Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




กล่าวร้ายต่อต้านพระวิญญาณบริสุทธิ์

BLASPHEMY AGAINST THE HOLY SPIRIT
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 18 เดือนมกราคม ค.ศ. 2015 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, January 18, 2015

“เพราะฉะนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า ความผิดบาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างจะโปรดยกให้มนุษย์ได้ เว้นแต่คำหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงโปรดยกให้มนุษย์ไม่ได้ ผู้ใดจะกล่าวร้ายบุตรมนุษย์จะโปรดยกให้ผู้นั้นได้ แต่ผู้ใดจะกล่าวร้ายพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงโปรดยกให้ผู้นั้นไม่ได้ทั้งโลกนี้โลกหน้า” (มัทธิว 12:31-32)


เช้านี้ผมอยากจะพูดย้ำในหัวข้อ “ทำไมอเมริกาถึงไม่อยู่ในการทำนาย” โดยนำมาจากพระธรรมอาโมส 8:2 “วันสิ้นสุดมาถึงอิสราเอลประชาชนของเราแล้ว เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” “เราจะไม่ผ่านเขาอีกต่อไป” นั่นคือบทเทศนาตอนที่แล้ว ตอนที่พระเจ้าไม่ประทานพระคุณให้คุณอีกต่อไป เวลานั้นจะไม่มีอะไรรอคุณอีกนอกเสียจากการพิพากษา มันสามารถเกิดให้กับคนๆหนึ่ง และสามารถเกิดให้กับประเทศชาติใดประเทศชาติหนึ่ง “เราจะไม่ผ่านเขาอีกต่อไป” ตอนที่เกิดอย่างนั้นให้กับประเทศชาติ นั่นคือการสาปแช่ง ตอนที่เกิดอย่างนั้นให้กับประเทศชาติ ก็จะเกิดการสาปแช่งให้กับคนด้วย หากเป็นเช่นนั้นแล้วใจของเขาไม่อาจที่จะรับฟังพระวจนะอีกต่อไป พระวิญญาณไม่อาจที่จะสัมผัสใจของเขาอีก – พระวจนะกล่าวว่า “พระเจ้าจึงทรงปล่อยให้เขามีใจเลวทรามและประพฤติสิ่งที่ไม่เหมาะสม” (โรม 1:28) adŏkīmŏs noǔs (ไร้ค่า ปฏิเสธ ครอบงำใจ) นั่นคือบาปที่ไม่สามารถอภัยให้ได้ นั่นคือบาปที่นำไปสู่ความตาย

ผมยืนอยู่ที่คริสตจักรเมธอดิสต์ทรินิตี้ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนนพราวเวอร์ ใจกลางเมือง ลอสแอนเจลิส นี่เป็นคริสตจักรที่ "ปอบ" ชูเลอร์ เคยดำรงตำแหน่งศิษยาภิบาล และประกาศพระกิตติคุณผ่านทางวิทยุ ผมไปยืนอยู่ที่คริสตจักรที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ แต่ต่อมากลับทรุดโรมโดยที่ไม่มีใครดูแล ต้องหลั่งนำตา ลูกชายของบ๊อบ ชูเลอร์ เคยอาศัยอยู่ตอนวัยเด็ก แต่เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นตอนที่ตัวอาคารปล่อยให้ทรุดโทรม เขาเองก็ไม่ได้ดูแลด้วย เหมือนอย่างคนอื่นๆ! “เราจะไม่ผ่านเขาอีกต่อไป”

คริสตจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 550 ถนน เซาท์ โฮบ ดร. อาร์ เอ โทเรย์ คือผู้ก่อตั้งคริสตจักรแห่งนี้ ตอนที่ผมยังเด็กนั้นมีผู้รับใช้ท่านหนึ่งที่มีชื่อเสียงประกาศทางวิทยุรับใช้ที่คริสตจักรแห่งนี้ นั่นคือ ดร. เจ เวอร์นอน แมคกี้ (1904-1988) อาคารโบถส์สามารถบรรจุคนได้ห้าร้อยคน แต่พวกเขาขายในราคา 27 ล้านดอลลาร์ พวกเขาคิอว่านั่นเป็นเงินที่มากพอแล้ว แต่เพียงแค่สิบปีต่อมาคริสตจักรแห่งนี้ถูกขายออกไปใหม่ในราคา 227 ล้านดอลลาร์ นั่นเป็นเพราะว่าพวกผู้นำใจเสาะ ไม่เข้มแข็งพอที่จะดูแลอีกต่อไป พวกเขาคิอว่า “พวกเราจะสูญเสียบางอย่างหากขืนอยู่ต่อไป!” นั่นแสดงถึงการขาดความเชื่อในพระเจ้า พวกเขาเลยขาดกำไรไปถึง 200 ล้านดอลลาร์! มีอีกคริสตจักรหนึ่งเคยคิดที่อยากจะซื้อ แต่พวกผู้นำคริสตจักรก็ใจเสาะเช่นกัน พวกเขาเลยพลาดที่จะได้คริสตจักรที่สมควรจะได้ – น่าจะซื้อตอนอยู่ในราคา 27 ล้านดอลลาร์ พวกเขาก็เช่นกันไม่ได้ 200 ล้านดอลลาร์ ตัวเมือง ลอสแอนเจลิส เลยไม่มีการประกาศพระกิตติคุณ “เราจะไม่ผ่านเขาอีกต่อไป”

และแล้วพระเจ้าก็ทรงนำเรามาอยู่ในอาคารที่อยู่บนถนนโฮปนี้ – อยู่ห่างแค่สามช่วงตึกจากโบสถ์บ๊อบ ชูเลอร์ และแปดช่วงตึกจากคริสตจักรของ ดร. แมคกี้ – อยู่ใจกลางเมือง ลอสแอนเจลิส เราเองก็มีผู้นำที่ไม่มีความคิดและใจเสาะ หนีออกจากคริสตจักรของเราไปพร้อมกับคนอีก 300 คน แต่ก็มีคนที่ใจสู้และกล้าหาญได้กอบกู้อาคารแห่งนี้ และใช้หนี้ของคริสตจักร ตอนนี้พระกิตติคุณจึงประกาศออกจากคริสตจักรแห่งนี้ – ไปทั่วทั้งสี่มุมโลกใน 29 ภาษา

แต่คืนนี้ ผมอยากจะบอกคนหนุ่มสาวทั้งหลายว่า คุณเข้มแข็งพอและจิตวิญญาณเติบโตพอหรือเปล่า ตอนที่พวกเราจากไปหมดแล้ว? หรือจะให้พระเจ้าตรัสว่า “เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” ถ้าโบสถ์แห่งนี้เกิดขึ่นอย่างนั้นคือทำบาปที่นำสู่ความตายและพระเจ้าจะตรัสว่า “เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” อย่าคิดน้อยๆ! อย่าคิดว่าจะเกิดขึ้นไมได้! คริสตจักรทั้งเจ็ดในวิวรณ์สามบทแรกหายไปหมดแล้ว ไม่มีสัญญาณหรือสัญลักษณ์หรือร่องรอยหรือสิ่งประดิษฐ์ใด ๆ ของพวกเขาที่หลงเหลืออยู่ เราจะไม่รู้จักพวกเขา เลยถ้าชื่อของพวกเขาไม่ถูกบันทึกลงในวิวรณ์สามบทแรก สำหรับเราจะมีหมายสำคัญใดๆที่แสดงว่าคริสตจักรของเราจะอยู่รอดอย่างไรในอีกห้าสิบปีข้งหน้านับจากวันนี้? หรือไปตามที่พระเจ้าทรงตรัสมานานแล้วว่า "เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” นั่นเป็นเหตุผลที่คุณจะต้องอธิษฐานอย่างจริงจัง ถึง การ ฟื้นฟู! สำหรับเราการฟื้นฟูก็เพื่อความรอด หากไม่มีการฟื้นฟู คริสตจักรก็จะไม่มีการเป็นพยาน ทำไมถึงไปไกลจากตัวเมือง ทั้งที่อยู่แค่ตรงนั้น? ถ้าคริสตจักรนี้สูญเสียการมีชีวิตชีวาแล้ว (และไม่มีการฟื้นฟูแล้ว) เราก็ไม่มีอะไรพิเศษที่จะดึงดูดผู้คนได้อีก ... แล้วคริสตจักรก็จะเริ่มต้นตายไป

