Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การทนทุกข์ของพระคริสต์ในสวนเกทเสมเน

CHRIST’S AGONY IN GETHSEMANE
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนคร ลอสแอนเจลิส
เช้าวันของพระเป็นเจ้า 19 มีนาคม ค.ศ. 2017
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, March 19, 2017

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)


ไม่นานมานี้ผมเทศนาในหัวข้อ “น้ำตาของพระคริสต์” คลิกที่เพื่อไปอ่าน ประการสุดท้ายของบทเทศนานี้คือ “พระเยซูทรงกรรแสงในสวนเกทเสมเน” ผมบอกว่า “ในสวนเกทเสมเน คืนก่อนที่พระองค์จะถูกตรึงที่กางเขน พระเยซูทรงทนทุกข์อยู่คนเดียว ในคืนที่เงียบเหงาและในสวนเกทเสมเนนั้นวิญญาณของพระองค์จวนจะสิ้นพระชนม์ ตามพระธรรมฮีบรู 5:7 พระองค์อธิษฐาน ‘ณะเมื่อพระองค์ดำรงอยู่ในเนื้อหนังนั้น พระองค์ได้ถวายคำอธิษฐาน และทูลวิงวอนด้วยทรงกันแสงมากมายและน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้ และพระเจ้าได้ทรงสดับเพราะพระองค์นั้นได้ยำเกรง’ (ฮีบรู 5:7) พระองค์ทรงกลัวอะไร? พระเยซูทรงกลัวว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมเนนั้น ก่อนที่พระองค์จะไปที่กางเขนเพื่อแบกบาปของเรา”

ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ กล่าวว่า "พระเยซูทรงอธิษฐานขอให้ถ้วยแห่งความตายนี้เลื่อนผ่านจากพระองค์ไปในคืนนั้น เพื่อพระองค์จะมีชีวิตอยู่เพื่อไปสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนในวันรุ่งขึ้น" ศาสตราจารย์ดร. เจ โอลิเวอร์ บัสเวลล์ กล่าวว่าพระเยซู "อธิษฐานเพื่อรอดพ้นจากความตายในสวนนั้น เพื่อที่พระองค์จะบรรลุจุดประสงค์ของพระองค์บนไม้กางเขน" ดร. เจเนอร์ แมคกี้ กล่าวอย่างเดียวกัน "เพื่อนของฉัน พระองค์ทรงได้ยิน พระองค์ไม่ได้สิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมนี "พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์อย่างยิ่งเพราะบาปของเราถูกวางไว้บนพระเยซูโดยพระเจ้า

มีบางคนที่อ่านคำเทศนานั้น ถามผมว่าทำไมพระเยซูต้องไปที่กางเขน ทำไมพระองค์ถึงไม่สิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเราที่สวนนั้น? ผมตอบเขาว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ พระคัมภีร์กล่าวว่า

“พระคริสต์ได้ทรงวายพระชนม์เพราะบาปของเราทั้งหลาย ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์” (Iโครินธ์ 15:3)

พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ “ตามพระคัมภีร์” – kata tas graphas. ถ้าพระองค์สิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมเนนั้น พระองค์ก็จะไม่ใช่พระผู้ช่วยให้รอดตามที่ได้ทำนายเอาไว้ในพระคัมภีร์เดิม พระองค์ก็เป็นเพียงจอมลวงโลก ไม่ใช่พระผู้ช่วยให้รอด! พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์แบบ kata tas graphas, “ตามที่พระคัมภีร์เขียนเอาไว้” “พระคัมภีร์” ในที่นี่คือพระคัมภีร์เดิม เพราะตอนนั้นยังไม่มีพระคัมภีร์ใหม่ เพียงแค่ตอนพระเยซูเข้าไปในสวนเกทเสมเน พระองค์กล่าวว่า “ด้วยเราบอกท่านทั้งหลายว่า พระวจนะซึ่งเขียนไว้แล้วนั้นต้องสำเร็จในเรา คือว่า ‘ท่านถูกนับเข้ากับบรรดาผู้ละเมิด’ เพราะว่าคำพยากรณ์ที่เล็งถึงเรานั้นจะสำเร็จ” (ลูกา 22:37) พระองค์อ้างอิสยาห์ 53:12 กล่าวว่าพระองค์จะต้องสิ้นพระชนม์อยู่ระหว่างโจรสองคน หากพระองค์สิ้นในสวนคงไม่สำเร็จตามพระคัมภีร์เดิมอย่างอิสยาห์ 53:12 พระองค์สิ้นพระชนม์ตาม kata tas graphas, “ตามพระคัมภีร” พระองค์คงไม่เป็นพระผู้ช่วยให้รอดตามที่อิสยาห์ทำนายไว้!

