Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การอธิษฐานและการอดอาหารในยุคของโอบามา

PRAYER AND FASTING IN THE AGE OF OBAMA
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, July 12, 2015

“เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในเรือนแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาทูลถามพระองค์เป็นส่วนตัวว่า เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้ พระองค์ตรัสตอบเขาว่า ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:28, 29)


เรื่องราวมันง่ายมาก พระเยซูทรงเสด็จไปบนภูเขา แต่ตอนที่พระเยซูเสด็จลงมาพระองค์ก็ทรงเห็นคนจำนวนมากล้อมรอบเหล่าสาวก พระองค์จึงทรงภามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น มีชายคนหนึ่งก้าวออกจากฝูงชนและบอกพระเยซูว่าผีเข้าลูกของเขา และอกว่าวิญญาณนั้นทำให้ลูกชายของเขาทุกข์ทรมาณ เขาบอกว่าเขาได้ขอร้องให้พวกสาวกขับไล่ผีนั้น แต่พวกเขาก็ไม่สามารถขับไล่ได้ พระเยซูจึงทรงตรัสให้ชายนั้นนำลูกชายมาให้พระองค์ พระเยซูทรงห้ามผีนั้นและตรัสว่า “เราสั่งเจ้าให้ออกมาจากเขา อย่าได้กลับเข้าสิงเขาอีกเลย” ผีนั้นจึงร้องตะโกนและออกจากเด็กนั้น พระเยซูจึงทรงใช้พระหัตถ์พยุงเด็กนั้นให้ลุกขึ้น เด็กนั้นก็หายแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นพระเยซูก็เสด็จไปยังบ้านหลังหนึ่ง พวกสาวกจึงมาหาพระเยซูและถามว่า “เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้” (มาระโก 9:28)

ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ กล่าวว่า “พวกเขาพยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่ก็ล้มเหลว พวกเขาสามารถขับไล่ผีตนอื่นๆ แต่ผีตอนนี้พวกเขากลับขับไล่ไม่ได้ แต่สำหรับพระเยซูแล้สใช้เวลาไม่นาน [พระเยซูคริสต] เพียงแค่ตรัสและเด็กนั้นก็หาย “เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้?” พวกเขาบอกว่า และ [พะคริสต์] ทรงตอบพวกเขาและตรัสว่า “ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (Martyn Lloyd-Jones, M.D., Revival, Crossway Books, 1994 edition, p. 9; comment on Mark 9:28, 29)

พระวจนะตอนนี้ที่พูดถึงการที่พวกสาวกไม่สามารถขับไล่ผีตนนี ที่สำคัญคือว่าพระวิญญาณถูกกล่าวสามครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ – มัทธิว มาระโก และในลูกาอีกครั้ง ดร. ลอยด์ โจนส์ กล่าวว่านั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเราในทุกวันนี้ ผมเองก็เห็นด้วยกับท่าน แต่ก่อนที่จะนำความหมายนี้มาประยุกต์ใช้ให้กับคริสตจักรของเรา ผมอยากพูดถึงพวกนักนักวิจารณ์พระคัมภีร์ที่เอาคำว่า "และอดอาหาร" ลบออกไปจากพระคัมภีร์ทุกฉบับสมัยใหม่

ก่อนที่ผมจะเข้าไปที่เนื้อหาของเรา ผมอยากจะบอกคุณถึงสองคำสุดท้ายในข้อ 29 - "และอดอาหาร" พระคัมภีร์ฉบับ The Scofield ใช้คำว่า “u“ กล่าวว่า ตัวอัษร MSS [ฉบับดั้งเดิม] ยอมรับคำว่า "และอดอาหาร" นี่แสดงว่าแม้แต่พระคัมภีร์ฉบับ Scofield Study Bible ของพวกอนุรักษ์นิยมมีอิทธิพลโดยพวกนักวิจารณ์พระคัมภีร์ในช่วงยุคปลายศตวรรคที่ 19th ทำไมสองฉบับดั้งเดิมนี้ถึงเอาคำว่า "และอดอาหารลบออก เป็นฉบับดั้งเดิมที่ดีที่สุด”? ฉบับดั้งเดิมที่สำคัญที่พวกนักวิจารณ์ใช้คือ”ต้นฉบับไซไน หรือ Sinaiticus manuscript การวิจารร์ดั้งเดิมนั้นล้วนดีมาก แต่เราจะเชื่อได้อย่างไร?

