Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




การละทิ้งความเชื่อ - 2014

THE APOSTASY – 2014
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 8 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, June 8, 2014

“อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน และคนแห่งการบาปนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ” (2 เธสะโลนิเก 2:3)


ผมได้เทศนาเกี่ยวกับการละทิ้งความชั่วในยุคก่อนน้ำท่วมโลก ในสมัยของโนอาห์ก่อนที่น้ำท่วม เรามีภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับการละทิ้งศาสนา พระเยซูตรัสว่าในยุคสุดท้ายนี้ผู้คนจะละทิ้งความเชื่อเหมือนในยุคของโนอาห์ (มัทธิว 24:37) และเช้าวันนี้ผมอยากให้พวกเรามาเน้นข้อที่กล่าวถึงอนาคตอย่างชัดเจนถึงการละทิ้งความเชื่อ

คริสเตียนในเมืองเธสะโลนิเกอยู่ในสภาพที่คลุมเครือและไร้ที่หวัง เพราะผู้เผยพระวจนะเท็จสอนว่าการเสด็จครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์นั้นผ่านพ้นไปแล้ว พวกเขาจึงอยู่ในกลียุค แต่อัครสาวกบอกว่าไม่มีทางที่เป็นไปเช่นนั้น มีอยู่สองสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อนช่วงกลียุคจะเริ่มต้น กลียุคจะอยู่ในระยะเวลาเจ็ดปีในยุคสุดท้ายของคริสตจักร ในเวลานั้นมารจะครอบครองมีอำนาจสูงสุดในโลก หลังจากในปลายของกลียุคภายในเจ็ดปีนี้พระเจ้าจะเทเจ็ดขันแห่งพระพิโรธให้กับยุคที่ปฏิเสธพระคริสต์นี้ "วันของพระคริสต์" และ "วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า" ซึ่งครอบคลุมถึงช่วงกลียุคผ่านเข้าไปถึงช่วงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์และพระองค์ทรงตั้งอาณาจักรของพระองค์เอง แต่พวกสอนเท็จในเมืองสะโลนิกากลับสอนเอาเองว่าพวกเขากำลังอยู่ในช่วงแห่งอนาคตของการพิพากษา และในข้อนี้อาจารย์เปาโลบอกว่าอย่ากลัว เพราะจะมีสองเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่กลียุคจะเริ่มต้น

1. เหตุการณ์แรก "วันนั้นไม่ได้มาเว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน" [ก่อนที่กลียุคจะเริ่มต้น]

2. เหตุการณ์ที่สอง "และคนแห่งการบาปนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ" [อัครสาวกบอกอย่างนี้เพื่อพูดถึงโลกยุคสุดท้าย พวกต่อต้านพระเจ้า จะถูกเปิดเผยในตอนต้นของกลียุค]


มีผู้สอนที่ทำนายถึงกลียุคได้อย่างถูกต้อง แต่ผมไม่ค่อยสนใจมากนัก ผมก็พูดสิ่งเหล่านั้นมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ผมไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนช่วงกลียุคจะเริ่มต้น เพราะว่านั่นคือยุคที่เรากำลังอาศัยอยู่นี้! ดังนั้นตอนนี้เราทั้งหลายอยู่ในยุคแห่ง ”การหลีกหนีจากพระเจ้า”

ผมไม่เข้าใจจริงๆว่านักเทศน์บางคนสอนเรื่องการทำนายในพระคัมภีร์โดยที่ไม่ประยุกต์ใช้ให้กับผู้เชื่อ ผมเชื่อการสอนเช่นนี้ เกิดขึ้นให้แก่ ”เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนอันถูกต้องไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง ตามความปรารถนาของตนเอง เพราะมีหูที่คัน” (2 ทิโมธี 4:3)

ผมจะใช้เวลาในเช้านี้มาพูดถึงหัวข้อ “การหลงหายไป” ตามที่อาจารย์เปาโลกกล่าวไว้ในพระธรรมข้อนี้ กรุณาคลิกที่นี่ไปอ่านเนื้อหารที่กล่าวถึงการทิ้งความเชื่อ