อิสยาห์บทที่ 53 ให้คำพยากรณ์อย่างครบถ้วนในพระคัมภีร์เดิมถึงการตรึงบนกางเขนของพระเยซูคริสต์ จริงๆแล้วข้อความนี้เริ่มต้นด้วยอิสยาห์ 52:13 และพูดต่อไปอีก 15 ข้อตามที่ปรากฏในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษ ยังมีการทำนายจากผู้พยากรณ์คนอื่นเกี่ยวกับการตรึงบนไม้กางเขนของพระคริสต์ด้วย คำพยากรณ์เกี่ยวกับการถูกตรึงบนไม้กางเขนของพระองค์จะไม่สำเร็จตามนั้น ถ้าพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมเนก่อน รวมถึงการที่อิสยาห์ 50: 6 บอกถึงการเฆี่ยนตีพระองค์ ทำให้เกิดความอับอายและมีการถ่มน้ำลายรดพระองค์ก็จะไม่สำเร็จด้วยเช่นกัน สดุดี 22:16 ซึ่งทำนายถึงการเจาะมือและเท้าของพระองค์ก็จะไม่สำเร็จ หรือไม่ก็ในพระธรรม เศคาริยาห์ 12:10 "พวกเขามองเรา ผู้ที่ถูกแทง" สดุดี 22 ก็ทรงให้คำพยากรณ์อีกอย่างหนึ่งแก่ผู้อื่น ถ้าพระเยซูสิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมนีทุกอย่างก็ไม่สำเร็จ และอีกหลายข้อในพระคัมภีร์เดิมก็จะไม่สำเร็จิ ถ้าพระเยซูสิ้นพระชนม์ในสวน ดังนั้นอย่าได้สงสัยเลยว่าทำไมพระเยซูทรงอธิษฐานในสวนเกทเสมนี "พระองค์ได้ถวายคำอธิษฐาน และทูลวิงวอนด้วยทรงกันแสงมากมายและน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้ และพระเจ้าได้ทรงสดับเพราะพระองค์นั้นได้ยำเกรง" (ฮีบรู 5: 7) พระองค์ทรงกลัวว่าพระองค์จะสิ้นพระชนม์ในสวนและไม่สามารถไปที่กางเขนในวันรุ่งขึ้น! พระองค์ต้องสิ้นพระชนม์แบบ kata tas graphas “ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์” ทุกอย่างที่ทำนายในพระคัมภีร์เดิมสำเร็จในพระเยซู หลังจากที่พระองค์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน ถ้าพระองค์สิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมเนจะไม่สำเร็จตามคำพยากรณ์ และพระคริสต์ก็จะเป็นเพียงแค่คนหลอกลวง ไม่ใช่พระผู้ช่วยให้รอดของมนุษยชาติตามที่ได้พยากรณ์ไว้ในพระคัมภีร์ พระเยซูคริสต์จะไม่ "สิ้นพระชนม์เพราะบาปของเราตามพระคัมภีร์" (1 โครินธ์ 15: 3) ไม่ต้องแปลกใจที่พระองค์ทรงอธิษฐานในเกทเสมเนว่า "" (ลูกา 22:42)

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

ภาษากรีกแปลคำว่า “อะโกนี” คือ“อะโกเนีย” ซึ่งพูดถึง "ความรุนแรงทางอารมณ์และความปวดร้าว" (Vine) พระเยซูทรงได้รับความทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก และได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ในความมืด ในคืนนี้ให้เราลองนึกถึงความทุกข์ใจของพระองค์ในสวนเกทเสมเนตามข้อต่อไปนี้

