Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การอดอาหารและการอธิษฐานในยุคสุดท้าย

FASTING AND PRAYER IN THE LAST DAYS
(Thai)

โดย ดร. ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, April 24, 2016


กรุณาเปิดพระคัมภีร์ไปกับผมที่มัทธิว 24:12 ข้อนี้หนุนใจผมมาเป็นเวลานานกว่าห้าสิบปี กรฺณายืนขึ้นอ่านออกเสียงดังๆ

“ความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ [ขยาย] ออกไป” (มัทธิว 24:12)

ทำไมข้อนี้ถึงหนุนใจผมได้? เพราะกล่าวชัดเจนถึงสภาพของคริสตจักรในยุคสุดท้าย อย่างไรก็ตามคริสเตียนที่เข้มแข็งจะไม่ตกใจ เพราะนั่นคือสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสถึงยุคสุดท้าย คำว่า “เยือกเย็น” หมายถึง “ไร้ศิลธรรม” นั่นคือคำว่า “อโนเมีย” - และหมายถึง “การทำร้ายกัน” หรือ “การละเมิด” กฎของพระคัมภีร์ใหม่ นั่นใช้ให้กับคริสตจักรในยุคสุดท้ายที่ไม่ยอมทำตามหลักคำสอนในพระคัมภีร์ ผลของการไร้ศิลธรรมนี้ “ความชั่วช้าจะแผ่ [ขยาย] ออกไป” พระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่ใช้คำได้รุนแรงว่า “ความรักของคนส่วนใหญ่จะเย็นลง” (NIV) คำที่แปล “ความรัก” นั้นสำคัญมาก คำในภาษากรีกคือ “อะกาเป้” - เป็นคำที่กล่าวถึงความรักของคริสเตียน เวนเรียกว่า “บุคลิกของศาสนาคริสต์” ดร. เฮนรี่ เอ็ม มอร์รี่ กล่าวถึงคริสตจักรเลาดีเซีย ในยุคสุดท้าย “มีคนจำนวนมากมายมีอิทธิพลต่อคริสตจักรในทุกวันนี้ นั่นคือคริสตจักรอีเวนเจลิคอล์...นั่นคือการสูญเสียฝ่ายวิญญาณ” (The Defender’s Study Bible; note on Revelation 3:17) พวกคริสตจักรอีเวนเจลิคอล์และพวกฟันดาเมนทอล์ถูกกล่าวไว้ในวิวรณ์ 3:17 “เราเป็นคนมั่งมี ได้ทรัพย์สมบัติทวีมากขึ้น และเราไม่ต้องการสิ่งใดเลย” เจ้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนแร้นแค้นเข็ญใจ เป็นคนน่าสังเวช เป็นคนขัดสน เป็นคนตาบอด และเปลือยกายอยู่“

หนึ่งในบททดสอบง่ายๆให้กับคริสตจักรต่างๆคือ - พวกเขามีความรักแบบ “อะกาเป้” หรือไม่? พวกเขารักคริสตจักรหรือไม่? พวกเขารักที่จะสามัคคีธรรมร่วมกับพี่น้องในพระคริสต์หรือไม่? พวกเขาส่วนใหญ่แล้วไม่มีเลย หนึ่งในโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสตจักรแบ๊บติสของเราคือการที่พวกเขาปิดการนมัสการในคืนวันอาทิตย์ลง นี่จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ ดร. คาเกน ไม่สามารถพบคริสตจักรแบ๊บติสแห่งเดียวในเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสที่มีการนมัสการในคืนวันอาทิตย์! อาจจะมีหนึ่งแห่งก็ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถหาพบ! คริสตจักรแบ๊บติสใหญ่ๆของ ดร. ดับบลิว เอ คริสเวลล์ ในขณะนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว คริสตจักรใหญ่ของ ดร. จิมมี่เดรบเปอร์ที่อยู่ในย่านชานเมืองดัลลัสตอนนี้ก็ไม่มีการนมัสการในคืนวันอาทิตย์อีก

