Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ความสำคัญของคริสตจักรท้องถิ่น

THE IMPORTANCE OF THE LOCAL CHURCH
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

บทเทศนาเทศน์ที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ในนคร ลอสแอนเจลิส
ในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2015
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, August 30, 2015

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)


บางคนอาจจะบอกว่าผมพูดถึงคริสตจักรท้องถิ่นมากเกินไป แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมคิดว่าคริสตจักรแบ๊บติสสมัยก่อนก็เน้นที่ท้องถิ่น และนี่คือสิ่งที่ทุกยุคทุกสมัยจำเป็นต้องมี เราได้ยินความคิดมากมายที่ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของคริสตจักรและนี่ไม่ได้ช่วยเราเลย เราจำเป็นต้องกลับไปดูระบบการเรียนการสอนในคริสตจักรแบ๊บติสท้องถิ่นในสมัยก่อน ไม่มีอะไรในทุกวันนี้ที่จะให้เรานอกเสียจากความสับสนวุ่นวายและการละทิ้งความเชื่อ

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

พระธรรมข้อนี้กำลังพูดถึงอะไร? เริ่มแรกผมจะบอกคุณถึงสิ่งที่ข้อนี้ไม่ได้พูดถึงก่อน นั่นคือไม่ได้พูดถึงคณะนิกาย คริสตจักรที่พูดถึงในที่นี้ไม่ใช่อย่างคณะเมธอดิสต์ หรือคณะเพรสไบทีเรียน หรือนิกายคาทอลิก เพราะว่าตอนที่เขียนพระธรรมข้อนี้ยังไม่มีคณะนิกายแต่อย่างใด! ข้อสอง พระธรรมข้อนี้ไม่ได้พูดถึงตัวอาคารของคริสตจักร เพราะในศตวรรษแรกนั้นไม่มีอาคารคริสตจักร หากอ่านพระคัมภีร์ใหม่แล้วคุณจะเข้าใจเป็นอย่างดี แต่ทุกวันนี้ เมื่อคนพูดถึงคริสตจักร พวกเขาหมายถึงตึกอาคาร พวกเขาพูดว่า "ไม่ไช่คริสตจักรที่สวยงามนั้นหรือ?" พวกเขากำลังพูดถึงตัวอาคาร อย่างไรก็ตามช่วงที่เขียนพระธรรมข้อนี้คริสตจักรยังไม่มีตัวอาคาร ดังนั้นจึงไม่ได้พูดถึงอาคารแต่อย่างใด ในศตวรรษแรกนั้นผู้เชื่อมาพบปะกันในบ้าน! ดังนั้นพระธรรมข้อนี้จึงไม่ได้กล่าวถึงอาคารของคริสตจักร! สาม และไม่ได้กล่าวถึง "คริสตจักรสากล" พระคำข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่บอกอย่างชัดเจนว่าเป็นการพูดถึงผู้เชื่อที่มารวมตัวกันในสถานที่จริง ในคริสตจักรท้องถิ่น! ตามที่รู้กันว่า “คริสตจักรที่เยรูซาเร็ม” (กิจการ 8: 1)

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

ไม่ได้หมายความว่าเอาคนไปรวมกับคณะนิกาย หรืออาคารของ “คริสตจักร” หรือพวกเขารวมตัวกับ “คริสตจักรสากล” ไม่! มันหมายความง่ายๆตามที่กำลังกล่าวถึง พระเจ้าเพิ่มพูนคริสตจักรที่เยรูซาเร็ม “เพื่อจะได้รับความรอด”! มันหมายความง่ายๆตามที่กล่าวถึง มันกล่าวตามที่หมายถึง!

