Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การกลับใจใหม่และการทรงเรียกอิสยาห์

THE CONVERSION AND CALL OF ISAIAH
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 1 พฤษจิกายน ค.ศ. 2015
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Morning, November 1, 2015

“ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิห” (อิสยาห์ 6:1)


จริงๆแล้วพระธรรมอิสยาห์น่าจะเริ่มต้นจากบทนี้ หนังสืออรรถธิบายพระคัมภีร์หลายเล่มต่างก็บอกว่านี่คือการทรงเรียกอิสยาห์ให้มาเป็นผู้เผยพระวจนะ – และก็เป็นอย่างนั้น แต่ยังมีความหมายมากไปกว่านั้นอีก ผมเองเชื่อว่านั่นคือการกลับใจใหม่ของอิสยาห์เหมือนกับการถูกเรียกให้เป็นผู้เผยพระวจนะ นั่นก็เกิดขึ้นเป็นประจำให้กับนักเทศน์ในสมัยก่อนด้วย ตอนที่พวกเขามีประสบการณ์ของการกลับใจใหม่แล้ว พวกเขาก็รู้ว่าพระเจ้าต้องการให้พวกเขาออกไปเทศนาให้กับคนอื่น แต่ผมคิดว่าจุดที่สำคัญที่สุดของข้อเหล่านั้นคือชี้ให้เราเห็นถึงการกลับใจใหม่ของอิสยาห์มากกว่า และหากคุณต้องการจะกลับใจใหม่ จำเป็นที่คุณต้องผ่านประสบการณ์อย่างที่อิสยาห์ผ่านมานั้นด้วย

I. ประการแรก ต้องรู้จักกับพระเจ้า

คุณสามารถมาไปคริสตจักรเป็นเวลาหลายๆปีโดยที่ยังไม่รู้จักกับพระเเจ้า คุณสามารถศึกษาพระคัมภีร์และอธิษฐานเป็นเวลาหลายปี แต่ทางเหล่านี้ก็ไม่อาจทำให้คุณรู้จักกับพระเจ้าได้ ในชีวิตของนั้น ตัวเองก็เคยเผชิญอย่างนั้นเป็นเวลาหลายปี

ก่อนที่ผมจะไปที่คริสตจักรจีนแบ๊บติส ผมเป็นสมาชิกที่คริสตจักรแบ๊บของคนอเมริกัน (ผิวขาว) เป็นเวลาหลายปี ตอนนั้นถึงแม้ว่าผมจะเป็นเพียงแค่วัยรุ่นก็ตาม ผมยังจำได้ว่าเคยคิดว่าอนุชนที่นั่นเกือบทั้งหมดยังไม่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้า ทั้งหมดที่พวกเขาไปเรียนระวีฯในวันอาทิตย์ก็ไปแบบให้ผ่านๆไปหรือไปตามที่มีการขอร้องและไปตอบคำถามเท่านั้น แต่ในช่วงของการเทศนานั้น พวกเขากลับคุยกันหรือเขียนข้อเขียนส่งให้กันและกัน พวกเขาไม่มีชีวิตในพระเจ้า พวกเขาไม่เข้าใจ ผมคิดไม่ออกว่ามีคนเข้าไปที่ห้องอธิฐานหรือไม่ พวกเขา “อยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า” (เอเฟซัส 4:18)

อะไรคือสิ่งที่พวกเขาผิด? หากพูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือพวกเขาไม่มีพระเจ้า พวกเขาคิดถึงพระเจ้าบ้างหรือไม่? โอ้ ผมแน่ใจว่าพวกเขาคิด แต่พระเจ้าในความคิดของพวกเขานั้นเป็นเพียงความเชื่อที่เป็นนามธรรมหรือความรู้สึกภายในเท่านั้น

เรามีคนที่นี่ในคริสตจักรของเราที่ยังไม่มีพระเจ้า คุณรู้ว่านั่นไม่ใช่เรื่องแปลก นั่นคือทางเดียวกันที่ทุกคนในยุคสุดท้ายนี้เป็นกัน ถ้าคุณบอกว่า "พระเจ้าทรงเป็นจริงให้กับผมมากๆ พระเจ้าสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน" อะไรคือสิ่งที่เพื่อนๆที่โรงเรียนของคุณคิดกัน? อะไรคือสิ่งที่เพื่อนๆในที่ทำงานของคุณคิดกัน? พวกเขาจะมองคุณด้วยสายตาที่เย็นชาหรือ? ตอนนี้ให้เราลงไปที่ความเป็นจริง! พวกเขาไม่รู้จักกับพระเจ้า - และคุณก็เป็นอย่างนั้นด้วย! มีคนหนุ่มสาวที่นี่ในเช้าวันนี้ที่ไม่รู้จักพระเจ้ามากไปกว่าการที่พวกคุณพูดทุกวันที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน

