Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ทำไมอเมริกาถึงไม่อยู่ในการทำนายของพระคัมภีร์
(บทเทศนาในวันอาทิตย์ตอน “ชีวิตที่ถูกต้อง)

WHY AMERICA IS NOT IN BIBLE PROPHECY
(A SERMON PREACHED ON “RIGHT TO LIFE” SUNDAY)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 18 เดือนมกราคม ค.ศ. 2015 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, January 18, 2015

“แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า วันสิ้นสุดมาถึงอิสราเอลประชาชนของเราแล้ว เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า ในวันนั้น เสียงเพลงในพระวิหารจะเป็นเสียงร่ำไห้ จะมีศพมากมายทุกแห่งทิ้งไว้เงียบๆ” (อาโมส 8:2-3)


“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” ดร. ซื เฮช เกล์ กล่าวว่านั่นหมายถึง "จะผ่านคนใดคนหนึ่งไปโดยที่ไม่มีการเตือน ไม่มองไปที่ความผิดของเขาหรือลงโทษเขา" (Keil และ Delitzsch) แต่ ดร. จอห์น กิลล์ อธิบายออกมาในความหมายเกี่ยวกับการพิพากษา "ตอนนี้ถึงวาระสุดท้ายของพวกเขา" (John Gill) ดร. ชาร์ลส์ จอห์น เอลลิคอ เพิ่มเติมว่า "จะมาในเวลาดูเหมือนว่าการอธิษฐานนั้นไม่มีประโยชน์ การขัดขวางต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามเวลานั้นความรักหรือกระตือรือร้นที่มีก็จะสายเกินไป ประตูแห่งความเมตตาถูกปิดลง" (Ellicott’s Commentary on the Whole Bible) และแมทธิว เฮนรี่ นำข้อนี้ไปประยุกต์ใช้ดังนี้ "ความอดทนของพระเจ้าที่ต่อต้านบาปนานๆนั้น จะ...ทำบาปต่อไป และเวลาจะมาถึงเมื่อผู้ที่มีชีวิตจะไม่มีชีวิตอีกต่อไป จิตวิญญาณของเราจะไม่พยายามอีกต่อไป หลังจากนั้นวันแห่งการลงโทษการจะมา" (Matthew Henry’s Commentary)

อาโมสกล่าวว่ากษัตริย์เยโรโบอัมจะสิ้นพระชนม์ด้วยดาบ และชนชาติอิสราเอลจะตกไปเป็นเชลยและเป็นทาสในอัสซีเรีย อาโมสกล่าวว่าพระเจ้าทรงตรัสให้กับเขาว่า "เราจะไม่ผ่านเขาไปอีก" นั่นคืออย่างนั้น! ผ่านพวกเขาไปแล้ว! มันก็สายเกินไปที่จะกลับใจแล้ว! สายเกินไปที่จะอธิษฐาน! สายเกินไปที่จะช่วยกู้ชนชาติอิสราเอล! การพิพากษาของพระเจ้าคือครั้งสุดท้าย –

“พระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า วันสิ้นสุดมาถึงอิสราเอลประชาชนของเรา...เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” (อาโมส 8:2)

ข้อนี้สามารถนำไปใช้ได้สองทาง ประการแรก ใช้ให้กับชนชาติใดชนชาติหนึ่งใช้ให้กับชนชาติอิสราเอล พระเจ้าตรัสว่า

“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย”

ประการที่สองประยุกต์ใช้ให้กับส่วนบุคคล ให้กับอเมสิยาห์ผู้เป็นปุโรหิตปลอมที่คอยต่อต้านอาโมส พระเจ้าตรัสว่า "ตัวท่านเองจะสิ้นชีวิตในแผ่นดินที่ไม่สะอาด และอิสราเอลจะต้องตกไปเป็นเชลยห่างจากแผ่นดินของตนเป็นแน่” (เอมัส 7:17) นั่นคือการพิพากษาให้กับประเทศชาติ - และการพิพากษาให้กับส่วนบุคคลด้วย

“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย”

I. ประการแรก พระธรรมข้อนี้ประยุกต์ให้กับประเทศอเมริกาและประเทศตะวันตก

“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” (อาโมส 8:2)

บางคนพูดว่า "ดร. ไฮเมอร์ส คุณแน่ใจแล้วหรือ? "ใช่ ผมมั่นใจ! เราได้กระทำบาป และอยู่ห่างจากพระคุณและเราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย ผมรู้สึกแน่ใจว่าจะต้องเกิดขึ้นให้กับอเมริกา!

