Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การกอบกู้และการทำลาย

DELIVERANCE OR DAMNATION
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 3 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2015 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, May 3, 2015

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)


จักรพรรดิเนโรคือผู้เผาทำลายกรุงโรมในปี 64 A.D. เนโร (54-68 A.D.) คือนักฆ่าเลือดเย็น เขาได้ฆ่าคนในครอบครัวของตัวเองไปหลายคน ตอนที่กรุงโรมถูกไฟนั้น เขาตกเป็นผู้สงสัยว่าเป็นคนเผา แต่เขาพยายามหาแพะมารับบาปในครั้งนั้น เขาจึงโยนความผิดไปให้พวกคริสเตียนว่าเป็นพวกที่เผา! ตาซีตัส (56-117) กล่าวในช่วงศตวรรคที่สองดังนี้ว่า “คนที่ยอมรับว่าเป็นคริสเตียนจะต้องถูกจับ…ในตอนที่พวกเขาเสียชีวิตนั้นเพราะพวกเขาถูกคนเอา...หนังสัตว์มาปกคลุมแล้วให้สุนัจมากัดฉีกทรมาณจนตาย บ้างก็ถูกตรึง บ้างก็ถูกเผา – ดังนั้นพวกจึงถูกเผ่าในช่วงกลางคืนให้ดูสว่างจนเสียชีวิตอย่างทรมาณ” (Tacitus, Annals 15:44, early second century) ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น อัครสาวกเปโตรจึงได้เขียนจดหมายฉบับที่เรามีคือพระธรรม 2 เปโตร นี้เอง จากการที่มีการบันทึกเอาไว้บอกเราว่าเปโตรได้ขอร้องให้ตรึงเขาที่กางเขนในลักษณะคว่ำศีรษะลง - เพราะเขารู้สึกว่าไม่มีค่าเพียงพอที่จะเสียชีวิตโดยการถูกตรึงในลักษณะเดียวกันกับพระเยซู

ในช่วงเวลาที่ถูกกดขี่ขมเห่งแบบไร้ความปราณีเช่นนี้ ทำให้คริสเตียนหลายร้อยคนต้องจบชีวิตลง เนโรเอาคริสเตียนผูกติดอยู่กับด้านบนของเสาและจุดไฟให้สว่างในสวนของเขา! เพียงก่อนหน้าที่เปโตรจะถูกจับและถูกตึรง ท่านจึงได้เขียนพระธรรม 2 เปโตร เอาไว้

ในพระธรรม 2 เปโตร นั้นท่านกล่าวเอาไว้ตามที่พระเจ้าทรงดลใจและด้วยสิทธิอำนาจแห่งพระคัมภีร์ (2 เปโตร 1: 19-21) ท่านเตือนเราว่ามี "ผู้พยากรณ์เท็จท่ามกลางประชาชนทั้งหลายด้วย" (2 เปโตร 2: 1-3) ท่านได้เตือนเราว่าพระเจ้าจะพิพากษา "ทูตสวรรค์ที่ได้ทำบาปนั้น" (2:4) พระเจ้าทรงทำให้ "เมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์เข้าไปในกองขี้เถ้า" (2:6) แต่พระองค์ได้ช่วย "โลทผู้ชอบธรรมให้รอด ผู้มีความทุกข์ใหญ่หลวงเพราะการประพฤติลามกของคนชั่วเหล่านั้น" (2:7) และท่านก็กล่าวเอาไว้ดังนี้ว่า

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)

