Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ชำระด้วยโลหิต

THE CLEANSING BLOOD
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาเทศน์ที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนคร ลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2015
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, October 4, 2015

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)


ยอห์นเป็นเพียงเด็กหนุ่มตอนที่พระเยซูทรงเรียกให้เขาไปเป็นสาวก แต่เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ยอดเยี่ยมมาก และเข้าใกล้ชิดพระเยซูมากที่สุด จนเขาสามารถมองเห็นพระองค์ถูกตรึงบนไม้กางเขน ตอนพระเยซูเสด็จไปที่ลึกในสวนท่ามกลางความมืดนั้น ตอนนั้นพระองค์อยู่ห่างออกจากสาวกคนอื่น ๆ แต่มีเพียงยอห์นและสาวกอีกสองคนที่พระองค์พาไปกับพระองค์ แล้วพระองค์ "ทรงเริ่มวิตกยิ่งและหนักพระทัยนัก จึงตรัสกับเหล่าสาวกว่า ใจเราเป็นทุกข์แทบจะตาย จงเฝ้าอยู่ที่นี่เถิด" (มาระโก 14:33, 34)

ตอนที่พวกทหารเข้ามาจับกุมพระเยซู ในเช้าวันรุ่งขึ้นสาวกคนอื่น ๆ ละทิ้งพระองค์และหลบหนีไปหมด แต่มีเพียงยอห์นที่ติดตามพระองค์ไปตลอดทางจนถึงที่โกรธา นั่นคือช่วงที่พระเยซูทรงแบกกางเขนไปยังสถานที่ๆจะถูกตรึง ในขณะที่คนอื่นกำลังซ่อนตัวอยู่ในบ้านเพราะความกลัว มีเพียงแค่เด็กหนุ่มคนนี้ที่ต้องอยู่เคียงข้างและคุ้มครองบรรดาของพระคริสต์ ที่เธอต้องเฝ้าดูลูกชายของเธอสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ดังนั้นถือว่า ยอห์นเป็นลูกศิษย์คนเดียวที่เห็นพระเยซูสิ้นพระชนม์ในวันนั้น ส่วนที่เหลือล็อคประตูซ่อนตัวอยู่ในบ้าน

พระเยซูทรงทอดพระเนตรจากกางเขนลงมาที่ยอห์นและมารดาของพระองค์ พระองค์ตรัสให้เขาดูแลแม่ เขาได้ยินพระเยซูตรัสว่า “เราหิวน้ำ” เขาได้ยินพระเยซูตรัสว่า “มันสำเร็จแล้ว” และพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ที่กางเขนนั้น แต่ยอห์นก็ไม่อาจที่จะนำพระกายของพระองค์ลงจากที่ถูกตรึงนั้น แต่ยอห์นเห็นหนึ่งในทหารนั้นเอาหอกแทงที่สีข้างของพระองค์ “และ [และทันในนั้น] โลหิตและน้ำก็ไหลจากแผลนั้น” (ยอห์น 19:34) หลังจากนั้นไม่นานเขาจึงเริ่มเขียนสิ่งที่เขาเห็นนี้ด้วยความระมัดระวัง “เพื่อเขาจะได้เชื่อ” (ยอห์น 19:35)

ตอนที่แม่ของผมเสียชีวิต ทันใดนั้นผมและเอลีนาและลูกๆได้ขับรถไปโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด ตอนที่ถึงที่โรงพยาบาลผมเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงห้องของแม่ แต่ทางเจ้าหน้ที่โรงพยาบาลได้เอาถุงพลาสติกห่อศพแม่เอาไว้ ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านจะไม่ให้ใครเห็นตอนไม่ใส่เสื้อผ้าเพราะท่านอายมาก ตอนที่ผมเห็นเท้าของเธอผ่านถุงพลาสติกนั้น ผมก็ผลักพวกลูกๆเข้าไปที่ห้องโถง แต่การที่ผมเห็นเท้าของแม่นั่นยังติดอยู่ในใจของผมตลอดเวลา นั่นคือสิบแปดปีที่ผ่านมา ผมสามารถเห็นอยู่ในใจเหมือนว่าพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

