Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




อาดัมทั้งสองคน –

ชนิดการเทศนาที่เราต้องการ
ให้กับคริสตจักรในทุกวันนี้
(บทเทชศนาในปฐมกาล # 90)

THE TWO ADAMS –
THE KIND OF SERMON WE NEED TO HEAR
IN OUR DYING CHURCHES TODAY!
(SERMON #90 ON THE BOOK OF GENESIS)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนคร ลอสแอนเจลิส
เช้าวันของพระเป็นเจ้า 4 ธันวาคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, December 4, 2016

“และพระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงมีพระดำรัสสั่งมนุษย์นั้นว่า “จากบรรดาต้นไม้ทุกอย่างในสวนเจ้ากินได้ทั้งหมด แต่จากต้นไม้แห่งความรู้ดีและชั่ว เจ้าอย่ากินผลจากต้นนั้น เพราะว่าเจ้ากินผลจากต้นนั้นในวันใด เจ้าจะตายแน่ในวันนั้น”” (ปฐมกาล 2:16-17)


พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์คนแรกจากฝุ่นดิน สมัยยังเป็นหนุ่มนั้นผมไม่เชื่ออย่างนี้ เพราะผมเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ จนกรทั่งสัปดาห์ที่สี่ของเดือนกันยายนปี 1961 ผมเองได้เปลี่ยนความเชื่อใหม่เมื่อวันที่ 28 เดือนกันยายน การเปลี่ยนแปลงชีวิตในครั้งนั้นคือการกลับใจใหม่ เพียงแค่สัปดาห์เดียวทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด หนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดก็คือความเชื่อมั่นในพระคัมภีร์ไบเบิล จากช่วงเวลาที่ฉันตระหนักว่าวิวัฒนาการเป็นฉ้อโกงนิยายวิทยาศาสตร์เพียงเป็นเท็จเป็นหนังสือของมอร์มอนเป็นเท็จอัลกุรอาน ในการแปลงของฉันใจของฉันเปลี่ยนจากความเชื่อในความชัดเจนไปยังมุ่งมั่นรวมถึงแรงบันดาลใจวาจาของทุกภาษาฮีบรูและภาษากรีกคำในพระคัมภีร์ไบเบิล ตอนนี้ฉันรู้ในจิตวิญญาณของฉันที่ "พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับแรงบันดาลใจจากพระเจ้าและเป็นประโยชน์" (II ทิโมธี 3:16) ตั้งแต่พระวจนะของพระคัมภีร์ทุกคนพระเจ้าหายใจ (theopneustos) ไม่มีข้อผิดพลาดที่เป็นไปได้ในพระคัมภีร์ไบเบิล - คำของมันทุก - จากปฐมกาลถึงวิวรณ์ - ถูกมอบให้กับคนที่เขียนนี้ศักดิ์สิทธิ์หนังสือ! พระคัมภีร์กล่าวว่า "พระเจ้าพระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดินและลมหายใจเข้าทางจมูกของเขาลมหายใจของชีวิต และมนุษย์กลายเป็นชีวิตจิตใจ "(ปฐมกาล 2: 7) ผมรู้แล้วว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์คนแรกและคนไม่ได้วิวัฒนาการมาจากรูปแบบของชีวิตที่ต่ำกว่า ผมรู้ว่าบันทึกปฐมกาลของการสร้างของมนุษย์คือความจริงที่แท้จริงและผมรู้แล้วว่าวิวัฒนาการเป็นเรื่องโกหกนรก

พระเจ้าทรงให้มนุษย์อาศัยอยู่ในสวนที่สวยงาม เป็นสวนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารที่อร่อยและมีประโยชน์ มีต้นไม้หลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ถูกทำลายไปหมดหลังน้ำท่วมโลก

แต่ในกลางสวนนั้นมีต้นไม้อยู่สองต้น – ต้นไม้แห่งชีวิต และต้นไม้แห่งการรู้ดีรู้ชั่ว พระเจ้าประทานบัญญัติอยู่ข้อเดียวให้เขารักษา “แต่จากต้นไม้แห่งความรู้ดีและชั่ว เจ้าอย่ากินผลจากต้นนั้น เพราะว่าเจ้ากินผลจากต้นนั้นในวันใด เจ้าจะตายแน่ในวันนั้น” (ปฐมกาล 2:17) คำว่า “ความรู้” ในปฐมกาล 2:17 มาจากรากศัพท์ “yada” หมายความว่า “คุ้นเคยเหมือนเพื่อนสนิทคุ้นเคยกัน” (Strong) ถ้าเขากินต้นไม้ต้องห้ามเขาก็จะติดมันจนคุ้นเคย

