Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




บ้าวันหยุดในวันคริสตมาส

CHRISTMAS HOLIDAY MADNESS!
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็น วันของพระเป็นเจ้าที่ 30 เดือนพฤษจิกายน ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Morning, November 30, 2014

“นี่แหละเป็นสิ่งเลวร้ายที่มีอยู่ในบรรดาการที่บังเกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์ คือว่ามีเหตุการณ์อันเดียวกันที่ตกแก่คนทั้งปวง เออจิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่และต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย” (ปัญญาจารย์ 9: 3)


กษัตริย์ซาโลมอนเขียนเป็นผู้เขียนพระธรรมปัญญาจารย์ เป็นการบันทึกประสบการณ์ต่างๆในชีวิตของพระองค์ พระองค์พยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะนำมาซึ่งความพึงพอใจในฝ่ายจิตวิญญาณ พระองค์พยายามแสวงหาความสุขและความรู้ พระองค์พยายามสร้างความมั่งคั่ง พระองค์พยายามแสวงหาศาสนา พยายามสร้างชื่อเสียง พยายามอยู่ในศีลธรรม ในที่สุดพระองค์ก็มาถึงข้อสรุปที่ว่า "ทั้งหมดเป็นความว่างเปล่าและความวุ่นวายใจ" (ปัญญาจารย์ 1:14; 2:11, 17) พระองค์ทรงเห็นว่าทุกอย่างและทุกวิถีทางเหล่านั้น ดูเหมือนไร้ความหมายและว่างเปล่า สิ่งเหล่านี้ทำให้ให้พระองค์หารข้อสรุปเหมือนกับอัครสาวกยอห์นว่า "และโลกกับสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังผ่านพ้นไป แต่ผู้ที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าก็ดำรงอยู่เป็นนิตย์" (1 ยอห์น 2:17)

ปัญญาจารย์ 9: 3 เป็นข้อความที่กล่าวในแง่ร้าย กล่าวในเชิงลบเกี่ยวกับมนุษยชาติ ผมเชื่อว่ากษัตริย์ซาโลมอนกล่าวถูกต้อง มีสามประการที่พระองค์ทรงกล่าวเอาไว้ในพระธรรมตอนนี้

“จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่และต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย” (ปัญญาจารย์ 9: 3)

I. ประการแรก กษัตริย์ซาโลมอนทรงกล่าวว่า “จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว”

พระองค์ทรงกล่าวเอาไว้อย่างชัดเจนเอาไว้ในข้อหนึ่งไว้ดังนี้

“แน่ทีเดียวไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียวบนแผ่นดินโลก ที่ได้ประพฤติล้วนแต่ความดี และไม่กระทำบาปเลย” (ปัญญาจารย์ 7:20)

"จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว" นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้เชื่อกัน เราได้ยินคนพูดครั้งแล้วครั้งเล่าว่า "ผมเชื่อว่าโดยทั่วไปแล้วมนุษย์นั้นดี" แต่ความคิดนี้ไม่ได้เป็นไปตามพระคัมภีร์! เหตุผลที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ "เต็มไปด้วยความชั่ว"! จากการอ่านหนังสือพิมพ์ ดูข่าวทางโทรทัศน์ เราเห็นความชั่วมีมากกว่าความดี แม้กระทั่งสิ่งที่ดูเหมือนว่า "ดี" ท้ายที่สุดนั่นก็มาจากความเห็นแก่ตัวหรือความหยิ่งผยอง ดังนั้นนี่จึงเป็นความชั่วร้ายในด้านศีลธรรม! เหตุผลแสดงหลายๆครั้งให้เห็นถึงความจริงตามที่โซโลมอนกล่าวเอาไว้ "จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว"

อ่านพระคัมภีร์จากต้นจนจบ พระคัมภีร์บอกเราว่าโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์นั้นมีบาป และก่อนน้ำท่วมนั้นพวกเขาทั้งหมดต่างก็เลวร้าย