I. ประการแรก เปิดเผยเรื่องการละทิ้งความเชื่อ

“อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน และคนแห่งการบาปนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ” (2 เธสะโลนิเก 2:3)

ตอนนี้ให้มานึกถึงคำว่า “การละทิ้งความเชื่อ” นั่นคือสาเหตุหนังสืออรรถพระคัมภีร์ฉบับ NASB แปลคำนี้ว่า “ผู้หลงหายไป” หนึ่ง คำว่า “”ละทิ้ง” มาจากภาษากรีกว่า “apostasia” ในภาษากรีกแปลว่า “การยืนออกห่างจาก” หมายถึงการอยู่ห่างจากความจริงในพระคัมภีร์ ดร. ดับบริว เอ คริสเวลล์ กล่าวว่า ”ก่อน ‘วันของพระเป็นเจ้า’ ผู้เชื่อมากมายจะละทิ้งความเชื่อไป ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า [the] เป็นการยืนยันคำพูดของเปาโลที่พูดถึงการละทิ้งความเชื่อ“ (The Criswell Study Bible, note on II Thessalonians 2:3) ในภาษากรีกคือคำว่า “hē apostasia” – การละทิ้งความเชื่ออย่างไม่เคยมีมาก่อน และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น – การละทิ้งความเชื่อ ดร. ชาร์ล ซี ไรรีย์ ก็กล่าวถึงพระคำข้อนี้ ดังนั้นพระธรรมข้อนี้ประยุกต์อย่างไรให้กับทุกวันนี้? คำตอบนั้นง่ายมาก – สำคัญมาก เพราะเราอยู่ในยุคนี้ วินาทีนี้ นั่นคืออยู่ในยุคที่คนละทิ้งความเชื่อ ตามที่กล่าวเอาไว้! ผมรู้ว่าการละทิ้งความเชื่อจะมีเพิ่มมากขึ้น – เลวมากขึ้น และเริ่มต้นแล้วดร. จอห์น เฮฟ วอลวูร์ด กล่าวว่าหมายสำคัญในพระธรรมมัทธิว 24:4-14 “สามารถมองเห็นได้ในยุคปจจุบันนี้…สามารถสังเกตได้ตอนนี้ แต่จะสำเร็จอย่างแท้จริงในกลียุค” (John F. Walvoord, Th.D., Major Bible Prophecies, Zondervan Publishing House, 1991, p. 254). นั่นคือความคิดเห็นของผมเกี่ยวกับการละทิ้งความเชื่อในยุคสุดท้าย นี่คือ “สิ่งที่สามารถสังเกตเห็นในเวลานี้” โปรดฟังคำพูดของ ดร. ฮาดรอล์ด โอ เจบราว์น์ ท่านกล่าวว่า “ศาสนาถูกครอบงำด้วยวัฒนธรรม (The Sensate Culture, Word, 1996, p. 54). คุณไม่จำเป็นต้องมีปริญญาเอกเพื่อที่จะเห็นสิ่งเลวร้ายเช่นนี้ในประเทศจีน วิญญาณชั่วกำลังทำงานหนักในทุกวันนี้และก็มีมากขึ้น แม้แต่คริสตจักรแบ๊บติสต์ใหญ่ก็มีสมาชิกหลงหายประมาณ 1,000 คริสตจักรในทุกปี! นั่นถูกต้องคริสตจักรของแบ๊บติสต์ถูกปิดเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นับตั้งแต่ปี 2006 จำนวนผู้เชื่อที่รับบัพติศมาลดน้อยลงในทุกๆปี คริสตจักรแบ๊บติสต์ใต้สูญสมาชิก “มากกว่า 100,000” ในปีที่แล้ว (ข่าวคริสตจักร) เราเห็นสมาชิกมากมายราขาดการหนุนใจและอยู่ด้วยความกลัว ผมไม่เคยเห็นแม้แต่คริสตจักรหนึ่ง รวมทั้งคริสตจักรของโจเอล ออสติน ก็ไม่อาจนำคนมารับเชื่อได้ สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือ ขโมยสมาชิกมาจากคริสตจักรอื่น คริสตจักรของเราจึงมีจำนวนผู้ละทิ้งความเชื่อมากขึ้น ผมไม่เห็นด้วย ลิวิส สเปอรรี่ ชาเตอร์ แต่คำพูดนี้เขาพูดได้ถูกต้อง