พระเจ้าไม่ได้อยู่ภายในเรา นั่นคือจุดที่สำคัญ ถ้าคุณบอกเพื่อนร่วมชั้นของคุณว่าคุณเป็นคนฝักฝ่ายในจิตวิญญาณ นี่ไม่สะทดท้านอะไรให้กับคนเหล่านั้นเลย ถ้าคุณบอกพวกเขาว่า คุณได้ยินเกี่ยวกับพระเจ้าในคริสตจักรในวันอาทิตย์ นี่ไม่สะทดท้านอะไรให้กับคนเหล่านั้นเลย แต่ถ้าคุณมองไปที่พวกเขาและกล่าวว่า "พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกนั้นสำคัญที่สุดและเป็นจริงในชีวิตของฉัน" พวกเขาจะมองคุณและคิดว่าคุณเป็นคนไม่ปกติ ทำไมล่ะ? เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า

“ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า” (โรม 3:11)

พระคัมภีร์กล่าวอีกครั้งว่า

“โลกจะรู้จักพระเจ้าโดย [สิ่ง] ปัญญาไม่ได้” (1 โครินธ์ 1:21)

พวกอีเวนเจลคอล์สมัยใหม่ส่วนใหญ่ก็ไม่ดีกว่าผู้ที่ยังไม่เชื่อ พวกเขาอาจจะไปเข้าร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ที่วิทยาลัยของคุณ แต่คุณจะไม่ได้ยินพวกเขาพูดถึงพระเจ้าอย่างจริงจังเลย พวกสาวๆมักจะไปที่นั่นเพื่อพูดจาเรื่อยเปื่อย ส่วนพวกผู้ชายก็ไปเพื่อ "มองหา" สาว ๆ พวกเขาไม่เคยคิดเกี่ยวกับพระเจ้าเลย - อย่างน้อยก็ไม่ใช่พระเจ้าในพระคัมภีร์! ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นมุสลิมหรือคาทอลิกหรือชาวยิวหรือแม้กระทั่งเป็นแบ๊บติสต์ นั่นไม่สร้างปัญหาอะไรให้กับคนเหล่านั้นเลย ถ้าคุณบอกว่า "พระเจ้าอยู่ภายในฉันและภายในคุณด้วย" นั่นไม่สร้างปัญหาอะไรให้กับคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย นี่คือคนในยุคนี้คิดกัน แต่ถ้าคุณบอกว่า "พระเจ้าทรงสถิตที่นั่น และทอดพระเนตรลงมายังพวกเรา พระองค์ทรงเห็นบาปของเราและจะพิพากษาเรา" อะไรจะเกิดขึ้น? พวกเขาจะคิดว่าคุณเป็นที่ไม่ปกติ เป็นอย่างนั้นหรือไม่?

ตอนนี้จงดูลึกเข้าไปกว่านี้อีก ลองมาพูดถึงคุณ คุณมาที่นี่แต่ยังไม่ได้กลับใจใหม่ คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับพระเจ้า? คุณคิดถึงพระเจ้าเป็นบ้างหรือไม่? หากคุณยังไม่ได้กลับใจใหม่ คุณก็คิดเกี่ยวกับพระเจ้าไปในทางที่แปลกออกไป

ตอนที่เกิดขึ้นให้กับอิสยาห์นั้น เขายังเป็นชายหนุ่มอยู่ เขาได้ศึกษาพระคัมภีร์ ได้เข้าร่วมนมัสการในพระวิหาร แต่เขาไม่รู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัว เขารู้บางสิ่งที่เกี่ยวกับพระเจ้า แต่เขาไม่มีประสบการณ์ถึงพระเจ้าโดยตรง เขาเป็นเหมือนโยบ โยบทูลพระเจ้าว่า

“ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์ ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเกลียดตนเอง และกลับใจอยู่ในผงคลีและขี้เถ้า” (โยบ 42:5, 6)

โยบเคยได้ยินพระเจ้า แต่ตอนนี้พระเจ้าครัสว่า “แล้วพระเยโฮวาห์ทรงตอบโยบออกมาจากลมหมุน” (โยบ 38:1; 40:6) “แล้วพระเจ้าทรงตรัสให้โยบออกจามจากลมหมุน” (NIV)

ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายเป็นภาษามนุษย์ได้อย่างไร ทางที่ดีที่สุดคือยกตัวอย่างจากชีวิตจริง ดร. คาเกน เคยเป็นคนที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้ามาก่อน ท่านไม่เชื่อพระเจ้าเลยแม้แต่น้อย และแล้วอยู่มาในคืนวันหนึ่ง ดร. ควเกน รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะท่านมีสอบที่โรงเรียน UCLA ในตอนเช้า ท่านไม่เข้าใจบทเรียนที่อ่านเหล่านั้นเลย ท่านรู้แน่นอนว่าพรุ่งนี้สอบจะต้องตกอย่างแน่นอน ทันใดนั้น ดร. คาเกนก็อธิษฐานและนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของท่าน ท่านบอกว่า “พระเจ้าโปรดทรงอภัยบาปให้ข้าพระองค์” แล้วท่านก็เผลอหลับไป ตอนที่ตื่นเช้าขึ้นมาท่านรู้ว่าสอบไม่ผ่านแน่นอน แต่ตอนที่ท่านเข้าไปถึงในห้องสอบและดูไปที่คำถามต่างๆ ดูเหมือนว่ามันง่ายมากตอบการที่จะตอบ และผลปรากฏว่าท่านสอบได้คะแนนสูงมากกว่าคนอื่นในห้อง หลังจากนั้นท่านก็มารู้ว่าพระเจ้านั้นมีจริง หลังจากนั้นพระเจ้าก็มีจริงในชีวิตของท่านตลอดไป

ตอนที่ผมอายุสิบห้าปีนั้น ผมเสียใจมากต่อการจากไปของคุณยายของผม โดยเฉพาะในคืนก่อนหน้านั้น และในช่วงจัดงานศพ ผมวิ่งไปไกลจนถึงที่ภูเขา โฟเรส ลอม เกลนเดล์ ผมล้มลงที่พื้นเหนื่อมากและเหงื่อไหล แล้วพระเจ้าก็เสด็จลงมาที่ผม พระเจ้าทรงประทับที่นั่นและรู้จักผม พระองค์ทรงทำให้ผมนึกถึง ยาโคบ ตอนที่พระองค์เสด็จมาหาท่านในตอนกลางคืน

“และยาโคบตื่นขึ้นและเขาพูดว่า “พระเยโฮวาห์ทรงสถิต ณ ที่แห่งนี้แน่ทีเดียว ข้าหารู้ไม่ และเขากลัวและพูดว่า “สถานที่แห่งนี้น่าเกรงกลัว สถานที่แห่งนี้มิใช่อย่างอื่น แต่เป็นพระนิเวศของพระเจ้าและเป็นประตูแห่งฟ้าสวรรค์!” (ปฐมกาล 28:16, 17)

ไม่ว่า ดร. คาเกน และตัวผมเองต่างก็มีประสบการณ์แห่งการกลับใจใหม่มาแล้วทั้งสิ้น แต่เราไม่อาจที่จะพูดแบบเดียวกับโยบ “ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์” (โยบ 42:5) มันไม่ได้หมายความว่าท่านเห็นพระเจ้าจริงๆ แต่เป็นความหมายที่พยายามพูดออกมาเป็นรูปธรรมถึงการได้ยินของท่านเกี่ยวกับพระเจ้า แต่ตอนนี้ท่านทราบแล้วว่าพระเจ้ามีจริง และท่านก็เป็นคนบาป ดังนั้นท่านจึงพูดว่า “ข้าพระองค์จึงเกลียดตนเอง และกลับใจอยู่ในผงคลีและขี้เถ้า” (เล่มเดียวกัน) และประสบการณ์ของอิสยาห์ก็เป็นแบเดียวกันกับของยาโคบและโยบ – รวมถึงของ ดร. คาเกน และตัวผมเอง – ตอนที่ผมอายุสิบห้าปี และหลังจากงานศพคุณยายของผม อิสยาห์กล่าวว่า

“ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร” (อิสยาห์ 6:1)