คริสตจักรใหญ่อย่างแบ๊บติสต์ที่หนึ่งของ ดร. แฟรงก์ เจอร์ริสตอนนี้ก็ไม่มีการนมัสการในคืนวันอาทิตย์อีก คริสตจักรแบ๊บติสต์กาลิเลโอของ ดร. จอห์น อาร์ไรซ์ ในย่านชานเมืองของดัลลัสก็ได้ยกเลิกการนมัสการของพวกเขาในคืนวันอาทิตย์ ดร. คาเกน กล่าวว่า "มันน่าแปลกใจถึงคริสตจักรต่างๆในเมืองดัลลัส เท็กซัส - " ในเขตไบเบิล เบวท”

คริสตจักรฟันดาเมนทอส่วนใหญ่ก็ไปในทิศทางเดียวกันนี้ ผมตกใจเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ยินว่าคริสตจักรที่มีชื่อเสียงอย่างแบ๊บติสฟันดาเมนทอล์ได้ปิดการนมัสการในคืนวันอาทิตย์ลง ตอนนี้พวกเขามีแต่กินแซนวิชหลังนมัสการเช้า และตามด้วยศึกษาพระคัมภีร์ในช่วงเวลา 1:30 หนึ่งนักเทศน์กล่าวว่า "พวกเขาศึกษาพระคัมภีร์เท่านั้นพอ" - ประหนึ่งว่า "มีความรู้พระคัมภีร์แล้ว" นั่นคือเหตุผลเดียวที่ไปคริสตจักร! คริสตจักรแบ็บติสต์สมัยก่อนมีการนมัสการทุกคืนวันอาทิตย์ ผมยังจำได้ดีว่าได้มีการนำผู้ที่ไม่เชื่อมาฟังพระกิตติคุณ แต่มาในตอนนี้ทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการคือ "เรียนรู้พระคัมภีร์" ความจริงคือพวกเขาอาจจะ "รับ" รู้พระคัมภีร์มากกว่านั้นถ้าอยู่แต่ที่บ้านและฟังดร. เจเวอร์ นอน แมคกี้ เทศนาทางรายการวิทยุ! แต่ในมัทธิว 24:12 ไม่ได้พูดว่า "ความชั่วช้ามีมากขึ้น เพราะพวกเขาศึกษาพระคัมภีร์น้อยไป" ไม่! ไม่เลย! แต่บอกว่า "“ความรัก [อะกาเป้] ของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ [ขยาย] ออกไป” การสามัคคีธรรมแบบอะกาเป้นั้นไม่มีเหลืออยู่ในคริสตจักรแบ๊บติสอีก ภายในเวลาไม่กี่ปีต่อจากนี้ไปเชื่อว่าคริสตจักรแบ๊บติสจะเป็นหมันและไม่มีชีวิตเช่นเดียวกับคริสตจักรเมโทดิสและเพรสไปทีเรียน เพราะพวกเขาเหล่านั้นปิดการนมัสการในคืนวันอาทิตย์ของพวกเขาเมื่อประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา อาจดูเหมือนเป็นสิ่งดีที่ทำอย่างนั้น แต่ความจริงกลับฆ่าพวกเขา! จึงเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านพวกเขาสูญเสียสมาชิกหลายล้านคน ไม่น่าแปลกใจเลยที่แบ็บติสต์ใต้สูญเสียสมาชิกไปถึง 250,000 คนในปีที่ผ่านมา! นั่นเป็นเพราะไม่มีความรัก ไม่มีการสามัคคีธรรม และไม่มีเหตุผลสำหรับคนที่จะมาคริสตจักร และแบ็บติสต์ใหญ่ๆก็ดีไม่มากไปกว่านั้น

ล้มเหลวในทางศีลธรรมทั้งหมดนี้กำลังเกิดขึ้นให้กับคริสตจักรในอเมริกา และฝ่ายจิตวิญญาณ อำนาจของซาตานและวิญญาณชั่วครอบครองประเทศของเรา ในขณะที่แบ็บติสต์ปิดการนมัสการในคืนวันอาทิตย์ เพื่อให้ผู้คนสามารถอยู่บ้านดูทีวีไร้สาระและนอนแต่หัวค่ำ! พระเจ้าโปรดทรงช่วยเราด้วย! เจ็ดคริสตจักรในหนังสือวิวรณ์ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงโดยชาวมุสลิม ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้ามุสลิมมาที่นี่และทำลายคริสตจักรแบ๊บติสทั้งหมดของเราเช่นกัน! มีอะไรที่จะหยุดพวกเขาได้? หากผู้เชื่อยังขี้เกียจที่จะไปโบสถ์ในคืนวันอาทิตย์ แน่นอนจะไม่มีทางหยุดพวกเขาได้! พวกเขาทำได้อย่างไร?

