Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




หมายสำคัญแห่งยุคสุดท้าย - กล่าวเพิ่มเติม

SIGNS OF THE END – UPDATED AND EXPANDED
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนครลอสแอนเจลิส
ในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 3 มกราคม ค.ศ. 2016
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Morning, January 3, 2016

“ฝ่ายพระเยซูทรงออกจากพระวิหาร แล้วพวกสาวกของพระองค์มาชี้ตึกทั้งหลายของพระวิหารให้พระองค์ทอดพระเนตร พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า สิ่งสารพัดเหล่านี้พวกท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ศิลาที่ซ้อนทับกันอยู่ที่นี่ ซึ่งจะไม่ถูกทำลายลงก็หามิได้ เมื่อพระองค์ประทับบนภูเขามะกอก พวกสาวกมาเฝ้าพระองค์ส่วนตัวกราบทูลว่า ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร สิ่งไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมา และวาระสุดท้ายของโลกนี้”? (มัทธิว 24:1-3)


โปรดเปิดพระคัมภีร์ของคุณไว้ตรงนี้ ข้อความตอนนี้ถูกเรียกว่า "การเปิดเผยบนภูเขามะกอกเทศ" เพราะพระคริสต์ทรงเทศนาบนภูเขามะกอกเทศ พระคริสต์ตรัสให้เหล่าสาวกว่าพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มจะถูกทำลาย พวกสาวกกล่าวว่า "เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร?" คำตอบไม่ได้บันทึกไว้ในมัทธิว 24 แต่ลูกากล่าวถึงคำตอบของพระคริสต์ดังนี้

“เขาจะล้มลงด้วยคมดาบ และต้องถูกกวาดเอาไปเป็นเชลยทั่วทุกประชาชาติ และคนต่างชาติจะเหยียบย่ำกรุงเยรูซาเล็ม จนกว่าเวลากำหนดของคนต่างชาตินั้นจะครบถ้วน” (ลูกา 21:24)

“เขาจะล้มลงด้วยคมดาบ” นี่เป็นการพยากรณ์ถึงกรุงเยรูซาเร็มถูกทำลายโดยตีตัสในปีคริสตศักราชที่ 70 – นั่นเกิดขึ้น 40 ปีหลังจากพระคริสต์ทรงทำนายเอาไว้ และแล้ว “ต้องถูกกวาดเอาไปเป็นเชลยทั่วทุกประชาชาติ” ดร. เฮนรี่ เอ็ม มอร์ริส กล่าวว่า "นี่เป็นคำทำนายที่วิเศษ เพราะกล่าวเอาไว้หลายศตวรรษก่อนที่จะเป็นจริงในที่สุดคือสำเร็จอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 135" - ตอนกรุงเยรูซาเล็มถูกทำลายโดยกองทัพเฮเดรียในปี ค.ศ. 135 และคนยิวกระจัดกระจายไปทั่วโลก (see Henry M. Morris, Ph.D., The Defender’s Study Bible, World Publishers, 1995, p. 1122; note on Luke 21:20, 24)

ดังนั้นพระคริสทรงตอบคำถามแรกที่พวกเขาถามว่า "เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร" พระวิหารจะถูกทำลายใน ค.ศ. ที่ 70 คนยิวถูกกระจายไปทั่วโลกใน ค.ศ.135

แต่แล้วพวกเขาก็ถามคำถามที่สอง "สิ่งไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมา และวาระสุดท้ายของโลกนี้”? "โลก" ในภาษากรีกคือ "Aion" หมายความว่า "ยุค" - คือ "ยุค" ที่เราอยู่ในขณะนี้ ยุคของคริสเตียนปัจจุบันนี้ ผมเองเชื่อว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ใกล้ยุคสุดท้าย - ใกล้ปลายสุดของโลกที่เรารู้กัน

มีข้อผิดพลาดสามประการที่คนเข้าใจผิดเรื่องยุคสุดท้ายนี้ ข้อผิดแรกคือการกำหนดวัน เมื่อใดก็ตามที่คุณได้ยินใครบางคนบอกถึงวัน คุณสามารถแน่ใจได้เลยว่า คนเหล่านั้นผิด พระคริสต์กล่าวว่า

“ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้ทำนายเทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน ทำหมายสำคัญและการมหัศจรรย์เพื่อล่อลวงผู้ที่ถูกเลือกสรรแล้วให้หลง ถ้าเป็นได้ แต่ท่านทั้งหลายจงระวังให้ดี ดูเถิด เราได้บอกสิ่งสารพัดให้แก่ท่านทั้งหลายไว้ก่อนแล้ว” (มาระโก 13:32, 33)

ประการที่สองที่ผิดคือกล่าวว่าหมายสำคัญต่างๆนั้นเกิดขึ้นในอดิต นี่เรียกว่า “สิ่งที่ผ่านพ้น” คนสมัยนี้โดยเฉพาะพวกติดตามคาวิลเชื่อว่าอย่างนั้น แต่พวกเขาผิด เพราะหากคุณดูในพระธรรมมัทธิว 24:14 แล้วจะรู้ทันทีเลยว่าความเชื่อเช่นนั้นผิด เพราะหากหมายสำคัยญหลายนั้นกลายเป็นอดิต หรือเกิดขึ้นให้กับคริสเตียนในยุคแรก ดังนั้นในข้อที่ 14 ก็ไม่เป็นความจริง!

“ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” (มัทธิว 24:14)

พวกสาวกได้ประกาศพระกิตติคุณทั่วโรม แต่ไม่ได้ประกาศทั่ว “ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลก” – เพราะพวกเขาไม่ได้ประกาศให้กับอเมริกาเหนือและใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หมู่เกาะไอสแลนด์ หรือในที่อื่นๆ พวกสาวกไม่ได้ประกาศทั่ว “ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลก” แต่การประกาศนี้เพิ่มสำเร็จในยุคของเรา “แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” ตอนนี้พระกิตติคุณได้ประกาศไปทั่วทุกแห่งแล้ว – นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ผู้คนทั่วโลกได้อ่านบทเทศนาของผมใน 33 ภาษา และที่อื่นๆเช่นโดยทางวิทยุ ทีวี อินเตอร์เนต รวมถึงมิชั่นนารีเป็นพันๆคนอยู่ทั่วโลก การทำนายนี้เพิ่มสำเร็จในยุคของเรา “แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” ที่ว่าผ่านพ้นแล้วนั้นผิด!

ความเชื่อผิดประการที่สามคือชี้ว่านั่นเป็นเรื่องในอนาคต นั่นคือในช่วงกรียุคเจ็ดปี หลายคนในปัจจุบันนี้เชื่ออย่างนั้น แต่พวกเขากลับละเลยหมายสำคัญที่ชี้ถึงกรียุคนี้ พระคริสต์ทรงกล่าวถึงหมายสำคัญในยุคของโนอาห์ พระองค์ตรัสว่า “ด้วยสมัยของโนอาห์เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้นด้วย” (มัทธิว 24:37) คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักศาสนศาสตร์ถึงจะเข้า “ยุคของโนอาห์” ได้ เพราะมันนานกว่าเจ็ดปี! พระคัมภีร์บอกเราว่ายุคของโนอาห์นั้นอยู่มากกว่า 120 ปี (ปฐมกาล 6:3) เอโนคเคยเตือนเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้ (ยูดาห์ 14, 15) ผมเองเชื่อว่าโลกนี้กำลังเข้าสู่ยุคสุดท้ายระหว่างยุคทองในศตวรรคที่ 18 (1730-1790) และช่วงที่มีการละทิ้งความเชื่อมากที่สุดคือศตวรรคที่สิบเก้า ยุคนี้มีการวิจารณ์พระคัมภีร์ มีกลุ่มฟินเนนิยม และดาวิลนิยม และที่สำคัญเลวร้ายกว่านั้นคือเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

การสิ้นสุดยุคนี้ใช่ว่าเกิดแบบ “ฉับพลัน” ให้เรา! มารยังต้องทำงานอีกนาน ตอนนี้ยังแค่แค่ช่วงละทิ้งความเชื่อกระจายไปทั่วโลก และนั่นคือระบบของยุคสุดท้าย อย่างที่ ลีโอนาร์ ราเวนฮิลล์ เขียนไว้ “พวกมันคือยุคสุดท้าย!”