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมและภรรยาได้ไปเที่ยวที่ St. Catherine’s Monastery ตั้งอยู่ที่ตินดอยภูเขาซีไน ผมเห็นฉบับดั้งเดิมที่มีการค้นพบอยู่ที่ – กองซากปรักหักพังในอารามโบราณแห่งนี้ แต่ตรงที่ประตูของอารามแห่งนี้มีกองกะโหลกของมนุษย์เต็มไปหมด นี่คือกะโหลกของบาทหลวงต่างๆที่มีชีวิตในหลายศตวรรคมาแล้ว ข้างในนั้นจะเปิดแสงสลัวๆและมืดและมีห้องนมัสการที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นอกจากนี้ยังมีไข่นกกระจอกเทศห้อยจากเพดานลงมา ในห้องนั้นจะมีแสงเทียนไขที่ใช้กันในสมัยนี้ หากดูแล้วจะดูเหมือนว่าเป็น “เรือของโนอาร์” หรือ “Raiders of the Lost Ark”! ผมไม่อยากพักที่นี่ในช่วงกลางคืน! พระกิตติคุณฉบบดั้งเดิมนี้ถูกค้นพบโดย ทิสเชนดอร์ท ต่อมาผมและภรรยาก็เห็นฉบับดั้งเดิมที่เป็นต้นฉบับจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งสหราอาณาจักรในกรุงลอนดอน

ผมเชื่อว่าบาทหลวงในสมัยนั้นได้รับอิทธิผลจากพวกจีนอสตินิยม แน่นอนคริสเตียนที่เรียกว่าจีนอสติไม่อยากมีคำว่าอดอาหาร ด้วยเหตุนี้พวกจีนอสติที่มีอิทธิพลต่อพวกบาทหลวงในสมัยนั้นจึงบอกให้เอาคำว่า “อดอาหาร” ลบออกไปจากพระกิตติคุณลูกา

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมคิดว่าคำว่า “อดอาหาร” ที่ลูกาเขียนเอาไว้ คุณจะเห็นว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วประโยคนี้จะอ่านไม่รู้เรื่องหากไม่มีคำว่า “อดอาหาร” ฉบับ NIV สมัยใหม่ทุกฉบับเขียนว่า “ผีชนิดนี้สามารถขับออกได้โดยการอธิษฐาน? ลองคิดดู พวกสาวกอธิษฐานหรือเปล่า? แน่นอนพวกเขาอธิษฐาน! แต่ “ชนิดนี้” ต้องการอะไรมากกว่าแค่การอธิษฐาน อย่างนี้ชัดเจนหรือเปล่า? เหมือนอย่าง ซี เอส ลูวิส เขียนเอาไว้ในบทความของเขาว่า พวกวิจารณ์พระคัมถีร์นี้ศึกษาวรรณกรรมภาษาอังกฤษหรือเปล่า ถ้าหากพวกเขาศึกษาหลักการเปรียบเทียบ พวกเขาจะพบว่ามีบางอย่างที่ขาดหายไป “ขนิดนี้สามารถขับออกโดยการอธิษฐาน”? ไร้สาระสิ้นดี! แน่นอนพวกเขาอธิษฐาน ประโยคนี้จะชัดเจนก็ต่อเมื่อเขียนอย่างนี้ “ขนิดนี้สามารถขับออกโดยการอธิษฐานและอดอาหาร”