         พระคัมภีร์เหล่านี้ [เกี่ยวกับละทิ้งความเชื่อ] เป็นภาพของคนที่ หนีออกจากความเชื่อ (1 ทิโมธี 4:1-2 ) จะมีการประกาศในลักษณะของคนที่ไม่มีพระเจ้า เป็น ”ภาพของการไร้พระเจ้า” (cf 2 ทิโมธี 3:1-5) บ่งบอกถึงการปฏิเสธอำนาจโลหิตของพระคริสต์ ... ลักษณะของผู้นำที่ความเชื่อ หรือไร้เรื่องเช่นนี้จะเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องไปถึงp68l6fmhkpouh (Lewis Sperry Chafer, D.D., Systematic Theology, vol. IV, Dallas Seminary Press, p. 375).
         พระคำต่างๆ [เป็นห่วงเรื่องการละทิ้งพระเจ้า] กล่าวถึงการหลีกหนีออกจากความเชื่อ (1 ทิโมธี 4:1-2)

ใช่! แม้แต่ศิษยาภิบาลที่ดีที่สุดของเราก็ยังละทิ้ง “ปฏิเสธพระโลหิตของพระคริสต์” ศิษยาภิบาลของพวกอนุรักษ์นิยมเกือบทั้งหมดปฏิเสธฮีบรู 12: 24 โดยพูดว่า “การพรมโลหิต” คือใน “สวรรค์แห่งเยรูซาเร็ม” อย่างที่พระคัมภีร์กล่าวว่า ผู้คนมากมายติดตามคนเช่นนี้ เช่น จอห์นแมอาร์เธอร์ ที่พูดว่า พระโลหิตของพระคริสต์นั้นเป็นแค่ “การสิ้นชีวิตเพราะความเชื่อเท่านั้น” ที่อธิบายถึงการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ แต่ ดร. มาร์ติน ลอยด โจนส์ กล่าวว่า

การทดสอบผู้เชื่อคนหนึ่งอย่างแท้จริงนั้นคือ การเทศนาตามความจริงตามพระกิตติคุณ ที่เน้นถึง”พระโลหิต” การพูดถึงไม้กางเขนและการสิ้นพระชนม์ดเท่านั้นไม่เพียงพอ การทดสอบนั้นคือ “พระโลหิต” (D. Martyn Lloyd-Jones, M.D., God’s Way of Reconciliation (Ephesians 2), The Banner of Truth Trust, 1981, p 331).

ทุกวันนี้อยู่ห่างไกลจากการสั่งสอนถึงพระโลหิตของพระคริสต์ตามพระวจนะ นักเทศน์ พูดว่าเชื่อ แต่ผมไม่เชื่อว่านักเทศน์ส่วนใหญ่จะพูดถึงพระโลหิตเหมือนกับสเปอร์เจียน และดร.ลอยโจน พระเจ้าโปรดช่วยเรา! เราอยู่ในช่วงการละทิ้งพระเจ้า!

“ย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน และคนแห่งการบาปนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ” – hē apostasia – การละทิ้งความเชื่อ (2 เธสะโลนิเก 2:3)

นั่นคือบ่งบอกเราถึงการละทิ้งพระเจ้า!

