Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




รูปแบบการฟื้นฟูที่แท้จริง

(บทเทศนาครั้งที่ 9 เรื่องการฟื้นฟู)
THE MAIN FEATURES OF TRUE REVIVAL
(SERMON NUMBER 9 ON REVIVAL)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็น วันของพระเป็นเจ้าที่ 28 เดือนกันยายน ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Evening, September 28, 2014


เปโตรยืนขึ้นในวันเพนเทคอส และอ่านจากพระธรรมโยเอล

“พระเจ้าตรัสว่า ต่อมาในวันสุดท้าย เราจะเทพระวิญญาณของเรามาเหนือเนื้อหนังทั้งปวง บุตรชายบุตรสาวของท่านจะพยากรณ์ คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และคนแก่จะฝันเห็น ในคราวนั้นเราจะเทพระวิญญาณของเราบนทาสชายและหญิงของเรา และคนเหล่านั้นจะพยากรณ์” (กิจการ 2:17, 18)

พระเจ้าเท "ของ" พระวิญญาณของพระองค์ออกในช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟู พระองค์กล่าวว่า "เราจะเทพระวิญญาณของเราออกมาในวันนั้น" เป็นเรื่องที่แปลกที่พระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่ในสมัยนี้ตักคำว่า "ของ" ออกไป แน่นอนคำนี้ปรากฏอยู่ในฉบับภาษากรีก นั่นคือคำว่า apó ในพระคัมภีร์ฉบับเจนีวาเก่าก็มีคำว่า "ของพระวิญญาณของเรา" ฉบับคิงเจมส์ก็มีคำนี้ "พระวิญญาณของเรา" แต่ก็เป็นเพียงฉบับ NASV และ NKJV ในยุคสมัยนี้ที่ยังคงคำนี้เอาไว้ นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่เชื่อเล่มอื่น และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมบอกคุณว่าต้องมีพระคัมภีร์ฉบับคิงเจมส์ คุณวางใจเล่มนี้ได้! ผู้แปลในสมัยก่อนไม่ได้เอาคำพูดนี้ออกหรือเพิ่มเติมแบบที่เรียกว่า "เทียบเท่าแบบไดนามิก" "เราจะเทพระวิญญาณของเราออกมาในวันนั้น" พวกเสรีนิยมกล่าวว่า "นั่นคือพระคัมภีร์ฉบับเซปตัวเจนตส์" ผมขอบอกว่าพูดไร้สาระ! ความจริงคือฉบับเซปตัวเจนตส์เป็นการดลใจให้เขียนโดยพระวิญญาณของพระเจ้า - และพระองค์ไม่เคยโกโหก! ตอนพระวิญญาณของพระเจ้าทรงดลใจให้เขียนฉบับเซปตัวเจนตส์ที่เป็นภาษากรีกนั้น เป็นลักษณะแบบทรง "เป่าลมออก" ให้เขียนพันธสัญญาใหม่ "ของพระวิญญาณของเรา" ทำไมถึงสำคัญ? ผมจะบอกคุณว่าทำไม พระเจ้าไม่ได้เทพระวิญญาณของพระองค์ออกมาทั้งหมด พระองค์ทรงส่งไปเท่าที่จำเป็น! จอร์จ สมีนตัน อยู่ในปี 1882 กล่าวว่า “มันเป็นการกล่าวถึงเชิงความหมายเพื่อไม่ให้เข้าใจ ‘พระวิญญาณขอเราผิดไป’ (apó) มันแตกต่าง ระหว่างการวัด [การให้] กับมนุษย์ และ [ที่สำคัญ] เป็นความสมบูรณ์แบบ” (George Smeaton, The Doctrine of the Holy Spirit, 1882; reprinted by the Banner of Truth, 1974; p. 28) (George Smeaton, The Doctrine of the Holy Spirit, 1882; reprinted by the Banner of Truth, 1974; p. 28) คริตจักรของพวกอัครสาวกได้รับพระวิญญาณหลายครั้ง เพราะว่าทรงให้มากกว่านั้นหรือหลายครั้ง! ลองคิดใคร่ครวญคำว่า “apó” (ของ) ดร. เอ ที โรเบิร์ตสัน กล่าวว่า “พระวิญญาณก็ยังทรงสถิตกับพระเจ้า” (Word Pictures in the New Testament, volume 3, Broadman Press, 1930, p. 26; note on Acts 2:17)