ผมได้อ่านบทความที่เขียนโดยแบ๊บติสต์อิสระท่านหนึ่ง เขาเป็นคนที่ฉลาด ท่านกล่าวหลายได้อย่างถูกต้อง บางครั้งท่านมีความคิดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ แต่เขาผิดตรงที่เอาอเมริกาไปเปรียบเทียบกับประเทศตะวันตกอย่างประเทศอังกฤษก่อนยุคการฟื้นฟูใหญ่ ผมกำลังตอบเขา เพราะว่าเขาให้ความหวังผิดๆอย่างที่ผมได้ยินคนอื่นให้กัน - และจำเป็นที่จะต้องตอบความหวังที่ผิดนี้ – เงื่อนไขบาปในประเทศอังกฤษนั้นไม่ได้หยุดการฟื้นฟูใหญ่ (ฟื้นฟูเวสลีย์ / ไวท์ฟิลด์) ดังนั้น (เขาให้เหตุผล) ว่าบาปของอเมริกาและประเทศตะวันตกจะไม่หยุดพระเจ้าให้ส่งการฟื้นฟูให้กับประเทศของเราและพันธมิตรของเราบล็อคชาวแบ๊บติสจบบทความของเขาโดยกล่าวว่า "ให้เราอธิษฐานและทำงานไปจนถึงสุดท้ายและวิงวอนพระเจ้าให้นำ [การฟื้นฟู] ลงมา"

สำหรับผมนี่เป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ ทั้งชีวิตของผมได้ยินแต่เรื่องอย่างนี้ ผมเชื่อว่าเขาไม่จริงจัง หรอก เขาบอกว่าให้อธิษฐาน เขายินดีที่จะอธิษฐานตลอดทั้งคืนเหมือนอย่าพวกเมโทดิสยุคแรกหรือเปล่า? คริสตจักรของเขาจะทำเช่นนั้นหรือเปล่า? เขาทราบหรือเปล่าว่ามีคริสตจักรอื่นทำเช่นด้วยหรือไม่? พวกเขาอดอาหารและอธิษฐานเหมือนไวท์ฟิลด์และคนของเวสลีย์หรือไม่? คริสตจักรของเขาถูกเรียกว่าพวกอดอาหารหรือไม่? เขารู้ได้อย่างไรกันว่ายังมีคริสตจักรอื่นที่อดอาหาร? เขาเคยเทศนาต่อต้าน "การตักสินใจนิยม" และกล่าวอย่างชัดเจนว่าพวกแบ็บติสต์อิสระส่วนใหญ่ยังหลงหาย และไม่เคยกลับใจใหม่ และไม่เคยบังเกิดใหม่อีกครั้ง – เหมือนอย่างที่ไวท์ฟิลด์และเวสลีย์ทำกับสมาชิกในคริสตจักรหรือไม่? แล้วศิษยาภิบาลของเขาทำเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า? เขารู้หรือเปล่าวามีพวกแบ๊บติสอิสระหรือศิษยาภิบาลแบ๊บติสใต้ ใครล่ะที่ทำเช่นนั้น? เขารู้หรือเปล่าว่ามีศิษยาภิบาลสักคนหนึ่งที่เต็มใจจะปิดคริสตจักรของเขาลง เหมือนเวสลีย์และไวท์ฟิลด์เป็นกัน? เขารู้หรือเปล่าว่ายังมีศิษยาภิบาลคนทำอย่างนั้นด้วย? ตัวเขาเองเป็นอย่างนั้นด้วยหรือเปล่า? ทุกวันนี้นี่คือการเทศนาที่ควรต้องมีในการฟื้นฟูจริง เขารู้ว่ามีนักเทศน์คนอื่นๆทำเช่นนั้นด้วยหรือไม่? อย่าบอกผมถึงพอล วอเชอร์! การเทศนาของเขายังไม่ได้ครึ่งตามที่ต้องการ!

