Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




นักอธิษฐานให้กับการต่อสู้ในทุกวันนี้!

PRAYER WARRIORS FOR TODAY’S BATTLE!
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาเทศน์ที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนคร ลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2015
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, August 9, 2015


อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่ผมเคยเรียนรู้? นั่นคือครั้งที่เรียนรู้ว่าคริสเตียนนั้นเป็นความจริง! ผมเรียนรู้อย่างนั้นที่คริสตจักรจีนแบ๊บติสต์ที่หนึ่ง ผ่านทาง ดร. ทิโมธี หลิน ท่านเป็นบุคคลที่เชื่อจริงจังในพระเจ้า ตอนที่คนหนึ่งเชื่อพระเจ้าอย่างจริงจังอย่างนั้น พระองค์ก็ทรงใช้ผู้นำ และทำให้แตกต่างจากนักเทศน์

ดร. ทิโมธีหลินเป็นผู้รับใช้ที่มาจากประเทศจีน ท่านมาอยู่ในอเมริกาตอนที่ท่านอายุมากแล้ว สิ่งที่เขาเชื่อและเทศน์นั้นผมเรียกว่า “คริสเตียนที่มีชีวิต” ท่านไม่ใช่พวกที่เรียกเพนเทคอส หรือคาลิสเมติ – ท่านเชื่อการบริบูรณ์ในพระวิญญาณ มีวิญญาณชั่ว มีทูตสวรรค์ ใน “ข่าวสาร” จากพระเจ้า คำตอบที่แท้จริงจากการอธิษฐาน และการเทพระวิญญาณสู่การฟื้นฟู พูดง่ายๆคือท่านเชื่อว่าคริสเตียนมี “ชีวิต” ท่านเรียนรู้อย่างนั้นตอนเป็นอนุชนอยู่ในประเทศจีน พ่อของท่านก็รับใช้ตลอดชีวิตของท่าน

หลายคนบอกผมว่า "คุณเหมือน ดร. หลิน มากกว่านักเทศน์ชาวจีนที่ออกมาจากคริสตจักรของท่าน" ดร. คาเกน ก็พึ่งพูดอย่างเมื่อพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้เอง ผมคิดว่าที่ชื่นชมท่าน เพราะดร. หลินเชื่อว่า คริสเตียนมี “ชีวิต”

สมัยที่ผมอยู่ที่คริสตจักรใหม่ๆนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะผมคนเดียวที่เป็นคนผิวขาวในเวลานั้น แต่ผมรู้ว่าผมจะต้องอยู่ที่นั่น เพราะเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า และที่นั่นเองที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจาก ดร. ทิโมธีหลิน แม้ว่าผมเองจะไม่เห็นด้วยกับท่านในทุกเรื่องก็ตาม แต่ผมคิดเหมือนอย่างท่าน ผมเชื่อว่าในศาสนาคริสต์นั่นมีชีวิต!

จริงๆคุณก็เช่นกันควรจะต้องคิดเหมือนเช่น ดร. หลิน ด้วย หากคุณต้องการที่จะเข้าใจครึ่งหลังของพระธรรมเอเฟซัสบทที่หก ผมได้อ่านหนังสืออรรถธิบายพระคัมถีร์หลายเล่ม เพื่ออธิบายให้กับคนที่ไม่เข้าใจพระธรรมตอนนี้ อีกสักครู่ผมจะพยายามอธิบายให้พวกคุณ กรุณาเปิดไปที่เอเฟซัส 6:10 อยู่ในหน้า ของพระคัมภีร์ฉบับ the Scofield Study Bible. กรุณายืนขึ้นอ่านบทที่หก ข้อที่ 10 ถึง 12

นั่นเป็นบทกล่าวสุดท้ายของอาจารย์เปษโลให้กับคริสเตียนในเมืองเอเฟซัส สิ่งที่กล่าวให้กับคริสเตียนในสมัยก่อนนั้น ก็กล่าวให้กับพวกเราในทุกวันนี้ด้วย

I. ประการแรก อาจารย์เปาโลกล่าวถึงสงครามในฝ่ายวิญญาณ

“พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของ พระองค์จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอบครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ” (เอเฟซัส 6:10-12)