ผมเองก็เคยเห็นด้วยตาถึงสามครั้งถึงการที่พระเจ้าทรงส่งการฟื้นฟูลงมา ผมเห็นด้วยกับ เลน เอช เมอเรย์ที่กล่าวว่า "การเป็นพยานถึงการฟื้นฟูไม่ใช่กล่าวถึงบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" (Iain H. Murray, Pentecost Today? The Biblical Basis for Understanding Revival, The Banner of Truth Trust, 1998, p. 22) เห็นด้วยตาถึงการฟื้นฟูในปี 1859 ที่เมือง อูลสเตอร์ น็อร์เทอร์ไอร์แลนด์ กล่าวว่า “คนเหล่านั้นรู้สึกว่าพระเจ้าทรงเป่าลมมาเหนือพวกเขา พวกเขาต่างยำเกรงและกลัว– พวกเขาต่างก็ร้องไห้ – และแล้วพวกเขาก็เต็มด้วยความรักที่ไม่อาจบรรยายได้” (William Gibson, The Year of Grace, a History of the Ulster Revival of 1859, Elliott, 1860, p. 432) เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 1860 ศาสนาจารย์ ดี ซี โจนส์กล่าวว่า "เราได้รับการมาเยี่ยมโดยพระวิญญาณมากกว่าปกติ มา ‘เหมือนพายุแรงขนาดใหญ่และ ... ในขณะที่คริสตจักรคาดหวังเพียงน้อยนิดเท่านั้น" (Murray, ibid., p. 25) นั่นคือการฟื้นฟูครั้งแรกและครั้งที่สามที่ผมได้เห็น พระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาอย่างกะทันหันและอย่างไม่คาดคิด และผมจะไม่มีวันลืมตราบเท่าที่ผมยังมีชีวิตอยู่! ปัจจุบันนี้การฟื้นฟูที่แท้จริงอาจจะเกิดต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่จุดศูนย์กลาง การฟื้นฟูเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในบางที่บางแห่ง แต่ไม่ใช่จุดศูนย์กลางของการการฟื้นฟูทั้งหมด ผมจะบอกชื่อบางการฟื้นฟูเหล่านั้น สถานที่ต่างๆเหล่านั้นคัดลอกมาจากหนังสือของ ดร. ลอยด์ โจนส์ ที่บันทึกถึงการฟื้นฟู (Crossway Books, 1987) และจากประสบการณ์ของตัวเองและจากการสังเกตุในงานฟื้นฟูตามที่ผมได้เห็น

1. ลิ้น การฟื้นฟูครั้งแรกคือวันเพนเทคอส เราทราบกันว่าพวกเขา “ก็เต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์จึงตั้งต้นพูดภาษาต่าง ๆ ตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พูด” (กิจการ 2:4) เพื่อนๆของเราหลายคนที่เป็นเพนเทคอสสอนว่า นั่นคือจุดศูนย์กลาง และทุกการฟื้นฟูควรมีสิ่งเหล่านี้รวมอยู่ในนั้น มีอยู่สองเหตุผลที่ต้องปฏิเสธคำสอนนี้ (1) คำว่า “ลิ้น” ในกิจการ 2 ความจริงคือภาษาต่างประเทศ บอกเอาไว้ชัดเจนในกิจการ 2:6-11 “เมื่อมีเสียงอย่างนั้น เขาจึงพากันมาและสับสนเพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตนเอง” (กิจการ 2:6) “เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา” (กิจการ2:8) หลังจากนั้นก็กล่าวถึงภาษาต่างๆ นั่นคือลงท้ายจบด้วยการกล่าวว่า “ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย เราทั้งหลายต่างก็ได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงมหกิจของพระเจ้าตามภาษาของเราเอง” (กิจการ2:11) ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่ได้พูดภาษาแปลกๆอย่างที่พวกเพนเทคอสและคาริสเมติสในสมัยนี้ทำกัน ผมรู้ว่าพวกเขาอ้างพระคัมภีร์เล่มอื่น ๆ มาสนับสนุนสิ่งที่พวกเขาทำกัน แต่ตอนนี้ผมจะไม่มาพูดถึงเรื่องนี้ ผมแค่บอกว่าคำพูดต่างๆในวันเพนเทคอสนั้นเป็นภาษาต่างถิ่นเท่านั้น "ตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พูด" (2: 4) ผมไม่เคยสงสัยเลยว่านี่คือการอัศจรรย์ แต่มันไม่ใช่หัวใจของการฟื้นฟูโดยรวม เพราะยังมีการฟื้นฟูในที่อื่นตามที่กล่าวไว้ในกิจการไม่ได้เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน (2) การฟูดภาษาแปลกๆไม่เคยปรากฏในงานฟื้นฟูของโปรเตสแตนต์มาก่อนยุคเริ่มต้นของศตวรรษที่ 20 ที่มีการฟื้นฟูแบบจอมปลอม ไม่เคยเกิดแม้แต่ตัวของ ฟินเนย์ ก็ตาม กรุณาฟังต่อ คุณอาจเห็นด้วยกับเรื่องนี้ถ้าคุณได้ยินส่วนที่เหลือที่ผมกำลังจะพูด ที่ว่าการฟื้นฟูแบบจอมปลอมนั้นเป็นเพราะว่ามีรูปแบบของ "การตัดสินนิยม หรือ decisionism" มาเกี่ยวข้องด้วย ผมเองเชื่อว่าพวกเพนเทชคอส และพวกคาริสเมติส์รอดแล้ว แต่ตามประวัติศาสตร์ก่อนศตวรรษที่ยี่สิบการพูดภาษาแปลกๆไม่ได้มีอยู่ในงานฟื้นฟูของโปรเตสแตนต์เหมือนอย่างนักวิชาการชาวเพนเทคอเน้นกัน