และนั่นคือสิ่งเดียวที่เกิดให้กับยอห์น เขาเห็นหอกเจาะด้านข้างของพระเยซู เขาเห็นโลหิตไหลพรั่งพรูออกมาจากแผล เขาไม่เคยลืมมัน หกสิบปีต่อมาเขากลายเป็นคนชรา และเป็นศิษย์คนเดียวของพระเยซูที่ยังมีชีวิตอยู่ ยอห์นก็ยังคงคิดเกี่ยวกับโลหิตของพระเยซูตอนที่ได้เห็นในวันนั้น เขาจึงเริ่มเขียนถ้อยคำเหล่านั้นลงบนแผ่นกระดาษด้วยมือสั่นๆอย่างคนชายสูงอายุดังนี้ว่า “พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” " (1 ยอห์น 1: 7) ทำไมโลหิตของพระเยซูจึงสำคัญให้กับยอห์น?

I. ประการแรก นั่นคือโลหิตของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า

คุณทราบดีว่าไม่ใช่เลือดของใคร ดร. ดับบริว คริสเวลล์ เป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ที่หนึ่งเมือง ดัลลัส เท็กซัส กล่าวว่า

พระเจ้าบังเกิดมาเป็นมนุษย์ ไม่มีทีไหนอีกแล้วที่จะบรรยายถึงความสำคัญนี้เท่าอาจารย์เปาโล ที่กล่าวเอาให้พวกผู้นำที่คริสตจักรเอเฟซัสในกิจการ 20:28 “เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดี และ...และเพื่อจะได้บำรุงเลี้ยงคริสตจักรของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตของพระองค์เอง” เป็นการพูดแบบ คำสั่งซึ่งกล่าวโจมตีพวกที่ไม่ให้ความสำคัญในพระโลหิตของพระเจ้าที่หลั่งลงบนไม้กางเขน เหมือนอย่าง [จอห์น แมคอาเธอร์] แท้จริงคือพระเจ้าทรงบังเกิดลงมาเป็นมนุษย์โดยพระวิญญาณ และทรงสละตัวเพื่อเรา...พระโลหิตของพระคริสต์...นำเราออกจากความตายมารับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์...พระโลหิตของพระคริสต์ ทรงมอบตัวเองให้กับพระเจ้าผ่านทางพระวิญญาณ ชำระเรา ล้างเรา ให้เราเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ (W. A. Criswell, Ph.D., “The Blood of Jesus,” The Compassionate Christ, Crescendo Book Publications, 1976, p. 72)

แมคอาร์เธอร์กล่าวถึงกิจการ 20:28 ดังนี้ว่า “เปาโลเชื่ออย่างแน่วแน่ถึงการเป็นหนึ่งเดียวของพระบิดา และพระเยซู เขาจึงสามารถกล่าวถึงการทรงพระชนม์ของพระคริสต์เหมือนเป็นการหลั่งโลหิตของพระเจ้า – แท้จริงพระเจ้าไม่มีพระกายและไม่มีโลหิต” (The MacArthur Study Bible; note on Acts 20:28) ดังนั้น ดร. แมคอาเธอร์ กล่าวในทำนองว่าเปาโลพูดผิดว่า “พระเจ้าไม่มีโลหิต” นั่นเป็นการพูดที่อันตรายมาก เพราะเป็นการพูดที่กำลังดูถูกพระเจ้าแห่งตรีเอกานุภาพ เราจึงไม่ยอมรับคำพูดของ แมคอาเธอร์ในจุดนี้ แต่เรายืนข้างของ เปาโล และ ดร. คริสเวลล์ ที่พูดว่า “นั่นเป็นโลหิตของพระเจ้าที่หลั่งลงบนไม้กางเขน” (ibid.)

II. ประการที่สอง พระโลหิตของพระคริสต์ชำระบาปของเรา

อัครสาวกยอห์นกล่าวว่า

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

ดร. แมคกี้ กล่าวว่า “คำว่าชำระ อยู่ในรูปของปัจจุบัน – พระโลหิตของพระคริสต์ได้ชำระบาปของเราทั้งหมด” (Thru the Bible; note on I John 1:7) นั่นหมายความว่าพระโลหิตของพระคริสต์ยังคงทำงานในปัจจุบันนี้ เพราะการเขียนที่อยู่ในรูปของปัจจุบัน “ชำระ” แสดงให้เราว่าหมายถึงพระโลหิตของพระคริสต์นั้นมีพร้อมที่จะชำระเราในตอนนี้ ปัจจุบันนี้ แมคอาเธอร์ ไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนี้ ท่านกล่าวว่า “พระโลหิตของพระคริสต์นั้นไม่ได้ชำระบาปของเรา” (The MacArthur New Testament Commentary on Hebrews, p. 237) นั่นคือการโกโหก!

