Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ความรอดหรือหายนะ- อย่างไหน?

SALVATION OR DAMNATION – WHICH?
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนคร ลอสแอนเจลิส

เช้าวันของพระเป็นเจ้า 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Morning, February 19, 2017


โฮเชยาเทศนาตลอดในชีวิตของเขาในอาณาจักรทางตอนเหนือของอิสราเอล โฮเชยาได้รับการขนานว่า "ผู้เผยพระวจนะใจที่แตกสลาย" เนื้อหาของเขานั้นคือเน้นถึงความรักของเขาที่มีต่อภรรยาที่นอกใจเขา ซึ่งเป็นเหมือนความรักของพระเจ้าที่มีอิสราเอลที่นอกใจพระองค์ เอฟราอิคือชนชาติที่ใหญ่ที่สุดในบบรดาชนเผ่าของอิสราเอล ดังนั้นชื่อเอฟราอิมจึงหมายถึงอิสราเอลทั้งหมด พวกเขาไปบูชารูปเคารพที่ทำให้ไม่มีการฟื้นฟู พระธรรมของเรานี้พระเจ้าทรงตรัสให้โฮเชยาหยุดเผยพระวจนะให้กับพวกเขา เพราะว่าพระองค์ทรงทอดทิ้งพวกเขาแล้ว

“เอฟราอิมก็ผูกพันอยู่กับรูปเคารพแล้ว ปล่อยเขาแต่ลำพัง” (โฮเชยา 4:17)

ปีที่แล้วเราได้ “สัมผัส” กับการฟื้นฟู พระเจ้าทรงเสด็จมาที่การฟื้นฟูของเรา และมีสิบคนที่กลับใจใหม่! แต่ก็มีสิบสามคนที่ไม่ได้กลับใจแบแท้จริง พวกเขายังคงตกนรก

สิ่งสำคัญที่พระเจ้าทงรตรัสให้เรา ก็คือว่าซาตานถูกทำลายเมื่อพระเจ้าเสด็จมา เราเรียนรู้โดยประสบการณ์ว่าทั้งพระเจ้าและซาตานมีจริง อย่างน้อยคนที่กลับใจเหล่านั้นก็เรียนรู้บทเรียนนี้

เราไม่ได้รับการทรงสถิตของพระเจ้ามาเป็นเวลานานถึงสี่สิบปี ผมมักจะเทศนาถึงเรื่องนี้ แต่ตอนที่ผมเทศนา ก็มีคนต่อต้านผม และเหมือนกับพวกอิสราเอลต่อต้านการเทศนาของโฮเชยา และบางคนหนีออกไปจนถึงขั้นคริสตจักรแตกออกเป็นสองกลุ่ม มารบอกพวกเขาว่าไม่มีการฟื้นฟู พวกเขาเชื่อมารมากกว่าพระคัมภีร์ คนที่ออกไปนั้นก็เป็นคนกลุ่มใหญ่ หากมองย้อมกลับ ดร. คาเกน เชื่อว่ากลุ่มนั้นไม่มีมใครเลยที่กลับใจใหม่จริงๆ ตอนที่ผมเทศนา พวกเขาไม่ยอมอธิษฐาน สิ่งเดียวที่เขาทำคือการกบฏ

“เอฟราอิมก็ผูกพันอยู่กับรูปเคารพแล้ว ปล่อยเขาแต่ลำพัง” (โฮเชยา 4:17)

ขอบคุณพระเจ้าที่ตอนนี้เรามีคริสเตียนที่ทืจริง หากเราไม่มีการฟื้นฟูเมื่อปีที่แล้ว คงเป็นเหมือนกับคริสตจักรอื่นๆที่แตกแยะกัน หลายคนหนีออกจากคริสตจักร พวกเขาคงออกไป เหมือนที่เกิดขึ้นในปี 1980-1981 พวกเขาได้ฉีกคริสตจักรเหมือนที่ทำในปี 1990 ที่คริสตจักร โอลิวาส แต่มีแค่หกคนที่หนีออกจากคริสตจักรเมื่อปีที่แล้ว หนีไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย สี่สิบสองปีไปแล้วแม้แต่คนเดียวก็ไม่มี พวกเขาดูบทเทศนาของเราทางคอมพิวเตอร์ แต่พวกเขาก็ไม่กลับมารับความรอด ไม่มี! คนเดียวก็ไม่มีสี่สิบสองปีแล้ว! นั่นเป็นเรื่องแปลกเพราะเราเทศนาทุกอาทิตย์ ทำไมถึงไม่มีใครสักคนที่กลับมาวางใจพระเยซู? “เอฟราอิมก็ผูกพันอยู่กับรูปเคารพแล้ว ปล่อยเขาแต่ลำพัง” - นั่นแหละที่ว่าทำไม!