2. “มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขา และกระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน” (2:3). นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่เคยปรากฏในการฟื้นฟูอื่น ๆ อีกตามที่รายงานในหนังสือกิจการของอัครทูตหรือในประวัติศาสตร์ของคริสตจักร

3. วิญญาณชั่วกรีดร้องเหมือนตอนที่มันออกจากผู้ที่มันเข้าสิง (กิจการ 8: 7) และมีการรักษาหลายอย่าง (8: 7) คุณสมบัติเหล่านี้ก็ไม่ปรากฏหรือมีในงานฟื้นฟูของวันเพนเทคอส! ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่หัวใจหลักของการฟื้นฟู เพราะพระธรรมกิจการไม่ได้รายงานว่าเป็นอย่างในที่ฟื้นฟูอื่น ๆ ผมยังรู้อีกว่ามี "การฟื้นฟูแบบหัวเราะ" (เรียกตามนั้น) ว่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่พวกเขาผิด เพราะตามประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์มีการฟื้นฟูนับเป็นร้อยๆ แต่ไม่เคยกล่าวถึงอย่างนี้ - และรวมถึงการฟื้นฟูในหนังสือกิจการของอัครทูตด้วย

4. พวกอัครสาวถูกขังไว้ในคุกหลังจากประกาศเทศนาฟื้นฟู ตามที่ปรากฏในกิจการ 4: 1-4 แต่ตามหนังสือกิจการของอัครทูตกลับไม่มีการฟื้นฟูในขณะที่อยู่ในคุก บางครั้งเหตุการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของคริสเตียน แต่ไม่เสมอไป ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าการจำคุกพวกนักเทศน์ที่เทศนาในงานฟื้นฟูไม่ใช่จุดศูนย์กลางของการฟื้นฟูเช่นกัน

5. การสั่นสะเทือนของบ้านในกิจการ 4:31 ผมรู้ว่านี่ก็เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นของการฟื้นฟูบนเกาะลูอิส ตอนที่ ดันแคน แคมป์เบล เทศน์ในช่วงปลายปี 1940 แต่ไม่ได้เกิดขึ้นที่อื่นอีกตามในหนังสือกิจการและไม่มีการรายงานไว้ในประวัติศาสตร์ของการฟื้นฟู ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าการสั่นสะเทือนของบ้านก็ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของการฟื้นฟู

6. การเผาหนังสือที่เมืองเอเฟซัสในกิจการ 19:19, 20 ใช่มีคนนำหนังสือมายากลมาเผาที่เมืองเอเฟซัส "ดังนั้นพระวจนะของพระเจ้าแพร่ขยายและมีชัย" (19:20) ผมเห็นเกิดขึ้นอย่างนั้นในงานฟื้นฟูที่คริสตจักรแบ๊บติสฟาวช์เดชันในรัฐเวอร์จิเนีย แต่พวกเขาไม่ได้เผาหนังสือในระหว่างการฟื้นฟูนั้น ผมเห็นครั้งแรกที่คริสตจักรจีนแบ๊บติส แต่ไม่ได้เกิดในงานฟื้นฟูอื่น ๆ เท่าที่บันทึกไว้ในหนังสือกิจการของอัครทูต ดังนั้นผมจึงสรุปว่าเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแบบทั่วไปและไม่ใช่จุดศูนย์กลาวงสำคัญของการฟื้นฟู

