Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net



ระเบียบและการโต้แย้งในการอธิษฐาน - ตอนที่ 1

ORDER AND ARGUMENT IN PRAYER – PART I
(Thai)

โดย จอห์น ซามูเอล คาเกน
by Mr. John Samuel Cagan

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Friday Evening, September 2, 2016

“โอ ข้าอยากทราบว่าจะพบพระองค์ได้ที่ไหน เพื่อข้าจะมาถึงพระที่นั่งของพระองค์ ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า” (โยบ 23:3-4)


บทเทศนาต่อไปนี้คัดลอกมาจากบทเทศนาที่เนียกว่า "การมีระเบียบและการโต้แย้งในการอธิษฐาน" โดย ซี เอช สเปอร์เจียน บทเทศน์นี้สเปอร์เจียนเขียนเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ นอกจากนี้ด้วยความช่วยเหลือจาก ของท ดร. ไฮเมอร์ส และ ดร. คาเกน ผมได้เพิ่มความคิดบางอย่างเข้าไปและข้อพระคัมภีร์ต่างๆด้วย

ข้อพระคัมภีร์ที่เพิ่มอ่านนั้น โยบต้องการที่จะพบพระเจ้าและอธิษฐานต่อพระองค์ เขาไม่ต้องการที่จะพูดคุยกับพระเจ้าในทางปกติ แต่ความตั้งใจของโยบนั้นมีอะไรบางอย่างที่สำคัญคือ เขาต้องการที่จะอธิษฐานในลักษณะนี้ว่า "ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า" (โยบ 23: 4) มีสองอย่างที่ควรเรียนรู้จากข้อนี้เกี่ยวกับการอธิษฐานที่แท้จริง - เกี่ยวกับการอธิษฐานที่เอาจริงเอาจัง

I. ประการแรก การอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังคือการมีระเบียบ - มีเหตุมีผล

โยบกล่าวว่า “ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า” (โยบ 23:4)

ให้คิดเกี่ยวกับส่ิงที่คุณกำาลังอธิษฐานขอ คิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ มุ่งเน้นไปที่นั่น ต้องเป็นสิ่งสำคัญให้กับคุณ เมื่อมีคนขอให้ จอห์น อาร ไรซ์ อธิษฐานเผื่อ ท่านไม่เคยเห็นด้วยที่จะอธิษฐานขอใน สิ่่ิงนั้น ท่านจะบอกให้คนนั้นอธิษฐานขอพระเจ้าให้ส่ิงที่่คนๆนั้นขอเป็นส่ิงที่สำาคัญและเป็นภาระที่หนักจริงๆก่อน หากมิฉะนั้นแล้วส่ิงทร่เขาขอก็จะไม่สำคัญและไม่ใช่การอธิษฐานที่แท้จริง เป็นสิ่งที่คุณต้องการจริงๆหรือเปล่า? และให้คิดว่าทำไมคุณต้องการส่ิงนั้น พยายามที่จะเข้าใจว่าทำไมมันไม่ได้เกิดขึ้น จงคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้นว่าทำไมมันอยู่นอกกำาลังของคุณ ถ้าคุณไม่ได้รักในส่ิงนั้นจริงขอพระเจ้าทรงประทานความรักนั้นให้ การอธิษฐานขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่จรงใจจริงๆเป็นการอธิษฐานที่เรียกว่าไร้ระบบ หากคุณทำแบบครึ่งๆกลางๆนั่นคือคุณไม่มีการเตรียมตัว เตรียมัวเองให้พร้อมตก่อนที่อธิษฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณจะนำการอธิษฐานไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือในคริสตจักร อย่าปล่อยตามเลย ใจของคุณต้องเจาะอยู่ที่นั่น ให้มุ่งเน้นอยู่กับสถานการณ์ คุณต้องการบางอย่าง ก็จงมุ่งเน้นส่ิ่งนั้น หากไม่เช่นนั้นแล้วคุณไม่สามารถที่จะบรรลุมัน เพราะอยู่นอกเหนือกำาลังของคุณ อยู่นอกการควบคุมของคุณ และอื่น ๆ ที่คุณกำลังเข้าใกล้พระเจ้าแห่งจักรวาลในพระนามของพระเยซู คุณเข้าใกล้พระเจ้าในความพยายามที่อยากให้พระเจ้าทรงประทานส่ิงนั้น ขอพระเจ้าทรงประทานสิ่งที่เป็นความต้องการของคุณจริงๆ นั่นอาจเป็นสถานการณ์ที่สำาคัญ จงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังอธิษฐานเผื่อ