ดร. เจ เวอนอน แมคกี้ กล่าวว่า

ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์นั้น อิสยาห์กำลังระลึกถึง “กษัตริย์ผู้กอรปด้วยความดีถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และคิดว่าตอนนี้สถาณการณ์จะ [เลว] ลง เพราะพวกอิสราเอลจะถูกจับไปเป็นเชลย ที่ต่างๆจะถูกทำลาย ความยุ่งเหยิ่ง ความอดอยากจะตามมา” ความคิดที่อยู่ในใจของอิสยาห์นี้ ทุกคนก็ควรจะต้องมีเช่นเดียวกัน – ท่านไปที่พระวิหาร ... ในพระวิหารของพระเจ้านั้นผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้ค้นพบว่า กษัตริย์ที่แท้จริงของประชาชาตินั้นยังไม่สิ้นพระชนม์ “ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร” – พระเจ้าทรงสถิตอยู่ ณ บนบังลังก์ ... พระเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และพระองค์จะไม่ประนีประนอมกับบาป (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, vol. III, Thomas Nelson Publishers, 1982; note on Isaiah 6:1)

ตอนนี้ดูอิสยาห์ 6:3. เสราฟิม เหล่าทูตสวรรค์ได้อยู่ที่นั่น

“และบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเยโฮวาห์จอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยสง่าราศีของพระองค์” (อิสยาห์ 6:3)

พวกเขาร้องว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเยโฮวาห์จอมโยธา” ดร. ดับบริว เอ คริสเวลล์ นักเทศน์ผู้ยิ่งใหญ่รับใช้ที่เมืองดัลลัส เท็กซัสเป็นเวลาเกือบหกสิบปีกล่าวว่า "ผมคิดว่านั่นหมายถึงพระเจ้าในสามพระภาค” ตรีเอกานุภาพ (W. A. Criswell, Ph.D., Isaiah: An Exposition, Zondervan Publishing House, 1977, p. 53)

บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์
   พระเจ้ายิ่งใหญ่
ในยามรุ่งอรุณ
   เพลงของเราสรรเสริญพระองค์
บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์
   พระเมตตาและฤทธานุภาพ!
พระเจ้าแห่งตรีเอกานุภาพ
   ขอพระพรจงมีแด่พระตรีเอกานุภาพ!

บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์
   พระองค์ทรงซ่อนตัวจาก
สายตาของคนบาป
   จะไม่เห็นพระสิริของพระองค์
พระองค์ทรงบริสุทธิ์
   ไม่มีใครเป็นเหมือนพระองค์
ที่สมบูรณ์ในพลังอำนาจ
   ในความรัก และความบริสุทธิ์
(“Holy, Holy, Holy” by Reginald Heber, 1783-1826)

หากคุณยังไม่รู้จักกับพระเจ้า – ผู้ทรงเป็นตรีเอกานุภาพในพระคัมภีร์ – หากคุณยังไม่รู้จักกับความบริสุทธิ์ ความยุติธรรม และพระเมตตาของพระองค์ แล้วคุณหวังจะมาเป็นคริสเตียนที่แท้จริงอย่างไรได้?

II. ประการที่สอง ต้องถูกทำให้รู้เรื่องบาป

จงดูอิสยาห์ 6:5

“วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในหมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา” (อิสยาห์ 6:5)

การรู้ถึงพระเจ้านั้นทำให้ผู้เผยพระวจนะได้มาเห็นถึงความบาปของตนเอง “คนที่มีริมฝีปากไม่สะอาด” ไม่มีทางที่คุณจะรับรู้ถึงประสบการณ์เช่นนี้ หากพระเจ้าไม่ทรงสำแดงพระองค์เองคุณเห็น “การพิพากษาโลก” ดร. เดวิด เวลล์ นักศาสนศาสตร์กล่าวว่า

ผู้เผยพระวจนะเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัว [อันตราย] ของพระลักษณะของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์ ไม่มีใครสามารถยืนอยู่ในแสง สว่างของพระองค์ ทุกคนจะถูกทำลายโดยแสงนั้น เพราะนั่นเป็นชนิดของแสงที่ต่อต้านความผิดทุกอย่าง รวมถึงเห็นแก่ตัว การไม่เชื่อ การเนรคุณและการไม่เชื่อฟัง ... อิสยาห์เห็นในนิมิตและก็ร้องออกมาว่า 'วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอาศัยอยู่ในหมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา' (อิสยาห์ 6: 5) นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายตอนจากพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงความจริงที่น่าเกรงขาน และน่ากลัวที่สุดของความบริสุทธิ์ของพระเจ้า (David F. Wells, Ph.D., The Courage to Be Protestant, Eerdmans Publishing Company, 2008, p. 125)

