Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์"

THE SUFFERINGS OF CHRIST
(Thai)

โดย ดร. ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, January 31, 2016

“พวกผู้พยากรณ์ก็ได้อุตส่าห์สืบค้นหาในความรอดนั้น และได้พยากรณ์ถึงพระคุณซึ่งจะบังเกิดแก่ท่านทั้งหลาย เขาได้สืบค้นหาสิ่งใดหรือลักษณะแห่งเวลาซึ่งพระวิญญาณของพระคริสต์ ผู้ทรงสถิตอยู่ในตัวเขา ได้ทรงบ่งไว้ เมื่อพระวิญญาณนั้นได้พยากรณ์ล่วงหน้าถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ และถึงสง่าราศีที่จะมาภายหลัง” (1 เปโตร 1:10-11)


ผู้เผยพระวจนะพันธสัญญาเดิมได้รับการดลใจเขียนโดยพระวิญญาณของพระคริสต์ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พระคัมภีร์บอกว่าพันธสัญญาเดิมนั้นเป็นพระคำที่มาจากพระเจ้า ผู้เผยพระวจนะเขียนบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาเองก็ไม่เข้าใจ พวกเขาค้นหาความหมายอย่างเอาจริงเอาจัง เช่นในอิสยาห์ 53 และสดุดี 22 พยากรณ์ถึง "ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์" (เปโตร 1:11)

ตอนนี้ผมอยากให้คุณดูสี่คำสุดท้ายในข้อที่สิบเอ็ด "ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์" "ta eis christon pathemata" ว่า "pathemata" ของพระเยซูคริสต์ คำภาษากรีกหมายถึง "ความเจ็บปวด" นั่นเป็นพหูพจน์ "หลายความทุกข์" – "ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์" เป็นความเจ็บปวดที่มีมากกว่าหนึ่ง หรือได้รับความทุกข์ทรมานหลายครั้ง

เปโตรกล่าวถึงความทุกข์ที่พระเยซูคริสต์จะต้องเผชิญในบั้นปลายชีวิตของพระองค์ในแผ่นดินโลก พระคริสต์เผชิญกับความทุกข์มากมายเพื่อช่วยกู้เราจากความบาปของเรา

I. หนึ่ง ความทุกข์ทรมานของพระองค์ในสวนเกทเสมเน

ความทุกข์ของพระองค์เริ่มขึ้นในคืนก่อนที่จะถูกตรึงที่กางเขน ในช่วงเวลาเที่ยงคืนหลังอาหารมื้อสุดท้าย พระเยซูทรงพาเหล่าสาวกออกจากบ้าน เดินฝ่าความมืดไปตามข้ามลำธารที่ชื่อว่าเกทดรอนแล้วขึ้นไปที่ภูเขามะกอกเทศ แล้วพวกเขาก็เข้าไปในสวนเกทเสมเนด้วยความเศร้าโศก พระเยซูตรัสให้กับสาวกทั้งแปดคนว่า "จงนั่งอยู่ที่นี่ขณะเมื่อเราจะไปอธิษฐานที่โน่น" (มัทธิว 26:36) พระองค์ทรงพาเปโตร ยากอบและยอห์นเข้าลึกไปในสวน จากนั้นพระคริสต์ละสามคน และเดินไกลออกไปตามลำพัง และอธิษฐานกับพระเจ้าอยู่ใต้ต้นมะกอก

ตอนนี้ "ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์" ได้เริ่มต้น (เปโตร 1:11) จำไว้ไม่มีมือของมนุษย์คนไหนที่จะสัมผัสพระองค์ได้เลย จำไว้ความทุกข์ของพระองค์เริ่มต้นเมื่อพระองค์อยู่ตามลำพังในที่มืดภายใต้กิ่งมะกอกในสวนเกทเสมเน ในสวนนั้นความบาปของมนุษย์ถูกวางลง "ในร่างกายของพระองค์" และที่กางเขนในวันรุ่งเช้า (เปโตร 2:24) แล้วพระเยซูตรัสว่า

“ใจของเราเป็นทุกข์แทบจะตาย...โอ พระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด” (มัทธิว 26:38, 39)

พระคัมภีร์ฉบับแปลปัจจุบัน แปลคำอธิษฐานนี้ว่า พระเยซูทรงทูลขอให้รอดพ้นจากกางเขน แต่ผมกลับไม่พบว่าพระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างนั้น ผมเชื่อตามที่ ดร. จอห์น อาไรซ์ และ ดร. เจ โอลิเวอร์ บัสเวลล์ ผมเชื่อว่าท่านทั้งสองตีความที่ถูกต้อง ทั้งดร. ไรซ์ และดร. บัสเวลล์ กล่าวว่าการอธิฐานของพระคริสต์ที่ว่า "ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด" หมายความว่า "ถ้วย" แห่งการสิ้นพระชนม์ - เพราะจากความทุกข์ภายใต้น้ำหนักของบาป - ที่ตกลงมาที่พระองค์ขณะกำลังอยู่ในสวนเกทเสมุนต่างหาก!

พระเยซูพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพที่อันตราย กำลังจะสิ้นพระชนม์ที่ในสวน ดร.บัสเวลล์ กล่าวว่าพระเยซูทรงอธิษฐาน "ขอทรงปลดปล่อยให้รอดพ้นจากการสิ้นพระชนม์ เพื่อจะได้มีชีวิตรอดพ้นบรรลุตามวัตถุประสงค์ของพระองค์บนไม้กางเขน" (J. Oliver Buswell, Ph.D., A Systematic Theology of the Christian Religion, Zondervan, 1971, part III, p. 62) ดร. ไรซ์ กล่าวเช่นเดียวกันว่า "พระเยซูอธิษฐานขอถ้วยแห่งความตายเลื่อนผ่านจากพระองค์ในคืนนั้นเพื่อที่พระองค์จะสามารถมีชีวิตไปสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนในวันถัดไป" (John R. Rice, D.D., Litt.D., The Gospel According to Matthew, Sword of the Lord Publications, 1980, p. 441) "ถ้าไม่มีพลังเหนือธรรมชาติแล้ว ร่างกายของพระคริสต์ก็คงสิ้นพระชนม์ในสวนในคืนนั้น" (Rice, ibid., p. 442) น้ำหนักของบาปของคุณเกือบจะฆ่าพระองค์ในสวนเกทเสมเนนั้น

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

พระเยซูทรงเผชิญประสบการณ์ที่น่ากลัวเช่นนี้ ตอนที่บาปของเราถูกวางไว้บนร่างกายของพระองค์ในคืนนั้น ความทุกข์ทรมานนั้นสามารถทำให้เหงื่อ "หยดใหญ่" ไหลเหมือนเลือดออกมาจากผิวหนังของพระองค์ ผู้เผยพระวจนะกล่าวว่า

“แน่ทีเดียวท่านได้แบกความระทมทุกข์ของเราทั้งหลาย” (อิสยาห์ 53:4)

“พระเยโฮวาห์ทรงวางลงบนท่านซึ่งความชั่วช้าของเราทุกคน” (อิสยาห์ 53: 6)

ให้เราอ่านพระธรรม ยอห์น 3:16,

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกยิ่งนัก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์…” (ยอห์น 3:16)

ผ่านความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานและความหวาดกลัวในสวนเกทเสมเน! ทำไมเราถึงไม่ระลึกถึงความเจ็บปวดอันยิ่งใหญ่ของพระเยซูทีทรงแบกความบาปของเราในคืนนั้น! โจเซฟ ฮาร์ท กล่าวว่า

จวมองพระบุตรของพระเจ้าทรงทนทุกข์
   ส่งเสียงพึมพัมเหงื่อออกมาเป็นโลหิต!
เป็นความรักของพระเจ้าที่ลึกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!
   พระเยซู ความรักของพระองค์ยากเกินเข้าใจ!
(“Thine Unknown Sufferings” by Joseph Hart, 1712-1768;
      to the tune of “‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow”)

"ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์" (เปโตร 1:11)

ผมมักคิดว่าความทุกข์ทรมานที่หนักที่สุดครั้งแรกนั้นคือในสวนเกทเสมเนนี้ ไม่มีมือมนุษย์คนไหนที่สามารถสัมผัสได้เลย แต่เมื่อความผิดของคุณถูกวางลงบนพระองค์โดยพระเจ้า ใจของพระองค์ก็เกือบสิ้นที่นั่น - โลหิตไหลออกจากรูขุมขนผิวหนังของพระองค์! วิลเลียม วิลเลียมส์ กล่าวว่า

ความผิดของมนุษย์ช่างโหดร้ายมาก
   ถูกวางอยู่บนพระผู้ช่วยให้รอด
เสื้อผ้าฉีกขาดจนไม่มีชิ้นดี
   สำหรับคนบาปได้นุ่งห่ม
สำหรับคนบาปได้นุ่งห่ม
   (“Love in Agony” by William Williams, 1759;
      to the tune of “Majestic Sweetness Sits Enthroned”).