แล้วเพื่อนบล็อกเกอร์ของเรากล่าวว่า "ขอให้เราอธิษฐานและทำงานจนถึงสุดท้าย" [ฟื้นฟู] งานอะไรที่อยู่ในใจของเขา? ความจริงอย่างหนึ่งที่ เจอรี่ ฟาเวลล์ กล่าวเอาไว้ เจอร์รี ฟาเวลล์กล่าวว่า "การทำแท้งเป็นบาประดับชาติในอเมริกา" ใช่ เจอร์รี ฟาเวลล์ กล่าวถูกต้องทีเดียว! แน่นอนนายบล็อกเกอร์กพูดว่า "ทำงานให้ถึงที่สุด" นั่นรวมถึงการทำงานที่รวมถึงการหยุดฆ่าทารกในครรภ์! คุณเคยทำแบบ "ทำให้ถึงที่สุด" อย่างท่านบล็อกเกอร์กหรือไม่? คุณรู้หรือเปล่าว่ามีผู้รับใช้คณะแบ๊บติสต์ที่ได้เคยทำแบบ "ทำให้ถึงที่สุด?" คุณเคยรู้หรือเปล่าว่ามีผู้รับใช้คริสตจักรแบ๊บติสใต้คนไหนที่จบการเทศนาโดยกล่าวถึงคลินิกทำแท้ง? คุณรู้หรือไม่วามีคนที่ "ทำให้ถึงที่สุด"? ผมไม่เคยเห็นเลย คริสตจักรของเราปิดคลินิกทำแท้งสองแห่งในเมือง ลอสแอนเจลิส ทั้งสองแห่งที่เราปิดนี้มันถูกต้องตามกฎหมายด้วย! ถ้าครึ่งหนึ่งของคริสตจักรแบ๊บติสในอเมริกาปิดคลินิกทำแท้งสักสองแห่ง การทำแท้งน่าจะสูญหายนานมาแล้ว ผู้ช่วยศิษยาภิบาลของเราคือ ดร. คาเกน ท่านคุ้นเคยกับคาทอลิกหลายร้อยคน ในขณะที่ตำรวจที่นั่นกลับคุกคามเรา และขี่ม้าถือกระบองในมือเดินไปมารอบตัวเราในขณะที่เรากำลังประท้วงเรื่องการทำแท้ง แบ็บติสต์อยู่ที่ไหนทำเหมือน นาย บล็อกเกอร์? ผมไม่เคยเห็นใครเลย! ผมแค่เห็นแม่ชีผู้สูงอายุและคนหนุ่มสาวจากโรงเรียนคาทอลิกบางแห่งเท่านั้น นักเทศน์แบ๊บติสอยู่ที่ไหน? พวกผู้หญิงแบ๊บติสที่สอนระวีในวันอาทิตย์อยู่ที่ไหนกันหมด? ผู้หญิงแบ๊บติสวัยกลางคนที่ทำงานในคริสตจักรและเป็นเจ้านายนักเทศน์ของเรา พวกเขาอยู่ที่ไหน? ผมไม่เห็นพวกเธอสักคน! พวกเธอไม่สนใจ? ไม่ ผมไม่คิดว่าพวกเธอจะทำ! พวกนั้นทุกคนไม่เหมือนพวกผู้หญิงของเวสลีย์ในยุคการฟื้นฟูใหญ่

ขาวอเมริกาฆ่าทารกหนึ่งล้านคนในทุกปี! เราได้ฆ่าทารก 57 ล้านนับตั้งแต่ ไข่โวล เวด ในเดือนมกราคมปี 1973 ณ ตอนนี้เลือดหยดลงจากมือของ “คริสเตียน” ชาวอเมริกัน เราปล่อยให้พวกเขาฆ่าทารก57 ล้านคน ในขณะที่เรานั่งอยู่ในคริสตจักรที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบายดี เราพูดกันอย่างห้าวหาญ! แต่เราอยู่ที่ไหนล่ะตอนที่ทารก 57 ล้านถูกฆ่าตาย? เราอยู่แบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้ โจเอล ออสติน ยิ้มพูดคุยโอ้อวดสร้างแรงบันดาลใจว่าคนเหล่านั้น "รอดแล้ว" - เพราะเขาพูดหว่านล้อมอย่างที่เรียกว่า "การอธิษฐานของคนบาป" หลังจากที่เขาเล่าตลกสองสามเรื่อง คนก็หัวเราะ แต่เรื่องตลกที่อยู่ในเรา! ไม่มีใครรอดเลย! ไม่มีใคร! ไม่มีใคร! ไม่มีใคร! ไม่มีใคร! ไม่มีใคร! ไม่มีใคร! การเทศนาแบบนั้นไม่ได้ช่วยให้ประเทศชาติของเราหรือคนของเรากลับใจใหม่! และในขณะนี้ก็ไม่ได้! ดร. เอ ดับบริว โทเซอร์ กล่าวว่า "การฟื้นฟูอย่างกว้างขวางของคริสเตียนในอเมริกาในทุกวันนี้ อาจพิสูจน์ได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางด้านศีลธรรม อย่างที่เราไม่เคยเห็นในร้อยปีที่ผ่านมา" (A.W. Tozer, D.D., Keys to the Deeper Life, Zondervan Publishing House, 1957, p. 12)

“แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า วันสิ้นสุดมาถึงอิสราเอลประชาชนของเรา... เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” (อาโมส 8:2)

นั่นคืออีกสาเหตุที่ประเทศชาติของเราไม่เหมือนประเทศอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 - ไม่เหมือนเลย! คนในสหราชอาณาจักรเคร่งครัดมากกว่าอย่างที่เราเป็น! แม้กระทั่งคนงานในเหมืองถ่านหินและเกษตรกรยังไปไกลกว่าพวกเราอีก แม้แต่คนที่ไม่สามารถอ่านยังสามารถฟังกาเทศนาที่ซับซ้อนของไวท์ฟิลด์และเวสลีย์และเข้าใจ! คนของเราสามารถนั่งฟังการเทศนาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับสิ่งเลวร้ายทั้งหมดเช่นนี้หรือไม่? พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางหิมะในทุกเช้าตอนตี 5:00 เพื่อฟังการเทศนา! คนของเราทำอย่างนั้นมั้ย? ไม่มีเลย ไม่มีใครเลย! คนของเราชอบแบบสนุกสนานตามอารมณ์ โดยการเล่นวิดีโอเกมที่มีแต่เรื่องรุนแรงและลามก มีแต่รายการโทรทัศน์ที่ได้แต่ฆ่านองเลือดและสกปรก มีทั้งยาเสพติดและภาพยนตร์ลามกอนาจารที่ล้วนเป็นของซาตาน พวกที่อาศัยใประเทศอังกฤษไม่มีใครสักคนเลยที่เป็นแบบเวสลีย์! อังกฤษในยุคของเวสลีย์นั้นไม่มีการหย่าร้าง สถาบันครอบครัวนั้นสมบูรณ์แบบและมีเสถียรภาพไม่แตกแยกเหมือนพวกเราในทุกวันนี้ ลองมองไปที่รัฐบาลของเราแล้วเปรียบเทียบกับพวกเขา ประเทศของพวกเขาปกครองโดยคนที่มีเหตุผลและคนดีอยู่ในรัฐสภา แม้ว่าบางคนไม่ใช่คริสเตียนก็ตาม อย่างน้อยก็ได้รับอิทธิพลด้านศีลธรรมจากคริสเตียน ประเทศของเรานำโดยคนที่ขี้ขลาดอ่อนแอและไม่มีมาตรฐานทางด้านจริยธรรมคริสเตียน อังกฤษในยุคของเวสลีย์นั้นพวกเขาไม่อนุญาตไม่มีการบิดเบือนทางเพศ จำเป็นที่ผมต้องพูดมากกว่านี้อีกมั้ย? แล้วศาสนาของพวกเขาล่ะ? ใช่ อังกฤษในยุคของเวสลีย์ส่วนใหญ่นับถือศาสนา ผู้รับใช้เกือบทั้งหมดยังไม่ได้กลับใจใหม่ แต่ - และนี่ใหญ่มาก "แต่" - "การตักสินใจนิยม" คนพวกนี้ไม่คิดว่าพวกเขากลับใจใหม่ อย่างน้อย 75% คนของเราทำกัน พวกเขาคิดแต่ว่าจะสามารถรับความรอดโดยเพียงกล่าวพึมพำตามคำไม่กี่คำที่เรียกว่า "บทอธิษฐานของคนบาป" คนบาปรู้ดีว่าพวกเขาไม่ใช่คริสเตียนและพวกเขาก็ไม่เคยสมมุติว่ารอดแล้วอย่างที่เราทำกัน นอกจากนี้ ตอนพวกเขามาคิดเกี่ยวกับการกลับใจใหม่ พวกเขาคิดว่าเหมือนกับที่ จอห์น บันยันเคยทำ - ในหนังสือที่เป็นที่นิยมมากของเขา "พระคุณใหญ่หลวงให้กับหัวหน้าของคนบาป" และ "ความคืบหน้าของผู้แสวงบุญ" ความคิดที่ว่าพวกเขาได้กลับใจใหม่เป็นของโปริตาน - ตัดสินและชำระ - ไม่ใช่เป็น "อ้าปากค้างเลอะเทอะ"!