การฟื้นฟูจะมีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าคนหนุ่มสาวหลงไปทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้และนำไปสู่ความตายหรือไม่ อนาคตของคริสตจักรแห่งนี้อยู่ในมือของพวกคุณ! ถ้าคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ทำบาปที่ไม่อาจยกโทษให้ คริสตจักรก็ไร้ความหวังเกี่ยวกับงานนี้หรือพันธกิจทั่วโลกนี้! พระเจ้าโปรดช่วยให้เราด้วย!

ตอนนี้ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องง่ายที่จะทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้ สิ่งที่คุณทำคือการนั่งรออยู่แต่ในคริสตจักร ไม่สนใจถึงความรอด ได้เพียงแค่นั่งรอ ไม่นานท่านก็จะหลงไปทำบาปที่ไม่อาจยกโทษให้ – ไวและเร็วกว่าที่คุณคิด! มันง่ายกว่าที่คุณคิด! เร็วกว่าที่คุณจะมาคิดถึงสัญญาณแห่งความตาย มีผมหงอกเพียงแค่ไม่กี่เส้น ผมของคุณเริ่มร่วงบาง คุณเห็นตีนกาบนใบหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือสัญญาณแห่งความตาย มันเป็นศัตรูที่เลือกเย็นและตามอยู่ข้างหลังคุณ พระคัมภีร์กล่าวว่า "มีข้อกำหนดสำหรับมนุษย์ไว้แล้วว่าจะต้องตายหนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็จะมีการพิพากษาฉันใด" (ฮีบรู 9:27)

ในโลกอาหรับมีเรื่องเล่าถึงคนรับใช้คนหนึ่งในเมืองบาสรา วันหนึ่งเขาได้มาหาเจ้านายของเขาพร้อมกับบอกว่า "วันนี้ผมเห็นความตายอยู่บนถนนที่บาสรา ความตายก็ได้มองมาที่ผมด้วย เจ้านาย ขอฉันยืมม้าที่วิ่งเร็วที่สุดของท่านเพื่อให้ฉันสามารถหลบหนีไปยังกรุงแบกแดด" เจ้านายก็อนุญาติคนรับใช้ยืมม้าที่เร็วที่สุดของเขาไป - แล้วคนรับใช้จึงรีบหนีไปยังกรุงแบกแดดทันที วันถัดมาในขณะที่เจ้านายคนนั้นกำลังเดินไปตามถนนในเมืองบาสรา เขาก็ได้พบกับความตายที่นั่น เขาเดินขึ้นไปหามันและกล่าวว่า "ไอ้เจ้าความตาย เพราะอะไรเจ้าถึงทำให้คนรับของเรากลัวนักกลัวหนา?" ความตายจึงกล่าวว่า "ท่าน ข้าไม่ได้ทำให้เขาตกใจหรอก ข้าแค่รู้สึกประหลาดใจที่เห็นเขาเดินอยู่บนถนนในบาสราเท่านั้น แต่ท่านเห็นหรือเปล่าว่าวันพรุ่งนี้ ข้าจะไปพบเขาในกรุงแบกแดด!" นั่นคือวันเวลาแห่งความตายที่ถูกกำหนดให้กับคนๆหนึ่ง มันมีเวลาและมีสถานที่แน่นอนสำหรับคุณที่จะต้องตาย และพระเจ้าตรัสให้กับคุณแล้วว่า "เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” คุณได้ทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้

“เพราะฉะนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า ความผิดบาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างจะโปรดยกให้มนุษย์ได้ เว้นแต่คำหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงโปรดยกให้มนุษย์ไม่ได้” (มัทธิว 12:31)