ก่อนที่ผมจะเทศน์พระธรรมตอนนี้ผมอยากให้พวกท่านทราบว่าซาตานเกลียด 2 เปโตร มากขณะไหน มารเกลียดพระธรรมเล่มเล็กๆนี้มากว่าพระธรรมเล่มอื่น ๆ ในพันธสัญญาใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องไปที่ฮอลลีวู้ดหรือที่ลาสเวกัเพื่อเห็นการทำงานของซาตาน ทั้งหมดที่คุณสามารถทำได้คือขับรถไปที่สถาบันฟุลเลอร์ในพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้สถาบันพระคริสตธรรมใหญ่ๆเกือบทั้งหมดในอเมริกาได้มีการโจมตีพระคัมภีร์เป็นอย่างมากในทุกวันนี้ และพวกเขาก็เกลียดพระธรรม 2 เปโตร มากกว่าพระธรรมเล่มอื่น ๆ ในพันธสัญญาใหม่ด้วย ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ที่พระคริสตธรรมของแบ๊บติสใต้ทางตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก พวกอาจารย์ที่นั่นเรียกพระธรรม 2 เปโตรว่า "หลอกลวง" พวกอาจารย์สายเสรีนิยมที่ปฏิเสธพระคัมภีร์ พูดอย่างนั้นเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา แต่ ดร. เอ ที โรเบิร์ตสัน นักวิชาการภาษากรีกด้านพันธสัญญาใหม่ได้ปกป้องพระธรรม 2 เปโตร ท่านชี้ให้เห็นว่าคนจำนวนมากเชื่อว่าเป็นจริงตามนั้น (เสียชีวิต c. 134 A.D.) ใน Justin Martyr (เสียชีวิต c. 165 A.D.) ใน Irenaeus (130-202), ใน Ignatius (35-107), เครเมนแห่งโรม (เสียชีวิต 99 A.D.) Athanasius (296-373) ออกัสติน (354-430) และนักปฏิรูปผู้ยิ่งใหญ่อย่าง มาร์ติน ลูเธอร์ (1483-1546) (A. T. Robertson, D.D., Litt.D., Word Pictures in the New Testament, volume VI, Broadman Press, 1933, pp. 139-146 – Dr. Robertson’s defence of II Peter)

ดร. โรเบิร์ตสัน ชี้ให้เห็นว่า "เนื้อหาที่มีอยู่ในจดหมายนี้เป็นแบบดั้งเดิม ไม่มีความคิดที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ... มันค่อนข้างเต็มรูปแบบของการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม" (ibid., หน้า 140) ดร. เจ เวอร์นอน แมคกี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์ผู้ยิ่งใหญ่ในอเมริกากล่าวว่า "ทุกวันนี้ต่างมีการยอมรับกันดีว่าเปโตรคือผู้เขียนจดหมายฉบับนี้" นั่นคือ 2 เปโตร (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, volume V, Thomas Nelson Publishers, 1983, p. 714) แต่พระคริสตธรรมสายเสรีนิยมอย่างฟุลเลอร์กลับมาวิจารณืพระคัมภร์เล่มนี้แบบเสียๆหายๆ! ดร. เฮนรี่ เอ็มมอร์ริส กล่าวว่า "การต่อต้านในที่นี้ [คือ] เพราะว่า [2 เปโตร] กล่าวถึงพวกสอนเท็จในคริสตจักรได้อย่างชัดเจน ... [2] เปโตรได้เตือนเราถึงพวก 'คิดตลบตะแลง (2 เปโตร 1:16) พวกเจ้าเล่ห์ ผู้สอนที่ปฏิเสธพระคริสต์ (2 เปโตร 2: 1) นักเทศน์ที่หลง [รักเงิน] (2 เปโตร 2: 3, 15) พวกหายนะ (2 เปโตร 2:13, 19) และพวกที่ชอบเยาะเย้ยจะเกิดขึ้นและดำเนินตามใจปรารถนาชั่วของตน (2 เปโตร 3 : 3-6) " (Henry M. Morris, Ph.D., The Defender’s Study Bible, World Publishing, 1995, p. 1401)

จึงไม่น่าแปลกใจที่ซาตานและผู้สอนเท็จโจมตี 2 เปโตร! อีกเหตุผลหนึ่งที่ซาตานเกลียด 2 เปโตร เป็นเพราะว่าพระธรรมเล่มนี้กล่าวแบบเป็นการดลใจที่มาจากพระเจ้าได้อย่างชัดเจน ใน 2เปโตร 1: 19-21 (และอีกที่ใน 2 โมธี 3: 15-17) ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่มารเกลียดพระธรรม 2 เปโตร!

