Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การฟื้นฟูเพื่อความอยู่รอด

REVIVAL FOR SURVIVAL
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนครลอสแอนเจลิส
ช่วงเย็นวันของพระเป็นเจ้า 31 สิงหาคม ค.ศ. 2017
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Thursday Evening, August 31, 2017


กรุณายืนขื้นและร้องเพลงบทที่ 19 ในหนังสือเพลงของท่าน “Here is Love, Vast as the Ocean”

นี่คือความรัก กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทร รักใสบริสุทธิ์เหมือนสายน้ำ
   นั่นคือเมื่อโลหิตของเจ้าชายแห่งชีวิตพระผู้ไถ่เราไหลลงมา
จะไม่จดจำความรักของพระองค์หรือ?
   ใครสามารถหยุดร้องเพลงสรรเสริญของพระองค์ได้?
บนสวรรค์ไม่มีทางที่จะลืมพระองค์ไปตลอดช่วงชีวิตนิรันดร์

บนภูเขาแห่งการถูกตรึง และบ่อน้ำพุที่เปิดกว้างและลึก
   ผ่านประตูแห่งพระเมตตาของพระเจ้าไหลไปตามน้ำที่กว้างใหญ่และสง่างาม
พระคุณและความรักเช่นเดียวกับแม่น้ำใหญ่ ไหลไม่หยุดหย่อนจากข้างบน
   และสันติภาพของสวรรค์และความยุติธรรมที่สมบูรณ์แบบสู่โลกที่มีความผิด

ขอให้ข้าฯได้รับพระองค์ และรักตลอดไปทุกวันของข้าพระองค์
ขอให้ข้าพระองค์แสวงหาราชอาณาจักรของพระองค์เท่านั้นและจะสรรเสริญพระองค์
พระองค์ของข้าพระองค์ทรงสง่าราศีและไม่มีสักสิ่งใดในโลกที่ข้าพระองค์เห็นเช่นนั้น
   พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์สะอาดบริสุทธิ์และปล่อยข้าพระองค์ให้เป็นอิสระ

ในพระวจนะของพระองค์ได้นำเราโดยทางพระวิญญาณของพระองค์
   ข้าฯได้พบกับพระคุณของพระองค์และวางใจในพระเจ้าเท่านั้น
จากความบริบูรณ์และความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้ทรงฤทธิ์เ
   ข้าพระองค์โดยไม่สามารถวัดได้และไม่มีที่สิ้นสุดนำใจของข้าฯมาที่พระองค์
(“Here is Love, Vast as the Ocean” by William Rees, 1802-1883)

ขอให้ทุกคนอธิษฐานขอให้พระเจ้าสถิตอยู่กับเราที่นี่ในคืนนี้ (พวกเขาอธิษฐาน) ตอนนี้ร้องเพลงบทที่ 22, “The Strife Is O’er”

ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!
การปะทะและการต่อสู้ได้ผ่านพ้นไป
ที่สุดของชีวิตคือชัยชนะ
บทเพลงแห่งชัยชนะได้เริ่มแล้ว ฮาเลลูยา!
ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!

อำนาจแห่งความตายได้ถูกทำลาย
แต่พระคริสต์จะดำรงต่อไปเป้นนิตย์
ให้ตะโกนระเบิดออกมาด้วยความปิติยินดี
ให้ตะโกนระเบิดแห่งความปิติยินดี ฮาเลลูยา!
ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!

สามวันแห่งความโศกเศร้าผ่านพ้นอย่างรวดเร็ว
พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตายด้วยสง่าราศี
พระสิริของพระผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ของเรา! ฮาเลลูยา!
ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!

พระองค์ได้ทรงปิดประตูแห่งนรก
แผ่นดินสวรรค์ได้ลงมาแทน
จงร้องเพลงสรรเสริญชัยชนะของพระองค์ ฮาเลลูยา!
ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ได้รับบาดเจ็บจากมงกุฏหนาม
จากความตายอันน่ากลัวได้ปลดปล่อยทาสรับใช้ของพระองค์อิสระ
เพื่อเราจะได้มีชีวิตและร้องเพลงถึงพระองค์ ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!
ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา!
   (“The Strife Is O’er,” translated by Francis Pott, 1832-1909)

ขอให้ทุกคนอธิษฐานขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับเกียรติในค่ำคืนนี้ (พวกเขาอธิษฐาน) ตอนนี้ให้ร้องเพลงบทที่ 23, “And Can It Be?”