ถ้าพวกเขากินผลไม้ต้องห้ามแล้วพวกเขาจะเสพติดมัน หนึ่งในประสบการณ์ทางเพศนอกสมรสยังคงอยู่ในใจตลอดไปเพราะคนๆนั้นทำเป็นประจำจนเป็นที่คุ้นเคยกับมัน ประสบการณ์หนึ่งหรือสองครั้งกับยาบางชนิดจะทำให้คนเริ่มมีความรู้สึกชื่นชอบและท้ายสุดนำไปสู่การเสพที่เรียกว่าติดยา ทำลายความไร้เดียงสาของเขาไปตลอดกาล การกินผลไม้จากต้นไม้แห่งความรู้ดีและชั่วจะทำลายความไร้เดียงสาของมนุษย์ตลอดไป เริ่มแรกคือการตายในฝ่ายจิตวิญญาณและในที่สุดคือความตายในฝ่ายร่างกาย

ซาตานรู้เป็นอย่างดี นั่นคือเหตุผลที่มันได้ล่อลวงคนให้กินผลไม้ต้องห้ามนั่น มันรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจะสูญเสียความบริสุทธิ์ของเขาและกลายเป็นคนบาปตลอดไป การทดลองครั้งนี้ได้ทำลายมโนธรรมของมนุษย์ เขาจะเป็นคนบาปตลอดไป จิตสำนึกของเขาตายหลังจากที่กินผลไม้ต้องห้ามนั้น ในขณะนั้นเขาได้ซ่อนตัวจากพระเจ้า จิตวิญญาณของเขา "ตายโดยการละเมิดและการบาป" (เอเฟซัส 2: 1) เขา "ตายในความบาป" (เอเฟซัส 2: 5) เขามีจิตใจที่เต็มไปด้วยตัณหาและเห็นว่าพระเจ้าเป็นศัตรู (โรม 8: 7) ไม่เพียง แต่เขาตายในฝ่ายจิตวิญญาณเท่านั้น แต่เมื่อร่างกายของเขาหมดอายุนั่นคือการตายฝ่ายร่างกาย ในฐานะที่คนตายไม่สามารถที่จะ "แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้นซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้” ... ตอนนี้ความจริงของพระเจ้า "เขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา " (1 โครินธ์ 2:14)

แม้จะเลวร้ายยิ่งขึ้นธรรมชาติแห่งความตายทางจิตวิญญาณของเขานั้น ก็ยิ่งจะสืบทอดลงมาสู่ลูกหลานของเขาในโลกทุกคน "โดยการไม่เชื่อฟังของอดัม [ที่] คนเป็นอันมากก็จะเป็นคนชอบธรรมเพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น" (โรม 5:19; KJV, ESV) "ดังนั้น ...เพราะการละเมิดของคน ๆ [อาดาม] เดียวฉันใด ความชอบธรรมของพระองค์ผู้เดียวก็นำของประทานแห่งพระคุณมาถึงทุกคนฉันนั้น คือความชอบธรรมแห่งชีวิต” (โรม 5:18) "บาปดั้งเดิมของอดัมหมายความว่าบาปนั้นถูกตราให้ให้กับทุกคนตั้งแต่แรกเกิด ใจนั้นจึงมีความโน้มเอียงไปทางบาป ... ความชั่วร้ายภายในนี้เป็นรากและแหล่งที่มาของความผิดบาปที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด มันจะถูกส่งมาให้เราจากอดัม [หรือรับมรดก] ... เราไม่ใช่คนบาปเพราะเราทำบาป แต่เราคือคนบาปเพราะเราเป็นคนเกิดมาในสภาพที่เป็นบาป" (The Reformation Study Bible; note on page 781) “คน ... ตายในบาป จึงไม่สามารถจะช่วยตัวเองให้กลับใจใหม่ได้ (Westminster Confession, IX, 3)

