Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




มองไปที่พระเยซู

LOOKING UNTO JESUS
(Thai)

ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลใน นคร ลอสแอนเจลิส
เช้าวันของพระเป็นเจ้า 11 มิถุนายน ค.ศ. 2017
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, June 11, 2017

“หมายเอาพระเยซูเป็นผู้ริเริ่มความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ เพราะเห็นแก่ความยินดีที่มีอยู่ตรงหน้านั้น พระองค์ได้ทรงทนเอากางเขน ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร และได้เสด็จประทับเบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้าแล้ว” (ฮีบรู 12:2)


ข้อนี้อธิบายถึงข่าวดีของพระคริสต์ ผมยังคิดไม่ออกว่าพระคัมภีร์ทั้งหมด จะมีข้อไหนที่กล่าวถึงหลักข้อเชื่อของคริสเตียนได้อย่างชัดเจนเท่าข้อนี้

ตอนนี้คุณต้องฟังคำเทศนานี้อย่างระมัดระวัง ในขณะเดียวกันผมเองก็จะพยายามอธิบายให้คุณฟังให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ขอให้พระวจนะนี้เปิดใจคุณด้วยแสงสว่างของพระคริสต์ และส่องลงในความมืดและความสับสน

คนสามารถไปโบสถ์และยังคงอยู่ในความมืด คนสามารถเรียนรู้พระคัมภีร์และยังคงสับสนและมืดมิดไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่อ่าน ผมขออธิษฐานให้พระเจ้าทรงเปิด "สายตาแห่งความเข้าใจของคุณ" (เอเฟซัส 1:18) ตามที่ผมได้เทศนา พระเจ้าทรงทำอย่างนี้เท่านั้น คุณถึงจะสามารถแยกแยะความจริงบางอย่างในข้อนี้ได้

พระวจนะข้อนี้สอนความจริงให้เราสามประการ:


1. พระเยซูทรงทำอะไรให้เรา

2. ทำไมพระเยซูทรงทำอย่างนั้น

3. คุณจะได้รับพระพรเหล่านั้นได้อย่างไร

I. ประการแรก พระเยซูทรงทำอะไรให้เรา

“หมายเอาพระเยซู [เป็น]…ได้ทรงทนเอากางเขน ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร” (ฮีบรู 12:2)

“ทน” ในภาษากรีกหมายถึง “ยอมทุกข์อย่างอดทน” (Strong’s) นั่นคือพระเยซูทรงยอมผ่านทางแห่งความทุกข์และการขมเหงเพื่อช่วยกู้จิตวิญญาณของคุณพ้นจากการพิพากษาเพราะบาป เหมือนอย่างทื พูล กล่าวว่า

(พระคริสต์) ทนทุกข์ที่กางเขนรับ (ความเศร้าโศกรวมกัน) ในฝ่ายจิตวิญญาณและทรงรับการทรมานในฝ่ายพระวรกายโดยการถูกตี หนาม ฉีกเนื้อ และถูกเฆี่ยน แผล (เจาะ) มือและเท้าของพระองค์ด้วยตะปูอย่างโหดร้ายหรือความโกรธของมาร หรือเป็นเพราะมนุษย์ พระองค์ไม่ทรงท้อและยอมแพ้ต่อความชั่วนี้ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่พระวจนะได้กล่าวงล่วงหน้าเอาไว้ (ในอิสยาห์53)! (Matthew Poole, กล่าวถึงพระธรรมเอเฟซัส 12:2)

จากนั้นพระคริสต์ก็ยอมถูกตรึงที่กางเขน "ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร" (ฮีบรู 12: 2) "ทรงถือ" หมายถึง "คิดเล็กน้อย" หรือ "สนใจเพียงน้อยนิด" (Vine’s) พระเยซูเองทรงไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการทนทุกข์นี้ แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การช่วยกู้และถวายเกียริตแด่พระเจ้า “ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร” ละอายในที่นี้คือ “ความอัปยศอดสู” (Strong’s) พระองค์ทรงรับความอัปยศอดสูเพราะเพื่อช่วยคุณให้รอดพ้นจากการพิพากษาบาปของคุณ พระองค์ทรงรับความอัปยศอดสูในที่ของคุณ เพื่อให้คุณจะได้ไม่อดสูในวันพิพากษาครั้งสุดท้าย

