Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




จะทราบน้ำพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร

HOW TO KNOW THE WILL OF GOD
(Thai)

โดย ดร. ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, May 15, 2016

“แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการล่อลวงตนเอง” (ยากอบ 1:22)


เอ ดับบลิว พิ้ง (1886-1952) กล่าวว่า "มีหลายคนที่ได้ยินพระคำ บางคนฟังแบบผ่านๆ บางคนฟังแบบสนใจ แต่อนิจจาสิ่งที่พวกเขาได้ยิน [กลับไม่เกิดผลใดๆ] ในชีวิต มันไม่เข้ากับ [การดำรง]ของพวกเขา และพระเจ้าตรัสว่าพวกที่ไม่ได้กระทำตามพระวจนะคือพวกที่หลอกลวงตัวเอง! ... ที่ใดที่ไม่มี [การยอมจำนน] ของใจและชีวิตให้กับพระวจนะของพระเจ้าให้มากขึ้น แต่กลับแสวงหาเพิ่มความรู้ฝ่ายโลกเพียงอย่างเดียวก็จะนำมาซึ่งการลงโทษ ... พระเจ้าประทานพระวจนะของพระองค์ให้เรา ... จุดประสงค์คือนำพาเราและทราบถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราทำ (Arthur W. Pink, “The Scriptures and Obedience,” in Profiting From the Word, Free Grace Broadcaster, Summer 2015, pages 1, 2)

“จุดประสงค์คือนำพาเราและทราบถึงสิ่งที่พระเจ้าประสงค์ให้เราทำ” ผมเห็นด้วยกับนายพิ้ง นั่นคือสิ่งที่ผมถูกสอนมา แม้ตอนนั้นจะอยู่ในช่วงก่อนกลับใจใหม่ก็ตาม ตอนเด็กๆผมไปเข้าคริสตจักรแบ๊บติสในเมือง ฮันติงตัน พาร์ค แม้ว่าเวลานั้นจะเข้าใจบางอย่างผิดไป แต่ไม่ใช่จุดนี้แน่นอน ผมถูกสอนว่าพระเจ้าตรัสกับเราและแสดงให้เราเห็นน้ำพระทัยของพระองค์ผ่านทางพระคัมภีร์ และผมเรียนรู้ว่าอย่าแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าผ่านทางความรู้สึกหรือความพึงพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อมาผมได้เรียนรู้จากศิษยาภิบาลของผมคือ ดร. ทิโมธี หลินและจาก ดร. เจ เวอร์นอน แมคกี้ โดยพระคุณของพระเจ้า ผมสามารถพูดเช่นเดียวกับผู้เขีบนพระธรรมสดุดี "พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์" (สดุดี 119: 105) สุภาษิต 6:22 กล่าวว่าพระวจนะของพระเจ้า "เมื่อเจ้าเดิน มันจะนำเจ้า เมื่อเจ้านอนลง มันจะเฝ้าเจ้า และเมื่อเจ้าตื่นขึ้น มันจะพูดกับเจ้า" นั่นคือเหตุผลที่พระคำข้อของเราข้อนี้กล่าวว่า "แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการล่อลวงตนเอง” (ยากอบ 1:22) ข้อนี้บอกเราถึงการทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า

I. ประการแรก พระคำข้อนี้กล่าวถึงคนที่หลอกตัวเองเกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า

ผมจะแสดงความคิดเห็นในส่วนที่สองของข้อนี้ก่อน "หลอกตัวของคุณเอง" บรรดาผู้ที่ปฏิเสธที่จะ "กระทำตามพระคำ" คือผู้ที่หลอกลวง ในชีวิตของพวกเขานั้นจะไม่สามารถรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าได้เลย ทุกวันนี้นี่เป็นเรื่องธรรมดามากในหมู่ผู้เชื่อ พวกเขามักจะหลอกและในชีวิตของพวกเขาแบบไม่สามารถรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าได้เลย