บาปของอาดัมได้ถูกส่งไปยังลูกหลานของเขา (เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด) ความจริงนี้สามารถพิสูจน์ ได้จากลูกคนแรกของอาดัมที่ชื่อคาอินได้ฆ่าน้องชายของเขาเอง (ดูปฐมกาล 4: 8) ดังนั้นคุณเป็นลูกของอาดัม คุณจึงเป็นคนบาปโดยธรรมชาติ ไม่มีอะไรที่คุณจะทำหรือพูดให้สามารถช่วยคุณให้รอดได้ ไม่มีอะไรที่คุณทำจะช่วยให้คุณรอด เพราะโดยธรรมชาติของคุณเป็นคนบาป การมาคริสตจักรก็ไม่ได้ช่วยให้คุณรอดได้ การอธิษฐานของคุณไม่ได้ช่วยให้คุณรอดได้ การเป็นคนดีก็ไม่สามารถจะช่วยให้คุณรอด ไม่มีอะไรเลย - ผมขอย้ำ - ไม่มีอะไรที่คุณทำและพูดจะสามารถช่วยให้คุณรอดได้ เพราะคุณเป็นคนบาปที่หลงหายไป บางคนที่เป็นคนบาปที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จักก็คือพวกนักเทศน์นั่นเอง - เป็นคนที่ศึกษาพระคัมภีร์ทุกวัน คนบาปที่ไม่เชื่อฟังมากที่สุดที่ผมเคยรู้จักคือคนที่เกิดจากพ่อแม่ที่เป็นคริสเตียน พวกเขาเติบโตขึ้นเพื่อเป็นกบฏต่อพระเจ้า กบฏต่อพระคริสต์ กบฏต่อพ่อแม่ของพวกเขา กบฏต่อสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้ในคริสตจักร พวกเขาอาจจะรู้พระคัมภีร์เป็นอย่างดี แต่พวกเขาก็ต่อต้านมัน พวกเขาต่อต้านศิษยาภิบาลผู้ที่กล่าวพระวจนะ พวกเขาต่อต้านเพราะในใจของพวกเขาเกลียดชังความจริง ผมได้รู้จัก "เด็กคริสตจักร" เป็นพวกที่จิตใจชั่วเหมือนมาร เด็กผู้หญิงที่เติบโตในคริสตจักรยังไปมีเพศสัมพันธ์กับเด็กผู้ชาย ส่วนในวันอาทิตย์พวกเขาก็มาร้องเพลงนมัสการพระเจ้า ทำตัวเหมือนพวกเขาเป็นทูตสวรรค์ตัวเล็ก ในความเป็นจริงพวกเขาเป็นคนบาปที่น่าอนาถ ผมรู้จัก "เด็กคริสตจักร" ที่เป็นชายหนุ่มไปมีเพศสัมพันธ์กับสาว ๆ เหล่านั้น

พวกท่านจะพูดว่า "เราไม่เคยทำแบบนั้น!" แต่คุณก็มีความคิดที่จะทำอย่างนั้น ใจของคุณได้ทำในสิ่งสกปรก ใช่อย่างนั่นหรือไม่? พระเยซูตรัสว่านี่เป็นบาปมหันต์!

พวกท่านบอกว่าคุณรักพระเจ้า แต่คุณเชื่อฟังพระองค์หรือไม่? คุณรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของคุณหรือไม่ คุณรักการอ่านพระคัมภีร์ทุกวันหรือไม่? ในแต่ละวันคุณชอบที่จะใช้เวลาอยู่คนเดียวกับพระเจ้าด้วยการอธิษฐานหรือไม่? หรือว่าคุณทำหรือใช้เวลาว่างของคุณเล่นวิดีโอเกมหรือดูกีฬาในทีวี - ไม่เคยคิดที่จะใช้เวลามากเท่าที่มากได้เพื่ออธิษฐานหรืออ่านพระคัมภีร์? ผมสามารถบอกว่านี่แสดงให้เห็นว่าคุณไม่ได้รักพระเจ้า - ไม่ได้จริงๆ - คุณได้แต่พูดเกี่ยวกับรักพระเจ้า แต่จริงๆเกลียดชังพระองค์ จริงๆคุณรักตัวเองมากกว่า ลองคิดดู! ว่าเป็นจริงตามนั้นใช่หรือไม่? คุณคือคนบาปที่ชิงชังพระเจ้าใช่หรือไม่? คุณไม่กลัวศิษยาภิบาลใช่หรือไม่? ทำไมคุณกลัวผม? นั่นเป็นเพราะผมทำให้คุณคิดเกี่ยวกับพระเจ้าและความบาปใช่หรือไม่? นี่หรือไม่ที่เป็นเหตุผลที่ว่าคุณกลัวผม?

