Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ประสบการณ์แห่งความเหงา

THE EXPERIENCE OF LONELINESS!
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 17 เดือนสิงหาคม ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord's Day Morning, August 17, 2014

“ข้าพระองค์มองทางขวามือและมองดู แต่ไม่มีใครยอมรู้จักข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่มีที่หลบภัย ไม่มีใครเอาใจใส่จิตใจข้าพระองค์” (สดุดี 142:4)


กษัตริย์ซาอูลทำบาปและถูกพระเจ้าปฏิเสธ จากนั้นผู้เผยพระวจนะซามูเอลจึงเจิมชายหนุ่มที่ชื่อดาวิดเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ ซาอูลจึงอิจฉาเดวิดด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกวิญญาชั่วเข้าสิง ในความโกรธนั้นกษัตริย์ซาอูลขว้างหอกใส่ดาวิด แต่เขาก็พลาด เดวิดต้องหนีเพื่อเอาชีวิตรอด เดวิดหนีไปไกลถึงถิ่นทุรกันดารและซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ เขาทั้งกลัวทั้งหิวและอยู่โดดเดี่ยว ขอให้สังเกตคำพูดใน "สดุดี 142" "Maschil [หรือการการสอน] เป็นบทอธิษฐานของดาวิดตอนที่เขาอยู่ในถ้ำ" คำพูดเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของข้อความที่ได้รับการดลใจ ไม่ใช่เขียนเพิ่มขึ้นมาในภายหลัง เพื่อให้เรารู้ว่าเดวิดกลัวมากและอยู่คนเดียว - หลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำจากกษัตริย์ที่ถูกปีศาจสิง ไม่มีใครอยากเกี่ยวข้องกับเดวิดเพราะพวกเขาทั้งหมดกลัวกษัตริย์ซาอูล และดาวิดกล่าวว่า

“ไม่มีใครเอาใจใส่จิตใจข้าพระองค์” (สดุดี 142:4)

เขาอยู่โดดเดี่ยวไม่มีใครสนใจเขา แต่เขามีพระเจ้ามากกว่าคนหนุ่มสาวจำนวนมากในทุกวันนี้

ผมไม่เคยไปเรียนที่พระคริสฅธรรมของคริสเตียน ผมจบการศึกษาจาก คอลสเต ใน เอล เอ มีบางครั้งผมดีใจที่ได้ไปเรียนที่วิทยาลัยของรัฐ ทำให้ผมได้สัมผัสกับคนหนุ่มสาวในสิ่งที่พวกเขาถูกสอนและสิ่งที่พวกเขากำลังคิด ผมเรียนวรรณกรรมสมัยใหม่ ผู้เขียนสมัยใหม่ส่วนมากคือเชื่อว่ามีพระเจ้าและ การทรงพระชนม์อยู่ พวกเขาพูดถึงความเหงาของชีวิตในโลกสมัยใหม่

เฮช จี เวลล์ เป็นผู้เขียน เรื่องเครื่องจักรและโครงร่างประวัติความเป็นมา เขากล่าวว่า "ผมมีอายุหกสิบห้าปี ผมเหงาและไม่เคยพบกับสันติสุขเลย" นักเขียนนวนิยายผู้ได้รับรางวัลที่ชื่อ พูลิตเซอร์ เออเนสท์ เฮมิงเวย์ กล่าวว่า "ฉันอาศัยอยู่ในสูญญากาศแห่งความเหงาเหมือนวิทยุที่แบตเตอรี่กำลังจะหมดและไม่มีที่จะเสียบไฟ" เขาแสดงเรื่ง การเดินทางในตอนกลางคืนที่แสนยาวนาน ยูจีน โอนีล กล่าวว่า "ชีวิตที่มีความหมายคือตอนที่ตายแล้ว" หัวข้อการแสดงนั้นชื่อว่า การดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์อย่างเงียบเหงา เจ ดี ซาลินเนอร์ ผู้ยืดอาชีพนักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายเกี่ยวกับการพลัดถิ่นและความเหงาของคนหนุ่มสาวท่ามกลางวัฒนธรรมของเรา

