Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ห้าบทเทศนาที่ทำ ให้นักประกาศหนุ่มได้กลับใจใหม่

FIVE SERMONS USED IN THE CONVERSION
OF A YOUNG EVANGELIST
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, October 9, 2016

“เมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้?” (โรม 10:14)


น่าจะเป็นบทเทศนาที่สำคัญที่สุดเท่าที่ผมเคยเทศน์ในเดือนมิถุนายนปี 2009 ห้าบทเทศนาเหล่านี้ถูกใช้โดยพระเจ้าให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ได้ยินเทศนาในเช้าวันนี้ด้วย บทเทศน์ทั้งห้านี้คือส่ิ่งที่ จอห์น ซามูเอล คาเกน เคยได้ยินก่อนที่เขาจะกลับใจใหม่ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาผมแน่จึงใจว่าจอห์นจะกลายเป็นนักเทศน์ที่ดีและเก่ง บทเทศน์ทั้งห้าที่ทำให้เขากลับใจใหม่นี้เป็นบทเทศนาที่ดีมากๆเท่าที่ผมเคยเทศน์มา การเทศนาที่แสดงให้มีการกลับใจใหม่นั้นเป็นอะไรที่หายากมากในทุกวันนี้ แต่การเทศนานั้นเป็นวิธีการที่พระเจ้าทรงสำแดงและให้เทศน์ให้กับคนบาป พระคัมภีร์กล่าวว่า "และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้?" (โรม 10:14) ต่อไปนี้เป็นห้าบทเทศนาที่ จอห์น คาเกน เคยได้ยินก่อนที่จะกลับใจใหม่ ผมจะอ่านคำพยานของเขาในบทตอนสุดท้ายของการเทศนานี้ ตอนนี้ผมจะสรุปห้าบทเทศนาที่จอห์นได้ยินมาก่อน

I. หนึ่ง “หนุนใจผู้ที่อยู่ใกล้กับความรอด” (เทศน์ตอนเช้า 7 มิถุนายน 2009)

พระวจนะที่ใช้คือ "ท่านไม่ไกลจากอาณาจักรของพระเจ้า ตั้งแต่นั้นไปไม่มีใครกล้าถามพระองค์อีกต่อไป" (มาระโก 12::34) พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานอยู่ในใจของผู้ชายคนนี้เพียงพระวิญญาณของพระเจ้าเท่านั้น ที่ทรงสามารถทำลายใจที่แข็งกระด้านของมนุษย์ที่ต่อต้านพระเจ้าปฏิเสธพระเยซูคริสต์ลง และคนเที่ไม่ยอมกลับใจใหม่นั้นเป็นคนที่ต่อต้านพระเจ้า และเป็นศัตรูของพระคริสต์ ผมได้คุยกับชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง เขาถามผมว่า "ทำไมพระเยซูต้องสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน?" คนนี้เคยได้ยินผมพูดว่า "พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้ความบาปของเรา" เขาเคยได้ยินผมเทศน์อย่างนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าและเป็นปีๆ แต่เพราะใจที่บอดทำให้เขาไม่อาจรับรู้ความจริงได้ คุณต้องคิดให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับคำพูดเหล่านั้น "พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้ความบาปของเรา" อะไรที่มัดคุณเอาไว้ไม่ให้มาถึงพระคริสต์ คุณกลัวในสิ่งที่คนอื่นพูดหรือเปล่า? จงลืมสิ่งที่พวกเขาพูด คำ พูดของพวกเขาไม่สำคัญอะไรเลยตอนที่คุณอยู่ในนรกแล้ว จงหันกลับจากบาปของคุณและมาที่พระเยซูคริสต์ ไม่มีทางอื่นอีกที่จะหนีพ้นจากนรกได้