7. เปิดคำสารภาพบาป ใช่บางคนได้สารภาพบาปของพวกเขาในที่สาธารณะที่มีการฟื้นฟู นั่นเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง - ในปี 1904 ในงานฟื้นฟูที่เวลส์ หรือที่วิทยาลัยสบิวรี่ในรัฐเคนตั๊กกี้ในปี 1960 หรือที่คริสตจักรแบ๊บติสจีนที่หนึ่ง และที่อื่น ๆ แต่ไม่เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในวันเพนเทคอส หรือแม้แต่การฟื้นฟูใหญ่ครั้งแรก หรือการฟื้นฟูในที่อื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นเราต้องสรุปว่าการสารภาพบาปต่อหน้าที่ประชุมเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่จุดศูนย์กลาวงสำคัญของการฟื้นฟู

8. การกรีดร้องและล้มลงบนพื้น ใช่นั่นเกิดขึ้นสองสามครั้งในงานฟื้นฟูที่นอร์ทมี่คริสตจักรของโจนาธาน เอ็ดเวิร์ด และบางครั้งเกิดตอนที่ ดร. อาสาเฮล เนทเลตัน เทศนาตอนงานฟื้นฟูใหญ่ครั้งที่สอง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักภายใต้การทำพันธกิจของ จอร์จ ไวท์ฟิลด์ แม้ว่าจะเกิดเป็นบางครั้งในระหว่างการประชุมที่ที่ เคมบัสเลง ในสก็อตแลนด์ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงงานฟื้นฟูใหญ่ครั้งที่สามในกรุงลอนดอนภายใต้การนำของ ซี เฮช สเปอร์เจียน และไม่เกิดขึ้นอย่างในวันเพนเทคอสเท่าที่ผมสามารถบอกได้จากพระคัมภีร์ ดังนั้นการกรีดร้องและล้มลงบนพื้น ก็ไม่ใช่เป็นศูนย์กลางของการฟื้นฟู มันอาจจะเกิดขึ้น แต่ก็ใช่ว่าต้องเกิดขึ้นในงานฟื้นฟู และคนที่ถูก "สัมผัสโดยพระวิญญาณ" เมื่อได้รับการสัมผัสบนหน้าผากโดยนักเทศน์ประกาศ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในงานฟื้นฟู หรือแม้แต่งานฟื้นฟูในประวัติศาสตร์ (see chapter six of Iain H. Murray’s book, Pentecost Today? The Biblical Basis for Understanding Revival, Banner of Truth, 1998, pp. 134-169)


ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้น เกิดแต่เป็นเพราะไม่ใช่ศูนย์กลางของการฟื้นฟูเท่านั้น ใช่ว่าการฟื้นฟูในแต่ละศตวรรษนั้นจะเป็นจริงไปหมด ถ้าเรามองจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้เรามักจะพบว่าเราถูกหลอกก็มีเหมือนกัน อาจจะเป็นฝีมือของซาตานก็ได้! ดร. ลอยด์ โจนส์กล่าวว่า "คุณอย่าไปคิดว่าการฟื้นฟูหนึ่งสำคัญกว่าอีกอย่างหนึ่ง" (ฟื้นฟูแยกหนังสือ 1987 พี. 60) หนึ่งของการประชุมที่น่าเกลียดที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานที่เรียกว่า "งานฟื้นฟูหัวเราะ" นั่นคือการประชุมในฟลอริดา ที่ถือเอาเสียงหัวเราะเป็นหข้อสำคัญในงานฟื้นฟู! ดร. อาเธอร์บี ฮูก และผมเห็นอีกงาน "ฟื้นฟู" ที่น่ากลัวที่พาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนียที่นั่นคนคำรามเหมือนอย่างสิงโตและกรีดร้องเหมือนลิง! ผมไม่แน่ใจว่าทำไมพวกเขาจึงคิดว่าวิธีนี้ช่วยพวกเขา! มันดูเหมือนไม่มีอะไร เป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี! แล้วพระคริสต์ล่ะอยู่ตรงไหน?