“ความทุกข์ทรมานของพระคริสต์” (1 เปโตร 1:11)

หนึ่ง ความทุกข์ทรมานของพระองค์ในสวนเกทเสมเน

II. สอง ความทุกข์ทรมานของพระองค์เป็นความอัปยศอดสู

"ความทุกข์ทรมานของพระคริสต์" เพิ่มจะเริ่มต้น และยังมีอื่น ๆ อีกมากมายที่จะตามมา ทหารยามมาพร้อมกับไฟฉายเข้าไปที่สวนเกทเสมเน พวกเขาจับพระเยซูพร้อมกับใส่ความเท็จ พวกเขาลากพระองค์ออกไปหามหาปุโรหิต

“แล้วเขาถ่มน้ำลายรดพระพักตร์พระองค์และตีพระองค์ และคนอื่นเอาฝ่ามือตบพระองค์ แล้วว่า เจ้าพระคริสต์ จงพยากรณ์ให้เรารู้ว่าใครตบเจ้า?” (มัทธิว 26:67-68)

“บางคนก็เริ่มถ่มน้ำลายรดพระองค์ ปิดพระพักตร์พระองค์ ตีพระองค์ แล้วว่าแก่พระองค์ว่า “พยากรณ์ซิ” และพวกคนใช้ก็เอาฝ่ามือตบพระองค์” (มาระโก 14:65)

โจเซฟ ฮาร์ท กล่าวว่า

จงมองดูความอดทนของพระองค์
   ท่ามกลางสถานที่แห่งน่าสยอดสยองเช่นนี้
คนบาปได้ตอกตะปลงที่ฝ่ามือของพระองค์
   และตบพระพักต์ของพระองค์พระผู้สร้าง
(“His Passion” by Joseph Hart, 1712-1768; to the tune of
      “‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow”)

“พวกทหารจึงนำพระองค์ไปข้างในราชสำนักคือที่เรียกว่าศาลปรีโทเรียม แล้วเรียกพวกทหารทั้งกองให้มาประชุมกันเขาเอาเสื้อสีม่วงมาสวมพระองค์ เอาหนามสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียรพระองค์แล้วเริ่มคำนับพระองค์พูดว่า กษัตริย์ของพวกยิวเจ้าข้า ขอทรงพระเจริญ แล้วเขาได้เอาไม้อ้อตีพระเศียรพระองค์ และได้ถ่มน้ำลายรดพระองค์ แล้วคุกเข่าลงนมัสการพระองค์” (มาระโก 15:16-19)

ผ่านทางผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ พระคริสต์ตรัสว่า

“ข้าพเจ้าหันหลังให้แก่ผู้ที่โบยตีข้าพเจ้า และหันแก้มให้แก่คนที่ดึงเคราข้าพเจ้าออก ข้าพเจ้าไม่หนีหน้าจากความอายแก่การถ่มน้ำลายรด” (อิสยาห์ 50:6)

ผู้เผยพระวจนะมีคาห์กล่าวว่า

“ศัตรูมาล้อมเราทั้งหลายไว้ เขาจะเอาไม้ตีแก้มของผู้ปกครองอิสราเอล” (มีคาห์ 5:1)

“พวกทหารของเจ้าเมืองจึงพาพระเยซูไปไว้ในศาลาปรีโทเรียม แล้วก็รวมทหารทั้งกองล้อมพระองค์ไว้ และพวกเขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก เอาเสื้อสีแดงเข้มมาสวมพระองค์ เมื่อพวกเขาเอาหนามสานเป็นมงกุฎ เขาก็สวมพระเศียรของพระองค์ แล้วเอาไม้อ้อให้ถือไว้ในพระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ และเขาได้คุกเข่าลงต่อพระพักตร์พระองค์ เยาะเย้ยพระองค์ว่า “กษัตริย์ของพวกยิวเจ้าข้า ขอทรงพระเจริญแล้วเขาก็ถ่มน้ำลายรดพระองค์ และเอาไม้อ้อนั้นตีพระเศียรพระองค์” (มัทธิว 27:27-30)

ไม่มีมงกุฏเงินหรือทองให้สำหรับพระองค์
   ไม่มีมงกุฎสำหรับพระองค์ที่จะแตะต้องได้
แต่พระพักต์ของพระองค์เปื้อนไปด้วยเลือด
   และคนบาปนำมงกุฎหนามมาสวมให้กับพระองค์
ไม้กางเขนที่ขรุขระกลายเป็นบัลลังก์ของพระองค์
   อาณาจักรของพระองค์อยู่แต่ในใจผู้เดียว
พระองค์เขียนความรักของพระองค์ด้วยเลือดสีแดงเข้ม
   และสวมหนามบนศีรษะของพระองค์
(“A Crown of Thorns” by Ira F. Stanphill, 1914-1993).