พวกสาวกถามหมายสำคัญหนึ่งอย่างเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระองค์ “และ [ยุค] สุดท้าย แต่พระคริสต์ทรงกล่าวถึงหมายสำคัญหมายอย่าง ผมจะนำหมายสำคัญสามอย่างมากล่าวไว้ในที่นี้

I. ประการแรก หมายสำคัญในคริสตจักร

นี่เป็นหมายสำคัญแรกที่พระเยซูทรงตรัสถึง ในมัทธิว 24:4-5

“พระเยซูตรัสตอบเขาว่า ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้ หลงด้วยว่าจะมีหลายคนมาต่างอ้างนามของเรา กล่าวว่า เราเป็นพระคริสต์ เขาจะล่อลวงคนเป็นอันมากให้หลงไป” (มัทธิว 24:4-5)

นั่นกล่าวถึงพวกวิญญาณชั่วที่อ้างว่าพวกเขาเป็นพระคริสต์ อาจารย์เปาโลเตือนว่า “พระคริสต์องค์อื่นที่เราไม่ได้เทศนาถึง” (2 โครินธ์ 11:4) อาจารย์เปาโลกล่าวว่า

“บัดนี้ พระวิญญาณได้ตรัสไว้อย่างชัดแจ้งว่า ในกาลภายหลังจะมีบางคนละทิ้งความเชื่อ โดยหันไปเชื่อฟังวิญญาณที่ล่อลวง และฟังคำสอนของพวกผีปีศาจ” (1 ทิโมธี 4:1)

ทุกวันนี้ความเชื่อที่ว่า “วิญญาณ-พระคริสต์” ของพวกจีน็อสตินิยมถูกนำมาเทศน์ในหลายคริสตจักร พวกนี้เชื่อว่าพระคริสต์คือวิญญาณที่ไม่มีร่างกายอย่างพระคริสต์ที่ปรากฏในพระคัมภีร์ พระคัมภีร์กล่าวว่า “และวิญญาณทั้งปวงที่ไม่ยอมรับว่า พระเยซูคริสต์ได้เสด็จมารับสภาพของเนื้อหนัง วิญญาณนั้นก็ไม่ได้มาจากพระเจ้า” (1 ยอห์น 4:3) ท่ามกลางฉบับแปลปัจจุบัน มีแต่ฉบับคิงเจมส์เท่านั้นที่แปลข้อนั้นถูกต้อง ในภาษากรีกคือคำว่า “elēluthota” นั่นเป็นประโยคสมบูรณ์ ที่กล่าวถึงการทรงสถิตของพระคริสต์ (cf. Jamieson, Fausset and Brown) ฉบับคิงเจมส์แปลถูกต้องว่า พระคริสต์” มีเนื้อหนัง” พระองค์บังเกิดมาเป็นมนุษย์ และทรงสภาพอย่างนั้น ในวันที่พระองค์เสด็จจากความตายในสภาพที่มีเนื้อหนัง หลังจากที่พระองคเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว ก็ตรัสว่า “เพราะว่าผีไม่มีเนื้อและกระดูกเหมือนท่านเห็นเรามีอยู่นั้น” (ลูกา 24:39) และร่างกายของพระองค์ยังคงอยู่ในสภาพที่มีเนื้อหนังและกระดูกตอนฟื้นคืนพระชนม์ - ในสวรรค์ พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อ ๆ ไปเป็นนิจกาล” (ฮีบรู 13:8) ดังนั้น ในทุกวันนี้ความเชื่อที่ว่า วิญญาณ-พระคริสต์ นั้นผิด “วิญญาณที่ล่อลวง” (1 ทิโมธี 4:1)! แม้ว่าในคริสตจักรแบ๊บติสต์ของเราก็ตาม ยังมีคนที่คิดว่าพระคริสต์เป็นวิญญาณหรือผี ดังนั้น พวกเขาจึงเชื่อมารมากกว่าในพระคริสต์จริง! ดร. ไมเคิล ฮอร์ตันพูดถึงวิญญาณพระคริสต์ของพวกจีนอสติเอาไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อ Christless Christianity (Baker Books, 2008) จงไปหาซื้อมาอ่านดู

พระคริสต์ตรัสอีกครั้งว่า

“ด้วยว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จ และผู้พยากรณ์เทียมเท็จเกิดขึ้นหลายคน และจะทำหมายสำคัญอันใหญ่และการมหัศจรรย์ ถ้าเป็นไปได้จะล่อลวงแม้ผู้ที่ทรงเลือกสรรให้หลง” (มัทธิว 24:24)