เป็นไปได้ไหมที่ฉันควรสนใจในโลหิตของพระผู้ช่วยให้รอดหรือไม่?
พระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิดความเจ็บปวด?
รักที่น่าอัศจรรย์!ไฉนพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์?
ความรักที่น่าอัศจรรย์! ไฉนพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์?

ความลึกลับทั้งหมด!ใครสามารถสำรวจการออกแบบพระองค์ได้?
พระองค์คือพระเจ้าทรงบังเกิดมาเป็นบุตรแรกแห่งความรัก
ความเมตตาทั้งหมดและขอให้โลกจงสรรเสริญพระองค์
ความรักที่น่าอัศจรรย์! ไฉนพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์?

พระองค์ทรงทิ้งบัลลังก์ของพระบิดาของพระองค์ไว้บนสวรรค์
พระองค์มาแต่ตัวว่างเปล่านอกจากความรัก
พระองค์จึงค้นพบข้าพระองค์และปลดปล่อยให้ข้าฯมีอิสระ
ความรักที่น่าอัศจรรย์! ไฉนพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์?

วิญญาณที่ถูกขังและอยู่ในความมืดมาเป็นเวลายาวนาน
ดวงตาที่สว่างไสวเปรียบเหมือนมังกร
ทรงปลอดโซ่ตรวนและปลดปล่อยให้ใจของข้าฯมีอิสระ
ความรักที่น่าอัศจรรย์! ไฉนพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์?

ตอนนี้ข้าฯจะไม่กลัวการลงโทษอีกเพราะพระเยซูทรงเป็นทุกสิ่ง
อยู่ในพระองค์ผู้ทรงเป็นศีรษะของข้าพระองค์และความชอบธรรม
ข้าฯเข้าสู่บัลลังก์นิรันดร์และสวมมงกุฎผ่านทางพระเยซูคริสต์
ความรักที่น่าอัศจรรย์! ไฉนพระองค์จึงทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์?
   (“And Can It Be?” by Charles Wesley, 1707-1788)

พวกคุณนั่งได้ ท่านมัคนยกของเรา ท่าน เบน กรี่ฟฟี่ จะออกมาร้องเพลง

ค่ำคืนนี้เรามาร้องเพลงสรรเสริญองค์พระเยซูคริสต์ - และพระองค์เท่านั้น! ตอนนี้เปิดพระคัมภีร์ของท่านไปที่สุภาษิตบทที่ 14ข้อ 14 ในหน้า 681 ฉบับ the Scofield Study Bible กรุณายืนขึ้นในขณะที่ผมอ่าน

“คนที่มีจิตใจหันหลังกลับจะได้รับผลเต็มด้วยวิธีการทั้งหลายของเขา และคนดีก็จะได้ผลดีแห่งการกระทำของเขาเอง” (สุภาษิต 14:14)

ถามตัวเองว่า "ฉันเดินไปตามเส้นทางของฉันเองหรือ? ใจของฉันเย็นชาจริงเหรอ? ฉันพยายามที่จะอธิษฐานเมื่ออยู่คนเดียว แต่ฉันรู้สึกว่าพระเจ้าไม่สถิตกับฉัน "นั่นคือตัวคุณหรือเปล่า? เมื่อคุณไปประกาศข่าวประเสริฐ ตอนนั้นมีไฟลุกไหม้ลุกโชติช่วงภายในและปราถนาที่จะนำคนบาปมาหาพระเจ้าหรือไม่? หรือความกระตือรือร้นของคุณต่อการประกาศนั้นมีน้อยมากๆ? เมื่อคุณได้ยินเสียงคนอธิษฐานให้คุณพร้อมที่จะพูดว่า "อาเมน" ต่อแต่ละคำในการอธิษฐานนั้นหรือไม่? หรือคุณคิดว่าพวกเขาไม่ดีเท่ากับคุณตอนคุณเริ่มอธิษฐานครั้งแรก? หรือคุณคิดว่า "เร็ว ๆ นี้คนเหล่านั้นก็จะเหนื่อยและละทิ้งกันไปเอง"? คุณมองหาข้อผิดพลาดของคริสเตียนใหม่หรือไม่? คุณคิดว่าพวกเขาไม่ดีเท่ากับคุณเมื่อคุณได้รับความรอดครั้งแรก? ตอนฟังคำเทศนาและดูเหมือนกำลังตอกย้ำหรือพูดถึงความผิดของคุณ คุณคุณคิดว่า "ฉันจะไม่มีวันสารภาพบาปเหล่านั้น คุณเองก็ไม่มีทางที่จะทำให้ฉันต้องสารภาพบาป"? คุณดีใจไหมเมื่อคนใหม่ให้ความสนใจ? หรือคุณคิดว่าพวกเขาไม่ดีเท่ากับคุณเมื่อคุณได้รับความรอดใหม่ๆ? คุณยังเป็นคริสเตียนที่ดีเช่นเดียวตอนที่คุณเมื่อคุณมารับควารอดครั้งแรกหรือไม่? หรือใจของคุณเย็นชาและว่างเปล่า?