จัดระเบียบคำอธิษฐานของคุณ บางคนคิดว่าการอธิษฐานเป็นเหมือนการพูดซ้ำๆหรือร้องขอซ้ำแล้วซ้ำอีก บางคนคิดว่าคำอธิษฐานคือพูดสิ่งเดียวกันทุกครั้งที่พวกเขาอธิษฐาน ถ้ามีคนๆหนึ่งอธิษฐานขอบางอย่างแบบซ้ำ นั่นแสดงว่าเขาไม่มีการลงทุนตัวเองในให้กับพระเจ้า บางคนคิดของการอธิษฐานเป็นคำพูดทางศาสนา ไม่จำเป็นต้องออกมาจากใจ ถ้าผมต้องการที่จะกู้เงินจากคุณผมจะไม่พูดพึ่งพาหรือใช้คำยากๆเพื่อคุณพอใจในคำพูดนั้น คุณจะไม่เชื่อถ้าผมเปลี่ยนคำศัพท์ไปมา แต่เนื้อหาของสิ่งที่ผมพูดไม่ได้ทำให้ความรู้สึก การสวดมนต์ทางศาสนาไม่ใช่การทูลขอใดๆ

บางคนตะโกนใส่พระเจ้า แต่การเปล่งเสียงเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นที่ชอบพอพระทัย ไม่ใช่ออกจากส่ิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่สำคัญให้กับคุณมากๆ จึงไม่ควรเปลี่ยนคำ ขอนั้นโดยที่ยังกล่าวไม่จบ และเป็นการพูดแบบลอยๆเช่น “ข้าแต่พระจ้า อวยพรคริสตจักร ช่วยกู้คนบาป อวยพรข้าพระองค์และครอบครัว” แต่ไม่ยอมคิดแบบลึกๆ นี่แสดงถึงการไม่จริงใจ และนี่เป็นการอธิษฐานที่ไร้ระเบียบและเหตุผล

หากคุณกำลังจะเข้าไปในศาลเพื่อทูลขอกับผู้พิพากษา แน่นอนคุณจะต้องคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังจะบอก คุณต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าคุณกำลังจะขออะไร คุณอาจคิดว่าจะไปโน้มน้าวให้ผู้พิพากษาทำตามในสิ่งที่คุณต้องการ ผมสามารถยืนยันได้คุณต้องเตรียมการสำหรับการสนทนาของคุณนั้นเป็นอย่างดี หากคุณกำลังจะไปถามเจ้านายของคุณ แน่นอนคุณต้องคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังจะพูด จงทำเช่นเดียวกันกับพระเจ้าในการอธิษฐาน อย่าเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยความคิดแบบตื้น ๆ อย่าเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยความคิดที่ไม่สมบูรณ์ ใช้ให้ตัวเอง

ให้พิจารณาหลายด้านต่างๆตามสถานการณ์ สถานการณ์มีผลกระทบต่อคุณและคนรอบด้านอย่างไรบ้าง สถานการณ์ส่งผลกระทบต่อสง่าราศีของพระเจ้าอย่างไรบ้าง? ถานการณ์ส่งผลกระทบต่อพันธกิจและพระราชอาณาจักรของพระองค์อย่างไรบ้าง? หากไม่ได้รับส่ิงที่ทูลขอนั้นจะส่งผลร้าบอะไรตามมาหรือเปล่า? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพระเจ้าไม่ทรงตอบตามคำขอของคุณ? ทุกสถานการณ์มีด้านทร่แตกต่างกันออกไป เหตุการณ์เดียวหรือการร้องขอเดียวอาจไม่ได้เริ่มต้นหรือลงท้ายด้วยเพียงประสบการณ์ของคุณ คำขอนี้เป็นสิ่งสำาคัญ มันเป็นสิ่งสำาคัญให้คุณ นอกจากนี้ยังอาจมีความสำคัญกับครอบครัวของคุณหรือคริสตจักรของคุณหรือเพื่อนของคุณหรือแม้กระทั่งกับพระเจ้า โปรดจำไว้ว่าพระเจ้าจะทรงฟัง พระเจ้าทรงประทับสูงและย่ิงใหญ่กว่าเจ้านายของมนุษย์หรือผู้พิพากษา