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ กล่าวว่า

เป้าหมายของเราคือพระกิตติคุณแห่งโลหิต เพราะโลหิตคือฐาน หากปราศจากโลหิตก็ไม่มีอะไร (The Way of Reconciliation, Ephesians 2, Banner of Truth Trust, p. 240)

ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ ยังกล่าวอีกว่า

การทดสอบครั้งแรกของคนๆหนึ่งคือเขาจะเทศนาตามพระกิตติคุณหรือไม่ ต้องเน้นไปที่พระโลหิต การพูดถึงกางเขาและการสิ้นพระชนม์เท่านั้นไม่เพียงพอ ความสำคัญอยู่ที่โลหิต’ (ibid., p. 331)

ดร. ซี เอล คาเกน ผู้ช่วยศิษยาภิบาลของเรา ก่อนที่ท่านจะกลับใจใหม่นั้น ท่านเคยเข้าร่วมคริสตจักรของ จอห์น แมคอารเธอร์ ทุกอาทิตย์และเป็นอย่างนั้นได้เกือบปี ดร. คาเกนกล่าวว่า “ก่อนที่ผมจะกลับใจใหม่นั้น ได้ไปนั่งใกล้ๆท่านเพื่อฟังคำเทศนา ท่านเคยเป็นศิษยาภิบาลของผม ท่านสอนพระคัมภีร์ให้ผม...ผมยังจำทุกรายละเอียดในนั้น อย่างไรก็ตามผมไม่ได้กลับใจใหม่เพราะฟังท่านเทศนา...ดร. แมคอาร์เธอร์เน้นไปที่การตัดสินใจนิยมว่า ความรอดได้มาโดยการกระทำ...ผมเชื่อว่าการประกาศของเรานั้นต้องให้ชัดเจนถึงพระโลหิตของพระคริสต์...หากเราต้องการเทศนาถึงพระกิตติคุณที่พระเจ้านำคนบาปให้กลับใจใหม่” (Preaching to a Dying Nation, The Baptist Tabernacle of Los Angeles, 1999, pp. 183, 184)

ผมเห็นด้วยทั้งหมดกับ ดร.มาร์ติน ลอยด์โจนส์ ที่ว่า “การพูดถึงกางเขนและการสิ้นพระชนม์ [พระคริสต์]...เท่านั้นไม่เพียงพอ ความสำคัญอยู่ที่ ‘โลหิต’” อาเมน! ผมดีใจที่ ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ กล่าวว่าอย่างนั้น! ผมเองเทศนาถึงพระกิตติคุณมานานกว่า 58 ปี แล้ว ผมจึงรู้จากประสบการณ์ว่าคนบาปต้องการได้ยินว่าพระเยซูทรงสามารถชำระเขาจากบาปทั้งหมดด้วยพระโลหิตของพระองค์ พวกเขาจะไม่รอดเพียงแค่ทำตามธรรมบัญญัติ หรือโดยการเทศนาที่พูดถึงนรกหรือเป็นการพยากรณ์ – การเทศน์แบบนี้อาจจะดีในระยะเริ่มต้นเท่านั้น แต่เมื่อเรา "ลงไปทำธุรกิจ" – นั่นคือธุรกิจของการกลับใจใหม่ – นั้นเราต้องไปเทศนาประกาศถึงพระโลหิตของพระผู้ช่วยให้รอด

การเทศนาถึงพระโลหิตไม่ได้มีเพียงสำหรับคนที่หลงหายไปเท่านั้น บางครั้งผมคิดว่า "โอพระเจ้า! ข้าพระองค์มีชีวิตอยู่ไปวันๆได้อย่างไรหากไม่มีโลหิตของพระบุตรของพระองค์! "ไม่มีอะไรที่จะหนุนใจของผมได้ในช่วงเวลาที่โศกเศร้าหากไม่มีโลหิตของพระเยซูคริสต์! พระโลหิตเป็นอาหารและเครื่องดื่มในช่วงเวลาที่โศกเศร้าและภาวะซึมเศร้าของผม

ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เพราะพระโลหิตที่ชำระ
   ของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
นำจิตวิญญาณของข้าฯกลับคืนดีกับพระเจ้า
   พระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!
   พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!

