Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือพระเยซู

ALL I NEED IS JESUS
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 3 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Saturday Evening, May 3, 2014

“โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ สำหรับเราทั้งหลาย เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1 โครินธ์ 1:30, 31)


เนื้อหาของเรามาจาก 1 โครินธ์บทที่หนึ่ง ซึ่งท่านพรูดอมพึ่งอ่านผ่านมานี้เอง อาจารย์เปาโลบอกว่าไม่มีมากคนฉลาดในโลกนี้ที่ หรือคนที่ (มีอิทธิพล) คน (ที่ดี) ที่จะรอด เพราะพวกเขาคิดว่าไม่ต้องการพระเจ้า พวกเขากังวลแต่สิ่งที่อยู่ในโลกนี้ พวกเขาไม่กล้าที่จะเสียบางอย่าง ไม่กล้าที่จะปฏิเสธว่าตัวเองและรับกางเขนเดินตามพระคริสต์

อัครสาวกเตือนคริสเตียนในเมืองโครินธ์ว่าไม่มีคนร่ำรวย หรือมีชื่อเสียงมากในคริสตจักรของพวกเขา แต่พระเจ้าก็ทรงเลือกคนที่อยู่ในคริสตจักรนั้น คนที่ชาวโลกเรียกว่าโง่และอ่อนแอและถูกดูหมิ่น ไร้ค่าและไม่อยู่ในสายตา พระเจ้าทรงเลือกคนเช่นนั้น เพื่อ "ประกาศให้กับ" คนที่ดีและมีปัญญาที่อยู่ในทางโลก และนั่นคือความจริงที่เกิดขึ้น ชาวโลกถือว่าคริสเตียนคือพวกที่ไม่สำคัญ แต่พวกเขาผิด บรรดาคริสเตียนที่ไม่สำคัญนั้นได้แผ่กระจายไปทั่วจักรวรรดิโรมันและทั่วโลก พระเจ้าทรงเลือกคริสเตียนที่ต่ำต้อยนำข่าวดีไปสู่จักรวรรดิโรมัน สำหรับผมแล้วดูเหมือนว่าพระเจ้ากำลังทำแบบเดียวกันนี้อีกครั้งในประเทศคอมมิวนิสต์อย่างจีน เหมือนหนึ่งในเพลงของเราเขียนไว้ว่า "ความเชื่อคือชัยชนะเหนือโลก" อย่างอเมริกาที่ดูเหมือนว่าคริสเตียนกำลังหายไป แต่ก็จะยังคงเหลืออยู่

ความเชื่อมีชัยเหนือโลก!
โอ้สง่าราศีที่มีชัยชนะหนือโลก
   (“Faith is the Victory” by John H. Yates, 1837-1900)

พระเจ้าทรงเลือกคนที่อ่อนแอและต่ำต้อยอย่างพวกเราเพื่อจะได้ไม่มีผู้ใดโอ้อวดได้ "เพื่อมิให้เนื้อหนังใด ๆ อวดต่อพระพักตร์พระองค์ได้" (1 โครินธ์ 1:29) ดร. เจเวอร์นอน แมคกี้ กล่าวว่าคริสเตียนหลายคน "ให้ความสำคัญกับคนที่โดดเด่น [การงานอาชีพดีและมีความเชื่อ] – พวกให้ความสำคัญให้กับผู้นำในโลกอุตสาหกรรมและผู้ที่โดดเด่นในรัฐบาล แต่พระเจ้าทรงให้ความสำคัญในตัวบุคคล พระองค์ทรงเรียกคนธรรมดาอย่างคุณและผม" (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, Thomas Nelson Publishers, 1983, volume V, p. 12)

คุณเคยสังเกตุหรือเปล่าว่าเราไม่เคยประกาศข่าวประเสริฐมุ่งไปที่พวกคนรวยและมีชื่อเสียง คุณเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไม พระวจนะตอนนี้บอกพวกเราว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