“ขณะนั้นปีลาตจึงให้เอาพระเยซูไปโบยตี” (ยอห์น 19:1)

ผ่านทางผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ พระคริสต์ตรัสว่า

“ข้าพเจ้าหันหลังให้แก่ผู้ที่โบยตีข้าพเจ้า” (อิสยาห์ 50:6)

พวกเขาตีหลังของพระองค์ นั่นเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก มีคนมากมายที่เสียชีวิตเพราะถูกโบยตีเช่นนี้ พวกเขาเอาหนามมาฉีกกระดูกของพระองค์

ด้วยหนามนั้นพระวรกายของพระองค์ถูกฉีกขาด
   มีโลหิตไหลไปทั่วร่างกายของพระองค์
แผ่นหลังของพระองค์มีแต่แผลฉกาจ
   แต่ยังไม่เท่ากับใจของพระองค์ที่ถูกฉีกไป
(“His Passion” by Joseph Hart, 1712-1768; to the tune of
      “‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow”).

“ความทุกข์ทรมานของพระคริสต์” (1 เปโตร 1:11)

หนึ่ง ความทุกข์ทรมานของพระองค์ในสวนเกทเสมเน สอง ความทุกข์ทรมานของพระองค์เป็นความอัปยศอดสู

III. สาม การทนทุกข์ของพระองค์บนไม้กางเขน

หลังจากที่พระเสโธไหลเป็นหยดเลือดลงสู่พื้นในสวนเกทเสมเนนั้น พระเยซูก็ถูกตีที่พระพักต์ แล้วเขาก็โบยตีจนหลังของพระองค์ไม่มีชิ้นดี แล้วก็เอามงกุฎหนามมาทิ่มลงบนศีรษะของพระองค์อย่างโหดร้ายทำให้โลหิตไหลเต็มพระพักต์

พระองค์เกือบสิ้นพระชนม์ในช่วงระหว่างทางที่พวกเขานำไปตรึงที่กางเขน

“และพระองค์ทรงแบกกางเขนของพระองค์ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า สถานที่กะโหลกศีรษะ …ณ ที่นั้น เขาตรึงพระองค์ไว้ที่กางเขน” (ยอห์น 19:17-18)

พวกเขาใช้ตะปูแหลมขนาดใหญ่ตอกที่ฝ่ามือและเท้าของพระองค์ที่ไม้กางเขนนั้น พวกเขายกกางเขนขึ้นและพระกายของพระเยซูแขวนอยู่ที่นั่นด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน โจเซฟ ฮาร์ท กล่าวว่า

ถูกตอกและเปลือยอยู่บนต้นไม้นั้น
   สัมผัสกับโลกและฟ้าเบื้องบน
ปรากฏการณ์ของบาดแผลและโลหิต
   เป็นการแสดงถึงผลแห่งความรักที่น่าเศร้า

โอ้! การร้องไห้ของพระองค์แสดงถึงความกลัว
   แม้ทูตสวรรค์ก็เศร้าสลดขณะที่พวกเขามองดู
เพื่อน ๆ ของพระองค์ละทิ้งพระองค์ในคืนก่อนหน้านั้น
   และมาตอนนี้พระเจ้าก็ทิ้งพระองค์ไปอีก!
(“His Passion” by Joseph Hart, 1712-1768; to the tune of
      “‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow”)

“และ…ครั้นประมาณบ่ายสามโมงพระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบักธานี” แปลว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” (มทธิว 27:46)

นี่คือสิ่งที่เราไม่สามารถเข้าใจได้ ลูเทอร์กล่าวว่ามันไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดของมนุษย์ จากการที่พระบิดาหันหนีจากพระบุตร - และพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ตามลำพังเพื่อไถ่บาปของเรา!