พวกเขาบอกอย่างนั้นเพราะว่าผมหมายถึงอย่างนั้น พวกเขาบอกอย่างนั้น เพราะผมเทศนาต่อต้านบาปของพวกเขา พวกเขาเกลียดผม เหมือนพวกอิสราเอลเกลียดโฮเชยา! ดร. คาเกน และผมนั่งฟัง “คำพยาน” ผมบอกเธอว่าคำพยานของเธอนั้นไม่จริง เธอบอกว่า “ท่านหมายความว่า เหมือนเปิดประตู” เด็กคนนี้ไม่เคยมาที่คริสตจักรของเรา ตอนที่เราเรียกง่า “เปิดประตู” ทันใดนั้นผมรับรู้ได้ว่าเป็นเพราะพ่อแม่ของเธอพูดถึงคริสตจักรในแง่ลบ หลังจากที่พ่อของมาตะโกนใส่ผมต่อหน้าพวกอนุชน เขาออกจากคริสตจักรเพราะผมบอกว่าหากไม่ไป ผมจะแจ้งตำรวจ ชายคนนี้เป็นหนึ่งใน “39 คน” ที่ช่วยเราจ่ายค่าอาคาร เขาเก็บสิ่งที่ไม่ชอบเรามานานแล้ว เขามีหนวดยาว จึงไม่ต้องใช้เวลานานที่เขาจะกลับไปเป็นคนเสเพล สเปอร์เจียน กล่าวว่า “เขามาด้วยใจไม่ถ่ม เขาอยู่ด้วยใจไม่ถ่ม และเขาออกด้วยใจไม่ถ่ม” คุณเป็นเพียงแค่แกล้งว่ากลับใจ ไม่นานมารจะนำคุณให้เขาสู่การกลับใจแบบปลอม! พระเจ้าตรัสว่า

“เอฟราอิมก็ผูกพันอยู่กับรูปเคารพแล้ว ปล่อยเขาแต่ลำพัง” (โฮเชยา 4:17)

พระเจ้าทรงรู้ว่าคณทำบาป และไม่วางใจพระคริสต์ พระองค์จึงปล่อยให้คุณอยู่โดดเดี่ยว พระองค์ปล่อยเพราะพวกเขา “มีใจเลวทราม” (โรม 1:28) ตอนที่พระเจ้าทรงทอดทิ้งคุณ ไม่มีวันที่คุณจะรอดอีก

หลงหายไปตลอด ชั่วนิรันดร์ ชั่วนิรันดร์ หลงหายไปตลอด

ผู้เผยพระวจนะโฮเชยาว่า “เขาจะไป...แสวงหา...พระเยโฮวาห์ ทั้งนำเอาฝูงแพะแกะฝูงวัวไปด้วย แต่เขาจะหาพระองค์ไม่พบ พระองค์ทรงจากเขาไปแล้ว” (โฮเชยา 5:6 )

พวกเขาพยายามอีกครั้งในปีที่แล้ว หกคนออกจากคริสตจักรเป็นเรื่องดี มีชายหนุ่มมาที่สำนักงานของผม ชี้มาที่ผมและบอกว่า “ท่านคือคนที่ทำผิดต่อคริสตจักรนี้นะ ดร. “ไฮเมอร์ส” ไม่มีทางที่เขาจะรู้ แต่คำพูดของเขาก็ทำให้ผมต้องสารภาพบาป เขาใช้คำพูดที่ต่อต้าน แต่พระเจ้าทรงใช้คนเหล่านั้นให้ผมต้องสำรวจตัวเอง และผมได้รับการช่วยกู้ แล้สจึงมีหนุ่มสี่คนมาที่ห้องทำงานและทำงานกับผม เช่น อาโรนแจ็คจอห์นและโนอาห์ได้อธิษฐานกับผมทุกสัปดาห์ – และกลายเป็นเพื่อนของผม ไม่มีใครหรอกที่รู้ว่าผมเหงา เพราะผมเป็นศิษยาภิบาลแก่ๆเหมือนโฮเชยา ในยามที่ผมรู้สึกว่าอาจทำผิด - และพวกเขาช่วยกู้ผมโดยการอธิษฐาน และโดยเพื่อน