อาจารย์เปาโลเตือนว่า

“เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนอันถูกต้องไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง ตามความปรารถนาของตนเอง เพราะมีหูที่คัน และเขาจะบ่ายหูจากความจริง หันไปฟังเรื่องนิยายต่าง ๆ” (2 ทิโมธี 4:3-4)

ผมเชื่อว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงต้นของการละทิ้งความเชื่อ "ถอยห่างออกไป" อย่างที่อัครสาวกเปาโลพยากรณ์ไว้ใน 2 เธสะโลนิกา 2: 3

พระคริสต์ตรัสอีกครั้งว่า

“ความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ [ทวี] ขยายออกไป” (มัทธิว 24:12)

พระคริสต์ทรงทำนายว่าจะมีความเย็นชาเกิดขึ้นในคริสตจักร ความรักอย่าง "อากาเป้" นั่นคือความรักระหว่างสมาชิกในคริสตจักรจะเยือกเย็นลง คริสตจักรจำนวนมากจะปิดการนมัสการในคืนวันอาทิตย์ เพราะความสามัคคีธรรมและความรักที่แท้จริงของคริสเตียนจะเป็นเพียงแค่อดิต สมาชิกคริสตจักรไม่ชอบที่จะอยู่ร่วมกันเหมือนคริสเตียนในช่วงยุคแรก (cf กิจการ 2: 46-47) นอกจากนี้พระเยซูยังทำนายอีกว่าในช่วงปลายนั้นจะมีการอธิษฐานน้อยมาก (ลูกา 18: 1-8) ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกวันนี้มีการประชุมอธิษฐานน้อยมก การนมัสการในคืนวันพุธ (ถ้ามี) ก็จะเปลี่ยนจากการอธิษฐานไปเป็นการศึกษาพระคัมภีร์แทน แน่นอนนี่เป็นหมายสำคัญของการสิ้นนุค! “แต่เมื่อบุตรมนุษย์มา ท่านจะพบ [ความเชื่อ] ในแผ่นดินโลกหรือ?” (ลูกา 18:8) แต่จงจำคำตรัสของพระเยซู

“เมื่อเหตุการณ์ทั้งปวงนี้เริ่มจะบังเกิดขึ้นนั้น จงยืดตัวและผงกศีรษะขึ้น ด้วยการไถ่ท่านใกล้จะถึงแล้ว”” (ลูกา 21:28)

จงร้องเพลงบทที่ 3 ในข้อที่สองด้วยกัน!

ความมืดคือกลางคืน และเป็นบาปที่ต่อต้านเรา
   เราแบกความทุกข์และภาระที่หนักหนา
แต่ตอนนี้เราเห็นหมายสำคัญของการเสด็จมา
   สันติสุขเกิดขึ้นภายในใจของเรา
พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์เสด็จกลับมา

เป็นพระคริสตองค์เดียวกันที่ถูกปฏิเสธ
   พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์เสด็จกลับมา
พระองค์เสด็จกลับมาด้วยฤทธิ์อำนาจด้วยสง่าราศี!
(“He Is Coming Again,” Mabel Johnston Camp, 1871-1937)

II. ประการที่สอง หมายสำคัญของการข่มเหง

พระคริสต์ตรัสว่า

“ในเวลานั้นเขาจะมอบท่านทั้งหลายไว้ให้ทนทุกข์ลำบากและจะฆ่าท่านเสีย และประชาชาติต่าง ๆ จะเกลียดชังพวกท่านเพราะนามของเรา คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไปและทรยศกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกัน” (มัทธิว 24:9-10)

พระคริสต์ตรัสอีกว่า

“ท่านจะถูกคนทั้งปวงเกลียดชังเพราะเห็นแก่นามของเรา แต่ผู้ใดที่อดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอดพ้นได้” (มาระโก 13:13)