พฤติกรรมที่คุณควรจะมีตอนอธิษฐาน? จำไว้ว่าเราไม่มีค่าใดๆเลย เป็นเพียงแต่ "ฝุ่นและขี้เถ้า" (ปฐมกาล 18:27) ในเราเองไม่มีสิทธิ์ที่จะขออะไรจากพระเจ้า แต่โดยทางพระเยซูคริสต์เท่านั้นคุณจึงสามารถเข้ามาและ "จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ” (ฮีบรู 4:16) และในทางพระคริสต์คุณสามารถเข้าเฝ้าพระบิดาโดยตรง หากคุณอธิษฐานในพระนามของพระเยซู พระองค์จะทรงได้ยินว่าคุณ เหมือนอย่างที่ทรงได้ยินพระบุตรของพระองค์คือพระเยซูคริสต์ ถ้าคุณวางใจในพระคริสต์โดยพระองค์ คุณเป็นบุตรชายและบุตรสาวของพระเจ้า นี่ไม่ได้เป็นความคิดเล็ก ๆ คุณเป็นที่รักและเป็นที่ยอมรับเพราะพระเยซู พระเจ้าจะทรงได้ยินคุณ!

จงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังจะขอ จงทำให้มันชัดเจนกับสิ่งที่คุณต้องการ พระเยซูทรงตรัสให้เราอธิษฐาน "ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้" (มัทธิว 6:11) ทรงสอนเหล่าสาวกให้รู้จักการอธิษฐาน พระเยซูทรงให้ภาพประกอบ "เพื่อนเอ๋ย ขอให้ข้ายืมขนมปังสามก้อนเถิด" (ลูกา 11: 5)

หากคุณต้องการที่จะอธิษฐานขอบางอย่าง จงอธิษฐานเผื่อส่ิ่งนั้น อับราฮัมอธิษฐานว่า "“โอ ขอให้อิชมาเอลมีชีวิตอยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์" (ปฐมกาล 17:18) สเปอร์เจียนได้กล่าวไว้ว่า "จงพูดอิชมาเอ ถ้าเจ้าหมายถึง 'อิชมาเอ'"

หากคุณกำลังอธิษฐานเผื่อคนๆหนึ่งให้กลับใจใหม่ จงอธิษฐานเผื่อคนนั้นโดยเอ๋ยชื่อ ในความคิดของคุณตอนที่นำาอธิษฐานก็จงนำารายชื่อของคนๆนั้นมาทูลให้กับพระเจ้า ถึงแม้ไม่ได้พูดออกมาก็ตาม คุณยังสามารถสื่อสารกับพระเจ้าตามที่คุณขอนั้น พระเจ้าทรงได้ยินเสียงคร่ำครวญและเสียงเปล่งในใจของคุณ หากคุณกำลังขอ ก็จงขอแบบเจาะจง "ช่วยข้าฯให้ได้งานนี้" "ขอรักษาโรคภัยไข้เจ็บของข้าพระองค์ (หรือความเจ็บป่วยของบุคคลอื่น)" "ช่วยข้าพระองค์ให้สามารถนำรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ จงเปิดใจของคุณ