“และพระเจ้าทรงเห็นว่าความชั่วร้ายของมนุษย์มีมากบนแผ่นดินโลก และเค้าความคิดทุกอย่างแห่งความคิดทั้งหลายในใจของเขาล้วนแต่ชั่วร้ายอย่างเดียวเสมอไป” (ปฐมกาล 6:5)

ในบทเทศนาที่มีชื่อเสียงของเขาชื่อ "บาปดั้งเดิม" นักประกาศผู้ยิ่งใหญ่อย่าง จอห์น เวสลีย์ (1703-1791) กล่าวว่าคนสมัยนี้จะเหมือนกันกับคนในสมัยก่อนน้ำท่วม จอห์น เวสลีย์กล่าวว่า

เป็นเวลาหลายพันปีหลังจาก [น้ำท่วม] พระเจ้าถึงตรัสให้กับเดวิด "เขาทั้งหลายก็หลงเจิ่นไปหมด เขาทั้งหลายก็เลวทรามลงเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย" สดุดี 14: 3; โรม 3:10] และนี่คือคำที่ผู้เผยพระวจนะได้เป็นพยาน ... ดังนั้นอิสยาห์ [กล่าว] ว่า "ศีรษะก็เจ็บหมด จิตใจก็อ่อนเปลี้ยไปสิ้น ตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงศีรษะไม่มีความปกติในนั้นเลย มีแต่บาดแผลและฟกช้ำและเป็นแผลเลือดไหล ไม่มีการปิดแผลหรือพันไว้ หรือทำให้อ่อนลงด้วยน้ำมัน" [อิสยาห์1:5-6] สาวกทั้งหมดก็กล่าวอย่างเดียวกัน ทั้งหมดที่เราเรียนรู้นี้คือว่าสภาพธรรมชาติของมนุษย์ ... ที่ "ทุกจินตนาการของความคิดในใจของเขา" เต็มด้วยความชั่วร้าย "ความชั่วร้ายเท่านั้น" และ "อย่างต่อเนื่อง" (John Wesley, M.A., “Original Sin,” The Works of John Wesley, Baker Book House, 1979 reprint, volume VI, pp. 57, 58)

ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์กล่าวว่า

“จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า?” (เยเรมีย์ 17:9)

ดังนั้น เราจึงเห็นว่าพระคัมภีร์จากต้นจนจบต่างก็สนับสนุนคำพูดของโซโลมอน "หัวใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย" และทุกวันนี้เราจะเห็นว่าได้รับการยืนยันจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ "หัวใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย"

II. ประการที่สอง กษัตริย์ซาโลมอนทรงกล่าวว่า “และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่”

“จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่ และต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย” (ปัญญาจารย์ 9: 3)

คำภาษาฮีบรูที่แปลว่า "บ้าบอ" มาจากรากศัพท์ของคำที่หมายถึง "โง่" (Strong # 1984) คำดั้งเดิมคือ "howlelah" และหมายความว่า "บ้าบอ" (Strong # 1947) บ้าเพ้อ ฟุ้งซ่าน บ้าคลั่ง - นั่นคือภาพ! "ความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่” หนังสืออธบายพระคัมภีร์ฉบับ Strong’s Concordance บอกเราว่ารากศัพท์ของภาษาฮีบรูหมายถึง "การแสดงให้เห็น การทำให้โง่ การเฉลิมฉลอง การโกรธ" แมทธิว เฮนรี่กล่าวว่าคน "... ตอนนี้คนมันบ้า และทุกความสุขที่พวกเขามีดูเหมือนจะเป็นความสุขที่ได้แต่ชอบ ... เพ้อฝัน จินตนาการและฟุ้งซ่าน คน [บ้า]" (Matthew Henry’s Commentary on the Whole Bible, Hendrickson Publishers, 1996 reprint, volume 3, p. 849; จากปัญญาจารย์ 9:3)