เหตุผลที่สามคือ จากประวัติศาสตร์ของตริสตจักร ต่างก็เชื่อว่าพวกเขาจะต้องอดอาหาร ในขณะที่ซาตานกำลังพยามยามที่จะหยุดพันธกิของพระเจ้า นักเทศน์ในสมัยก่อนต่างก็ทราบว่าพวกเขาต้องอดอาหาร แต่ปัจจุบันนี้คำว่า “อธิษฐานและอดอาหาร” กลับไม่อยู่ในสมองของพวกเขา คุณทราบหรือไม่ว่าจอห์น เวสลีย์ได้อดอาหารสองครั้งหรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์ในช่วงการฟื้นฟูใหญ่? คุณรู้ไหมว่า โจนาธานเอ็ดเวิร์ดส์อดอาหารเป็นเวลาสามวันก่อนที่เขาจะเทศน์ในหัวข้อ "คนบาปในพระหัตถ์แห่งพระพิโรธของพระเจ้า"? บทเทศนานี้นำไปสู่การฟื้นฟูใหญ่ในคริสตจักรของท่านและกระจายไปทั่วนิวอิงแลนด์ - และจากนั้นก็ไปยังประเทศอังกฤษเอง การฟื้นฟูนี้ที่จะมาหรือหากว่าเอ็ดเวิร์ดส์อธิษฐานโดยไม่อดอาหาร? นี่คือบางอย่าง – ที่ทำให้พระเจ้าทรงส่งการฟื้นฟูลงมาเมื่อท่านอดอาหารและอธิษฐาน! นี่คือเหตุเหตุผลที่คริสตจักรของเราในทุกวันนี้ไม่อดอาหารและเป็นเหตุให้ไม่มีการฟื้นฟู? แน่นอนเลย – ทุกวันนี้มีการฟื้นฟูน้อยมาก ในขณะเดียวกันก็มีการอดอาหารน้อยมาก! นั่นคือบางอย่าง!

จากนั้นเหตุผลที่สี่ที่ต้องมีคำว่า "และการอดอาหาร" ลูเธอร์พูดถึง "การเปรียบเทียบ" ในพระคัมภีร์ ท่านหมายความว่าเราควรจะมองไปที่ข้อพระคัมภีร์อื่นที่มีความคล้ายคลึงกัน เพื่อดูว่าพระคัมภีร์อีกตอนนั้นกล่าวว่าอย่างไร ตอนที่เราตีความข่อพระธรรมนั้น พระคัมภีร์ตอนไหนที่กล่าวถึวเกี่ยวกับการอดอาหารได้อย่างชัดเจน? แน่นอนนักศึกษาพระคัมภีร์ควรรู้ว่ามันอยู่ในอิสยาห์ 58: 6

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะ [โซ่] ของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และ...การหักแอกเสียทุกอัน?” (อิสยาห์ 58:6)

พระเยซูทรงทราบอิสยาห์เป็นอย่างดี พระองค์ทรงตรัสถึงอิสยาห์ 61:1,2 ตอนที่พระองค์ทรงเทศนาในธรรมศาลาที่หมู่บ้านนาซาเร็ธ พระเยซูกล่าวถึงอิสยาห์ 58: 6 ดังนี้ว่า "อย่างนี้จะออกมาโดยไม่มีอะไร แต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร" (มาระโก 9:29)

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ...และการหักแอกเสียทุกอัน?” (อิสยาห์ 58:6)

เช่นเดียวกับอิสยาห์ พระเยซูทรงบอกพวกสาวกว่าการอธิษฐานและอดอาหาร "การปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ" - และหักแอกของซาตาน! นั่นคือ "การเปรียบเทียบ" พระคัมภีร์! นั่นคือการยอมให้พระคัมภีร์อธิบายในตัวมันเอง ผมแน่ใจว่าลูเทอร์จะต้องเห็นด้วยกับผมเกี่ยวกับเรื่องนี้

เหตุผลที่ห้าที่ต้องยอมรับคำว่า "และการอดอาหาร" มาจากความจริงที่ว่าผู้ที่ขับผีออกได้ต่างก็สอนเสมอว่าการอดอาหารนั้นมีประโยชน์มากนัก จากกรณีของ จอห์น เวสลีย์ที่กล่าวถึงพระธรรมมัทธิว 17:21 ที่ว่า "ชนิดของผีนี้จะขับออกไม่ได้ เว้นเสียแต่ต้องอธิษฐานและอดอาหาร – คำพยานนี้ช่างเป็นหลักฐานที่มีประสิทธิภาพเมื่อเพิ่มคำว่าอดอาหาร ผีบางตนพวกสาวกสามารถขับออกได้โดยที่ไม่ต้องอดอาหาร "ชนิดของผีนี้จะขับออกไม่ได้ เว้นเสียแต่ต้องอธิษฐานและอดอาหาร” (John Wesley, M.A., Wesley’s Notes on the New Testament, Baker Book House, 1983, volume I; note on Matthew 17:21)