คุณไม่ชอบบทเทศนาของ จอห์น คาเกน เกี่ยวกับนัดหมายใช่หรือไม่? คุณนั่งแบบไม่ลุกขึ้นและดูเหมือนตั้งอกตั้งใจฟัง แต่คุณกลับไม่ได้ทำอย่างนั้นกับผมที่ผมเทศนาเกี่บวกับความบาป ความรอดและพระคริสต์! ความคิดเกี่ยวกับการนัดหมายบางคนดูเหมือนว่าจะสำคัญให้กีบมากกว่าที่จะมาสนใจผมที่เทศนาเกี่ยวกับพระคริสต์ - การสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อให้คุณรอดจากบาป ถ้าเป็นอย่างนั้น และคุณรู้ว่าผมพูดถูก นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณเป็นคนบาปที่ต่อต้านและไม่มีความรักที่แท้จริงของพระคริสต์ในใจของคุณเลย ยอมรับซะ คุณต้องยอมรับและรู้ว่าเป็นคนบาปที่หลงหายไป คุณจะยอมรับอย่างนั้นหรือว่าจะยอมอยู่แบบไร้ความหวัง คุณไม่มีความหวังเลย!

“บุคคลที่ซ่อนความบาปของตนจะไม่จำเริญ แต่บุคคลที่สารภาพและทิ้งความชั่วเสียจะได้ความกรุณา” (สุภาษิต 28:13)

ตอนนี้จงสารภาพบาปที่อยู่ในใจของคุณ หรือไม่คุณจะตกลงไปในบึงไฟนรกไปชั่วนิรันดร์! นี่คือความจริง ผมขอพูดกับคุณเหมือนเป็นผู้ใหญ่ นี้ไม่ได้เป็นเพียงคำสอนหวานๆแบบในชั้นเรียนระวีวระศีกษา นี้ไม่ได้พูดแบบหวานๆชวนฟังเหมือน โจเอล ออสตีน นี้ไม่ได้เป็นการอรรถธิบายพระคัมภีร์เป็นข้อแบบ จอห์น แมคอาเธอ นี่คือการเทศนาแบบสมัยก่อน นี่เป็นการเทศนาและการเรียนและการสอนในสมัยก่อน นี่คือการเทศนาที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อนำคนให้กลับใจใหม่จากใจบาป ผมกำลังพูดกับคุณเหมือนนักเทศน์ควรจะพูด ผมไม่ต้องการเงินของคุณ! เพราะเงินนั้นทำให้ตกนรก แต่ผมต้องการจิตวิญญาณของคุณ ผมอยากเห็นคุณได้รับการช่วยกู้โดยพระเยซู ผมต้องการที่จะเห็นพระเจ้าเปลี่ยนใจบาปของคุณ เปลี่ยนใจนั้นโดยชำระให้สะอาดในโลหิตของพระคริสต์ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมต้องการให้คุณเปลี่ยนเป็นคริสเตียนที่มีความสุขอย่าได้เป็นผู้เชื่อที่ได้แต่เสแสร้งแต่ภายนอกส่วนภายในนั้น "เต็มไปด้วยกระดูกคนตายและสารพัดโสโครก ... เจ้ายภายนอกแลดูเหมือนว่าเป็นคนชอบธรรม แต่ภายในพวกเจ้าเต็มไปด้วยความหน้าซื่อใจคดและความชั่วช้า" (มัทธิว 23: 27, 28) และคุณชอบในแบบที่คุณเป็น ใจของคุณจึงบาปเหตุที่คุณพยายามทำตัวเหมือนเป็น คริสเตียนที่ดี - แต่มองไปที่ใจของคุณ! ใจของคุณเต็มไปด้วยความชั่วร้าย ความปรารถนาและความไม่เชื่อ ใจของคุณกบฏ นั่นคือใจของอาดัมเป็น

