Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




จะสร้างสาวกได้อย่างไร
วิธีการที่ใช้ได้ผลมากที่สุด

HOW TO MAKE DISCIPLES!
A PLAN THAT ACTUALLY WORKS!
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, July 5, 2015

“เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เขารับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา และแห่งพระบุตร และแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ และ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลก เอเมน” (มัทธิว 28:19-20).


ผมเคยสอนเกี่ยวกับศูนย์กลางและความสำคัญของคริสตจักรท้องถิ่นมานานแล้ว ผมเลยจำไม่ได้ว่าผมได้ยินมาตอนไหน - แต่คงจะนานมาแล้วเพราะผมจำไม่ได้ช่วงเวลาที่ผมไม่เทศน์นั้น เนื้อหาทั้งหมดในพันธสัญญาใหม่ล้วนกล่าวถึงคริสตจักรท้องถิ่น จิม เจนท์กล่าวว่า "คำว่า 'คริสตจักร' ถูกใช้ประมาณ 100 ครั้งในพันธสัญญาใหม่ ... สำหรับพระเจ้านั้นมีส่วนสำคัญมาก ... สำหรับคริสเตียนในช่วงยุคต้นคริสตจักรคือพระเจ้าทรงเลือกให้เป็นหนึ่งเดียว" (Jim Gent, The Local Church: God’s Plan for Planet Earth, Smyrna Publications, 1994, pp. 81, 83, 84)

คำว่า "คริสตจักร" ในภาษากรีกคือ "ekklesia" – ซึ่งหมายถึงคนที่พระเจ้าทรงเลือกออก – หรือฝูงแกะที่ถูกพระเจ้าทรงเรียกออกจากโลกและรวบรวมเอาไว้ในพระคริสต์โดยทางพระวิญญาณของพระองค์ ถ้าจะพูดก็คือเรา "ไปที่คริสตจักร" เพื่อรับความรอดเพราะเราเป็นคริสตจักร! พระคริสต์ทรงบอกเราเกี่ยวกับการก่อตั้งคริสตจักรในมัทธิว16:17,18 จากนั้นพระองค์ทรงบอกเราเกี่ยวกับวินัยและสิทธิอำนาจของคริสตจักรในมัทธิว18:15-20 แต่ตามที่ปรากฏในพระมหาบัญชาที่พระครริสต์ทรงตรัสเอาไว้ว่าคริสตจักรควรจะทำ ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายในมาระโก 16:15 พระคริสต์ทรงตรัสว่า

“ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลกประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน” (มาระโก 16:15)

พระมหาบัญชานี้กล่าวหลายครั้งว่าให้ไปหาชาวโลกหรือผู้ที่ไม่เชื่อ แต่นี่ไม่ใช่เนื้อหาหลักในมัทธิว 28:19, 20 ดร. ดับดรับ เอ คริวเวลล์ กล่าวว่า "พระมหาบัญชาของพระเยซูคือการ ... ให้กับคริสตจักรในทุกยุคทุกสมัย คำนี้เป็นคำที่แสดงถึงการกระทำ นั่นคือ ''สั่งสอนชนทุกชาติ’ มากกว่าที่จะกล่าวถึง ให้สร้างสาวก " (The Criswell Study Bible, Thomas Nelson Publishers, 1979; note on Matthew 28:19-20)

มีบางคนบอกว่าพระมหาบัญชานี้ประทานให้กับพวกอัครสาวกเท่านั้น นั่นคือมุมมองที่ผิดพลาด หากเราอ่านหนังสือต่างๆทั้งหมดที่พูดถึงคริสตจักรพันธสัญญาใหม่ คริสเตียนในยุคแรกต่างก็เชื่อว่าพระมหาบัญชานี้ทรงมอบให้กับพวกเขาด้วย - และคริสตจักรต่างๆ และดร. คริสเวลล์ ยังชี้ให้เห็นว่า "สั่งสอนชนทุกชาติ" ที่แสดงออกมาแบบการกระทำ และตามตัวอักษรหมายถึง "สร้างสาวก" ศิษยาภิบาลของผม ดร. ทิโมธี หลิน เป็นหนึ่งในนักแปลพระคัมภีร์ใหม่ฉบับอเมริกันสแตนดาร์ด ท่านสอนอยู่ที่สถาบันทัลบอตวิทยาลัยศาสนศาสตร์และต่อมาท่านดำรงตำแหน่งประธานที่วิทยาลัยศาสนาในประเทศจีน ดร. หลินให้อธิบายแมทธิว 28: 19-20 เอาไว้ดังนี้