จอห์น เวสลีย์ (1703-1791) รู้ดีเกี่ยวกับการช่วยให้รอดพ้นจากวิญญาณชั่วในการทำพันธกิจของท่านที่องค์กรเมทอดิสต์

ดร. โทมัสเฮลเป็นแพทย์และไปเป็นมิชชั่นนารีที่ประเทศไทย การทำพันธกิจของท่านนั้นต้องเผชิญกับพวกวิญญาณชั่วหลายต่อหลายครั้ง ในหนังสืออรรถธิบายพระคัมภีร์ของ ดร. เฮล ท่านสนับสนุนเกี่ยวกัยการอดอาหาร ความเห็นของท่านกี่ยวกับมาระโก 9:29, ดร. เฮลกล่าวว่า "ในบางสถานการณ์มีความจำเป็นมากที่ต้องอดอาหาร เพื่อสดับฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า... ตอนที่กำลังอดอาหารนั้น เราแสดงให้พระเจ้าว่าเรามีความตั้งใจอย่างจริงจัง ... พระองค์ก็จะตอบคำอธิษฐานของเราโดยประทานสิทธิอำนาจและสติปัญญาและพระพรฝ่ายจิตวิญญาณ" หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกวิญญาณชั่วในสนามแห่งพันธกิจ ดร. เฮลจึงบอกว่าเราควรจะเก็บคำว่า "และการอดอาหาร " ไว้ในพระคัมภีร์ (Thomas Hale, M.D., The Applied New Testament Commentary, Kingsway Publications, 1997, p. 265; note on Mark 9:29)

ตอนนี้ผมให้เหตุผลที่หกและเหตุผลสุดท้ายที่บอกว่าทำไมต้องมีคำว่า "และการอดอาหาร" มีเพียงสองต้นฉบับที่ลบคำนี้ออก แต่มีหลายร้อยที่เป็นต้นฉบับดั้งเดิมทื่ยืนยันว่าต้องมีคำนี้ นักวิจารณ์พระคัมภีร์ได้ตัดคำนี้ออกไปสองฉบับนั้น แต่ลืมไปว่ายังมีต้นฉบับอื่นเป็นร้อยๆที่ยังสงวนคำนั้นเอาวไ ขอให้พระเจ้าทรงช่วยเราด้วย! ผมคิดว่าไม่มีทางที่จะเกิดการฟื้นฟูได้หากเราไม่ย้อมกลับทำเหมือนเมื่อก่อนนั่นคืออดอาหารอธิษฐาน!

ผมได้ให้คุณหกเหตุผลถึงการต้อต้านพระคัมภีร์ฉบับแปบสมัยใหม่ในข้อนี้ไปแล้ว! ผมไม่เคยเทศนาโดยใช้พระคัมภีรฺฉบับเหล่านั้นเลย เพราะผมไม่วางใจฉบับเหล่านั้น นั่นคือเหตุผลหลักที่ผมใช้พระคัมภีร์ฉบับเจมส์เท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากให้ให้คุณจดจำข้อพระคัมภีร์จากฉบับคิงเจมส์ และอ่านพระคัมภีร์ประจำวัน คุณจะได้รับพระพรหากคุณไว้วางใจ!

““ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”” (มาระโก 9:29)

ส่วนเนื้อหาที่เหลือนั้นผมจะมาตอบสองคำถามนี้


(1)”ชนิดนี้” คืออะไร?

(2) เราจะชนะ “ชนิดนี้” ได้อย่างไร?


ผมจะไม่เสียเวลามาพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าวิญญาณชั่วและซาตานมีอยู่ได้อย่างไร หากคุณเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐของคุณย่อมรู้ได้จากประสบการณ์ถึงการมีอยู่จริงของวิญญาณชั่ว ดังนั้นผมจะไม่มาอธิบายว่าวิญญาณเหล่านั้นมีอยู่อย่างไรอีก