พระเยซูทรงรับความอดสูเพราะถูกทำร้าย ถูกทำลายด้วยการถ่มน้ำลายและดึงหนวด พระองค์ได้รับความอดสูโดยกลุ่มคนที่โกรธและตะโกนว่า "ตรึงเขาไว้ที่กางเขน! ตรึงเขาไว้ที่กางเขน" พระองค์ได้รับความอับอายอย่างอดสูเพราะเครื่องนุ่งห่มของพระองค์ถูกถอดทิ้งทั้งหมดและถูกตรึงเปลือยกายอยู่บนไม้กางเขน

พระองค์ได้รับความอับอายอย่างอดสูในที่ของคุณ

“พระคริสต์… เพราะความผิดบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม” (1 เปโตร 3:18)

“พระเยโฮวาห์ทรงวางลงบนท่านซึ่งความชั่วช้าของเราทุกคน” (อิสยาห์ 53:6)

พระเยซูทรงแบบรับการโทษพิพากษาที่เป็นของคุณ พระองค์ถูกพิพากษาในที่ของคุณ

พระเยซูทรงอับอายอยู่ในที่ของพระองค์ ในการพิพากษาครั้งสุดท้ายทุกบาปที่คุณได้กระทำไว้จะถูกอ่านโดยพระเจ้า ความอัปยศของคุณจะถูกเปิดเผยให้โลกรู้ แต่ถ้าท่านวางใจในพระคริสต์พระองค์ก็ทรงรับความอับอายแทนท่าน แทนที่จะยืนเปลือยกายและรับคงามอายเพราะบาปของคุณ พระเยซูทรงยืนเปลือยกายอยู่ในที่ของคุณบนกางเขน - ถ้าคุณวางใจในพระองค์

พระคัมภีร์สอนว่า "การชดใช้" ของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขนนั้น! ดร. บีบี ฟิตวอเตอร์ กล่าวว่า:

การชดใช้ของพระองค์นั้นคือเป็นตัวแทน หมายถึงเป็นการกระทำที่เป็นตัวแทนให้กับใครบางคน (Christian Theology, Eerdmans, 1948, p. 426)

ภาษาอังกฤษคำว่า “vicarious” หมายถึง “สถานที่ๆถูกสันนิษฐานโดยคนอื่น” (Webster’s New Collegiate Dictionary, 1960)

นั่นแหละคือการที่พระคริสต์ทรงทำให้กับคุณ! “สถานที่ๆของบางคน (คุณ) ถูกสันนิษฐานโดยคนอื่น” พระองค์รับโทษที่คุณสมควรได้รับเพราะบาป

พระคัมภีร์กล่าวว่า:

“ดังนั้นพระคริสต์ได้ทรงถวายพระองค์เองหนหนึ่ง เพื่อจะได้ทรงรับเอาความบาปของคนเป็นอันมาก” (ฮีบรู 9:28)

“พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์” (1 โครินธ์ 15:3)

พระคริสต์ทรงชดใช้สิ่งที่คุณสมควรได้รับเพราะการทำบาป พระองค์ทรงจ่ายค่านั้น

พ่อเลี้ยงของผมเป็นทหารเรือที่ดุร้าย ครั้งหนึ่งเขาเตะตำรวจ เขาจึงถูกจับเข้าคุก ตอนเที่ยงคืนแม่ของผมโทรศัทพ์ไปหา เอ็ด กาลิค เพื่อไปประกันตัวเขา เอ็ดเลยไปที่คุกและจ่ายเงินประกันตัว พวกเขาปล่อยพ่อเลี้ยงของผมออกมา ขณะที่เขาเดินออกจากคุกและเห็นเอ็ด เขาพูดว่า "คุณมาทำอะไรที่นี่?"