นอกจากนี้พวกเขาทั้งหมดมีพระคัมภีร์เล่มเดียวกันนั่นคือฉบับคิงเจมส์ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สับสนเกี่ยวกับระบบการแปลที่แตกต่างกัน มีเพียงแต่เล่มที่ขึ้นตรงต่อฉบับภาษากรีก และไม่ได้รับอิทธิพลจากพวกจีนอสติส เหมือนอย่างพระคัมภีร์ที่เรามีอยู่ในทุกวันนี้ และไม่มีการห้ามไม่ให้ใช้ฉบับคิงเจมส์ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เพราะพวกเขาเชื่อว่าพระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า แม้แต่กษัตริย์ จอร์จ ที่สอง (1727-1760) พระองค์เองยังว่าพระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้า! อย่าห้ามไม่ใช้พระคัมภีร์ในโรงเรียน หนุ่มสาวทุกคนต่างรู้เรื่องราวในพระคัมภีร์ นอกจากนี้พระคัมภีร์ไม่ได้ถูกห้ามในมหาวิทยาลัย ในศาล หรือตามรัฐบาลพลเรือนเหมือนในประเทศของเรา แทนที่จะห้ามพระคัมภีร์พวกเขากลับยืนยันและมีการรับรอง ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้บังเกิดใหม่เป็นคริสเตียน ทุกคนต่างทำงานและเชื่อยึดถือในจริยธรรมที่สอนในพระคัมภีร์ ตอนนี้งานที่ยากคือการหมิ่นและดูถูกอย่างที่เรียก "จรรยธรรมการทำงานโปริตาน" ราวกับว่ามันเป็นคำสอนที่เลวร้าย ตั้งแต่ที่พวกเขาทั้งหมดไม่ว่าจะทำงานหรืออดอาหาร ต่างไม่มีใครมีเวลาทำอย่างที่พวกเราทำกัน พวกเขาไม่มีเวลาฝึกสมาธิเหมือนอย่างพุทธศาสนานิกายเซนหรือความเชื่อลึกลับของชาติตะวันออก นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักที่แสดงว่ามีน้อยนักของคนเหล่านี้ที่ถูกปีศาจเข้าสิง – นั่นค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นพัน (ถ้าไม่ใช่ล้าน) ของคนของเราที่อยู่ภายใต้การควบคุมของวิญญาณชั่ว

นาย บล็อกเกอร์ ผิดตรงที่นำคนของเราไปเปรียบเทียบให้กับผู้ที่อยู่ในประเทศอังกฤษก่อนที่จะมีการฟื้นฟูภายใต้การนำของไวท์ฟิลด์และเวสลีย์ มันอาจจะใกล้ความจริงถ้านำคนอเมริกันไปเปรียบเทียบกับผู้ที่อยู่ในสมัยของโนอาห์! นั่นไม่ถูกต้องตามที่พระเยซูคริสต์ทรงตรัสเกี่ยวกับคนรุ่นนี้อย่างงั้งหรือ? พระคริสต์กล่าวว่า

“ด้วยสมัยของโนอาห์เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้นด้วย เพราะว่าเมื่อก่อนวันน้ำท่วมนั้น คนทั้งหลายได้กินและดื่มกัน ทำการสมรสและยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันที่โนอาห์เข้าในนาวา และน้ำท่วมได้มากวาดเอาพวกเขาไปสิ้น โดยไม่ทันรู้ตัวฉันใด เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นฉันนั้นด้วย” (มัทธิว 24:37-39)

พระคริสต์ไม่ได้เปรียบเทียบรุ่นของราให้กับคนในอังกฤษในศตวรรษที่ 18! พระองค์เปรียบเทียบรุ่นของเราให้กับประชากรในวันยุคของโนอาห์

“และพระเจ้าทรงเห็นว่าความชั่วร้ายของมนุษย์มีมากบนแผ่นดินโลก และเค้าความคิดทุกอย่างแห่งความคิดทั้งหลายในใจของเขาล้วนแต่ชั่วร้ายอย่างเดียวเสมอไป และพระเยโฮวาห์ทรงโทมนัสที่พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์บนแผ่นดินโลก และกระทำให้พระองค์ทรงเศร้าโศกภายในพระทัยของพระองค์” (ปฐมกาล 6:5-6)