“คนที่มีจิตใจหันหลังกลับจะได้รับผลเต็มด้วยวิธีการทั้งหลายของเขา และคนดีก็จะได้ผลดีแห่งการกระทำของเขาเอง” (สุภาษิต 14:14)

ตอนที่คุณได้รับการช่วยกู้แรกๆนั้น คุณทำอะไรให้กับพระเจ้าบ้าง เมื่อก่อนนั้นคุณบอกว่า "ฉันรักในการรับใช้พระเยซู ฉันไม่สามารถทำอะไรมากให้กับพระองค์" คุณพูดอย่างนั้นได้มั้ย? คุณพูดอย่างนั้น และตอนนี้ยังเป็นนั้นอยู่หรือเปล่า? ผมไม่ใช่แค่พูดกับคนหนุ่มเท่านั้น ผมกำลังพูดให้กับคนกลุ่ม "39 คน" ผมกำลังพูดให้กับคนสูงอายุและอนุชน ผมไม่ได้พูดให้กับหนุ่มสาวที่หลงหาย ผมกำลังพูดให้กับคุณที่ได้รับการช่วยกู้ชีวิตมาเป็นเวลานานแล้ว คุณสูญเสียความรักแรกของคุณหรือไม่? คุณเต็มไปด้วยความรักต่อพระคริสต์อย่างที่คุณเคยเป็นมาก่อน คือตอนที่คุณได้รับการช่วยกู้เป็นครั้งแรกหรือไม่? พระเยซูตรัสกับคริสเตียนที่เมืองเอเฟซัสว่า

“แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักดั้งเดิมของเจ้า เหตุฉะนั้น จงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าได้หล่นจากมาแล้วนั้น จงกลับใจเสียใหม่ และประพฤติตามอย่างเดิม มิฉะนั้นเราจะรีบมาหาเจ้า และจะยกคันประทีปของเจ้าออกจากที่ เว้นไว้แต่เจ้าจะกลับใจใหม่” (วิวรณ์ 2:4, 5)

ผมเป็นนักเทศน์มานานเกือบ 60 ปี ใจของผมเริ่มท้อถอยในช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ผมรอดพ้นจากใจที่ท้อแท้นั้นอย่างไร? มันเกิดขึ้นด้วยวิธีนี้ เริ่มแรก ผมตระหนักว่าใจของผมเต็มไปด้วยวิถีทางของฉผมเอง ผมรู้สึกเสียใจกับตัวเอง ผมรู้สึกเศร้า ผมบ่นเกี่ยวกับสิ่งที่ยุ่งยากเลวร้ายนี้ ประการที่สอง ผมเริ่มรู้ว่า ผมได้ละทิ้งความรักครั้งแรกที่เคยมีกับพระเยซู ประการที่สาม ผมจำได้ว่า ผมหนีไปไกลแค่ไหน ผมถูกทำให้รสำนึกความผิดบาปที่มีระหว่างผมกับพระเยซู จากนั้นผมจำได้ว่าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้บาปของผม ผมกลับใจใหม่และวางใจในพระองค์ใหม่ เกือบจะเป็นแบบการกลับใจใหม่รอบสอง ให้เราร้องเพลง “Fill All My Vision”

พระผู้ช่วยให้รอดข้าฯอธิษฐานขอเติมนิมิตของข้าพระองค์
   ในวันนี้ขอให้ข้าพระองค์เห็นพระเยซู
แม้ว่าจะผ่านหุบเขาพระองค์ก็ยังทรงนำ
   สง่าราศีของพระองค์อยู่ล้อมรอบข้าพระองค์
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระองค์ทรงเต็มนิมิตของข้าฯให้เต็ม
   จนสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่ภายในข้าฯ
(“Fill All My Vision” by Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985)