นั่นเตือนให้ผมระลึกถึงสิ่งที่พระเยซูทรงได้ทำ พระองค์ทรงประกันตัวคุณ เพื่อให้คุณพ้นจากการถูกลงโทษเพราะความบาปของคุณและในนรก ให้เรามองไปที่ไม้กางเขนและพูดว่า "คุณมาทำอะไรที่นี่?" คำตอบคือ - พระองค์มาประกันตัวคุณ - เพื่อให้คุณพ้นออกจากคุกของพระเจ้าในนรก! เชื่อในพระเยซูตอนนี้!

II. ทำไมพระเยซูทรงทำอย่างนั้น

“เพราะเห็นแก่ความยินดีที่มีอยู่ตรงหน้านั้น” (ฮีบรู 12:2)

พระเยซูเสด็จไปยังกางเขนโดยจงใจ ความจริงพระองค์มีฤทธิ์อำนาจพอที่จะหลบหนีกางเขนก็ได้ "พระองค์เป็นลูกแกะเพื่อถูกนำมาฆ่า" (อิสยาห์ 53: 7) ทำไมพระองค์ถึงยอมไปที่ต่อกางเขนเพื่อจ่ายค่าบาปของท่าน? พระองค์ทรงกระทำ "เพราะเห็นแก่ที่มีอยู่ตรงหน้านั้น" (ฮีบรู 12: 2)

หนึ่ง มีความยินดีในการเข้าแผ่นดินสวรรค์ พระเยซูคริสต์ทรงทราบว่าพระองค์จะเสด็จเข้าสู่สวรรค์ทันทีเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์บอกโจรที่กำลังจะตายข้างๆพระองค์ว่า "วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม" (ลูกา 23:43)

จากนั้นเขาพระองค์ก็คาดหวังว่าจะมีความสุขเมื่อได้เห็นคุณเข้าไปในสวรรค์ ความสุขที่พระเยซูทรงมีเมื่อเห็นโจรที่กลับใจใหม่! แลพระองค์คงทรงดีพระทัยมากนะที่ได้เห็นคุณเป็นเช่นนี้ด้วย

เมื่อวานนี้ผมเห็นหลายคนที่ผมเคยพามาหาพระคริสต์ หนึ่งในนั้นเป็นประธานธรรมกิจ ส่วนอีกคนหนึ่งคือผู้ช่วยศิษยาภิบาล ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นคนเหล่านี้ ซึ่งผมได้พามาหาพระคริสต์ เมื่อสี่สิบปีก่อน นี่เป็นส่วนหนึ่งของความสุขที่พระเยซูคริสต์ทรงคาดหวังว่าจะได้สัมผัสในสวรรค์ด้วย และนั่นคือเหตุผลที่พระองค์ทรงให้พวกเขาตรึงพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อนำ "บุตรเป็นอันมากถึงสง่าราศีนั้น" (ฮีบรู 2:10)

นั่นแหละที่พระเยซูทรงเป็นทั้ง “ผู้ริเริ่มความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ” พระองค์ทรงสร้างความเชื่อในเรา ทรงทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ ความรอดคือทุกอย่างในพระคริสต์!

III. คุณจะได้รับพระพรเหล่านั้นได้อย่างไร

“หมายเอาพระเยซู [เป็น]…ได้ทรงทนเอากางเขน ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร” (ฮีบรู 12:2)

เหล่าอัครสาวกในกิจการไม่เคยเทศนาโดยไม่มีการอ้างอิงโดยตรงถึงการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสต์ และประทับอยู่ทางพระหัตถ์ขวาของพระเจ้า ผมเชื่อว่าในทุกวันนี้เราจำเป็นต้องสอนถึงการเส็จขึ้นสู่สวรรค์เช่นเดียวกับพวกอัครสาวก นี่เป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า:

1. การเทศนาถึงการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระคริสต์ และประทับพระหัตถ์ขวาของพระบิดา นี่ทำให้ชัดเจนถึงพระบิดาและพระบุตร – ความแตกต่าง - สถาพบุคคล นี่คือหลักคำสอนในพระคัมภีร์เกี่ยวกับตรีเอกานุภาพ แต่ทุกวันนี้กลับเป็นคำสอนที่ไม่สำคัญ หลายคนในสมัยนี้เป็นพวกนอกรีตและไม่ทราบถึงจุดสำคัญนี้เลย