“และพระเจ้าตรัสแก่โนอาห์ว่า “ต่อหน้าเราบรรดาเนื้อหนังก็มาถึงวาระสุดท้ายแล้ว เพราะว่าแผ่นดินโลกเต็มไปด้วยความอำมหิตเนื่องจากพวกเขา และดูเถิด เราจะทำลายพวกเขาพร้อมกับแผ่นดินโลก” (ปฐมกาล 6:13)

บล็อคเกอร์เพื่อนของเรากล่าวว่า "นั่นคือความหวัง ... อย่างที่พระเจ้าทรงช่วยอังกฤษรอดพ้นจากการล่มสลายในจิตวิญญาณและในศีลธรรม ... ผ่านทางการฟื้นฟูในฝ่ายจิตวิญญาณภายใต้การนำของ จอร์จ ไวท์ฟิลด์ จอห์นและชาร์ลส์ เวสลีย์ พระเจ้าก็ทรงสามารถทำสิ่งเดียวกันอีกครั้งในวันของเรานี้" ท่านพูดถูกตอนที่บอกว่าพระเจ้าสามารถทำเช่นนั้นอีกครั้งหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่คำถาม ไม่ใช่ถามว่าพระเจ้าสามารถส่งการฟื้นฟูลงมาในระดับชาติได้หรือไม่ แต่คำถามคือว่าพระเจ้าจะทรงส่งการฟื้นฟูลงมาในระดับประเทศหรือไม่? และผมเชื่อว่าคำตอบที่ดังกึกก้องคือ "ไม่!" อย่างที่เราอ่านในข้อนี้

“แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า วันสิ้นสุดมาถึงอิสราเอลประชาชนของเราแล้ว เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า ในวันนั้น เสียงเพลงในพระวิหารจะเป็นเสียงร่ำไห้ จะมีศพมากมายทุกแห่งทิ้งไว้เงียบๆ” (อาโมส 8:2-3)

ผมคิดว่าไม่มีความหวังอีก ไม่มีเลยสำหรับอเมริกาและโลกตะวันตก ไม่มีเลย ฟังคำที่พวกไอซิสเขียนลงบนอินเทอร์เน็ตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่พึ่งฆ่า 17 คนในกรุงปารีส ผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิมเหล่านี้ก็ส่งอีเมลไปยังอเมริกา สองในอีเมลเหล่านั้นบอกว่า

“เราจะกลับมาหาเจ้า จงมองข้างหลังคุณ”

“เราจะไม่หยุดยั้ง เรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ ภรรยาและลูกๆของคุณ”

พวกเขากำลังข่มขวัญเราให้ยอมจำนนหรือเปล่า? นั่นคือคำว่า "อิสลาม" หมายถึง "ยอมจำนน" เราจะจำนนให้พวกพวกเขาหรือเปล่า? พวกเขาอยู่เหนือกว่าอเมริกาและประเทศตะวันตกหรือไม่? แน่นอนพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ แต่นั่นก็ดูไม่ดีสักเท่าไหร่! เป็นอะไรที่มากเกินไป พระเจ้าตรัสว่า

“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” (อาโมส 8:2)

จะไม่มีการฟื้นฟูระดับชาติในอเมริกาหรือยุโรป จะไม่มีทางเกิดขึ้น มันสายเกินตลอดไป ดร. ดับบริว เอ คริสเวลล์ นักเทศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 20 กล่าวไว้ว่า "คนของเรามีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวอย่างต่อเนื่องเพราะเราเป็นคนที่ชั่วร้าย ... อเมริกาต่อต้านพระเจ้าและผู้เชื่อในทุกวิถีทาง วันพิพากษาจะมาและเรารู้สึกว่าอย่างนั่น" ดร. คริสเวลล์ เป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรแบ๊บติสต์ที่หนึ่งในเมืองดัลลัสมานานกว่าห้าสิบปี ท่านยังเคยเป็นศิษยาภิบาลของ บิลลี่ เกรแฮม อีกด้วย (W. A. Criswell, Ph.D., Great Doctrines of the Bible – Bibliology, Zondervan Publishing House, 1982, p. 43)