คำว่า “คริสตจักร” ในถาษาอังกฤษนั้นแปลมาจากภาษากรีกคือคำว่า “ekklesia” ซึ่งเป็นคำประกอบระหว่างคำว่า “ek” (ออกมา) และคำกิริยา “kaleo” (การเรียก) ตามความหมายรากศัทพ์คือ “การเรียกคนใดคนหนึ่งให้ออกมา” (cf. The Criswell Study Bible, note on Ephesians 5:23)

ดร. ดับบริว เอ คริสเวลล์กล่าวว่า “คริสตจักรท้องถิ่นคือคนกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกเรียกออกมาจากความบาป และความไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ยืนยันความเชื่อโดยการรับบัพติศมา และเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวและสมัคคีธรรมร่วมกัน” (ibid.) นั่นเป็นการให้คำจำกัดความได้ดีมากๆ คริสตจักรคือคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกเรียกมาอยู่ด้วยกันในรูปแบบการสามัคคีธรรม นั่นคือตามที่พระธรรมกิจการ 2:47 กล่าวถึง!

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักร [เยรูซาเล็ม] ทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

นั่นคือเหตุผลที่ผมมักเรียกว่า “ทำไมถึงอยู่คนเดียว? กลับบ้าน – ที่คริสตจักร! ยังหลงหายทำไม? กลับบ้านที่พระเยซูเพื่อรับความรอด” ผมกำลังงงเกี่ยวกับการกลับบ้านที่พระเยซูอย่างนั้นหรือ? ไม่เลย! ผมบอกอยู่เสมอว่าการมาที่พระเยซูและมาที่คริสตจักนั้นคนละเรื่องกัน หากคุณมาที่คริสตจักรโดยที่ไม่ได้มาที่พระเยซู คุณก็ยังจะตกนรกอยู่ดี! พระคริสต์เท่านั้นที่ช่วยคุณได้! ผมมักจะอ้างจากกิจการ 16:31 “จงเชื่อในพระเยซูคริสต์ แล้วท่านจะรอด” เราเข้าใจอย่างนั้นชัดเจน ความรอดและสมาชิกของคริสตจักรเป็นคนละเรื่องกัน ทำไมอยู่คนเดียว? กลับบ้าน – ที่คริสตจักร

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

นี่คือสามประการง่ายๆที่ผมอยากจะเทศน์ให้กับพวกคุณในเช้านี้

I. ประการแรก การมาที่คริสตจักรช่วยรักษาโรคเงียบเหงา

คุณน่าจะรู้ว่าใครที่ผมพูดถึง ผมกำลังพุดถึงคุณ! นี่ก็พูดครั้งแล้วครั้งเล่าในเวปไซต์ของเรา – ที่ส่งไปทั่วโลก – ใน 32 ภาษา หลายคนที่ฟังแล้วก็หายเหงา ผมไม่รู้ ที่ผมรู้คือมีอนุชนมากมายในสมัยนี้ต่างก็เงียบเหงา

คริสตจักรของเราทำการประกาศเป็นอย่างมาก – โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานบันศึกษา และสถานที่ๆพวกวัยรุ่นชอบมารวมตัวกันอย่างเช่นในใจกลางเมืองลอสแอนเจลิส ด้วยเหตุนี้คริสตจักรนี้จึงเต็มไปด้วยพวกนักศึกษาและนักเรียน – และผมกำลังพูดให้คุณ! ผมรู้ว่าคุณกำลังเงียบเหงาอย่างที่ผมเคยประสบมาก่อนที่จะไปเข้าร่วมคริสตจักร วัยรุ่นทั้งหลายเป็นอย่างนี้ – และคุณด้วย – อย่างน้อยก็ต้องมีสักครั้ง และผมกำลังบอกว่าพระเจ้าไม่อยากให้คุณอยู่โดดเดี่ยวเงียบเหงา พระเจ้าตรัสในสวนเอเดนว่า “มันไม่ดีที่ชายคนนี้จะอยู่คนเดียว” (ปฐมกาล 2:18) พระเจ้าทรงสร้างเอวามาจากอาดามเพื่อไม่ให้เขาอยู่โดดเดี่ยว (cf. ปฐมกาล 2:18, 21-22) พระเจ้าไม่ต้องการให้มนุษย์อยู่โดดเดี่ยว และพระเจ้าก็ไม่อยากให้คุณอยู่โดดเดี่ยวด้วย นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าสร้างคริสตจักรแบ๊บติสต์ท้องถิ่นแห่งนี้อย่างในพระคัมภีร์ใหม่ – เพื่อคุณจะได้ไม่อยู่โดดเดี่ยว

