุทธิ์ สอนให้เขาเชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่ง พวกท่านไว้ และแน่นอน เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปตราบจนสิ้นยุค อาเมน” (มัทธิว 28:19-20)


มีคนจำนวนไม่น้อยที่เดียวที่คิดว่าการประกาศข่าวประเสริฐนั้นเป็นหน้าที่ของบางคนที่อยู่ในคริสตจักรเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พันธสัญญาใหม่สอนเอาไว้ พระมหาบัญชาที่อยู่ในพระธรรมมัทธิว 28:19-20 ให้กับทุกๆคนและทุกคริสจักรท้องถิ่นที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ใหม่ ดร. คริสเวลล์ ได้แก้ไขคำศัพท์นี้ใหม่ไว้ดังนี้

พระบัญชาของพระเยซูนั้นให้กับทุกๆคนในคริสตจักร และทุกยุคทุกสมัย คำที่อยู่ในเชิงของการบังคับนั่นคือ “สอนมวลประชาชาติ” และที่สำคัญกว่านั้นคือ “การสร้างสาวก” (W. A. Criswell, Ph.D., The Criswell Study Bible, Thomas Nelson, จาก มัทธิว 28:19-20)

“พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์นั้นให้กับทุกคริสตจักร” นั่นก็คือทุกคนนาสาสาคริสตจักรต่างก็ได้รับมอบหมายจากพระเยซูคริสต์ให้ทำงานด้านประกาศข่าวประเสริฐ ทุกคนต่างก็ถูกเรียกและมอบหมายให้สร้างสาวกจากทุกมวลประชาชาติ จงประกาศข่าวประเสริฐให้กับทุกคนที่พบเห็น ความจริงที่เราเชื่อก็คือคำว่าทุกๆคน รวมไปถึงคนที่ยังไม่เป็นสมาชิกก็ควรเข้าร่วมทำพันธกิจสำคัญนี้เพื่อพระคริสต์ การประกาศข่าวประเสริฐนั้นจะต้องเป็นหัวใจสำคัญของการทำพันกิจในคริสตจักรของเรา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราได้วางการประกาศข่าวประเสริฐให้อยู่เหนือพันธกิจทั้งปวงที่เราทำเพื่อพระคริสต์ ด้วยเหตุนี้เราจึงถือว่าการประกาศเป็นพันธกิจที่สำคัญที่สุดในฐานะที่เราเป็นคริสตจักร พวกเรามีการอธิษฐานทุกๆวันเสาร์และตามด้วยการประกาศข่าวประเสริฐ เราก็ยังมีการประกาศในทุกวันอาทิตย์หลังจากนัสการเสร็จ นอกจากนี้ยังรวมถึงทุกๆคืนของวันพุธและพฤหัสบดี ดังอย่างที่ ดร. คริสเวลล์ได้กล่าวไว้ “พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์เพื่อคริสตจักรทั้งหมด”

“จงออกไป และสอนทุกมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาใน
พระนามพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์”
      (มัทธิว 28:19)