ปฐมกาล 5: 1, 3 พิสูจน์ให้เห็นว่าบาปของอาดัมได้ทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด นั่นคือเหตุผลที่หใจของคุณตายในบาป ในปฐมกาล 5: 1 เราจะเห็นว่า "พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระเจ้า" (ปฐมกาล 5: 1) แต่อาดัมกบฏและทำบาปจึงหลุดจากความบริสุทธิ์ที่เขามี แล้วเราอ่านพบว่าอาดัม "และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งเหมือนกันกับเขา มีรูปร่างหน้าตาเหมือนอย่างเขา และเรียกชื่อของเขาว่าเสท" (ปฐมกาล 5: 3) ตอนอาดัมยังเป็นผู้บริสุทธิ์นั่สบอกว่าเขาถูกสร้างขึ้นในพระฉายาของพระเจ้า - พระเจ้าผู้บริสุทธิ์! แต่หลังจากที่เขาทำบาป เขาจึงเป็นบิดาของ "บุตรชายในภาพของเขาเอง" – ความผิดบาป เป็นคนบาปโดยธรรมชาติ! (ปฐมกาล 5: 3)

และคุณก็เกิดมาในสภาพที่เป็นเช่นนั้น - คุณเป็นคนบาปโดยธรรมชาติเช่นเดียวอาดัมหลังเขากบฎ คุณเป็นคนบาปโดยธรรมชาติ พ่อแม่ของคุณเป็นคนบาปโดยธรรมชาติ ทุกคนที่คุณรู้ในโรงเรียนหรือในที่ทำงานล้วนเป็นคนบาปโดยธรรมชาติ คนบาปไม่สามารถแก้ไขไม่สามารถทำสิ่งหนึ่งใดที่จะเปลี่ยนใจชั่วของเขา "อะไรนะ" คุณพูดว่า "แม่ของฉันมีใจบาปอย่างนั้นหรือ?" ใช่! ใจของเธอกบฏและเป็นบาปเหมือนคุณหรือลูกหลานอื่น ๆ ของอาดัม มวลมนุษย์ทั้งหมดถูกทำลายและต้องตายทั้งหมด ทั้งหมดมาต้องตายเพราะบาปของอาดัม นั่นเป็นเครื่องหมายของการเตือน นั่นคือเครื่องหมายของการไม่เชื่อฟัง นั่นคือสิ่งแสดงว่าทุกคนต้องตายและเกิดมาในสภาพที่ถูกทำลาย แม้ว่าก่อนหน้านั้นอาดัมที่เป็นเช่นคนข่าวสะอาด - นั่นกลายจากบาปไปเป็นปิศาจ! ทุกคนต่างเกลียดฮิตเลอร์เพราะเขาฆ่าชาวยิวหกล้านคน แต่ฮิตเลอร์เป็นผู้ไร้เดียงสาเหมือนเป็นทูตสวรรค์หากเทียบกับอาดัม ฮิตเลอร์ฆ่าหกล้านคน แต่อาดัมฆ่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมด! พันๆล้านคน! อาดัมทำลายใจของคุณ อาดัมทำให้คุณแสแสร้งมาคริสตจักร - เขาทำคุณไม่สามารถเปลี่ยนใจของเขา – ต้องมุ่งหน้าไปยังนรกและเป็นผู้ที่สมควรที่จะไปที่นั่น เพราะธรรมชาติบาปของเขาได้รับมาเป็นมรดกและเพราะเขาปฏิเสธคนเดียวที่จะสามารถช่วยเขาได้ - พระเยซูคืออาดัมคนสุดท้าย อาดัมคนแรกนั้นทำให้ใจฝองคุณกบฏและเป็รบาป ส่วนอาดัมคนสุดท้าย คือผู้เดียวที่สามารถทำให้คุณได้รับใจใหม่ และ "และจะให้ใจเนื้อแก่เจ้าด้วย" (เอเสเคียล 36:26) นั่นคือสิ่งที่งอกออกมาใหม่ นั่นคือการบังเกิดใหม่