กองกำลังปีศาจซาตานได้จับคอคนอเมริกาและคนในทวีปยุโรปให้หายใจไม่ออก! พวกเขาจะสำลักคริสตจักรของเราไปสู่ความตาย! นี่คือคำอธิบายถึงผู้คนในวันสุดท้ายตามที่ปรากฏใน 2 ทิโมธี 3: 1-5

“แต่จงเข้าใจข้อนี้ด้วย คือว่าในวันสุดท้ายนั้น จะเกิดเหตุการณ์กลียุคเหตุว่าคนจะเป็นคนรักตัวเอง เป็นคนเห็นแก่เงิน เป็นคนอวดตัว เป็นคนจองหอง เป็นคนพูดหมิ่นประมาท เป็นคนไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา เป็นคนอกตัญญู เป็นคนไร้ศีลธรรม เป็นคนไม่รักซึ่งกันและกัน เป็นคนไม่ทำตามสัญญา เป็นคนหาความใส่เขา เป็นคนไม่มีสติรั้งใจ เป็นคนดุร้าย เป็นคนชังคนดี เป็นคนทรยศ เป็นคนมุทะลุ เป็นคนหัวสูง เป็นคนรักความสนุกสนานยิ่งกว่ารักพระเจ้าเขามีสภาพทางของพระเจ้าภายนอก แต่ฤทธิ์ของทางนั้นเขาปฏิเสธเสีย คนอย่างนี้ท่านจงผินหน้าหนีจากเขาเสียด้วย” (2 ทิโมธี 3:1-5)

นี่คือการละทิ้งศาสนาอย่างที่เรียกว่า "คริสเตียนทั้งหลาย" ไม่รู้เลยว่าถูกทำลายทั่วทั้งในอเมริกาและประเทศตะวันตก พวกเขารักเพียงแต่ตัวเอง พวกเขารักเงินเท่านั้น พวกเขาเป็นพวกกบฏเนรคุณและไม่บริสุทธิ์ พวกเขามีรูปแบบภายนอกว่าความเคร่งศาสนา แต่ไม่มีอำนาจจากพระเจ้า

ตอนนี้ฟัง 2 ทิโมธี 3:12, 13

“แท้จริงทุกคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง แต่คนชั่วและคนเจ้าเล่ห์จะชั่วร้ายมากยิ่งขึ้น ทั้งล่อลวงคนอื่น และก็ถูกคนอื่นล่อลวงด้วย” (2 ทิโมธี 3:12, 13)

เหล่านี้คือคนที่เรากำลังพยายามที่จะนำดวงวิญญาณของพวกเขามาที่พระคริสต์ในคริสตจักรของเรา! เราทำได้อย่างไร! มันเป็นไปไม่ได้ด้วยมนุษย์ปุถุชนอย่างเรา! เราทำงานอย่างหนักเพื่อนำพวกเขามาที่คริสตจักร – แต่ใจของพวกเขากลับจดจ่ออยู่กับวิดีโอเกมและภาพยนตร์ จนพวกเขาไม่สามารถแม้แต่ที่จะมองผมเทศน์ในครั้งแรกที่พวกเขาที่นมัสการ พวกเขามองมือของพวกเขาด้วยสายตาที่เย็นชา เพราะมือของพวกเขาไม่มีโทรศัพท์มือถือที่จะเล่นกับมัน! ใจของพวกเขามีแต่ความว่างเปล่า เหมือนอย่าง มอร์ล็อกส์ ในเอช จี เวลส์ ว่า "ยุคแห่งเครื่องจักร" พวกเขาตายเหมือนผีดิบที่พวกเขาดูในทีวีช่วงดึกๆ

ตอนนี้ไปที่ลูกาบทที่ 4: 18-19 นี่คือพระเยซูคริสต์เสด็จลงมาเพื่อคนบาปอย่างหนุ่มสาวในทุกวันนี้ ผมจะอ่าน พระเยซูตรัสว่า