“พี่น้องทั้งหลาย จงพิจารณาดูว่า พวกท่านที่พระเจ้าได้ทรงเรียกมานั้นเป็นคนพวกไหน มีน้อยคนที่โลกนิยมว่ามีปัญญา มีน้อยคนที่มีอำนาจ มีน้อยคนที่มีตระกูลสูง แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าโง่เขลา เพื่อจะทำให้คนมีปัญญาอับอาย และพระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าอ่อนแอ เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อย และสิ่งที่ถูกดูหมิ่น ทั้งทรงเลือกสิ่งเหล่านั้นซึ่งยังมิได้เกิดเป็นตัวจริงด้วย เพื่อจะได้ทำลายสิ่งซึ่งเป็นตัวจริงอยู่แล้ว เพื่อมิให้เนื้อหนังใด ๆ อวดต่อพระพักตร์พระองค์ได้” (1 โครินธ์ 1:26-29)

หลายปีที่ผ่านมาคุณสามารถเห็นด้วยประสบการณ์ของตนเองได้ว่า เราไม่สามารถนำคนที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงมาที่คริสตจักร และเพื่อฟังข่าวประเสริฐและรับความรอด คริสตจักรของเราเติบโตขึ้นเพราะเราประกาศให้กับพวกนักศึกษาตามวิทยาลัยหรือโรงเรียนมัธยม ชาวโลกคิดว่าคนหนุ่มสาวคือพวกที่โง่และอ่อนแอ แต่พระเจ้าทรงเรียกพวกคุณบางคน พระองค์ไม่เลือกคนที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง! พระองค์ทรงทราบดีว่าน้อยคนนักในพวกนั้นที่อยากจะฟังและมาเป็นสาวกของพระองค์! เพราะพวกเขาชอบเห็นแก่ตัว และเป็นพวกวัตถุนิยม ยากเกินไปที่จะกลายมาเป็นคริสเตียนที่แท้จริง ดังนั้นพระเจ้าจึงไม่เลือกพวกเขา แต่พระองค์ทรงเรียกคนหนุ่มสาวบางคนให้มารับความรอดโดยทางพระบุตรของพระองค์คือพระเยซู

“โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ สำหรับเราทั้งหลาย เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1 โครินธ์ 1:30, 31)

มีอย่างน้อยสามอย่างที่เราสามารถนำมาใช้จากพระธรรมตอนนี้

I. ประการแรก สิทธิพิเศษที่ถูกนำมาที่พระเยซูคริสต์

ข้อนี้บอกว่า "โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์... " (1 โครินธ์ 1:30) "ของเขา" - นั่นคือ "ของพระเจ้า" อาจจะแปลว่า "ให้ผู้โอ้อวด อวดในองค์พระผู้เป็นเจ้า” นี่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าพระเจ้าทรงนำจิตวิญญาณที่หลงหายไปมายังพระคริสต์ พระเจ้าตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะโฮเชยาว่า "เราเป็นผู้ถอดแอกที่ขากรรไกรของเขาออก และเราก้มลงเลี้ยงเขา" (โฮเชยา 11:4) พระเยซูตรัสว่า "ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามาจะทรงชักนำให้เขามา และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย" (ยอห์น 6:44) พวก "เชื่อตามหลักการตัดสินใจนิยม” หรือ “decisionism" สอนว่าผู้คนสามารถมาที่คริสต์ตามความรู้สึก แต่พระคัมภีร์สอนว่าพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถนำคนบาปไปถึงพระคริสต์ "ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามาจะทรงชักนำให้เขามา" "โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์" สเปอร์เจียนอธิบายโดยว่า "เราอยู่ในพระเยซูคริสต์โดยพระเจ้า"

คุณคิดว่านี่ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่โง่เกี่ยวกับการมาที่พระคริสต์ พระเจ้าเท่านั้นที่นำคุณมาที่พระเยซูคริสต์ พระเจ้าเท่านั้น "และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์ และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระองค์ในพระเยซูคริสต์" (เอเฟซัส 2:6) ถ้าคุณรอดแล้วก็จะเป็นการดีที่มาคิดถึงเรื่องเช่นนี้ คุณไม่อาจที่จะเปลี่ยนตัวเอง แต่พระเจ้าทรงเปลี่ยนตัวคุณ ไม่มีทางที่คุณสามารถมาที่พระคริสต์ และอยู่ "ในพระองค์" ไม่! ไม่! "โดยพระองค์คุณอยู่ในพระเยซูคริสต์" คุณถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระเยซูคริสต์โดยผ่านฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า ก็เป็นการดีกับการเป็นคนที่หลงหาย และเป็นการดีที่จะต้องระลึกถึงความเจ็บปวดของคุณที่ทำให้คุณต้องมาเป็นคริสเตียนหรือมาถึงพระเยซูคริสต์! นั่นเป็นเหตุผลที่คริสเตียนที่แท้จริงร้องเพลงนี้ด้วยความชื่นชมยินดี

