Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




โปรดสำแดงสง่าราศีของพระองค์

SHOW ME THY GLORY
(Thai)

เทศนาโดยดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนคร ลอสแอนเจลิส
เย็นวันของพระเป็นเจ้า 12 สิงหาคม ค.ศ. 2017
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Saturday Evening, August 12, 2017


กรุณาเปิดพระคัมภีร์ของคุณไปกับผมไปที่อพยพบทที่ 33 ซึ่งอยู่ในหน้า 115 ของฉบับ the Scofield Study Bible และดูไปที่อพยพ 33:18 นี่คือบทอธิษฐานของโมเสสต่อพระเจ้า

“และท่านกราบทูลว่า ข้าพระองค์ทูลวิงวอน [ข้าฯขอร้อง] ต่อพระองค์ ขอทรงโปรดสำแดงสง่าราศีของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด” (อพยพ 33:18)

พวกคุณนั่งได้ พวกคุณยังคงจำได้คำเทศนาของ จอห์น ซามูเอล ในหัวข้อ "คำสั่งและการโต้แย้งในคำอธิษฐาน" และคุณเองก็สามารถหาคำอธิษฐานหลายอย่างเหมือนเช่นในอพยพบทที่ 32 และ 33 โมเสสอธิษฐานต่อพระเจ้าในข้อ 15 และข้อ 18 เช่นในข้อ 15 โมเสสกล่าวว่า " “ถ้าพระองค์ไม่ได้เสด็จไปกับข้าพระองค์" ในข้อ 18 โมเสสกล่าวว่า “ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์ ขอทรงโปรดสำแดงสง่าราศีของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด” คำว่า "พระสิริ" ในภาษาฮีบรู kavōd หมายความว่า "น้ำหนักของพระเจ้า" ผมเองรู้สึกว่า "น้ำหนัก" ในที่นี้เกิดขึ้นหลายครั้งในชีวิตของผม เช่นตอนที่ผมนอนหอบอยู่ที่สนามหญ้าสุสาน Forest Lawn Cemetery ตอนนั้นผมแค่อายุ 15 ปี ผมรู้สึกว่าน้ำหนักอันนุ่มนวลของพระเจ้าได้ลงมาบนผมเหมือนกับผ้าปูเตียงอ่อนๆ และในงานฟื้นฟูทั้งสามครั้งที่ผมได้เห็นก็มี kavōd มันเป็นความรู้สึกเหมือนอากาศอยู่รอบๆตัวผม ไบรอัน เอชเอ็ดเวิร์ดส์ กล่าวว่า "คนไม่อาจอธิบายถึงการทรงปรากฏตัวของพระเจ้า แต่จะกล่าวถึงประสบการณ์พิเศษแห่งการฟื้นฟู" (Revival: A People Saturated With God, p. 136) "อาดัมและเอวาหลบซ่อนตัวจากพระเจ้าและ คาอิน "หนีออกไปจากองค์พระผู้เป็นเจ้า’" (ibid., หน้า 135) "การทรงสถิตของพระเจ้าที่งานฟื้นฟูกลายเป็นการสัมผัส [อยู่ใกล้]" (ibid. หน้า 134) "ในการฟื้นฟู [การปรากฏตัวของพระเจ้า] กลายเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าบางครั้งก็เป็นที่ครอบงำ" (ibid., p. 135)

"นี่คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจว่าการฟื้นฟูคืออะไร แต่นี่คือการนมัสการในสมัยนี้ขาดไป ก็คือการทรงสถิตของพระเจ้า... นั่นคือเหตุผลที่เราสามารถเข้าใจว่าเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับการนมัสการ เพราะการงานที่สำคัญของพระวิญญาณในงานฟื้นฟูคือประสบการณ์ที่ทำให้เราเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงพระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ... ส่วนการฟื้นฟูแตกต่างกันไป ต้องรู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่ที่นั่นและแม้แต่คนที่ไม่เชื่อก็ยอมรับว่า 'พระเจ้าทรงรักคุณจริงๆ' 1 โครินธ์ 14:25 "(ibid., หน้า 134) "เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จ [ลง] มา พระองค์ทรงรับฟังคำอธิษฐานในคริสตจักร และทรงเป่าลมใหม่ที่เป็นชีวิตใหม่ให้กับพวกเขา" (Ibid., หน้า 129) "การฟื้นฟู การอธิษฐานกลายเป็นความสุขและความปีติยินดี" (ibid., p. 128) หลังจากคริสเตียนสารภาพได้นำไปสู่การชำระใหม่ด้วยพระโลหิตของพระคริสต์