มีคำกิริยาอยู่สี่คำในพระมหาบัญชา “ไป” “สร้างสาวก” “ให้บัพติศมา” และ “สั่งสอน” มีแต่คำว่า “สร้างสาวก” ที่แสดงถึงการกระทำ ส่วนที่เหลืออีกสามคำนั้นอยู่ในรูปแบบของคำขยาย ดังนั้นหากจะแปลตามตรงควรต้องเป็นอย่างนี้

ดังนั้นจงออกไป คุณต้องสร้างสาวกให้กับทุกเชื้อชาติ ให้เขารับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา และแห่งพระบุตร และแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ และ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลก

อีกอย่างหนึ่งคือ “ไป” [ในที่นี่] ไม่ใช่ลักษณะของคำสั่ง แต่ “สร้างสาวก” และเป็นคำที่สำคัญที่สุดในพระมหาบัญชา (Timothy Lin, S.T.M., Ph.D., The Secret of Church Growth, FCBC, 1992, p. 59)

อัลเบิร์ต บาร์นส์ กล่าวอย่างเดียวกัน “คำว่า [สั่งสอน] หมายถึง ‘สาวก’ หรือ ‘สร้างสาวกของ’” (Barnes’ Notes on the New Testament, Baker Book House, 1983 edition; note on Matthew 28:19) พระคัมภีร์ฉบับ The New International Version หมายความว่า “สร้างสาวก” (NIV, มัทธิว 28:19) ดร. อาร์ซี เฮช เลนสกี้ นักแปลพระคัมภีร์คณะลูเธอรฺแลนด์ และก็หมายความว่า “ดังนั้น จงไปมีสาวกให้ชนทุกชาติ” (The Interpretation of St. Matthew’s Gospel, Augsburg Publishing House, 1961 edition, p. 1170) หนังสือฉบับของ ชาร์ลส์ จอห์น เอลลิคอและ จอห์น ปีเตอร์ก็กล่าวว่า “สร้างสาวก” วิลเลียม เฮนดรีกเซน กล่าวว่า “ให้ออกไปสร้างสาวก” นั่นแสดงถึงการกระทำ นั่นเป็นคำสั่ง” (The Gospel of Matthew, Baker Book House, 1981 edition, p. 999) ดังนั้นหัวข้อหลักในพระมหาบัญชานั่นคือวัตถุประสงค์และเป้าหมายให้กับคริสตจักรท้องถิ่น ทุกอย่างที่เราทำในคริสตจักรท้องถิ่นคือให้สร้างสาวกและบัพติศมาพวกเขาและสั่งสอนให้พวกเขาให้สังเกตสิ่งที่พระคริสต์ทรงบัญชา เป้าหมายหลักของคริสตจักรท้องถิ่นคือต้องฝึกอบรม "สร้างสาวกให้กับทุกชนชาติ" ทุกคนที่ให้ความบทเทศนาของผมรู้ว่าผมยอมรับและชื่นชม ดร. จอห์น อาไรย์

แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยกับท่านในทุกเรื่องก็ตาม แต่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ ดร. ไรซ์ อธิบายมัทธิว 28:19, 20. ว่าเราต้องประกาศนำคนบาปมาหาพระคริสต์ ดร. ไรซ์กล่าวว่า

