Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย

(บทอธิษฐานครั้งที่ 2 ในงานฟื้นฟู)
GIVE ME THIS POWER
(SERMON NUMBER 2 ON REVIVAL)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 27 เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, July 27, 2014

“ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย” (กิจการ 8:19)


คำพูดเหล่านี้พูดในช่วงการฟื้นฟูใหญ่ที่ประเทศสะมาเรีย แต่ผมจะไม่ไปแสดงความคิดเห็นถึงการฟื้นฟูนี้ เพราะจะทำให้ใจเราหันเหจากพระธรรมของเราในตอนนี้ พระธรรมตอนนี้กล่าวมากพอถึงการที่ฟิลิปไปประกาศถึงพระคริสต์ที่สะมาเรีย แล้วจึงเกิดการฟื้นฟูที่ยิ่งใหญ่ตามมา เกือบทุกคนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้กลับใจใหม่

แต่ไม่ใช่ซีโมนนักมายากล! ตอนที่เปโตรไปช่วยฟิลิปในงานฟื้นฟู ซีโมนมาหาเขา และกล่าวว่า

“ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย” (กิจการ 8:19)

เขายังเสนอเงินให้กับเปโตรเพื่อที่จะได้รับฤทธิ์เดชนั้น! เปโตรบอกเขาว่า "ด้วยเราเห็นว่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่นและติดพันธนะแห่งความชั่วช้า" (กิจการ 8:23) ชาร์ลส์ ไซมอน (1759-1836) กล่าวว่า

ไซมอนปรากฏตอนที่เขามารับเชื่อ แล้วในขณะนั้นฟิลิปก็นำเขามารับบัพติศมา…ด้วยเหตุนี้คริสเตียนที่แท้จริงจึงยอมรับเขาเป็นส่วนหนึ่งในพระกาย: แต่ [ฟิลิป] ไม่นานก็พบสิ่งที่อยู่ในใจของเขาว่าเขาเป็นคนที่หลอกลวง…เขาเป็นอย่างนั้น และไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นไปโดยสันดาน [พูดอีกอย่างหนึ่งคือยังไม่กลับใจใหม่] เปโตรจึงพูดให้เขาว่า… ”ด้วยเราเห็นว่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่นและติดพันธนะแห่งความชั่วช้า”… [ใน] ยอมจำนนต่อบาป…[ใน] ถูกลงโทษเพราะบาป (Charles Simeon, Expository Outlines on the Whole Bible, Zondervan Publishing House, 1955 edition, volume 14, pp. 339, 340)

เปโตรบอกไซมอนให้ “กลับใจใหม่จากความชั่ว” แต่ไซมอนไม่ยอม เขาเดินตามชีวิตเดิมของเขา เขาบอกเปโตรว่า

“ขอท่านอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อเหตุการณ์ที่ท่านได้กล่าวแล้วนั้นจะไม่ได้อุบัติแก่ตัวข้าพเจ้าสักอย่างเดียว” (กิจการ 8:24)

ดร. แมคกี้ กล่าวว่า

ไซมอนไม่ได้ถามหาการช่วยกู้ เขาไม่แสวงหาความรอด แต่เพียงแค่ขออย่าให้เกิดอะไรร้ายๆให้กับเขาเท่านั้น (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, Thomas Nelson Publishers, 1983, volume IV, p. 545; note on Acts 8:24)

ดร. แมคกี้ กล่าวว่า “เขาไม่ได้กลับใจใหม่” (เล่มเดียวกัน จากกิจการ 8:21) ช่างเป็นที่น่าเศร้าใจมากที่คนในสมัยก่อนบอกเราว่าเขาไม่รอด ความจริงพวกเขาบอกเราว่าเขาคือผู้นำของพวกนอกรีต “คริสตจักรในสมัยก่อน” (The Reformation Study Bible, Ligonier Ministries, 2005, p. 1572; note on Acts 8:9 เขายังเชื่อใน “พลังอำนาจ” แต่ไม่ใช่ในตัวของพระเยซูคริสต์ ตามที่เขาพูดว่า

“ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย” (กิจการ 8:19)

นี่ประยุกต์อย่างไรให้กับชีวิตของเรา?