ที่เซโซนี่ "ความรู้สึกใกล้ชิดของพระคริสต์ได้มอบให้แก่เราทุกคนในเวลาเดียวกัน ... สิ่งที่พระเจ้าทรงทำ [ตั้งแต่นั้น] จนกระทั่งถึงฤดูหนาวของปีเดียวกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจเปิดเผยได้ สถานที่ทั้งหมดดูเหมือนพลับพลาของพระเจ้ากับมนุษย์ "(ibid., p. 135) ที่เกาหลีในปี 1907 "ในขณะที่แต่ละคนเดินเข้าไปในโบสถ์รู้สึกว่าห้องเต็มไปด้วยพระพักตร์ของพระเจ้า ... ในคืนนั้นมีความรู้สึกถึงความใกล้ชิดของพระเจ้าที่ไม่สามารถอธิบายได้" (ibid., pp. 135, 136)

เดือนพฤศจิกายนปี 1980 เพื่อนและผมไปที่เมือง มาร์ฟรีสโบโร รัฐแทนนาซี่ เพื่อสัมภาษณ์ ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ ให้กับรายการโทรทัศน์ที่เราทำ ดร. ไรซ์แก่ชราและก็เป็นโรคที่เดินไม่ได้ ตอนนั้นท่านมีอายุ 85 ปี และนั่งอยู่บนรถเข็น ในขณะที่พวกเขาพาท่านเข้ามาในห้อง เพื่อนของผมและผมรู้สึกแบบ “kavōd” ซึ่งเป็นเหมือนฟ้าผ่าลงมาจากสวรรค์ ผมทราบว่าพระเจ้าได้เสด็จลงมา เพราะว่าเป็นความรู้สึกที่เคยเกิดขึ่นเหมือนงานฟื้นฟูทั้งสามครั้งที่เคยเห็นมาก่อน

เราได้ไปเช่ากล้องถ่ายรูปและช่างภาพในเมืองนั้น ตากล้องคนนั้นมีพื้นเพมาจากคาทอลิก แต่ได้ออกจากคริสตจักรคาทอลิคนานแล้ว ในขณะที่เรากำลังสัมภาษณ์ ดร. ไรซ์ ช่างภาพคนนี้ได้ร้องไห้ เขาร้องไห้ตลอดในขณะที่ ดร. ไรซ์ กล่าวถึงการทำพันกิจของท่าน จากนั้นการสัมภาษณ์ก็สิ้นสุดลงและพวกเขาก็พา ดร. ไรซ์ไปที่รถ ส่วนเพื่อนและผมอยู่ในห้องกับช่างภาพตามลำพัง ช่วงนั้นเขายังคงร้องไห้ เขาถามผมเกี่ยวกับ ดร. ไรซ์ และผมได้อธิบายให้เขาว่า ท่านเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ในขณะที่ผมพูด ผมเองรู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้าๆ ตากล้องก็ยังคงร้องไห้อยู่ ผมจึงบอกเขาว่า "พระเยซูทรงรักคุณ จงวางใจพระองค์และพระองค์จะทรงชำระคุณเสียจากบาป" ผมไม่ได้บอกให้เขาทำ แต่เขาล้มตัวลงคุกเข่าและวางใจในพระเยซูด้วยน้ำตาไหลออกมา นี่เป็นเรื่องง่ายเพราะพระเจ้าทรงสถิตที่นั่น "พระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ที่ไหน เสรีภาพก็มีอยู่ที่นั่น" (2 โครินธ์ 3:17) ผมรู้ว่ามันง่ายแค่ไหนที่ผู้มาเยี่ยมคริสตจักรของเราจะกลับใจใหม่ ถ้าเรามีฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณของพระเจ้าเหมือนเช่นดร. จอห์น อาร์ ไรซ์!