‘พระวิญญาณแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่บนข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้รักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ ให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ฟกช้ำเป็นอิสระและให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ลูกา 4:18-19)

พระเยซูเสด็จมาเพื่อทำสิ่งเหล่านั้นให้กับคนหนุ่มสาวในทุกวันนี้ แต่อำนาจของซาตานก็แข็งแกร่งพอที่พระคุณของพระคริสต์ไม่อาจผ่านไปถึงพวกเขาทุกคนได้ จำเป็นมากที่เราต้องมีฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า ไม่งั้งเราก็ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้! เราสามารถนำพวกเขามาคริสตจักรเต็มคันรถก็ตาม – แต่น้อยคนที่สามารถสัมผัสกับความรอดของพระเยซู! น้อยมากที่ถูกช่วยกู้ - นอกเสียจากพระเจ้าประทานฤทธ์อำนาจลงมาเหนืออำนาจของซาตานในคริสตจักรของเรา!

และที่ต้องมีการอดอาหารและการอธิษฐาน! พวกสาวกไม่สามารถช่วยเหลือชายหนุ่มตามในพระธรรมมาระโกบทที่เก้า เขาถูกวิญญาณชั่วเข้าสิง - เช่นเดียวกับวัยรุ่นหลายคนที่เรานำมาฟังพระกิตติคุณในคริสตจักรของเรา เด็กเหล่านั้นที่ถูกควบคุมโดยมาร พระคัมภีร์กล่าวว่าคนหนุ่มสาวที่เรานำมาคริสตจักรคือพวกที่หลงหาย – พวกเขาทุกคน - ตาบอดและถูกควบคุมอยู่ภายใต้ขอบเขตของซาตาน - "เจ้าแห่งอำนาจในย่านอากาศ คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในบุตรแห่งการไม่เชื่อฟัง" ( เอเฟซัส 2: 2) ชายหนุ่มในมาระโก 9 ก็ถูกมารควบคุมเช่นกัน และเหล่าสาวกก็ไม่มีอำนาจพอที่จะช่วยเขาได้ เปิดไปดูมาระโก 9:28, 29 ยืนขึ้นและอ่านออกเสียงดังๆในสองข้อนี้

“เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในเรือนแล้ว เหล่าสาวกของพระองค์มาทูลถามพระองค์เป็นส่วนตัวว่า “เหตุไฉนพวกข้าพระองค์ขับผีนั้นออกไม่ได้ พระองค์ตรัสตอบเขาว่า ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:28, 29)

พวกคุณนั่งลงได้ “ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”

ผมเชื่อว่าเราจะไม่สามารถช่วยกู้คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่โดยการอธิษฐานเท่านั้น "ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” คุณสามารถแน่ใจเลยคำว่า "และการอดอาหาร" คำนี้อยู่ในภาษากรีกต้นฉบับเดิม ถูกพวกบาทหลวงสมัยก่อนตัดออกจากพระคัมภีร์ เพราะพวกเขาถูกครอบงำโดยมาร คริสตจักรในสมัยนี้เรียกว่าพระคัมภีร์ฉบับปัจจุบัน ลบสองคำนี้ออกไป ทำไม? เพราะมารต้องการที่จะปล้นคริสตจักรในวันสุดท้ายเพื่อให้หนุ่มสาวสับสนฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า - นี่แหละที่ว่าทำไม!

“ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร” (มาระโก 9:29)

พวกคุณนั่งลงได้
         อาเมน! นั่นแหละทำไมเราต้องอธิษฐาน! นั่นคือทางรับฤทธิ์อำนาจของพระเยซู! นั่นคือทางที่ทำให้คนกลับใจใหม่ นั่นทำให้พระเจ้าเปิดประตูสวรรค์แห่งพระคุณ! นั่นคือทางที่เอาชนะซาตานและสมุนของมัน! อาเมน!

“ผีอย่างนี้จะขับให้ออกไม่ได้เลย เว้นแต่โดยการอธิษฐานและการอดอาหาร”!!