จอห์น คาเกน กล่าวในปีที่ผ่านมาว่า “ปีแห่งนรก” และเขากล่าวถูกต้อง มารคำราม คริสตจักรตกใจ ภรรยาของผมไม่สบาย ผมนอนไม่หลับ คริสตจักรโอนเอียงไปมาเหมือนแผ่นดินไหว แล้วพระเจ้าก็เสด็จลงมาจากสวรรค์ เราอธิษฐาน

“โอ ถ้าหากว่าพระองค์จะทรงแหวกฟ้าสวรรค์เสด็จลงมาได้หนอ เพื่อภูเขาจะไหลลงมาต่อพระพักตร์พระองค์” (อิสยาห์ 64:1)

พระเจ้าเสด็จลงมาที่เรา เราจึงการฟื้นฟูในรอบ 42 ปี!

ข้าฯสรรเสริญพระองค์! ข้าฯสรรเสริญพระองค์!
   สรรเสริญพระเมษโปดกที่ทรงช่วยคนบาป
ขอพระเจ้าได้รับเกียรติแต่เพียงผู้เดียว
   พระโลหิตของพระองค์ทรงชำระบาปออกไป

ยืนขึ้นและร้องเพลงนี้กับผม!

ข้าฯสรรเสริญพระองค์! ข้าฯสรรเสริญพระองค์!
   สรรเสริญพระเมษโปดกที่ทรงช่วยคนบาป
ขอพระเจ้าได้รับเกียรติแต่เพียงผู้เดียว
   เพราะพระโลหิตของพระองค์ชำระบาป
(“I Will Praise Him” by Margaret J. Harris, 1865-1919)

ในขณะที่ผมกำลังเตรียมบทเทศนานี้ มีชายคนหนึ่งโทรศัพท์มาจากฟลอรีดาแสดงความดีใจที่ได้ฟังคำเทศนาของ จอห์น คาเกน ว่า “การฟื้นฟูและพระโลหิตของพระคริสต์” เขายังคงพูดว่า “ขอบคุณนะอาจารย์ ขอบคุณท่านที่มีนักเทศน์ฉลาดอย่างนั้น! ได้รับพระพรจากคำเทศนาของเขามาก!” เช้านี้ โนอาห์ ซองก็พึ่งกลับมาจากการไปเทศนาที่จีน และอินโดนีเซีย! ขอบคุณพระเจ้าที่มีชายหนุ่มอย่างสองคนนี้!

ในเช้าวันนี้อีกเช่นกัน ที่ผมจะกล่าวถึงพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ผมจะคุณถึงพระเยซูคริสต์อีกครั้งหนึ่ง และกล่าวถึงพระโลหิตที่ได้ชำระบาปของเราอีกครั้งหนึ่ง ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ และกล่าวว่า “พวกเขาเป็นนักเทศน์ที่คิดว่าตัวเองฉลาดเข้าใจศาสนศาสตร์แห่งพระโลหิต พวกเขาไม่เลิกที่จะทำอย่างนั้น... นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นใน [ทุกวันนี้] แต่ในช่วงที่เกิดการฟื้นฟู เธอกล่าวถึงพระโลหิต...นั่นคือหัวใจ และเนื้อหาสำคัญของพระกิตติคุณ “พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา โดยความเชื่อในพระโลหิตของพระองค์” (โรม 3:25) ‘ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาปของเรา โดยพระคุณอันอุดมของพระองค์’ (เอเฟซัส 1:7)... [เราเห็นคุณไร้ความหวัง] ‘พระเยซูทรงช่วย และพระองค์ทรงถูกตรึง’ (I โครินธ์ 2:2)... เราเห็นว่าคุณไม่มีความหวังในขณะที่ชายและหญิงกำลังตาย [ละเลย] พระโลหิตบนไม้กางเขน” (Revival, Crossway Books, 1994 edition, pp. 48, 49)