II. สอง “ลัทธิคาวิลสมัยใหม่และการกลับใจใหม่ที่แท้จริง” (เทศน์ในวันอาทิตย์ตอนเช้า 7 มิถุนายน)

พระธรรมที่ใช้ในบทเทศนานี้คือ “เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่า ๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17) ผมไม่ได้เทศนาต่อต้านลัทธิคาวิลนิยม เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าการเชื่อในหลักคำสอนนี้ไม่ได้ช่วยให้คุณรอด แม้ว่าจะเชื่อในหลักข้อเชื่อที่ถูกต้องก็ตามไม่สามารถช่วยอะไรได้ ผมกำลังบอกว่าการเชื่ออย่างหมดใจในหลักคำสอนเหล่านั้นก็ไม่อาจช่วยคุณให้รอดได้ คุณต้องสารภาพบาป และมาที่พระเยซูไม่เช่นนั้นอีกทางเลือกคือนรก ตอนที่คุณเป็นทุกข์เพราะบาปนั้น - ด้วยเหตุนี้เท่านั้น - คุณถึงต้องการพระคริสต์ที่จะมาช่วยกู้คุณ หากคุณไม่พึงประสงค์อยากได้พระเยซูที่จะมาเปลี่ยนใจบาปของคุณ ไม่มีทางที่คุณจะกลับใจใหม่ คุณไม่รู้สึกอายในบาปที่อยู่ในตัวเองเลยหรือ? มันไม่ทำ ให้คุณเลวร้ายเลยหรือ? ต้องมีแน่หากคุณปราถนาที่จะกลับใจใหม่ เฉพาะในเวลาที่ใจบาปของคุณได้รับการชำระโดยพระโลหิตเพราะนี่เป็นสิ่งสิ่งสำ คัญ สเปอร์เจียนกล่าวว่า “ต้องเปลี่ยนใจอย่างแท้จริง เพราะมันสามารถส่งผลกระทบต่อทุกด้านในชีวิต” การกลับใจที่แท้จริงเกิดตอนคนบาปรู้สึกว่ามีบาปและเกลียดมัน

ในบทเทศนานี้ผมได้อ้างคำพูดของท่านสเปอร์เจียนในบทเทศน์ของท่าน “กาากลับใจจำเป็นหรือไม่?” สเปอร์เจียนกล่าวว่า

การกลับใจที่แท้จริงนั้นมีจุดสำคัญอยู่สี่อย่าง จะต้องมีการสารภาพบาปอย่างแท้จริง และมองไปที่พระเยซูเพื่อการอภัยบาป และต้องเปลี่ยนใจอย่างแท้จริง เพราะมันสามารถส่งผลกระทบต่อทุกด้านในชีวิต หากไม่มีการค้นพบในสี่จุดนี้มันไม่ใช่การกลับใจที่แท้จริง (C. H. Spurgeon, “Is Conversion Necessary?”, Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1971, vol. xx, p. 398)