ผมไม่ได้ร้องเพลงเก่านี้มานานหลายปีแล้ว แต่พึ่งกลับมานึกถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา! ผมจึงร้องเพลงนี้ไปๆมาๆหลายรอบจนกระทั่งใจของผมเต็มไปด้วยสันติสุข! ร้องเพลงนี้กับผม! คือเพลงที่ 7 ในหนังสือเพลงของคุณ

ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เพราะพระโลหิตที่ชำระ
   ของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
นำจิตวิญญาณของข้าฯกลับคืนดีกับพระเจ้า
   พระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!
   พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!
(“What a Wonderful Saviour!” by Elisha A. Hoffman, 1839-1929).

ผมมองหาเพลงนี้ในบทเพลงนมัสการของผมแต่ไม่พบ ผมค้นพบจากหนังสือเพลงเก่าๆของผม นั่นเป็นหนังสือเพลงนมัสการของแบ๊บติสที่ใช้ประมาณ 50 ปีที่ผ่าน เราเคยร้องที่คริสตจักรจีนแบ๊บติสที่หนึ่ง นี่คือเพลงนี้! ช่างดูเหมือนว่ากลับมาเห็นเพื่อนเก่าที่จากกันมานานหลายปีอีกครั้งหนึ่ง ผมร้องไห้ตอนที่ร้องเพลงนี้ ตอนนี้ให้เราร้องช้าๆด้วยกัน!

ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เพราะพระโลหิตที่ชำระ
   ของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
นำจิตวิญญาณของข้าฯกลับคืนดีกับพระเจ้า
   พระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!
   พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!

มีพวกที่เรียกว่า “ผู้หยั่งรู้” บอกว่าผมต้องเทศนาแบบ “อรรถธิบายพระคัมภีร์” โดยใช้พระคัมภีร์ตอนใดตอนหนึ่งและเทศน์แบบข้อต่อข้อ! แต่ผมไม่อยากฟังคนที่เรียกว่า “ผู้หยั่งรู้” เหล่านั้น หรือบางทีก็ฟังได้แต่ไม่อยากดีกว่า! เพราะผมชอบดูดไขกระดูกจากกระดูกที่อยู่ในข้อพระธรรมออกมา - หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อพระธรรม – เหมือนที่บรรพบุรุษของเราทำกัน เช่น ปูรีตานส์ และนักเทศน์ผู้ยิ่งใหญ่อื่นๆที่ติดตามเขา – เช่นไวท์ฟิลด์และเวสลีย์และจอห์น เซนนิส แดเนียลโรว์แลนด์และโฮเวลแฮร์ริส - พระเจ้าโปรดอวยพรพวกเขาด้วย! - ปาร์กเกอร์และโจเซฟและ สเปอร์เจียนผู้เป็นเจ้าชายแห่งการเทศนา เช่นเดียวกับพวกเขา ผมต้องเทศนาแบบเลือกแค่หนึ่งหรือสองข้อมาเทศน์เท่านั้น – หรือเพียงแค่ส่วนหนึ่งของพระคัมภีร์ข้อนั้น ผมไม่สามารถปล่อยให้การเทศนาของผมต้องเปลี่ยนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ผมต้องการเนื้อๆและผมต้องการไขกระดูกในกระดูก! นั่นคือสิ่งที่ช่วยบำรุงจิตวิญญาณของผม - และคุณด้วย! ไขกระดูกที่อยู่ในกระดูกเท่านั้น!