ผมจะไม่ขอร้องให้คุณทำอะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากทำ ผมให้คำแนะนำแก่ จอห์น คาแกน ให้ออกไปประกาศ ในที่สุดเขาก็บอกว่าเขาจะทำ แล้วผมก็พบว่าเขาเป็นนักเทศน์ที่ดีกว่าผมเสียอีก เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้มแข็งมาแรง ในขณะที่ผมเองกำลังแก่ลงเรื่อยๆ ผมเริ่มอิจฉาจอห์น มันทรมานผมจนกระทั่งคืนหนึ่งผมได้สารภาพกับเขา แล้วผมก็สารภาพกับคุณด้วย แล้วผมก็หายเป็นปกติ ผมขอให้คุณทำอย่างนี้ในค่ำคืนนี้เหมือนอย่างทีผมทำ ผมรู้สึกแย่และกลัวว่าคุณอาจจะไม่ต้องการให้ผมกลับมาเทศนาให้กับพวกคุณอีกต่อไป จากนั้นพระเจ้าทางส่งการฟื้นฟูลงที่คริสตจักรของเรา และผมต้องกลับใจใหม่และกลับไปหาพระเยซูเพื่อรับการชำระอีกครั้งด้วยโลหิตอันล้ำค่าของพระองค์ ดูเหมือนว่าป็นเรื่องแปลกให้กับคุณแปลกที่ชายอายุ 76 ปีผู้ซึ่งเทศนามานานกว่า 60 ปีต้องกลับใจใหม่? ไม่เลย ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะนี่เป็นวิธีเดียวที่จะได้รับการฟื้นฟูใหม่ในใจของคุณ "จงกลับใจใหม่และทำผลงานแรก" (วิวรณ์ 2:5) กลับใจใหม่อีกครั้งและอีกครั้ง กลับมาหาพระเยซูและรับการชำระด้วยพระโลหิตของพระองค์อีกครั้งและอีกครั้ง! นักปฏิรูปอย่าง ลูเธอร์ กล่าวว่า "ชีวิตทั้งชีวิตของเราคือการกลับใจอย่างต่อเนื่องหรือไม่หยุดหย่อน" ลูเธอร์ต้องกลับใจใหม่และกลับมาหาพระเยซูเพื่อรับการชำระ คุณและผมต้องทำอย่างนั้นด้วย

ผมเชื่อว่ายากอบ 5:16 กล่าวถึงการฟื้นฟู ซึ่งกล่าวว่า "สารภาพความผิดให้แก่กันและกัน และอธิษฐานเผื่อกันและกัน เพื่อจะได้รับการรักษาโรคให้หาย...” ให้สังเกตคำว่า “ความผิด” คำภาษากรีกคือ" paraptōma” ดร. Strong กล่าวว่าความหมายหลักของคำนี้คือ "ลื่น [เป็น] ข้อผิดพลาดหรือความผิดพลาดและความบาปอื่น ๆ" สิ่งที่เราถูกขอให้สารภาพไม่ใช่เฉพาะความบาปที่ยิ่งใหญ่ แต่ที่นี่เราได้รับการบอกกล่าวให้สารภาพว่า" การลื่นไถล "ข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องของเรา" ความโกรธของเราที่ใครบางคน ความอิจฉาของเรา, การขาดความรัก, ความผิดพลาดอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเรากับพระเจ้า

บ่อยครั้งที่ใจของเราได้รับการรักษาโดยการยอมรับความผิดของเราต่อพระพักต์พระเจ้า และในพระองค์เท่านั้น ผมสังเกตเห็นใบหน้า กาย เพินป์ ผมจึงรู้สึกรักและห่วงใย ก่อนหน้านี้เขามีความขมขื่นและโกรธ ผมจึงถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกผมว่า "ผมเห็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานกับนางเชอร์ลีลีอย่างไร ผมอยากมีสันติสุขและความสุขอย่างที่เธอมี ผมได้สารภาพต่อพระเจ้าว่าผมรู้โกรธศิษยาภิบาล แล้วทันใดนั้นความโกรธของผมก็หายไปและผมก็มีสันติสุขและรู้สึกว่ามีความกังวลต่อคนอื่น ๆ "ดีมากๆ! ซึ่งนั่นทำให้ผมมีความสุขอย่างมาก ตอนที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น! ผมบอกเขาว่า ผมรักเขา นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าการสารภาพต่อกันและกัน มันเกี่ยวกับการให้อภัยผู้อื่นและรับสันติสุขและความสุขใหม่จากพระเจ้า! นั่นคือสิ่งที่ทำให้เกิดการฟื้นฟู - คุณจะมีสันติสุขและความสุขใหม่เมื่อคุณยอมรับความผิดของคุณต่อพระพักต์พระเจ้า

