Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ชีวิต - ประทานให้พระผู้ช่วยให้รอด

THE LIFE-GIVING SAVIOUR!
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 19 เดือนเมษายน ค.ศ. 2015 ณ คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, April 19, 2015

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)


คำว่า “ชีวิต” ในภาษากรีกคือคำว่า “zōē” นั่นคือชีวิตของพระเจ้าพระบิดา และพระบุตร อย่างที่พระคริสต์ทรงตรัสว่า

“เพราะว่าพระบิดาทรงมีชีวิต (zōē) ในพระองค์เองฉันใด พระองค์ก็ได้ทรงประทานให้พระบุตรมีชีวิต (zōē) ในพระองค์ฉันนั้น” (ยอห์น 5:26)

พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลกก็เพี่อประทานชีวิตให้เรา เพีอเราจะได้มีชีวิต พระเยซูตรัสว่า เรามาเพื่อเจ้าจะได้ชีวิต” (zōē)” (ยอห์น 10:10)

พระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเราจะได้มีชีวิต พระเยซูทรงหลั่งโลหิตอันมีค่าของพระองค์เพื่อให้เรามีชีวิต และบรรดาผู้ที่กลับใจใหม่ก็มี "ชีวิต" พระคริสต์ทรงตรัสว่า "ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ [zōēn aiōnion]” ยอห์น 3:36 ดร. โรเบิร์ตสัน บอกว่าผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ "มีชีวิตตอนนี้และที่นี่" (Word Pictures; note on John 3:36)

เฮนรี่ สโคกัล (1650-1678) เสียชีวิตตอนเขามีอายุแค่ 28 ปี ดังนั้นจึงไม่น่าเกิน 26 หรือ 27 ตอนที่เขาเขียนหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ชีวิตของพระเจ้าในจิตวิญญาณของมนุษย์ หรือ The Life of God in the Soul of Man (Martino Publishing, 2010 edition)

ชีวิตของพระเจ้าในจิตวิญญาณของมนุษย์ ถูกมอบให้กับ จอร์จ ไวท์ฟิลด์ โดยชาร์ลส์ เวสลีย์

ไวท์ฟิลด์กลับใจใหม่เพราะอ่านหนังสือเล่มนี้ ต่อมาก็กลายมาเป็นนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังให้กับทุกยุคทุกสมัย ไวท์ฟิลด์อ่านแล้วท่านก็กล่าวว่า "โอ้ช่างประเสริฐจริงหนอที่ชีวิตพระเจ้าเข้ามามีส่วนในจิตวิญญาณของฉัน!" ไวท์ฟิลด์กล่าวว่า "พระเยซูคริสต์ ... เปิดเผยตัวเองให้ฉันและให้ฉันได้บังเกิดใหม่" หนังสือเล่มนี้มีส่วนสำคัญในยุคการฟื้นฟูใหญ่ จอห์น เวสลีย์ ยังตีพิมพ์อีกประมาณสิบสี่ครั้ง มันถูกตีพิมพ์ในอเมริกาโดยวิลเลียม สโตตัน ศิษยาถิบาลคริสตจักรแบ๊บติสต์ที่หนึ่งในฟิลาเดลเฟีย แม้แต่ เบนจามิน แฟรงคลิน ก็ยังตีพิมพ์อีกครั้งหนึ่ง!

ชีวิตของพระเจ้าในจิตวิญญาณของมนุษย์ เฮนรรี่ สโคกัล กล่าวว่าเราไม่ควรจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับเป้าหมายของศาสนาคริสต์ เฮนรรี่ สโคกัล กล่าวว่าคริสเตียนที่แท้จริงนั้น “จิตวิญญาณเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า [เป็นส่วนหนึ่ง] ในพระฉายาของพระเจ้า” (ibid., p. 30) หรืออีกอย่างหนึ่งว่า ชีวิตของพระเจ้าในจิตวิญญาณของมนุษย์! ชีวิตของพระเจ้าจะสามารถเข้าสู่จิตวิญญาณของเราก็ต่อเมื่อเราเข้ามาอยู่ในพระคริสต์ แต่พระคริสต์ตรัสว่า