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

มารได้มากระซิบที่หูของผมว่า "พวกเขาไม่คิดว่าเจ้าเป็นนักเทศน์ที่ยิ่งใหญ่หรอก หากเจ้ายังคงเทศน์อย่างนั้นอยู่" ผมเลยตอกกลับไปที่มันว่า - "ข้าไม่สนใจหรอกว่าข้าจะเป็นนักเทศน์ที่ยิ่งใหญ่หรือไม่” ข้าไม่สนใจเลยเรื่องอย่างนี้" จุดมุ่งหมายและความปรารถนาของข้าคือการที่ได้เห็นคนบาปคนหนึ่งมาที่น้ำพุและถูกล้างทำความสะอาดจากบาปทั้งหมดโดยโลหิตอันมีค่าของพระเยซูคริสต์เท่านั้น

ผมรู้จักนักเทศน์แบ๊บติสสองคนที่ยังถือว่าเป็นคนที่หลงหายไป เพราะชีวิตของพวกเขาไม่เคยแสดงให้เห็นว่าพวกเขาถูกสร้างใหม่กลับใจใหม่และรับความรอดแล้ว ผมรู้ว่าคนแรกชอบอ่านบทเทศนาของผมมาก ผมเห็นนักเทศน์ที่หลงหายคนที่สอง เขา "เป็น" คนจีนและเป็นเพื่อนที่รักกันมาหลายปี หลังจากที่ผมได้เห็นเขาผมก็ออกจากห้อง แต่ตอนที่ผมเผชิญหน้ากับนักเทศน์คนนี้ และเพราะการที่เรารู้จักกันมานานหลายปี ผมจึงรู้ว่าเขาสูญเสียทุกอย่างเพราะการไม่มีความรักความเมมตา

ผมจับมือกับเขา ผมถามเกี่ยวกับสุขภาพของเขา จากนั้นผมก็พูดว่า "ผมอยากให้คุณอ่านบทเทศนาของผมในอินเทอร์เน็ต" เขายิ้มและกล่าวว่า "คุณล้อเล่นหรือเปล่า? ผมอ่านบทเทศนาเหล่านั้นในเว็บไซต์ของคุณทุกสัปดาห์! "ใจของผมกระโดดเต้นด้วยความดีใจ! คนยากไร้คนนี้เป็นเพื่อนของผมมานานครึ่งศตวรรษ! ผมไม่อยากให้เขาสะดุด! ผมไม่อยากให้เขาสะดุด! และผมเองก็อย่าไปคิดว่าจะเป็นนักเทศน์ที่ ”ยิ่งใหญ่” ผมไม่อยากให้เขาสะดุด! ผมไม่อยากให้เขาสะดุด! ผมต้องไปบอกคนบาปที่หลงหายไป

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เพราะพระโลหิตที่ชำระ
   ของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
นำจิตวิญญาณของข้าฯกลับคืนดีกับพระเจ้า
   พระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!
   พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!

ผมรู้ดีถึงความรู้สึกถึงการเป็นคนที่หลงหายไป! ผมเองก็ยังรู้ดีถึงความรู้สึกของนักเทศน์ที่ยังเป็นคนที่หลงหาย – เพราะว่าผมเองก็เคยเป็นนักเทศน์ที่หลงหายไปเป็นเวลาถึงสามปี จนกระทั่งวันที่ผมมา "ยอมจำนนที่จะเทศน์" นั่นคือช่วงอายุระหว่าง 17 และมารับความรอดตอนอายุ 20 มันเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวมากต่อการเป็นคนที่หลงหายไปเช่นนั้น เพราะมันปิดประตูแห่งการสนทนากับพระเจ้าไป เป็นชีวิตที่ไม่แน่ไม่นอน อยู่อย่างหวาดกลัว ต้องลงโทษและประณามตัวเองอยู่ตลอดเวลา! โอ้เพื่อนรักโทรศัพท์มาหาผม เราจะไม่ทอดทิ้งจิตวิญญาณของเจ้า – เราจะไม่หันไปจากเจ้า โทรมาหาเราและเราจะแสดงคุณในทางที่ดีกว่านี้ ทางแห่งการปรองดอง – ทางแห่งการชำระให้สะอาดและชีวิตใหม่ - ทางแห่งพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า! ผมหลงจากทางเหล่านี้เป็นเวลาสามปี คุณอาจหลงมากกว่านั้น ทำไมยังรออีกต่อไป? คุณรู้ว่าคุณไม่มีโลหิตของพระเยซูคริสต์ เข้ามาตอนนี้ มาอาบในนั้น ผู้เผยพระวจนะกล่าวแก่นาอามานคนที่เป็นโรคเรื้อนว่า "จุ่มเจ็ดครั้งในแม่น้ำจอร์แดนและเจ้าจะขาวสะอาด" (สองพงศ์กษัตริย์ 5:10, 14) และคืนนี้ผมพูดกับคุณว่า ""จุ่มลงในพระโลหิตของพระคริสต์แค่หนึ่งครั้งและท่านจะขาวสะอาดตลอดไป!