คุณได้รับการชำระในพระโลหิต
   จิตวิญญาณของท่านได้รับการชำระแล้วหรือ?
ใจของคุณมีบาปหรือไม่? ขาวเหมือนดั่งหิมะ?
   คุณได้รับการชำระในพระโลหิตในพระเมษโปดก?
(“Are You Washed in the Blood?” by Elisha A. Hoffman, 1839-1929)

ใช่พระโลหิตของพระคริสต์ให้เราพ้นจากพระอัชญาของพระเจ้า ใช่พระโลหิตของพระคริสต์ให้เรามีสันติสุขกับพระเจ้า และพระโลหิตทำให้คุณได้รับฤทธิ์อำนาจ “ในพระบุตรนั้นเราจึงได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ (โคโลสี 1:14)

ตอนนี้ลองมาฟังคำพยานสองคนที่ได้รับความรอดโดยเชื่อในพระโลหิตของพระคริสต์

หญิงชาวสเปนที่เคยไปที่คริสตจักรแบ๊บติสแห่งหนึ่ง ในขณะที่เธอไปที่นานมีคนถามเธอทันทีว่าอยากรับบัติศมามั้ย เธอกล่าวว่า “อยาก” พวกเขาไม่ได้บอกเธอถึงพระเยซู และพระโลหิตของพระคริสต์ที่ทรงชำระบาปของเธอ พวกเขาให้บัพติศมาเธอในขณะที่เธอไม่ได้รับความรอดเลย เธอบอกว่า ฉันกลับไปดำเนินชีวิตเหมือนเมื่อก่อน ตามแบบของตัวเอง” หลังจากนั้นลูกสาวของเธอได้พาเธอมาที่คริสตจักรของเรา เธอบอกว่า “เราต้องขอให้เธอมาที่คริสตจักรนี้ทุกวันอาทิตย์ แต่หากเป็นอย่างนั้นดิฉันคงไม่มา เพราะว่าไม่มีเวลา ฉันเห็นแก่ตัว คิดว่าพระเจ้าจะต้องใช้เวลาของฉัน แต่พระเจ้า...เริมให้ฉันเห็นภายใจของฉันว่าอยู่เพื่อตัวเอง...และพระคุณของพระเจ้าสอนให้ฉันรู้ว่าหากฉันเสียชีวิต จะต้องถูกพิพากษาจากการที่ปฎิเสธพระเยซู และบาปของฉันทั้งหมด นี่ทำให้ผมกังวล และกลัว”... [ดร. เอ ดับบริว กล่าวว่า “ไม่มีใครจะรู้จักพระคุณพระเจ้า โดยที่ไม่กลัวพระองค์”] เธอเธอจึงไปที่ห้องอธิษฐานสารภาพบาป ดร. คาเกน ถามเธอว่าพระเยซูอยู่ที่ไหน เธอบอกว่าอยู่ในใจของเธอ ดร. คาเกนบอกเธอว่ าพระเยซูอยู่ที่สวรรค์ที่พระหัตถ์ขวาของพระเจ้า เธอบอกว่า “คือช่วงเวลาที่พระเยซูทรงชำระบาปของฉันโดยพระโลหิตของพระองค์ พระโลหิตหลั่งออกมาชำระบาป...ฉันมีความสุข พระเยซูทรงหลั่งโลหิตบนไม้กางเขน เพื่อฉันจะได้รับความรอด...พระเยซูทรงชำระบาปทั้งหมดของฉันโดยพระโลหิตของพระองค์...ทุกวันนี้ฉันมีความสุขที่ได้ประกาศ..นำอนุชนมาที่ [คริสตจักร] เพื่อได้ยินอาจารย์เทศน์ ฉันมีความสุขเมื่อได้ยิน [ดร. ไฮเมอร์ส] เทศนาให้กับคนหนุ่มถึงพระโลหิตของพระเยซู...ฉันมี [อาจารย์] ที่รักและห่วงใยจิตวิญญาณ และบอกพวกเขาถึงพระเยซู...พระเยซูทรงหลั่งโลหิตบนไม้กางเขน ฉันจึงรอด...พระผู้ช่วยให้รอดของฉัน!”