แต่เมื่อมีการเคลื่อนไหวจากพระเจ้าในหมู่พวกเรา คุณควรสารภาพความผิดบาปของคุณโดยตรงต่อพี่น้องในคริสตจักร คุณควรจะสารภาพความผิดของคุณเหมือนอย่างที่ ยากอบ 5:16 สามารถแปลตามตัวอักษรว่า “ให้ฝึกสารภาพความผิดของคุณต่อกันและกัน และฝึกอธิษฐานเผื่อกันและกัน ซึ่งหมายความว่าคุณไม่รอจนกว่าปัญหานั้นจนเกินที่จะรักษาหรือแก้ไข ถึงจะสารภาพ” (RCH Lenski) ในประเทศจีนพวกเขาปฏิบัติฝึกสารภาพความผิดของคุณต่อกันและกัน และฝึกอธิษฐานเผื่อกันและกัน นั่นแหละที่การฟื้นฟุเกิดขึ้นที่นั่น

ผมบอกพี่น้องคนหนึ่งว่า ผมอยากจะเชิญคุณมาและผมจะอธิษฐานเผื่อ เหมือนอย่างที่ผททำให้กับคนอื่นๆ ผมถามเขาว่า "คุณคิดว่าใครจะมา?" เขาคิดถึงเรื่องนี้สักระยะหนึ่งแล้วเขาก็ตอบว่า "ไม่ ไม่มีใครจะมา "ฉันถามเขาว่าทำไมคุณถึงไม่มา เขาบอกว่าคุณคิดว่าฉันต้องการการฟื้นฟูเพื่อให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นมาที่โบสถ์ของเรา แต่นั่นไม่ใช่เหตุผล ถามตัวเองว่าจะทำอะไรดีถ้ามีผู้คนเข้ามามากขึ้น? เราจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไรหากพวกเขามา? เรามีมิตรภาพความสุขและความสามัคคีในหมู่พวกเขา แต่คุณมีที่ตัวเอง? คุณล่ะ? หรือคุณมีศาสนาเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีความรัก? คุณไม่ได้รักและห่วงใยกันและกันใช่ไหม คุณไม่ได้มีมิตรภาพที่ลึกคุณ? คุณไม่ได้มีความสุขคุณ? คุณไม่ได้มีสามัคคีธรรมลึกคุณ? หัวใจคุณไม่ค่อยรักคนใหม่ใช่หรือเปล่า? ซื่อสัตย์คุณไม่มีความรักกับพระเยซูอีกต่อไปไหม? เราจะนำเสนอสิ่งเหล่านี้แก่ผู้อื่นได้อย่างไรเมื่อเราไม่มีตัวเอง

เมื่อฉันขอให้คุณสารภาพความผิดพลาดและความบาปของคุณคุณคิดว่า "มันทำให้ฉันลำบากใจที่จะทำอย่างนั้น" คุณกำลังทำงานอยู่แล้ว - ทำงานหนัก! ไม่ใช่งานที่คุณต้องการ มันเป็นความรักมากขึ้น! ความรักต่อพระคริสต์มากขึ้น! ความรักที่มีต่อกันและกันจะเกิดขึ้นเมื่อเรามีความรักมากขึ้นเท่านั้น!

เติมนิมิตของข้าพระองค์ในทุกๆทาง
   สง่าราศีของพระองค์ดลจิตวิญญาณของข้าฯ
ความสมบูรณ์และความรักอันบริสุทธิ์ของพระองค์
   เหมือนน้ำจากเบื้องบนท่วมทางเดินของข้าฯ
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระเจ้าทรงเต็มนิมิตของข้าฯทั้งหมด
   จนมีสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์มีอยู่ภายในข้าฯ