บาปที่ว่า "จะไม่สามรถอภัยให้แก่คนได้" คืออะไรกันแน่? นั่นคือบาปที่ต่อต้านการเป็นพยานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่กล่าวถึงการช่วยกู้ของพระเยซู ตราบใดที่ไม่ว่าชายหรือหญิงปฏิเสธการเป็นพยานของพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ซ้ำๆ คนๆนั้นก็ได้ทำบาปที่ไม่อาจยกโทษให้ได้ บาปที่ไม่สามารถอภัยให้ได้คือการปฏิเสธการทรงเรียกของวิญญาณให้วางใจในพระเยซู ซึ่งกล่าวเอาไว้ในพระธรรมฮีบรูบทที่หก ตามที่นาย โพรมมี พึ่งอ่านสักครู่ที่ผ่านมา

เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนเหล่านั้นที่ได้รับความสว่างมาครั้งหนึ่งแล้ว และได้รู้รสของประทานจากสวรรค์ ได้มีส่วนในพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้ชิมความดีงามแห่งพระวจนะของพระเจ้า และฤทธิ์เดชแห่งยุคที่จะมา นั้นถ้าเขาเหล่านั้นจะหลงอยู่อย่างนี้ ก็เหลือวิสัยที่จะให้เขากลับใจเสียใหม่อีกได้ เพราะตัวเขาเองได้ตรึงพระบุตรของพระเจ้าเสียอีกแล้ว และได้ทำให้พระองค์ขายหน้าต่อธารกำนัล” (ฮีบรู 6:4-6)

ตอนที่เกิดอย่างนั้นให้กับคุณ “เหลือวิสัย...ที่จะให้ [คุณ] เขากลับใจเสียใหม่อีกได้” เป็นไปไม่ได้? พระเจ้าทรงตรัสว่า “เหลือวิสัย...ที่จะให้ [คุณ] เขากลับใจเสียใหม่อีกได้” ใช่! นั่นคือคำตรัสของพระเจ้าที่ว่า เหลือวิสัย มันเป็นบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้ และพระเจ้าก็ตรัสว่า “เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” ความผิดบาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างจะโปรดยกให้มนุษย์ได้ เว้นแต่คำหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงโปรดยกให้มนุษย์ไม่ได้” (มัทธิว 12:32)

มันเป็นการง่ายที่จะกระทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ ลูกพี่ลูกน้องของผมชอบขัยรถของเขากับเพื่อนไปเที่ยวโสเภณีที่ตีฮัวนา แต่เขาไม่ได้ตกนรกเพราะไปเที่ยวโสเภณีในติฮัวนา เขาเคยดื่มเบียร์หกแพ็คที่สนามหลังบ้านกับเพื่อนของเขา แต่เขาไม่ได้ตกนรกเพราะการดื่มเบียร์ เขายังทำบางอย่างที่ไม่ได้พูดที่นี่ แต่เขาไม่ได้ตกนรกเพราะทำสิ่งเหล่านั้น สาเหตุที่ตกนรกเพราะตั้งใจทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ นั่นคือที่พระเยซูทรงตรัสว่า “ความผิดบาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างจะโปรดยกให้มนุษย์ได้ เว้นแต่คำหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงโปรดยกให้มนุษย์ไม่ได้” (มัทธิว 12:31)

ลูกพี่ลูกน้องของผมบอกผมว่า ตอนที่ลูกชายของเขาเกิดมา เขาได้คุกเข่าอธิษฐาน ใช่และเขาเรียกตัวเองว่าเป็นแบพติสด้วย แม้ว่าเขาไม่เคยไปคริสตจักรเลย ตอนที่เขาบอกผมว่าเขาอธิษฐาน ผมขอเขาให้วางใจพระเยซูเพื่อรับเอาความรอด ผมไม่เคยลืมคำพูดของเขา เขาบอกว่า "โรเบิร์ต เรื่องอย่างนี้ตัวใครตัวมัน แล้วแต่ส่วนบุคคล" เขาหมายถึง "นั่นอาจดีให้กับคุณ แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน" ผมได้ยินเขาบอกอย่างนั้นทุกครั้งที่ผมประกาศพระคริสต์ให้เขา และเวลาที่เขามุ่งมั่นทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้