2 เปโตรมีเนื้อหาที่เข้มข้น! ย้อนกลับไปในเดือนกันยายนปี 1961 ผมเข้าเรียนที่วิทยาลัย ไปโอลา (ตอนนี้เป็นมหาวิทยาลัยแล้ว) เทอมฤดูใบไม้ร่วงที่วิทยาลัยนั้นเรามีการนมัสการในทุกเช้า มีนักเทศน์คนหนึ่งในตอนนั้นคือ ดร. ชาร์ลส์ เจดบริดจ์ ดร. วูดบริดจ์ ท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่ก่อตั้งพระคริสตธรรมฟูเลอร์ แต่หลังจากนั้นท่านได้ลาออกจากที่นั่น เพราะท่านพบว่าฟูลเลอร์เน้นระบบเสรีมากเกินไปจนถึงขั้นปฏิเสธสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์ แน่นอนผู้บริหารของฟุลเลอร์ก็ปฏิเสธพระคัมภีร์ พวกเขาเรียก ดร. วูดบริดจ์ ว่าตัวสร้างปัญหาและเรียกท่านแบบเสียๆหายๆอีกมากมาย แต่ไม่มีใครเคยคิดกลับไปขอโทษท่าน - อย่างน้อยไม่อยู่ในกลุ่มอีเวนเจลิคอล์ใหม่แน่นอน จนห้าสิบปีผ่านไปสิ่งที่ ดร. วูดบริดจ์ ได้ทำนายเอาไว้กลายมาเป็นความจริง ทุกวันนี้ฟุลเลอร์ผลิตนักเทศน์แบบ ร็อบ เบลล์ เขาเขียนหนังสือเล่มหนึ่งบอกว่าทุกคน (แม้แต่ฮิตเลอร์) จะไปสวรรค์ เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้เขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่งสุดเลวทรามและลามกอนาจารเกี่ยวกับการปฏิบัติทางเพศ ดร. วูดบริดจ์ ดูเหมือนจะกลับไปในปลายปี 1950 จงปรบมือให้กับ ดร. ชาร์ลส์ เจดบริดจ์! (เสียงปรบมือ)

ดร. วูดบริดจ์มาที่ ไบโอลา และเทศนาให้กับพวกเราเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ท่านเทศน์พระธรรม 2 เปโตร! นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินการเทศนาเช่นนั้น! ที่ผ่านมาผมได้ยินการเทศนาที่มีแต่น้ำแต่ไร้ "เนื้อ" วันนี้ช่างไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีอยู่อย่างนั้นด้วย! ดร. วูดบริดจ์รู้ว่าผมสนใจท่านมากในขณะที่เทศนาในพระธรรม 2 เปโตร - ในบทที่หนึ่งกล่าวถึงการไม่มีความผิด ในบทที่สองกล่าวถึงการพยากรณ์เท็จ การขับไล่ทูตสวรรค์ที่ทำบาป น้ำท่วมโลก และการเผาเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์! ท่านเทศนาได้อย่างมีพลังมาก ทำให้ผมต้องกลับใจใหม่ในวันพฤหัสบดีของสัปดาห์นั้น – นั่นคือวันที่ 28 กันยายน 1961 - สรรเสริญพระนามของพระเยซู !! หลักสูตรของผมถูกกำหนดนับจากวันนั้น! ตั้งแต่วันที่ผมกลับใจใหม่นั้น ผมรู้ว่าจะต้องเทศนาโจมตีพวกเสรีนิยมที่ต่อต้านพระคัมภีร์ ความรอดและความบาป! ผมรู้ตั้งแต่วันนั้น และจนกระทั่งในเช้าวันนี้! สรรเสริญพระนามของพระเยซู!

เปโตรกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก” (2 เปโตร 1:19) เปโตรกล่าวว่าครูที่สอนเท็จจะเกิดขึ้นในคริสตจักรและนำมาซึ่งการละทิ้งความเชื่อและเกิดการทำลาย (2 เปโตร 2:1-3) เปโตรกล่าวว่าพระเจ้าพิพากษาโลกโดยน้ำท่วมใหญ่ “แต่ได้ทรงช่วยโนอาห์ผู้ประกาศความชอบธรรมกับคนอื่นอีกเจ็ดคนให้รอด” (2 เปโตร 2:5) เปโตรยังกล่าวอีกว่าพระเจ้าได้ส่งไฟลงมา “ลงโทษเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ให้พินาศเป็นเถ้าถ่าน” (2 เปโตร 2:6) เปโตรกล่าวว่าพระเจ้า “ช่วยก็โลท” จากเมืองโสโดมที่ถูกไฟไหม้ (2 เปโตร 2:7) ตอนนี้คือสิ่งที่เปโตรกล่าวในข้อของเรา

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)

ใช่ครับท่าน เปโตรพิสูจน์ในจุดของท่าน! พระเจ้ารู้วิธีการที่จะช่วยกู้โนอาห์และทำให้ชาวโลกจมลงในน้ำ พระเจ้าทรงรู้วิธีที่จะช่งยกู้โลท และเผาเมืองแห่งความเลวร้ายนั้นเสีย! ดังนั้น

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)

พูดอีกอย่างหนึ่งคือ พระเจ้าทรงมีอำนาจเดียวกันนี้ในวันเหมือนอย่างอดิต!

I. ประการแรก พระเจ้ามีอำนาจที่จะช่วยผู้ที่อ่อนแอให้รอดพ้นจากถุกทดลอง

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ...”

พระเจ้าทรงรู้ว่าพระองค์กำลังทรงทำอะไรอยู่ - และพระองค์ก็สามารถทำสิ่งนั้นได้ ตอนเด็กนั้นผมรชอบฟังเสียงอันไพเราะของ จอร์จ เบเวอร์ลี เชีย จากคำพูดเหล่านี้

จิตข้าสรรเสริญพระเจ้าองค์พระผู้ช่วย
พระเจ้ายิ่งใหญ่พระเจ้ายิ่งใหญ่
จิตข้าสรรเสริญพระเจ้าองค์พระผู้ช่วย
พระเจ้ายิ่งใหญ่พระเจ้ายิ่งใหญ่

พระเจ้ายิ่งใหญ่! พระเจ้าทรงควบคุม! ใช่มีความชั่วร้ายมากอยู่ในโลก แต่ความชั่วร้ายมีอยู่นี่เพราะพระเจ้าทรงอนุญาตเท่านั้น ทำไมพระองค์ถึงอนุญาต? ผมไม่ทราบ แต่เราไม่อาจสามารถเข้าใจและหยั่งรู้ถึงความยิ่งใหญ่ที่อยู่ในใจของพระเจ้าถึงความชั่วร้ายเหล่านั้น

“โอ พระปัญญาและความรอบรู้ของพระเจ้านั้นล้ำลึกเท่าใด คำตัดสินของพระองค์นั้นเหลือที่จะหยั่งรู้ได้” (โรม 11:33)

"พระเจ้ามีอำนาจที่จะช่วยผู้ที่อ่อนแอให้รอดพ้นจากถูกทดลอง!" คริสเตียนพวกแรกที่อยู่ในกรุงโรมนั้นเดินสู่เส้นแห่งการทดลองที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวตามผมกล่าวมาแล้วว่า เนโรได้เผาพวกเขาในขณะที่ยังมีชีวิตโดยผูกติดอยู่เสา เขาเผาคริสเตียนในสวนของเขาทุกคืน

บางคนอาจพูดว่า "แล้วทำไมพระองค์ถึงไม่ช่วยคนเหล่านั้นให้รอดพ้นการภูกขมเหงนั้นเล่า" คุณพูดผิดแล้ว พระองค์ทรงช่วยคนเหล่า "พ้นจากการทดลอง" พระองค์ประทานพละกำลังและความเข้มแข็งให้คนเหล่านั้นให้สามารถผ่านการทดลองและเปลวไฟนั้นไป! ดั่งบทเพลงเก่าๆและดีๆนี้ได้กล่าวเอาไว้!