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

ประมาณสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มีหญิงสาวชาวจีนคนหนึ่งเขียนอีเมล์มาให้ผม แม้ว่าภาษาอังกฤษของเธอไม่แข็งพอก็ตาม แต่ก็เขียนออกมาจากใจของเธอ

ดร. ไฮเมอร์ส ท่านเทศนาได้ดีมากๆ! ท่านสอนให้ดิฉันวางใจและมารับความรอดในพระคริสต์! ท่านทำให้ดิฉันรับรู้ความจริง! ดิฉันอยากฟังท่านเทศนาให้มากกว่านี้! ดิฉันอยากจะมาที่คริสตจักรของท่านตลอดไป! ดิฉันร้องไห้อธิษฐานเผื่อคริสตจักรของเรา ดิฉันอธิษฐานขอให้พระวิญญาณลงมาที่คริสตจักรของเรา! และอธิษฐานขอให้ท่านเทศน์ให้ได้ดีมากกว่านี้!!! คริสตจักรแห่งนี้คือบ้านแหล่งที่สองของดิฉัน! บ้านหลังที่ดิฉันแสวงหามาตลอดทั้งชีวิต!

ขอบคุณท่าน!!!! ขอบคุณท่าน!!!! ขอบคุณท่าน!!!!!

ดังนั้นให้เราพูดว่า “ยังโดดเดี่ยวอยู่ทำม? กลับบ้าน – ที่คริสตจักร!” เมื่อเด็กสาวคนนี้ได้ยินผมเทศนาแล้ว เธอก็มาที่คริสตจักรทุกครั้งที่ประตูโบถส์เปิด!

เราผิดหรือเปล่าที่พูดอย่างนั้น? บางคนอาจพูดว่า “อย่าบอกพวกเด็กๆอย่างนั้นว่า พวกเขามาที่คริสตจักรด้วยเหตุผลที่ผิด” การที่คุณมาด้วยเหตุผลที่ผิดก็ยังดีกว่าไม่มาเอาเสียแล้ว! เพราะยังช่วยให้คุณยังมีสิทธิ์ที่จะรอดหากมาอย่างต่อเนื่อง! แล้วคุณก็จะมาด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง!

หากมาคริสตจักรเพียงเพราะเหงาอย่างนี้ “เป็นเหตุผลที่ผิด” เพราะผมเองก็เคยมาด้วยเหตุผลที่ผิดเช่นนี้มาก่อน ตอนอายุสิบสามปีนั้นมีเพื่อนบ้านนำผมไปที่คริสตจักร ผมก็ไปเพราะว่าอยู่โดดเดี่ยว ผมไปอย่างต่อเนื่องเพราะความเหงา หลังจากนั้นผมก็กลับใจใหม่ นั่นยังว่าเป็นเหตุผลที่ผิดอีกหรือ? ไม่มีอะไรผิดเลย!

จงทำคริสตจักรนี้ให้เป็นสถานที่ๆมีสันติสุข! แล้วทำให้เป็นสถานที่ๆมีสันติสุขอยู่ในโลกนี้! จงร้องเพลงแห่งพระกิตติคุณและเพลงนมัสการนี้ด้วยกัน! จงเทศน์เหมือนสมัยก่อน – และตะโกนว่า “อาเมน” จงนั่งลงและรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน (ไม่ใช่อาหารเที่ยง! เพราะคุณจะห่อมาได้!) จงทาน “อาหารเย็นที่คริสตจักร” เหมือนคนในสมัยก่อนทำกัน! จงทำตามแบบสมัยก่อน จงร้องเพลงนั้น “กลับมาทานอาอารเย็นที่บ้าน” ซึ่งอยู่ในท่อนที่สองในเพลงสุดท้าย! ร้องด้วยกัน!