หลายคนที่เดียวที่เชื่อว่าการประกาศช่าว ประเสริฐคือการที่เราออกไปแจกใบปลิวตามทางคนเดิน หรือเป็นการนำคนอธิษฐานตามอย่าง “หลักการอธิษฐานของคนบาป” แต่ให้เราระลึกเสมอว่าเป้าหมายนั้นไม่ได้อยู่ที่ “ให้รับการตัดสินใจ” แต่อยู่ที่ ให้สร้างสาวก อย่างที่ ดร.คริสเวลล์ได้พูดใหม่ว่า “‘สอนทุกมวลประชาชาติ’ [คือ] ตามศัพท์ดั้งเดิมควรแปลว่า ‘สร้างสาวก’ นี่แสดงให้เห็นว่าพระมหาบัญชาคือศูนย์กลางของคริสตจักรท้องถิ่น การออกเดินแจกใบปลิว และการอธิษฐานตาม “หลักการอธิษฐานของคนบาป” มันไม่ได้ช่วยให้คนเข้าไปในคริสตจักรเลย ดังนั้นหลายคริสตจักรที่ใช้วิธีดังกล่าวนี้ต่างเลิกใช้กันไปแล้ว มันง่ายก็จริงแต่ไม่ได้ผล แต่มีวิธีที่ดีกว่านี้! เราเรียกว่า “ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น” นั่นคือให้คุณออกไปจดรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้คน ผู้นำของคริสตจักรก็รับหน้าที่โทรไปหาและเชื้อเชิญให้บุคคลเหล่านั้นให้เข้ามา โดยการที่เอารถของคุณไปรับเขามา ตอนที่เขามาถึงคริสตจักร เราก็ประกาศพระกิตตุณอย่างลึกซึ่งให้กับคนเหล่านั้น นั่นแหละคือชัยชนะของเรา ตอลดจนสร้างสาวกใหม่จากผู้เชื่อใหม่เหล่านั้นด้วย แผนการนี้ได้ผลจริงๆ ต่างกับวิธีการอื่นที่ไร้ผล ถ้าหากคุณต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น” สามารถส่งอีเมล์ให้ผม อีเมล์ของผมนั้นอยู่ด้านหน้าของเว็บไซต์นี้ตอนด้านล่างทางซ้ายมือ หรือคุณจะโทรศัพท์ก็ได้ตามหมาลเลขนี้ (818)352-0452.

หลายช่วงอายุคนที่ผ่านมา การตัดสินใจนิยมนั้นมักจะนำไปสู่ความคิดที่เชื่อว่า“เข้ารับการตัดสินใจ”มากกว่าการที่จะพาคนๆนั้นเข้ามายังคริสตจักร แล้วอะไรล่ะคือ“เข้ารับการตัดสินใจ”ถ้าเราไม่“รับ”คน? การเจริญเติบโตของคริสตจักรนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเชื่อฟังพระมหาบัญชาโดยที่พาคนเข้ามาในคริสตจักร นี่เป็นโอกาสที่เราจะนำพวกเขารับเชื่อและสร้างสาวก ไม่ใช่มัวแต่เสียเวลาตามคนที่ไม่ยอมกลับใจใหม่สักที เราต้องออกไปพาคนมาในคริสตจักร และทางเดียวที่เขาจะได้ยินพระคำของพระเจ้านั่นก็คือในคริสตจักร ดังนั้นคริสตจักรท้องถิ่นจึงกลายเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ไปโดยปริยาย กรุณาเปิดพระคัมภีร์ของคุณไปที่ลูกา14:23 ซึ่งเป็นข้อหนึ่งที่กล่าวได้อย่างชัดเจน

“แล้วนายจึงบอกคนรับใช้ว่า จงไปตามถนนหนทางในชนบท และระดมพวกเขามาให้เต็มบ้านของเรา” (ลูกา 14:23)

คุณนั่งลงได้

วิธีการนี้เป็นรูปธรรมและถูกต้องตามพระมหาบัญชาในพระธรรมมัทธิว 28:19-20 แล้วผมจะไป “สอนทุกมวลประชาชาติได้ที่ไหน? คำตอบ – “ตามถนนหนทางและตามชนบท”–ตามตรอกซอย-ตลอดจน “แผ่นดินโลก” (มาระโก 16:15) ผมต้องอะไรกับการประกาศข่าวประเสริฐให้กับผู้ที่หลงหาย? “ระดมพวกเขาให้เข้ามาในคริสตจักรให้เต็มบ้านของเรา” ง่ายๆ! ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น: ไปรับเขามาที่คริสตจักรเพื่อฟังพระวัจนะ พาเขารับเชื่อ และสร้างพวกเขาให้กลายเป็นสาวกของพระคริสต์

ณ ตรงนี้ สองคำที่น่าสนใจในตอนต้นของข้อ 23 และสองคำที่อยู่เกือบท้าย:

“ออกไป”
“เข้ามา”