พวกคุณนั่งลงได้ อาจารย์เปาโลบอกเราว่าเรามีชีวิตอยู่ในสนามรบ ชีวิตของคริสเตียนคือชีวิตแห่งสงคราม เราอยู่ในสงครามสู้รบกับปีศาจและวิญญาณชั่วที่พวกสมุนของมัน ดร. เอดับบลิว โทเซอร์ ได้เขียนบทเรียงความเรียกว่าThis World: Playground or Battleground? (Christian Publications, 1988, pp. 1-4) ดร. โทเซอร์ กล่าวว่า

         ในสมัยก่อน ... คนคิดว่าโลกอยู่ภายใต้สมรภูมิ บรรพบุรุษของเราเชื่อในความบาป และวิญญาณชั่วและนรกว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีพลังอำนาจ พวกเขาเชื่อในพระเจ้าและความชอบธรรม สวรรค์ และอื่น ๆ โดยธรรมชาติของพวกเขา พวกเขาต่างก็เป็นศัตรูกันและกัน มนุษย์ และบรรพบุรุษของเราต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง – และไม่สามารถอยู่ตรงกลาง จะต้องเลือกเอาชีวิตหรือความตาย สวรรค์หรือนรก และถ้าเขาเลือกที่จะอยู่ในฝ่ายพระเจ้า เขาก็เปิดสงครามกับศัตรูของพระเจ้า การต่อสู้นี้เป็นความจริงและร้ายแรงถึงขั้นชีวิตตราบเท่าที่ชีวิตยังคงดำเนินอยู่ [บนโลก] เล่มเดียวกัน หน้า 2

แต่ ดร. โทเซอร์ กล่าวว่าแต่มีการเปลี่ยนแปลงในเวลาของเรา เขากล่าวว่า "ความคิดที่ว่าโลกนี้เป็นสนามเด็กเล่นแทนที่จะเป็นสมรภูมิ ในทางปฏิบัติตอนนี้ส่วนใหญ่ยอมรับคริสเตียนนั้นสำคัญมาก" (อ้างอิง หน้า 4)

ผมคิดว่าเราต้องยอมรับว่า ดร. โทเซอร์ กล่าวถูกต้อง ทุกวันนี้พวกอีเวนเจลิคอล์เรื่องวิญญาณชั่วและซาตาน พวกเขาไม่คิดว่าพวกเขาเป็นทหารที่กำลังต่อสู้กับกองกำลังแห่งจักรวาลชั่วร้ายนี้ ผมคิดว่าเหตุผลหลักที่เป็นเช่นนั้นเพราะสมาชิกส่วนใหญ่ไม่ได้กลับใจใหม่ ตาของพวกเขาบอดในฝ่ายจิตวิญญาณ ตอนที่พวกเขาได้ยินอาจารย์เปาโลพูดว่า "จงเข้มแข็งในพระเจ้า" พวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์เปาโล กล่าวนั้น ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้? เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ "ในพระเจ้า" - และในขณะที่พวกเขาไม่ได้อยู่ "ใน" พระเยซู พวกเขาไม่อาจมีพลังที่มาจากพระองค์ได้! ดร. เอส ดี เฮฟ ซอลมอน์ด กล่าวว่า ความแข็งแกร่ง "สามารถมีได้เพียวเพราะเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์เท่านั้น" (“The Epistle to the Ephesians,” The Expositor’s Greek New Testament, volume III, Eerdmans, n.d., p. 382)

ดร. เจเวอร์นอน แมคกี้ กล่าวว่า "คุณไม่สามารถเอาชนะมารโดยความสามารถและพลังของตัวเอง เปาโลกล่าวในภาษากรีกคือ: panoplian [ยุทธภัณฑ์] ของพระเจ้าเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นวิธีการนำมาซึ่งการต่อสู้ [กลยุทธ์ยาหรือวิธีการ] กับมาร 'จงเข้มแข็งในพระเจ้า' – นั่นคือวิธีเดียวที่คุณจะสามารถมีฤทธิ์อำนาจได้" (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, volume 5, Thomas Nelson Publishers, 1983, pp. 278, 279; note on Ephesians 6:10, 11)

คุณต้องมาที่พระคริสต์โดยความเชื่อและรับความรอดเป็นอันดับแรก และคุณต้องมาที่พระองค์โดยการอธิษฐานอย่างไม่หยุดหยอน "พลังของเขาอาจจะ" เป็นทหารแห่งกางเขน!