I. หนึ่ง อีทอส หรือพฤติกรรมแห่งความเชื่อเกี่ยวกับคืพาลาเจียนและจีน็อสติ ในยุคของเรา

คำว่า “อีทอส” หมายถึงการที่คนๆหนึ่งมารับความรอด ในหนังสือของเขา ศาสนาคริสต์ที่ไม่มีพระคริสต์ หรือ Christless Christianity ดร. มิคาเอล ฮอร์ตัน กล่าวถึงอเมริกาว่า “พวกพาลาเจียนเน้นถึงการช่วยกู้ตัวเองอย่างที่พวกจีน็อสติเน้นเรื่องประสบการณ์ภายในและความรู้” (Baker Books, 2008, p. 251) นี่หมายความว่าบางคนคิดว่าตัวเองสามารถทำบางอย่างเพื่อรับความรอด (พาลาเจียนนิยม หรือ (Pelagianism) พวกเขาทั้งหมดต้องเรียนรู้ “ความลับ” อย่างที่จะพูดหรือคิด (Gnosticism)

ผมพบว่าเราได้ต่อสู้กับความเชื่อผิดๆเช่นนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผู้คนที่เป็นชาวโลก และผู้เชื่อที่เติบโตในคริสตจักร ยังผูกติดอยู่กับความคิดของพวก พาลาเจียนนิยม หรือ Pelagianism และ จีน็อสตินิยม Gnosticism

ลองเดินไปตามท้องถนนเพื่อพูดคุยกับผู้คนประมาณสิบหรือสิบห้าคน คุณจะพบว่านี่เป็นความจริง ถามพวกเขาว่า เป็นคนบาปที่ไร้ความหวัง คนเหล่านั้นจะตอบคุณว่าพวกเขาสามารถทำบางอย่าง หรือ หยุดที่จะทำบางอย่างเพื่อช่วยกู้พวกเขา “ฉันจะทำดีเท่าที่ฉันทำได้” “ฉันก็ไม่เลวเหมือนกับคนอื่นๆ” คุณจะได้ยินอยู่อย่างนั้นบ่อยๆ พวกเขาเองก็ไม่ทราบเรื่องนี้เช่นกัน แต่ก็มีชื่อหนึ่งตามที่พวกเขาเชื่อนั้น – พาลาเจียนนิยม พวกเขาคิดว่าคนสามารถทำบางอย่าง หรือหยุดที่จะกระทำบางอย่าง เพื่อที่จะช่วยกู้ตัวเอง ความคิดเช่นนี่ตรงกันข้ามกับพระคัมภีร์ พระคัมภีร์กล่าวว่า

“เราตายไปแล้วในการบาป” (เอเฟซัส 2:5) “โดยที่ความเข้าใจของเขามืดมนไปและเขาอยู่ห่างจากชีวิตซึ่งมาจากพระเจ้า เพราะเหตุความโง่ซึ่งอยู่ในตัวเขา อันเนื่องจากใจที่แข็งกระด้างของเขา” (เอเฟซัส 4:18)

ข้อนี่กล่าวอย่างชัดเจนว่ามนุษย์ช่างชั่วช้า – เป็นทาสของบาป ไม่มีทางที่จะทำบางอย่างเพื่อช่วยกู้ให้พ้นจากบาป – ตายในบาป – และลงไปในนรก คุณรู้จักใครบางคนที่เชื่อเช่นนี้หรือไม่? ผมเชื่อว่าต้องไม่มีใครสักคนในสังคมของเราเชื่อว่าพวกเขาเป็นทาสของบาป แม้แต่ในคริสตจักรก็ไม่เคยเทศน์อย่างนี้! นั่นแหละสาเหตุของการที่ทุกคนไม่ได้รับการช่วยกู้ นี่รวมถึงคนที่เติบโตในคริสตจักรด้วย เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถทำบางสิ่งบางอย่างหรือหยุดการทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยพวกเขา พวกเขาเป็นพาลาเจียน พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าพวกเขาสิ้นหวัง มีโอกาสน้อยมากต่อการช่วยเหลือตัวเองให้รอด