หมายสำคัญหลายอย่างถึงการเสด็จมา
   แสงตะวันในยามเช้า
มองดู เวลาเริ่มเข้าสู่พลบค่ำ
   อย่าปิดตาของคุณในวันนี้!
(“What If It Were Today?” by Leila N. Morris, 1862-1929;
      altered by Dr. Hymers)

II. ประการที่สอง เหตุผลของการละทิ้งพระเจ้า

กรุณาเปิดพระคัมภีร์ของท่านไปที่วิวรณ์ 12:12 แล้วอ่านออกเสียงดังๆ

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)

ให้ดูที่ประโยคสุดท้าย – “เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์12:12) พวกคุณนั่งลงได้

ใช่ ผมรู้ว่านี้คือการอธิบายถึงความโกรธของซาตานในช่วงกลียุค แต่ศิษยาภิบาลของผมที่คริสตจักรจีน ดร. ทิโมธี หลินเห็นเป็นอย่างอื่น เขาบอกว่า "ซาตานรู้เกี่ยวกับคำพยากรณ์ดีมากกว่าคริสเตียนหลายคน" ท่านบอกว่ามารรู้ดีว่าตอนนี้ว่าเขามีเวลาน้อย ก่อนที่เขาจะถูกผูกเอาไว้ในยุคพันปี "หลุมลึก" (วิวรณ์ 20:1-2 ) จอห์น ฟิลิปเขียนว่า

ซาตานคือตอนนี้เหมือนสิงโตที่ถูกขังอยู่ในกรง มันโกรธเกินคำบรรยาย ... สำลักด้วยความโกรธหาวิธีที่จะระบายความเกลียดชังของเขาต่อต้านมนุษย์ (Exploring Revelation, Loizeaux, 1991, p. 160)

ซาตานไม่สามารถแตะต้องพระเจ้าในสวรรค์ เขาจึงโกรธและและทำลายมนุษย์ ที่ถูกสร้างโดยพระเจ้าอย่างดีที่สุด อัครสาวกเปโตรกกล่าวว่า

“ท่านทั้งหลายจงเป็นคนใจหนักแน่น จงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่าน คือพญามาร วนเวียนอยู่รอบ ๆ ดุจสิงโตคำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้” (1 เปโตร 5:8)

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักศึกษาอายุยี่สิบสองปีศึกษาที่วิทยาลัยซานตาบาร์บาร่าวิทยาลัยซิตียิงและฆ่าหกคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสสิบสามคนก่อนที่จะฆ่าตัวเองตายด้วยกระสุนปืนขิงตนเอง เมื่อผมอ่านข้อความนี้ในยูทุบ สิ่งแรกที่ผมคิดในใจก็คือ "นี่คือการครอบครองของซาตาน" ใช่! เหมือนหนังที่น่ากลัว "วิญญาณชั่วเข้าสิง" มีนักการเมืองบอกว่าเราสามารถหยุดการฆ่าเหล่านี้โดยห้ามไม่ให้ครอบครองปืน แต่พวกเขาพูดผิด ชายหนุ่มอีกคนใช้มีดฆ่านักศึกษาสิบหกคนหนึ่งสัปดาห์ก่อนนั้นนี้ ถ้าปืนเป็นสิ่งต้องห้ามพวกเขาก็จะใช้มีดแทน

วัยรุ่นเหล่านี้ถูกมารเข้าครอบครองได้อย่างไร? นักจิตวิทยา ดร. จูดี คูเรียสกี้ กล่าวว่า “คนเหล่านั้นได้รับอิทธิพลมาจากหนังต่างๆ – นั่นคือสิ่งที่คุณเรียนรู้และฝึกฝน” และ ดร.เกด เคนเนอผู้เชี่ยวชานกล่าวว่า “เราได้ค้นคว้าและพบว่าวัยรุ่นได้รับอิทธิพลมาจากเกมส์ ทีวีและหนังต่างมีอิทธิพลมากกว่านั้น“ ดร. เคนเนอร์ บอกว่า “ผมตำหนิฮอลลีวู้ด” (John Blosser, National Enquirer, June 9, 2014, pp. 10-11) นั่นถูกต้องที่ ดร. เคนเนอร์ติฮอลลีวู้ด ไม่ใช่สมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ! ไม่มีใครรับวิญญาณชั่วโดยการไปเข้าร่วม NRA ไม่มีใครเลย! เด็กเหล่านั้นล่ะ มีบางคนรับวิญญาณชั่วด้วย – โดยการดูหนังที่ฆ่ากันและไปดูพวกวีดีโอเกมส์!