พระคุณพระเจ้านั้นแสนชื่นใจ
ช่วยได้คนชั่วอย่างฉัน
ครั้งนั้นฉันหลงพระองค์ตามหา
ตาบอดแต่ฉันเห็นแล้ว
   (“Amazing Grace” by John Newton, 1725-1807)

พระเจ้าผู้นั้นทรงมหัศจรรย์จริงๆ พระคุณของพระองค์ได้นำคุณมาเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูคริสต์!

แต่ผมต้องถามพวกคุณบางคน “คุณอยู่ในพระคริสต์หรือไม่?” อัครสาวกพูดอย่างนี้ให้คุณหรือเปล่า ว่าอยู่ในพระคริสต์?”

พระเยซูคริสต์พร้อมที่จะรับคุณถ้าคุณต้องการที่จะมาหาพระองค์อย่างจริงจัง แต่คุณไม่สามารถบอกได้ว่าประตูที่เปิดรับคุณจะปิดเมื่อไหร่ โนอาห์เข้ามาในเรือและรอด พระคริสต์เปรียบเหมือนนาวา คุณเคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมไม่มีใครเข้าไปในเรือ นอกจากครอบครัวของโนอาห์? ในขณะที่ผมกำลังเตรียมบทเทศนานี้ ผมพยายามที่จะหาหลายๆเหตุผล บางทีคุณอาจจะมีเหตุผลอื่น แต่สำหรับผมสามารภหาได้แค่สามอย่าง

1.  หนึ่ง พวกเขาไม่คิดว่าจะมีการพิพากษามาถึงพวกเขา - พวกเขาไม่เชื่อว่ามีการพิพากษาบาปของพวกเขา

2.  สอง พวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่โนอาห์เทศน์ ท่านเป็น "ผู้ประกาศที่ชอบธรรม" (2 เปโตร 2:5) แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อคำเทศนาของเขา

3.  สาม พวกเขาหยิ่งผยองมากเกินที่จะเชื่อว่านาวานี้สามารถช่วยพวกเขาให้รอดได้


ผมคิดว่าหนึ่งในสามนี้ได้ขัดขวางคุณไม่ให้มาที่พระคริสต์ ผมจะย้ำสามประการนี้อีกครั้งหนึ่ง ลองคิดอีกสักหนึ่ง (หรือมากกว่า) ที่ขัดขวางคุณไม่ให้มาที่พระเยซู

1.  หนึ่ง พวกเขาไม่คิดว่าจะมีการพิพากษามาถึงพวกเขา - พวกเขาไม่เชื่อว่ามีพิพากษาบาปของพวกเขา

2.  สอง พวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่โนอาห์เทศน์ ท่านเป็น "ผู้ประกาศที่ชอบธรรม" (2 เปโตร 2:5) แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อคำเทศนาของเขา

3.  สาม พวกเขาหยิ่งผยองมากเกินที่จะเชื่อว่านาวานี้สามารถช่วยพวกเขาให้รอดได้


นั่นคือสภาพของคุณในค่ำคืนนี้ด้วยหรือไม่? ผมอยากพูกถึงนักประกาศผู้ยิ่งใหญ่ที่ชื่อ จอร์จ ไวท์ฟิลด์ (1714-1770) บอกว่า "คนที่ไม่เคยยอมรับ [พระคริส] และเราเองก็ไม่สามารถนำพวกเขามาด้วยเช่นกัน จนกว่าพวกเขาจะรับรู้ถึงบาปและยินดีจะมาที่พระเยซูเอง" (George Whitefield, “The Duty of a Gospel Minister”)