ผมนึกถึง แซมซัน คืนอื่น สี่บททั้งปวงในพระคัมภีร์มีไว้สำหรับ Samson เขาเป็นคนที่บันทึกไว้ในฮีบรู 11:32 เมื่อไหร่ที่เขาช่วยชีวิต? ฉันเชื่อว่าเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือจนกว่าจะถึงเวลาไม่กี่นาทีก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในที่สุดเมื่อเขาร้องไห้ออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า แต่พระเยซูได้ทรงเรียกให้เป็นคนบริสุทธิ์ "จะเป็นนาศีร์ถวายแด่พระเจ้า" (ผู้วินิจฉัย 13: 5) " และบางครั้งบางคราวพระวิญญาณของพระเยโฮวาห์ก็ทรงตั้งต้นเร้าใจเขา" (ผู้พิพากษา 13:25) แต่แซมสันไม่ได้รักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจ ตลอดชีวิตสั้น ๆ ของเขาเขาก็เหมือนคุณ เขาคิดว่าเขาสามารถใช้ชีวิตคริสเตียนด้วยพลังของตัวเองด้วยพลังของตัวเอง แต่เขาไม่สามารถ เขาล้มเหลวอีกครั้งเช่นคุณและฉัน ในที่สุดกองกำลังซาตานพาเขาออกไปและมองดู "และเอาโซ่ตรวนทองเหลืองล่ามท่านไว้ และให้ท่านโม่แป้งอยู่ในเรือนจำ" (ผู้วินิจฉัย 16:21)

โอ้พี่น้องทั้งหลายไม่ใช่ว่าพวกท่านบางท่านเป็นเหมือนอย่างชอบแซมหรือเปล่า? คุณได้รับการทรงเรียกจากพระเยซู คุณได้รับการย้ายจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อทำสิ่งดีๆให้กับพระเจ้าในอดีต แต่คุณค่อยๆกลายเป็นขมและเศร้า ตอนนี้คุณไม่มีความสุข คุณไม่มีความรักที่แท้จริงสำหรับคริสตจักรในขณะนี้ คุณมาโบสถ์ด้วยตาตาบอด ศาสนาของคุณน่าเบื่องานหนักและไม่มีความสุข งานน่าเบื่องานทาส! นั้นคือทั้งหมด! คุณมาโบสถ์เป็นทาส มันน่าเบื่อหน่าย คุณไม่ได้รักการมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว คุณ "บดในเรือนจำ" เช่น แซมซัน ที่อ่อนแอ ฉันไม่ทราบว่าคนอื่น ๆ คิดอย่างไรกับเขา แต่ฉันได้ร้องไห้น้ำตาขมเมื่อฉันอ่านเรื่อง "การบดในเรือนจำ" - ผูกมัดกับห่วงทองสัมฤทธิ์และโซ่ตัดออกไปผลักดันโรงสีที่บดเม็ดชั่วโมง หลังจากชั่วโมง

และฉันรู้ว่านั่นคือศาสนาของคุณด้วยและบางครั้งหัวใจฉันก็ร้องไห้สำหรับคุณ คุณไม่มีความสุข คุณไม่มีความรัก คุณไม่มีความหวัง คุณเพียงแค่ไปบดเป็นทาสในเรือนจำ ใช่ สำหรับคริสตจักรบางท่านคริสตจักรนี้เป็นเรือนจำซึ่งเป็นเรือนจำที่คุณบดบังการบริการซึ่งคุณจะบดบังงานทาสของการประกาศข่าวประเสริฐ คุณเกลียดมัน! แต่คุณไม่ทราบวิธีที่จะหลบหนี! คุณผูกพันกับโซ่จิตวิญญาณ, บด, บด, บดด้วยความหวังไม่มี บางครั้งคุณคิดที่จะออกเดินทาง ฉันรู้ว่าคุณบางคนทำ แต่คุณไม่สามารถออกได้ เพื่อนคนเดียวที่คุณมีอยู่ที่นี่ ญาติคนเดียวที่คุณมีอยู่ที่นี่แล้ว! วิธีที่คุณสามารถหลบหนีไม่หยุดหย่อนบด, น่าเบื่อหน่ายความเกลียดชังและการทำงานของคริสตจักรที่ดูเหมือนคุกเฮ้าส์ให้คุณ? ฉันต้องการช่วยคุณ! พระเจ้าทรงรู้ข้า! มีวิธีเดียวที่จะหลบหนี คุณรู้จักนักเทศน์ได้อย่างไร? เพราะฉันอยู่ในสถานที่เดียวกันกับที่คุณเป็นอยู่แล้ว! ฉันถูกล่ามโซ่ในโบสถ์เจียรบดเกลียด - แต่หาทางหลีกเลี่ยงไม่ได้! วิธีเดียวที่จะหลบหนีคือพระเยซู! ยอมรับความผิดพลาดของคุณ! ทำไมไม่? ความผิดพลาดของคุณคือโซ่ที่ผูกมัดคุณ! กำจัดพวกเขา! จงกลับใจและรับการชำระบัญชีด้วยโลหิตเพราะว่าพระเยซูเท่านั้นที่สามารถหลุดโซ่ของท่านและปล่อยท่านให้เป็นอิสระอีกครั้ง