หากคุณอธิษฐานโดยไม่คิดเกี่ยวกับส่ิงที่ขอ คุณกำลังอธิษฐานใน “ฝ่่ายเนื้อหนัง” พระเยซูกล่าวว่า "แต่เมื่อท่านอธิษฐาน อย่าใช้คำซ้ำซากไร้ประโยชน์เหมือนคนต่างชาติ เพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะทรงโปรดฟัง" "ซ้ำซากไร้ประโยชน์" (มัทธิว 6: 7) หากคุณอธิษฐานโดยไม่คิดเกี่ยวกับส่ิงที่ขอทุกครั้งที่คุณอธิษฐานไม่ว่าจะเป็น - ที่บ้านหรือในคริสตจักร - คุณกำลังอธิษฐานซ้ำซากไร้ประโยชน์ คุณอาจจะบ่นพึมพำเหมือนพวกคาทอลิกหรือสวดมนต์ของชาวพุทธ

ถ้าคุณพูดบางอย่างที่เหมือนกันในทุกการประชุมอธิษฐานที่คริสตจักร เพียงเพื่อที่จะสามารถยืนขึ้นและพูดอะไรบางอย่าง หากเป็นเช่นนี้อย่าได้คาดหวังให้พระเจ้าตอบ จงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะอธิษฐาน เผื่อหรือขอ คุณกำาลังขอจากพระเจ้า - ผู้ทรงสภาพบุคคล - เพื่อบางสิ่งบางอย่างโดยเฉพาะ แล้วจงทูลขอกับพระเจ้าและขอในสิ่งที่คุณต้องการ

II. ประการที่สอง การอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังคือการโต้แย้ง – เหตุผล

โยบกล่าวว่า "เราจะ ... บรรจุกข้อโต้แย้งเต็มปากของเรา" (โยบ 23: 4) "โยบกล่าวว่า “ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า” " ข้อโต้แย้งเหล่านั้นมีอะไรบ้าง - เหตุผล - ควรใช้หรือไม่?

หนึ่ง กล่าวถึงพระลักษณะของพระเจ้า - พระองค์ทรงเป็นอย่างไร อับราฮัมอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า

“และอับราฮัมเข้ามาใกล้และทูลว่า พระองค์จะทรงทำลายคนชอบธรรมพร้อมกับคนชั่วร้ายด้วยหรือ บางทีมีคนชอบธรรมห้าสิบคนในท่ามกลางเมืองนั้น พระองค์จะทรงทำลายและไม่ละเว้นเมืองนั้นเพราะคนชอบธรรมห้าสิบคนที่อยู่ในท่ามกลางนั้นด้วยหรือ ขอให้การกระทำเช่นนี้อยู่ห่างไกลจากพระองค์เถิด คือที่จะฆ่าคนชอบธรรมพร้อมกับคนชั่วร้าย และให้คนชอบธรรมเหมือนอย่างคนชั่วร้าย ให้การนั้นอยู่ห่างไกลจากพระองค์ ผู้พิพากษาแห่งแผ่นดินโลกทั้งสิ้นจะไม่กระทำการยุติธรรมหรือ?” (ปฐมกาล 18:23-25)

อับราฮัมได้ยื่นอุทธรณ์ต่อความยุติธรรมของพระเจ้า ท่านบอกว่า "พระองค์จะทรงทำลายคนชอบธรรมพร้อมกับคนชั่วร้ายด้วยหรือ บางทีมีคนชอบธรรม 50 คนในท่ามกลางเมืองนั้น?" ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงจะยุติธรรมหรือ?" “ผู้พิพากษาแห่งแผ่นดินโลกทั้งสิ้นจะไม่กระทำการยุติธรรมหรือ?” ในความเป็นจริงท่านอธิษฐานจนกว่าพระเจ้าตกลงทำาตามที่จะไม่ทำลายเมืองแม้ว่าจะมีแค่ 10 คนที่ชอบธรรม ขอให้สังเกตว่าอับราฮัมทำอย่างต่อเนื่อง อับราฮัมมีความกล้าหาญที่จะถามเหตุผลในการโต้แย้งนั้น ใช่ว่สอับราฮัมไมให้เกียริตพระเจ้า จริงๆท่านให้เกียริตพระเจ้าและไม่มีค่าแม้แต่ที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า แต่อับราฮัมมีความมากพอในลักษณะของพระเจ้า หากอับราฮัมก็ไม่เชื่อในความยุติธรรมของพระเจ้า ท่านคงๆด้แต่อยู่เงียบๆ แต่อับราฮัมรู้ว่าพระเจ้าทรงยุติธรรม ดังนั้นอับราฮัมจึงโต้แย้งกันกับพระเจ้าด้วเหตุผล