ประการที่สองพวกเขาเป็นจีน็อสติส นั่นหมายความว่าพวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างและได้รับการรู้แจ้งและใช้ความรู้นี้ช่วยกู้ตัวเองให้รอด เราเห็นอย่างนั้นตลอดเวลา ขณะนี้มีคนเข้ามาในคริสตจักรของเราเป็นเวลาหลายเดือนบางคนเป็นปี เพื่อพยายามที่จะเรียนรู้ "ความลับ" ที่พวกเขาสามารถช่วยพวกเขา นี่คือสิ่งที่ ดร. ฮอร์ตัน เรียกว่า "เน้นองค์ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ภายในและการตรัสรู้" ผมบอกพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขาเป็น

“ถึงจะเรียนกันอยู่เสมอ แต่ก็ไม่อาจเรียนรู้ถึงความจริงเลย” (2 ทิโมธี 3:7)

แต่พวกเขาไม่เชื่อผม พวกเขาไปทำตามความคิดที่ว่ามีสูตร "ลับ" ของจิน็อสติสที่ว่าพวกเขาสามารถเรียนรู้เพื่อกลายเป็นคริสเตียน ผมยังเคยเห็นแม้กระทั่งมีการร้องไห้น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มของพวกเขา เพื่อพยายามที่จะเรียนรู้ค้นพบสูตร "ลับ" นั้น พวกเขาคิดว่าสามารถนำมาซึ่งการช่วยกู้! เมื่อเร็ว ๆ นี้ชายหนุ่มสองคนคิดว่าพวกเขา "คิดออก" แล้ว พวกเขาทั้งสองบอกว่า “เราไม่จำป็นต้องทำอะไร – เรารู้ว่าเรารอดแล้ว" ผมถามพวกเขาสองสามคำถามและความจริงพบว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย! พวกเขาคิดว่าเป็นความลับของจิน็อสติสที่นำไปสู่ความรอด ผมบอกพวกเขาว่านั่นไม่ใช่หลักข้อเชื่อของพวกปฏิรูป ไม่ใช่หลักคำสอนตามพระคัมภีร์ ผมบอกพวกเขาว่านั่นคือทางแห่งบาปแบบ "ลี้ลับทางศาสนา" ตามที่เวสลีย์และไวท์ฟิลด์เทศน์ต่อต้านในศตวรรษที่สิบแปด ผมบอกพวกเขาว่ามีอะไรบางอย่างที่พวกเขาต้องทำ นั่นคือจะต้องเชื่อในพระคริสต์ พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนมากดังนี้

“จงเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” (กิจการ 16:31) “ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ แต่ผู้ที่มิได้เชื่อก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้า” (ยอห์น 3:18)

แต่พวกเขาทั้งสองเดินกลับเดินกลับบ้านด้วยท่าทีที่งงๆ แต่ยังคงคิดว่าสักวัหนึ่งพวกเขาสามารถเรียนรู้ตามแบบจีน็อสติสถึง "ความลับ" นั้น! มันน่าเจ็บใจมาก! พระเยซูทรงรักพวกเขา ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำคือการเชื่อในพระองค์ แต่พวกเขากลับเชื่อตามสูตรลับ! พวกเขาปฏิบัติต่อพระเยซูเหมือนคนบ้าอำนาจเช่นเดียวกับไซมอนซึ่งกล่าวว่า "ขอให้ข้าพเจ้ามีอำนาจนี้" (กิจการ 8:19) ไซมอนเป็นเหมือนจีน็อสติส พระคัมภีร์ฉบับของพวกปฏิรูปกล่าวว่า

จิน็อสติส (ชื่อตามภาษากรีกคือจีน็อสซิ หรือ Gnosis หมายถึง "ความรู้") สอนว่าคนได้รับความรอดโดยไม่ใช่โดยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์เพื่อคนบาป แต่โดยความรู้ขั้นพิเศษ... (The Reformation Study Bible, ibid.).

ตราบใดก็ตามที่คนๆหนึ่งได้รับความคิดเหล่านี้เข้าไปในหัวของพวกเขาแล้ว มันยากมากที่จะปล่อยความคิดเหล่านี้ทิ้ง พวกเขาเป็นเหมือนคาทอลิกชาวสเปนที่คิดว่าพระคริสต์คือผู้พิพากษา (คริสโต) มากกว่าเป็นพระผู้ช่วยที่กอรปด้วยความรัก! มีหญิงชาวคาทอลิกสูงอายุคนหนึ่งเดินออกจากคริสตจักรด้วยความโกรธตอนที่ผมบอกว่าพระเยซูไม่ใช่ผู้พิพากษา แต่เป็นพระผู้ช่วยที่กอรปด้วยความรัก! เธอกลัวว่าพระเยซูจะเปลี่ยนความคิดของเธอ! และนั่นคือวิธีที่พวกอีเวนเจลิคอล์ทำกันในทุกวันนี้! พวกเขาก็ยังคิดว่าพระเยซูเป็นจีน็อสติส "อำนาจ" ที่เป็นความลับและพวกเขาสามารถเรียนรู้ แทนที่จะคิดว่าพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดที่จะอภัยบาปของพวกเขา หากพวกเขาไม่เชื่อในพระองค์! พูดถึงแล้วเศร้าใจมาก!