ไม่นานเขาก็เสียชีวิตในขณะที่มีอายุเพียงสี่สิบปีเท่านั้น พวกเขาขอร้องผมให้ช่วยทำพิธีศพของเขา ผมของเขายังไม่หงอก ใบหน้าของเขายังไม่มีตีนกา เขาเป็นคนหนุ่มที่ต้องลงไปที่นรก และเขาไปนรกเพราะเขามุ่งมั่นทำบาปที่ยกโทษให้ไม่ได้ และพระเจ้าตรัสว่า “ผู้ใดจะกล่าวร้ายบุตรมนุษย์จะโปรดยกให้ผู้นั้นได้ แต่ผู้ใดจะกล่าวร้ายพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงโปรดยกให้ผู้นั้นไม่ได้ทั้งโลกนี้โลกหน้า” (มัทธิว 12:32)

มีคนจำนวนมากไปร่วมงานศพของเขา เพราะตอนมีชีวิตเขาเป็นคนดี ผมเองก็ชื่นชอบเขาด้วย เขาเป็นเพื่อนผม เขาชอบหนังเรื่องตะวันตกมาก เขาดูหนังเรื่องนี้ทางทีวีทุกคืน เขาสามารถบอกคุณเกี่ยวกับปืนทุกกระบอกที่ใช้ในหนังเรื่องนี้ เขาสามารถบอกทุกอย่างเกี่ยวกับ ไวลด์บิล ฮิสคอก บิลลี่ เดอะคิด ดอก ฮอลิเดย์ จอห์น เวสลีย์ ฮาร์ดิน – และดาราทุกคนในหนังเรื่องตะวันตก ตอนที่ลูกชายของผมเกิดมา เราพาเด็กๆไปพบเขาด้วย เขาถามชื่อของพวกเขา ผมพูดว่า "หนึ่งในนั้นชื่อ จอห์น เวสลีย์ ไฮเมอร์ส" เขารีบวิ่งไปที่ห้องถัดไปและโทรหาเพื่อน ผมได้ยินเขาพูดว่า "สาบานต่อพระเจ้า โรเบิร์ตตั้งชื่อลูกชายของเขาตามมือปืนในหนัง – จอห์น เวสลีย์ ฮาร์ดิน!” ความจริงเขาไม่รู้ว่า จอห์น เวสลีย์ เป็นชื่อของนักทเทศน์ผู้ยิ่งใหญ่! สำหรับผมแล้วลูกพี่ลูกน้องของผมคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่งแต่ก็ต้องลงไปนรก ตอนที่ผมเทศนาในงานศพของเขา ผมไม่สามารถให้ความหวังให้กับครอบครัวและเพื่อนของเขาเลย! เพราะไม่มีสักคำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับความหวังเลย! เพราะเขาไปในสถานที่ๆไม่มีความหวังเลย

เดินท์ อาไรฮีรี (1265-1321)ในหนังสือที่มีชื่อเสียงของเขาเกี่ยวกับนรก กล่าวว่ามีป้ายอยู่เหนือประตูทางสู่นรกกล่าวว่า "ท่านทั้งหลายที่เข้ามาทางนี้จงละทิ้งความหวังเสีย" ลูกพี่ลูกน้องของผมทำบาปที่อภัยให้ไม่ได้ ตอนพระวิญญาณบริสุทธิ์พูดในใจของเขาเกี่ยวกับพระเยซู เขาบอกว่า "ไม่" และพระเจ้าตรัสว่า “เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” ความผิดบาปและคำหมิ่นประมาททุกอย่างจะโปรดยกให้มนุษย์ได้ เว้นแต่คำหมิ่นประมาทพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงโปรดยกให้มนุษย์ไม่ได้” (มัทธิว 12: 31-32)

ในนรกจะไม่มี "โอกาสครั้งที่สองอีก" ปัญญาจารย์ 11: 3 กล่าวว่า "ถ้าต้นไม้ล้มลงทางใต้หรือทางเหนือ มันล้มลงตรงไหน มันก็นอนอยู่ตรงนั้น" นิสัยของมนุษย์มักจะโยกย้ายไปตามความคิดและนิสัยของคนในครอบครัว คนนี้ในปีนี้และปีหน้าเป็นอย่างไรนานไปก็ยิ่งเป็นอย่างนั้น วันเวลาผ่านไปเขาก็จะติดอยู่ตรงนั้น มันกลายเป็นตกผลึก สุดท้ายก็จะแข็งเหมือนปูนซีเมนต์