นี่ดูเหมือนตรงกันข้ามกับคุณหรือไม่? คุณไม่สามารถมาที่พระเยซูด้วยตัวคุณเอง – คุณเลือกจะมาหาพระองค์หรือต้องพินาศ นักเทศน์สมัยก่อนเรียกว่า "พระเยซูทรงคว้า" คุณถูกบีบในขณะที่ถูกคว้า อีกด้านหนึ่งบอกว่าคุณไม่สามารถมาที่พระเยซูด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณต้องทำอย่างไร? คุณสามารถเลือกที่จะออกจากคริสตจักรนี้และไปตามทางเดิมของคุณ หรือคุณทำในสิ่งที่โนอาห์ทำ

“จงเป็นทุกข์โศกเศร้าและคร่ำครวญ จงให้การหัวเราะของตนกลับ กลายเป็นการคร่ำครวญ และความปีติยินดีของตนกลับกลายเป็นความเศร้าสลด ท่านทั้งหลายจงถ่อมตัวในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น” (ยากอบ 4:9-10)

ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์กล่าวว่า

      เรากังวลมากเกินไปหรือรีบร้อนมา "ตัดสินใจ" นั่นคือช่วงเวลาที่คุณได้รับความเดือดร้อนเจ็บปวดเป็นอย่างมาก คือคนที่ได้รับการรักษาที่ประตูแห่งความตาย และเป็นผู้ที่อยากขอบคุณสำหรับการรักษานั้น คือคนบาปที่เกือบตกในนรก แต่เพราะพระคุณแห่งสวรรค์ (Martyn Lloyd-Jones, M.D., The Assurance of Our Salvation, Crossway Books, 2000, p. 305)

พระคริสต์เท่านั้นสามารถช่วยคุณให้รอด คุณเคยได้ยินผมบอกอย่างนั้นมาหลายครั้งแล้ว แต่คุณก็ไม่เชื่อจนกว่าคุณมารับรู้ด้วยตัวเอง พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงทราบว่า

คนๆหนึ่งเชื่อและต่อต้านความรู้สึกของตัวเอง
มีความคิดเห็นแบบเดียวกันยังคงต่อเนื่อง

ดังนั้น การจะทำให้คุณเชื่อ พระเจ้าจะต้องนำคุณไปสู่จุดแห่งความสิ้นหวัง คุณต้องถูกทำให้รู้สึกว่าต้องการพระคริสต์ คุณต้องถูกทำให้รู้สึกว่าคุณไม่มีความหวังใดๆอีก แล้วคุณถูกนำให้ไปคิดว่า "ฉันไม่อาจอยู่อย่างนี้อีกต่อไป! ความผิดบาปของฉันจะต้องได้รับการอภัยโดยพระเยซู!" ดร. ลอยด์ โจนส์กล่าวว่า "ไม่มีใครเคยมาถึงคริสต์จนกว่าพบกับความสิ้นหวัง" (Martyn Lloyd-Jones, M.D., God’s Way Not Ours, The Banner of Truth Trust, 2003, p. 71) พระเจ้านำคุณมาที่พระเยซู คุณไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง มีคนมากมายไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนั้น พวกเขาไม่เคยถูกทำให้รู้ว่าหมดหวังแล้วจึงไม่เคยถูกนำมาที่พระเยซู นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมบอกว่าเป็นสิทธิ์พิเศษที่ถูกนำไปที่พระคริสต์ "ในพระเยซูคริสต์" พระคัมภีร์กล่าวว่า "ด้วยผู้ที่ได้รับเชิญก็มาก แต่ผู้ที่ทรงเลือกก็น้อย" (มัทธิว 22:14)

II. ประการที่สอง การตระเตรียมนี้มีไว้สำหรับผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

ผมใช้เวลามากเกินพูดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษของการถูกนำไปที่พระคริสต์ แต่ยังมีอีกประการที่สำคัญมากๆ คุณไม่สามารถรับสิ่งที่ตระเตรียมนี้ได้ ถ้าคุณไม่ถูกนำไปยังพระคริสต์ ของตระเตรียมเหล่านี้จะมีให้เฉพาะผู้ที่เป็นของพระคริสต์และที่ "อยู่ในพระเยซูคริสต์" ข้อนี้กล่าวว่า

““โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ” (1 โครินธ์ 1:30)

ปัญญา ความชอบธรรม การล้างบาปและการทรงไถ่ - นี่คือสี่อย่างสิ่งที่ทรงสัญญาให้กับผู้ซึ่ง "อยู่ในพระเยซูคริสต์" สัญญาแรกคือ "ปัญญา" หลังจากที่ผมได้รับความรอดแล้ว ผมคิดว่าไม่มีใครที่ช่วยผมอีก เพราะพ่อแม่ของผมหย่าร้างกัน และผมเองก็ไม่มีรายได้จากที่ไหน ตอนนั้นผมจำได้ว่า ได้สัญญาให้กับตัวเองว่าจะไม่ทำเรื่องที่ผิดพลาด และแม้ข้อผิดพลาดข้อเดียวก็สามารถทำให้ผมไม่อาจเป็นมิชชันนารีได้ ดังนั้นผมจึงขอพระเจ้าประทานสติปัญญา และพระองค์ก็ประทานสติปัญญาให้ผม ผมกลัวอยู่เสมอว่าถ้าหากล้มแล้วพระคริสต์ไม่อาจใช้ผมทำงานให้เกิดผลได้ แต่แล้วพระองค์ก็ใช้ผมและยกผมขึ้น! ประทานสติปัญญาให้ผม! ชายชราท่านหนึ่งรู้จักผมตอนที่ผมยังเรียนอยู่ที่มหาลัย ไม่นานมานี้เขาบอกผมว่า “หนุ่มคุณเป็นคนที่เอาจริงเอาจัง” นั่นเป็นเพราะพระคริสต์ทรงทำให้ผมเป็นคนที่เอาจริงเอาจัง นั่นเป็นเพราะว่าพระคริสต์ทรงประทานสติปัญญาให้ผม พระวจนะกล่าวว่า “ความยำเกรงพระเยโฮวาห์เป็นบ่อเกิดของความรู้ คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและคำสั่งสอน” (สุภาษิต 1:7)

ประการที่สองเราได้รับสัญญาว่าจะเป็นคน "ชอบธรรม" พระคริสต์เอง "ทำให้เรา ... ความชอบธรรม" เรากำลังสวมความชอบธรรมของผู้อื่น – คือตัวของพระเยซูเอง! เหมือนอย่างเพลงเก่านี้ "สวมความธรรมของพระองค์เท่านั้น เพื่อจะได้ไม่มีความผิดในวันที่อยู่ต่อหน้าบังลังก์" (“The Solid Rock”) มีหลายครั้งที่มารเข้ามาผจนผมและพูดว่า "เจ้าจะเทศน์เรื่องนี้และเรื่องนั้นได้อย่างไร? คุณยืนยันข้อนี้และข้อนั้นได้อย่างไรกัน?" โอ้คำพูดที่อยู่ในเอเฟซัสบทที่หนึ่งนั้นช่างแสนหวานเหลือเกิน ในนั้นพูดว่า “ซึ่งโดยพระคุณนั้นพระองค์ทรงบันดาลให้เราเป็นที่ชอบพระทัย ในผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์” (เอเฟซัส 1:6, 7) ผู้เป็นที่ “รัก” คือพระเยซู ฉันถูกรับในพระเยซูคริสต์ ความชอบธรรมของฉันมาจากพระองค์! “สวมความชอบธรรมของพระองค์เท่านั้น เพื่อปราศจากบาปวันอยู่ต่อหน้าบังลังก์” ตอนที่มารมาบอกผมว่าผมเป็นเด็กหนุ่มและไม่ดีพอที่จะเทศน์ ผมสามารถพูดคำเหล่านั้น “ซึ่งโดยพระคุณนั้นพระองค์ทรงบันดาลให้เรา (ฉัน) เป็นที่ชอบพระทัย ในผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์ (เอเฟซัส1:6) พระพร! จะทำอย่างไรเมื่อปีศาจโกรธ นี่คือวิธีที่ผู้เชื่อในช่วงกลียุคเอาชนะซาตาน! “เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก” (วิวรณ์ 12:11) มิชชันนารีที่ดีที่ชื่อ คาว์ท นิโคโลส ซินเซนดอร์ฮ กล่าวว่า