และคุณจะรู้ว่ามันเป็นซาตาน! ดร. ลอยด์ โจนส์กล่าวว่า

มันมีเวลาที่ [มาร] มุ่งเน้นไปที่คริสเตียนแต่ละคน หรือผู้เชื่อในคริสตจักรทุกเวลาในประเทศของเรา (The Christian Soldier, Ephesians 6:10-13, The Banner of Truth Trust, 1977, p. 302)

ผมเชื่อว่าอเมริกาและคนตะวันตกอยู่ภายใต้อำนาจของซาตาน และแม้กระทั่งคริสตจักรที่ดีที่สุดของเราก็ยังได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากคำสอนของมาร อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า

“บัดนี้ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปีศาจ” (1 ทิโมธี 4:1)

ผมเชื่อว่ามุมมองของเพลาเจียน และจีน็อสติสเป็นที่แพร่หลายในหมู่คริสเตียนอีเวนเจลิคอล์ – “คำสอนของมาร"

"พระคำแห่งความเชื่อ" ได้รับการสนับสนุนจากนักเทศน์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างเช่น ที ดี แจ็ก เบนนี่ ฮินจอยซ์ เมเยอร์และโจเอล ออสติน พวกเขาแพร่กระจายพระกิตติคุณไปจนสุดปลายแผ่นดินโลก แม้แต่คริสตจักรแบ๊บติสของเราก็ยังได้รับอิทธิพลด้วย โดยที่ไม่รู้ตัว ดร. ฮอร์ตัน กล่าวว่ามี "มีความโดดเด่นคล้ายคลึงกันระหว่างการเทศนาที่เน้นความเจริญรุ่งเรืองกับพวกจีน็อสติสในสมัยโบราณ" (อ้างอิง หน้า 67) เขาบอกว่าคริสตจักรจำนวนมากขณะนี้ "[รวม] พระธรรม ของเพลาเจียนเพื่อช่วยเหลือตนเองและองค์ความรู้" (อ้างแล้ว หน้า 68) "[พระเจ้า] มีกฎบางและหลักการบางอย่างที่คุณต้องการในชีวิต และถ้าคุณปฏิบัติตามพวกเขา คุณสามารถได้ในสิ่งที่คุณต้องการ" (เล่มเดียวกัน) ที่แน่นอนนั่นคือแก่นแท้ของพวกนอกรีตอย่าง พาลาเจียนนิยม และจีน็อสติสนิยม นั่นคือสิ่งทั่วไปที่คนเชื่อ – ถ้าคุณเรียนกฎและพูดถูกต้อง คุณจะได้รับสิ่งที่คุณต้องการ - รวมถึงความรอดด้วย

ในตอนท้ายการเทศนาผ่านทางทีวี โจเอล ออสติน มักดูไปที่กล้องและบอกผู้ชมว่า

เพียงแค่พูดว่า "พระเยซู ข้าฯกลับใจจากบาปของข้าฯ ขอเข้ามาในใจของข้าฯ ข้าฯขอพระองค์เป็นพระเป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของข้าฯ" เพื่อนๆ ถ้าคุณอธิษฐานง่ายๆอย่างนี้ เราเชื่อว่าคุณได้บังเกิดใหม่อีกครั้งแล้ว