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์เพราะพระโลหิตที่ชำระ
   ของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
นำจิตวิญญาณของข้าฯกลับคืนดีกับพระเจ้า
   พระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐ!
พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!
   พระผู้ช่วยให้รอดประเสริฐนั้นคือพระเยซูของข้าพระองค์!

จอห์น ซอง เป็นชายหนุ่มชาวจีนที่ชาญฉลาดมาก เขามาอเมริกาเพื่อศึกษา แต่เขากลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ล้มเหลว เขาล้มเหลวในสิ่งที่พ่อของเขาต้องการให้เขาเป็น เขาล้มเหลวกับหญิงสาวที่เขาพบที่วิทยาลัย เขาล้มเหลวที่ไม่สามารถพบกับความสุข เขาทรมานเพราะความรู้สึกผิด เขาอยู่กับความขัดแย้งที่รุนแรงในฝ่ายจิตวิญญาณ อยู่มาในเย็นวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ เขามาเห็นความบาปในชีวิตของเขา ตอนแรกก็ดูเหมือนว่าไม่มีทางที่จะกำจัดบาปนั้นได้ และเขาจะต้องลงไปนรกแน่ๆ เขาพยายามที่จะลืมความผิดบาปของเขา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ บาปเหล่านั้นกลับทิ่มแทงใจของเขารุนแรงขึ้น เขาจึงเดินไปที่ห้องและค้นหาพระคัมภีร์ เขาจึงเปิดไปที่การถูกตรึงของพระคริสต์บนไม้กางเขนในพระธรรมลูกาบทที่ 23 ซึ่งเป็นตอนการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขนเพื่อบาปของเขา และเหมือนว่าตอนนั้นเขาไปคุกเข่าที่กางเขน ขอให้พระองค์ทรงชำระบาปของเขาโดยโลหิตอันมีค่า เขาร้องไห้และอธิษฐานจนถึงเที่ยงคืน จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงตรัสให้กับใจของเขาว่า "ลูกเอ๋ยบาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว" บาปอันหนักหน่วงที่เขาแบกอยู่บนบ่านั้นได้หลุดออกไป เขาจึงกระโดดพร้อมกับตะโกนว่า "ฮาเลลูยา!" ทันใดนั้นเขารีบวิ่งออกไปนอกห้องในหอพักและตะโกนสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงปลดปล่อยเขาออกจากภาระหนักนั้น(adapted from A Biography of John Sung by Leslie T. Lyall, China Inland Mission Overseas Missionary Fellowship, 1965 reprint, pp. 33, 34) จากนั้นเขาได้กลายมาเป็นนักประกาศชาวจีนที่ยิ่งใหญ่เท่าที่ผมเคยเห็นมา!

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

คืนนี้ ผมขอคุณให้มาที่พระเยซู จงละทิ้งความสงสัยและความกลัวของคุณทั้งหมดออกไป มาที่พระผู้ช่วยให้รอด รับการชำระล้างทำความสะอาดโดยโลหิตอันมีค่าของพระองค์ อาเมน ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐาน

หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน อาเบล บรูดโฮมมี: ลูกา 23:39-47.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“What a Wonderful Saviour!” (Elisha A. Hoffman, 1839-1929).


โครงร่างของ

ชำระด้วยโลหิต

THE CLEANSING BLOOD

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:7)

(มาระโก 14:33, 34; ยอห์น 19:34, 35)

I. ประการแรก นั่นคือโลหิตของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า กิจการ 20:28.

II. ประการที่สอง พระโลหิตของพระคริสต์ชำระบาปของเรา 1 ยอห์น 1:7.