ในโลกทุกวันนี้เราพบว่ามีการกดขี่ข่มเหงคริสเตียน ยังมีต่อเนื่องและเลวร้ายทั่วโลกโปรดคลิกที่นี่ไปอ่าน www.persecution.com ในขณะนี้พบได้ว่าคริสเตียนที่แท้จริงถูหข่มเหงเพิ่มมากขึ้นที่นี่ในโลกตะวันตก ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ถูกต่อต้านโดยผู้ที่สร้างความแตกแยกให้คริสตจักร ผู้ปกครองข่มเหงลูกของตัวเองเพราะเป็นคริสเตียน และที่น่าตกใจมากคือเห็นบางคนทำร้ายพ่อแม่ชราที่เป็นคริสเตียนที่เคร่งครัด! ตอนนี้หลายคนแทบถูกล็อคให้อยู่ในบ้านและอยู่อย่างโดดเดี่ยว ลูกๆที่ไม่เป็นคริสเตียนไม่เคยไปเยี่ยมเลย ผู้รับใช้หลายคนบอกผมว่า พวกเขาคิดว่าคริสเตียนในอเมริกาเร็ว ๆ นี้จะได้สัมผัสกับการกดขี่ข่มเหงมากขึ้น แต่จำที่พระเยซูทรงกล่าวว่า

“ท่านทั้งหลายจะเป็นสุขเมื่อคนทั้งหลายจะเกลียดชังท่าน และจะไล่ท่านออกจากพวกเขา และจะประณามท่าน และจะเหยียดชื่อของท่านว่าเป็นคนชั่วช้า เพราะท่านเห็นแก่บุตร มนุษย์ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชม และเต้นโลดด้วยความยินดี เพราะ ดูเถิด บำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะว่าบรรพบุรุษของเขาได้กระทำอย่างนั้นแก่พวกผู้พยากรณ์เหมือนกัน” (ลูกา 6:22-23)

ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนพูดเกินความจริง ก็จงไปฟังรายงานข่าวของฟ็อกซ์ ที่กล่าวถึง แฟรงคลิน เกรแฮม เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แฟรงคลิน เกรแฮม เป็นบุตรชายของผู้ประกาศข่าวประเสริฐระดับโลกที่มีชื่อเสียงอยาง บิลลี่ เกรแฮม สำนักข่าวฟ็อกซ์กล่าวว่า

นักประกาศ แฟรงคลิน เกรแฮม เลิกสนับสนุนรัฐบาล

ข่าวฟ็อกซ์ เดือนธันวาคม 22, 2015

http://www.foxnews.com/politics/2015/12/22/evangelist-franklin-graham-slams-quits-gop.html?intcmp=hppop

นักประกาศ แฟรงคลิน เกรแฮม พูดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า เขาจะไม่สนับสนุนพรรครีพับลิกันอีก นั่นเป็นเพราะว่าปล่อยแผนงบประมาณอย่างที่เรียกว่า "สิ้นเปลือง" ผ่านในอาทิตย์ที่แล้ว และนี่เปรียบเสมือนนำเงินทุน สำหรับการวางแผนครอบครัวไปยังค่ายกักกันนาซี

เกรแฮม กล่าวว่า

"ความอัปยศที่รีพับลิกันและเดโมแครต ผ่านแผนงบประมาณสิ้นเปลืองเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา" เขากล่าว "และนั่นถือว่าเอาเงินทุนวางแผนครอบครัวตัดออกไป!"

เกรแฮม ผู้ที่เคยติเตียนสองพรรคการเมือง ขอให้ท่านจงนำไปโพสต์ไปไว้ใน Facebook

"ได้เห็นและได้ยินแผนการวางแผนครอบครัว แต่กลับเมินเฉยพูดเกี่ยวกับการขายชิ้นส่วนจากตัวอ่อนของทารกจากการทำแท้ง นั่นคือการทำลายชีวิตมนุษย์ [ดร.] โจเซฟ เมนกีลี และค่ายกักกันนาซี!" เขาเขียนไว้ว่า "ควรจะปิดระดมทุนของพวกเขา ไม่มีอะไรเลย 2,000 หน้าหรือเป็นงบประมาณเท่ากับ 1.1 ดอร์ลาร์"

ท่าน เกรแฮม เคยสนับสนุนโดนอล์ดทรามป์ให้ได้ไปบริหารรัฐบาลในทำเนียบขาว ในขณะเดียวกันคนมุสลิมในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าเขาสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเมืองไปแล้ว

เขาเขียนว่า “ผมไม่มีความหวังในพรรครีพับลิกร เดโมเครติส หรือพรรคที ว่าจะทำสิ่งที่ดีที่สุดให้อเมริกาได้อีก”

ว้าว! นักประกาศท่านนี้กำลังกล่าวถึงอะไร! ร้องเพลงนี้อีกครั้ง - เพลงบทที่ 3 - ข้อที่สอง!