ผมชอบฟัง ดร. ดับบลิว เอ คริสเวลล์ อยู่เสมอ ท่านเคยดำรงตำแหน่งเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรแบ๊บติสที่หนึ่งดัลลัส รัฐเท็กซัสมานานกว่าห้าสิบปี ผมได้ยินท่านเทศนาตอนยังเป็นวัยหนุ่มและทาผมสีแดง ผมได้ยินท่านเทศน์ตอนที่ท่านแก่และผมก็สีขาวบริสุทธิ์ ท่านเป็นนักเทศน์ในดวงใจของผม ผมจะเล่าสั้นๆเกี่ยวกับท่านให้กับพวกคุณ

ท่านกล่าวว่าตอนที่ยังเป็นศิษยาภิบาลหนุ่มอยู่นั้น มีมัคนายกคนหนึ่งบอกเขาให้ไปเยี่ยมสมาชิกของคริสตจักรคนหนึ่งที่เป็นอัมพาต ดร. คริสเวลล์ กล่าวว่า

ตอนผมเดินเข้าไปในบ้านของเขา ภรรยาของเขาบอกว่า "เขาอยู่ในห้องนอน" ผมยืนอยู่และมองไปที่เขาที่นอนอยู่บนเตียง ผมพูดว่า "ผมคือศิษยาภิบาลคนใหม่ ... ผมมาพบคุณ" เขากล่าวว่า "แย่มาก!" ผมพูดว่า "ผมขอโทษที่คุณต้องเป็นอัมพาตและไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้" เขาได้แต่กล่าวว่า "แย่มากๆ! "ผมพูดว่า" ข้างนอกบ้านสวยงามมาก ผมหวังว่าคุณจะสามารถออกไป "เขากล่าวว่า" แย่มาก!" หลังจากนั้น ผมได้แต่คิดว่าเขาคงตะโกนได้แค่ "แย่มากๆ!" ผมผิดหวังที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ผมลุกขึ้นและกำลังจะอธิษฐานเผื่อเขา แต่เขาคิดว่าผมกำลังจะกลับบ้าน เขายกมือบอกว่า "แย่มาก! "แย่มาก! "แย่มาก! "แย่มาก! "แย่มาก! "แย่มาก!" ภรรยาของเขาบอกผมว่า "อาจารย์ เขาอยากให้ท่านอธิษฐานเผื่อ" ผมบอกเธอว่าผมยินดีที่จะอธิษฐาน ผมจึงคุกเข่าลงบนเตียงและเริ่มอธิษฐาน "โอพระเจ้าในสวรรค์ โปรดเมมตาผู้ชายคนนี้ที่มีอาการป่วยหนัก" เขาร้องไห้ออกมาว่า "แย่มาก!" ผมบอกว่า "พระเจ้าทรงทำให้เขาลุกเดินได้" เขาร้องไห้ "แย่มาก!" ระหว่างอธิษฐานนั้น เขาจะพูดว่า "แย่มาก" ท้ายสุดในคำอธิษฐานของผม กล่าวว่า "อาเมน" เขากล่าวว่า "แย่มาก" ตอนผมยืนขึ้นแล้วก็กล่าวว่า "ขอพระเจ้าอวยพรคุณ" เขากล่าวว่า "แย่มาก!" ตอนผมเดินไปที่ประตู ผมหันไปรอบ ๆ และกล่าวว่า "ลาก่อน" - เขากล่าวว่า "แย่มาก!" ตอนผมกลับไปยังในเมือง ผมเห็นมัคนายกและบอกเขาว่าผมไปดูชายที่เป็นอัมพาตแล้ว เขาบอกผมว่า "โอ้ฉันลืมบอกคุณไป เขามีนิสัยชอบพูดภาษาสแลง เขาใช้ภาษาสแลงให้กับภรรยาตลอด ตอนที่เขาเป็อัมพาต เขาลืมภาษาทั้งหมดยกเว้นแต่คำนั้น" ผมพูดว่า" คุณไม่จำเป็นบอกผมว่าคำนั้นคืออะไร คือคำว่า 'แย่มาก!” หนึ่งในลักษณะที่แท้จริงของชีวิตที่ผมรู้คือ: สิ่งที่คุณทำและสิ่งที่คุณพูดท้ายสุดก็จะกลายเป็นตัวของคุณ มันตกผลึกในนิสัยของคุณและในจิตวิญญาณของคุณ (“What a Saviour” by W. A. Criswell, Ph.D., Broadman Press, 1978, pages 41, 42)