ความบ้าคลั่งที่อยู่ในใจของมนุษย์นั้น จะแสดงออกมาในหลายรูปแบบที่แตกต่างกันในแง่ของการบูชารูปเคารพ ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์กล่าวว่า "เพราะเป็นแผ่นดินแห่งรูปเคารพสลัก และเขาทั้งหลายก็คลั่งไคล้รูปนั้น" (เยเรมีย์ 50:38) - "หัวใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย" (ปัญญาจารย์ 9: 3) ผู้คนที่อยู่ในยุคของเรานี้ก็ยัง "คลั่งไคล้รูปเคารพนั้น" – รูปเคารพที่เป็นสื่อลามก วัตถุนิยมความสุขในบาปและรูปเคารพที่ใหญ่ที่สุดคือ "ความสนุกสนาน"

"วันหยุด" เป็นช่วงเวลาของปีเมื่อหัวใจบ้าของมนุษย์แสดงออกมาอย่างเปิดเผย ในวันคริสต์มาสและปีใหม่ของความโง่เขลาในใจของคนที่ระเบิดอย่างภูเขาไฟ! ดร. เอ ดับบลิว โทเซอร์ (1897-1963) กล่าวว่า

ชนิดของความบ้าคลั่งเข้ามาควบคุมใจผู้คนและจากนั้นคนๆหนึ่งจะเริ่มต้น ... บ้าคลั่งตามที่ได้รับอิทธิพลจากภายนอกแทนที่จะเกิดขึ้นจากภายในของคนๆนั้น ไม่มีใครเคยถามว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ในทางปฏิบัติทุกคนที่ไม่อยู่ในโรงพยาบาลหรือในคุก แต่หากเข้าไปอยู่หรือไปเกี่ยวข้องไม่ทางใดทางหนึ่ง ผลที่ได้กลับมาคือแรงกระตุ้นที่ไม่อาจต้านทาน เหมือนเช่นฝุ่นละอองที่ติดมากับลมและหมุนและแกว่งเราจนถึงขั้นเป็นอันตรายได้ ... (A. W. Tozer, D.D., “Midsummer Madness,” in God Tells the Man Who Cares, Christian Publications, 1970 edition, p. 127) คลิบที่นี่เพื่อไปอ่านบทความของ ดร. โมเซอร์

สิ่งที่ ดร. โทเซอร์ กล่าวถึง "ความบ้าในช่วงฤดูร้อน" ประมาณห้าสิบปีก่อนยังสามารถใช้ได้กับคนสมัยนี้ ถ้ามากไปกว่านั้นก็จะเข้าไปถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ช่วงนี้ก็จะบ้า "วันหยุด"! คนเข้าไปในป่า "ในความบ้าคลั่งนี้" คือแสวงหาความ "สนุกสนาน" และ "ไปที่ต่างๆเกินความเป็นจริง" ในวันขอบคุณพระเจ้า คริสมาสต์และปีใหม่ ในวันขอบคุณพระเจ้านั้นหลายพันคนติดอยู่ในสนามบิน พยายามเดินทางไปมาจากที่ทิศตะวันออกมายังตะวันตก เพียงแค่ใช้เวลาสองสามชั่วโมงกับการที่เรียกว่า "สนุกสนาน" ไม่มีใครสักคนเลยที่คิดจะไปคริสตจักรเพื่อขอบพระคุณพระเจ้า!

การ "บ้าวันหยุด" นี้เริ่มต้นด้วยวันฮาโลวีน มีเด็กสาวคนหนึ่งเคยมาที่คริสตจักรเพียงไม่กี่ครั้งบอกว่าเธอจำเป็นต้องขาดการมาคริสตจักรเพราะกำลัง "สวมเสื้อผ้า" ฮาโลวีน เธอจึงไม่มานมัสการในช่วง 10:30 ของวันอาทิตย์! หลังจากนั้นงานปาร์ตี้ฮาโลวีนจะเริ่มช่วงบ่ายตอน 2:00 เธอต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในกีการแต่งตัวขึ้นเป็นแม่มดหรือนางฟ้า - หรือแวมไพร์ - หรืออะไรก็ตาม! อะไรถึงบ้าคลั่ง - บ้าวันหยุดได้ขณะนี้? "เพราะเป็นแผ่นดินแห่งรูปเคารพสลัก และเขาทั้งหลายก็คลั่งไคล้รูปนั้น" (เยเรมีย์ 50:38) "หัวใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย" (ปัญญาจารย์ 9: 3)