เกือบทุกคนเห็นด้วยว่า วัตถุประสงค์หลักของพระผู้ช่วยรอดในพระมหาบัญชานั้นคือนำดวงวิญญาณมาให้พระเจ้า นี่คือพันธกิจของคริสเตียน ศิษยาภิบาล และคริสตจักรต่างๆ ... ["ท่านจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ"] สังเกตคำว่า "สอน" ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าสอนพระคัมภีร์ให้กับคริสเตียน แต่หมายถึง "เพื่อสร้างสาวก" คำในภาษากรีกคือ "matheteuo" ความหมายว่า "สร้างสาวก" ... ดังนั้นสิ่งแรกในพระมหาบัญชานั้นก็คือให้สร้างสาวก(John R. Rice, D.D., Litt.D., Why Our Churches Do Not Win Souls, Sword of the Lord Publishers, 1966, p. 22)

ดับดริว อี ไวน์ แปลคำในภาษากรีกของคำว่า "สาวก" ไว้ได้เป็นอย่างดี - "สร้างสาวกไม่ได้เป็นเพียงแค่ให้เทศนาบนธรรมาส์แบบ [นักศึกษา] แต่ [ยัง] รวมถึงเป็นสาวกที่ลอกเลียนแบบอาจารย์ของพวกเขา " (W. E. Vine, An Expository Dictionary of New Testament Words, Fleming H. Revell Publishers, 1966 edition, p. 316)

แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ – เราจะสร้างสาวกใหม่ได้อย่างไร? ผมคิดว่านั่นเป็นคำถามที่สำคัญในยุคของเรานี้ เราพบว่ามีหลายวิธีการที่ใช้ในสมัยก่อน และใช้ได้ผลกับอดีต แต่กลับใช้ไม่ได้ให้กับคนรุ่นใหม่ตามคริสตจักรท้องถิ่นในปัจจุบัน วิธีเก่าอาจใช้ไม่ได้ให้กับสมัยนี้! แค่ผ่านออกไปไม่อาจนำผู้เชื่อใหม่ให้เข้ามาในคริสตจักร การประกาศแบบไปตามบ้านและอธิษฐานที่เรียกว่า "คำอธิษฐานของคนบาป" กับคนอื่นใช้การไม่ได้ ทุกคนที่พยายามประกาศตามวิธีการแบบเดิมๆนี้ รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถนำผู้เชื่อใหม่เข้ามาในคริสตจักร

ตอนที่ผมกลับใจใหม่นั้น ผมได้อ่านบทความของ จอห์น เวสลีย์ ซึ่งกล่าวถึงวิธิการ ที่จอห์น เวสลีย์ใช้ในการประกาศ บางคนก็มาหาท่านและท่านก็ถือโอกาสรวมตัวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ผมคิดว่านั่นเป็นวิธีการของการประกาศ ทุกวันหลังจากที่ผมเลิกทำงานแล้ว ผมจะออกไปประกาศตามท้องถนนในเมือง ลอส แอนเจลิส แต่ได้ผลน้อยมาก ผมสามารถนำคู่สามีภรรยาสูงอายุมาเชื่อหลังจากที่สามีได้ฟังผมเทศนาที่ถนน พระคริสต์ในบ้านของพวกเขาหลังจากที่สามีได้ยินฉันเทศน์บนถนน แต่ทั้งสองคนเท่านั้นที่ผมใช้เวลาประกาศโดยการไปประกาศตามท้องถนนและเป็นเวลาสองปี!

ต่อมาผมเองก็พยายามเดินไปตามทางที่คนออกมาเดินเล่น ตอนเราเริ่มต้นคริสตจักรนี้ใหม่ เรามักจะไปประกาศตามทางเดินเล่นนั้นอย่างต่อเนื่อง ผมคาดว่าเราอาจจะสามารถนำคนเป็นแสนๆมารับเชื่อพระเจ้า พวกเขาไปตามทางของเขาโดยโทรศัพท์ไปหา แต่หลังจากนั้นหลายปีเราเดินออกไปประกาศหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถนำแม้แต่คนเดียวมารับเชื่อ!

จากนั้นเราก็เปลี่ยนไปเป็นการประกาศตามบ้านเพื่ออธิบายถึงแผนการแห่งความรอด ในที่สุดผมก็บันทึกเทปอธิบายว่าจะรอดได้ คนของเราอธิษฐานเผผื่อให้เทปเหล่านั้นจะถูกนำไปสู่คนมากมาย คนส่วนน้อยหรือว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ที่เข้ามาในคริสตจักรเลย! คนส่วนน้อยที่เข้ามาในคริสตจักนั้นคือพวกอนุชน ผมแถบไม่อยากเชื่อเลยไม่มีใครเลยที่อยู่ในคริสตจักรร่วมกับพวกเรา!