พวกเขาลืมไปว่าซาตานเป็นผู้ล่อลวงตัวฉกาจ พระคัมภีร์บอกเราว่าซาตานหลอกลวงมนุษยชาติทั่วโลก (วิวรณ์ 20: 3) มันถูกขนานว่า "พญามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก" (วิวรณ์ 12: 9) "ซาตาน" หมายถึง "ปรปักษ์" หรือ "ศัตรู" เขาต่อต้านพระเจ้า เคล็ดลับที่เก่าแก่ที่สุดของเขาคือการหลอกลวงผู้คน เขา "ล่อลวงโลกทั้งโลก" ภาษากรีกคำว่า "หลอกลวง" เป็น "planaō" หมายความว่า "เพื่อนำไปสู่การหลงผิด" "เกลี้ยกล่อม" "ทำให้เข้าใจผิด" "เพื่อดึงดูดความสนใจและนำไปสู่การหลงผิด" นี่คือสิ่งที่ซาตานทำ มันหลอกบิดารมารดาคนแรกของเรา ทำให้พวกเขาหลงโดยกินผลไม้ต้องห้ามในสวนนั้น

คริสเตียนหลายคนในทุกวันนี้ คิดว่าพวกเขารู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับชีวิตของพวกเขา แต่พวกเขาเข้าใจผิดเพราะนั่นคือซาตาน หลายคนคิดว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำพวกเขา แต่จริงๆแล้วมันคือมาร คุณต้องไม่ลืมเรื่องนี้ อัครสาวกเปโตรเตือนพวกเขาว่า "จงมีสติ [เฝ้าดู] ระมัดระวัง [ตื่นตัว] เพราะศัตรูของท่าน [ศัตรูของคุณ] มาร ... เสาะหาคนที่มันจะกัดกิน "(1 เปโตร 5: 8) ดร. แมคกี้ กล่าวว่า "ผมไม่เชื่อว่าคุณสามารถต่อต้านมารได้ด้วยตัวเอง ... คุณต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชื่อคนอื่น ๆด้วย" (Thru the Bible; note on I Peter 5:9) ผมคิดว่าท่านกล่าวถูกต้อง มารจะเกลี้ยกล่อมคุณและทำให้เข้าใจผิดถ้าคุณอยู่คนเดียว หรือหากคุณคบหาใกล้ชิดกับคนที่ไม่รอด แม้แต่พี่น้องในครอบครัวที่ไม่เชื่อ พระคัมภีร์กล่าวว่า

“บุคคลที่เดินกับปราชญ์จะกลายเป็นคนฉลาด แต่เพื่อนฝูงของคนโง่จะถูกทำลาย” (สุภาษิต 13:20)

พระคัมภีร์ The Scofield กล่าวใช้คำว่า “โง่” (หน้า 678) คำว่า 'คนโง่' ในพระคัมภีร์ไม่ใช่คนที่จิตใจไม่สมประกอบ แต่หมายถึงคนหยิ่งและคนที่เชื่อว่าชีวิตไม่ต้องการพะเจ้า" แม้จะอยู่ในคริสตจักรก็ตาม ให้แน่ใจว่าคุณคบหากับคนฉลาดไม่ใช่คนโง่! คนโง่จะถูกใช้โดยมารให้หนีห่างไกลจากน้ำพระทัยของพระเจ้า

เช่นกันคุณสามารถถูกหลอกโดยคริสเตียนเท็จ นี่คือความจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสุดท้าย พระคัมภีร์กล่าวว่า

“แต่คนชั่วและคนเจ้าเล่ห์จะชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น ทั้งล่อลวงคนอื่น และก็ถูกคนอื่นล่อลวงด้วย” (2 ทิโมธี 3:13)

คริสเตียนเท็จแน่นอนจะหลอกและทำให้คุณหลงผิดไป แต่คำตอบให้กับ 2 ทิโมธี 3:13 คือในข้อ 14 และ 15 พระวจนะของพระเจ้าเป็นคู่มือนำเราในวันแห่งความชั่วร้ายเหล่านี้ ใกล้ชิดกับผู้ที่เชื่อและทำตามพระคัมภีร์ แต่ไม่ใช่ "การหลอกลวงและถูกหลอก"