ข้าพเจ้าจะยืนอยู่ในวันที่ดีวันนั้น
สำหรับผู้ที่มีส่วนใดที่จะเสียค่าใช้จ่ายของเราจะวาง?
ในขณะที่พระโลหิตของพระองค์ให้อภัยฉัน
จากคำสาปอันยิ่งใหญ่ของความบาปและความอับอาย
   (“Jesus, Thy Blood and Righteousness” by Count Nicolaus Zinzendorf,
      1700-1760; translated by John Wesley, 1703-1791)

แล้วพระเยซูคริสต์ทรงชำระล้างบาปของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์บริสุทธิ์ชำระเราเพราะเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูคริสต์ ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ผู้นั้นไม่ได้ถูกเปลี่ยนเพียงแค่บางส่วน ไม่! ไม่! “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่า ๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17) ตัวเก่าของเราไม่ได้ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ส่งไปตรึงที่ไม้กางเขน ไม่ได้เปลี่ยนใหม่และปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่เพื่อตายและนำไปฝัง บางคนคิดว่าพวกเขาสามารถมาที่พระคริสต์เพื่อรับการให้อภัยและรับการชำระล้างามตามต้องการ และมาที่โมเสสเมื่อพวกเขาต้องการที่จะเป็นคนบริสุทธิ์! มันไม่ใช่อย่างนั้น! คุณจะกลายเป็นคนที่บริสุทธิ์ตอนที่รอดแล้ว - คุณจะกลายเป็นคนที่บริสุทธืมากขึ้นตอนที่มาวางใจในพระเยซูคริสต์ พระคริสต์ผู้อยู่บนไม้กางเขนคือที่มาของความรอด พระคริสต์ผู้อยู่บนไม้กางเขนเป็นแหล่งที่มาแห่งพระคุณของคุณ! พระเยซูช่วยเราจากบาปของเรา และพระเจ้า "ชำระบาป" ของเรา จำคำเหล่านี้

เมื่อผ่านเข้าไปน้ำลึกฉันเรียกพระองค์
แม่น้ำแห่งความเศร้าโศกจะถูกกวาดออกไป
เพราะฉันจะอยู่กับพระองค์และเดินในทางพระพร
และชำระในพระองค์ให้ขาวสะอาด
   (“How Firm a Foundation” by George Keith, 1638-1716)

ตอนนี้ข้อสุดท้ายที่สัญญาให้เราในพระคริสต์คือ "การไถ่" แต่มีคนบอกว่า "นั่นควรจะเป็นอันดับแรกให้กับเรา?" ใช่ แต่มันก็ยังเป็นอันดับสุดท้าย หากคุณเป็นคริสเตียนคุณก็จะเป็นอิสระจากบาป แต่คุณยังไม่ได้ถูกไถ่อย่างสมบูรณ์ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ถึงแม้ว่าเมื่อคุณตายคุณก็ยังไม่ได้รับการไถ่อย่างสมบูรณ์ คุณกำลัง "ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยจะเป็นอย่างบุตรคือที่จะทรงไถ่กายของเราทั้งหลายไว้" (โรม 8:23) การไถ่เราในพระคริสต์จะสมฐูรณ์ก็ต่อเมื่อถึงวันที่พระเยซูเสด็จมาในหมู่เมฆ

“ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะเสด็จมาจากสวรรค์ ด้วยเสียงกู่ก้อง ด้วยสำเนียงของเทพบดี และด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่และเหลืออยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น เพื่อจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละเราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์” (1 เธสะโลนิเก 4:16-17)

ร่างกายเก่าของฉันถูกทำให้เหมือนกับพระผู้ช่วยให้รอด เราก็จะเป็นขึ้นมาจากความตายและเป็นการไถ่ถอนนิรันดร์ – และมีชีวิตที่มีความสุขไปชั่วนิรันดร์ เพราะเราอยู่ในพระเยซูคริสต์ ผู้ที่อยู่ ณ จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของความรอดของเรา แต่ผมต้องรีบไปยังประการสุดท้าย