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)

หรือฉบับแปลสมัยใหม่กล่าวว่า

“คุณปฏิเสธที่จะเข้ามาในเราเพื่อมีชีวิต” (NIV)

พระเยซูคริสต์ตรัสให้กับทุกคนที่เชื่อในพระเจ้า พระองค์ตรัสให้กับคนที่เชื่อทุกถ้อยคำในพระคัมภีร์ พระองค์ตรัสให้กับคนที่อดอาหารอย่างน้อยสองวันต่อสัปดาห์ พระองค์ตรัสให้กับคนที่พยายามอย่างหนักเพื่อจะติดสนิทกับพระเจ้า และพระองค์ตรัสอย่างนี้ให้กับพวกคุณที่ยังไม่ได้กลับใจใหม่ในเช้าวันนี้

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)

มีอยู่หนทางเดียวที่จะกลายเป็นคริสเตียนที่แท้จริง นั่นคือการมีชีวิตของพระเจ้าในจิตวิญญาณของคุณ และทางเดียวที่จะได้รับชีวิตนั้นเข้ามาในจิตวิญญาณของคุณคือการมาที่พระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดทรงตรัสว่า “เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” ผมจะประยุกต์พระธรรมตอนนี้ในหลายประการด้วยกัน

I. ประการแรก ทำไมคุณถึงไม่มาที่พระเยซู

พวกตัดสินใจนิยม หรือ "Decisionists" คิดว่าทุกคนสามารถมาที่พระคริสต์ได้ในทุกเวลา และพวกเขาก็สามารถทำได้ด้วยเพียงแค่ยกมือหรือที่เรียกกัน "ออกไปข้างหน้า" ในตอนท้ายของการเทศนา ทั้งหมดที่พวกเขาทำคือให้พูดตาม "คำอธิษฐานของคนบาป" เหล่านี้คือการกระทำของมนุษย์ที่บอกว่าทุกคนสามารถมาได้ในทุกเวลา แต่พวก "ตัดสินใจนิยม" ไม่มีคนไหนที่จะช่วยจิตวิญญาณของคุณให้รอดได้ ดร. ไอแซค วัต กล่าวว่า

ไม่มีอะไรภายนอกที่สามารถชำระฉันให้สะอาด
เพราะโรคเรื้อนนั้นได้อยู่ลึกลงไปข้างใน

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” นี่หมายความว่าคนที่ไม่กลับใจ จะไม่มีชีวิตในขณะนี้ พระคัมภีร์กล่าวว่าคุณเป็น “บุตรแห่งพระอาชญา” (เอเฟซัส 2:3) พระคัมภีร์ยังกล่าวอีกว่าคุณอยู่ “ใต้บาป” (เอเฟซัส 2:5) พระคัมภีร์ยังกล่าวอีกว่าคุณอยู่ “ใต้บาป” (โรม 3:9)

“ใต้บาป”– เป็นคำกล่าวที่รุนแรงมาก แต่ก็เป็นความจริง ดร. ลอยด์ โจนส์กล่าวว่า นั่นหมายถึง "ธรรมชาติทั้งหมดของมนุษย์ที่อยู่ภายใต้ความผิดบาป อยู่ภายใต้อำนาจของบาป และภายใต้พิษของบาป ... เราเกิดมาก็เป็นคนบาป 'ใต้อำนาจของบาป' และคำว่า 'ภายใต้' ผมคิดว่าทำให้เรามีความรู้สึกว่าเราอยู่ภายใต้อำนาจ ... เพราะว่าเราคือเชื้อสายของอาดาม พวกเราทั้งหมดจึงเป็นคนบาป ... [บาปของอาดาม] นั้นเป็นบาปที่เลวร้ายและทำลายล้างอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลก " (Romans, Chapters 2:1-3:20, The Banner of Truth Trust, 1989, pp. 190-191)