นอกจากนี้คุณสามารถถูกหลอกโดยที่เรียกว่า "การทรงนำ" ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นี่คือกับดักใหม่ที่สำคัญของพวกอีแวนเจลิคัมในทุกวันนี้ พวกเขาถูกสอนว่าทุกความคิดที่ผ่านใจของพวกเขาเป็น "การทรงนำ" ของพระวิญญาณของพระเจ้า พวกเขาหลายคนต่างชอบพูดอย่างนั้นมากๆ พวกเขาบอกว่า "พระเจ้าทรงนำฉันไปทำเช่นนี้" หรือ "พระเจ้าทรงนำฉันไปทำเช่นนั้น" คุณได้ยินอย่างนั้นตลอดเวลา มันฟังดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ในฝ่ายจิตวิญญาณ คุณอาจคิดว่าคนนั้นเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็ง แต่พระคัมภีร์เรียกพวกเขาว่า "คนโง่" พระคัมภีร์กล่าวว่า

“บุคคลที่วางใจในจิตใจของตัวเป็นคนโง่” (สุภาษิต 28:26)

แม้ว่าออกไปตามถนนคุณยังจะได้ยินพวกเขาพูดว่า "พระเจ้าทรงนำข้าพเจ้าไปทำเช่นนี้" "พระองค์ทรงนำข้าพเจ้ามาที่นี่" "พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไป" คุณได้ยิน "คนโง่" พูดอย่างนั้นเกือบทุกครั้ง

“บุคคลที่วางใจในจิตใจของตัวเป็นคนโง่” (สุภาษิต 28:26)

พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า "จงวางใจในพระเยโฮวาห์ด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง" (สุภาษิต 3: 5) เมื่อคนปฏิเสธที่จะทำตามพระเจ้า พวกเขานำตัวเองสู่ตัวการหลอกลวง และนี่นำเรามาที่พระธรรมของเรา

“ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการล่อลวงตนเอง” (ยากอบ 1:22)

II. ประการที่สอง พระคำข้อนี้กล่าวถึงคนที่พบกับน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างแท้จริง

“แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น...” (ยากอบ 1:22)

ฟังพระวจนะของพระเจ้าและพบกับการทรงนำในนั้น คุณต้องยินดีและพร้อมใจที่จะปฏิบัติตามสิ่งที่คุณได้ยิน เงื่อนไขสำหรับการได้ยินอยู่ในข้อก่อนหน้านี้ ยากอบ1:21

“เหตุฉะนั้น จงถอดทิ้งการโสโครกทุกอย่าง และการชั่วร้ายอันดาษดื่น และจงน้อมใจรับพระวจนะที่ทรงปลูกฝังไว้แล้วนั้น ซึ่งสามารถช่วยจิตใจของท่านทั้งหลายให้รอดได้” (ยากอบ 1:21)

ผมจะอ่านฉบับแปลปัจจุบันเพราะค่อนข้างชัดเจน

“เหตุฉะนั้นจงขจัดสารพัดความโสมม และการชั่วร้ายอันดาษดื่น และถ่อมใจรับพระวจนะที่ได้ปลุกฝังไว้ในท่านซึ่งสามารถช่วยท่สนให้รอดได้” (NIV)