ในยามที่เดินผ่านทางแห่งความทุกข์
   พระคุณของเรามีพร้อมสำหรับเจ้า
เปลวไฟไม่มีวันทำลายเจ้า เราจะปกป้องเจ้า
   เจ้าเป็นดั่งทองคำที่ไม่มีอะไรจะทำลายได้
(“How Firm a Foundation” George Keith, 1638-1716,
      “K” in Rippon’s Selection of Hymns, 1787)

เป็นเกียรติของผมอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรู้จักกับท่านผู้หนึ่งที่ยอมเสียชีวิตเพราะความเชื่อ ชื่อของเขาคือ ริชาร์ด วูล์เบรมด์ เขาเป็นเป็นคริสเตียนผู้ยิ่งใหญ่เท่าที่ผมรู้จักมา อาจารย์ วูล์เบรมด์ ถูกคุมขังอยู่ในคุกคอมมิวนิสต์ได้สิบสี่ปี เพราะประกาศข่าวประเสริฐ ทหารยามคอมมิวนิสต์ได้ทรมานเขาเป็นอย่างมากจนร่างกายของเขามีแผลถึงสิบแปดแผลจากความร้อนของเตารีด ตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมขังอยู่ในคุกนั้นท่านได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่ผู้ที่ถูกคุมขัง จนมีหลายคนในนั้นได้มารับความรอด ท่านถูกแยกขังเดี่ยวได้สองปีไม่เคยได้ยินเสียงผู้คน และเกือบจะเป็นบ้าจากยาเสพติดที่ถูกใส่เอาไว้ในอาหาร ในที่สุดท่านก็เริ่มประกาศข่าวประเสริฐไปยังคนอื่น ๆที่อยู่ใกล้

สุดท้ายท่านถูกนำไปขังที่ "ห้องสี่" - "ห้องแห่งความตาย" พวกเขาทิ้งท่านไปไว้ที่นั่น เพื่อให้เสียชีวิตด้วยวัณโรค ไม่มีใครรอดกลับมาได้แม้แต่คนเดียวจาก "ห้องสี่" นี้ เพราะเป็นห้องแห่งความตาย แต่สำหรับอาจารย์ วูล์เบรมด์ กลับไม่เสียชีวิตใน "ห้องความตาย" นี้ ในทางตรงกันข้ามท่านกลับใช้โอกาสนำนักโทษแดนตายในนั้นมาถึงพระเยซูคริสตคนแล้วคนเล่า ท่านได้กล่าวว่า "ช่างเป็นความสว่างในด้านจิตวิญญาณและเสียสละตลอดจนการบังเกิดใหม่ในพระเยซู ในช่วงเวลาดังกล่านั้นมีเหล่าทูตสวรรค์มาอยู่รอบ ๆ พวกเรา"

ในยามที่ผมรู้สึกหดหู่และท้อใจ ก็มักจะหยิบหนังสือของ ริชาร์ด วูล์เบรมด์ ที่ชื่อ ถูกทรมานเพื่อพระคริสต์มาอ่านทีละหน้า สัปดาห์ที่แล้วผมอ่านหนังสือของท่านในอีกเล่มหนึ่งชื่อ ใต้ดินของพระเจ้า (Living Sacrifice Book Company, 2004)