เขายังกล่าวอีกว่า "ถ้าคุณไม่ยอมรับคำอธิบายนี้ว่าหมายถึงตัวของคุณเอง ... แล้วไม่มีความจำเป็นที่จะโต้แย้งอีก เพราะคุณไม่ใช่คริสเตียน ... คุณยังไม่เชื่อพระเจ้าและเชื่อในความผิดบาป และคุณไม่ได้เชื่อในพระคริสต์ แม้ว่าคุณอาจจะคิดว่าคุณเป็นก็ตาม ถ้าคุณคิดในเรื่องอื่นๆนั่นก็ชี้ชัดว่าคุณอยู่ภายนอก ... ความเชื่อของคริสเตียน นั่นคือความจริงที่อธิบายถึงคนบาป และเป็นความจริงที่น่ากลัวมาก" (ibid., p. 214)

อาร์เธอร์ ดับบลิว พิงก์ กล่าวว่า "ห่างไกลมากไปกว่านั้นก็เหลือแต่ความ 'อ่อนแอ' ที่อยู่ในบาป และเป็นโรคที่น่ารังเกียจ" (Man’s Total Depravity, Moody Press, 1981) โรคของบาปนั้นยืดเกาะคุณแน่นจนไม่อยากให้คุณเข้ามาที่พระคริสต์ คุณไม่มาหาพระองค์เพราะคุณไม่ต้องการ คุณเป็นทาสของบาปถึงไม่ต้องการพระคริสต์!

คุณอาจจะพูดว่า "แต่ฉันก็มาคริสตจักรทุกครั้งนะ นี่ยังไม่แสดงให้เห็นว่าฉันทำในสิ่งที่ถูกอย่างนั้นหรือ? "ไม่ ไม่เลย! เพราะนั่นแสดงว่าคุณมาคริสตจักรเพราะความเห็นแก่ตัว นี่คือความจริง คุณไม่ได้มาที่นี่เพราะต้องการพระคริสต์ แต่มาที่นี่เพราะเป็นเหมือนพวกหนุ่มสาวที่มาเพราะความสนุกสนาน คุณเหมือนคนที่มาอยู่ที่นี่ก็จริง แต่คุณไม่อยากได้พระคริสต์! ตอนนี้ผมขอให้คุณสัตย์ซื่อให้กับตัวเอง นั่นคือความจริงให้กับคุณใช่หรือไม่ บางคนอาจพูดว่า "ใช่นั่นคือความจริง ดังนั้นฉันจะไม่มาโบสถ์อีก ด้วยความสัตย์จริงฉันจะไม่มาอีกต่อไป" แต่นั่นเป็นเพียงแค่ข้อพิสูจน์ในสิ่งที่ผมพูดมาแล้วมากมาย! สามารถพิสูจน์ได้มากกว่านั้นว่าคุณไม่ต้องการพระคริสต์! มันพิสูจน์ให้เห็นได้อีกว่าคุณถูกบาปผูกเอาไว้เหมือนมือที่ถูกใส่กุญแจอยู่ – บาปนั้นครอบงำคุณอย่างสิ้นเชิง คุณถูกอำนาจบาปครอบงำ เหมือนอย่างที่อัครสาวกเปาโลเขียนเอาไว้ "ภายใต้บาป" ไม่ว่าคุณจะมาที่พระคริสต์หรือไม่ก็ตาม! ไม่ว่าพระคริสต์จะตรัสอะไรให้คุณว่า “เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” คุณไม่ต้องการพระคริสต์ คุณไม่ต้องการชีวิต คุณต้องการความบาป พระเยซูตรัสว่า "มนุษย์ได้รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะกิจการของเขาชั่ว" (ยอห์น 3:19) จนกว่าคุณจะยอมรับด้วยตัวเองด้วยใจจริงว่า บาปไม่ได้ให้ความหวังให้กับคุณเลย คุณต้องรู้ว่าจะต้องพูดให้กับตัวเองว่า "ใช่ นั่นเป็นความจริง ฉันรักความมืดมากกว่าความสว่าง ฉันรักวิธีองฉันและฉันไม่ต้องการความรอดผ่านทางโดยพระเยซู แม้ว่าฉันจะสามารถเปลี่ยนเองได้กตาม แต่ก็ไม่ต้องการที่จะทำ! ฉันรักในทางที่ฉันเป็น ฉันไม่ต้องการพระคริสต์มาช่วยกู้ แม้ว่าฉันสามารถเปลี่ยนได้ แต่ฉันไม่อยากทำ! ฉันชอบในทางที่ฉันเป็น” ไม่ว่าคุณจะมาที่พระคริสต์หรือไม่ก็ตาม! ไม่ว่าพระคริสต์จะตรัสอย่างนี้