III. สาม “อธิษฐานและอดอาหารเท่านั้น” (เทศน์ในวันอาทิตย์ตอนเช้า 14 มิถุนายน 2009 )

พระธรรมที่ใช้คือ “ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:29) ผมบอกว่าคำ เหล่านั้น “และอดอาหาร” ถูกลบออกไปเพราะสองคำ นี้มีอยู่ในต้นฉบับเดิม แต่ถูกคัดลอกโดยพวกจีน็อสติ และได้ตักสองคำนี้ออกไป คริสตจักรที่อ่อนแอในปัจจุบันนี้ต่างใช้ฉบับคัดลอกนี้ ความจริงคือฉบับดั้งเดิมต่างมีสองคำ นี้ “อธิษฐานและอดอาหาร” ในประเทศจีนพระคัมภีร์ของพวกเขาต่างก็มีสองคำ นี้ นี่คือเหตุผลที่ประเทศของเขามีการฟื้นฟู ในขณะที่ประเทศในตะวันตกที่ใช้ฉบับแปลใหม่ที่ตัดสองคำออกถึงไม่มีการฟ้ืนฟูเกิดขึ้นเลย เราต้องมีเวลาอดอาหารและอธิษฐานเผื่ออนุชนของเราให้กลับใจ เราอดอาหารอธิษฐานให้พวกเขารับรู้ในบาป กลับใจ และรับประสบการณ์ที่แท้จริงของพระผู้ช่วยให้รอด และรับการชำระในพระโลหิตของพระองค์ จบการเทศนาโดยร้องเพลงนมัสการที่ชื่อ “ขาวดั่งหิมะ” บอกว่า “องค์พระเยซู พระองค์ทรงรออย่างอดทน กลับมา จงกลับมาด้วยใจที่ได้รับการสร้างใหม่” ในขณะที่สมาชิกในคริสตจักรของเราอดอาหารและอธิษฐาน จอห์น คาเกน กลับต่อต้านการอดอาหารนั้น ทำให้เขาโมโห - แม้ว่าเขาจะกลับใจใหม่ในเร็วๆหลังจากนั้นก็ตาม ในขณะเดียวกันพ่อแม่ของเขากำลังอธิษฐานเผื่อเขาเสมอเพื่อให้มารับความรอด