“ชนิดนี้” ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงพวกวิญญาณชั่วที่พยายามจะหยุดเรา และเราก็ไม่อาจที่จะเอาชนะพวกมันได้โดยวิธีการทั่วไป พระวจนะบอกเราว่าวิญญาณชั่ว “พระของยุคนี้ได้กระทำใจของเขาให้มืดไป” ( 2 โครินธ์ 4:4) และนี่คือความจริงที่เกิดขึ้นให้คนทุกคนก่อนที่จะกลับใจใหม่ เราเผชิญกับ “ชนิด” นี้มานานแล้วและเราก็เห็นพระคริสต์ทรงเอาชนะ “นั่น” แล้วโดยการอธิษฐานของเรา

เรายังรู้อีกว่า “นั่น” ทำให้วิญญาณของผู้ไม่เชื่อตาใจบอด – “ที่ตกตามหนทางได้แก่คนเหล่านั้นที่ได้ยิน แล้วพญามารมาชิงเอาพระวจนะจากใจของเขา เพื่อไม่ให้เขาเชื่อและรอดได้” (ลูกา 8:12) และเรายังเห็นอีกว่า “นั่น” การเอาชนะโดยพระคริสต์ที่ทรงตอบคำอธิษฐานของเรา

ตั้งเริ่มแรกนั้นซาตานได้ส่งวิญญาณเหฃ่านั้นไปทำงานสองอย่างนั้น มันทำให้ตาของอาดามและเอวาบอดในสวนเอเดน มันทำให้คนในโลกตาบอดมาเนิ่นนานแล้ว

ไม่ว่าอะไรก็ตามเราสามารถพูดได้ว่าซาตานใช้สองหนทางนี้ทำลายและใช้คนอเมริกา และคนตะวันตกเป็นทาสจนถึงทุกวันนี้ ทำให้คนสมัยนี้เชื่อพระเจ้าแบบทั่วไป ผู้คนเชื่อแบบทั่วไปว่าพระคัมภีร์คือพระคำของพระเจ้า จิตใจของคนเหล่านั้นมืดมน พระคำของพระเจ้าถูกลบจากใจของพวกเขา แต่พวกเขายังคงเชื่อแบบทั่วไปถึงพระเจ้าและพระคัมภีร์ เราสามารถพูดถึงคนเหล่านั้นอย่างนี้ว่า “ยุคก่อนสมัยใหม่” ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เหมือนอย่างยุคก่อนสมัยใหม่ พวกเขาไม่มาที่คริสเตียน พวกเขาไม่วางใจในพระคริสต์ – พวกเขาไม่วิจารณ์โดยพูดว่า “ไม่มีพระเจ้าหรอก” หรือ “พระเจ้าตายแล้ว” – และอื่นๆ ทั้งหมดที่คุณต้องทำให้กับคุณยุคก่อนสมัยใหม่ ผู้คนเทศนาพระกิตติคุณและอธิษฐานให้กับพวกเขา นั่นเป็นการเปรียบเทียบที่เป็นแบบง่ายๆ

แต่เมื่อเราได้เข้าสู่ “ยุคสมัยใหม่” ยุคนี้คนถูกสอนให้เรียนรู้ถึงอย่างที่เรียกว่าการตรัสรู้ ซึ่งเริ่มต้นในช่วงยุคปลายของศตวรรคที่ 17th และต่อเนื่องถึงยุควอลแตร์ (1694-1778) ยุคนั้นคนมุ่งแต่แสวงหาวัตถุ และวิจารณ์พระเจ้าและพระคัมภีร์ แต่การวิจารณ์นี้เริ่มรุนแรงในยุคศตวรรคที่ 19th “จิตใจของคนยุคนี้” บอกว่าทุกอย่างต้องมีการพิสูจน์อย่างที่เรียกกันว่า”ทางวิทยาศาสตร์” วิจารณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณ นักประกาศที่มีชื่อเสียงอย่าง บิลลี่ แกรเฮ็ม ท่านเคยเทศน์ในพระธรรม ยอห์น 3:16 ท่านกล่าวว่า “คุณไม่อาจเอาพระเจ้าใส่ไว้ในกล่อง” ท่านเทศนาให้กับคน “ยุคใหม่” โดยทั่วไปแล้วต้องยอมรับว่า “ยุคสมัยใหม่” ตายไปกับยุคของพวกฮิปปี้