2. หลักคำสอนของพระคัมภีร์ที่ยอดเยี่ยมในการปรองดอง การปรนนิบัติ และความชอบธรรม เหล่าอาจไร้ค่า ถ้าไม่อาจแยกแยะการงานในตรีเอกานุภาพ ระหว่างพระเจ้าพระบิดาและพระเยซูคริสต์ การเป็นคนกลางของพระเยซูคริสต์นั้นชัดเจนตอนเสด็จขึ้นสู่สวรรค์

3. การตัดสินใจนิยมจะถูกยกเลิกโดยการสอนถึงการเสด็จสู่สวรรค์ เปลี่ยนคนให้กลับมาที่พระคริสต์


เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ยินนักเทศน์คนหนึ่งพระธรรมสอนพระวจนะเกี่ยวกับคนฟาริสีและคนเก็บภาษี (ลูกา 18: 9-14) เขากล่าวว่าการตัดสินใจซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่อาจนำไปสู่ความรอดได้เพียงแค่ไปคริสตจักร และออกมาข้างหน้าและกล่าวตาม “คำอธิษฐานของคนบาป” ฯลฯ เขากล่าวว่า "คุณต้องเชื่อในพระเยซู" ผมคิดว่า "สมบูรณ์มาก!" แต่แล้วเขาก็กล่าวว่า "ความเชื่อในพระเยซูหมายความว่าคุณเชื่อว่าพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อชำระบาปของคุณ" ผมคิดว่า" โอ้ ไม่นะ! เขาสับสนระหว่างเชื่อในหลักคำสอนนี้ กับการเชื่อในพระเยซูเอง!"

ผมปรารถนาให้นักเทศน์คนนี้จบคำเทศน์ที่ยอดเยี่ยมโดยขอให้คนบาปมองบน - ที่พระเยซูคริสต์ที่ขึ้นสู่สวรรค์ – และประทับเบื้องพระหัตถ์ขวาของพระเจ้า - ในสวรรค์!

“หมายเอาพระเยซู [เป็น]…ได้ทรงทนเอากางเขน ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร” (ฮีบรู 12:2)

นั่นแหละที่ควรมอง! นั่นแหละที่ควรเชื่อ! นั่นแหละที่ช่วยกุ้เรา!

“จงเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” (กิจการ 16:31)

พี่น้องของข้า จงมองและมีชีวิตอยู่!
จงจดจำพระคำของพระองค์ ฮาเลลูยา!
“จงมองและมีชีวิต” อยู่ที่พระองค์เท่านั้น
      (“Look and Live,” William A. Ogden, 1841-1897).

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ท่าน โนอาห์ ซอง: ยอห์น 12:28-32.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“Look and Live” (William A. Ogden, 1841-1897).


โครงร่างของ

มองไปที่พระเยซู

LOOKING UNTO JESUS

ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“หมายเอาพระเยซูเป็นผู้ริเริ่มความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ เพราะเห็นแก่ความยินดีที่มีอยู่ตรงหน้านั้น พระองค์ได้ทรงทนเอากางเขน ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร และได้เสด็จประทับเบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้าแล้ว” (ฮีบรู 12:2).

I.      ประการแรก พระเยซูทรงทำอะไรให้เรา –
“ทรงถือว่าความละอายไม่เป็นสิ่งสำคัญอะไร”
1 เปโตร 3:18; อิสยาห์ 53: 6; ฮีบรู 9:28;1 โครินธ์ 15: 3.

II.    ประการที่สอง ทำไมพระเยซูทรงทำอย่างนั้น–
“เห็นแก่ความยินดีที่มีอยู่ตรงหน้านั้น” อิสยาห์ 53:7.
     1. ยินดีที่ได้เข้าสวรรค์, ลูกา 23:42.
     2. ยินดีที่เห็นคุณเข้าสวรรค์ ฮีบรู 2:10.

III.  ประการที่สาม คุณจะได้รับพระพรเหล่านั้นได้อย่างไร –
“และได้เสด็จประทับเบื้องขวาพระที่นั่งของพระเจ้าแล้ว” กิจการ 16:31.