ฮาเลลูยา! พระเจ้าประทานดาบที่สามารถเอาชนะศัตรู และดาบนั้นคือ “การอธิษฐานและอดอาหาร” ตอนนี้ให้เปิดไปที่อิสยาห์ 58:6

“การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความชั่ว การปลดเปลื้องภาระหนัก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน?” (อิสยาห์ 58:6)

พวกคุณนั่งลงได้ ข้อนี้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงเลือกการอดอาหารนำฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์มานำคนบาป การอดอาหาและการอธิษฐานปลดโซ่ของความชั่วร้ายและปลดภาระหนักออกไป - และช่วยให้ผู้ถูกบีบบังคับได้รับอิสระ - และปลดจากแอกของมาร! การอดอาหารและการอธิษฐานนี่แหละที่พระคริสต์ทรงเปิดตาของคนที่ถูกซาตานทำให้ตาบอดและคนที่ถูกกดขี่! พระเยซูทรงตรัสว่า

‘พระวิญญาณแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่บนข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้รักษาคนที่ชอกช้ำระกำใจ ให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ฟกช้ำเป็นอิสระและให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ลูกา 4:18-19)

และนั่นคือคุณค่าของการอดอาหารและการอธิษฐานเพื่อคนบาปที่ถูกซาตานควบคุม!

อาร์เธอร์ วาลลิส กล่าวว่า "พระเจ้าทรงเปิดเผยโดยทางอิสยาห์ว่าธรรมชาติของการอดอาหารคือทางที่พระองค์ทรงพอพระทัยและเลือกใช้ [ว่า] ปลดปล่อย ... นั่นประยุกต์ใช้ให้กับชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ มนุษย์ผูกกับโซ่ตรวนหรือเหล็ก แต่มองไม่เห็นความชั่วร้ายนั้น [ผู้ที่อดอาหาร] ต่อสู้กับการกดขี่ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายเนื้อหนัง แต่เป็นฝ่ายจิตวิญญาณแม้แต่ซาตาน ... การมองที่ฉลาดนั้นสามารถรับรู้ว่าหลายคนที่เราพบในเส้นทางของชีวิตนั้นถูกบีบบังคับโดยมาร และถูกผูกไว้โดยกองกำลังวิญญาณชั่ว แต่กลับไม่อาจเข้าใจและพวกเขาไม่สามารถหลุดพ้น" (God’s Chosen Fast, pp. 63, 64) การอดและการอธิษฐานสามารถช่วยทำลายโซ่ที่ผูกมัดทั้งชายและหญิงจากการเป็นทาสของมาร การอดอาหารเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพได้รับการแต่งตั้งโดยพระเจ้าเพื่อทำลายซาตาน

ตอนเราอดอาหารควรจะอธิษฐานขอพระเจ้าทรงทำให้คนรับรู้เรื่องบาป โดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่เชื่อในความบาป โดยธรรมชาติของทุกคนต่างคิดว่าตัวเองเป็นคนดี ด้วยเหตุนี้จึงต้องการพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้คนเหล่านั้นเกลียดบาปและละทิ้งการทำบาป เพื่อให้ใจของพวกเขาเชื่อในบาปของตัวเอง เมื่อเราอดอาหาร เราควรจะอธิษฐานขอพระเจ้าทรงทำให้สำนึกในบาป

คนที่พยายามจะ "เรียนรู้วิธีการที่จะได้รับความรอด" ต้องมาอยู่ภายใต้ความเชื่อที่ว่ามีบาปและดื้อรั้นของพวกเขา พระเจ้าทรงใช้การอดอาหารและการอธิษฐานทำให้เกิดความเชื่อดังกล่าว หากปราศจากความเชื่อในบาปพระกิตติคุณก็ไร้ค่า นั่นคือสิ่งที่ผิดปกติให้กับ "คริสตจักรที่ไม่ยอมเติบโต" ในคืนที่ผ่านมาผมได้นับพวกเขา พบว่ามีเพียงส่วนน้อยที่ติดตามพระเยซูคริสต์ ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ภายใต้ความเชื่อในบาปและเนื้อหนัง เราต้องอดอาหารและอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงทำให้พวกเขารับรู้บาป และทำลายใจของพวกเขา และเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นสาวกของพระเยซู!

เฉพาะพระวิญญาณของพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถทำให้คนกลับใจใหม่ การอดอาหารและการอธิษฐานมักจะนำคนโง่ ให้เห็นความจำเป็นถึงพระโลหิตของพระคริสต์ที่ชำระพวกเขาให้สะอาดในสายพระเนตรของพระเจ้า การอดอาหารและการอธิษฐานหมายถึงพระเจ้าทรงเทพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาในหัวใจของคนบาป! ดร. จอห์น อาร์ไรซ์ กล่าวว่า "มีบางเวลาที่เราหันหลังให้กับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกและแสวงหาพระพักต์ของพระเจ้า เวลาดังกล่าวคือช่วงเวลาของการอดอาหารและอธิษฐาน (Prayer: Asking and Receiving, p. 216)

ผมคิดว่าบรรดาคนที่ได้รับความรอดแล้ว รู้ดีว่าเราต้องการพระวิญญาณบริสุทธิ์ในคริสตจักรของเรา เราจำเป็นต้องการพระองค์เมื่อเราอธิษฐาน เราจำเป็นให้พระองค์แสดงให้เราเห็นสิ่งที่พระองค์ต้องการ ให้เราทำอย่างไรกับชีวิตของเรา เราขอพระองค์แสดงให้ศิษยาภิบาลว่าจะเทศนาอย่างไร เราอยากให้พระองค์ทำให้เรากลายเป็นนักอธิษฐาน เราจำเป็นได้พระองค์นำผู้ที่ไม่เชื่อมาและอยู่ที่นี่หลังจากกลับใจใหม่แล้ว เราอยากให้พระองค์ทรงส่งการฟื้นฟูลงในหมู่พวกเรา เราต้องมีพระองค์ดัดเรา ทำลายเรา และทำให้เรารับรู้ความจริง เรามักร้องเพลง

เราอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เสด็จลงมา
เราอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เสด็จลงมา
โปรดละลายข้าฯปั้นข้าฯและทำลายและดัดข้าฯ
เราอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เสด็จลงมา
      (“Spirit of the Living God” by Daniel Iverson, 1899-1977;
           altered by Dr. Hymers)

เพลงนี้จะกลายเป็นความจริงตอนเราอดอาหารและอธิษฐาน พวกท่านที่เป็นคริสเตียนเติบโตในฝ่ายจิตวิญญาณรู้ว่าเราต้องการพระวิญญาณของพระเจ้าลงมาในหมู่พวกเรา - เพื่อเปลี่ยนใจของคนหนุ่มสาวทั้งผู้ที่เชื่อและไม่เชื่อ ดังนั้น ผมขอให้คุณเตรียมตัวเตรียมเวลาในเสาร์หน้านี้ เราจะอดอาหารและอธิษฐาน - จนกว่าเราจะมารวมตัวกันที่นี่ที่คริสตจักรตอน 5:30 โยง เพื่ออธิษฐานร่วทกัน หลังจากนั้นเราจะรับประทานอาหารเบาๆด้วยกัน วันเสาร์หน้านี้เราจะไม่ออกไปประกาศ เราจะใช้เป็นคืนอธิษฐานหลังจากที่เราๆด้อดอาหาร เราเองก็ประกาศมาแล้ว – แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้เกิดผลมากเท่าที่ควร พอล จี คุก กล่าวไว้ในหนังสือของท่านที่ชื่อไฟจากสวรรค์ดังนี้ว่า "การประกาศเพียงอย่างเดียวไม่สามารถผลิตผลที่ยั่งยืนนอกจากได้รับการ่วมมือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์" (หน้า 108) เขากล่าวว่าเมทอดิสต์ในสมัยก่อน “รู้ถึงสภาพการเป็นของคริสตจักรและพระพรที่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าที่ลงมายังพวกเขา” ท่านกล่าวว่า “นี่ง่ายมาก ผู้เชื่อต่างขึ้นอยู่กับพระเจ้า พวกเขาเชื่อว่าทุกอย่างประสบความสำเร็จในพระนามของพระองค์ นี่อธิบายถึงหารที่พวกเขาอธิษฐานอย่างมาก” (หน้า 105) “พวกเขาเชื่อว่าการขยายพระกิตติคุณและสภาพของคริสตจักรขึ้นอยู่กับฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า นั่นแหละที่พวกเขาอธิษฐานอย่างมาก (หน้า 28)