IV. สี่ “จิตสำ นึกและการกลับใจใหม่” (เทศน์ในวันอาทิตย์ตอนเช้า 14 มิถุนายน 2009 )

พระธรรมที่ใช้คือ "ใจสำนึกผิดชอบของเขาก็เป็นพยานด้วย ความคิดขัดแย้งต่าง ๆ ของเขานั้นแหละ จะกล่าวโทษตัวหรืออาจจะแก้ตัวให้เขา" (โรม 2:15) ใจสำ นึกคือการสร้างอำนาจผ่านการตัดสินทางศีลธรรมในตัวเอง การอนุมัติหรือการกระทำของเราในทางความคิดและแผนการบอกเราว่าเราได้ทำผิดและบอกเราว่าเราสมควรที่จะได้รับประสบการณ์ของความเจ็บปวดนั้น อาดัมทำบาปและจิตสำนึกของเขามีมลทินเพื่อให้เขาพยายามหาข้อแก้ตัวต่างๆสำหรับบาปของเขา หลักฐานที่ชี้ชัดว่าใจสำนึกนี้สืบทอดผ่านทางมนุษย์ นั่นคือความจริงที่ว่าลูกชายคนแรกของพวกเขาคาอินฆ่าน้องชายของเขา แตกลับไม่รู้สึกสำ นึกในบาปที่ได้กระทำ นั้น คนที่ยิ่งทำ บาปมากจิตสำนึกของเขายิ่งรับรู้มาก คนทำ ลายใจสำนึกของพวกเขาโดยการทำบาปมากขึ้นและมากขึ้น "การหน้าซื่อใจคดของคนที่พูดโกหก คือทำไปทั้งรู้ ๆ เหมือนอย่างกับเอาเหล็กแดงนาบลงไปบนจิตสำนึกผิดชอบของเขา" (1 ทิโมธี 4: 2) ผมบอกคนหนุ่มสาวในคริสตจักรของเราว่า พวกเขาทำลายจิตสำนึกของพวกเขาโดยการโกหกพ่อแม่ของพวกเขา โกโหกโรงเรียนและโดยการขโมยสิ่งของ ทำลายจิตสำนึกของคุณครั้งแล้วครั้งเล่ากับความผิดบาปที่มากขึ้นเรื่อยๆ - ซึ่งผมจะไม่พูดถึงคริสตจักรนี่ เพราะคุณรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาเป็น คุณรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะรู้สึกผิดในตอนนี้ - เพราะคุณได้กระทำผิดซ้ำ ๆ เช่นหัวเราะเยาะพระเจ้า คุณทำบาปซ้ำแล้วซ้ำอีก และทำทำ ลายจิตสำนึกของคุณ ผมจะสามารถทช่วยคุณได้อย่างไร เพราะคุณได้เผาจิตสำนึกของคุณจนแทบจำไม่ได้ ผมได้แต่สงสารคุณ - เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกทำ ลาย ไม่มีอนาคตและไม่มีความหวัง ผมทำได้เพียงแค่สงสารคุณ ผมไม่สามารถช่วยคุณได้ เพราะคุณถูกลงโทษและถูกประณามอยู่แล้ว พระเยซูตรัสว่า “ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ” (ยอห์น 3:18) คุณเองก็แน่ใจแล้วว่าอยู่ในนรกเพราะคุณอยู่ที่นั่นแล้ว และไม่มีอะไรที่ผมจะพูดอีกหรือไม่สามารถช่วยให้คุณได้อีก พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถทำ ให้คุณสำ นึกความบาปของคุณ ถ้าพระองค์ทรงให้คุณเชื่อว่ามีบาปมาก่อนหน้านั้นแล้ว ไม่สามารถที่จะรับประกันได้อีกว่าพระองค์จะทรงทำอีกครั้งหนึ่ง โดยประสบการณ์แล้วคนที่พระเจ้าทรงให้พระวิญญาณของพระองค์แจ้งให้ผู้รับรู้บาปมาก่อนแล้วจะไม่มีอีก หลังจากที่คุณได้เยาะเย้ยและทำ อะไรแบบโง่เขลาแล้ว คุณไม่สมควรได้รับอีกครั้งหนึ่ง ถ้าคุณสูญเสียความเชื่อที่ว่าตัวเองมีบาป นั่นแสดงว่าพระเจ้าจะไม่ให้โอกาสให้คุณรับรู้อีก มาพบพระเจ้าเหมือนขยะ! จงก้มลงด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนรู้ว่าพระเจ้าไม่ได้เป็นหนี้อะไรคุณเลย ใจของคุณได้ถ่มน้ำลายรดพระพักต์ของพระองค์มาตลอดหลายทุกปี จงคิดให้ดี! คุณได้ถ่มน้ำลายใส่พระคริสต์โดยการกระทำ ของคุณ ตอนนี้พระคริสต์ไม่ได้เป็นหนี้ีอะไรคุณอีก สิ่งที่เป็นคือมีแต่พระพิโรธที่จะลงโทษและโดยเปลวไฟนรก ตอนนี้คุณกำ ลังคิดว่า "มันเป็นความจริง - พระเจ้าไม่เป็นหนี้ฉันอะไรเลย นอกเสียจะเปลวไฟนรก ฉันไม่สมควรได้อะไรอีก” ในเวลาที่คุณคิดได้อย่างนี้ นั่นแหละคุณถึงอยากจะมาที่พระคริสต์เหมือนหญิงที่มาจุบที่พระบาทของพระองค์ จงมาด้วยใจที่เจ็บปวด ร้องไห้แสวงหาพระองค์ เหมือน จอห์น บันหยัน และไวท์ฟิว์ด - ที่ได้ร้องไห้โอดครวญต้องการความเมตตา บางทีพระองค์อาจทรงสงสารคุณ ที่ผมบอกว่า “บางที” - เพราะเวลาที่คุณสมควรได้รับความรอดมันผ่านไปแล้ว คุณใช้เวลาแห่งพระคุณนั้นทำ บาปตลอด จงมาร้องไห้ต่อหน้าพระคริสต์ - บางทีพระองคอาจ์ให้โอกาสคุณอีก - หากเป็นไปตามส่ิงที่คุณทำแล้วไม่น่าได้รับอีก อย่างไรก็ตามจงมาคุกเข่าที่ธรรมมาส์นี้ด้วยการร้องไห้ พระองค์อาจจะได่ยินคุณและชำระคุณด้วยพระโลหิตของพระองค์ เพราะพระโลหิตของพระองค์เท่านั้นจึงจะ “ทรงชำระใจวินิจฉัยผิดและชอบของท่านทั้งหลายให้พ้นจากการกระทำที่ตายแล้วทรงชำระใจวินิจฉัยผิดและชอบของท่านทั้งหลายให้พ้นจากการกระทำที่ตายแล้ว” (ฮีบรู 9:14)