หญิงชาวจีนคนหนึ่งกำลังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยบอกว่า “ฉันเดินไปที่คริสตจักรด้วยใจที่หนักอึ้ง พระเจ่ทรงทำให้ฉันเห็นถึงบาปที่อยู่ในใจของผม...แม้ว่าคนที่อยู่รอบๆจะเชียร์ฉัน...ฉันไม่อาจที่จะหลอกอีกต่อไป [ตัวฉันเอง] ฉันไม่เป็นไร ฉันเป็นคนดี ฉันไม่โอ เค และในตัวฉันนั้นไม่มีอะไรดีเลย ในขณะที่ฉันนั่งฟังคำเทศนา [ดร. ไฮเมอร์ส] ฉันรู้สึกว่าอาจารย์กำลังพูดให้ฉัน...ฉันคิดว่าตัวเองยังสามารถซ่อนบาปจากคนอื่น ฉันไม่อาจซ่อนบาปเหล่านั้นจากพระเจ้าได้อีก...ฉันรู้สึกเหมือนอาดาม พยายามซ่อนหน้าจากพระเจ้า...

หลังจากที่ใกล้จบคำเทศนา ได้ยินพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เป็นครั้งแรก [แม้ว่าเธอจะมาที่คริสตจักรของเราเพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยฟังเลย] พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนที่ของฉัน ชดใช้บาปของฉัน...พระโลหิตของพระคริสต์หลั่งลงมาชำระคนบาป พระโลหิตของพระองค์ชำระฉัน! ฉันต้องการพระเยซูมากกว่าแสวงหาการทำดีในตัวฉันเอง โดยพระคุณของพระเจ้า ฉันมองไปที่พระคริสต์เป็นครั้งแรก และพระองค์ทรงกู้ฉันในเวลานั้น! พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งฉัน อย่างที่ฉันทำให้พระองค์นานมาแล้ว ทรงชำระฉันด้วยพระโลหิต...พระโลหิตของพระองค์ทรงชำระบาปของฉันทั้งหมด พระเยซูทรงครอบคลุมฉันด้วยพระโลหิต พระองค์ทรงสร้างฉันขึ้นมาใหม่...ความเชื่อและประกันของฉันอยู่ในพระคริสต์ ตอนฉันเข้าใจสิ่งที่ จอห์น นิวตัน [กล่าวเอาไว้] ‘พระคุณพระเจ้า! นั้นแสนชื่นใจ ช่วยด้วยความชั่วอย่างฉัน ครั้งนั้นฉันหลง พระองค์ตามหา ตาบอด แต่ฉันเห็นแล้ว’...ฉันเคยเป็นคนบาป และพระเยซูกู้ฉัน...พระองค์ทรงรับฉันและพระโลหิตของพระองค์”

๕นกำลังเบื่อผมที่ขอบพูดถึงไม้กางเขนของพระคริสต์ และพระโลหิตของพระองค์? ไม่เลน นอกเสียจากบางคนที่มีศิษยาภิบาลที่ให้พวกเขารับบัพติศมนขณะที่ยังไม่รอด – เชนนักเทศน์ใน อรีย์ตา แคลิฟอร์เนีย ที่ให้บัพติศมาให้กับ ลิเดีย เอสตราดา โดยที่ไม่สร้างความเชื่อมั่นในการวางใจพระเยซู เขารู้หรือเปล่าว่าจะสร้างความมั่นใจขนาดไหน? ฉันสงสัย! วหลีกหนีออกจากผู้เผยพระวจนะเท็จเหล่านั้น!

สำหรับผม ผมจะเทศนาถึงพระโลหิตของพระคริสต์ จนกว่าคนหลอกลวงทั้งหลายพูดไม่ออก และมากล่าวถึงฤทธิ์อำนาจที่ช่วยให้เรารอด น้ำพุที่เต็มไปด้วยพระโลหิต ไหลออกมาจากพระวรกายของพระองค์ และทรงชำระของคนบาปให้สะอาด!

ทรงชำระความผิด และปลดปล่อยโซ่ตรวน
และทรงชำระของคนผิดบาปต่างๆห้สะอาด
   (“There Is a Fountain” by William Cowper, 1731-1800)

“ในพระบุตรนั้นเราจึงได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์ คือเป็นการทรงโปรดยกบาปทั้งหลายของเรา” (โคโลสี 1:14)

หากคุณอยากคุยกับเราเกี่ยวกับการช่วยกู้ กรุณาออกมาข้างหน้า และเราจะคุยกับคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อธอผษฐานก่อนเทศนาโดย ท่าน อาร์โรน เยนซี่
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“Saved by the Blood of the Crucified One” (S. J. Henderson, 19th century).