ผู้คนในเมืองใหญ่นั้นเหมือนไม่มีความรักเลย
ไม่มีการแบ่งปันความรักให้แก่กันและกันเลย
จงกลับมาที่พระเยซูแล้วคุณก็จะรู้ว่า
เรามีเพื่อนและอาหารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ!
กลับมาที่คริสตจักรและทานอาหารสามัคคีธรรมร่วมกัน!
มันช่างเงียบสงบยามที่คุณมานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร!
   (“Come Home to Dinner” by Dr. R. L. Hymers, Jr.,
      to the tune of “On the Wings of a Dove.”)

ในช่วงที่มีการประกาศข่าวประเสริฐในสมัยศตวรรคที่สิบแปดและสิบเก้านั้น มีพวกวัยรุ่นหลายคนมาร่วมรับประทาน “อาหารที่คริสตจักร” – ฤทธิ์เดชของพระเจ้าจึงได้ลงมาและทำให้อนุชนเหล่านั้นได้ยินข่าวประเสริฐ – และร้องสรรเสริญพระเจ้า – ตอนนี้เราอยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับเรา!

“จงออกไปตามทางใหญ่และรั้วต้นไม้ทั้งหลาย และเร่งเร้าเขาให้เข้ามาเพื่อเรือนของเราจะเต็ม” (ลูกา 14:23)

ใช่ การมาที่คริสตจักรสามารถรักษาโรคเงียบเหงาของคุณ ทำไมต้องอยู่โดดเดี่ยว? กลับบ้าน – ที่คริสตจักร! ร้องท่อนรับด้วยกัน!

กลับบ้านที่คริสตจักรและรับประทานอาหารร่วมกัน
ตอนที่เรารับประทานนั้นช่างเป็นเวลาที่แสนหวานมาก!

II. แต่ การมาที่คริสตจักรเท่านั้นไม่ได้ช่วยให้คุณรอด

มีนักประกาศสมัยก่อนท่านหนึ่งมักกล่าวว่า “การไปที่คริสตจักรไม่ได้ทำให้คุณสามารถกลายเป็นคริสเตียนได้ เหมือนอย่างการไปที่อู๋ซ่อมรถไม่อาจทำให้คุณกลายเป็นรถ” ท่านพูดถูกต้อง ท่านกำลังพูดถึงคนที่ไปคริสตจักรแล้วคิดเอาเองว่าตัวเองนั้นรอดแล้ว เพราะว่าพวกเขาก็ไปคริสตจักรทุกวันอาทิตย์ มีคนจำนวนมากในเมืองลอสแอนเจลิสเป็นอย่างคำพูดนี้ “สมัยนี้” มีน้อยคนนักที่อยู่ในเมืองนี้ที่เลิกคิดอย่างนี้ โลกของเราในทุกวันนี้ ยังมีคนที่เข้าใจความรอดไปในทางที่ผิดๆอีกมากมาย

แต่มีบางคนที่มาในเช้านี้ก็ยังเป็นอย่างนี้เหมือนกัน คิดเหมือนเด็กๆ คุณอาจพูดในใจว่า “ตอนนี้ฉันยังไปที่คริสตจักร ฉันไม่มีปัญหาอะไร” โอ้ เปล่าเลย! อย่าไปคิดอย่างนั้น! การไปที่คริสตจักรไม่ได้ทำให้คุณสามารถกลายเป็นคริสเตียนได้เหมือนอย่างการไปที่อู๋ซ่อมรถไม่อาจทำให้คุณกลายเป็นรถ! บางคนเมื่อได้ยินผมพูดอย่างนั้นแล้วก็พูดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันก็เลิกไปโบสถ์” ความคิดเช่นนี้มาจากซาตาน! แน่นอนการไปที่คริสตจักรไม่อาจช่วยให้คุณรอด – แต่การไปที่คริสตจักรก็สามารถช่วยให้คุณได้ยินพระกิตติคุณ และนานเข้าๆก็สามารถทำให้คุณรับความรอดได้! คุณต้องมาฟังพระกิตติคุณที่คริสตจักร!