และจะเลวยิ่งขึ้นไป! บ้าบ้า บ้า "วันหยุด" ทำให้คนหลงหายไป เหมือนอย่างที่ ดร. โทเซอร์ กล่าวว่า "แตกตื่นเรื่องไร้สาระ" ... "เป็นที่ต่างๆเกินความเป็นจริง [อย่างที่ควรจะเป็น]" คนส่วนใหญ่ไม่คิดจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านและมาคริสตจักรในวันคริสต์มาสและปีใหม่! "เป็นแรงกระตุ้น [พวกเขา] ที่ไม่อาจต้านทาน อย่างฝุ่นละอองที่ติดอยู่ในสายลม" – และรูปเคารพบ้าคลั่งของชาวอเมริกันคือ - " สนุกสนาน"

ตอนที่ผมยังเป็นเด็ก และประมาณปี 1940 ผู้คนชอบอยู่บ้านและไปคริสตจักรในช่วง "วันหยุด" แต่มาวันนี้ดูเหมือนพวกเขาจะไป "บ้า" วันขอบคุณพระเจ้า คริสมาสต์และปีใหม่ "บ้า ... ในใจของพวกเขา" พาพวกเขาออกจากบ้านและคริสตจักร เพราะบ้าคลั่งรูปเคารพที่เรียก "ความสนุกสนาน" อย่าไปคาดหวังว่าคนบ้าเขานนี้จะอยู่ในคริสตจักรในวันคริสต์มาสและปีใหม่? ความคิดที่น่ารังเกียจมากที่อยู่ในใจของคนคือความสนุกสนาน

ผมถูกต่อต้านและถูกเรียกว่าคน "เคร่งกฏ" - และเลว – ที่ชอบบอกให้คนหนุ่มสาวอยู่ในคริสตจักรของเขาในช่วง "วันหยุด"! พระคริสกล่าวว่า

“ท่านทั้งหลายจะเป็นสุขเมื่อคนทั้งหลายจะเกลียดชังท่าน และจะไล่ท่านออกจากพวกเขา และจะประณามท่าน และจะเหยียดชื่อของท่านว่าเป็นคนชั่วช้า เพราะท่านเห็นแก่บุตรมนุษย์ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชม และเต้นโลดด้วยความยินดี เพราะ ดูเถิด บำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะว่าบรรพบุรุษของ เขาได้กระทำอย่างนั้นแก่พวกศาสดาพยากรณ์เหมือนกัน” (ลูกา 6:22-23)

ผมหวังว่านักเทศน์ทุกคนกล้าหาญพอที่จะพูดต่อต้านการ "บ้าวันหยุด" เหมือนอย่าง ดร. เอ ดับบริว โทเซอร์ ได้กล่าวเอาไว้! ยังไม่ใช่เวลาที่จะเทศน์ต่อต้านวัตถุนิยมเมามายและการมึนเมาเหล่านี้ใน "วันหยุด อีกหรือ?" ยังไม่ใช่เวลาจะพูดเหมือนเช่น ดร. โทเซอร์อีกหรือ? เราต้องการคำพูดอย่าง ดร โทเซอร์ เพื่อช่วยชีวิตคนของเราจากความบ้าคลั่ง "เต้นตาย" – อย่างความล้มเหลวในทางเศรษฐกิจของเรา และวัฒนธรรมของเราพังทลาย – และคนของเราร้องไห้ครั้งแล้วครั้งเล่าแสวงหาสิ่งเล็กๆน้อย การเดินทางและความ "สนุกสนาน" และ การแข่งกีฬาและยาเสพติด - อเมริกาได้ล่มสลายเช่นจักรวรรดิโรมันโบราณ!