I. ประการแรก พูดถึงการทนทุกข์

พระเยซูทรงรับประทานปัสกากับเหล่าสาวกของพระองค์ ที่นั่น พระองค์ทรงเฉลิมฉลองอาหารมื้อเย็นของพระเจ้ากับพวกเขา แต่ยูดาสออกจากกลุ่มและไปหาพวกปุโรหิตใหญ่เพื่อทรยศพระองค์ หลังจากที่พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญและจากนั้นเขาก็เดินข้ามลำธาร บรูต เกดรอน เข้าไปในสวนเกทเสมนี ท่ามกลางความมืด "จงนั่งที่นี่เถิดเราจะอธิษฐาน" (มาระโก 14:32) และหลังจากนั้นพระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นเข้าไปที่ในสวนซึ่งอยู่ห่างออกไป “เวลานั้นพระองค์ทรงเริ่มรู้สึกกระวนกระวายและหนักพระทัยมาก และกล่าวแก่พวกเขาว่า ใจเราเป็นทุกข์แทบจะตาย จงเฝ้าอยู่ที่นี่เถิด” (มาระโก 14: 33-34) โจเซฟ ฮาร์ทกล่าวว่า

พระองค์ทรงทนทุกข์หลายอย่าง
   หลายสิ่งล่อใจให้ต้องเจ็บ
เหมือนผู้ป่วยและเจ็บปวด
   แต่ยังมีการพิจารณาคดีทุเลา
จะต้องยั่งยืนในตัวพระองค์
   เกทเสมเนแห่งความเศร้า!
จะต้องยั่งยืนในพระองค์
   เกทเสมเนแห่งความเศร้า!
(“Many Woes He Had Endured” by Joseph Hart, 1712-1768;
      to the tune of “Come, Ye Sinners”).

มัทธิวกล่าวว่า "พระองค์เริ่มรู้สึกเศร้าและหนักพระทัยมาก" (มัทธิว 26:37) กูดวิน กล่าวถึงภาษาของคำว่า "หนักมาก" กูดวิน กล่าวว่าคำนี้แสดงให้เห็นถึงความวุ่นวายหรือความฟุ้งซ่านในความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์ เนื่องจากคำนี้หมายถึง "การถูกแยกออกจากคนอื่น ไม่เป็นที่ต้องการของคนอื่น และถูกแยกออกจากมนุษยชาติ" นั่นคือความหมายของคำนี้! พระเยซูถูกขับไปออกไป และไม่เป็นที่ต้องการของคนอื่น ซึ่งเป็นเหตุให้พระองค์ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่เพียงผู้เดียว มัทธิวอ้างคำตรัสของพระผู้ช่วยให้รอดดังนี้ว่า "วิญญาณของเราเป็นทุกข์จนจวนจะตาย" (มัทธิว 26:38) ภาษากรีกแปลคำว่า "เศร้าโศก" หมายถึง "เศร้าโศกจนทุกอย่างน่ากลัว" (Strong) จมอยู่กับความเศร้าโศก กูดวิน กล่าวว่า "พระองค์ทรงทุกข์หนักจนจะหมดลมหายใจ" เรเนคเกอร์ กล่าวว่าพระองค์ทรง "ล้อมด้วยความทุกข์โศก ความทุกข์ทรมาน" พระเยซูทรงจมอยู่ในความเศร้าโศกและความเสียใจ มาระดกบอกเราว่า พระองค์ "พระองค์ทรงเริ่มวิตกยิ่งและหนักพระทัยนัก" (มาระโก 14:33) คำภาษากรีกแปลว่า "น่าประหลาดใจ" หมายถึง "ตกตะลึง" (Strong) "อยู่ในกำมือแห่งความสยดสยอง" (เรเนคเกอร์) "ทุกข์มาก ... หวาดกลัวตื่นตระหนกตกใจกลัว "(วูอุยท์) โจเซฟ ฮาร์ทกล่าวว่า

ประชากรที่พระเจ้าทรงเรียกจงเข้ามา
   ผู้ที่ต้องการชำระในพระโลหิต
กรุณามาเข้าร่วมกับฉันในตอนนี้
   และร้องเพลงแห่งเกเสมเน