ความมืดคือกลางคืน และเป็นบาปที่ต่อต้านเรา
   เราแบกความทุกข์และภาระที่หนักหนา
แต่ตอนนี้เราเห็นหมายสำคัญของการเสด็จมา
   สันติสุขเกิดขึ้นภายในใจของเรา
พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์เสด็จกลับมา
   เป็นพระคริสตองค์เดียวกันที่ถูกปฏิเสธ
พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์เสด็จกลับมา
   พระองค์เสด็จกลับมาด้วยฤทธิ์อำนาจด้วยสง่าราศี!

III. ประการที่สาม หมายสำคัญของการประกาศไปทั่วโลก

ขอให้สังเกตว่าหมายสำคัญนี้ว่าเพิ่มจะปรากฏขึ้นในช่วงกลางของหมายสำคัญน่ากลัวเหล่านี้

“ในเวลานั้นเขาจะมอบ ท่านทั้งหลายไว้ให้ทนทุกข์ลำบากและจะฆ่าท่านเสีย และประชาชาติต่าง ๆ จะเกลียดชังพวกท่านเพราะนามของเราคราวนั้น คนเป็นอันมากจะถดถอยไปและทรยศกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกัน จะมีผู้พยากรณ์เท็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็นอันมาก ให้หลงไปความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ขยายออกไปแต่ผู้ใดที่อดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอดพ้นได้ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” (มัทธิว 24:9-14)

นั่นเป็น “ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักร” ง่ายๆ “พระกิตติคุณ” ในมาระโก 13:10 กล่าวว่า ข่าวประเสริฐจะต้องประกาศทั่วประชาชาติทั้งปวงก่อน” ท่ามกลางคนที่ละทิ้งความเชื่อและการถูกขมเหง อย่างที่พระคริสต์ตรัสว่าพระกิตตคุณจะประกาศไปทั่วโลก “แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” (มัทธิว 24:14)

สิ่งที่ทำนายนี้! มีคนน้อยมากในโลกที่ยังไม่เคยได้ยินข่าวประเสริฐตามคำทำนายของพระเยซูนี้ เพราะได้ยินโดยทางอินเตอร์เนท วิทยุ คลื่นสั้น โทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียมและผ่านมิชชันนารีเป็นพันคน - พระกิตติคุณได้ถูกแพร่ไปทั่วโลกในเช้าวันนี้ พระธรรมมัทธิว 24: 11-14 สำเร็จในยุคของเรา! แต่แปลกมากคริสตจักรในโลกตะวันตกกลับปิดการประชุมอธิษฐานของพวกเขาลง และหยุดการนัมสการในช่วงเย็นของพวกเขาเสีย แต่พระกิตติคุณของพระเยซูกลับถูกนำไปสู่ในโลกที่สาม - อย่างในประเทศจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายประเทศในแอฟริกา ให้กับคนม้ง และชั้นวรรณะในอินเดีย! การละทิ้งความเชื่อและการฟื้นฟู - ได้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน - เป็นไปตามที่พระเยซูทรงทำนายเอาไว้! มีสองสิ่งขัดแย้งเกิดในเวลาเดียวกัน! ตามที่พระเยซูทรงทำนายเอาไว้!

“จะมีผู้พยากรณ์เท็จหลายคนเกิดขึ้นและล่อลวงคนเป็นอันมาก ให้หลงไปความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ขยายออกไปแต่ผู้ใดที่อดทนได้จนถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอดพ้นได้ข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรนี้จะประกาศไปทั่วโลกให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง” (มัทธิว 24:11-14)

ฮาเลลูยา! พระเยซูจะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่ง! ร้องอีกครั้งหนึ่ง!

ความมืดคือกลางคืน และเป็นบาปที่ต่อต้านเรา
   เราแบกความทุกข์และภาระที่หนักหนา
แต่ตอนนี้เราเห็นหมายสำคัญของการเสด็จมา
   สันติสุขเกิดขึ้นภายในใจของเรา
พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์เสด็จกลับมา
   เป็นพระคริสตองค์เดียวกันที่ถูกปฏิเสธ
พระองค์เสด็จกลับมา พระองค์เสด็จกลับมา
พระองค์เสด็จกลับมาด้วยฤทธิ์อำนาจด้วยสง่าราศี!