เอช จี เวลส์เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเงียบเหงาและสิ้นหวังในวัยชรา พูลิตเซอร์ เออเนสท์ ฆ่าตัวตายโดยการยิงหัวตัวเองด้วยปืนลูกซอง ตัวละครหลักที่โอนีลเล่น คือเป็นผู้ติดยาเสพติดหมดหวังและพยายามแก้ความเหงาโดยการเสพยาเสพติด เจ ดี ซาลิงเกอร์ คือคนหนุ่มที่หมกมุ่นอยู่กับความเหงากลายเป็นคนสันโดษและมีชีวิตอย่างฤาษีมาเกือบห้าสิบปี

ความเหงาเป็นปัญหาสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวในสมัยนี้ บทเพลงของกรินเดย์ ชื่อว่า "ถนนสายหลักของความฝัน" เป็นการอธิบายถึงสิ่งที่คนหนุ่มสาวหลายคนในวัยเรียนชั้นมัธยมและมหาวิทยาลัยรู้สึกกัน เช่น "ฉันเดินคนเดียว ฉันเดินคนเดียว ฉันเดินคนเดียว" ใช่ผมจำได้ถึงรู้สึกนั้นดีในขณะที่ผมยังเป็นเด็ก คุณยังรู้สึกเหงาได้แม้กระทั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน เว็บไซต์หนึ่งบอกเราว่า "ความเหงาเป็นความรู้สึกของความว่างเปล่าหรือความว่างเปล่าที่อยู่ภายในตัวคุณ คุณรู้สึกสึกโดดเดี่ยวหรืออยู่แยกออกจากโลกที่ถูกตัดออกจากสิ่งที่คุณต้องการที่จะติดต่อด้วย" (http://www.counseling.ufl.edu/cwc/how-to-deal-with-loneliness.aspx) นั่นคือแบบเดียวกันของเดวิดรู้สึกตอนที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ เขากล่าวว่า

“ไม่มีใครเอาใจใส่จิตใจข้าพระองค์” (สดุดี 142:4)

หนุ่มสาวจำนวนมากในทุกวันนี้รู้สึกเช่นนั้น นั่นคือเหตุผลในเช้าวันนั้นที่ผมจะให้คุณสามความคิดผมอธิษฐานช่วยให้คุณสามารถรับมือกับความเหงานี้

I. ประการแรก ชนิดต่างๆของความเหงาที่แตกต่างกัน

เว็บไซต์นี้ กล่าวว่า

มีชนิดที่แตกต่างกันของความเหงาและระดับรุนแรงที่ต่างกัน คุณอาจพบกับความเหงาที่เป็นความรู้สึกแบบคลุมเครือ ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นชนิดของความว่างเปล่าที่ไม่มีข้อเท็จจริง หรือคุณอาจจะรู้สึกเหงาแหมือนถูกกีดกันอย่างรุนแรงมาก และเจ็บปวดอยู่ลึกๆ อีกประเภทหนึ่งของความเหงาซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการสูญเสียบุคคลพิเศษ อาจเป็นเพราะผู้เสียชีวิตหรือเพราะพวกเขาอยู่ห่างไกล อีกประเภทหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกเพียงอย่างเดียวและขาดการติดต่อกับผู้คนเพราะว่าคุณอาศัยแยกออกจากคนที่ใกล้ชิด [เกิดขึ้น] ได้ถ้าคุณทำงานคนเดียวในกะกลางคืนหรืออยู่อคนเดียวห่างไกลออกไป ในส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ไม่ค่อยมีผู้คนไป คุณอาจจะรู้สึกว่าโดดเดี่ยว [และโดดเดี่ยว] ในขณะที่คุณถูกล้อมรอบด้วยผู้คน แต่ยากลำบากในการเข้าหากัน (ibid)

จากข้อมูลอ้างอิงทางการศึกษาทางจิตวิทยา พวกนักศึกษามีความเสี่ยงมากต่อความเหงา เพราะการพักอาศัยตามห่อพักในมหาวิทยาลัยนั้น ทางโรงเรียนไม่มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ถาวรระหว่างนักศึกษา คนหนุ่มสาวทั้งหลายที่เข้าเรียนตามมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยมักจะรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งโลกจะผ่านผ้นพวกเขาไป ไม่มีใครเข้าใจหรือใส่ใจเกี่ยวกับพวกเขา พวกเขาไม่ใครที่จะเป็นที่พึ่ง