ตอนที่ผมขอร้องลูกพี่ลูกน้องของผมให้วางใจในพระเยซู เขาจะพูดว่า "นั่นเป็นเรื่องส่วนบุคคล โรเบิร์ต" ผมขอร้องเขาหลายครั้งและแต่ละครั้งที่เขาก็มักพูดว่า "เป็นเรื่องส่วนบุคคล โรเบิร์ต" นั่นคือคำพูดของเขาที่ใช้แก้ตัวให้กับตัวเอง เขาไม่เคยรู้สึกผิดที่ไม่วางใจพระเยซู นั่นจึงเป็นอะไรที่ไม่จำเป็นให้กับเขา เขาบอกว่า "ไม่" ทุกครั้งที่ผมบอกเขาถึงพระเยซูคริสต์ เวลาคุณพูดกับคนๆหนึ่งว่า "คุณจะวางใจพระเยซูหรือไม่?" คนนั้นก็จะพูดว่า "ไม่" คุณอาจจะพูดว่า "คุณจะมาที่พระเยซูหรือไม่?" เขาจะพูดว่า "ไม่" คุณพูดว่า "ท่านจะไม่วางใจพระผู้ช่วยให้รอดตอนนี้หรือไม่" เขาจะพูดว่า "ไม่" สุดท้ายคำว่า "ไม่" จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในนิสัยของคนๆนั้น ใจของเขาจะปฏิเสธภายอยู่ภายในตัวเองว่า – ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่! จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตตามที่เขาพูด เขาก็คิดไม่ถึงว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คำว่า "ไม่" จะใหญ่มากอยู่ในตัวคุณ คำว่า “ไม่” กลายเป็นตัวแทนแห่งความคิดในใจของเขาโดยธรรมชาติ ทุกอย่างคือ "ไม่" เขาทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้ เขาไม่สามารถหยุดที่จะพูดว่า "ไม่" ให้กับพระเยซู "ถ้าต้นไม้ล้มลงทางใต้หรือทางเหนือ" “เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” “ผู้ใดจะกล่าวร้ายบุตรมนุษย์จะโปรดยกให้ผู้นั้นได้ แต่ผู้ใดจะกล่าวร้ายพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงโปรดยกให้ผู้นั้นไม่ได้ทั้งโลกนี้โลกหน้า” นั่นคือบาปที่ไม่อาจยกโทษให้ได้! นั่นคือบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้!

ถ้าจิตวิญญาณของเราไม่ได้เป็นอัมพาต เราสามารถเลือกวันและชั่วโมงที่เราจะรอดได้ แต่เหมือนยิ่งวันเวลาผ่านนานไปความคิด จิตวิญญาณ และใจของเราก็จะแข็งเหมือนดั่งซีเมนต์ สุดท้ายคือมนุษย์ไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันออกไปได้ แต่ต้องถูกย้ายโดยพระเจ้าเท่านั้น ความพฤติกรรม ชีวิต จะปิดผนึกตลอดไป! นั่นคือบาปที่ยกโทษให้ไม่ได้! นั่นคือบาปที่อภัยให้ไม่ได้!

จะเหมือนกันกับคนที่เรียกร้องความรู้สึกบางอย่างหรือหลักฐานบางอย่างเพื่อพิสูจน์ถึงความรอด คุณสามารถอธิบายให้เขามองไปที่พระเยซู แต่เขาดูเหมือนจะถามหาความรู้สึกแทน อยู่แต่ภายนอก- ไม่ว่าสิ่งที่คุณบอกเขา เขาชอบมองหาความรู้สึก และหลักฐานมาพอสูจน์เรื่องความรอด ในที่สุดก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในธรรมชาติมากและนิสัยของคนๆนั้น คุณพยายามบอกเขาให้วางใจในพระคริสต์ – และเขาจะมองหาแต่ความรู้สึก