คุณรู้จักพระคริสต์หรือไม่? คุณพร้อมหรือไม่เมื่อพระองค์เสด็จมา? คุณกลับใจใหม่หรือยัง? "การถวายตัวไปๆมาๆ" ไม่ช่วยให้คุณรอดได้ บางคนบอกว่าพวกเขากลับมาที่พระคริสต์เหมือนบุตน้อยหลงหาย แต่พระคัมภีร์ไม่เคยบอกว่าบุตรน้อยนั้นรอดหลังกลับมาหาพ่อใหม่ ไม่เลย! พระคัมภีร์แค่กล่าวชัดเจนว่าเขาหลงหายไป! พ่อของเขาเองกล่าวว่าดังนั้น!

“เพราะว่าลูกของเราคนนี้ตายแล้ว แต่กลับเป็นอีก หายไปแล้ว แต่ได้พบกันอีก’ เขาทั้งหลายต่างก็เริ่มมีความรื่นเริงยินดี” (ลูกา 15:24)

คุณต้องมาที่พระคริสต์ และต้องเชื่อว่าคุณหลงหายไป! เพราะผู้ที่ไม่เชื่อว่าเขาหลงหายไปจะไม่มาที่พระเยซู ไม่วางใจในพระองค์ ไม่พบกับการกลับใจที่แท้จริง ไม่ได้รับการชำระบาปโดยพระโลหิตของพระคริสต์หรือถูกสร้างใหม่โดยการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ คุณต้องรู้ว่าคุณหลงหายไป ก่อนที่คุณจะได้รับความรอด!

โอ้พระเจ้า เราจะอธิษฐานอย่างไรเผื่อจิตวิญญาณที่หลงหายไปนั้น เพื่อจะได้ยินหรืออ่านบทเทศนานี้ และเพื่อจะมาอยู่ภายใต้ความเชื่อว่าเป็นคนบาปและมาวางใจพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ อาเมน คลิกที่นี่ไปอ่าน “The Method of Grace” by the great evangelist George Whitefield (1714-1770)

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: มาระโก 13:1-13.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“I Wish We’d All Been Ready” (Larry Norman, 1947-2008).


โครงร่างของ

หมายสำคัญยุคสุดท้าย - กล่าวเพิ่มเติม

SIGNS OF THE END – UPDATED AND EXPANDED

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“ฝ่ายพระเยซูทรงออกจากพระวิหาร แล้วพวกสาวกของพระองค์มาชี้ตึกทั้งหลายของพระวิหารให้พระองค์ทอดพระเนตร พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า สิ่งสารพัดเหล่านี้พวกท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ศิลาที่ซ้อนทับกันอยู่ที่นี่ ซึ่งจะไม่ถูกทำลายลงก็หามิได้ เมื่อพระองค์ประทับบนภูเขามะกอก พวกสาวกมาเฝ้าพระองค์ส่วนตัวกราบทูลว่า ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไร สิ่งไรเป็นหมายสำคัญว่าพระองค์จะเสด็จมา และวาระสุดท้ายของโลกนี้”? (มัทธิว 24:1-3)

(ลูกา 21:24; มาระโก 13:32, 33; มัทธิว 24:14, 37)

I. ประการแรก หมายสำคัญในคริสตจักร มัทธิว 24:4-5;
2 โครินธ์ 11:4; I ทิโมธี 4:1; 1 ยอห์น 4:3;
ลูกา 24:39; ฮีบรู 13:8; 1 ทิโมธี 4:1; มัทธิว 24:24;
2 ทิโมธี 4:3-4; 2 เธสะโลนิกา 2:3; มัทธิว 24:12; กิจการ 2:46-47; มาระโก 18:1-8; 21:28

II. ประการที่สอง หมายสำคัญของการข่มเหง
มัทธิว 24:9-10; มาระโก 13:13; ลูกา 6:22-23.

III. ประการที่สาม หมายสำคัญของการประกาศไปทั่วโลก มัทธิว 24:9-14; มาระโก 13:10; ลูกา 15:24.