'พระเจ้าทรงปรากฏที่นั่น พระเจ้าผู้ทรงพระชนม'
   และถอนหายใจและคร่ำครวญและอธิษฐานและกลัว
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเจ้าจะต้องแบก
   มีกำลังมากพอและไม่มีใครช่วยได้
(“Gethsemane, The Olive-Press!” by Joseph Hart, 1712-1768;
      to the tune of “‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow”)

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

II. สอง สาเหตุของความทุกข์ของพระองค์

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พระคริสต์เศร้าโศกในสวน? ผมเคยคิดว่าความทุกข์ทรมานของพระองค์นั้นมาจากการถูกโจมตีโดยซาตาน แต่ตอนนี้ผมไม่เชื่ออย่างนั้นอึกแล้ว เพราะในสวนเกทเสมเนนั้นมาได้กล่าวถึงมารเลยแม้แต่น้อย ในตอนที่พระองค์เริ่มทำพันธกิจ พระองค์ทรงถูกทดลองโดยซาตานสามครั้งในถิ่นทุรกันดาร "ผู้ล่อลวงเข้ามาหาพระองค์" (มัทธิว 4: 3) แต่เราเวลาเราอ่านและไม่พบว่า "พระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัย" ในช่วงเวลาที่เผชิญกับการทดลองเหล่านั้น ไม่มีที่ไหนที่กล่าวถึงพระโลหิตของพระองค์ไหลออกมาเหมือนในเกทเสมนี ในระหว่างที่พระองค์ถูกทดลองในถิ่นทุรกันดารพระเยซูกลับทรงเอาชนะซาตานด้วยการอ้างถึงพระวจนะของพระเจ้า แต่ในสวนเกทเสมนีความทุกข์ยากของพระองค์ยิ่งใหญ่จนทำให้พระองค์เกือบสิ้นพระชนม์ ดร. แมคกี้ กล่าวว่า "เมื่อพระองค์อธิษฐานในสวนว่าขอให้ถ้วยนี้พ้นจากข้าพระองค์" (ลูกา 22:42) "ถ้วย" คือความตาย พระองค์ไม่ประสงค์ที่จะสิ้นพระชนม์ในสวนเกทเสมนี" (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, Thomas Nelson Publishers, volume V, p. 540; note on Hebrews 5:7)

ความทุกข์ทรมานของพระองค์ในสวนเกทเสมเนนั้นเกิดจากพระบิดา ผมเชื่อว่าอย่างนั้น

“พระเยโฮวาห์...ทรงวางลงบนท่านซึ่งความชั่วช้าของเราทุกคน” (อิสยาห์ 53:6)

สเปอร์เจียน กล่าวว่า ในสวนเกทเสมเนนั้น พระเจ้าพระบิดา "เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาป" (2 โครินธ์ 5:21) "บัดนี้พระองค์ทรงรับการสาปแช่งซึ่งเป็นเพราะคนบาปเพราะพระองค์ทรงยืนอยู่ในสถานที่ของคนบาปและต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในสถานที่ของคนชั่ว ... ตอนนี้พระองค์ทรงตระหนักว่าอาจจะเป็นครั้งแรกสิ่งที่จะเป็น บาปผู้ถือ ... เพราะมันเป็นเรื่องของเขา " (C. H. Spurgeon, “The Agony in Gethsemane,” The Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1971, volume XX, p. 593)

ในวันที่อาโรนถวายเครื่องเผาบูชาไถ่บาปนั้นจะมีแพะอยู่สองตัว พระเยซูคริสต์ที่อยู่ในสวนเป็นภาพของแพะตัวที่สอง แพะตัวที่สองได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากเมื่อถูกฆ่าชดใช้บาป ความกลัวและความเจ็บปวดของสัตว์ตัวนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความทุกข์ทรมานของพระคริสต์ ความทุกข์ทรมานของพระเยซูในสวนคือภาพที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ตามนี้

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์กล่าวว่า

“แต่ก็ยังเป็นพระประสงค์ของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ [เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป NASV] ท่านจะเห็นเชื้อสายของท่าน ท่านจะยืดวันทั้งหลายของท่าน...” (อิสยาห์ 53:10)

แน่นอนเริ่มต้นในสวนเกทเสมเน!