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)

II. ประการที่สอง อะไรจะเกิดให้กับคนที่ไม่ยอมมาที่พระเยซู

ผมจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นให้กับผม ผมได้เขียนอัตชีวประวัติของผม ดังนั้นนั้นผมจึงรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นให้กับตัวเอง

ตอนแรกผมคิดว่าทั้งหมดที่ผมต้องการคือแค่มาที่คริสตจักรเท่านั้น เพราะเพื่อนบ้านของผมพาผมไปเข้าร่วมคริสตจักรแบ๊บติสต์ที่หนึ่ง ในเมืองติงตันปาร์ค รัฐแคลิฟอร์เนีย ผมไปโบสถ์สม่ำเสมอ ผมชอบผู้คนที่นั่นเพราะเป็นมิตรที่ดี ไม่มีเหตุผลอื่น ๆ อีก ผมชอบแค่นั้น

ผมสงสัยว่าถ้านี่ไม่ใช่เหตุผลที่คุณมาที่คริสตจักร คุณเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่พบเจอ - ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น นั่นอาจจะอยู่ได้นานกว่า แต่ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องหายไปเพราะแค่นั้นยังไม่พอ หากคุณไม่มาที่พระเยซู หลังจากนั้นไม่นาน คุณไม่อาจมีความสุขต่อการมาคริสตจักร เพราะในคริสตจักรอาจมีบางอย่างที่ทำให้คุณไม่พอใจ

อาจมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นในคริสตจักร เพราะทุกคนในคริสตจักรไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง คุณอาจเห็นบางอย่างที่ทำให้คุณไม่พอใจ ที่เริ่มต้นผมพูดว่า "คุณอาจเห็นบางอย่างที่ทำให้คุณไม่พอใจ" แต่ผมอยากเปลี่ยนไปพูดว่า "คุณจะได้เห็นหรือได้ยินบางอย่างที่อาจขัดหูขัดตาคุณ" อาจจะเกิดขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ตามที่เห็นในคริสตจักรไม่มีใครที่อยู่บนเวทีนี้กับผมที่ไม่เคยตกใจ แต่พวกเขาก็ยังอยู่ที่นี่ แต่บางคนเวลาเห็นแล้วก็ไม่มาอีกต่อไป พวกเป็นเหมือนคำอธิบายในคำอุปมาของผู้หว่านเมล็ดพืช

“ซึ่งตกที่หินนั้นได้แก่คนเหล่านั้นที่ได้ยินแล้วก็รับพระวจนะนั้นด้วยความปรีดี แต่ไม่มีราก เชื่อได้แต่ชั่วคราว เมื่อถูกทดลองเขาก็หลงเสียไป” (ลูกา 8:13)

ดร. อาร์ ซี เฮข เลสกี้ กล่าวว่า "สิ่งล่อใจไม่ว่าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต้องเกิดขึ้นในหมู่ผู้เชื่อทุกคน" (เนื้อหาในลูกา 8:13) แต่บรรดาผู้ที่ไม่หยั่งรากลงในพระคริสต์จะหลงหายไปในเวลาที่มีสิ่งใดล่อใจและดูเหมือนจะยากลำบากจนทนไม่ไหว ทำไมพวกเขาถึงหลงหายไปจากคริสตจักร? เพราะพวกเขาไม่มี "ชีวิต" ของพระเยซูคริสต์อยู่ในจิตวิญญาณของพวกเขา!