พระเจ้าทรงเป็นอย่างนั้นตลอดไป พระคัมภีร์กล่าวว่า "เราคือพระเยโฮวาห์ไม่มีผันแปร" (มาลาคี 3: 6) พระคัมภีร์กล่าวว่า "พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อ ๆ ไปเป็นนิจกาล" (ฮีบรู 13: 8) ทุกวันนี่พระเจ้ายังเป็นเหมือนอย่างเมื่อก่อน คุณสามารถอธิษฐานต่อพระเจ้าและพระองค์ทรงได้ยินเสียงของคุณเช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงสดับฟังคนสมัยก่อนอธิษฐานต่อพระองค์ ในศาล ทนายความมักจะอุทธรณ์ไปก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้เป็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นตัวอย่างได้รับการพิจารณาในสถานการณ์ที่คล้ายกัน เมื่อคุณอ่านพระคัมภีร์หรือได้ยินการเทศนาจำสิ่งที่คุณอ่านและสิ่งที่ถูกกล่าว ให้คิดเกี่ยวกับสิ่งที่พระเจ้าได้กระทำในชีวิตของคุณในอดีตที่ผ่านมา นำไปใช้กับสิ่งที่พระเจ้ากระทำาในทุกวันนี้ สนใจกับสิ่งที่พระเจ้าได้ทำในชีวิตของคุณ ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับสิ่งที่พระเจ้าจะทำในอนาคต โปรดจำไว้ในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงทำในชีวิตของผู้คนรอบ ๆ ตัวคุณ พระเยซูทรงตรัสให้เหล่าสาวกของพระองค์ให้เฝ้าระวังและอธิษฐาน เชื่อมกับเหตุการณ์ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันผ่านสะพานอำนาจของพระเจ้าในการอธิษฐาน คิดเกี่ยวกับความสอดคล้องกับพระลักษณะของพระเจ้า โปรดจำไว้ว่าสิ่งที่พระเจ้าได้ทำมาในอดีต จงหาพระเจ้าอย่างที่ทรงเป็น อธิษฐานต่อพระเจ้าในลักษณะเดียวกับผู้ที่อยู่ในพระคัมภีร์ได้อธิษฐานกัน

ประการที่สองคุณสามารถอุทธรณ์ต่อพระเจ้าถึงการดำรงอยู่ของพระองค์ เอลียาห์เผชิญหน้ากับผู้พยากรณ์ของพระบาอัล พระเจ้าไม่ได้ตอบคำอธิษฐานของผู้พยากรณ์เท็จเหล่านี้ แต่เอลียาห์อธิษฐานทูลต่อพระเจ้า และพระองค์ยอมรับเครื่องบูชาของท่าน เอลียาห์กล่าวว่า

“และอยู่มาเมื่อถึงเวลาถวายบูชาตอนเย็น เอลียาห์ผู้พยากรณ์ก็เข้ามาใกล้ทูลว่า ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอับราฮัม อิสอัคและอิสราเอล ขอให้ทราบเสียทั่วกันในวันนี้ว่า พระองค์คือพระเจ้าในอิสราเอล และข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ และข้าพระองค์ได้กระทำบรรดาสิ่งเหล่านี้ตามพระดำรัสของพระองค์ ขอทรงฟังข้าพระองค์ โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ ขอทรงฟังข้าพระองค์ เพื่อชนชาตินี้จะทราบ” (1 พงศ์กษัตริย์ 18:36-37)

เอลิยาห์อธิษฐานว่า “ขอทรฃสำแดงว่าพระองค์มีจริง” และพระเจ้าก็ทรงตอบเอลีบาห์ พระเจ้าทรงส่งไงมาเผ่าเครื่องบูชาของเอฃิยาห์