ง่ายๆ! “ออกไป” และพาพวกเขา “มาช้างใน” นี่แสดงให้เห็นว่าคุณได้ “สอนทุกมวลประชาชาติ” นั่นก็คือคุณพาพวกเขามารับเชื่อ และสร้างให้เป็นสาวก–ในและผ่านทางคริสตจักรท้องถิ่น

“ออกไป”
“ระดมพวกเขาเข้ามาข้างใน”

I. ประการแรก ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น คือ จง ออก “ไป”

เราไม่สามารถรอให้ชาวโลกเข้ามาด้วยตัวเขาเอง ใช่ ผมเชื่อว่าพระเจ้าคือผู้ครอบครอง แต่พะเจ้าก็ใช้วิธีการเพื่อให้บรรลุตามพระประสงค์ของพระองค์ ถ้าเราเป็นคริสตจักรที่ไม่เชื่อฟังพระบัญชาของพระคริสต์ตามในพระธรรมมัทธิว28:19-20 และ ลูกา14:23 เราก็ไม่ควรขอให้พระเจ้าอวยพรเรา การเชื่อฟังพระมหาบัญชานั้นคือกุญแจดอกสำคัญที่จะพาคริสตจักรไปสู่ความสำเร็จ การที่เราอธิษฐาน – นั้นเป็นเรื่องดี เราอาจจะอ่านและสอนพระคัมภีร์ – นั่นก็คือเรื่องดี เราร้องเพลงนัสการออกจากใจของเรา – นั่นก็เป็นอีกเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราขาดการเชื่อฟังคำสั่งของพระคริสต์คือพระมหาบัญชา และถ้าเราไม่ “ออกไป” “ระดมคนเข้ามาข้างใน”! นั่นเพราะเราล้มเลวต่อการ “ออกไป และระดมคนเข้ามาข้างใน” นั่นหมายความว่าเราล้มเหลวต่อพระบัญชาครั้งสุดท้ายของพระเยซูคริสต์ที่ประทานให้เรา เราจะออกไปหาผู้คนที่หลงหาย หรือหนีออกจากพระเจ้า รวมถึงเรารับพระบัญชาของพระองค์อย่างไม่เต็มใจ เราไม่ยอมรับฟังพระสุรเสียงของพระองค์ เราไม่ยอมทำในสิ่งที่พระองค์ทรงมอบหมายให้เรา และเพื่อให้ผมได้ตอกย้ำในสิ่งดีที่อยู่ในตัวผม

“ออก ไป…และระดมพวกเขาเข้ามา ให้เต็มบ้านของเรา”
      (ลูกา 14:23)

บางคนก็ชราและไร้เรี่ยวแรง บางคนก็ยังเล็กและหนุ่ม แต่สำหรับคนชรานั้นก็ให้มาดูแลเด็กๆที่คริสตจักร – ทำงานร่วมกันโดยให้พ่อแม่ของเขามีอิสระที่จะออกไปประกาศข่าวประเสริฐ สำหรับคนชราที่ไม่มีโอกาสออกไปประกาศข่าวประเสริฐอย่างคนอื่นก็ขอให้จับมือผู้ปกครองของเด็กๆเหมือนอย่างที่อาโรนและเฮอได้จับมือของโมเสส โดยการที่ทำหน้าสำคัญคือดูแลเด็กๆหรือพาไปเฝ้าที่บ้านเพื่อให้พ่อแม่ของเขาได้ออกไปพาคนเข้ามาคริสตจักร เพื่อบ้านของ [พระเจ้า] จะได้เต็ม จงทำมัน! แม้จะหมดค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่ แม้คุณจะสละอะไรก็ตาม คุณต้องทำ จงประกาศข่าวประเสริฐและนำคนมายังพระวิหารของพระคริสต์ คุณต้องทำให้สุดกำลังของคุณ ทุกคนในคริสตจักรจงทำตามความสามารถของคุณที่จะทำได้ ตามวิธีของคุณ เพื่อให้คริสตจักรนี้จะได้ทำตามพระบัญชาของพระคริสต์ และจง “ออกไป…และระดมคนให้เข้ามาข้างใน” จงทำมัน! ทำงานด้วยกันอย่างคริสตจักร จงช่วยเหลือกันเหมืนเป็นกายเดียวที่ถูกก่อขึ้นไม่วาจะเป็นบุรุษ สตรี หนุ่มสาว จงเชื่อฟังพระคริสต์ โดยการระดมคนเข้ามา เพื่อให้พระวิหารของ [พระองค์] จะได้เต็ม