“ด้วยว่าพระคริสต์… เพราะความผิดบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม…” (1 เปโตร 3:18)

“แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความละเมิดของเราทั้งหลาย ท่านฟกช้ำเพราะความชั่วช้าของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายปลอดภัยนั้นตกแก่ท่าน ที่ต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี” (อิสยห์ 53:5)

นั่นคือหลักคำสอนอันสำคัญของการไถ่บาป - พระคริสต์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของเรา พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ในที่ของคุณ เพื่อทรงไถ่ความผิดบาปของคุณ! พระคัมภีร์กล่าวว่า

“พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์” (1 โครินธ์ 15:3)

“คนแห่งความทุกข์ " คือพระนาม
   ของพระบุตรของพระเจ้าผู้เสด็จมา
เรียกคนบาปให้กลับดคืนมา!
   ฮาเลลูยา! แด่พระผู้ช่วยให้รอด!

แบกรับความอับอายและเย้ยหยันหยาบคาย
   ถูกประณามยืนอยู่ในสถานที่ของข้าพระองค์
อภัยบาปของข้าพระองค์ด้วยพระโลหิตของพระองค์
   ฮาเลลูยา! แด่พระผู้ช่วยให้รอด!

ถูกยกขึ้นและสิ้นพระชนม์
   "สำเร็จแล้ว" นั่นเป็นเสียงร้องของพระองค์
ขณะนี้ได้รับเกียรติสูงและทรงสถิตในสวรรค์!
      ฮาเลลูยา! แด่พระผู้ช่วยให้รอด!
(“Hallelujah, What a Saviour” by Philip P. Bliss, 1838-1876)

คุณต้องการที่จะได้รับความรอดจากความผิดและการลงโทษเพราะบาปของคุณหรือไม่? คุณต้องมาที่พระเยซูด้วยความเชื่อ มาที่พระองค์ผู้ที่ขณะนี้สถิตอยู่ด้านพระหัตถ์ขวาของพระเจ้าในสวรรค์ ผมขอร้องคุณหมดทั้งหัวใจและจิตวิญญาณของผมว่าขอให้มาที่พระเยซูในขณะนี้! มาพักอยู่ในพระองค์ เชื่อพระองค์ แล้วพระองค์จะชำระบาปของท่านออกไป พระองค์จะบันทึกแต่ในสิ่งที่ดี พระองค์จะช่วยจิตวิญญาณของคุณไปตลอดเวลาและตลอดกาล - ในโลกที่ไม่มีวันสิ้นสุด คุณ! ใช่คุณ! คุณสามารถได้รับความรอดจากความผิดและการลงโทษบาปของคุณโดย "ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์" (1 เปโตร 1:11) มาที่พระเยซู พระองค์จะชำระบาปของคุณและชำระบาปของคุณ อาเมน

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: อิสยาห์ 53:1-6.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟีท:
“A Crown of Thorns” (Ira F. Stanphill, 1914-1993)/
“Love in Agony” (William Williams, 1759).


โครงร่างของ

ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์"

THE SUFFERINGS OF CHRIST

โดย ดร. ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“พวกผู้พยากรณ์ก็ได้อุตส่าห์สืบค้นหาในความรอดนั้น และได้พยากรณ์ถึงพระคุณซึ่งจะบังเกิดแก่ท่านทั้งหลาย เขาได้สืบค้นหาสิ่งใดหรือลักษณะแห่งเวลาซึ่งพระวิญญาณของพระคริสต์ ผู้ทรงสถิตอยู่ในตัวเขา ได้ทรงบ่งไว้ เมื่อพระวิญญาณนั้นได้พยากรณ์ล่วงหน้าถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ และถึงสง่าราศีที่จะมาภายหลัง” (1 เปโตร 1:10-11)

I.      หนึ่ง ความทุกข์ทรมานของพระองค์ในสวนเกทเสมเน, มัทธิว 26:36; 1 เปโตร 2:24; มัทธิว 26:38, 39; Luke 22:44; อิสยาห์ 53:4, 6; ยอห์น 3:16

II.    สอง ความทุกข์ทรมานของพระองค์เป็นความอัปยศอดสู มัทธิว 26:67-68; มาระโก 14:65;
มาะโก 15:16-19; อิสยาห์ 50:6; มีคาห์ 5:1;
มัทธิว 27:27-30; ยอห์น 19:1.

III.  สาม การทนทุกข์ของพระองค์บนไม้กางเขน ยอห์น 19:17-18; มัทธิว 27:46; 1 เปโตร 3:18; อิสยาห์ 53:5; 1 โครินธ์ 15:3.