แต่ยังมีอีกข้อที่สำคัญมากหากพระเจ้าทรงสถิตอยู่ มันเป็นส่วนหนึ่งของสวรรค์ ผมรู้ว่าสวรรค์ดูเหมือนจะไม่จริงให้กับหลายท่านในตอนนี้ แต่เมื่อ "kavōd" ของพระเจ้าลงมาในคริสตจักรของเรา และเมื่อคุณได้รับการสัมผัส คุณจะรู้สึกว่านั่นมาจากสวรรค์ เพราะเป็นเหมือน "พระสิริของพระเจ้า" แม้คุณจะคิดว่าสวรรค์เป็นแนวคิดแบบนามธรรม เมื่อคุณเข้ามาในคริสตจักรและพระเจ้าสถิตกับเราที่นี่ คุณจะรู้สึก "ลิ้มรส" ความเป็นจริงและความสุขแห่งสวรรค์ จากนั้นคุณจะสามารถร้องเพลงของ จอห์น ดับบริว พีเตอร์ซัน ด้วยความสุขที่เปี่ยมล้น!

สวรรค์ได้ลงมาและพระสิริอันเต็มล้น
ตอนที่กางเขนของพระผู้ช่วยให้รอดทรงทำให้ข้าฯสะอาด
บาปของข้าฯถูกล้างออกและกลางคืนของข้าฯเปลี่ยนเป็นกลางวัน -
สวรรค์ลงมาและจิตวิญญาณของข้าฯก็เต็มไปด้วยพระสิริ
   (“Heaven Came Down” by John W. Peterson, 1921-2006)

ตอนนี้ผมไม่ได้พูดถึงความบ้าคลั่งอย่างพวกเพ็นเทคอส หรืออะไรบางอย่าง หรือความคิดที่ผิด ๆ หรือเกี่ยวกับพวกคาลิสเมติสต์ โอ้ไม่นะ! เพราะพวกเขามักจะพยายามที่จะให้พระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จลงมาโดยการทุบตีกลองหรือการพูดภาษาแปลก ๆ แม้พวกเขาทำในสิ่งที่ดี แต่นั่นไม่ใช่วิธีการที่พระเจ้าจะทรงเสด็จลงมาในที่ประชุม และเปลี่ยนผู้เชื่อใหม่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นให้กับพวกเพ็นเทคอสในปี 1905 เราต้องย้อนกลับไปสู่แนวทางเก่าๆ - เพราะทางเก่าเป็นทางที่แท้จริง - และนี่ก็ยังเป็นวิธีที่แท้จริงตลอดไป!

อย่าให้เราพยายามที่จะมี kavōd ลงมา แม้ว่าบางคนอาจล้มลงกับพื้นตอนพระเจ้าเสด็จลงมา อย่าให้แสดงความดีใจหรือยินดีด้วยอารมณ์ต่างๆหรือแบบกรีดร้อง ไม่นะ! แต่ความจริงเราควรจะเปรมปรีดิ์เมื่อมีคนคริสเตียนสำนึกบาปที่อยู่ในชีวิตละอายต่อบาปของพวกเขา แต่บาปต้องสารภาพต่อพระเจ้า – และข้อบกพร่องก็ต้องสารภาพต่อกันและกัน เพื่อรับการช่วยเหลือจากพระเจ้าพระบิดาบนสวรรค์ในด้านฝ่ายวิญญาณ! โปรดยืนร้องพลงนมัสการบทที่ 10 ในหนังสือเพลงของคุณ

“โอ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงค้นดูข้าพระองค์
และทรงทราบจิตใจของข้าพระองค์
และทรงทราบใจของข้าพระองค์
และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์
และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใด ๆ ในข้าพระองค์
และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์”
   (สดุดี 139:23, 24)