ดร. ดับบริว เอ คริสเวลล์ กล่าวว่า

ต้องใช้ตาแห่งจิตวิญญาณถึงจะมองเห็นพระเจ้า หูแห่งใจถึงจะได้ยินเสียงของพระเจ้า เพราะพระองค์ไม่ได้ตรัสให้กับคนตาบอด ให้กับคนที่หูหนวก ดังนั้นผู้ที่มีตาก็จงดู คนที่มีหูก็จงฟัง และใจที่มีความรู้สึก พระสิริของพระเจ้าอยู่กับเราตลอดไป ในนิมิตของอิสยาห์นั้น เขารู้สึกว่าตัวเองมีบาปและไร้ค่า ทุกคนที่ยืนอยู่ในที่มีพระเจ้าทรงสถิตอยู่นั้น จะพบว่าตัวเองสามารถเอาชนะความไร้ค่า ความสกปรกและมาร้องไห้ให้กับพระองค์ (Criswell, ibid., p. 54)

วันหนึ่งคุณจะได้พบกับพระเจ้าแบบตัวต่อตัว หลังจากที่คุณเสียชีวิตแล้วจะต้องเผชิญกับการพิพากษา นั่นคือถ้าคุณยังไม่ได้รับความรอดในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ พระเจ้าที่คุณจะได้พบนั้นไม่ใช่พระเจ้าที่คุณจินตนาการเอาไว้ในใจของคุณ และไม่ใช่พระเจ้าของศาสนาโลก แต่คุณจะเผชิญหน้ากับพระเจ้าในพระคัมภีร์ แล้วพระองค์จะพิพากษาคุณตามบาปที่คุณมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาปที่อยู่ในใจของคุณ มีทางเดียวเท่านั้นที่บาปของคุณจะได้รับการให้อภัย นั่นก็คือโดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ในที่ของคุณ - บนไม้กางเขน นี่คือทางเดียวเท่านั้นที่บาปของคุณจะได้รับการชำระโดยพระโลหิตของพระคริสต์ที่หลั่งบนไม้กางเขน ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ กล่าวว่า "พระกิตติคุณของเราคือพระกิตติคุณแห่งโลหิต เพราะโลหิตเป็นรากฐาน นอกเหนือนี้ไม่มีอะไรเลย" (God’s Way of Reconciliation, Ephesians 2, The Banner of Truth Trust, 1981, p. 240)

ตอนนี้ให้ดูที่ข้อ 8

“เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนพวกเรา แล้วข้าพเจ้าทูลว่า ข้าพระองค์นี่พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด” (อิสยาห์ 6:8)

ตอนนี้อิสยาห์ถูกเรียกให้ไปประกาศ “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ส่งข้าพระองค์ไป” และท่านก็ออกไปประกาศในสิ่งที่ท่านได้รับประสบการณ์มา

ทางเดียวที่คุณจะรอดได้ก็คือวางใจพระเยซู และรับการชำระโดยโลหิตที่บริสุทธิ์ของพระองค์ ทางเดียวที่คุณจะสามารถเผชิญกับพระเจ้าแบบตัวต่อตัวได้ ก็โดยทางที่คุณต้องถูกชำระจากบาปของคุณโดยพระโลหิตของพระเยซู พระบุตรของพระเจ้า ในแผ่นดินสวรรค์เราจะร้องเพลงใหม่นี้ "พระองค์ทรงเป็นผู้ที่สมควรจะทรงรับม้วนหนังสือ และแกะตราม้วนหนังสือนั้นออก เพราะว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า" (วิวรณ์ 5: 9) ในเช้าวันนี้ ผมอยากจะขอคุณให้วางใจพระเยซูและรับการชำระให้สะอาดในสายตาของพระเจ้าโดยทางพระโลหิตของพระองค์! อาเมน ดร. ชานกรุณานำเราอธิษฐาน

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: อิสยาห์ 6:1-8.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“The God of Abraham Praise” (by Daniel ben Judah, 14th century).


โครงร่างของ

การกลับใจใหม่และการทรงเรียกอิสยาห์

THE CONVERSION AND CALL OF ISAIAH

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับ ณ พระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชายฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิห” (อิสยาห์ 6:1)

I. ประการแรก ต้องรู้จักกับพระเจ้า เอเฟซัส 4:18;
โรม 3:11; I โครินธ์ 1:21; โยบ 42:5, 6; 38:1; 40:6;
ปฐมกาล 28:16, 17; อิสยาห์ 6:3

II. ประการที่สอง ต้องถูกทำให้รู้เรื่องบาป อิสยาห์ 6:5, 8; วิวรณ์ 5:9