คุณถามเขาว่า คุณจะวางใจพระเยซูหรือไม่ และเขากล่าวว่า “ไม่” ผมเคยเห็นคนเช่นนี้มานับไม่ถ้วน ครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า – จนในที่สุดมันก็กลายเป็นนิสัยติดตัวจนไม่สามารถหลุดออกไปได้! มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติในพวกเขา พวกเขาไม่สามารถวางใจพระเยซูอีกต่อไป ไม่ว่าจะพูดอะไรให้กับพวกเขา

ผมจำได้ว่า ถ้าย้อมกลับไปในช่วงปลายปี 1940 เรามีเครื่องเล่นแผ่นเสียงเก่าเครื่องหนึ่ง และบันทึกได้น้อยมาก หนึ่งในแผ่นเสียงเหล่านั้นเป็นของ วูดดี้ วูดเพคเกอร์ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั่นคือเพลงของ วูดดี้ วูดเพคเกอร์" เราเปิดหลายครั้ง ในร่องเสียงจะถูกใส่เข้าเป็นส่วนหนึ่งในร่องบันทึก เมื่อเข็มปะทะกับร่องมันก็จะเล่นไปมาอยู่อย่างนั้น – “"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันจะทำให้คุณเพลิดเพลินไปด้วย! นั่นคือสิ่งที่ผมได้ยินจากพวกคุณบางคนในห้องอธิษฐาน เวลาผมถามว่า "คุณจะวางใจพระเยซูหรือไม่?" คุณพูดว่า "ใช่" ผมพูดว่า "งั้งคุกเข่าลงและวางใจในพระองค์" ผมรอสองสามนาทีแล้วก็บอกให้คุณนั่งบนเก้าอี้ แล้วมาถามว่า "คุณวางใจพระเยซูแล้วหรือยัง?" คุณตอบว่า "ไม่" พูดไปมาอย่างนั้น แล้วพูดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนอย่างเพลง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฮ่าฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ใจของคุณแข็งเหมือนปูน เพื่อนๆของผม คุณกำลังตกอยู่ในอันตราย นั่นคือกำลังทำบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้ จากนั้นพระเจ้าจะตรัสว่า “เราจะไม่ผ่าน [เขา] อีกต่อไป” "เขาจะไม่ได้รับการให้อภัย ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกที่จะมา" นั่นคือบาปที่ไม่สามารถยกโทษให้ได้! นั่นคือบาปที่ไม่อาจอภัยให้ได้!

คนที่บอก "ไม่" ให้กับพระเยซูต้องการอะไร? ใช่หรือเปล่าว่าเขาต้องการฟังเทศนาอีกครั้งหนึ่ง? ไม่ใช่ หรือว่าเขาต้องการอธิบายให้อีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ อะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ? เขาต้องการอยู่หนึ่งสิ่ง – การเคลื่อนออกไป การตอบสนอง การวางใจในพระผู้ช่วยให้รอด แล้วก็ปล่อยให้อยู่ตรงนั้น – ให้กับพระช่วยให้รอด! พระเยซูตรัสว่า "ผู้ที่มาหาเราเราจะไม่ทิ้งเขาเลย" (ยอห์น 6:37) อาเมน จงมาหาพระองค์ วางใจในพระองค์ ปล่อยให้อยู่ตรงนั้น ปล่อยมันให้กับพระเยซู พระองค์จะไม่ทอดทิ้งคุณออก! พระองค์จะทำทุกอย่างให้คุณ พระองค์จะชำระบาป ของคุณ พระองค์จะทำให้คุณชอบธรรม คุณอาอจะไม่ "รู้สึก" แต่คุณก็ไม่จำเป็นด้วย เพราะพระองค์ทรงทำให้คุณ จงวางใจพระเยซูและรับการชำระบาปโดยโลหิตอันมีค่าที่หลั่งบนไม้กางเขน! ดร. ชานกรุณานำเราอธิษฐาน อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย นาย อาเบล พรูมโหมมี: ฮีบรู 6:4-6.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“If You Linger Too Long” (by Dr. John R. Rice, 1895-1980).