มันเป็นเรื่องน่าขบขันในโลกอารยธรรมที่ผลิตรถยนต์ ผลิตเครื่องบินโทรทัศน์และเดินทางไปในอวกาศ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ให้อะไรให้คุณเพื่อพ้นจากการอยู่โดดเดี่ยวเลย! พ่อแม่ของคุณกลับมาบ้านจากการทำงานเหนื่อยและนั่งลงอยู่หน้าจอทีวี พวกเขาไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกับคุณหรือฟังคุณ พวกคุณหลายคนมาจากครอบครัวที่แตกแยก โดยเฉพาะเด็กที่มาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างปันเหมือนผ่านนรกสุดโหดแห่งความเหงา จากหนุ่มสาวที่ผมพูดคุยด้วยทุกคนต่างก็รู้สึกแบบนั้นกันทั้งนั้น

เด็กผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า "ฉันเหงามาก เพื่อนบ้านของฉันไม่เคยพูดกับฉันเลย" เด็กหนุ่มคนหนึ่งบอกว่า "ดูเหมือนว่าไม่มีทางที่ผมจะสามารถมีเพื่อนได้ เพราะไม่ช้าก็เร็วคนที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนต่างก็ทิ้งฉันไป" คุณเคยรู้สึกแบบนั้นหรือเปล่า? เดวิดรู้สึกแบบนั้นตอนที่เขาซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ เขากล่าวว่า

“ไม่มีใครเอาใจใส่จิตใจข้าพระองค์” (สดุดี 142:4)

ผมเชื่อว่าความเหงาเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หนุ่มสาวหลาย ๆ คนฆ่าตัวตายในทุกวันนี้ คุณรู้ไหมว่าการฆ่าตัวตายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มากที่สุดของการเสียชีวิตในหมู่คนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 15 และ 24 ปี? หนึ่งในคนหนุ่มสาวในประเทศสหรัฐอเมริกาคิดฆ่าตัวตายทุกสองชั่วโมงและหกนาทีทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน และนักจิตวิทยาบอกเราว่าเหตุผลหลักที่พวกเขาฆ่าตัวตายเป็นเพราะความเหงา พระเจ้าถูกต้องตอนที่พระองค์ตรัสว่า

"ซึ่งมนุษย์นั้นอยู่คนเดียวก็ไม่เหมาะ เราจะสร้างผู้อุปถัมภ์ให้เขา” (ปฐมกาล 2:18)

II. ประการที่สอง คุณสร้างความเหงาให้ตัวคุณเอง

นั่นถูกต้องแล้ว คุณอาจจะเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบกับการก่อให้เกิดความเหงาในตัวของคุณเอง เว็บไซต์เกี่ยวกับความเหงาพูดอย่างถูกต้องว่า

ความเหงาที่คุยกันอยู่บบ่อยู่บ่อยๆ นั่นคือมันจะถูกเก็บไว้และทำอย่างต่อเนื่องและไม่ยอมทำอะไปเพื่อการเปลี่ยน เราหวังว่ามันจะหายไปในที่สุด [แต่] เราไม่ทำอะไร แต่กลับปล่อยให้มันห่อหุ้มเรา เอาไว้ น่าแปลกที่มีบางครั้งที่เราอาจจะโอบกอดความรู้สึกนั้นไว้ ใช่กอดความเหงานั้นและปล่อยให้มันจมลงไปในความรู้สึก ที่จะนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า และไร้ที่พึ่งอันนำไปสู่ภาวะการถูกกระทำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเสี่ยงต่อการมีภาวะซึมเศร้ามากขึ้น [และความเหงามากขึ้น] (ibid.)

"ความเหงาคือความเฉื่อยชา เป็นเช่นนนั้น มันจะถูกเก็บไว้โดยปล่อยให้มันดำเนินต่อไป" นั่นคือคำพูดที่ถูกต้องทีเดียว นั่นหมายความว่าคุณยังคงรู้สึกเหงาจนกว่าคุณจะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นั้นเสียใหม่!