“ท่านทั้งหลายจงสารภาพความผิดต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้หายโรค...” (ยากอบ 5:16)

สารภาพความกลัวข้อกังขาความบาปความโกรธความขมขื่น ความหึงหวงของ คุณ "จงสารภาพความผิดของคุณต่อกันและกันและอธิษฐานเพื่อกันและกันเพื่อจะได้หายดี ... " (ยากอบ 5:16) นางลีทำมันแล้ว! พระเยซูทรงรักษาเธอไว้ กาย เพินป์ ทำสิ่งนั้นและพระเยซูทรงรักษาเขาให้หาย ตอนนี้มีรังสีแห่งความหวัง คุณคิดว่า "มันเป็นความจริงหรือ?" ใช่! มันเป็นความจริง! ทุกคนโปรดอธิษฐานเพื่อคนที่จะสารภาพความผิดพลาดของพวกเขาและได้รับการเยียวยาจากพระเยซู (พวกเขาอธิษฐาน)

"พระเยซูตรัสว่า" ความสุขคือคนที่เศร้าโศก "(มัทธิว 5: 4) ซึ่งหมายถึงคนที่รู้สึกเกลียดชังและร้องไห้ บาปเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคริสเตียนผู้ปรารถนาการฟื้นฟูและการฟื้นคืนชีพมักเกี่ยวข้องกับสิ่งที่โลกไม่สามารถมองเห็นได้ การฟื้นฟูฟื้นคืนชีพขึ้นสู่ที่มืด ... เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัว Evan Roberts จะเตือนพวกเขาว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะไม่เกิดขึ้นจนกว่าคนจะถูกเตรียมไว้ว่าเราต้องกำจัดความรู้สึกที่ไม่ดีทั้งหมดออกจากโบสถ์ อิจฉาอคติและความเข้าใจผิด [อย่าอธิษฐาน] จนกว่าความผิดทั้งหมดจะได้รับการอภัย แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณไม่สามารถให้อภัยก้มลงกับฝุ่นละอองและขอให้มีจิตวิญญาณที่ให้อภัย คุณจะได้รับมันแล้ว '"... คริสเตียนที่สะอาดสามารถอยู่ใกล้พระเจ้าเท่านั้น (Brian H. Edwards, Revival, Evangelical Press, 2004, p. 113)... "ทุกคนลืมทุกคน แต่ละคนเผชิญหน้ากับพระเจ้า (ขณะสารภาพบาปของตน) ... นี่เป็นเรื่องปกติของการฟื้นคืนชีพเกือบทุกแบบ ไม่มีการฟื้นตัวโดยปราศจากการลงโทษอันลึกซึ้งอึดอัดและอ่อนน้อมถ่อมตนในความบาป "(ibid., p. 116) ... " วันนี้เรามีคริสตจักรที่ไม่สุภาพเพราะคริสเตียนไม่รู้สึกบาปหรือกลัว ... บรรดาผู้ที่ต้องการฟื้นฟู ควรเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบจิตใจและการมีชีวิตอยู่ต่อหน้าพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ ถ้าเราปกปิดบาปของเราและอย่าสารภาพว่าตอนนี้เราจะไม่มีการฟื้นตัว ... พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทำให้คริสเตียนรู้ถึงบาปที่เล็กที่สุด ... บรรดาผู้ที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในที่ที่มีพระเจ้าองค์บริสุทธิ์อยู่ ตระหนักถึงบาปส่วนบุคคล ... การทำงานที่ลึกซึ้งของความเชื่อมั่นนี้เสมอนำไปสู่อิสรภาพและความสุขในประสบการณ์ใหม่ที่พบจากการให้อภัย หลังจากที่ "ใจแคบ" ก็เกิดระเบิดขึ้นจากความสุขในเรื่องความรอด "(ibid., หน้า 120)

เรามีเยาวชนอายุสิบเจ็ดคนหวังว่าจะได้รับการดัดแปลงในการประชุมเหล่านั้น เรามีประสบการณ์สัมผัสของการฟื้นตัวในการประชุมเหล่านั้น อย่างน้อยที่สุดคนหนุ่มสาวเหล่านี้ก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ไม่มีใครคาดหวังให้พวกเขาตื่นขึ้นและหวังว่าจะได้รับความรอด เมื่อฉันประกาศชื่อของพวกเขาไม่มีใครชื่นชมยินดีในการชุมนุมของเรา ทำไมเจ้าไม่ได้เปรมปรีดิ์? ในประเทศจีนพวกเขาจะได้ร้องไห้ด้วยความปิติยินดี! ทำไมไม่มาที่นี่?