คนต้องกำจัดสิ่งปฏิกูลไร้คุณธรรมและความชั่วร้ายออก ซึ่งรวมถึงภาพลามกอนาจารและความขมขื่น บางคนคาดหวังที่จะรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าในขณะที่พวกเขายังเป็นทาสของความคิดที่สกปรก บางคนคาดหวังที่จะรู้น้ำพระทัยของพระเจ้าในขณะที่พวกเขาเกลียดชังพ่อแม่ ศิษยาภิบาล และผู้นำในคริสตจักร พวกเขามีใจขมขื่น บางคนยังคบหาเพื่อนที่ต่อต้านพระเจ้า พวกเขาชอบคนเหล่านั้นมากจนลืมว่า "ผู้ใดเป็นมิตรกับโลกเป็นศัตรูของพระเจ้า" (ยากอบ 4: 4) บางคนเต็มไปด้วยความอิจฉาและความภาคภูมิใจในตัวเอง คุณต้องสารภาพสิ่งเหล่านี้ให้กับพระเจ้าและขอให้พระองค์ชำระสิ่งเหล่านี้ออกจากใจของคุณ ทางนี้เท่านั้น คุณถึงจะกลายเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนได้ และพอที่จะยอมรับพระวจนะของพระเจ้าใช้เป็นคู่มือในชีวิตของคุณ ทางนี้เท่านั้นคุณถึงจะเป็น "คนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น" สเปอร์เจียนกล่าวว่า "ต้องเป็นไปตามนี้เท่านั้น [เพื่อให้ผู้เชื่อสามารถเติบโตเป็นคริสเตียน] และเริ่มต้นด้วยเลือกทางนี้หรือนั่น นี่เป็นความลับที่พวกเขาจะสามารถเอาชนะใจตัวเองได้ มารล่อลวงให้พวกเขาเข้าใจผิดถึงการทำพันธกิจเพราะพระกิตติคุณทำให้พวกเขาต่อต้านความคิดชั่วนี้ หากคุณอยากจะได้ยินพระวจนะของพระเจ้าด้วยความสุขและเป็นพระพรให้ตัวเอง คุณต้อง 'หนีสิ่งชั่วร้ายและโสโครกและความดื้อรั้น เพราะสิ่งเหล่านี้ต่อต้านพระวจนะของพระเจ้า” (C. H. Spurgeon, “Before Sermon, At Sermon, and After Sermon,” MTP, No. 1,847) คุณต้อง 'หนีสิ่งชั่วร้ายและโสโครกและความดื้อรั้น เพราะสิ่งเหล่านี้ต่อต้านพระวจนะของพระเจ้า” คุณถึงจะสามารถ "ประพฤติตามพระวจนะนั้น" เฉพาะตอนคุณเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าเท่านั้น คุณถึงจะสามารถทราบถึงน้ำพระทัยของพระองค์สำหรับชีวิตของคุณ ตอนนี้ผมจะนำหกวิธีการในพระคัมภีร์ที่สามารถช่วยให้ทราบถึงน้ำพระทัยของพระเจ้า

1. อีกครั้งหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะรู้น้ำพระทัยของพระเจ้า คุณต้องไม่วางใจในตัวของคุณเอง ผมบอกคุณเพราะพระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า

“บุคคลที่วางใจในจิตใจของตัวเป็นคนโง่l” (สุภาษิต 28:26)

ทำไมถึงสำคัญมาก? เพราะว่า

“จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า?” (เยเรมีย์ 17:9)

บุคคลที่เชื่อมั่นใจตัวเองคือคน “โง่”

2. หากต้องการทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า คุณต้องยินดีที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าไม่ใช่ของคุณเอง

“ถ้าผู้ใดตั้งใจประพฤติตามพระประสงค์ของพระองค์ ผู้นั้นก็จะรู้ว่าคำสอนนั้นมาจากพระเจ้า หรือว่าเราพูดตามใจชอบของเราเอง” (ยอห์น 7:17)

ดร. จอห์น อาร์ไรซ์ กล่าวว่า "นี่หมายความว่าถ้าคนเลือกที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าพระเจ้า พระองค์ก็จะทรงเปิดเผยให้ผู้นั้น" (The Son of God, commentary on the Gospel of John, Sword of the Lord Publishers, 1976, p. 162) ดร. เฮนรี่ เอ็ม มอร์ริส กล่าวว่า "น่าจะอ่านอย่างนี้: 'ถ้าผู้ใดต้องการที่จะกระทำตามน้ำพระทัยอย่างแท้จริง ผู้นั้นก็จะทราบ ... ดังนั้น เริ่มแรกให้พระเจ้าทรงนำก่อน ... แล้วให้ตั้งใจปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างจริงจัง แม้ว่าคำตอบนั้นอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการก็ตาม" (The Defender’s Study Bible; note on John 7:17)