เมื่อก่อนผผมเคยเทศนาถึงความเหงาของยาโคบในพระธรรมปฐมกาล 32:24 ในช่วงกลางของการเทศนานั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดและวิ่งออกจากคริสตจักรไป เขาวิ่งหนีออกไปแทนที่จะนั่งฟังสิ่งที่ผมกำลังจะพูดว่าคริสตจักรสามารถรักษาความเหงานั้นได้ แต่คุณไม่สามารถเอาชนะความเหงานั้นได้ด้วยการวิ่งหนี! นั่นคือสิ่งที่อดัมพบ พระเจ้าตรัสกับเขาว่า

“เมื่อเจ้าทำไร่ไถนา มันจะไม่เกิดผลแก่เจ้าเหมือนเดิม เจ้าจะต้องพเนจรร่อนเร่ไปมาในโลก” (ปฐมกาล 4:12)

ผู้ที่หนีออกจากคริสตจักรกลายเป็นคนที่หลงทาง คือคนหนุ่มสาวที่อยู่โดดเดี่ยวเช่นเดียวกับคาอิน! พระคัมภีร์กล่าวว่า

“วิบัติจงมีแก่เขา เพราะเขาได้ดำเนินในทางของคาอิน” (ยูดาห์ 11)

มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวต่อการมีชีวิตเพียงอยู่อย่างลำพัง เหมือนอย่างที่คาอินเคยทำ - เหมือนคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ทำกันในทุกวันนี้!

นั่นคือเหตุผลที่เราพูดว่า "ทำไมต้องเหงา? กลับมาที่บ้าน – ที่คริสตจักร! ทำไมหายไป? กลับมาบ้าน – ที่พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า" พระเจ้าตรัสว่า

"ซึ่งมนุษย์นั้นอยู่คนเดียวก็ไม่เหมาะ เราจะสร้างผู้อุปถัมภ์ให้เขา" (ปฐมกาล 2:18)

นั่นเป็นเหตุผลที่พระเจ้าประทานภรรยาให้อดัมชื่อเอวา และภรรยาของอดัมเป็นภาพของคริสตจักรตามพระคัมภีร์ฉบับ The Scofield Study Bible ในพระธรรมปฐมกาล 2:23 กล่าวว่า

เอวา คือแบบของคริสตจักร เหมือนเจ้าสาวของพระคริสต์ (อ้างมาจาก ปฐมกาล 2:23)

นั่นหมายความว่าภรรยาของอาดัมคือตัวอย่าง หรือภาพของคริสตจักรท้องถิ่น พระเจ้าตรัสว่า

"ซึ่งมนุษย์นั้นอยู่คนเดียวก็ไม่เหมาะ เราจะสร้างผู้อุปถัมภ์ให้เขา" (ปฐมกาล 2:18)

และพระเจ้าประทานสหายและผู้ช่วยให้อาดัม และเธอก็เป็นภาพ "แบบ" หนึ่งของคริสตจักรท้องถิ่น พระเจ้าประทานเอวาให้อาดัมเพื่อจะได้คลายความเหงาของเขา และพระเจ้าประทานคริสตจักรนี้เพื่อรักษาความเหงาของคุณ! คริสตจักรแห่งนี้อยู่ที่นี่เพื่อช่วยรักษาความเหงาของคุณ!

"ซึ่งมนุษย์นั้นอยู่คนเดียวก็ไม่เหมาะ เราจะสร้างผู้อุปถัมภ์ให้เขา"(ปฐมกาล 2:18)

และ "ช่วยตอบสนอง" รักษาความเหงาของคุณตามที่พระเจ้าทรงประทานให้คริสตจักรนี้! เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณให้เอาชนะความเหงา! ผมรู้ว่าคริสตจักรจำนวนมากไม่สามารถช่วยคุณ แต่ผมไม่อยากพูดถึงพวกเขา ผมกำลังพูดถึงคริสตจักรนี้ คริสตจักรนี้เป็นเป็นศูนย์กลางให้พวกเยาวชน เราอยู่ที่นี่เพื่อช่วยคุณ!