หลายปีต่อมาหลังจากเอลียาห์ถูกนำขึ้นไปสู่สวรรค์ศิษย์ของเขาเอลีชาอธิษฐานว่า "พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งเอลียาห์ทรงสถิตที่ใด”? (2 พงศ์กษัตริย์ 2:14) "พระเจ้าทรงอยู่ที่ไหน?" พระเจ้าทรงเปิดเผยตัวพระองค์เอง และทรงแยกแม่น้ำจอร์แดนให้เอลีชา พระเจ้าแสดงให้เห็นว่าพระองค์มีจริง

ประการที่สาม พูดถึงพระสัญญาของพระเจ้า - พระองค์ทรงซื่อสัตย์ต่อคำตรัสของพระองค์ ใน 2 ซามูเอล บทที่ 7 พระเจ้าทรงสัญญาให้ดาวิดผ่านผู้เผยพระวจนะนาธานว่าดาวิดจะมีบุตรชายคนหนึ่งที่จะสร้างพระวิหารของพระเจ้าและผู้ที่จะนั่งบนบัลลังก์ของเขาในกรุงเยรูซาเล็มและคนอิสราเอลตลอดไป ดาวิดพูดกับพระเจ้าว่า

“ด้วยว่าพระองค์ทรงสถาปนาอิสราเอล ประชาชนของพระองค์ไว้ให้เป็นประชาชนเพื่อพระองค์เองเป็นนิตย์ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าของเขาทั้งหลาย โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้า บัดนี้พระวาทะ ซึ่งพระองค์ทรงลั่นออกมาเกี่ยวกับผู้รับใช้ขอพระองค์ และเกี่ยวกับราชวงศ์ของเขา ขอทรงดำรงซึ่งพระวาทะนั้นให้ถาวรเป็นนิตย์ และทรงกระทำดังที่พระองค์ทรงลั่นพระวาจาไว้ ขอพระนามของพระองค์เป็นที่สรรเสริญอยู่เป็นนิตย์ว่า ‘พระเยโฮวาห์จอมโยธาทรงเป็นพระเจ้าเหนืออิสราเอล’ และราชวงศ์ดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์จะดำรงอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์ โอ ข้าแต่พระเยโฮวาห์จอมโยธาพระเจ้าของอิสราเอล เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสำแดงแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ว่า ‘เราจะสร้างราชวงศ์ให้เจ้า’ เพราะฉะนั้นผู้รับใช้ของพระองค์จึงกล้าหาญที่จะวิงวอนด้วยคำอธิษฐานนี้ ต่อพระองค์ โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า บัดนี้พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และบรรดาพระวาทะของพระองค์เป็นความจริง และพระองค์ทรงสัญญาจะพระราชทานสิ่งดีนี้แก่ผู้รับใช้ขอ พระองค์ เพราะฉะนั้น บัดนี้ขอโปรดให้เป็นที่พอพระทัยพระองค์ที่จะอวยพรแก่ราชวงศ์ผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อให้ดำรงอยู่ต่อพระพักตร์พระองค์เป็นนิตย์ โอ ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้า พระองค์ทรงลั่นพระวาจาเช่นนั้นแล้ว และด้วยพระพรของพระองค์ก็ขอให้ราชวงศ์ผู้รับใช้ของพระองค์ได้อยู่เย็นเป็นสุขเป็นนิตย์” (2 ซามูเอล 7:24-29)

ดาวิดอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อให้ทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์และนำสิ่งเหล่านี้ให้ผ่านไป พระคัมภีร์กล่าวว่า "ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็นเช่นนั้นเลย ถึงแม้ทุกคนจะพูดมุสา" (โรม 3: 4) พระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับสมัยใหม่พูดว่า "ถึงแม้ว่าทุกคนเป็นคนโกหก พระเจ้าทรงเป็นความจริง" พระคัมภีร์กล่าวว่า "เหตุฉะนั้นจงทราบเถิดว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เป็นพระเจ้าที่สัตย์ซื่อ ผู้ทรงรักษาพันธสัญญาและความเมตตาต่อบรรดาผู้ที่รักพระองค์" (เฉลยธรรมบัญญัติ 7: 9) พระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์ คุณสามารถนำ พระสัญญาของพระเจ้ามาพูดพระองค์ต่อในการอธิษฐาน ผมจะยังคงจะพูดเกี่ยวกับหัวข้อนี้ในบทเทศนาถัดไป