จงออกไปด้วยพลังแห่งวัยหนุ่มสาว ก้าวไปข้างหน้าเพื่อพระคริสต์ ใช้สุขภาพพลังแห่งวัยหนุ่มสาว และชีวิตที่ไร้พันธะผูกพันมุ่งออกไปข้างหน้าอย่างนักประกาศผู้ยิ่งใหญ่ อย่างมุ่งมั่นและแน่วแน่ ทุกอย่างที่หมดไป ก็เพื่อให้บรรลุพระมหาบัญชา การ “ออกไป – และระดมคนเข้ามาข้างใน” นี่คือจุดสำคัญอันดับแรกที่คริสตจักรจะต้องใส่ใจ เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐของทุกๆคนนั้นบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ตามที่ทรงเรียก มันเริ่มต้นโดยการออกไป ถ้าคุณไม่ออกไปเขาก็จะไม่มาข้างในเช่นกัน - บ้านของพระเจ้าก็จะไม่มีวันเต็ม “ออกไป…และระดมคนให้เข้ามาข้างใน”! มันเริ่มต้นที่ตัวคุณ จงพูดกับใจตัวเอง “ฉันจะออกไป ฉันจะทำมัน ถึงจะสูญเสียเท่าไหร่ และยากลำบากอย่างไรก็ตามฉันจะต้องแบกภาระนี้ – ฉันจะออกไป พระคริสต์ทรงบัญชาให้ฉันทำมัน และฉันก็จะเชื่อฟังพระองค์ ‘ฉันจะออกไป’!”

นี่คือเวลาเก็บเกี่ยวจิตวิญญาณ ถ้าเราล้มเหลว เราจะท้อแท้และพ่ายแพ้ - แต่ถ้าเราประสบความสำเร็จ - เราจะได้เห็นใบหน้าใหม่ ๆ ที่สดใสเช่นนักศึกษาจากสถาบันที่เราได้ไปประกาศ และคนในห้างสรรพสินค้าและตามถนนที่เรานำข่าวดีไปให้, ต่างทยอยเข้ามาในคริสตจักรของเราด้วยใบหน้าที่มีแต่ความสุข พระเจ้าต้องการให้คุณช่วยเราสร้างความชื่นชมยินดีนี้ให้กลายเป็นพลังที่แท้จริง! จงพูดในใจ “ฉันจะเชื่อฟังพระบัญชาของพระคริสต์ในทุกๆโอกาส ฉันจะ ‘ออกไป’ด้วยเท้าที่มุ่งมั่น และด้วยใจที่เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณ – ฉันจะทำมันเพื่อถวายเกียรติแด่พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงพระชนม์และไถ่จิตวิญญาณของฉันออกจากความบาปและขุมนรก! ฉันจะออกไป!”

มันเริ่มต้นด้วยกันออกไป นั่นคือหนทางที่เราจะบรรลุพระบัญชาของพระคริสต์ ให้ไปเอารายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคนที่พบเห็นเท่าที่จะทำได้ แล้วนำมาให้กับผู้นำในคริสตจักร เพื่อจะได้โทรศัพท์กลับไปหาและจัดเตรียมรถไปรับและพามานมัสการในวันอาทิยต์