หนังสือเหล่านี้อ่านแล้วน่ากลัวมาก เพราะเขียนถึงรายละเอียดเกี่ยวกับคริสเตียนที่ถูกทรมาน แต่มักหนุนใจผมเสมอ ผมได้กำลังใจจากการที่ได้รู้จักกับชายคนนี้ที่ชื่อ ริชาร์ด วูล์เบรมด์ ผู้ที่มีประสบการณ์ตามเนื้อหาในพระธรรมของเรา ซึ่งเป็นพระธรรมที่หนุนใจได้ดีมากๆ "องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ... " (2 เปโตร 2: 9)

ในขณะนี้มีคริสเตียนนับหมื่นคนถูกทรมานและถูกฆ่าโดยชาวมุสลิม ทั้งหมดที่พวกเขาจะรอดจากความตายได้โดยต้องพูดคำเหล่านี้: "ไม่มีพระเจ้าอื่นใด แต่อัลลอเพียงผู้เดียวและโมฮัมเหม็ผู้เป็นศาสดาพยากรณ์ของเขา" แต่คริสเตียนปฏิเสธที่จะพูดอย่างนั้นและกลายไปเป็นชาวมุสลิม คริสตจักรของพวกเขาถูกเผา บ้านของพวกเขาถูกเผา หลายคนถูกตัดศีรษะ อีกหลายคนถูกเผาทั้งเป็น เพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะละทิ้งความเชื่อในพระเยซู และในโลกมุสลิมมีหลายพันคนกลายมาเป็นคริสเตียน ถึงแม้ว่าการทำเช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อพวกเขาก็ตาม คุณสามารถอ่านบางส่วนเกี่ยวกับเรื่องราวของพวกเขาโดยไปดูในคอมพิวเตอร์ของคุณที่ www.persecution.com พวกเขารับรู้โดยประสบการณ์ส่วนตัว โดยที่คริสเตียนแถบตะวันตกไม่เคยมีเลย - " พระเจ้ามีอำนาจที่จะช่วยผู้ที่อ่อนแอให้รอดพ้นจากถุกทดลอง... "

เมื่อผ่านที่น้ำลึกข้าฯจะร้องทูลพระองค์ไปด้วย
   แม่น้ำแห่งความทุกข์จะไม่มีวันท่วมตัวข้าฯ
เพราะข้าฯจะเดินกับพระองค์ในทางแห่งพระพร
   และการชำระให้กับข้าฯนั้นลึกมากไปกว่านั้น

สามอาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีคริสตจักรของเรา เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราได้สรรเสริญและมีเสียงหัวเราะ! ผู้คนที่ดูวิดีโอนี้บอกผมว่าเรามีคริสตจักรที่ดีมากๆ! แต่พวกเขาไม่ทราบว่าเราทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนกว่าจะมีคริสตจักรแห่งนี้ พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรคือ "39" ที่จ่ายหนี้ของคริสตจักรและต้องเดินผ่านช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดเพราะปัญหาที่ 400 คนละทิ้งพวกเราไป เหลือเพียงจำนวน "สามสิบเก้า" คนที่จ่ายหนี้ตัวอาคารกว่าครึ่งล้านดอลลาร์ ตอนนี้เส้นทางแห่งความเจ็บปวดนี้ผ่านพ้นไปแล้ว พระเจ้าทรงนำเราผ่านมันไป แต่ยังจะมีเส้นทางอื่นอีกในอนาคต บางทีอาจจะยากกว่าที่ผ่านมา แต่เราจะไม่กลัวเพราะ "องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ..." (2 เปโตร 2: 9)

II. ประการที่สอง พระเจ้าทรงจัดเตรียมคนอธรรมไว้สำหรับวันแห่งการพิพากษา

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)

ในหนังสือเก่าของท่านที่แสดงถึงการให้อภัย จงลุกขึ้น ดร. วิลเบอร์เอ็ม สมิธ กล่าวถึงการพิพากษาที่กำลังจะมานี้ว่า