ในที่สุดเราพยายามเชิญคนเหล่านั้นโดยอาศัยวิธีแบบง่ายๆ เราไม่ได้ใช้พระคัมภีร์หรือสถานที่หรือวรรณกรรมอื่น ๆ เราเริ่มต้นส่งคนของเราออกไปยังห้าง วิทยาลัยและตามท้องถนน พวกเขาประกาศแก่คนเหล่านั้นและพูดคุยกับพวกเขา พวกเขาเชิญคนเข้ามาร่วมคริสตจักรแบ๊บติสของเรา พวกเขาถามชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของคนเหล่านั้น เรามุ่งเน้นไปที่กลุ่มอนุชน ดร. ทิโมธีหลินกล่าวว่า "ตามสถิติแล้วผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีที่มารับเชื่อพระคริสต์นั้นมีน้อยมาก โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน" (ibid., p. 73) จริงๆ คนที่ไม่ใช่คนจีนก็มีน้อยมากเช่นเดียวกัน! ยังมีอีกสถิติหนึ่งแสดงว่าประมาณ (90% หรือมากกว่า) ของคนที่กลับใจใหม่นั้นอยู่ในช่วงอายุก่อน 30 ปีลงมา ผมรู้สึกแปลกใจที่นักเทศน์สมัยนี้กลับละเลยจิตวิญญาณของพวกอนุชน ส่วนการศึกษาส่วนใหญ่ต่างเน้นไปที่คนสูงอายุ! ดร. หลินกล่าวว่าเราควรประกาศและมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอนุชน สอนให้คนเหล่านี้มีระเบียบวินัย ดังนั้นเราจึงมุ่งเป้าไปที่คนอายุระหว่าง 16 และ 25 นักเทศน์ส่วนใหญ่หวังผลแบบทันทีทันใด ดังนั้นพวกเขาจึงไปหาเฉพาะคนที่กลายเป็นคริสเตียนอยู่ "แล้ว" โดยหาจากคริสตจักรอื่น เป้าหมายของพวกพวกเขาคือให้คนๆหนึ่งละทิ้งคริสตจักรเดิมหนีไปยังคริสตจักรคนพวกเขา ดร. เจมส์ ด๊อบสันกล่าวว่าการคริสตจักรของเราเติบโตมาจากการโยกย้ายหรือการถ่ายโอนสมาชิก นี่เป็นสถานการณ์ที่น่าเศร้าใจมาก นักเทศน์ถูกบังคับให้ทำเช่นนี้ เพราะพวกเขาไม่ทราบว่าจะสร้างสาวกใหม่จากผุ้เชื่อใหม่ได้อย่างไร นักเทศน์หลายคนไม่รู้จะประกาศแด่ผู้ที่ไม่เชื่อและสร้างให้เป็นสาวกได้อย่างไร พวกเขาไม่มีความคิดเลยว่าจะต้องทำอย่างไร! ที่พวกเขาทำได้คือ "ขโมยแกะ" จากคริสตจักรอื่น! จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีการฟื้นฟูเลย!