II. ประการที่สอง ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น คือ พาพวกเขา “เข้า”

การออกไปแจกใบปลิวตามทางเดินเพียงอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะเราทราบโดยประสบการณ์มานานแล้วว่ามีน้อยคนนักที่จะมาคริสตจักรโดยวิธีนี้ เรายังรู้อีกว่าการอธิษฐาณตาม “หลักการอธิษฐานของคนยาป” กับพวกเขาตามบ้านหรือตามท้องถนน – เป็นวิธีที่ไร้ประสิทธิภาพและไม่ก่อผลใดๆในการนำพวกเขามา วิธีนี้อาจจะช่วยกระตุ้นให้กับคนที่กำลังตัดสินใจ แต่เราก็พบมานานแล้วว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้ามาในคริสตจักรท้องถิ่น เราต้องทำมากกว่า มากกว่านั้น! พระเยซูตตรัสว่า

“ออกไป…และระดมพวกเขาให้เข้ามา ให้เต็มบ้านของเรา”

พวกเขาจะต้องถูก “ระดม”มาที่พระวิหารของพระเจ้า พวกเขาจะต้องถูกระดมเข้ามาข้างใน เชิญชวนพวกเขา และเราต้องทำให้เขาเข้ามาข้างใน! ในภาษากรีกใช้คำว่า “ระดม”! เหมือนอย่างที่ มร. กรีฟท์ได้ร้องเพลง

พาพวกเขามาข้างใน พาพวกเขามาข้างใน
   พาพวกเขาออกจากแหล่งความบาปเข้ามาข้างใน
พาพวกเขามาข้างใน พาพวกเขามาข้างใน
   พาคนที่หลงหายไปหาพระเยซู
(“พาพวกเขาเข้ามา” โดย อาเลเซนา โทมัส ศตววษที่ 19).

พวกเขาจะไม่อยู่ข้าง “ใน” เพราะพึ่งมาเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง พวกเขาจะไม่อยู่ข้างใน จนกว่าจะอยู่ “ในพระเยซูคริสต์” ( 1 โครินธิ์ 1:30) ดังนั้น อย่าพึ่งคิดว่าหน้าที่เราสิ้นสุดลงแล้ว เพราะคนเหล่านั้นมาได้หลายอาทิตย์หรือหลายเดือนแล้ว พวกเขาจะไม่อยู่ข้าง “ใน” จนกว่าจะเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์และกลับใจใหม่อย่างแท้จริง เราต้อง “ระดมพวกเขาเข้ามาข้างใน”อย่างต่อเนื่องจนกว่าพวกเขาได้รับฟังพระวัจนะถึงขั้นรับรู้ว่าเขาคือผู้หลงหาย จนกว่าเขาจะยอมเชื่อเรื่องของความบาป ทันใดนั้นแหละเขาก็จะไว้วางใจและเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์ ถึงแม้ว่าเขาจะกลับใจใหม่แล้วก็ตาม เรายังต้องช่วยเหลือพวกเขาจนก่วาจะกลายเป็นสาวกที่เข้มแข็งของพระคริสต์

“สอนเขาให้เชื่อฟังทุกสิ่งที่เราได้สั่งท่านไว้” (มัทธิว 28:20)

นี่ไม่ใช่พันธกิจของศิษยาภิบาลเพียงผู้เดียว พระคัมภีร์กล่าวว่า

“และให้เราพิจารณาดูว่าเราจะปลุกใจซึ่งกันและกันให้มุ่งสู่ความรักและการกระทำ:
อย่าให้เขาขาดการประชุมเหมือนที่บางคนทำเป็นประจำ แต่เราให้กำลังใจ…”
      (ฮีบรู 10:24-25)

และอย่าให้เราลืมคนใหม่ที่ได้เข้ามาในคริสตจักรในช่วงระยะหนึ่ง เราต้อง “ส่งเสริม [พวกเขา] ด้วยความรักและการทำงานที่ดี” เราต้องทำด้วยความรักและความอดทนเหมือนอย่างผู้เชื่อ

ผมคิดว่ามีบางครั้งที่เราอ่านพระมหาบัญชาอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้พิจารณาคำเหล่านั้น ให้เรายืนขึ้นและอ่านอีกครั้ง ออกเสียงดังๆในมัทธิว 28:19-20