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)

นั่นเป็นข้อพิสูจน์ที่เป็นความจริงที่บอกว่าพวกเขาออกจากคริสตจักรในชั่วขณะหนึ่ง

ผมรู้จักกับคนที่ไปคริสตจักรครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พวกเขาก็ไม่เคยพอใจเลย เพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะพบแต่ปัญหาในคริสตจักร แต่จริงๆคนเหล่านั้นไม่เคยรู้เลยว่า ตัวปัญหาใหญ่นั่นก็คือตัวของพวกเขาเอง พระคริสต์ตรัสให้กับคนประเภทนี้ว่า

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)

III. ประการที่สาม คนที่มาที่พระเยซู

ผู้ที่มาที่พระเยซูอย่างแท้จริงนั้น นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาถูกนำมาที่พระองค์โดยพระคุณของพระเจ้า ผมเองก็เหมือนอย่างวัยรุ่นคนอื่นๆ ผมเคยไปที่คริสตจักรที่มีแต่เรื่องเลวร้าย "แตกแยก" นั่นคือที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ที่หนึ่ง เมืองติงตันพาร์ค ผมไม่อาจอธิบายปัญหาทุกอย่างไว้ในบทเทศนาสั้น ๆ นี้ แต่ก็สามารถบอกได้เพียงแค่ว่า มันแย่มากๆ ผู้คนคว้าหนังสือขว้างใส่กันและกันในขณะที่กำลังนมัสการในตอนเช้าวันอาทิตย์ พวกเขาพูดคำหยาบคายใส่กันและกันในขณะยังนมัสการ ผมเห็นเรื่องแบบนี้บ่อยๆในหมู่ผู้เชื่อที่ยังไม่ได้รับความรอด ผมเทศนาให้พวกคุณมานานกว่าห้าสิบปีแล้ว ผมคิดว่าวัยรุ่นคนอื่น ๆ หนีหายไปหมด แต่ทำไมผมยังคงอยู่ที่นี่? ที่มากไปกว่านั้นผมไม่ได้มาจากครอบครัวที่เป็นคริสเตียน ทำไมผมยังอยู่ที่นี่? ทางเดียวที่ผมสามารถบอกได้ก็คือจากเอเฟซัส 1: 4 "ในพระเยซูคริสต์นั้นพระองค์ได้ทรงเลือกเราไว้ ตั้งแต่ก่อนที่จะทรงเริ่มสร้างโล" ในตัวผมนั้นไม่มีอะไรดีพอที่จะช่วยให้ตัวเองรอดเลย แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงเลือก! ทุกอย่างเป็นเพราะพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น!

พระคุณพระเจ้า นั้นแสนชื่นใจ
   ช่วยได้คนชั่ว อย่าง ฉัน
ครั้งนั้นฉันหลง พระองค์ตามหา
   ตาบอดแต่ฉันเห็นแล้ว
บ่วงมารวางไว้ทุกข์ภัยหลายอย่าง
   ตามทางฉันพ้น มา แล้ว
แต่เพราะพระคุณฉันจึงคลาดแคล้ว
   พระ องค์นำฉันกลับบ้าน
(“Amazing Grace” by John Newton, 1725-1807).

ผมเริ่มรักพระเยซูก่อนที่จะวางใจพระองค์ คนอื่นไปๆมาๆในและนอกคริสตจักร แต่ผมเป็นเด็กที่ไม่มีที่อยู่อาศัย กำพร้าพ่อ ตอนแรกผมคิดว่าผมสามารถช่วยตัวเองให้รอดด้วยการเป็นคนดี แต่ความดีของผมนี้ไม่เพียงพอ สุดท้ายผมจึงมาที่พระเยซูคริสต์เอง - หรือที่สำคัญคือพระองค์เสด็จมาหาผม พระองค์ทรงช่วยกู้ผมให้รอด และชำระบาปของผมทั้งหมดโดยโลหิตอันมีค่าของพระองค์!