ขอให้เราอดอาหารและอธิษฐานขอพระเจ้า เสด็จลงมาในคริสตจักรของเราด้วยฤทธืมีอำนาจที่จะเปลี่ยนใจของคนหนุ่มสาวทั้งในคริสตจักรและเด็กใหม่ หากคุณเต็มใจโปรดงดอาหารทั้งหมดจนถึงหลังจากเรามาอธิษฐานที่คริสตจักรนี่ตอน 5:30 โมงเย็นในวันเสาร์หน้า หากคุณยังไม่พร้อมที่จะอดอาหาร ก็ขอให้อธิษฐานตลอดทั้งวันขอพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จลงมาในคริสตจักรของเรา หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับสุขภาพที่ส่งผลต่อการอดอาหาร กรุณาสอบถาม ดร. ชานหรือ ดร. จูดิ คาเกน พวกเขาสามารถบอกคุณว่าสุขภาพของคุณดีพร้อมหรือไม่ หากคุณดื่มกาแฟหรือชาเป็นประจำ คุณสามารถดื่มหนึ่งหรือสองถ้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ปวดหัว ส่วนที่เหลือดื่มแต่น้ำเท่านั้น ให้แน่ใจว่าดื่มน้ำให้มากตลอดทั้งวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณทำงาน ให้ดื่มน้ำหนึ่งแก้วทุกชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ขอให้เรายืนอยู่ขั้นและร้องเพลงนมัสการบทที่ 6

ถ้าเราเดินตามพระเจ้า พระเยซูทรงนำเรา
   และประทานรัศมีให้อิ่มหนำ
เมื่อเราทำตามพระทัย พระองค์สถิตในใจ
   ของทุกคนที่ยอมเชื่อและฟังคำ
เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
   พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ

ไม่มีความทุกข์เกิดขึ้นได้ ไม่มีมืดในจิตใจ
   เพราะอำนาจของพระคริสต์ขับไล่ไป
ไม่ต้องกลัวหรือสงสัย ไม่มีโศกเศร้าร้องไห้
   มาแผ้วพานเมื่อเราเชื่อและฟังคำ
เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
   พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ

ถ้าเรามีความลำบาก หรือถ้ามีความทุกย์ยาก
   พระเยซูทรงช่วยให้พ้นมารร้าย
หากมีความทุกข์เหลือหลาย ไม่ต้องยากซ้ำช้ำใจ
   พระองค์ช่วยผู้ที่เชื่อและฟังคำ
เชื่อและฟังคำ ไม่มีทางอื่นเที่ยงธรรม
   พระเยซูโปรดให้ความสุข แก่ผู้เชื่อและฟังคำ
      (“Trust and Obey” by John H. Sammis, 1846-1919)

นำบทเทศนานี้กลับไปอ่านที่บ้านของคุณ ในแต่ละคืนที่จะมาถึงนี้ให้อ่านบทเศนาหลายๆครั้งก่อนไปนอน และร้องเพลงนี้ในท่อนรับก่อนที่คุณอธิษฐานก่อนนอน อ่านอีกครั้งในวันเสาร์และร้องเพลงนมัสการในท่อนรับและอธิษฐานในช่วงกลางวัน ร้องอีกครั้ง

เราอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เสด็จลงมา
เราอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เสด็จลงมา
โปรดละลายข้าฯปั้นข้าฯและทำลายและดัดข้าฯ
เราอธิษฐานขอพระวิญญาณของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์เสด็จลงมา

หากคุณยังไม่รอด เราอธิษฐานเผื่อคุณจะกลับใจใหม่และวางใจพระเยซู พระโลหิตของพระองค์จะชำระคุณจากบาปทั้งหมด การฟื้นคืนพระชนม์จากความตายทำให้คุณมีชีวิตนิรันดร์ ไว้ใจพระองค์และพระองค์จะทรงช่วยให้คุณรอดจากบาปและการพิพากษาที่จะมาถึง อาเมน

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: มัทธิว 17:14-21.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟีท:
“Come, My Soul, Thy Suit Prepare” (by John Newton, 1725-1807) .