ตอนนี้เรามาถึงส่วนที่ยาก คนที่ไม่สามารถเปลี่ยนใจของพวกเขา จะได้รับการช่วยกู้ได้อย่างไร คุณต้องถูกสร้างใหม่ การสร้างใหม่เป็นหลักคำสอนที่สำคัญอย่างยิ่ง ตอนนี้ ผมไม่ได้ยินนักเทศน์คนไหนที่จะเทศนาเช่นนี้อีก จึงไม่แปลกใจที่คริสตจักรของเรากำลังตายไป! คำว่า "คนใหม่" หมายถึงการกระทำที่เกิดขึ้นโดยพระเจ้าที่ได้เปลี่ยนใจและเปลี่บนจากความตายให้กลับมามีชีวิต พระคริสต์เรียกว่าเป็นการถูกสร้างใหม่และเป็นการ "บังเกิดใหม่อีกครั้ง" เป็นการเปลี่ยนแปลงในทางจิตวิญญาณ การสร้างใจใหม่โดยการทรงกระทำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และเป็นการกระทำให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเปลี่ยนจากลูกของอาดัมทาเป็นบุตรของพระเจ้า การถูกสร้างใหม่คือการกระทำของพระเจ้าเท่านั้น เป็นการกระทำที่ทำให้ใจที่ตายแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง การเกิดใหม่เป็นสิ่งจำเป็นเพราะใจของคุณได้ตายก่อนที่คุณจะสร้างใหม่อีกครั้ง

คำพยานหลักฐานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่าน นั่นคือจากชายหนุ่มที่ชื่อ จอห์น คาเกน มันจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่คนคนหนึ่งได้อ่านแล้วบอกผมว่าไม่น่าเป็นการเขียนจากเด็กอายุสิบห้าปี มีผู้ชายคนนี้บอกว่าผมต้องช่วยแก้ไขหรือเขียนเพิ่มเติม แต่จอห์นเองก็นั่งอยู่ที่นี่บนเวทีกับผม เขาสามารถบอกได้ว่า ผมไม่ได้เขียนหรือเปลี่ยนข้อความในนั้นแต่อย่างใด – หรือแม้แต่พวกพ่อของเขา ดร. คาเกน เราได้แต่อ่านคนที่ได้รับการช่วยกู้โดยได้อ่านคำพยานนี้หรืได้ยจนมัน

ใจที่ตายเพราะอาดัมคนแรกจะต้องถูกเปลี่ยนใหม่ นั่นคือถูกทำให้มีชีวิตใหม่อีกครั้งโดยพระคริสต์หรืออาดัมคนสุดท้าย อัครสาวกเปาโลกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า

“ฉะนั้นการพิพากษาลงโทษได้มาถึงคนทั้งปวงเพราะการละเมิดของคน ๆ [อาดัม] เดียวฉันใด ความชอบธรรมของพระองค์ [พระคริสต์] ผู้เดียวก็นำของประทานแห่งพระคุณมาถึงทุกคนฉันนั้น คือความชอบธรรมแห่งชีวิ] … เพราะคน ๆ [อาดัม] เดียวที่มิได้เชื่อฟังฉันใด คนเป็นอันมากก็จะเป็นคนชอบธรรมเพราะพระองค์ผู้เดียว[พระคริสต์] ที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น (โรม 5:18, 19).

อัครสาวกเปาโลกล่าวอีกครั้งถึงความแตกต่างระหว่างอาดัมกับพระคริสต์ว่า

“หมือนมีเขียนไว้แล้วว่า ‘ทรงสร้างมนุษย์คนเดิมคือ [พระคริสต์] เป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอยู่” (1 โครินธ์ 15:45)