“ดังนั้นจงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และวิญญาณบริสุทธิ์ สอนให้เขาเชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ และแน่นอน เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปตราบจนสิ้นยุค อาเมน”

นั่งลงได้ แน่นอนอย่างที่ผมพูด การอ่านคำสั่งของพระคริสต์ในพระมหาบัญชานั้น ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง แน่นอนการประกาศข่าวประเสริฐมิได้จำกัดเพียงแค่การออกไปเท่านั้น ยังรวมถึงการระดมพวกเขาให้เข้า “มาข้างใน” (ลูกา14:23) แน่นอนมันหมายถึงว่ารักและฝึกสอนพวกเขาให้ประกาศด้วยตัวเขาเอง – ในทุกๆโอกาส การประกาศที่ไม่เพื่มคนให้กับคริสตจักร จึงยากที่จะพูดว่านั่นคือการทำตามรูปแบบในพระคัมภีร์ใหม่! การประกาศตามหลักคำสอนในพระคัมภีร์นั้นจะต้องเพิ่มคนให้กับคริสตจักรท้องถิ่น เช่นในพระธรรมกิจการ เราจะเห็นได้จากคริสตจักรในเยรูซาเร็ม

“พวกเขา คำเพิ่มเติม ประมาณสามพันวิญญาณ”
      (กิจการ 2:41)

“และพระองค์ เพิ่มคำว่าคริสตจักร ในแต่ละวันนั้นทรงให้คนทั้งหลายได้รับความรอด” (กิจการ 2:47).

“การเอาชนะฝ่ายวิญญาณ” ที่ไม่เพิ่มพูมคนให้คริสตจักร เหมือนอย่างที่คริสตจักรในเยรูซาเร็มได้เพิ่มพูม มันไม่ใช่การประกาศข่าวประเสริฐตามอย่างในพระคัมภีร์ใหม่!

III. ประการที่สาม ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น คือ เพิ่มพูมให้เต็มบ้านของพระเจ้า

พระเยซูตรัสว่า

“จงไปตามถนนหนทางในชนนท และระดมพวกเขามา ให้เต็มบ้านของเรา” (ลูกา 14:23)

ผมใช้ในที่นี้ซึ่งหมายถึงคริสตจักรท้องถิ่น

“คือคริสตจักรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์” (1 ทิโมธี 3:15)

“ให้เต็มบ้านของเรา” สำหรับผม ประโยคนี้จะไร้ความหมาย ถ้ามันมิได้หมายถึงคริสตจักรท้องถิ่น “คริสตจักรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์” (1 ทิโมธี 3:15)

ใช่ ผมรู้ว่าถ้าเราเชื่อพระบัญชาของพระคริสต์แล้วจะต้องมีคนใหม่มากทีเดียว นั่นคือคนที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนและยังไม่ได้กลับใจใหม่เข้ามาร่วมนมัสการในครั้งนี้ ผมยังรู้ว่านี่อาจจะทำให้เกิดการยุ่งยากและปัญหาหลายอย่าง แต่นั่นไม่ใช่หลักการการประกาศหรือ? พระเยซูตรัสว่า

“พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งพวกท่านไปฉันนั้น”
      (ยอห์น 20:21)

คนอเมริกาไม่น้อยทีเดียวที่ไม่อยากมีลูก เพราะว่าเด็กๆคือปัญหาใหญ่ในหลายๆอย่าง พวกเขาเลือกที่จะนั่งหน้าจอทีวีจนถึงวันตาย–อยู่อย่างเดียวดาย การมีเด็กและเลี้ยงดูพวกเขามันสร้างความยุ่งยากแทนที่จะอยู่อย่างสงบ นี่คือชีวิตที่เห็นแก่ตัว และนั่นไม่ใช่บางคริสตจักรที่สมาชิกไม่ชอบนำคนใหม่เข้ามาในคริสตจักรหรือ? พวกเขาชอบพูดว่า “ทำไปก่อน จงอบรมเด็กๆในคริสตจักรของเรา อย่าไปนำคนข้างนอกมาสร้างความยุ่งยากให้กับพวกเราเลย” แต่ท่าทีเช่นนี้มาจากความล้มเหลวต่อการเชื่อฟังพระมหาบัญชาของพระองค์! พระองค์ตรัสกับเราว่า

“ท่านจงออกไป และสอนมวลประชาชาติ” (มัทธิว 28:19)

เราจะพูดได้อย่างไรว่าเราเชื่อฟังพระคริสต์ ถ้าเราล้มเหลวทำตามในสิ่งที่พะองค์ตรัส?