อย่าสร้างความเหงาให้คุณเองโดยการอยู่ห่างจากคริสตจักร! กลับมาในวันอาทิตย์หน้า! กลับมาในคืนวันเสาร์! กลับมาคืนนี้ถ้าคุณสามารถทำได้! เรามีกิจการบางอย่างเพื่อพวกอนุชนในหลายคืนต่อสัปดาห์ ทำไมต้องเหงา? กลับมาบ้านที่คริสตจักร!

III. ประการที่สาม คุณมีความเหงาอยู่ลึกๆ

นั่นคือความเหงาตามที่ เฮมมิง พูดถึง เขากล่าวว่า

ฉันอาศัยอยู่ในสูญญากาศที่แห่งความเหงา เป็นเหมือนวิทยุที่แบตเตอรี่กำลังจะหมดไปแล้ว และตอนนี้ไม่มีไฟที่จะเสียบเข้า

ชายหนุ่มคนหนึ่งบอกผมว่าเขาได้อ่านเรื่องราวที่ดขียนโดยเฮมมิง ในชั้นเรียนที่วิทยาลัยในสมัยที่เขาเรียนเรียกว่า “A Clean, Well Lighted Place” ซึ่งเป็นการพูดถึงความเหงาแห่งการดำรงชีพอยู่ของมนุษย์ เฮมมิง รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับการนั้น เขาได้ศึกษาอย่างจริงจังถึงจักรวาลแห่งความเหงาที่พระเจ้าทรงสร้างนี้ แต่เขาไม่เคยค้นพบคำตอบ ไม่กี่ปีต่อมาเขาก็ฆ่าตัวตาย นักปรัชญาฟรีดริชนิทกล่าวว่า "พระเจ้าตายแล้ว" เขากลายเป็นคนที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่ไม่กี่ปีต่อมาเขาก็กลายเป็นคนบ้า เขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในโลกที่ปราศจากพระเจ้า ไม่มีความหมายโดยไม่ต้องให้อภัยหรือความหวัง

คุณจะเห็นว่า การเข้ามาในคริสตจักรนี้ และมาที่นี่ทุกสัปดาห์จะช่วยรักษาความเหงาของคุณเพราะการขาดเพื่อน แต่แล้วความเหงาของคุณที่เกี่ยวกับพระเจ้าล่ะ หนึ่งในโศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดคือว่าคนหนุ่มสาวจำนวนมากไม่รู้เกี่ยวกับพระเจ้า หากไม่มีพระเจ้าก็มีความหวังใดๆเลย!

ใช่ผมต้องการให้คุณกลับมาที่คริสตจักรและมามีสร้างมิตราภาพกับคนอื่น - แต่ผมก็ยังต้องการให้คุณได้พบกับพระเจ้า ออกัสติกล่าวว่า "ใจของเรากระสับกระส่ายไม่มีวันหยุดพักจนกว่าพวกเขาจะพบที่พักพิงในพระองค์" นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ชื่อ เบรส พาสคอล กล่าวว่ามี "สูญญากาศในรูปของพระเจ้า" ในใจของเรา เขาหมายถึงว่าในใจของมนุษย์ทุกคนมีที่ว่างเปล่าที่สามารถจะรับพระเจ้าให้มาสถิต

พระคัมภีร์สอนว่าคุณถูกตัดขาดจากพระเจ้าโดยความบาปของคุณ พระคัมภีร์กล่าวว่า

“แต่ว่าความชั่วช้าของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า …” (อิสยาห์ 59:2)

นี่คือการแยกระหว่างคุณกับพระเจ้าเพราะบาป อาดัมและเอวาถูกขับออกจากสวนอีเด็นเพราะพวกเขาทำบาป บาปของเขาทำให้พวกเแยกออกจากพระเจ้า

พระคัมภีร์สอนว่าพระเจ้าทรงพิโรธคุณสำเพราะความผิดบาปของคุณ และในเวลาเดียวกัน พระองค์ก็ยังทรงรักคุณ พระเจ้าพิโรธคุณสำเพราะความบาปของคุณ แต่ในเวลาเดียวกันพระเจ้าทรงรักคุณ นั่นคือเหตุผลที่พระเจ้าทรงส่งพระเยซูคริสต์มาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อนำการคืนดีระหว่างพระเจ้าอยู่กับคุณ พระเจ้าไม่อาจมองข้ามความผิดบาปของคุณ พระองค์ส่งพระเยซูคริสต์ลงมาชดใช้ความผิดบาปของคุณบนไม้กางเขน “และเพื่อจะสำแดงความชอบธรรมของพระองค์ในปัจจุบันนี้ว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ชอบธรรม และทรงโปรดให้ผู้ที่เชื่อในพระเยซูเป็นผู้ชอบธรรมด้วย” (โรม 3:26) พระเจ้าผู้ทรงดระพิโรธจะคืนดีกับคุณโดยผ่านการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนไม้กางเขนเท่านั้น!