ระเบียบและการโต้แย้งในการอธิษฐานต้องใช้ความคิดอย่างระมัดระวัง และเตรียมความพร้อม เตรียมตัวโดยการแยกสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงจากพระเจ้า คิดอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าคุณขึ้นอยู่กับพระเจ้าสำหรับคำขอนี้ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าคุณต้องการให้พระเจ้าตระเตรียมส่ิ่งที่คุณจำเป็นต้องได้ ความคิดของคุณมุ่งไปที่ว่าทำไมต้องได้สิ่งนั้น ทำาไมส่ิงที่ทูลขอนั้นถึงสำาคัญ? ทำไมคำขอของคุณมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะได้รับในขณะนี้่? ให้ความคิดนี้สร้างความเร่งด่วนและเป็นภาระอยู่ในตัวคุณ ความปรารถนาที่คุณร้องขอนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างข้อโต้แย้งลงทุนและเหนียวแน่น การโต้แย้งที่ดีนั้นไมใช่เป็นผลมาจากใจที่ไม่ได้มีการลงทุนใดๆ เผชิญผมลัพธ์จากหลายมุมมอง หลีกเลี่ยงการอธิษฐานที่ขึ้นอยู่กับความต้องที่ไม่ใช่ความจำเป็น อย่าอธิษฐานที่พูดย้ำาไปย้ำามาคำาเดิม อย่าอธิษฐานแบบพูดออกมาลอยๆ หรือสิ่งที่กว้างเกินไป แต่ให้อธิษฐานแบบเฉพาะเจาะจง สร้างคำอธิษฐานของคุณโดยอ้างถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำาในอดิตที่ปรากฏในพระคัมภีร์ สร้างคำอธิษฐานของคุณโดยอ้างถึงสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงทำในชีวิตของคุณ การย้ำาคำๆเดียวกันไม่ได้เพิ่มโอกาสที่พระเจ้าจะทรงตอบการอธิษฐานนั้น แต่ให้เอาเหตุผลมาพูดโต้แย้งและกล่าวอย่างมีระเบียบกับพระเจ้า พูดด้วยเหตุผลกับพระเจ้า ดึงดูดความสนใจของคุณตามแบบลักษณะของพระเจ้า อุทธรณ์ต่อพระเจ้าตามที่พระองค์ทรงเป็น อุทธรณ์ไปยังพระสัญญาของพระเจ้า พระเจ้าทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์เสมอ พระเจ้าทรงได้ยินข้อโต้แย้งในกานอธิษฐายของคุณขจริงใจที่อ่อนโยน

“โอ ข้าอยากทราบว่าจะพบพระองค์ได้ที่ไหน เพื่อข้าจะมาถึงพระที่นั่งของพระองค์ ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า” (โยบ 23:3-4)

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

โครงร่างของ

ระเบียบและการโต้แย้งในการอธิษฐาน - ตอนที่ 1

ORDER AND ARGUMENT IN PRAYER – PART I

โดย จอห์น ซามูเอล คาเกน
by Mr. John Samuel Cagan

“โอ ข้าอยากทราบว่าจะพบพระองค์ได้ที่ไหน เพื่อข้าจะมาถึงพระที่นั่งของพระองค์ ข้าจะยื่นคดีของข้าต่อพระพักตร์พระองค์ และบรรจุข้อโต้แย้งให้เต็มปากข้า” (โยบ 23:3-4).

I.   ประการแรก การอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังคือการมีระเบียบ - มีเหตุมีผล ปฐมกาล 18:27; ฮีบรู 4:16;
มัทธิว 6:11; ลูกา 11:5; ปฐมกาล 17:18; มัทธิว 6:7.

II.  ประการที่สอง การอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังคือการโต้แย้ง – เหตุผล ปฐมกาล 18:23-25; มาลาคี 3:6;
ฮีบรู 13:8; 1 พงศ์กษัตริย์ 18:36-37; 2 พงศ์กษัตริย์ 2:14; 2 ซามูเอล 7:24-29; โรม 3:4; พระราชบัญญัติ 7:9.