V. ห้า “ทุ่งแห่งกระดุกแห้ง” (ผมเทศน์ตอนเช้าช่วงที่ จอห์น คาเกน กลับใจใหม่ 21 มิถุนายน 2009)

พระธรรมตอนนี้คือ “องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้แก่กระดูกเหล่านี้ว่า ดูเถิด เราจะกระทำให้ลมหายใจเข้าไปในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิต” (เอเสเคียล 37:5) ผมไม่คิดว่า จอห์น ได้กลับใจใหม่หลังฟังการเทศนาครั้งนี้ ผมคิดว่าตอนนั้นเขาคงไม่ฟังผมหรอก แต่ก็เป็นคำเทศนาแรกที่มีส่วนทำให้เขาได้กลับใจใหม่ คุณจะเห็นได้จากคำพยานของเขาตอนที่ผมอ่าน - ตอนนั้นเขาไม่ให้เกียรติผมเลย หากคุณไม่ชอบผมก็จะไม่ฟังส่ิงที่ผมพูด แต่มีบางอย่างได้เกิดขึ้นให้กับจอห์นในเช้าวันนั้น ผมคิดว่าเขาคงได้อ่านบางหน้าในหนังสือโทรศัพท์ของเรา และทำให้เขากลับใจใหม่ ทำ ไมผมพูดอย่างนี้? เพราะบทเทศนาสี่ครั้งที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านั้นใจของเขาล้วนต่อต้าน โดยเฉพาะบทเทศนาเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก คุณเห็นว่าพระเจ้าทรงใช้บทเทศนานี้และอีกสามบทนั้นทำให้เขารับรู้บาปของเขา และเขามารู้ว่าการกระทำ ของเขานั้นไม่ได้ต่อต้านผม แต่เป็นการต่อต้านพระเจ้า ตอนนี้ลองมาฟังคำ พยานของเขาแล้วคุณจะพบว่าผมมีส่วนน้อยมากต่อการกลับใจใหม่ของเขา แต่พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงใช้สี่บทเทศนานั้นทำ ให้เขามาพบกับความบาปที่อยู่ภายในตัวเอง พระเจ้าทรงใช้ผมให้พูดและนำ เด็กที่มีอายุสิบห้าปีมากลับใจใหม่จากบาป พระเจ้าเท่านั้น “ที่บังคับคนบาป [นำ คน] มาที่พระคริสต์” ไม่ใช่ผมเลย “เมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้?” นี่คือความจริง พระเจ้าทรงใช้นักเทศน์พูดให้คนบาปได้กลับใจใหม่ เหมือนอย่างผู้เผยพระวจนะโยนาห์กล่าวว่า “ความเป็น [จาก] ขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (โยนาห์ 2:9) ตอนนี้ลองมาฟังคำ พยานเกี่ยวกับการกลับใจใหม่ของ จอห์น ซามูเอล คาเกน ซึ่งผมจะอ่าน