นาย ออสติน เทศนาโดยที่ไม่กล่าวถึงพระเยซูคริสต์ ไม่เคยกล่าวถึงพระกิตติคุณเลย! ไม่มีการเอ่ยถึงการที่พระคริสต์ทรงพระชนม์บนไม้กางเขนแทนคนบาป ไม่ว่าทั้งในการเทศนาหรือการอธิษฐาน! ไม่มีการเอ่ยถึงโลหิตของพระคริสต์ชำระล้างบาปของคน ไม่ว่าทั้งในการเทศนาหรือการอธิษฐาน! พูดอีกอย่างหนึ่งคือไม่มีการพูดถึงพระกิตติคุณเลยแม้แต่น้อย (โครินธ์ 15: 1-4) แต่ออสตินยัง กล่าวว่า "ถ้าคุณอธิษฐานและก็อธิษฐาน เราเชื่อว่าคุณได้บังเกิดใหม่อีกครั้ง" มีเพียงแค่สองทางที่เป็นไปได้ – ไม่ว่า ออสติน เป็นคนปลิ้นปล้อนย่างแท้จริง - หรือ (ที่มากว่านั้น) เขาได้ให้ "จิตวิญญาณที่ [หลอกลวง] เป็นคำสอนของมาร"

ไม่ว่าทั้งสองวิธีนี้ พาลาเจียนนิยม และ จีนอ็สติสนอยม Pelagianism จะถูกกระจายไปทั่วโลก โดยซาตาน - โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา และคุณก็เชื่อเช่นนั้น! นั่นคือเหตุผลที่คุณไม่ได้รับการช่วยกู้

II. ประการที่สอง อย่าให้คุณไปเชื่อสองหลักคำสอนที่มาจากมารหรือไม่มีวันที่ช่วยคุณให้รอดได้!

คำสอนเทียมเท็จนี้เรียกว่า พาลาเจียนนิยม ที่สอนว่าคุณสามารถทำหรือหยุดทำบางอย่างเพื่อรับการช่วยกู้ นี่แสดงชัดเจนว่าเป็นความคิดนอกรีต แต่หลายคนที่ฟังผมในค่ำคืนคงเชื่ออย่างนั้น! คุณอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้หรือยัง?

“ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายเอง ความรอดนั้นเป็นของประทานจากพระเจ้า ไม่ใช่โดยการกระทำใด ๆ ด้วยเกรงว่าคนหนึ่งคนใดจะอวดได้” (เอเฟซัส 2:8, 9)

ไม่มีอะไรที่คุณทำสามารถช่วยให้รอดได้! ไม่มีเลย! ไม่มีอะไรที่คุณหยุดทำสามารถช่วยให้รอดได้! ไม่มีเลย! มีอยู่เพียงสิ่งเดียวที่แนะนำให้คนบาปต้องทำ นั่นคือ

“จงเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” (กิจการ 16:31)

คุณอาจพูดว่า "แต่นั่นเป็นเรื่องง่ายมาก ๆ" ใช่ แต่ว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่คนบาปไม่ควรทำ - ไม่ว่าคุณจะขอเขาอย่างไรก็ตาม! ไม่ว่าคุณจะเทศนามากน้อยเพียงใดก็ตาม! คนบาปที่หลงหายไปก็ยังปฏิเสธพระคริสต์และทำอย่างอื่น เพราะคนเช่นนี้เชื่อในความสามารถของเขาเอง (Pelagianism) ดังนั้นพวกเขาจึงปฏิเสธที่จะเชื่อในพระเยซู แม้ว่าจะเชื่อตามพระคัมภีร์ หรือคำกล่าวของพระเยซู แต่ไม่ใช่ตัวของพระเยซูเอง พวกเขาไม่เชื่อในตัวของพระเยซู! ทำไม? เพราะ พาลาเจียนนิยมกล่าวโกหก นั่นแหละถึงว่าทำไม! หากไม่มีพระคุณของพระเจ้าคนบาปที่หลงหายไปจะไม่วันที่มาถึงพระเยซูและวางใจพระองค์ได้! คนเช่นนั้นจะปฏิเสธพระเยซูอยู่เรื่อยไป - เพราะเขาเป็นคนโกหกโดยสิ้นเชิง!