ตอนที่คนของเรากลับมาจาก "การประกาศ" พวกเขานำรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์จากคนที่พวกเขาได้ประกาศนั้น พวกเขาเรียนรู้วิธีที่จะโทรไปหาคนเหล่านี้และเชิญมาร่วมกับพวกเรา เราบอกพวกเขาอย่างชัดเจนว่าทำไมเราถึงเชิญคนเหล่านั้นมา – ผมจะพูดก่อนแล้วเราก็จะมีงานเลี้ยงวันเกิดและรับประทานอาหารร่วมกัน จัดวันเกิดให้กับคนที่มีวันเกิดภายในไม่กี่วันข้างหน้า! หลังจากที่คนใหม่เหล่านั้นมาได้ไม่กี่สัปดาห์แล้ว พวกเราก็เชิญคนเหล่านั้นออกไปประกาศด้วยกัน เราไม่ได้รอให้คนเหล่านั้นกลับใจก่อน เราทำตามพระเยซูคริสต์เป็นแบอย่าง พระองค์ทรงเรียก ซีโมน เปโตร และโทมัสผู้ที่ชอบสงสัย และคนอื่นๆที่ติดตามพระเยซูแบบสร้างสาวกก่อนที่พวกเขาจะมาเข้าใจในพระกิตติคุณและกลับใจใหม่ ยูดาห์เป็นสาวกที่ติดตามพระเยซูเป็นเวลาสามปีโดยที่ยังไม่ได้กลับใจ ดังนั้นพวกเขามาเป็นสาวกก่อนที่จะกลับใจ! นี่คือวิธีการที่พระเยซูทรงใช้ และนั่นคือวิธีเดียว ผมเองก็พยายามใช้วิธีการนั้นและก็ได้ผลมาก!

นอกจากนี้ พระเยซูไม่เคยให้พวกเขากลายมาเป็นสาวกแบบ “ง่ายดาย” ไม่! พระองค์ทรงนำพวกเขาไปถึงจุดนั้น! พระองค์ทรงเรียกพวกว่าสาวกกลุ่มแรก พระคัมภีร์บอกว่าพระเยซูทรงเรียก ซีโมน เปโตร และแอนดรูว์ชาวประมง พระเยซูทรงตรัสให้กับเขาว่า “ตามเรามา” พวกเขาก็ละอวนของเขาและติดตามพระองค์อย่างทันทีทันใด (ดูมัทธิว 4:19, 20) หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงเห็นยากอบและยอห์นในเรือเล็กๆ ลำหนึ่ง พระองค์ทรงเรียกพวกเขา “ในทันใดนั้นเขาทั้งสองก็ละเรือ…และลาบิดาของเขาตามพระองค์ไป (มัทธิว 4:21, 22) พวกเขาไม่รู้เลยว่าพระองค์เป็นใคร พวกเขากล่าวว่า “ท่านผู้นี้เป็นคนอย่างไรหนอ?” (มัทธิว 8:27) ตอนนี้พระองค์มีสาวกสิบสองคน พวกเขาไม่รู้เลยว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์ทรงทำอะไร? พระองค์ก็ทรงส่งพวกเขาออกไปประกาศแบบเป็นคู่ๆ! และแล้วพระองค์ก็ปล่อยให้พวกเขาถูกทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าโดยพวกฟารีสี พวกพระองค์ก็พบกับเศรษฐีหนุ่มคนหนึ่ง เขาถามพระองค์ว่าเขาจะรับชีวิตนิรันดร์ได้อย่างไร พระเยซูตรัสว่า “จงไปขายบรรดาสิ่งของซึ่งท่านมีอยู่แจกจ่ายให้คนอนาถา แล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ แล้วจงตามเรามา” (มัทธิว 19:21) ชายหนุ่มคนนั้นเดินจากไปด้วยความทุกข์ เขาไม่ยอมเป็นสาวกของพระองค์

และพระองค์ก็ทรงตรัสให้กับเหล่าสาวกว่าพระองค์จะเสด็จไปที่เยรูซาเร็มเพื่อไปถูกตรึงที่นั่น พวกเขาไม่รู้เลยว่าที่พระองค์ตรัสนั้นหมายความว่าอย่างไร เวลาผ่านไปสามปีพวกเขาไม่เข้าใจพระกิตติคุณเลย! พวกเขาเรียนรู้ถึงการเป็นสาวกก่อนที่พวกเขาจะบังเกิดใหม่! ตอนที่พระเยซูถูกจับและนำไปตรึงที่กางเขน เหล่าสาวกต่างก็วิ่งหนีไปหมด หลังจากนั้นพวกเขาก็หลบไปซ่อนตัวอยู่ในห้องชั้นบน ในวันอิสเตอร์นั้นพระองค์เสด็จมาหาพวกเขา พวกเขาดีใจมากที่ได้เห็นพระองค์! แล้วพระองค์ก็ทรงเป่าลมให้กับพวกเขา และตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เถิด” (ยอห์น 20:22) ดร. เจ เวอนอน แมคกี้ กล่าวว่า “ส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าในขณะที่พระเยซูทรงเป่าลมให้กับพวกสาวก และตรัสว่า ‘จงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์’ คนเหล่านั่นได้กลายเป็นคนใหม่ [บังเกิดใหม่] ก่อนหน้านั้นพวกเขาไม่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า” (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, volume IV, p. 498; note on John 20:22)