ทุกวันนี้เราอยู่ในยุคที่เรีนักปรัชญาเรียกว่า "หลังสมัยใหม่" – ระยะเวลาหลังยุคใหม่ ยุคสมัยใหม่นี้คนหนุ่มไร้ศีลธรรม ความคิด "การเมืองที่ถูกต้องนั้น" มีน้อยมากไม่มีความจริงใจที่แท้จริง "นั่นอาจเหมาะสมให้คุณ แต่ไม่เหมาะสำหรับผม" ไม่มีมาตรฐานทางด้านจริยธรรมที่ว่าถูกและผิด "หากรู้สึกว่าถูกต้องก็ถูกต้อง" นี่คือคำขวัญของคนยุคสมัยใหม่ แทนที่จะพูดว่า "ไม่มีพระเจ้า" อย่างที่คนสมัยใหม่ - พวกเขากล่าวว่า "หากพระเจ้ามีจริงให้กับคุณ ไม่เป็นไร -. แต่ให้ฉันมีพระเจ้าของฉันเอง" หรือพูดอีกว่า ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนหรอก อะไรที่เหมาะกับคุณนั่นเป็นสิ่งที่ดี - สำหรับคุณ

นั่น “ชนิดนี้” – นั่นคือสิ่งที่คนหนุ่มสาวสมัยนี้คิดกัน – นั่นไม่ชัดเจน เปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอน “อะไรที่คุณคิดว่าถูกต้อง” – นั่นคือ “ชนิดนี้” นั่นคือวิญญาณชั่วที่เราต่อสู่กันในเวลานี้! ผมเคยได้ยินคนแก่พูด และก็เป็นจริงตามนั้นดังนี้ว่ายุคของโอบามานี้คือยุคแห่งความมืด ทุกสิ่งดูแตกต่างกันไปหมด ไม่มีอะไรที่แน่นอน ใช่คุณเรียกนั่นว่าวิญญาณ “โอบามา” วิญญาณชั่วของคนยุคนี้ละทิ้งสิ่งเก่าไป – และไม่มีอะไรมาแทนที่ นั่นส่งผลเสียต่อคริสตจักรของเราหรือเปล่า? โอ้ ใช่! คริสตจักรแบ๊บติสต์สูญเสียคริสตจักรไปถึง 2,000 ไม่มีที่ไป! ไม่มีอะไรที่เป็นเช่นนี้มาก่อน! ดร. ลอยด์ โจนส์ กล่าวว่า “เราต้องเข้าใจว่า เรากำลังต่อสู้กับพลังอำนาจใหญ่บางอย่าง เรายืนต่อสู้กับศัตรู (Studies in the Sermon on the Mount, part 2, p. 148).

"ชนิดนี้" มันแข็งแรงเกินไปสำหรับเรา หากไม่สามารถเอาชนะโดยการอธิษฐานเท่านั้น - เราต้อง "อธิษฐานและอดอาหาร" ไม่งั้งการประกาศของเราจะพ่ายแพ้ไป ดังนั้นผมขอให้คุณอดอาหารและอธิษฐานในวันเสาร์หน้านี้ อย่าอดหากคุณมีปัญหาด้านสุขภาพ กรุณาปรึกษาหมอก่อนหากคุณไม่แน่ใจ ถ้าคุณอยากร่วมอดอาหารกับพวกเรา กรุณาดื่มน้ำให้มากๆหรือดื่มหนึ่งแก้วในทุกชั่วโมงหรือมากกว่านั้น และเราจะเลิกอดอาหารในวันเสาร์เวลา 5:30 โมงเย็น หลังจากนั้นอยู่ร่วมทานอาหารที่นี่ที่คริสตจักรกับเรา "ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” ในวันเสาร์นี้กรุณาอธิษฐานหลายรอบ เพื่อขอให้พระเจ้านำคนที่ไม่เชื่อมาคริสตจักร และนำพวกเขามที่พระคริสต์รับเอาความรอดผ่านทางพระโลหิตและความชอบธรรมของพระองค์ พระบิดาในสวรรค์ ขอให้เป็นไปเช่นนั้น ในพระนามพระเยซู อาเมน

หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร. ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ท่าน อาเบล พรูดโฮมมี: มาระโก 9:14-29.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“O For a Thousand Tongues to Sing” (by Charles Wesley, 1707-1788; to the tune of “O Set Ye Open Unto Me)