คำ พยานของผม
21 มิถุนายน 2009
โดย จอห์น ซามูเอล คาเกน

         ผมจำได้ในเวลาทีี่ผมมากลับใจใหม่ นั่นเป็นสิ่งที่เล็กมากหากเปรียบเทียบกับสิ่งที่พระเยซูทรงทำ ก่อนที่ผมจะกลับใจใหม่นั้นใจเต็มไปด้วยความโกรธและเกลียด ผมและเพื่อนต่างภูมิใจในบาปที่ได้ทำและรู้สึกดีใจเมื่อได้ทำให้คนอื่นเจ็บปวด เพราะเราเกลียดพระเจ้า สำหรับผมแล้วบาปไม่ใช่บางอย่างที่ “ทำ ผิดพลาด” แล้วต้องมาเสียใจ ผมตั้งใจที่ทำ อย่างนั้น พระเจ้าเริ่มทรงทำ งานในตัวผมโดยเริ่มจากทางที่ผมเป็น ในช่วงเวลาที่ผมจะกลับใจใหม่นั้นดูเหมือนผมกำ ลังจะตาย ไม่สามารถนอนหลับ ไม่สามารถยิ้ม ไม่มีสันติสุข คริสตจักรของเรามีการประชุมในกลุ่มผู้ประกาศ ผมจำ ได้เม่นว่าผมได้เยาะเย้ยพวกเขา และพยายามโจมตีศิษยาภิบาลของเราและพ่อของผม
         ในเวลานั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำ ให้ผมทราบบาปของผม แต่ผมเองกลับปฏิเสธทุกความคิดเกี่ยวกับพระเจ้าและการกลับใจใหม่ ผมปฏิเสธที่จะนึกถึงเรื่องนี้ ในวันอาทิตย์วันที่ 21 เดือนมถุนายน 2009 ผมถูกสร้างใหม่จากภายในเหมือนอะไรที่ถูกรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด ผมจึงเริ่มเกลียดตัวเองและบาปของผม
         ในขณะที่ ดร.ไฮเมอร์ส กำลังเทศนาอยู่นั้น ความเย่อหยิ่งทำ ให้ผมปฏิเสธไม่ยอมรับฟัง แต่ท่านก็เทศนาต่อจนผมเริ่มรู้สึกว่ามีบาปในจิตวิญญาณของผม ผมเริ่มนับทุกวินาทีว่าเมื่อไหร่การเทศนาจะจบ แต่ท่านอาจารย์ยังคงเทศน์ต่อไป และผมเองเริ่มมองเห็นว่าบาปของผมเลวขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่อาจที่จะทนต่อไปได้อีก ผมต้องได้รับการช่วยกู้ให้รอด! แต่ผมก็ปฏิเสธการเชื้อเชิญ แต่ไม่อยู่อย่างนั้นอีก ผมรู้ว่าตัวเองเป็นคนบาปหนา และพระเจ้าทรงชอบธรรมต้องทิ้งผมลงนรกแน่ๆ มันเป็นช่วงที่เลวร้าย ผมรู้สึกเหนื่อยกับตัวเอง อาจารย์ได้ให้คำ ปรึกษาให้ผมมาที่พระคริสต์ แต่ไม่ก็ไม่ยอม บาปนั้นได่ลงโทษผมจนไม่อาจเข้ามาพบกับพระคริสต์ ในเวลานี้ผมรู้สึกเป็นช่วงที่เลวร้ายมากที่สุดเท่าที่เคยเจอ ผมจึงเริ่มรู้สึกว่าหากไม่ได้รับการช่วยกู้ให้รอดตองตกนรกแน่ๆ ผมเองถูกช่วยให้รอด ผมเอง “พยายาม” ที่จะวางใจพระคริสต์ แต่ก็ไม่อาจทำได้ ผมไม่อาจนำตัวเองมาถึงพระคริสต์ได้ ผมไม่กล้าตัดสินที่จะเป็นคริสเตียน ผมรู้ว่าตัวเองไม่มีความหวัง ผมรู้ว่าบาปได้ฉุกผมลงไปที่นรก