II. ประการที่สอง อาจารย์เปาโลกล่าวถึงศัตรูของเรา

กรุณายืนขึ้นผมจะอ่านเอเฟซัส 6:12.

“เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอบครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ” (เอเฟซัส 6:12)

พวกคุณนั่งลงได้

คริสเตียนสมัยศตวรรคที่หนึ่งและสองนั้นต่างก็รู้เกี่ยวกับวิญญาณชั่วตามที่ อาจารย์เปาโลกล่าวในข้อนี้ ในหนังสือของเขาชื่อ Evangelism in the Early Church ดร. ไมเคิล กรีน กล่าวว่าคริสเตียนในสมัยก่อนเชื่อว่า

โลกของเราต่างก็เต็มไปด้วยปีศาจ ไม่ใช่มีแต่รูปเคารพเท่านั้น แต่ชีวิตของพวกเขาต่างก็ถูกควบคุมโดยวิญญาณเหล่านี้ พวกมันนั่งอยู่บนบัลลังก์ และเดินวนเวียนอยู่รอบๆ โลกนี้คือนรกอย่างแท้จริงแม้ว่าพระเจ้าจะเป็นผู้สร้างก็ตาม การเผชิญกับนรกและวิญญาณเหล่านี้คริสเตียน ต้องอาศัยอาวุธที่ไม่อาจเห็นด้วยตา...คริสเตียนออกเข้าไปในโลกในฐานะนักสู้ ... โดยมีพระเยซูคริสต์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังต่อจะสามารถเอาชนะมารและรับความรอด (Michael Green, Ph.D., Evangelism in the Early Church, Eerdmans, 2003, pp. 263, 264)

ดร. เวนนอน แมคกี้ กล่าวถึงเวลาของเราในทุกวันนี้ว่า

ศัตรูในฝ่ายวิญญาร ซาตานคือหัวหน้าของพวกวิญญาณชั่วทั้งหลาย ตอนนี้เราควรรู้ว่าเรากำลังอยู่ในสงคราม ผมคิดว่าคริสตจักรต่างก็ไม่รู้ถึงสงวครามฝ่ายวิญญาณนี้ (ibid., หน้า 280; จากพระธรรม เอเฟซัส 6:12)

ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ กล่าวว่าสิ่งเดียวกัน ดังนี้ว่า "หนึ่งในสาเหตุหลักของการเจ็บไข้ได้ป่วย [เลว] ที่คริสตจักรในทุกวันนี้เผชิญคือลืมไปว่ามีมาร ... คริสตจักรเมายาและเหี่ยวแห้ง คริสตจักรไม่ได้ตระหนักถึงความขัดแย้งนี้" (The Christian Warfare, The Banner of Truth Trust, 1976, pp. 292, 106)

จึงไม่น่าแปลกใจที่คริสตจักรแบ็บติสต์ภาคใต้สูญหายสมาชิกไปกว่า 200,000 คนเมื่อปีที่แล้ว และพวกเขาจะสูญเสียมากขึ้นในปีนี้ สิ่งนี้เรียกว่าคริสเตียนอีเวนเจลิคอล์วิ่งหนีจากคริสตจักร พวกเขากลัวพวกไอซิส พวกเขากลัวการปฏิวัติทางเพศ พวกเขากลัวอิหร่าน พวกเขากลัวโอบา พวกเขากลัวทุกอย่าง! แต่พวกเราไม่ควรกลัว ถ้าเราสวมด้วยฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์!