ประเทศชาติและประชาชนกำลังเผชิญกับการพิพากษา นั่นคือเหตุผลที่อเมริกาไม่มีการพยากรณ์ในพระคัมภีร์ เราจะไม่เป็นชาติที่ยิ่งใหญ่อีกต่อไป เราจะไม่มีค่าอย่างที่ได้แสดงความคิดเห็นในตอนท้าย - พระคัมภีร์ทำนายถึงวาระสิ้นสุด! แต่ผมบอกคุณแล้วว่ายังมีการประยุกต์อีกประการหนึ่ง

II. ประการที่สอง พระธรรมข้อนี้ประยุกต์ใช้ให้กับทุกคนที่จำนนต่อบาปและนำไปสู่ความตาย

สักวันหนึ่งจะมา ถ้ายังไม่พร้อมที่จะมาตอนนี้ พระเจ้าตรัสนี้ให้กับคุณ

“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” (อาโมส 8:2)

ตอนพระเจ้าตรัสนั้นให้กับคุณ ก็หมายความว่าคุณจะพินาศตลอดไป คุณอาจจะมีชีวิตอยู่บนโลกเป็นเวลาหลายปี แต่คุณพินาศแล้วที่เปลวไฟนิรันดร์ในนรก ในเวลาที่พระเจ้าทรงตรัสว่า "เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย" ทำไมถึงเกิดขึ้น? เพราะคุณยอมจำนนต่อบาป! มีนักเทศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่ผ่านออกมาพูดถึงการยกโทษบาป ดร. มาร์ติน ลอยด์โจนส์ พูดถึง "บาปต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์" (The Sons of God, p. 230) โจนาธาน เอ็ดเวิร์ดส์ อาสาเฮล เนทเทลตัน อารม ณ ทอร์รีย์, จอร์จ ดับเบิล ทรูทท์และนักเทศน์ทุกยุคพูดเกี่ยวกับการ "บาปอภัย" ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ กล่าวว่า

มีอยู่บาปหนึ่ง "นั่นไม่สมารถให้อภัยให้แก่คน" นั่นคือการที่คนยอมจำนนต่อบาป "นั่นไม่สมารถให้อภัยให้แก่คนไม่ว่าจะอยู่ในโลกนี้ หรือโลกที่กำลังจะมา" นั่นคือบาปที่ไม่สามารถให้อภัย ... บาปที่ไม่สามารถให้อภัย [เป็น] การข้ามเส้นตายในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่อาจจะผ่านเข้าไปในดินแดนสาปแช่งในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ อาจผ่านเข้าไปในดินแดนเหนือพระคุณ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกทุกวันนี้! ... ใช่ บาปที่ไม่อาจยกโทษให้ได้สามารถกระทำได้ในขณะนี้ คนบาปที่ได้ยินพระกิตติคุณ คนที่เชื่ออย่างสุดซึ้ง คนที่ได้รับความรอบรู้ เหมือนบาปที่ต้องการพระผู้ช่วยให้รอด ที่ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงของบาปที่ไม่อาจให้อภัยได้ (Dr. John R. Rice, Crossing the Deadline, Sword of the Lord, 1953, pp. 3-4)

ถ้าพระเจ้าสามารถผ่านประเทศหนึ่งไป พระองค์ก็ทรงสามารถผ่านคุณไปด้วย! ถ้าประเทศนั้นกระทำบาปถึงแก่ความตาย แล้วคุณล่ะ! 1 ยอห์น 5:16 กล่าวว่า "บาปอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่นำไปสู่ความตาย" (1 ยอห์น 5:16) คาอินได้ทำบาปนั้นและพระเจ้าปล่อยเขาตลอดไป แม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หลายปีก็ตาม แต่ไม่นานพอที่จะช่วยกู้เขาได้ ฟาโรห์ในยุคของโมเสสกระทำบาปนั้นและพระเจ้าได้ลงโทษ แม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หลายปีก็ตาม ก็ไม่สามารถรอดได้ ยูดาห์ยอมจำนนต่อบาปนั้น พระเจ้าได้จากเขาตลอดไป - เขามีชีวิตแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่มันก็สายเกินไปที่จะถูกช่วยกู้เขา! หากคุณต่อต้านพระวิญญาณบริสุทธิ์และปฏิเสธที่จะวางใจพระเยซู จะมีวันและเวลาที่พระเจ้าจะจากคุณตลอดไปเช่นกัน! จากนั้นพระเจ้าก็จะตรัสให้กับคุณว่า

“เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย” (อาโมส 8:2)

โปรดฟังเพลงนี้อย่างระมัดระวังซึ่งเขียนโดย ดร. จอห์น อา ไรซ์

คุณรอเพิกเฉยและยังคงปฏิเสธพระผู้ช่วยให้รอด
พระองค์ทรงเตือนด้วยใจอดทน เฝ้ารอด้วยความห่วงใย
ยามที่คุณกินผลไม้ต้องห้ามคุณเชื่อในสัญญาของซาตาน
ดังนั้นใจของคุณถึงแข็งกระด้างบาปทำให้ใจของของคุณมืดมน
น่าเศร้าที่คุณต้องเผชิญการพิพากษาอย่างไร้ความปราณี
คุณรอและเพิกเฉยจนถึงวันที่พระวิญญาณทรงจากไป
โทษและการคร่ำครวญจะมาหาเมื่อความตายมาพบว่าคุณไร้ที่พึ่ง
คุณรอเพิกเฉยและปฏิเสธพระผู้ช่วยให้รอดนานเกินไป!
   (“If You Linger Too Long” by Dr. John R. Rice, 1895-1980)

ในเช้าวันนี้ผมอยากขอให้พวกท่าน – หันหลังให้บาปและวางใจพระเยซูในตอนนี้ ในขณะที่ยังมีเวลา จงวางใจในพระเยซูคริสต์เดียวนี้ - ก่อนที่พระเจ้าจะปล่อยคุณไปตามทางของคุณ - เหมือนอย่างพระองค์ทรงทำกับพวกอิสราเอลและทำกับอเมสิยาห์ในสมัยของอาโมส!เหมือนอย่างที่พระองค์ทรงปล่อยคาอินทิ้ง! เหมือนอย่างที่พระอง์ทรงทำกับฟาโรห์! พระองค์ทำเช่นให้กับคนที่ทรยศอย่างยูดาห์! พระองค์จะปล่อยคุณทิ้ง!!! จงมาที่พระเยซูคริสต์ จงวางใจในพระคริสชต์ในตอนนี้ ก่อนที่มันจะสายเกินไป! พระคัมภีร์กล่าวว่า

“จงวางใจในพระเยโฮวาห์ด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความเข้าใจของตนเอง” (สุภาษิต 3:5)

จงวางใจพระเยซู พระโลหิตของพระองค์จะครอบคลุมความผิดบาปทั้งหมดของคุณและชำระล้างออกไป การสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขนจะชดใช้ความผิดบาปทั้งหมดของคุณ และช่วยให้คุณรอดพ้น จากพระพิโรธนิรันดร์ การฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์จากความตายจะทำให้คุณมีชีวิตและมีความหวัง! เชื่อในพระเยซูในขณะนี้และพระองค์จะให้อภัยความผิดบาปของคุณตลอดไป! ดร. ชานกรุณานำเราอธิษฐาน อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย นาย อาเบล พรูมโหมมี: อาโมส 7:14-8:3.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“If You Linger Too Long” (by Dr. John R. Rice, 1895-1980).


โครงร่างของ

ทำไมอเมริกาถึงไม่อยู่ในการทำนายของพระคัมภีร์

(บทเทศนาในวันอาทิตย์ตอน “ชีวิตที่ถูกต้อง)
WHY AMERICA IS NOT IN BIBLE PROPHECY
(A SERMON PREACHED ON “RIGHT TO LIFE” SUNDAY)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“แล้วพระเยโฮวาห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า วันสิ้นสุดมาถึงอิสราเอลประชาชนของเราแล้ว เราจะไม่ผ่านเขาไปอีกเลย องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสว่า ในวันนั้น เสียงเพลงในพระวิหารจะเป็นเสียงร่ำไห้ จะมีศพมากมายทุกแห่งทิ้งไว้เงียบๆ” (อาโมส 8:2-3)

(อาโมส 7:17)

I. ประการแรก พระธรรมข้อนี้ประยุกต์ให้กับประเทศอเมริกาและประเทศตะวันตก มัทธิว 24:37-39; ปฐมกาล 6:5-6, 13; อาโมส 8:2-3.

II. ประการที่สอง พระธรรมข้อนี้ประยุกต์ใช้ให้กับทุกคนที่จำนนต่อบาปและนำไปสู่ความตาย 1 ยอห์น 5:16; สุภาษิต 3:5.