3. หากต้องการทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า คุณต้องสารภาพและละทิ้งบาปของคุณ

“บุคคลที่ซ่อนความบาปของตนจะไม่จำเริญ แต่บุคคลที่สารภาพและทิ้งความชั่วเสียจะได้ความกรุณา คนที่เกรงกลัวอยู่เสมอก็เป็นสุข แต่บุคคลที่ทำใจตนให้กระด้างจะตกในความลำบากยากเย็น” (สุภาษิต28:13, 14).

4. หากต้องการทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า คุณต้องไม่ดูหมิ่นคำสั่งสอนของบิดาที่เป็นคริสเตียนของคุณ

“คนโง่ดูหมิ่นคำสั่งสอนของบิดาตน แต่ผู้ที่สนใจคำตักเตือนเป็นผู้หยั่งรู้” (สุภาษิต 15:5)

“บุตรชายที่ฉลาดฟังคำสั่งสอนของบิดาตน แต่คนมักเยาะเย้ยไม่ฟังคำขนาบ” (สุภาษิต 13:1)

5. หากต้องการทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า คุณต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณในคริสตจักรของคุณ

“ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของคนเหล่านั้นที่ปกครองท่าน ด้วยว่าท่านเหล่านั้นคอยระวังดูจิตวิญญาณของท่าน เหมือนกับผู้ที่จะต้องรายงาน เพื่อเขาจะได้ทำการนี้ด้วยความชื่นใจ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ...” (ฮีบรู 13:17)

ลองพิจารณาพระธรรมฮีบรู 13:17 พระคัมภีร์ฉบับ the Reformation Study Bible กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของคนเหล่านั้นที่ปกครองท่าน ด้วยว่าท่านเหล่านั้นคอยระวังดูจิตวิญญาณของท่าน เหมือนกับผู้ที่จะต้องรายงาน เพื่อเขาจะได้ทำการนี้ด้วยความชื่นใจ ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ เพราะที่ทำดังนั้นก็จะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลาย”

6. หากต้องการทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า ต้องถวายชีวิตของคุณให้กับพระเจ้าและอย่าดำเนินตามโลกนี้

“พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของพวกท่าน เป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต อันบริสุทธิ์ เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการรับใช้ที่เหมาะสมของท่านทั้งหลาย และอย่าทำตามอย่างชาวโลกนี้ แต่ท่านจงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจเสียใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้าว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม” (โรม 12:1, 2)

“ใจที่ได้รับการสร้างใหม่แล้ว ก็จะได้รับการควบคุมโดยพระวจนะของพระเจ้า” (MacArthur Study Bible; note on Romans 12:2)


กรุณายืนขึ้นร้องเพลงนมัสการบทที่ 4 ในหนังสือเพลงของคุณ

ถ้าเราเดินตามพระเจ้า พระเยซูทรงนำเรา
   และประทานรัศมีให้อิ่มหนำ
เมื่อเราทำตามพระทัย พระองค์สถิตในใจ
   ของทุกคนที่ยอมเชื่อและฟังคำ
เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
   พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ

ไม่มีความทุกข์เกิดขึ้นได้ ไม่มีมืดในจิตใจ
   เพราะอำนาจของพระคริสต์ขับไล่ไป
ไม่ต้องกลัวหรือสงสัย ไม่มีโศกเศร้าร้องไห้
   มาแผ้วพานเมื่อเราเชื่อและฟังคำ
เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
   พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ

ถ้าเรามีความลำบาก หรือถ้ามีความทุกย์ยาก
   พระเยซูทรงช่วยให้พ้นมารร้าย
หากมีความทุกข์เหลือหลาย ไม่ต้องยากซ้ำช้ำใจ
   พระองค์ช่วยผู้ที่เชื่อและฟังคำ
เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
   พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ
      (“Trust and Obey,” John H. Sammis, 1846-1919)