         ในขณะนั้นคำเทศนาต่างๆของอาจารย์ที่ได้ยินมาก่อนหน้านั้นได้เข้ามาในใจของผม “จงยอมจำ นนต่อพระคริสต์! จงยอมจำ นนต่อพระคริสต!” ความคิดที่ให้จำนนต่อพระคริสต์อยู่ในใจตลอด พระเยซูทรงประทานชีวิตของพระองค์ให้ผม พระเยซูทรงไปถูกตรึงที่กางเขนเพื่อผม ในขณะที่ผมยังต่อต้านพระองค์อยู่ ความคิดนี้ย้ำ ผมให้ปล่อยทุกอย่างออกไป ผมไม่อาจที่จะยึดส่ิงเหล่านั้นต่อไปได้อีก ผมต้องได้พระคริสต์! ในเวลานั้น ผมได้ยอมต่อพระคริสต์ และเข้ามาด้วยความเชื่อ ในเวลานั้นดูเหมือนว่าผมได้ตายไปแล้ว และพระคริสต์ได้ประทานชีวิตใหม่ให้ผม! นั่นไม่ใช่ภายนอกแต่เกิดขึ้นในใจ และแล้วก็เข้ามาพักในพระคริสต์ พระองค์ช่วยกู้ผม! พระองค์ทรงชำระบาปของผมด้วยพระโลหิต! ทันใดนั้นผมเลิกต่อต้านพระองค์ และทุกสิางที่ต้องทำต่อไปคือการวางใจพระองค์ ผมรู้ว่ามีพระองค์เท่านั้น ผมต้องยอมจำ นน! ณ เวลานั้นมันไม่ใช่ความรู้สึกในฝ่ายเนื้อหนัง เพราะผมไม่จำ เป็นความรู้สึกอีกต่อไป ผมเองมีำ พระคริสต์แล้ว! ผมได้หันหลังใฟ้บาปและมองที่พระองค์เท่านั้น! พระเยซทรงช่วยผม
         ทำไมพระเยซจึงคอยรักผม และอภัยคนบาปอย่างผมที่มีคริสตจักรที่ดีๆ แต่ยังคอยต่อต้านพระองค์! ไม่มีคำพูดที่จะกล่าวถึงความรักของผมที่มีต่อพระเยซูหลังจากที่กลับใจใหม่แล้ว พระองค์ทรงประทานชีวิตของพระองค์เพื่อผม ด้วยเหตุนี้ผมเองก็จะมอบทุกสิ่งแด่พระองค์ พระเยซูทรงสละบังลังก์ของพระองค์มาที่กางเขน ในขณะที่ผมเองหัวเราะและโจมตีคริสตจักรของพระองค์ ผมจะประกาศถึงพระกิตติคุณและความรักของพระองค์อย่างสุดๆได้อย่างไร? พระเยซูทรงแบกความโกรธและความเกลียดของผมและมอบความรักให้ผมแทน พระองค์ทรงให้มากกว่าเพียงแค่เริ่มต้นใหม่ - พระองค์ประทานชีวิตใหม่ให้ผม นั่นเป็นเพราะความเชื่อที่ว่าพระองค์ทรฃชำระบาปของผมออกไป ผมรู้ได้อย่างนั้นได้อย่างไรทั้งที่ไม่มีหลักฐานใดๆเลย เป็นเพราะ “ความเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็น” และพบกับสันติสุขโดยทางความเชื่อในพระเยซู พระองค์ทรงเป็นคำ ตอบ
         ผมขอบคุณสำ หรับพระคุณที่พระเจ้าทรงประทานให้ผม และโอกาสต่างที่ทรงมอบให้ผม และทรงนำ ผมมาที่พระบุตรของพระองค์ เพราะผมไม่ได้มาที่พระเยซูด้วยตัวผมเอง นี่เป็นเพียงแค่คำ พูด แต่ความเชื่อของผมมีอยู่ในพระเยซู ผู้ที่ทรงมอบโอกาสมากมายให้ผม พระองค์ทรงประทับที่นั่นเพื่อผมเสมอ ผู้ทรงปลดปล่อยของผม พระผู้เป็นที่ผมพัก และพระผู้ช่วยให้รอดของผม ความรักที่ผมมีต่อพระองค์นั้นน้อยนักหากเปรียบกับความรักของพระองค์ที่มีต่อผมไมได้ ผมไม่อาจที่จะมีชีวิตยาวเพื่อพระองค์ได้ ผมไม่อาจทำ อะไรมากให้กับพระองค์ได้ พระผู้ช่วยทรงเป็นความสุขของผม! พระองค์ประทานชีวิตให้ผม พระเยซูทรงเป็นที่ผมแสวงหา ผมไม่วางใจตัวเองอีกต่อไป แต่มีความหวังในพระองค์ พระเยซูเสด็จมาหาผม และจะไม่จากผมไปที่ไหน