เดินทางไปยังลาสเวกัส! เดินทางไปยังซานฟรานซิส - และซานดิเอโก! เมืองแห่งโสโดมและเมืองโกโมราห์ "และเมืองที่เกี่ยวกับพวกเขา" (ยูดาห์ 7) ไม่มีสถานที่เพื่อจัดงานวันคริสต์มาสหรือปีใหม่! หลีกเลี่ยงบ้าวัน "วันหยุด"! จงอยู่ในคริสตจักรกับคนของพระเจ้าเพื่อนมัสการพระคริสต์มากกว่ารูปเคารพแห่งความ "ความสนุกสนาน" พระคัมภีร์กล่าวว่า

“จงแยกตัวออกจากเขาทั้งหลาย อย่าแตะต้องสิ่งซึ่งไม่สะอาด แล้ว” (2 โครินธ์ 6:17)

หนีออกจากการบ้า "วันหยุด"! ทิ้งออก! ทิ้งออก! และอยู่กับเราในคริสตจักรในวันคริสต์มาสและวันส่งท้ายปีเก่า! แต่ยังเหลืออีกประการหนึ่ง

III. ประการที่สาม “ต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย”

ยืนขึ้นและอ่านพระธรรม ปัญญาจรรย์ 9:3 ดังๆ

“จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่และต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย” (ปัญญาจารย์ 9:3)

พวกคุณนั่งได้ "และหลังจากนั้นพวกเขาไปตาย"

ความตาย! นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากความบ้าคลั่งของชีวิต ความตาย! ในความเป็นจริงคือความหนาวเย็นของความตายไม่สามารถหนีออกมาเพราะการบ้าคลั่งรูปเคารพของซาตาน "สนุกสนาน" ไม่เลย จะ ไม่ "สนุก" ยาม อยู่ ในหลุม ฝังศพ! จะไม่มีการ "สนุก" ในนรก! พระคัมภีร์กล่าวว่า

“เศรษฐี…ตายและเขาก็ฝังไว้ ในนรกเศรษฐีนั้นจึงแหงนดูเป็นทุกข์ทรมานยิ่งนัก” (ลูกา 16:22-23)

พระเยซูตรัสว่า “และพวกเหล่านี้จะต้องออกไปรับโทษอยู่” (มัทธิว 25:46)

“จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่และต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย” (ปัญญาจารย์ 9: 3)

ดร. จอห์น กิลล์พูดถึงพระธรรมข้อนี้ว่า

หลังจากที่พวกเขาบ้าคลั่งชีวิตของตัวเองแล้ว ที่พวกเขาก็ตายและอยู่ในสภาพที่ตายแล้ว ... พวกเขาก็จะลงไปสู่นรก (John Gill, D.D., An Exposition of the Old Testament, The Baptist Standard Bearer, 1989 reprint, volume IV, p. 607; comment on Ecclesiastes 9:3)

สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่ไม่อาจแสวงหาความสุขได้เพราะ "ความสนุกสนาน" ชีวิตอย่างนี้จะไม่มีความหมายอะไรตลอดไป ถ้าคุณตายโดยไม่มีการเตรียมพร้อมที่จะพบกับการพิพากษาของพระเจ้าในครั้งสุดท้าย ด้วยเหตุนี้คุณต้องรับรู้ว่าเป็นคนผิดบาป และต้องหันกลับจากบาปมาหาพระคริสต์ จากนั้นก็จะถูกนำไปยังพระเยซูคริสต์โดยพระคุณ และรับการชำระจากบาปของคุณโดยโลหิตนิรันดร์ของพระองค์! พระเยซูตรัสว่า "เจ้าจะต้องบังเกิดใหม่อีกครั้ง" (จอห์น 3: 7)