9. คุณไม่สามารถทำ "ให้" เกิดการฟื้นฟู นั่นคือความคิดที่มาจาก "การตัดสินใจนิยม หรือ decisionism" แม้กระทั่งการอดอาหารอธิษฐานก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าสามารถทำให้เกิดการฟื้นฟู การสอนที่ว่าการฟื้นฟูนั้นขึ้นอยู่กับการกระทำของคริสเตียน การสอนเช่นนี้มาจาก ชาร์ลส์ จี ฟินเนย์ (1792-1875) อันตรายมากเพราะทำให้คนคิดว่าการฟื้นฟูนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้แทนที่เป็นการกระทำโดยพระเจ้า พระเจ้าเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินว่าจะส่งการฟื้นฟูลงมาหรือไม่ เราสามารถอธิษฐานเพื่อให้เกิดการฟื้นฟู แต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะตัดสินว่าการฟื้นฟูมีหรือไม่มี ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเราสามารถทำให้เกิดการฟื้นฟูได้ ทุกอย่างอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า "ฤทธานุภาพของพระเจ้า" สดุดี 62:11 (See Iain H. Murray, Pentecost Today?, The Banner of Truth Trust, 1998, pp. 8-16)


แล้วอะไรล่ะที่เกิดขึ้นในงานฟื้นฟูอย่างแท้จริง? อะไรคือตัวบ่งชี้ถึงการฟื้นฟูที่แท้จริง? ดร. ลอยด์โจนส์ ได้บันทึกหลายอย่างที่มาพร้อมกับการฟื้นฟูที่แท้จริง เขาได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานวันเพนเทคอส ในหนังสือของท่านเกี่ยวกับการฟื้นฟูที่สำคัญ(ibid., pp. 204-211).

1. พระเจ้าเสด็ลงมาอยู่ในท่ามกลางพวกเขา ทุกคนตระหนักถึงการทรงสถิตของพระองค์และพระสิริของพระองค์และอำนาจของพระองค์ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นที่สามารถวัดได้และนั่นคือทุกการฟื้นฟูในคริสตจักรจักทำกัน (คุณไม่จำเป็นต้องได้รับการบอกว่าพระเจ้าอยู่โน่นอยู่นี่ เพราะคุณรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ไหน! นั่นคือประสบการณ์ส่วนตัวถึงการฟื้นฟูที่ผมเคยเห็น นั่นคือความรู้สึกกลัวและยำเกรงในที่ประชุม นั่นเป็นเพราะพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทรงสถิตด้วย)

2. ส่วนหนึ่งที่ให้กับคริสตจักร นั่นคือความจริงที่รับประการได้ ผู้คนต่างก็มั่นใจข้อเท็จจริงในพระคัมภีร์ นี่เป็นประสบการณ์แบบสากลของการฟื้นฟู

3. คริสตจักรเต็มไปด้วยความสุขและความรู้สึกแห่งการสรรเสริญ ผู้คนต่างก็รู้ว่าพระเจ้าเสด็จลงมาสถิตท่ามกลางพวกเขา "ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกมาอย่างนั้น พวกเขารับการเปลี่ยนแปลง นื่คือใบหน้าที่สามารถมมองเห็นได้เต็มด้วยสันติสุขและการสรรเสริญ ... พระวิญญาณทรงเปลี่ยนทั้งบุคลิกภาพและประทานสันติสุข 'ไม่สามารถบรรยายแต่เต็มไปด้วยพระสิริ" (Lloyd-Jones, ibid., p. 206)

4. ในงานฟื้นฟู คุณไม่อาจห้ามผู้คนตอนมานมัสการและฟังคำเทศนา พวกเขาเต็มใจที่จะมา พวกเขามาคืนแล้วคืนเล่า อยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง เหมือนอย่างที่เกิดในวันเพนเทคอส

5. พลังใหม่และความกล้าหาญที่ทรงประทานในการการเทศนา พลังอำนาจแห่งการเทศนาเกี่ยวกับพระกิติคุณ นั่นคือการเทศนาในงานฟื้นฟู พลังอำนาจใหม่คือประสบการณ์ของการเทศนา ผู้คนฟังเหมือนชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับสิ่งนั้น ตอนที่การฟื้นฟูมานั้น คำเทศนานั้นจะนำผู้คนมาถึงพระคริสต์ได้