“ตายแล้วโดยการละเมิดและการบาป” (เอเฟซัส 2:1)

คำสอนเทียมเท็จที่สองคือจีน็อสตินิยม เป็นความคิดที่ว่าพระเจ้าไม่มีตัวตน แต่เป็นพลังอำนาจ ที่คนเราสามารถรับรู้โดย "ใช้" ความรู้พิเศษ (ภาษากรีกคำว่า "Gnosis" หมายถึง "ความรู้") ความคิดนี้จะเป็นที่นิยมท่ามกลางอีเวนเจลิคอล์ ดร. ฮอร์ตัน กล่าวว่า อีเวนเจลิคอล์ จีน็อสตินิยม สอนเราให้มองตัวเอง และสร้างจินตนาการและรูปเคารพด้วยตัวเอง ที่เราสามารถจัดการและควบคุม" (เล่มเดียวกัน หน้า 167)

คนหนุ่มสาวในทุกวันนี้ทำเช่นนี้โดยที่ไม่รู้ตัว พวกเขาเชื่อพระเยซูจากการจินตนาการ และสามารถ "บังคับ" เหมือนกับไซมอนนักมายากลทำใช่หรือไม่? เขากล่าวว่า "ขอให้ข้าพเจ้ามีอำนาจนี้" (กิจการ 8:19) ดังนั้นพระเจ้าเป็นเพียง "อำนาจ" ที่จะให้หรือรับโดยมนุษย์

จีน็อสตอสเน้นเรื่อง "เวทมนตร์ขาว" ส่วนไสยศาสตรดำหรือเวทมนต์ดำใช้ควบคุมและจัดการกับวิญญาณชั่ว ส่วนที่เรียกว่า "เวทมนตร์ขาว" นักมายากลใช้คาถาหรือเวดมนต์ควบคุมและจัดการกับวิญญาณดี – รวมถึงพระเจ้าด้วย ขอให้สังเกตุ "บทสารภาพบาป" ของ โจเอล ออสติน เป็นส่วนหนึ่งของเวทมนตร์ขาว

เพียงแค่พูดว่า "พระเยซู ข้าฯกลับใจจากบาปของข้าฯ โปรดเข้ามาในใจของฉัน ข้าฯยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยของข้าฯ" เพื่อนๆ ถ้าคุณอธิษฐานตามบทอธิษฐานง่ายๆนั้น เราเชื่อว่าคุณได้บังเกิดใหม่อีกครั้งแล้ว

ถ้าคุณกล่าวตามคำพูดเหล่านั้น ฤทธิ์อำนาจจะไหลเข้าสู่ใจของคุณ! คุณสามารถทำให้ตัวเองบังเกิดใหม่อีกครั้ง โดยท่องตามคำพูดเหล่านั้น! นั่นคือ จีน็อสติสบริสุทธิ์! นั่นคือเวทตร์มนต์ขาวบริสุทธิ์! ตั้งชื่อเองเรียกมันเอง! เป็นความเชื่อที่เกิดจากหลักคำสอน! ตั้งชื่อเองและเรียกมันเอง! ทั้งหมดนี้ผ่านทางอีเวนเจลิคอล์ และมันคือเวทตร์มนต์ขาว! โปรดจำไว้ว่าไซมอนเป็นพ่อมดหมอผี (กิจการ 8: 9) ซึ่งเป็นหนึ่งในบิดาของจีน็อสตินิยม! ดังนั้นเขาจึงพูดว่า "ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์เดชนี้"

สรุป

พระเยซูคริสต์ไม่ใช่ "พลัง" ที่คุณสามารถควบคุมหรือจัดการหรือใช้! พระองค์เป็นมนุษย์ที่มีเนื้อหนังอย่างมนุษย์ พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้ความผิดบาปของคุณ คุณไม่สามารถ "คิดออก" หรือ "เรียนรู้" โดยวิธีการนี้และ "รับ" เพื่อให้พระองค์ช่วยคุณให้รอด! คุณสามารถพยายามที่จะเรียนรู้ "ความลับ" ที่จะช่วยกู้ชีวิตของคุณ – ถึงกระนั้นก็ตามคุณจะยังคงหลงหายไป เช่นเดียวกับไซมอนนักมายากลนั้น คุณต้องมาที่คริสต์อย่างคนบาปที่ไม่สามารถ "พบ" ทางออก คุณต้องจำนนต่อพระพักตร์พระองค์และเชื่อในพระองค์ คุณต้องได้รับการช่วยกู้ให้รอดพ้นจากบาปโดยพระเยซูคริสต์แห่งกางเขน! คุณต้องได้รับการชำระบาปของคุณโดยพระโลหิตอันมีค่าของพระองค์ ไม่มีทางอื่นที่ช่วยคุณให้รอดพ้นจากบาปได้! ไม่มี "รหัสลับ" ใดๆที่จะเรียนรู้! ไม่มี หรือคำวิเศษที่จะเรียนรู้! "เชื่อในพระเยซูคริสต์และเจ้าจะได้รับการช่วยกู้" (กิจการ 16:31)