คนหนุ่มสาวจงหยุดไปดูภาพยนตร์เหล่านั้นและโยนวีดีเกมส์เหล่านั้นทิ้ง! อย่ากลายเป็น ทาสของวิญญาณชั่ว! อย่าปล่อยให้มารมามีอิทธิพล! จงทิ้งขยะเหล่านั้นออกไปทิ้งในชีวิตของคุณ ระยะเวลา!

โอ้ โดยวิธีนั้นคือทางที่หนุ่มคนนั้นไปฆ่าคนในซานตาบาร์บารา – จงเดาซิทำไมถึงเป็นเช่นนั้น พ่อของเขาเป็นผู้ช่วยผู้กำกัดภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยการฆ่ากัน! พระเจ้าช่วยเราด้วย! เด็กคนนั้นไม่มีโอกาสเลย!

และอีกอย่างหนึ่ง อย่าลืมว่ามาได้เข้าไปที่คริสตจักร! ใช่ ซาตานไปที่คริสตจักรทุกวันอาทิตย์! และเขาและมารผู้ของเขาพยายามทำลายคริสตจักรในช่วงสิงร้อยปีที่ผ่านมา! ทำให้ผมหัวลุกเวลาที่มาพูดถึงเรื่องนี้ – ตอนที่ผมมาอ่านเรื่องราวของชาร์ลส์ จี ฟินเนย์ (1792-1875) เรียกว่าการกลับใจใหม่และที่เรียกว่าเต็มด้วยพระวิญญาณ! ผมรู้สึกว่าฟินเนย์ก็ถูกมารเข้าสิงอย่างแน่นอน เพื่อนของผมคนหนึ่งรับปริญญาเอกในด้านศาสนศาสตร์ มีวันหนึ่งเขามาบอกผม "เกี่ยวด้านเสียของฟินเนย์ เขาเป็นคนที่ทรมานคน" จากนั้นเขาก็กล่าวว่า" คุณเคยเห็นตาของเขาหรือไม่? เขาดูเหมือนจะเป็นคนไม่มีวัฒนธรรม" ตัวผมเองคิดว่าเขาได้รับวิญญาณชั่ว!

และฟินเนย์คือคนที่ใช้ความโกรธต่อต้านการกลับใจใหม่ของพวกโปรเตสแตนต์และนำศิษยาภิบาลเกือบทั้งหมดในอเมริกา (และหลายพันคนทั่วโลก) ให้เลิกทำตามแบบอย่างอย่างคนในสมัยก่อน และเปลี่ยนไปใช้ “หลักการตัดสินใจนิยม” (คลิกที่นี่เพื่ออ่านความหมายของมัน) - นำจำนวนคนเป็นล้านๆคนเข้าไปในคริสตจักรของเรา หนังสือเล่มสุดท้ายของ ดร. ฟรานซิส เชสเฟอร์ ในหัวข้อ ภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่ของเอเวนเจลิคอล์ ทำไมเอเวนเจลิคอล์ถึงเจอภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่? เพราะว่านักเทศน์ของเราสอนเรื่อง "หลักการตัดสินใจนิยม" และหันเหไปจากศาสนาเก่าของโจนาธาน เอ็ดเวิร์ดส์, จอร์จไวท์ฟิลด์และ ซี เฮช สเปอร์เจียนฟินเนย์ทั้งสองคนนี้ต่างก็ต่อต้านการกลับใจใหม่ตามความเชื่อของโปรแตสเตนต์ พระเจ้าโปรดช่วยเราด้วย! ผู้คนนับล้านเข้ามาในคริสตจักรโดยที่ยังไม่กลับใจใหม่ - และทำลายพวกเขา หลักคำสอนของฟินเนย์ที่ว่า "หลักการตักสินใจนิยม" ทำลายสมาชิกในคริสตจักร เช่นพวกเมทอดิสต์ เพลสไปทีเรียน จากนั้นคือพวกแบ็บติสต์เหนือ และตอนนี้ “หลักการตัดสินใจนิยม” ของฟินเนย์ได้มาทำลายพวกแบ็บติสต์ใต้และแบ็บติสต์คริสตจักร นำคนเข้ามาคริสตจักรโดยที่ไม่บังเกิดใหม่ – สร้างความแตกแยกภายในคริสตจักร และจึงทำลายพวกเขา