พระคริสต์ตรัสว่า “เจ้าต้องบังเกิดใหม่” (ยอห์น 3:7) คุณต้องผ่านประสบการณ์แห่งการบังเกิดใหม่เท่านั้นถึงจะรอด

ความรอดได้มาโดยพระคุณเท่านั้น ไม่มีมนุษย์คนใหนที่จะสามารถทำได้ – ไม่กระทั่งการมาที่คริสตจักร ทางเดียวที่ทำให้คุณกลับใจใหม่ได้คือมาที่พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าโดยตรง พระคริสต์ตรัสว่า

“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มัทธิว 11:28)

ความรอดโดยพระคุณเท่านั้น ผ่านทางความเชื่อในพระคริสต์เท่านั้น คุณต้องมาที่พระคริสต์และเชื่อในพระองค์ด้วยใจของคุณเท่านั้น “ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม” (โรม 10:10) คุณกลับใจใหม่ได้ก็โดยมาที่พระเยซูคริสต์เท่านั้น การไปคริสตจักรไม่ใช่ทางที่ช่วยให้คุณรอด

พระคำของเราบอกว่า

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

คุณถูกนำมา “เข้าสมทบกับคริสตจักร” เพื่อให้รับความรอด และคุณรอดโดยการวางใจในพระเยซูคริสต์เท่านั้น

“จงเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย” (กิจการ 16:31)

ร้องท่อนที่สามและท่อนรับด้วยกันในเพลงนี้ “กลับมารับประทานอาหารเย็นที่บ้าน”

ผู้คนในเมืองใหญ่นั้นดูเหมือนไม่มีความรักให้แก่กันเลย
ไม่มีความรักที่จะให้กันและกันแม้แต่น้อย
แต่หากกลับบ้านที่พระเยซูคุณก็จะทราบได้
เพราะมีเพื่อนและอาหารพร้อมตั้งอยู่บนโต๊ะ
กลับบ้านที่คริสตจักรและรับประทานอาหารร่วมกัน
ตอนที่เรารับประทานนั้นช่างเป็นเวลาที่แสนหวานมาก!

III. ประการที่สาม การมาที่คริสตจักรสามารถช่วยให้คุณได้ยินพระกิตติคุณ

อาจารย์เปาโลกล่าวว่า

“แต่ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระองค์จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้? และผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้ และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินอย่างไรได้?” (โรม 10:14)

เป็นเพราะว่าเปโตรเทศนา พระเจ้าจึงได้นำความรอดมาสู่คนจำนวนสามพันในวันเพนเทคอส (กิจการ 2:37-41) จากนั้นพวกเขาก็ถูกนำมาสมทบกับคริสตจักร (กิจการ 2:41, 47)

“ในวันนั้นมีคนเข้าเป็นสาวกเพิ่มอีกประมาณสามพันคน” (กิจการ 2:41)

พวกเขาถูกนำมาสมทบกับคริสตจักรเพราะว่าได้ยินคำเทศนาของเปโตร

ผมเชื่อในการเทศนาถึงพระกิตติคุณ! ผมเทศนาถึงพระกิตติคุณสองครั้งในทุกวันอาทิตย์ที่คริสตจักร ผมทราบว่าทุกวันนี้เฟชั่นการประกาศพระกิตติคุณนั้นไม่มีอีกแล้วในคริสตจักร ผมไม่สนใจกับคำว่า “ในเฟชั่น!” ผมประกาศเช่นนี้และมีอนุชนมากมายมารับความรอด! ผมเชื่อว่าไม่มีทางที่เราจะกลับมามีการฟื้นฟูใหญ่เหมือนอย่างสมัยก่อนอีกต่อไป หากเราไม่มีการเทศนาถึงพระกิตติคุณในวันอาทิตย์!