III. ประการที่สาม เราควรสรรเสริญพระเยซูคริสต์ที่ทรงช่วยกู้เราและตระเตรียมเพื่อเรา

ผมจะกล่าวถึงข้อนี้

“โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ สำหรับเราทั้งหลาย เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า”
   (1 โครินธ์ 1:30, 31)

พี่น้องคุณเห็นแล้วว่า การมีชีวิตของเราขึ้นอยู่กับพระคริสต์ และสมบูรณ์อยู่ในพระเยซูคริสต์ บรรดาผู้ที่รู้จักกับพระคริสต์อย่างแท้จริงจะมีสันติสุขอยู่ในพระองค์ - ต้องการที่จะอวดในพระคริสต์ที่พระองค์ทรงทำเพื่อพวกเขา

ฉันเกลียดที่จะได้ยินเสียงที่เรียกว่า "คำพยาน" ที่ผู้คนชอบพูดคุยเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง อย่างที่คนบาปทำกัน พูดอย่างละเอียดและเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระสกปรกของพวกเขา การทรยศของพวกเขาและการบิดเบือนของพวกเขา พวกเขามักจะจบด้วยคำพูดที่ว่า - "และฉันเชื่อพระเยซู" พวกเขาตรึงพระเยซูครั้งแล้วครั้งเล่า และก็สรรเสริญเยินยอและคุยโวเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองเป็นเวลาห้านาที – หลังจากนั้นก็มาถวายพระเกียรติแด่พระคริสต์! ผมปวดหัวกับคำพยานเช่นนี้ และผมคิดว่าพวกเขาก็ทำให้พระเจ้าปวดหัวด้วย

“เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า”
      (1 โครินธ์ 1:31)

คุณควรจะหาคำที่ดีๆมาพูดตอนที่มาเป็นพยานเพื่อสรรเสริญพระผู้ช่วยให้รอด! คุณควรจะพูดด้วยสติปัญญาและอย่างคนที่ชอบธรรมและถูกชำระล้างบาปและไถ่ถอนโดยพระเยซูคริสต์! คุณควรจะพูดถวายเกียรติแด่พระผู้ช่วยให้รอดและพระเป็นเจ้า

มีไม่กี่คำที่อยากจะพูดให้กับคนที่ยังไม่ได้รับความรอด คุณจะมาที่พระเยซูและได้รับพระพรเหล่านี้หรือไม่? พระเยซูจะช่วยคุณให้รอดในขณะที่คุณวางใจในพระองค์ พระโลหิตของพระองค์จะชำระคุณให้รอดพ้นจากบาปทั้งหมด คุณจะมาที่พระองค์หรือไม่? หรือคุณเลือกที่จะปฏิเสธพระองค์แล้วจิตวิญญาณของตกลงในหลุมนรกที่เปิดรออยู่ คำตอบของคุณคืออะไร?

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: 1 โครินธ์ 1:26-31
         ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์: “All I Need” (ไม่รู้จักผู้แต่ง).


โครงร่างของ

ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือพระเยซู

ALL I NEED IS JESUS

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 3 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส

“โดยพระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา ความชอบธรรม การแยกตั้งไว้ และการไถ่โทษ สำหรับเราทั้งหลาย เพื่อให้เป็นไปตามที่เขียนว่า ให้ผู้โอ้อวด อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า” (1 โครินธ์ 1:30, 31).

(1 โครินธ์ 1:26-29)

I.   ประการแรก สิทธิพิเศษที่ถูกนำมาที่พระเยซูคริสต์ โฮเชยา 11:4;
ยอห์น 6:44; เอเฟซัส 2:6; 2 เปโตร 2:5; ยากอบ 4:9-10; มัทธิว 22:14.

II.  ประการที่สอง การตระเตรียมนี้มีไว้สำหรับผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ สุภาษิต1:7; เอเฟซัส 1:6, 7; วิวรณ์12:11; 2 โครินธ์ 5:17; โรม 8:23; 1 เธสะโลนิเก 4:16-17.

III. ประการที่สาม เราควรสรรเสริญพระเยซูคริสต์ที่ทรงช่วยกู้เราและตระเตรียมเพื่อเรา
1 โครินธ์ 1:31.