‘ในคืนวันนั้น และเพื่อความผิดของคนอื่น
   พระผู้ทรงทรนทุกข์และหลั่งโลหิตออกมา
เพราะความบาปของมนุษยชาติ
   พระเจ้าไม่เคยทอดทิ้งพระองค์
(“‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow” by William B. Tappan, 1794-1849)

“‘ในคืนวันนั้น และเพื่อความผิดของคนอื่น พระผู้ทรงทรนทุกข์และหลั่งโลหิตออกมา ดร. จอห์น กิล กล่าวว่า "ตอนนี้พระองค์ถูกฟอกช้ำและทำให้เศร้าโศกโดยพระบิดาของเขา ความเศร้าโศกของพระองค์ตอนนี้ เริ่มต้นเพราะไม่ได้จบที่นี่ แต่บนไม้กางเขน ... พระองค์เริ่มที่จะ 'หนักพระทัยมาก' ด้วยน้ำหนักของความบาปของคนของเขา และพระพิโรธของพระเจ้าที่ตกลงมาที่พระองค์ และเกินกว่าที่จะรับได้ ... พระองค์พร้อมที่จะสิ้นพระชนม์ ... พระองค์ถูกนำด้วยฝุ่นแห่งความตาย หรือความเศร้าโศก ... จนกระทั่งวิญญาณและร่างกายของพระองค์ถูกแยกออกจากกันและกัน" บนไม้กางเขน (John Gill, D.D., An Exposition of the New Testament, The Baptist Standard Bearer, 1989 reprint, volume I, p. 334)

ในสวนเกทเสมเนนั่น “และพระเยโฮวาห์ทรงวางลงบนท่านซึ่งความชั่วช้าของเราทุกคน” (อิสยาห์ 53:6)

นั่น [พระบุตรของพระเจ้า] ทรงแบกบาปของข้าฯ
   สามารถเชื่อในพระคุณนั่น
แต่ที่พระองค์ทรงทรงทุกข์
   มีมากเกินไปที่จะรู้สึกได้
ไม่มีใครสามารถเจาะผ่านเจ้า,
   มืดมนมืด เกทเสมเน!
ไม่มีใครสามารถเจาะผ่านเจ้า
   มืดมนมืดเกทเสมเน!
(“Many Woes He Had Endured” by Joseph Hart, 1712-1768; to the tune of “Come, Ye Sinners”)

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

มองพระบุตรของพระเจ้าทรงทนทุกข์
   ร้องไห้ครวญครางโลหิตไหลออกมา!
ความลึกอันไร้ขอบเขตของ [พระคุณ] ของพระเจ้
   พระเยซู ความรักของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่!
(“Thine Unknown Sufferings” by Joseph Hart, 1712-1768;
   to the tune of “‘Tis Midnight, and on Olive’s Brow”)

“พระเยโฮวาห์ทรงวางลงบนท่านซึ่งความชั่วช้าของเราทุกคน” (อิสยาห์ 53:6)

พระเยซูทรงแบกบาปของเราในสวนเกทเสมเน และพระองค์ทรงรับบาปของเรา “ลงในพระวรกายของพระองค์” บนกางเขน ที่ๆพระองค์จะสิ้นพระชนม์ในวันต่อไป บาปของเราทำให้พระองค์ฟอกช้ำ และทำให้พระเสโทของพระองค์ไหลออกมาเป็นเลือด!

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

ใช่ พระองค์ทรงแบกบาปของคุณที่กางเขน

“พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้น [บนกางเขน]” (1 เปโตร 2:24)

ไปที่สวนของเกทเสมนีและดูสิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำเพื่อคุณและผม แท้จริงแล้วคุณควรไปนรกเพราะบาปของคุณ แต่พระเยซูทรงรับความผิดบาปเหล่านั้นไว้ที่พระองค์เองและได้เสด็จผ่านไปที่นรกในสวนและบนไม้กางเขนเพื่อชดใช้บาปชั่วช้าของคุณ