6. ตอนที่การฟื้นฟูมานั้นผู้คนก็จะสำนึกใบบาป คนที่หลงหายไปเชื่อว่าตัวเองเป็นคนบาปมีความทุกข์ทรมานอยู่ภายใน ผมคิดว่านี่อาจจะเป็นหลักฐานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พิสูจนช์ว่าพระเจ้าได้ส่งการฟื้นฟูลงมาให้คริสตจักร คนที่เย็นชาและไม่แยแสก็ทำให้รู้สึก "ตกใจและกลัว" ในบาปของพวกเขา (Lloyd-Jones, ibid., p. 209) นี้เป็นหลักฐานแสดงว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เสด็จมาทำให้พวกเขายอมรับบาปของพวกเขา “พระองค์จะทรงกระทำให้โลกรู้สึกถึงความผิดบาป และถึงความชอบธรรม และถึงการพิพากษา” (ยอห์น 16:8) ในวันเพนเทคอส พวกเขาร้องไห้เพราะเสียใจที่เป็นคนบาป “เมื่อคนทั้งหลายได้ยินแล้วก็รู้สึกแปลบปลาบใจ จึงกล่าวแก่เปโตรและอัครสาวกอื่น ๆ ว่า ท่านพี่น้องทั้งหลาย เราจะทำอย่างไรดี?” (กิจการ 2:37) นี่เกิดขึ้นในทุกการฟื้นฟูที่แท้จริง ที่ๆไม่มีการสำนึกในบาปนั่นคือการฟื้นฟูจอมปลอม จะต้องเชื่อและรับรู้ว่าเป็นคนบาป นั่นคือความจริงที่เกิดขึ้นในทุกการฟื้นฟูจริง (Lloyd-Jones, ibid., p. 209)

7. คนจะเชื่อในพระคริสต์และได้รับการให้อภัยบาป พวกเขาเห็นทันใดนั้นว่าพระเยซูเป็นความหวังเดียวแห่งความรอดของพวกเขา ไม่ใช่พวกเขา "ตัดสินใจ" เอาเอง แต่พวกเขาหนีไปยังพระคริสต์และ "รับ" ชีวิตใหม่ ที่พวกเขาหนีออกจากชีวิตเก่าเพราะได้รับการช่วยกู้โดยพระเยซู พวกเขาคุยแต่เรื่องความรักของพระคริสต์และพระโลหิตของพระองค์ คือโลหิตที่ทรงชดเชยบาปของเราโดยพระเยซูคริสต์นี่คือหัวใจสำคัญในทุกการฟื้นฟูที่แท้จริง

8. ผู้คนที่กลับใจจะเข้าร่วมกับคริสตจักร พวกเขา “เข้าสมทบกับคริสตจักรทวีขึ้นทุก ๆ” (กิจการ 2:47) ไม่มีความจำเป็นที่ต้อง "ติดตาม" หลังงานฟื้นฟู ผู้คนที่กลับใจใหม่จะเข้าร่วมคริสตจักรโดยอัตโนมัติ - และคุณไม่สามารถทำให้คนเหล่านั้นออกจากการนมัสการในคริสตจักรได้! ผมเป็นพยานและเห็นด้วยตาในงานฟื้นฟูแรกและที่อื่น ๆ พวกเขาไม่จำเป็นต้องถูกเชิญให้มาที่คริสตจักรอีก เพราะพวกเขาถูกนำเข้ามาสามัคคีธรรมร่วมกับคริสตจักรโดยฤทิ์อำนาจของพระเจ้า ดร. ลอยด์โจนส์ กล่าวว่า "เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาด้วยฤทธิ์เดช ทำให้คนกลับใจใหม่มากกว่าห้าสิบหรือร้อยปีที่เป็นผล [งาน] ของคุณหรือผม... อธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงเมตตา และเทพระวิญญาณบริสุทธิ์ออกมาอีกครั้งในหมู่พวกเรา" (Lloyd-Jones, ibid., pp. 210, 211)


เพื่อน ๆ ที่รักในตอนนี้คริสตจักรของเราไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูก็ตาม แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ยังทรงนำบางคนมาที่พระเยซูในทุกวันนี้ ผมขออธิษฐานให้คุณวางใจพระเยซูเร็ว ๆ นี้ พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อช่วยคุณให้รอดพ้นจากบาป พระองค์ทรงหลั่งโลหิตนิรันดร์ของพระองค์ชำระเราให้พ้นจากบาปทั้งหมด พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ ผมวิงวอนให้ท่านวางใจพระเยซูตอนนี้ แม้กระทั่งก่อนที่การฟื้นฟูจะมา ดร.ชานกรุณานำเราอธิษฐาน อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย นาย อาเบล พรูมโหมมี: กิจการ 8:5-8.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“O Breath of Life” (Bessie P. Head, 1850-1936).