III. ประการที่สาม อาจารย์เปาโลกล่าวถึงยุทธภัณฑ์ของเรา

กรุณายืนขึ้นผบจะอ่านข้อ 13 ถึง 17

“เหตุฉะนั้นจงรับยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าไว้ เพื่อท่านจะได้ต่อต้านในวันอันชั่วร้ายนั้นและเมื่อเสร็จแล้วจะยืนมั่นได้ เหตุฉะนั้นท่านจงยืนมั่น เอาความจริงคาดเอว เอาความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า และพร้อมกับสิ่งทั้งหมดนี้ จงเอาความเชื่อเป็นโล่ ด้วยโล่นั้นท่านจะได้ดับลูกศรเพลิงของผู้ชั่วร้ายนั้นเสีย จงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า” (เอเฟซัส 6:13-17)

พวกคุณนั่งลงได้

ขอให้สังเกตว่าคำพูดของอาจารย์เปาโล "สวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า" – ไม่ใช่สร้างเอง แต่จงใช้ของพระเจ้า เพราะยุทธภัณฑ์ทั้งหมดนี้ฟรี ดร. แมคกี้ กล่าวว่า "เหตุฉะนั้นท่านจงยืนมั่น เอาความจริงคาดเอว (ข้อ 14ก) พระองค์เป็นความชอบธรรมของเรา (ข้อ 14ข) และเอาข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความพรั่งพร้อมมาสวมเป็นรองเท้า (ข้อ 15) พระองค์เป็นโล่แห่งความรอดของเรา (ข้อ 16) ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องป้องกัน นี่บอกเราว่าพระคริสต์ทรงป้องกันเรา ตอนคุณวางใจในพระองค์คุณก็กลับใจใหม่ พระคริสต์ทรงสวมคุณด้วยเครื่องป้องกันเหล่านี้ ให้คุณมีการป้องกันเหล่านี้ในขณะที่คุณปฏิบัติในการปรากฏตัวของเขา พระคริสต์ทรงเป็นการป้องกันของเรา ตอนที่คุณวางใจพระองค์คุณกลับใจใหม่ และพระคริสต์เสื้อผ้าให้คุณมีการป้องกันเหล่านี้ในขณะที่คุณปฏิบัติในการปรากฏตัวของเขา พระคริสต์ทรงสวมคุณด้วยเครื่องป้องกันเหล่านี้

แล้วอาจารย์เปาโลกล่าวว่า จงสวม "จงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า" (ข้อ 17) นั่นคือเหตุผลที่คุณต้องศึกษาพระคัมภีร์ และจดจำพระคัมภีร์มากเท่าที่มากได้ หลายครั้งในชีวิตของผมที่ข้อพระคัมภีร์ที่ผมท่องจำนี้อยู่ข้างหน้า และข้างหลังผม และช่วยผมให้เอาชนะซาตาน ผมไม่เคยลืมพระคำตอนนี้ "ซึ่งโดยพระคุณนั้นพระองค์ทรงบันดาลให้เราเป็นที่ชอบพระทัย ในผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์" (เอเฟซัส 1: 6) มาหาผมและช่วยผมให้รอดจากจากความสิ้นหวัง ยิ่งคุณยิ่งจำข้อพระคัมภีร์มากเท่าไหร่ คุณจะรู้ว่าดาบของพระวิญญาณนั้นคือพระวจนะของพระเจ้า ข้อพระคัมภีร์ในชีวิตของผมคือ ฟิลิปี 4:13

“ข้าพระองค์สามารถเผชิญทุกสิ่งโดยมีพระคริสต์เป็นผู้ชูกำลังข้าพระองค์”

เป็นเวลากว่าห้าสิบปีแล้วที่ข้อพระธรรมนี้เป็นเหมือนที่ช่วยให้ผมเอาชนะความกลัวและความอ่อนแอ สดุดีบทที่ยี่สิบเจ็ดเป็นเหมือนดาบให้กับผมได้ใช้หลายครั้งในยามที่อยู่ในสถานการณ์ที่หมดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สองของข้อนี้ คุณควรจะจดจำพระคำเหล่านี้เพราะจะช่วยคุณในต่อสู้ด้วยความเชื่อ

IV. ประการที่สี่ อาจารย์เปาโลกล่าวถึงสงครามฝ่ายวิญญาณ

กรุณายืนขึ้นและอ่านข้อที่ 18 และ 19

“จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่างและจงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อวิสุทธิชนทุกคน และอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อจะทรงประทานให้ข้าพเจ้ามีคำพูดและเกิดใจกล้าประกาศถึงข้อลึกลับแห่งข่าวประเสริฐได้” (เอเฟซัส 6:18, 19)

พวกคุณนั่งลงได้

ผมจำคำพูดของ ลีโอนาร์ ราเวนฮิลล์ แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน ท่านกล่าวว่า "การอธิษฐานคือการต่อสู้" ดังนั้นการอธิษฐานจึงไม่ใช่การเตรียมพร้อมเพื่อการต่อสู่ ไม่เลย! แต่การอธิษฐานคือการต่อสู้!