คริสเตียนทุกคนควรจะเผ้าเดี่ยวตอนพระเยซูทรงอยู่ที่เกทเสมเนและที่กางเขน เกทเสมเนและกางเขนจะแยกออกจากันไม่ได้ "เราเป็นพระผู้ช่วยให้รอด [กางเขน] คือฤทธิ์เดชของพระเจ้า" (1 โครินธ์ 1:18) เราได้สิทธิอำนาจที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าโดยการทำงานของพระคริสต์ในเมืองเกทเสมนีและบนไม้กางเขน! เรามีแรงบันดาลใจที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพระคริสต์โดยการนึกถึงความทุกข์ทรมานของพระองค์! เมื่อชีวิตของเราถูกทดลอง อย่าให้เรารู้สึกหดหู่ท้อใจ คริสเตียนที่แท้จริงควรจะชื่นชมยินดีและจำไว้ว่าพระเยซูทรงชดใช้บาปของเราในเกทเสมนีและบนไม้กางเขน! เรามีความชื่นชมยินดี เพราะว่าพระเยซูทรงเอาชนะความตายโดยการที่พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์จากความตาย!

ลูกแกะของพระเจ้าอยู่ใกล้ที่กางเขน
   ทรงนำหน้าข้าพระองค์ไป
โปรดเดินกับข้าพระองค์ทุกวันเวลา
   ทรงเป็นโล่กำบังให้กับข้าฯ
ที่กางเขน ที่กางเขน
   เป็นสง่าราศีให้กับข้าฯตลอดไป
โปรดให้จิตญญาณของข้าฯได้ขันไป
   และพักสงบอยู่ริมแม่น้ำ
(“Near the Cross” by Fanny J. Crosby, 1820-1915)

และผมจะพูดให้กับคนที่ยังไม่ได้รับความรอด คุณคิดอย่างไรถึงการทรมานและพระโลหิตที่หลั่งลงท่ามกลางความมืดในสวนเกทเสมนี พระองค์ทรงทุกข์ทรมานเพื่อคุณ คุณกลับหันหลังให้กับพระองค์หรือเปล่า? พระองค์กำลังทุกข์ทรมานเพราะบาปของคุณ! คุณปฏิเสธพระองค์ได้อย่างไรและปฏิเสธความรักเช่นนี้ได้อย่างไร?

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

มองพระบุตรของพระเจ้าทรงทนทุกข์
   ร้องไห้ครวญครางโลหิตไหลออกมา!
ความลึกอันไร้ขอบเขตของ [พระคุณ] ของพระเจ้
   พระเยซู ความรักของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่!

พระเยซูทรงแบกบาปของเราในสวนเกทเสมเน เพราะว่าทรงรักคุณ! พระองค์ทรงชำระโทษตายของเราที่กางเขน เพราะทรงรักคุณ!

คืนนี้คุณจะวางใจพระองค์หรือไม? คุณจะเข้ามาที่พระองค์ผู้ทีงรักคุณตลอดไปหรือไม่? จะเชื่อในพระผู้เชื่อให้รอด! วางใจพระองค์เดี่ยวนี! พระองค์จะทรงอภัยบาปของคุณ และคุณจะได้ชีวิตนิรันดร์! อาเมน

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ดร. เกรนตัน เอล ชาน มาระโก 14:32-41.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“‘Many Woes He Had Endured” by Joseph Hart, 1712-1768;
to the tune of “Come, Ye Sinners”).


โครงร่างของ

การทนทุกข์ของพระคริสต์ในสวนเกทเสมเน

CHRIST’S AGONY IN GETHSEMANE
โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

(ฮีบรู 5:7; 1 โครินธ์ 15:3; ลูกา 22:37;
อิสยาห์ 53:12; อิสยาห์ 50:6; สดุดี 22:16;
เศคาลิยาห์ 12:10; ลูกา 22:42)

I.      ประการแรก พูดถึงการทนทุกข์,
มาระโก 14:32, 33-34; ม 26:37-38.

II.    สอง สาเหตุของความทุกข์ของพระองค์, มัทธิว 4:3; อิสยาห์ 53:6, 2 โครินธ์ 5:21; อิสยาห์ 53:10;
I เปโตร 2:24; I โครินธ์ 1:18.