“สถานที่ประกาศข่าวประเสริฐ” ของเราคือ ทุกที่ๆอยู่รอบตัวเรา – ตามท้องถนน สถานบันการศึกษา ตามห้างสรรพสินค้า และตามตลาดต่างๆ “ทุกมวลประชาชาติ” ก็อยู่ตรงนี้ – อยู่ในสถาบันการศึกษาทั้งเจ็ดแห่งที่อยู่รอบศูนย์กลางเมืองลอสแองเจลิส คริสตจักรของเราก็ตั้งอยู่ตรงนั้น ผู้นำสูงสุดของเราคือพระเยซูคริสต์ คำบัญชาของพระองค์นั้นก็ชัดเจน

“จงออกไป และสอนทุกมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาใน
พระนามพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์”
      (มัทธิว 28:19)

“จงไปตามถนนหนทางในชนนท และระดมพวกเขามา
ให้เต็มบ้านของเรา” (ลูกา 14:23)

ออกไปประกาศข่าวประเสริฐ! อย่าให้อะไรหยุดยั้งคุณได้! โยนตัวคุณเองลงไปที่พันธกิจของพระคริสต์! “ระดมพวกเขาเข้ามาข้างใน บ้านของ [พระคริสต์] ให้เต็ม”!

พวกคุณบางคนที่มาในเช้านี้ยังไม่ได้รับเชื่อ ผมไม่สามารถจบการเทศนา โดยการที่ไม่ได้เชิญคุณให้มาหาพระเยซู พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของคุณ พระกายของพระองค์ได้เป็นขึ้นมาจากความตายและก็ประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ พระองค์ทรงพระชนม์อยู่บนสวรรค์กำลังอธิษฐานเพื่อให้วิญญาณของคุณจะได้รอด จงมาที่พระองค์ โยนตัวคุณมาที่พระองค์โดยความเชื่อ พระโลหิตของพระองค์จะชำระทุกความผิดบาปของคุณ แล้วคุณจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระองค์ รวมถึงในคริสตจักรแห่งนี้ด้วย

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนา โดย ดร. กรีฟตัน เอล์ เชน: ยอห์น 20:19-21
ร้องเพลงเดี่ยวก่อนเทศนาโดย มร. เบนจามิน คินเคด กรีฟท์:
“พาพวกเขามาข้างใน” (โดย อลิเซนาห์ โทมัส, ศตวรรษที่ 19 ).

โครงร่างของ

ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น!

โดย ดร. อาร์ เอล ฮิวเมอร์

“ดังนั้นจงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ ให้เขารับบัพติศมาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และวิญญาณบริสุทธิ์ สอนให้เขาเชื่อฟังทุกสิ่งที่เราสั่งพวกท่านไว้ และแน่นอน เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไปตราบจนสิ้นยุค อาเมน” (มัทธิว 28:19-20)

(ลูกา 14:23; มาระโก 16:15)

I.   ประการที่หนึ่ง ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักรท้องถิ่น”คือ
จงออก “ไป” ลูกา 14:23

II.  ประการที่สอง ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักร
ท้องถิ่น คือ นำพวกเขา “เข้า” 1 โครินธิ์ 1:30; ฮีบรู 10:24-25; กิจการ 2:41, 47

III. ประการที่สาม ศูนย์กลางการประกาศข่าวประเสริฐแห่งคริสตจักร
ท้องถิ่น คือ เพิ่มให้เต็มบ้านของพระเจ้า 1 ทิโมธี 3:15; ยอหน์ 20:21.