ดร. เมอร์ เอฟ อังเกอร์ เป็นอาจารย์สอนที่ดัลลัสวิทยาลัยศาสนศาสตร์มาเป็นเวลานาน ท่านเขียนหนังสือที่โดดเด่นเล่มหนึ่งเรียกว่า ศาสตร์แห่งพระคัมภีร์ของวิญญาณชั่ว หรือ Biblical Demonology (Kregel Publications, 1994 reprint) ผมเคยได้ยินนักเทศน์ยอดแย่บางคนบอกว่านี่เป็นหนังสือที่อันตราย มาก ตรงกันข้ามผมคิดว่านักเทศน์พวกนี้แหละคือพวกที่อันตราย! พวกเขาเทศนาได้อย่างไรทั้งที่ไม่เชื่อว่ามีวิญญาณชั่ว มีพระวิญญาณบริสุทธิ์และพลังของการอธิษฐาน? ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่คริสตจักร แบ๊บติสต์ใต้ต้องสูญเสียสมาชิกไปกว่า 200,000 คนเมื่อปีที่แล้ว! ไม่น่าแปลกใจที่คริสตจักรแบ๊บติสอิสระทั้งหลายกำลังจะปิดการนมัสการในวันอาทิตย์ตอนเย็นของพวกเขาลง! และไม่น่าแปลกใจคริสตจักรแบ๊บติสของเราทั่วโลกสูญหายคนหนุ่มสาวไป 88% ไป!

นักเทศน์ที่ไม่เคยคิดเกี่ยวกับวิญญาณชั่ว และพลังของการอธิษฐานก็ไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดยั้งการทะเลาะอาละวาดในคริสตจักรของเรา นักวิชาการที่มีชื่อเสียงอย่าง ดร. วิลเบอร์ เอ็ม สมิธ เขียนได้ดีมากในหนังสือของท่านชื่อวิญญาณชั่วศาสตร์ ดร. สมิทธ กล่าวว่า "ผมมีความรู้สึกว่า [มัน] ควรจะอยู่ในมือของผู้รับใช้ที่ประกาศพระกิตติคุณในทุกวันนี้ทุกคน" (Introduction to Dr. Unger’s book, p. xi) ผมคิดว่าดร. วิลเบอร์ เอ็ม สมิธ พูดถูกต้อง หากคุณกำลังอ่านข้อความนี้ หรือดูได้ในเว็บไซต์ของเรานี้ ผมขอแนะนำให้คุณซื้อสำเนาหนังสืออังเกอร์และแจกจ้ายให้พวกผู้รับใช้ที่ไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้

ดร. อังเกอร์พูดถูกต้องที่ว่า "การตระเตรียมเตรียมแห่งการอธิษฐาน [เอเฟซัส 6:18, 19] ไม่ใช่ถูกมองว่าเป็นเครื่องปกป้องส่วนหนึ่งของนักรบ... หรืออาวุธอื่น ... การอธิษฐานในเอเฟซัส 6 เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริงๆกับศัตรู [ซาตาน] และนั่นคือวิธีการที่จะทำให้มันสิ้นฤทธิ์ [แพ้] ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวเราเองเท่านั้นแต่คนอื่น ๆด้วย (ibid., p. 223; comments on Ephesians 6:19, 20; emphasis mine).

ผู้รับใช้ชาวอัวกฏษชื่อ พอล คุส เขียนหนังสือชื่อ Fire From Heaven (Evangelical Press Books, 2009) ทุกคนควรอ่านหนังสื่อเล่มนี้ ท่านกล่าวว่า "เราต้องอธิษฐานอย่างต่อเนื่องเพื่อขอกำลังทางกายจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ... ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องอธิษฐานและขออย่างต่อเนื่อง คริสตจักรในชยุคแรกทำอย่างนี้ และเราเองก็ควรต้องทำอย่างนี้ด้วย เพราะการงานของพระเจ้าทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งนี้ ... พลัง [ฤทธิ์เดช] จากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ... [เราต้อง] มองหาฤทธิ์อำนาจจากพระวิญญาณอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมกำลังทางกายด้วย (Rev. Paul E. Cook, Fire From Heaven: Times of Extraordinary Revival, ibid., pp. 120, 121)