มีเด็กหนุ่มสิบเจ็ดคนหวังว่าจะได้ช่วยชีวิต แต่ก็ไม่มีน้ำตาแห่งความสุขและไม่มีความสุขใด ๆ ในหมู่พวกเรา ทำไม? เพราะ "ผู้ที่ถอยกลับในใจจะเต็มไปด้วยวิถีของพระองค์เอง" (สุภาษิต 14:14)

“พระองค์จะไม่ทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายฟื้นอีกหรือ เพื่อประชาชนของพระองค์จะได้เปรมปรีดิ์ในพระองค์?” (สดุดี 85:6)

เราไม่สามารถเปรมปรีดิ์ด้วยน้ำตาจนกว่าเราจะยอมรับความผิดพลาดของเราด้วยน้ำตา! ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศจีน ทำไมไม่อยู่ในคริสตจักรของเรา? คุณกลัวที่จะยอมรับความผิดพลาดของคุณต่อกันและกันและอธิษฐานเพื่อกันและกันเพื่อให้คุณได้รับการเยียวยา กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าจะหยุดคุณจากการสารภาพ อิสยาห์ตรัสว่า "เจ้าเป็นใครเพื่อเจ้าจะกลัวคนที่จะต้องตาย ... และลืมพระเจ้าผู้ทรงกระทำให้เจ้า ... " (อิสยาห์ 51:12, 13)

“โอ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงค้นดูข้าพระองค์
และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์
ทรงทราบจิตใจของข้าพระองค์
ทรงลองข้าพระองค์ และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์
และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใด ๆ ในข้าพระองค์หรือไม่
และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์”
(สดุดี 139:23, 24)

เติมนิมิตของข้าฯจากความล้มเหลวเพราะความบาป
   เงาแห่งสว่างส่องแสงภายใน
ขอให้ข้าฯเห็นเพียงใบหน้าที่มีความสุขของพระองค์
   ทรงเลี้ยงจิตวิญญาณของข้าฯโดยพระคุณของพระองค์
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระเจ้าทรงเต็มนิมิตของข้าฯทั้งหมด
   จนมีสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์มีอยู่ภายในข้าฯ
(“Fill All My Vision,” Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985)

ก่อนหน้านั้นคุณไม่ได้มา คุณรู้ว่าควรมา แต่คุณกลัว นางชานบอกกับผมว่า เธอรู้สึกแย่มากที่ตอนที่คุยทางโทรศัพท์ แล้วผมก็มองไปที่เธอในเช้าวันอาทิตย์ – และนางชานก็มองมาที่ผม ผมเห็นเธออยากจะเข้ามา ผมจึงจับมือของเธอและบอกว่า "มา" เธอก็มา เธอกลัวที่จะมา เพราะเธอเป็นภรรยาของ ดร. ชาน! กลัวคนจะคิดอย่างไรถ้าเธอสารภาพความผิดของเธอ? จงลืมเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิด! ในขณะที่เรายืนและร้องเพลง ให้เข้ามาและคุกเข่าลงที่นี่และยอมรับความผิดของคุณ พระเจ้าทรงช่วยคุณและจากนั้นพระโลหิตของพระคริสต์ที่หลั่งออกมาบนไม้กางเขนจะทำความสะอาดคุณอีกครั้ง

เติมนิมิตของข้าฯจากความล้มเหลวเพราะความบาป
   เงาแห่งสว่างส่องแสงภายใน
ขอให้ข้าฯเห็นเพียงใบหน้าที่มีความสุขของพระองค์
   ทรงเลี้ยงจิตวิญญาณของข้าฯโดยพระคุณของพระองค์
พระผู้ช่วยให้รอดขอพระเจ้าทรงเต็มนิมิตของข้าฯทั้งหมด
   จนมีสง่าราศีของพระองค์ส่องแสงอยู่ในจิตวิญญาณของข้าฯ
เติมนิมิตของข้าพระองค์ให้เห็นทุกอย่าง
   ความบริสุทธิ์ของพระองค์มีอยู่ภายในข้าฯ
(“Fill All My Vision” by Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985)

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“More Love to Thee” (by Elizabeth P. Prentiss, 1818-1878).