ฉันได้พบกับสหายที่ดีคนหนึ่ง
   ฉันรู้ว่าเขารักฉันมาก
เขาได้นำฉันมาด้วยความรัก
   และเขานำฉันมาอยู่กับเขา
ใจของเราทั้งสองเป็นหนึ่งเดี่ยวกัน
   เราทั้งสองต่างก็ผูกพันกันและกัน
เราต่างก็เป็นของกันและกัน
   และอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์

ฉันพบกับสหายที่ดีคนหนึง
   เขาได้หลั่งโลหิตและตายเพื่อกู้ฉัน
เป็นของของขวัญแห่งชีวิต
   เขาให้ตัวเองให้กับฉัน
ในเวลาที่ฉันถูกเรียกนั้น
   ฉันก็รับเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
ใจของฉันพลังของฉันทุกสิ่งของฉัน
   เป็นของเขาและตลอดไป
(“I’ve Found a Friend” by James G. Small, 1817-1888).

ข้าฯรักพระองค์เพราะพระองค์ทรงรักข้าฯก่อน
   และทรงไถ่ข้าฯพระองค์ที่ต้นไม้แห่งโกระโกธา
ข้าฯรักพระองค์ที่ต้องสวมมงกุฏหนาม
   ข้าฯรักองค์พนะเยซูในตอนนี้

ไมว่าจะมีชีวิตหรือตายก็เพื่อที่จะรักพระคริสต์
   และสรรเสริญพระองค์ตราบนานเท่านาน
และการสิ้นพะชนม์ของพระองค์
   ข้าฯรักพระเยซูในตอนนี้
(“My Jesus, I Love Thee” by William R. Featherstone, 1842-1878).

โอ้ อนุชนทั้งหลาย ผมขอร้องให้คุณรักพระผู้ช่วยให้รอดของผม พระเยซู! พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชำระคุณสะอาดและดีพร้อมสำหรับสวรรค์ จงมาที่พระองค์รักและวางใจในพระองค์ จงมาที่พระคริสต์เพื่อรับชีวิตนิรันดร์และสันติสุขตลอดไป! พระองค์ทรงพระชนม์อยู่! พระองค์ทรงพระชนม์! พระองค์ทรงประทับในสวรรค์ชั้นที่สาม และประทับข้างๆพระบิดา พระองค์ทรงพระชนม์! มาที่พระองค์! วางใจพระองค์! พระองค์ทรงรักคุณ!

พระองค์รักคุณมานานและรักคุณดีมาก
   พระองค์ทรงรักคุณมากกว่าที่ลิ้นจะกล่าวได้
พระองค์รักคุณมานานและรักคุณดีมาก
   พระองค์สิ้นพระชนม์ช่วยคุณให้พ้นจากนรก
(“He Loves You Still” by Dr. John R. Rice, 1895-1980).

พระบิดา ข้าพระองค์อธิษฐานขอให้บางคนในที่นี่จะมาที่พระบุตรของพระองค์คือพระเยซู และได้รับการช่วยกู้ไปชั่วนิรันดร์ อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย นาย อาเบล พรูมโหมมี: ยอห์น 5:33-40
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“More Love to Thee” (by Elizabeth P. Prentiss, 1818-1878).


โครงร่างของ

ชีวิต - ประทานให้พระผู้ช่วยให้รอด

THE LIFE-GIVING SAVIOUR!

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“เจ้าไม่เข้ามาในเรา เจ้าก็จะไม่มีชีวิต” (ยอห์น 5:40)

(ยอห์น 5:26; 10:10; 3:36)

I. ประการแรก ทำไมคุณถึงไม่มาที่พระเยซู เอเฟซัส 2:3, 5; โรม 3:9; ยอห์น 3:19.

II. ประการที่สอง อะไรจะเกิดให้กับคนที่ไม่ยอมมาที่พระเยซู ลูกา 8:13.

III. ประการที่สาม คนที่มาที่พระเยซู เอเฟซัส 1:4.