นี่คือส่วนหนึ่งที่สิ่งสำคัญที่คุณควรต้องอธิษฐานขอทุกวัน – และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่เราอดอาหารในวันเสาร์นี้ ดร. จอห์น อาร์ไรซ์ กล่าวว่า "การอดอาหารและการอธิษฐานทำให้ได้รับฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์" (John R. Rice, D.D., Prayer: Asking and Receiving, Sword of the Lord Publishers, 1970, p. 225)

“จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่างและจงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อวิสุทธิชนทุกคน” (เอเฟซัส 6:18)

คุณเห็นแล้วว่าการอธิษฐานคือการต่อสู้ ผมอยากให้พวกคุณอธิษฐานอย่างละเอียดและตามชื่อ (ถ้าเป็นไปได้) ให้กับคนที่ยังไม่เชื่อ ผมอยากให้คุณอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำคนเหล่านั้นเข้ามาในคริสตจักรของเรา เพื่อรับรู้และเข้าใจความจริงในพระกิตติคุณ ทำให้พวกเขาเชื่อเรื่องความบาป และนำมาที่พระเยซูคริสต์เพื่อรับการชำระบาปโดยพระโลหิตของพระองค์ การอธิษฐานคือการต่อสู้ ผมยังอยากให้คุณอธิษฐานขอพระเจ้าทรงให้ผมทราบถึงสิ่งที่ผมควรต้องเทศน์ และขอพระเจ้าทรงทรงพรคำเหล่านั้นเข้าไปในจิตใจของผู้ฟังที่ยังไม่เชื่อ ในที่สาธารณะกรุณาอธิษฐานให้หนักแน่น และโปรดให้แน่ใจว่าคุณส่งเสริมสนับสนุนคำอธิฐานของผู้อื่นด้วย – โดยกล่าวว่า "อาเมน" ในตอนท้ายของแต่ละประโยค และให้แน่ใจว่าต้องอธิษฐานหลายครั้งในช่วงระหว่างวันของเราอดอาหารในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ผมเองก็จะให้คุณอีกครั้งเกี่ยวสิ่งที่เป็นพื้นฐานในช่วงที่อธิษฐานและอดอาหาร อาเมน คุณเป็นนักอธิษฐานในการต่อสู้กับซาตาน! พวกคุณเป็นคนที่ดี! ขอพระเจ้าทรงอวยพรคุณ!

ผมไม่อาจจบเทศนาโดยที่ไม่บอกคำเหล่านี้ให้กับคนที่ยังไม่เชื่อ นั่นคือพระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยคนบาปให้รอดพ้นจากพระพิโรธของพระคริสต์ พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อประทานชีวิตใหม่ให้คุณ แต่เหล่านี้ไม่อาจกลายเป็นความจริงหากปราศจากการทำงานโดยพระวิญญาณ

ดังนั้นตลอดสัปดาห์ที่เราอธิษฐานนั้น ให้อธิษฐานเผื่อคนบาป ขอพระเจ้าทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาสู่การนมัสการของเราเพื่อปลอดปล่อยคนบาปให้ออกจากความมืด และทำให้คนเหล่านั้นรู้ถึงความบาป และอยากได้พระเยซูคริสต! ตอนนี้ให้ดูพระธรรมลูกา 11:13 อยู่ในหน้า 1090 ในพระคัมภีร์ฉบับบ the Scofield Study Bible กรุณายืนขึ้นและอ่านด้วยกัน

“เพราะฉะนั้น ถ้าท่านทั้งหลายเองผู้เป็นคนชั่ว ยังรู้จักให้ของดีแก่บุตรของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์ จะทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่ผู้ที่ขอต่อพระองค์?” (ลูกา 11:13)

เราจะมีวันอดอาหารอีกครั้งหนึ่งในวันเสาร์ที่จะมาถึงนี้ ผมอยากจะบอกคุณถึงบางอย่างที่ควรทำตาม