ผมเชื่อว่า ดร. แมคกี้ กล่าวนั้นถูกต้อง แม้ว่าคุณอาจจะไม่เห็นด้วยในตอนท้ายก็ตาม แต่ก็ชัดเจนว่าพระองค์ทรงสร้างสาวกต่างจากคริสตจักรของเรา พระองค์ทรงสร้างสาวกก่อนสิ่งอื่นใด

หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาเราพยายาม “นำ” คนให้มาที่พระเยซูคริสต์ก่อน และเราก็ “ติดตาม” พวกเขา พระเยซูกลับทำตรงกันข้าม ผมหวังว่าบางคนจะละทิ้งวิธีการของตัวเอง - แล้วหันมาใช้วิธีการของพระเยซู และคุณอยู่ที่นั่นกับเรา ผมกำลังเรียกคุณให้เป็นสาวกของพระเยซู มาที่คริสตจักร! แบกกางเขนแล้วตามพระคริสต์! มาในวันอาทิตย์ตอนเช้าและวันอาทิตย์ตอนเย็น! และมาร่วมอธิษฐานกับพวกเราในคืนวันเสาร์! เรียนรู้ถึงการติดตามพระเยซูอย่างจริงจัง แล้ววางใจพระเยซูและบังเกิดใหม่ – และรับการชำระบาปจากพระโลหิตของพระเยซู อาเมน

ผมขอคุณให้ไปกับพวกเรา ผมขอคุณให้เป็นสาวกของพระเยซู – เป็นคนหนึ่งที่เรียนรู้จักกับพระองค์และติดตามพระองค์ ผมขอร้องคุณให้มาที่คริสตจักรของเราในเช้าและเย็นวันอาทิตย์ – และในคืนวันเสาร์และงานประกาศ ไปกับเราแล้วพระคริสต์จะสร้างคุณให้เป็นสาวกกลายเป็น “ผู้จับคน!” พระองค์จะทำให้คุณเอาชนะดวงวิญญาณ – กลายเป็นผู้จับคน! พระเยซูตรัสว่า “จงตามเรามาเถิด และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนเหมือนคนหาปลา” (มัทธิว 4:19) ร้องท่อนรับกับเรา!

เราจะทำให้เจ้าหาคนดั่งหาปลา
   ไปจับคน และไปจับคน
เราจะทำให้เจ้าหาคนดั่งหาปลา
   หากเจ้าติดตามเรา
หากเจ้าติดตามเรา หากเจ้าติดตามเรา
เราจะทำให้เจ้าหาคนดั่งหาปลา
   หากเจ้าติดตามเรา!
      (“I Will Make You Fishers of Men,” Harry D. Clarke, 1888-1957)

จงนำพวกเขาเข้ามา จงนำพวกเขาเข้ามา
   จงนำพวกเขาออกจากสถานแห่งความบาป
จงนำพวกเขาเข้ามา จงนำพวกเขาเข้ามา
   นำพวกเขามาหาพระเยซู
(“Bring Them In,” Alexcenah Thomas, 19th century)

พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อไถ่บาปของเรา พระโลหิตของพระองค์ทรงชำระบาปทั้งหมดของคน พระองค์ทรงฟื้นพระชนม์ประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ จงวางใจในพระองค์และจัได้รับความรอด จงออกไปประกาศกับเรา อาเมน

หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร. ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ท่าน อาเบล พรูดโฮมมี: มัทธิว 28:16-20.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย ท่าน เบนจามิน คินเคด กรีฟฟี่:
“Bring Them In” (Alexcenah Thomas, 19th century)