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขนนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พระองค์เต็มพระทัยไปที่นั่น พระคัมภีร์กล่าวว่าเมื่อเวลานั้นมาถึงสำหรับพระองค์จะถูกตรึงที่กางเขน "พระองค์ทรงมุ่งพระพักตร์แน่วไปยังกรุงเยรูซาเล็ม" (ลูกา 9:51) แล้วพระเยซูทรงตรัสกับสาวกว่า

“ดูเถิด เราทั้งหลายจะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และบุตรมนุษย์จะถูกทรยศให้อยู่กับพวกปุโรหิตใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และเขาเหล่านั้นจะปรับโทษท่านถึงตายและจะมอบท่านไว้กับคนต่างชาติให้เยาะเย้ยเฆี่ยนตี...” (มัทธิว 20:18-19)

พระองค์ไปที่นั่นด้วยวัตถุประสงค์ คืนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อความบาปของเราจะได้รับการอภัย - และชำระล้างให้สะอาดด้วยโลหิตของพระองค์ที่หลั่งลงมา!

พวกทหารมาจับกุมพระองค์ท่ามกลางความมืดในสวนเกทเสมเน พวกเขาล่ามโซ่พระองค์ไว้ พวกเขาตบพระพักต์ของพระองค์ พวกเขาดึงหนวกของพระองค์ พวกเขาลากพระองค์ไปยังจวนผู้ว่าราชการโรมัน ปอนทิอัส ปิลาส พวกเขาเฆี่ยนหลังของพระองค์จนเกือบสิ้นพระชนม์ พวกเขาเอากางเขนวางบนไหล่ของพระองค์ให้แบกผ่านไปตามถนน พวกเขาตอกตะปูลงที่ฝ่ามือและเท้าของพระองค์ พระเยซูทรงมองพวกเขาจากการกางเขนและตรัสว่า

“ข้าแต่พระบิดา ขอโปรดอภัยโทษพวกเขา เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร” (ลูกา 23:34)

"พระบิดาโปรดยกโทษพวกเขา" นี่คือคำอธิษฐานในขณะที่
โลหิตไหลออกมาอย่างรวดเร็วไป
อธิษฐานเพื่อคนบาปในขณะที่ได้รับการทนทุกข์ -
ไม่มีใคร นอกจากพระเยซูผู้ทรงรัก
ความสุขมีแด่พระผู้ไถ่! พระผู้ไถ่ผู้ทรงคุณค่า!
ดูเหมือนว่าตอนนี้ฉันเห็นพระองค์อยู่บนต้นไม้ที่โกระโกธา
ทรงมีบาดเจ็บและมีเลือดออกและขอร้องเพื่อคนบาป -
ตาบอดและไร้ค่า - ตายเพื่อฉัน
   (“Blessed Redeemer” by Avis Burgeson Christiansen, 1895-1985)

พระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแบกความผิดบาปของคุณไว้ที่พระกายของพระอง์เอง (1 เปโตร 2:24) ท้องฟ้ากลายเป็นสีเข้มในระหว่างกลางวัน ตอนที่พระองค์สิ้นพระชนม์ แผ่นดินไหวใหญ่เกิดขึ้นและสั่นจนม่านในพระวิหารฉีกออกเป็นสองส่วน การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนไม้กางเขนนั้นชดใช้ความบาปของเรา โลหิตที่หลั่งออกมาชำระล้างความบาปของเราเพื่อเราสามารถเข้าถึงพระเจ้าได้!

“เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เมื่อเรามีใจกล้าที่จะเข้าไปในที่บริสุทธิ์ที่สุดโดยพระโลหิตของพระเยซู” (ฮีบรู 10:19)

ทางเดียวที่คุณสามารถมาถึงพระเจ้าได้ก็โดยการที่ความบาปของคุณถูกชำระให้สะอาดด้วยโลหิตของพระเยซูพระบุตรของพระองค์ คุณสามารถคืนดีกับพระเจ้าได้โดยที่ความผิดบาปของคุณถูกชำระสะอาดด้วยโลหิตของพระเยซูคริสต์

ถ้าคุณมีส่วนร่วมในคริสตจักรนี้ พ่อแม่ของคุณบางคนอาจจะบอกคุณว่านั่นเป็นการเสียเวลาของคุณ ผมบอกคุณวิธีการศึกษาและทำให้ผลการเรียนดีในขณะที่มานมัสการพระเจ้า ผมสอนวิธีการทำเกรดที่ดีกว่า แต่พ่อแม่บางคนจะบอกว่าคุณต้องอยู่บ้านและทำการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้คุณสามารถทำเงินได้มากขึ้นเมื่อคุณจบการศึกษา

แล้วเกี่ยวกับคนยากจนอย่างโรบินอ วิลเลียมส์นักแสดงตลกชื่อดังชาวอเมริกัน? เขาทำเงินได้มากกว่าทุกคนตามที่คุณรู้! เขามีทุกอย่าง แต่เขาไม่มีคริสตจักร เขาไม่มีพระเจ้า สองสามวันหลังจากที่เขาฆ่าตัวตายภรรยาของเขาเผยให้เห็นว่าโรคพาร์กินสันของเขารุนแรงขึ้น เขาไม่สามารถต่อสู้กับโรคนี้อีกต่อไป เขาอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่เขตคนรวยเมืองมารินทางภาคเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาใช้เข็มขัดแขวนคอตัวเอง นั่นเป็นสิ่งที่น่าเศร้า! ผมรักโรบินวิลเลียมส์! ผมรู้สึกเสียใจมากผมเองก็ร้องไห้

บอกพ่อแม่ของคุณว่า! คุณสามารถทำเงินมากมาย แต่จะเกิดอะไรขึ้นตอนที่มีข่าวร้ายมา มันมาถึงทุกคนในไม่ช้าก็เร็ว? อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณไม่มีเพื่อนที่เป็นคริสเตียนเป็นที่พึ่ง? จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณไม่มีพระเจ้าเป็นที่พึ่งในเวลาทุกข์ยากนี้?

ขอพระเจ้าทรงช่วยคุณให้เห็นว่าคุณต้องการคริสตจักร คุณต้องการเพื่อนที่เป็นคริสเตียน คุณต้องการพระเยซูคริสต์เพื่ออภัยบาปของคุณและประทานสันติสุขกับพระเจ้า นั่นคือเหตุผลที่เราพูดว่า "ทำไมต้องเหงา? กลับมาบ้าน – ที่คริสตจักร! ทำไมยังหายไป? กลับมาบ้าน - พระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า "พระเจ้าอวยพรทุกท่าน! อาเมน ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐาน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย นาย อาเบล พรูมโหมมี: สดุดี 142:1-7.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Boulevard of Broken Dreams” (by Green Day, 2004)/
“It Is No Secret” (by Stuart Hamblen, 1908-1989).


โครงร่างของ

ประสบการณ์แห่งความเหงา

THE EXPERIENCE OF LONELINESS!

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“ข้าพระองค์มองทางขวามือและมองดู แต่ไม่มีใครยอมรู้จักข้าพระองค์ ข้าพระองค์ไม่มีที่หลบภัย ไม่มีใครเอาใจใส่จิตใจข้าพระองค์” (สดุดี 142:4)

I.   ชนิดต่างๆของความเหงาที่แตกต่างกัน ปฐมกาล 2:18.

II.  ประการที่สอง คุณสร้างความเหงาให้ตัวคุณเอง
ปฐมกาล 4:12; ยูดาห์ 11; ปฐมกาล 2:18.

III. ประการที่สาม คุณมีความเหงาอยู่ลึกๆ อิสยาห์ 59:2;
โรม 3:26; ลูกา 9:51; มัทธิว 20:18-19; ลูกา 23:34;
I เปโตร 2:24; ฮีบรู 10:19.