เรายังยืนอยู่

อาจารย์เปาโลกล่าวในพระธรรมโรม 10:16 “แต่มิใช่ทุกคนได้เชื่อฟังข่าวประเสริฐนั้น”

ดร. ลอยด์ โจนส์ กล่าวว่า "ขอให้สังเกตดีๆว่าทำไมเปาโลถึงกล่าวเช่นนั้น เขาไม่ได้บอกว่า มิใช่ทุกคนเชื่อในข่าวประเสริฐนั้น แต่มิใช่ทุกคนเชื่อฟังในข่าวประเสริฐ ... พระกิตติคุณเรียกร้องให้มีการตอบสนอง เรียกร้องให้มีการดำเนินตาม ... เรียกร้องให้เชื่อฟังคำสั่ง พระกิตติคุณหมายถึงส่งผลต่อชีวิตของคนๆหนึ่ง หมายถึงการถูกควบคุมเป็นสิ่ง จุดศูนย์กลางของชีวิตซึ่งควบคุมทุกส่วนของร่างกาย ... นี่แหละที่ท่านกล่าวว่าเชื่อฟัง ... การเชื่อฟังสำคัญมาก เพราะความบาปคือการไม่เชื่อฟังพระเจ้า" (“พระกิตติคุณของพระเจ้าและการเชื่อฟัง”)

พระคริสต์ทรงเรียกคุณให้กลับใจจากบาปของคุณและมาหาพระองค์ พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้ความบาปของคุณ พระองค์ทรงเรียกคุณให้เชื่อฟังพระกิตติคุณ - พระองค์ทรงเรียกคุณให้มาที่พระองค์และเชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ ถ้าคุณปฏิเสธที่จะมาหาพระองค์หมายความว่าคุณไม่เชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ ดังนั้น คุณต้องมอบทุกสิ่งให้พระเยซูคริสต์ "นั่นคือการเชื่อฟังพระกิตติคุณ นั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นคริสเตียน "(ลอยด์โจนส์ อ้างอิง) ถ้าคุณต้องการที่จะพูดคุยกับเราเกี่ยวกับความผิดบาปของคุณและเกี่ยวกับการชำระบาปให้สะอาดโดยพระโลหิตของพระเยซูโปรดเดินตาม ดร. คาเกน จอห์น คาเกน และโนอาห์ ไปที่ห้องอธิษฐานในขณะนี้ พวกเขาจะนำพวกคุณไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่ออธิษฐานเผื่อและพูดคุยกับคุณเกี่ยวกับความผิดบาปของคุณและการชำระบาปของคุณโดยโลหิตของพระเยซู อาเมน

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: ยากอบ 1:21-25
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟีท:
“Trust and Obey” (John H. Sammis, 1846-1919).


โครงร่างของ

จะทราบน้ำพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร

HOW TO KNOW THE WILL OF GOD

โดย ดร. ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะนั้น ไม่ใช่เป็นแต่เพียงผู้ฟังเท่านั้น ซึ่งเป็นการล่อลวงตนเอง” (ยากอบ 1:22)

(สดุดี 119:105; สุภาษิต 6:22)

I.       ประการแรก พระคำข้อนี้กล่าวถึงคนที่หลอกตัวเองเกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้าวิรณ์ 20:3; 12:9;
1 เปโตร 5:8; สุภาษิต 13:20; 2 ทิโมธี 3:13;
สุภาษิต 28:26; 3:5.

II.    ประการที่สอง พระคำข้อนี้กล่าวถึงคนที่พบกับน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างแท้จริง
ยากอบ 1:21; 4:4; สุภาษิต 28:26; เยเรมีย์ 17:9; ยอห์น 7:17; สุภาษิต 28:13, 14; 15:5; 13:1;
ฮีบรู 13:17; โรม 12:1, 2; โรม 10:16.