มีคนบาปมากมายเหมือน จอห์น คาเกน ผมได้แต่เพียงบอกคุณอย่างที่บอกให้ จอห์น ในตอนท้ายของการเทศนาตอนที่เขาได้รับความรอดแล้ว “คุณเป็นคนบาป และหลงหายไป ไม่มีใครที่จะสามารถช่วยคุณได้ มีีแต่พระเยซู นั่นแฟละที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้บาปของคุณ - และชำ ระล้างออกไปด้วยพระโลหิตของพระองค์ ในขณะที่เราร้องเพลง จงออกจากที่นั่งของคุณแล้วออกมาที่นี่! ‘ข้าพระองค์หลงหาย! โอ้ พระเยซูโปรดชำระบาปของข้าฯด้วยโลหิตที่หลั่งบนไม้กางเขน!’ ออกมาที่นี่ในขณะทร่เราร้องท่อนที่หนึ่ง ‘ใกล้กางเขน’ นี่เป็นบทเพลงเชิญชวน จงออกมาที่ธรรมมาส์นี้และวางใจในพระเยซู

พระเยซูขอให้ข้าพระองค์ได้เข้าใกล้ไม้กางเขนนั่น
   เพราะเป็นบ่อน้ำ พุที่ทรงมอบฟรีให้กับทุกคนที่มาที่โกระโกธา
ที่กางเขน ที่กางเขน เป็นสง่าราสีของข้าฯตลอดไป
   จนกว่าจิตวิญญาณของข้าฯจะได้พักสงบที่ริมฝั่งแม่น้ำ
(“Near the Cross,” Fanny J. Crosby, 1820-1915)

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: โรม 10:9-14.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟีท:
“Near the Cross” (Fanny J. Crosby, 1820-1915).


โครงร่างของ

ห้าบทเทศนาที่ทำ ให้นักประกาศหนุ่มได้กลับใจใหม่
FIVE SERMONS USED IN THE CONVERSION
OF A YOUNG EVANGELIST

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“เมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้?”
(โรม 10:14)

I.      หนึ่ง “หนุนใจผู้ที่อยู่ใกล้กับความรอด” (เทศน์ตอนเช้า 7 มิถุนายน 2009 ) มาระโก 12:34

II.    สอง “ลัทธิคาวิลสมัยใหม่และการกลับใจใหม่ที่แท้จริง” (เทศน์ในวันอาทิตย์ตอนเช้า 7 มิถุนายน 2009)
2 โครินธ์ 5:17

III.  สาม “อธิษฐานและอดอาหารเท่านั้น (เทศน์ในวันอาทิตย์ตอนเช้า 14 มิถุนายน 2009 )
มาระโก 9:29

IV.  สี่ “จิตสำ นึกและการกลับใจใหม่ (เทศน์ในวันอาทิตย์ตอนเช้า 14 มิถุนายน 2009 )
โรม 2:15; 1 ทิโมธี 4:2; ยอห์น 3:18; ฮีบรู 9:14

V.    ห้า “ทุ่งแห่งกระดูกแห้ง” (ผมเทศน์ตอนเช้าช่วงที่ จอห์น คาเกน กลับใจใหม่
21 มิถุนายน 2009) เอเสเคียล 37:5; โยนาห์ 2:9