อย่ากลัว! พระเจ้าทรงรักคุณ พระองค์จะไม่พิพากษาคุณตอนสารภาพบาป จงอย่ากลัว ไม่ว่าบาปของคุณจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม พระเจ้าทรงสามารถรักษาได้ พระเจ้าสามารถล้างบาปด้วยพระโลหิตของพระเยซู มาข้างหน้านี้ จับมือใครบางคนแบบสองต่อสองและอธิษฐานเผื่อกันและกัน อธิษฐานเผื่อให้สารภาพในคืนนี้ ผมรักคุณ! ขอพระเจ้าอวยพรคุณ! ในที่นี้เรารักคุณ ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรในคืนนี้ เราจะไม่หยุดรักคุณ! ไว้วางใจเราและอย่ากลัว กลับมาหาพระเยซูและกลับมารับสารภาพบาปของคุณ เพื่อให้คุณสามารถรับการชำระให้สะอาดได้โดยพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา แล้วแม้ว่าคุณจะไม่ใช่อนุชนแล้งก็ตาม แต่ก็คุณสามารถมาในเย็นนี้ได้ ผมจะเตรียมเก้าอี้สองตัวไว้ข้างหน้านี้ ถ้าคุณคิดว่าคำสารภาพของคุณไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณชน ก็ให้มาที่นี่และบอกผมเกี่ยวกับเรื่องนี้และผมจะบอกคุณว่าควรจะสารภาพอย่างไร

พี่ชายของเรา แจ็ค เหงียน ได้เขียนข้อความต่อไปนี้ในวันเกิดครบรอบ 76 ปีของผม

สวัสดีครับ ดร. ไฮเมอร์ส

     ผมอยากจะขอบคุณสำหรับความซื่อสัตย์ของท่าน ในตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ฉันมักคิดว่าเหตุผลที่ยังมีผู้เชื่ออยู่ ในขณะที่คนมากมาย [อย่างน้อยก็ในบางส่วน] ละทิ้งความเชื่อ นั่นเป็นเพราะพระเจ้าทรงใช้ท่าน ... ความจริงที่ท่านเทศนานั้นเป็นจุดประกายหรือเปลวไฟแห่งการฟื้นฟู ... ขอให้พันธกิขของท่านดำเนินต่อไป ตลอดจนคำเทศนา [บนอินเทอร์เน็ต] ของท่านมีตลอดไป ฉันรักคุณศิษยาภิบาล

ในพระนามพระเยซูคริสต์
แจ็ค เหงียน

P.S. โดยทรงนั้น และเหตุผลที่เราต้องจบด้วยคำพูด “ในพระนามพระเยซูล นั่นเป็นเพราะพันธกิขของคุณ [นำเราไปสู่ความรอดในพระคริสต์]

ท่าน แจ็ค เหงียน รู้ดีว่าผมห่วงใยคริสตจักรของเราและสมาชิกแต่ละคน นั่นคือเหตุผลที่ผมเน้นความจำเป็นในการฟื้นฟู ไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จได้ในชีวิตคริสเตียนโดยขึ้นอยู่กับการเป็นพยานจากการกลับใจใหม่เพียงอย่างเดียว คุณต้องเติบโตในพระคุณ - และบ่อยครั้งที่อาจเจ็บปวด คุณต้องเผชิญกับบาปและความผิดพลาดที่คืบคลานเข้ามาในชีวิตคุณ คุณไม่อยากที่จะคิดถึงเพลง "ค้นหาฉันโอพระเจ้าและรู้หัวใจของฉันลองฉันและรู้ความคิดของฉันและดูว่ามีวิธีใดที่ชั่วร้ายในตัวฉัน ... " แต่คุณต้องนึกถึงเพลงนี้ คุณจำเป็นต้องตรวจสอบตัวเองแม้ว่าจะเจ็บปวดก็ตาม คุณต้องสารภาพบาปของคุณและได้รับการทำความสะอาดอีกครั้งโดยพระโลหิตของพระเยซู จากนั้นคุณจะได้สัมผัสกับการปรากฏตัวของพระเจ้า kavōd ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของพระเจ้าในการฟื้นฟู!

“ข้าพระองค์ทูลวิงวอน ต่อพระองค์ขอทรงโปรดสำแดงสง่าราศีของพระองค์”

อธิษฐานและสารภาพบาปแล้วพระเจ้าจะตอบคำอธิษฐานของคุณ เหมือนอย่างที่ทรงตอบโมเสส

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระวจนะก่อนเทศนาโดย ดร. กรีนต้น เอล ชาน: อิสยาห์ 64:1-3.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“May Jesus Christ be Praised” (translated by Edward Caswall, 1814-1878).