เปาโลบอกอย่างนั้นในคริสตจักรที่โครินธ์

“เราเทศนาถึงการถูกตรึงของพระเคริสต์” (1 โครินธ์ 1:23)

การเทศนาของแต่ละคนนั้นอาจแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะเทศนาแบบอรรถธิบายพระคัมภีร์ บางคนใช้เวลา 15 นาทีมา “เทศนาแบบดลใจ” “แต่เราประกาศถึงการถูกตรึงของพระคริสต์ (1 โครินธ์ 1:23) เรายังมีการเทศนา “ถึงการถูกตรึงของพระคริสต์” (1 โครินธ์ 1:23) ที่คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนี้ “แต่เราเทศนาถึงการถูกตรึงของพระคริสต์” แม้ว่าคนอื่นจะทำอย่างอื่น แต่เรายังจะเทศนาถึงพระกิตติคุณในทุกวันอาทิตย์!

อย่างนี้ไม่ได้ทำให้คนของเราเข้าใจแบบผิวเผินหรือ? แน่นอนไม่ได้ทำให้คนของเราเข้าใจแบบตื้นๆเลย! ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเรามีคริสเตียนที่เข้มแข็งอยู่ในคริสตจักรแห่งนี้ พวกเขาส่วนใหญ่กลับใจใหม่ภายใต้การได้ยินพระกิตติคุณทั้งเช้าและกลางคืน พวกเขาถูกเลี้ยงดูด้วยพระกิตติคุณทั้งตอนเช้าและกลางคืน พวกเขาเติบโตโดยการได้ยินพระกิตติคุณทั้งเช้าและเย็น

มัคนายกของเราที่ชื่อ กรี่ฟฟี่ มารับความรอดเพราะว่าได้ยินพระกิตติคุณ – ท่านกลายเป็นผู้เชื่อที่สำคัญในพระเจ้า ผู้ช่วยศิษยาภิบาลของเราคือ ดร. ชาน มารับความรอดเพราะการเทศนาถึงพระกิตติคุณของผม ท่านก็เป็นผู้เชื่อที่เข้มแข็ง ดร. คาเกน ผู้ช่วยศิษยาภิบาลของเราอีกคนก็กลับใจใหม่ และฟังผมเทศนาเป็นเวลาถึง 38 ปี ทั้งตอนเช้าและกลางคืน ท่านเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็งอย่างที่ที่ผมไม่เคยได้เห็นที่ไหนมาก่อน นอกจาก ดร. คาเกน และท่าน บรูดโฮมมี แล้วก็มีคนอื่นๆที่มารับความรอดเพราะฟังคำเทศนาพระกิตติคุณของผม พวกเขาไม่เคยได้ยินอะไรเลยนอกเสียจากพระกิตติคุณทั้งตอนเช้าและช่วงเย็นในตลอดชีวิตของพวกเขา พวกเขาเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็งมากๆ พวกเขาเข้มแข็งเพราะฟังคำเทศนาของผมเท่านั้น!

ไม่เลย การฟังพระกิตติคุณไม่ได้ทำให้คนของเราอ่อนแอ – นอกเสียจากไม่สนใจพระกิตติคุณ! ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ เทศนาถึงพระกิตติคุณทุกวันอาทิตย์ที่คริสตจักรของท่านในกรุงลอนดอน – และเป็นอย่างนั้นเสมอไป ท่านเป็นนักเทศน์คนหนึ่งที่ดีมากๆในสมัยศตวรรคที่ยี่สิบ เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ฟังท่านเทศนาในซีดีอีกครั้ง ท่านเทศน์เอาไว้ดีมากๆ! พระเจ้าไม่นำคุณให้กลับใจใหม่เพราะการเทศนาถึงพระกิตติคุณเช่นนี้เท่านั้น – แต่ยังทำให้คุณกลายเป็นคริสเตียนที่เข้มแข็งด้วย

การเทศนาพระกิตติคุณทำให้คุณรอดได้ และสร้างคุณให้เป็นคริสเตียนที่เข้มแข็ง เหมือนอย่างในยุคแรกๆ ทุกบทเทศนาในพระธรรมกิจการ ยกเว้นหนึ่งบทที่เทศนาถึงพระกิตติคุณ อาจารย์เปาโลกล่าวว่า

“เพราะข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้เรื่องใด ๆ ในหมู่พวกท่านเลยเว้นแต่เรื่องพระเยซูคริสต์ และการที่พระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน” (1 โครินธ์ 2:2)