ทำไมคุณถึงไม่เชื่อในพระเยซู? คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะคุณยังไม่กลับใจจากบาป! บาปของคุณไม่เคยทำอะไรให้คุณ และทำให้คุณต้องตื่นขึ้นมาในเวลากลางคืน! ใจบาปของคุณไม่เคยดูเหมือนน่ารังเกียจให้กับคุณ!

หากไม่เชื่อว่าในใจมีบาปก็จะไม่มีการกลับใจอย่างจริงจัง จนกระทั่งคนบาปรู้สึกว่าบาปนั้นทำให้เขามีความทุข์ ถ้าไม่งั้งเขาจะไม่มีทางที่ต้องการพระคริสต์

ดังนั้นเรากำลังอธิษฐานให้มีการฟื้นฟูและการกลับใจอย่างจริงจัง แต่จุดไหนที่เราจะเน้นในการอธิษฐานของเรา? หากเราเพียงแค่อธิษฐานว่า "โอ้พระเจ้าโปรดนำคนเข้ามาให้มากขึ้น" - หรือ "โอ้พระเจ้าโปรดส่งการฟื้นฟูลงมา"? ถ้าอธิษฐานอย่างงั้ง แสดงว่าเราไม่ได้อธิษฐานเจาะจงขอในสิ่งที่เราต้องการ เราแค่อธิษฐานแบบผ่านๆ ถ้าการอธิษฐานเป็นแบบทั่วไปแล้ว คุณก็จะไม่มั่นใจว่าจะได้รับอะไรหรือเปล่า! ขอให้เราอธิษฐานขอสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากที่สุด – นั่นคือให้รู้ว่าเป็นคนบาป พูดอย่างนั้นตามผม – “ให้รู้ว่าเป็นคนบาป” แค่นั้น! นั่นคือสิ่งที่จำเป็นมากที่สุด! นั่นคือสิ่งเราอยากให้พระวิญญาณทรงกระทำ! จนกว่าคุณจะได้รับการตัดสินลงโทษเป็นคนบาป และดูเหมือนว่าพระกิตติคุณไม่ชัดเจน! และไม่จริง!

พวกเราจะอดอาหารและอธิษฐานในวันเสาร์หน้าไปจนถึง 5:00 โมงเย็น จากนั้นเราจะมาที่นี่ที่คริสตจักรเพื่ออธิษฐานเพิ่มอีกสักนิดและรับประทานอาหารร่วมกัน นั่นคือสิ่งที่เราจะอดอาหารและอธิษฐานเผื่อ - “ให้รู้ว่าเป็นคนบาป” ตอนพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานแล้ว เราจะเห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากมายมาวางใจพระเยซู! ตอนมีคนจำนวนมากมาอยู่ในที่เดียวกันเช่นนี้ถึงจะมีการฟื้นฟู! อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ดร. กรินตัน เอล ชาน: กิจการ 6:1-8.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Depth of Mercy! Can There Be?” (by Charles Wesley, 1707-1788; altered by the Pastor).


โครงร่างของ

ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย

(บทอธิษฐานครั้งที่ 2 ในงานฟื้นฟู)
GIVE ME THIS POWER
(SERMON NUMBER 2 ON REVIVAL)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย” (กิจการ 8:19)

(กิจการ 8:23, 24)

I.      หนึ่ง อีทอส หรือพฤติกรรมแห่งความเชื่อเกี่ยวกับคืพาลาเจียนและจีน็อสติในยุคของเรา เอเฟซัส 2:5; 4:18; 2 ทิโมธี 3:7; กิจการ16:31; ยอห์น 3:18; 1 ทิโมธี 4:1

II.    ประการที่สอง อย่าให้คุณไปเชื่อสองหลักคำสอนที่มาจากมารหรือไม่มีวันที่ช่วยคุณให้รอดได้!  เอเฟซัส 2:8, 9; กิจการ 16:31; เอเฟซัส 2:1; กิจการ 8:9.