พระวจนะกล่าวถึงการพิพากษาครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมา เราทั้งหลายมีบาป เพราะไม่ยอมเทศนาถึงเหตุการณ์ที่พระเจ้าได้ทรงสำแดงไว้นี้...พวกเราหลายคน... ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นยืนใช้พระวจนะมากล่าวถึงความจริงเกี่ยวกับวันพิพากษา พระเยซูของเราทรงตรัสถึง “วันแห่งการพิพากษา” หลายต่อหลายครั้ง... เปโตรได้กล่าวถึง “วันแห่งการพิพากษา” และ “วันแห่งการพิพากษาและทำลายคนอธรรม” ยอห์นได้กล่าวถึง “วันแห่งการพิพากษา” และ “วันแห่งความตายของการพิพากษา” (Wilbur M. Smith, D.D., Therefore Stand, W. A. Wilde Co., 1945, p. 443)

อัครสาวกยอห์นกล่าวถึงวันพิพากษาเอาไว้ดังนี้

“ข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาผู้ที่ตายแล้ว ทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อย ยืนอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า และหนังสือต่าง ๆ ก็เปิดออก หนังสืออีกม้วนหนึ่งก็เปิดออกด้วย คือหนังสือแห่งชีวิต และผู้ที่ตายไปแล้วก็ถูกพิพากษาตามข้อความที่จารึกไว้ในหนังสือเหล่านั้น ตามที่เขาได้กระทำ ทะเลก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่ตายในทะเล ความตายและนรกก็ส่งคืนคนทั้งหลายที่อยู่ในที่เหล่านั้น และคนทั้งหลายก็ถูกพิพากษาตามการกระทำของตนหมดทุกคน แล้วความตายและนรกก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ นี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง และผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ” (วิวรณ์ 20:12-15).

ทางเดียวที่จะหลีกหนีพ้นจากการลงโทษใน "บึงไฟ" คือกลับใจใหม่และวางใจในพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนขดใช้บาปของคุณ พระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งลงมาได้ชำระล้างบาปของคุณทั้งหมด พระวรกายของพระองค์เป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อให้คุณมีชีวิตนิรันดร์ แต่คุณต้องวางใจพระองค์เดี่ยวนี้และในชีวิตนี้ แล้วจะรอดหลังจากคุณเสียชีวิตแล้ว อย่ารอไม่งั้งจะสายเกินไป

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)

"คนชอบธรรม" คือผู้ที่กลับใจใหม่และวางใจในพระเยซูคริสต์ "คนอธรรม" คือบรรดาผู้ที่ปฏิเสธที่จะวางใจในพระองค์ ผมขออธิษฐานให้คุณหันมาหาพระเยซูในตอนนี้ก่อนที่มันจะสายเกินไป! อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ท่าน อาเบล พรูดโฮมมี: 2 เปโตร 2:1-9.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Faith of Our Fathers” (by Frederick W. Faber, 1814-1863).


โครงร่างของ

การกอบกู้และการทำลาย

DELIVERANCE OR DAMNATION

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบวิธีที่จะช่วยคนที่ตามทางของพระเจ้าให้รอดพ้นจากการทดลองต่าง ๆ และทรงทราบวิธีที่จะรักษาคนอธรรมไว้จนถึงวันพิพากษาเพื่อจะได้ลงโทษเขา” (2 เปโตร 2:9)

( 2 เปโตร 1:19-21; 2:1-3, 4, 6, 7; 1:16; 2:1, 3, 15, 13, 19; 3:3-6;
2 ปโตร 1:19; 2:1-3, 5, 6, 7)

I. ประการแรก พระเจ้ามีอำนาจที่จะช่วยผู้ที่อ่อนแอให้รอดพ้นจากถุกทดลอง
2 เปโตร 2:9ก; โรม11:33.

II. ประการที่สอง พระเจ้าทรงจัดเตรียมคนอธรรมไว้สำหรับวันแห่งการพิพากษา
2 เปโตร 2:9ข; วิวรณ์ 20:12-15.