1.  อดอาหารลับๆ (มากเท่าที่มากได้) อย่าเที่ยวไปบอกคนโน้นคนนี้ (แม้แต่ญาติพี่น้อง) ว่าคุณกำลังอดอาหาร

2.  ใช้เวลามาอ่านพระคัมภีร์ เริ่มจากพระธรรมกิจการ (เริ่มตั้งแต่บทแรก)

3.  ท่องจำอิสยาห์ 58:6 ในวันเสาร์ที่อดอาหารนี้

4.  อธิษฐานขอพระเจ้าให้ทรงตอบคำอธิษฐานของเราเพื่อให้มี 10 หรือมากกว่าอยู่กับเรา

5.  อธิษฐานเผื่อพวกอนุชนที่ยังไม่ได้กลับใจ (โดยการเอ๋ยชื่อ) อธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงกระทำต่อพวกเขาอย่างที่พระองค์ทรงตรัสใน อิสยาห์ 58:6 อธิษฐานของมห้ผู้ที่มาวันนี้ (วันอาทิตย์) เป็นครั้งแรกจะกลับมาอีกครั้งในวันอาทิตย์หน้า เอ๋ยชื่อของวกเขาทีละคน

6.  อธิษฐานของพระเจ้าทรงสำแดงให้ผมรู้ว่าจะเทศน์อะไรในวันอาทิตย์ทั้งช่วงเช้าและเย็น

7.  อธิษฐานเผื่อกลุ่มอธิษฐานที่เป็นอนุชนและเราเชิญเข้ามาร่วม (พวกเขามีสามคน) ไปพบ จอห์น ซามูเอล คาเกน หากคุณสนใจ

8.  ดื่มน้ำให้ มากๆ ประมาณหนึ่งแก้วในทุกชั่วโมง คุณสามารถดื่มกาแฟได้ในตอนเช้า หากคุณดื่มมันทุกวัน แต่ห้ามดื่มเครื่องดื่มประเภทชูกำลังและอื่นๆ

9.  ไปปรึกษาแพทย์ก่อนที่คุณจะอดอาหารหากคุณมีปัญหาด้านสุขภาพ (คุณสามารถไปพบ ดร. กรีนตัน ดร. ชาน หรือ ดร. จูดิธ คาเกนผู้อยู่ในคริสตจักรของเราก็ได้) ห้ามอดอาหารหากคุณมีโรคร้ายแรงเช่นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง เพียงแค่ใช้เวลาวันเสาร์นนี้อธิษฐานเผื่อหัวข้อเหล่านี้ก็พอ

10. เริ่มอดอาหารหลังจากรับประทานอาหารมื้อเย็นของวันศุกร์ อย่าทานอะไรจนกว่าเราจะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันเสาร์ตอนเวลา 5:30

11. จำไว้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องอธิษฐานคือขอให้พวกอนุชนในคริสตจักรของเราที่หลงหายได้กลับใจใหม่ - และอนุชนคนใหม่ๆเข้ามาร่วมนมสัการในช่วงเย็นและเข้าตลอดไป

หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร. ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
www.realconversion.com. หรือ www.rlhsermons.com.
(กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ท่าน อาเบล พรูดโฮมมี: เอเฟซัส 6:10-19.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“I Am Praying For You” (S. O’Malley Clough, 1837-1910).


โครงร่างของ

นักอธิษฐานให้กับการต่อสู้ในทุกวันนี้!

PRAYER WARRIORS FOR TODAY’S BATTLE!

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของ พระองค์จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า เพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอบครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ” (เอเฟซัส 6:10-12)

I.     อาจารย์เปาโลกล่าวถึงการต่อสู้ในฝ่ายวิญญาณ,
เอเฟซัส 6:10

II.    ประการที่สอง อาจารย์เปาโลกล่าวถึงศัตรูของเรา
เอเฟซัส 6:12

III.   ประการที่สาม อาจารย์เปาโลกล่าวถึงยุทธภัณฑ์ของเรา, เอเฟซัส 6:13-17 เอเฟซัส1:6; ฟิลิปปี 4:13

IV.   ประการที่สี่ สุดท้ายอาจารย์เปาโลกล่าวถึงสงครามฝ่ายวิญญาณ เอเฟซัส 6:18, 19; ลูกา 11:13