ใช่ อย่ามาที่คริสตจักรเท่านั้น แต่จงฟังการเทศนาถึงพระกิตติคุณและมาที่พระเยซู จงกลับใจใหม่และวางใจในพระเยซู พระโลหิตของพระองค์จะชำระคุณให้ปราศจากทุกบาปของคุณ! พระองค์ทรงสี้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของคุณ พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตายและประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ! จงมาที่พระองค์และวางใจในพระองค์ – และรับความรอด! ฟังผมเทศนา เหมือนคนสมัยก่อนทำในวันเพนเทคอส แล้วพระคริสต์ก็จะทรงช่วยคุณให้รอดด้วย ร้องเพลงสุดท้ายในหนังสือเพลงของท่าน “กลับมาทานอาหารเย็นที่บ้าน”

กลับบ้านมาร่วมรับประทานกับพระเยซู
กลับมาทานอาหารเย็นและให้เรามาแบ่งขนมปัง
พระเยซูทรงอยู่กับเรา ให้เราพูดว่า
กลับบ้านมารับประทานอาหารเย็นและแบ่งปันขนมปังร่วมกัน
ตอนที่เรารับประทานนั้นช่างเป็นเวลาที่แสนหวานมาก!

มาร่วมสามัคคีธรรมกับเพื่อนๆบนโต๊ะอาหาร
มานั่งที่โต๊ะอาหาร และให้จิตใจของเราชื่นบาน
พระเยซูทรงกับเรา และขอให้เราพูดว่า
กลับบ้านมารับประทานอาหารเย็นและแบ่งปันขนมปังร่วมกัน
ตอนที่เรารับประทานนั้นช่างเป็นเวลาที่แสนหวานมาก!

ผู้คนในเมืองใหญ่นั้นดูเหมือนไม่มีความรักให้แก่กันเลย
ไม่มีความรักที่จะให้กันและกันแม้แต่น้อย
แต่หากกลับบ้านที่พระเยซูคุณก็จะทราบได้
เพราะมีเพื่อนและอาหารพร้อมตั้งอยู่บนโต๊ะ
กลับบ้านที่คริสตจักรและรับประทานอาหารร่วมกัน
ตอนที่เรารับประทานนั้นช่างเป็นเวลาที่แสนหวานมาก!

กลับบ้านมาร่วมรับประทานกับพระเยซู
กลับมาทานอาหารเย็นแล้วคุณจะอิ่มหนามสำราญ
เพื่อนๆของคุณรอคุณอยู่ และขอใหพูดว่า
กลับบ้านที่คริสตจักรและรับประทานอาหารร่วมกัน
ตอนที่เรารับประทานนั้นช่างเป็นเวลาที่แสนหวานมาก!
   (“Come Home to Dinner” by Dr. R. L. Hymers, Jr.,
      to the tune of “On the Wings of a Dove”).

ดร. ชานกรุณานำเราอธิษฐาน


หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร. ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
www.realconversion.com. หรือ www.rlhsermons.com.
(กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ท่าน อาเบล พรูดโฮมมี: กิจการ 2:41-47.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“Blest Be the Tie That Binds” (John Fawcett, 1740-1817).


โครงร่างของ

ความสำคัญของคริสตจักรท้องถิ่น

THE IMPORTANCE OF THE LOCAL CHURCH

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้ผู้ที่กำลังจะรอด เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ วัน” (กิจการ 2:47)

(กิจการ 8:1; เอเฟซัส 5:23; กิจการ 16:31)

I. ประการแรก การมาที่คริสตจักรช่วยรักษาโรคเงียบเหงา ปฐมกาล 2:18; ลูกา 14:23.

II. แต่ การมาที่คริสตจักรเท่านั้นไม่ได้ช่วยให้คุณรอด ยอห์น 3:7; มัทธิว 11:28; โรม 10:10; กิจการ 16:31.

III. ประการที่สาม การมาที่คริสตจักรสามารถช่วยให้คุณได้ยินพระกิตติคุณ โรม 10:14; กิจการ 2:41;
I โครินธ์ 1:23; 2:2.