ซาโลมอนชราแล้วตอนที่มาเขียนพระธรรมปัญญาจารย์ พระองค์ทรงตรัสเหมือนพ่อพูดให้กับลูก ตัวผมเองใช้ชีวิตอยู่ในโลกเช่นนี้มาเป็นเวลาเกือบ 74 ปี เช้านี้ผมพูดให้กับคุณเหมือนดั่งลุงแก่ๆคนหนึ่ง ผมอยากให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิตของการเป็นคริสเตียนและผมก็หวังว่าคุณจะรับฟังผมสักนิด ซาโลมอนตรัสเอาไว้ในท้ายของปัญญาจารย์ดังนี้ว่า "เจ้าจงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้างของเจ้าก่อนที่ยามทุกข์ร้อนจะมาถึง" (ปัญญาจารย์ 12: 1) เยาวชนเป็นเวลาที่พวกเจ้าจะต้องคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์ ผมหวังว่าพวกคุณที่เป็นคนหนุ่มสาวที่จะฟังผมพูด เพราะผมได้เห็นสิ่งที่โซโลมอนตรัสมานานเกือบ 74 ปีในชีวิตของผม ผมรู้ว่าสำคัญมากที่คุณมาแสวงหาพระคริสต์ และคิดถึงชีวิตนิรันดร์ในตอนนี้ ในขณะที่คุณยังเป็นวัยหนุ่ม ลองมาฟังคำพูดในบทเพลงที่ท่านกริฟฟิพึ่งร้องไปก่อนหน้านี้

ไหนล่ะคุณอยู่เพื่อชีวิตนิรันดร์? คำถามนี้มาถึงคุณและฉัน
คำตอบสุดท้ายคืออะไร? ไหนล่ะคุณอยู่เพื่อชีวิตนิรันดร์?
นิรันดร์! นิรันดร์! ไหนล่ะคุณอยู่เพื่อชีวิตนิรันดร์?
      (“Where Will You Spend Eternity?” by Elisha A. Hoffman, 1839-1929)

การคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์ จะช่วยให้คุณรอดจากความสับสนในฝ่ายวิญญาณของการ "บ้าวันหยุด" จงคิดอย่างจริงจังถึงพระผู้ช่วยให้รอดพระเยซูคริสต์ จะช่วยปลุกคุณให้ตื่นออกจากบาปและนำคุณไปสู่ความรอดในพระองค์ พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเอชดใช้ความผิดบาปของคุณ พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อให้คุณมีชีวิตนิรันดร์ จงเอาจริงเอาจังกับพระคริสต์! ตอนนี้ให้วางแผนมาที่ในคริสตจักรเข้าร่วมงานเลี้ยงคริสต์มาสและและวันส่งท้ายปีเก่า! พระเจ้าอวยพรคุณ! อาเมน ดร. ชานกรุณานำเราอธิษฐาน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย นาย อาเบล พรูมโหมมี: ลูกา 16:19-26
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Where Will You Spend Eternity?” (Elisha A. Hoffman, 1839-1929) .


โครงร่างของ

บ้าวันหยุดในวันคริสตมาส

CHRISTMAS HOLIDAY MADNESS!

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“นี่แหละเป็นสิ่งเลวร้ายที่มีอยู่ในบรรดาการที่บังเกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์ คือว่ามีเหตุการณ์อันเดียวกันที่ตกแก่คนทั้งปวง เออจิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วยความชั่ว และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่และต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย” (ปัญญาจารย์ 9: 3)

(ปัญญจารย์ 1:14; 2:11, 17; I ยอห์น 2:17)

I.    ประการแรก กษัตริย์ซาโลมอนทรงกล่าวว่า "จิตใจของบุตรทั้งหลายของมนุษย์ก็เต็มไปด้วย ความชั่ว” ปัญญจารย์ 7:20; ปฐมกาล 6:5; สดุดี 14:3; 
โรม 3:10; อิสยาห์ 1:5-6;  เยรมย์ 17:9.

II.   ประการที่สอง กษัตริย์ซาโลมอนทรงกล่าวว่า "และความบ้าบออยู่ในใจของเขาเมื่อมีชีวิตอยู่" เยเรมีย์ 50:38; ลูกา 6:22-23; ยูดาห์ 7; 2 โครินธ์ 6:17.

III.  ประการที่สาม “ต่อจากนั้นเขาก็ไปอยู่กับคนตาย”
ลูกา 16:22-23; มัทธิว 25:46; ยอห์น 3:7; ปัญญจารย์ 12:1.