เพียงพระคริสต์ (อาดัมคนสุดท้าย) ที่ทรงสามารถนำใจบาปของคนที่ตายแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พระคริสต์ทรงเปลี่ยนใจจากการเป็นทาสของบาปเป็นใจใหม่ และเป็นใจที่รักพระเจ้า การงานนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าทรงทำงานในใจบาปของคุณ (ยอห์น 16: 8) จากนั้นพระวิญญาณของพระเจ้าทรงเปิดเผยพระคริสต์ให้กับคุณรับรู้ (ยอห์น 16:14, 15) ในที่สุดพระเจ้าก็ทรงนำคุณมาท่ำระคริสต์ (ยอห์น 6:44) ทั้งสามขั้นตอนแห่งการสร้างใหม่นี้แสดงให้เราเห็นได้จากคำพยานของ จอห์น คาเกน ในวรรคแรกจอห์นพูดถึงจิตใจชั่วของตนที่สืบเชื้อสายมาจากอาดัม ในวรรคสองจอห์นพูดถึงการที่พระเจ้าทรงตัดสินลงโทษเขาอย่างรุนแรงทำให้เขาได้รับควาทุกข์ทรมานเพราะบาปนั้น เขาบอกว่า "ผมเริ่มที่จะเกลียดตัวเอง เกลียดบาปของผมและนั่นคือความรู้สึกที่ผมมี" ในวรรคสามจอห์นบอกว่าใจบาปของเขาเกลียดการเทศนาของผมและปฏิเสธพระเยซูคริสต์ มันคือการต่อสู้ระหว่างใจบาปและพระเจ้าและเขาไม่สามารถที่จะมาที่คริสต์ได้ ในวรรคสี่จอห์นบอกเราว่า ตอนนี้เขามาคิดเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานของพระคริสต์บนไม้กางเขนที่ช่วยเขาพ้นจากบาป ความคิดนี้ได้ทำลายใจบาปที่ดื้อรั้นของเขาและในที่สุดเขาก็มาหยุดตรงที่พระคริสต์ ในตอนท้ายของการเปลี่ยนแปลงของเขาจอห์น เขากล่าวว่า "พระคริสต์ทรงประทานชีวิตของพระองค์ให้เขา เพราะเหตุนี้เขาจึงมอบทุกอย่างให้แด่พระองค์ ... เพราะพระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงตัวผม" คุณลองคิดดูสิ! เขายังเป็นวัยรุ่นที่ซุกซน! แต่ตอนนี้เขามาเป็นคนของพระเจ้า!

เดือนหน้า จอห์น จะไปเรียนที่พระคริสตธรรม เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้รับใช้ในคณะแบ๊บติสต์

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร – คุณเป็นคนบาปที่หลงหายไป พร้อมกับใจของคุณที่ตายแล้ว ตายเพราะคุณถูกล่ามโซ่อยู่ในบาปของอาดัม หากคุณเป็นเช่นนั้น พระเยซูคริสต์เท่านั้นทรงเป็นความหวังเดียวของคุณ - พระองค์ผู้เดียว "สามารถทำลายและยกเลิกอำนาจของบาปและปลอดปล่อยนักโทษให้มีอิสระ" ชาร์ลส์ เวสลีย์ กล่าวไว้ว่า มีอำนาจอยู่ในพระคริสต์ที่จะเปลี่ยนใจของคุณและชำระมันด้วยพระโลหิตของพระองค์ จงวางไว้พระองค์แล้วพระองค์จะทรงช่วยให้คุณรอด

หากคุณต้องการที่จะพูดคุยกับเราเกี่ยวกับการรอดพ้นจากบาปโดยพระเยซู ให้เข้ามาและพูดคุยกับ ดร. คาเกน จอห์น คาเกน และผม ให้พวกท่านมาและพูดกับเราในขณะที่นายกริฟฟิกำลังร้องเพลง "ในพระเยซูคริสต์" หรือ “In Jesus” สองครั้งทั้งสามตอน

ข้าพระองค์ได้พยายามในทุกวิถีทาง
   เพื่อที่จะสร้างความหวังให้กับตัวเอง
แต่สิ่งที่ข้าฯต้องการอย่างที่พระคัมภีร์กล่าว
   ทางนั้นคือพระเยซูเท่านั้น

จิตใจของข้าพระองค์อยู่แต่ในความืด
   ข้าฯมองไม่เห็น ไม่มีความรู้สึก
ข้าต่อสู้กับชีวิตเพื่อความอยู่รอดจึงพบว่า
   เพื่อเชื่อในพระเยซูเท่านั้น

มีคนหัวเราะเยาะและตำหนิ
   ข้าฯจะเดินเข้าไปด้วยความผิดและอับอาย
ข้าฯจะไปที่พระองค์เพราะพระนามของพระองค์
   อยู่เหนือนามทั้งหลาย นั่นคือพระเยซู
(“In Jesus,” James Procter, 1913).

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน โนอาห์ ซอง: โรม 5:17-19.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“In Jesus” (James Procter, 1913).