ลัทธิ “ดาวิล” และ ”ตักสินใจนิยม” คือสองทางที่เปิดโอกาสให้กับมาร และร่วมกับมารทำลายคริสตจักรในโลกตะวันตก!

“อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน – he apostasia – การละทิ้งความเชื่อ! (2 เธสะโลนิเก 2:3).

หมายสำคัญหลายอย่างถึงการเสด็จมา
   แสงตะวันในยามเช้า
มองดู เวลาเริ่มเข้าสู่พลบค่ำ
   อย่าปิดตาของคุณในวันนี้!

เราได้เห็นถึงการละทิ้งความเชื่อ เราก็ได้เห็นถึงเหตุผลของการละทิ้งความเชื่อ แต่ผมอธิบายแต่สองข้อสุดท้าย – คือผลลัพธ์ของการละทิ้งความเชื่อ ถ้าอยากทราบเกี่ยวกับการตัดสินใจนิยมให้มากขึ้นกว่านี้ ให้อ่าน เลน เฮช เมเรย์ ในหัวข้อ The Old Evangelicalism (Banner of Truth, 2005)

III. ประการที่สาม ผลลัพธ์ของการละทิ้งความเชื่อ

ผลลัพธ์ชัดเจน ทุกวันนี้สมาชิกน้อยคนในคริสตจักรที่รอด งที่พวกเขาพูดและทำตามคือ "คำอธิษฐานของคนบาป" แล้วก็พาคนเหล่านั้นมารับบัพติศมา ช่างน่ากลัว! ไม่ดีอะไรไปจากพวกนิกายโรมันคาทอลิก! แม้ว่าเลว! อย่างน้อยบาทหลวงเหล่านั้นคงไม่สอนให้รู้เรื่องความผิดพลาดของ "ความนิรันดร" การบัพติศมาเช่นนี้เป็นยาพิษและนรกให้เด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะพวกเขากล่าวตาม "คำอธิษฐานของคนบาป"! พระเจ้าโปรดช่วยเราด้วย! ในบางแห่ง “หลักการตัดสินใจนิยม” ไม่มีสอนในประเทศกลุ่มทวีปแอฟริกา! นี่คือคำอธิบายถึงแบ๊บติสต์หรืออีเวนเจลิคอล์

“เพราะเจ้าพูดว่า เราเป็นคนมั่งมี ได้ทรัพย์สมบัติทวีมากขึ้น และเราไม่ต้องการสิ่งใดเลย” เจ้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นคนแร้นแค้นเข็ญใจ เป็นคนน่าสังเวช เป็นคนขัดสน เป็นคนตาบอด และเปลือยกายอ” (วิวรณ์ 3:17)

“ดังนั้น เพราะเหตุที่เจ้าเป็นแต่อุ่น ๆ ไม่เย็นและไม่ร้อน เราจะคายเจ้าออกจากปากของเรา” (วิวรณ์ 3:16)

ผลลัพธ์ของการละทิ้งความเชื่อนำมาซึ่ง “การตักสินใจนิยม”!

“อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน – he apostasia – การละทิ้งความเชื่อ! (2 เธสะโลนิเก 2:3).

หมายสำคัญหลายอย่างถึงการเสด็จมา
   แสงตะวันในยามเช้า
มองดู เวลาเริ่มเข้าสู่พลบค่ำ
   อย่าปิดตาของคุณในวันนี้!

IV. ประการที่สี่ การป้องกันการละทิ้งความเชื่อ

คุณจะป้องกันการละทิ้งความเชื่อได้อย่างไร ยารักษาและป้องกันคืออะไร? คำตอบคืออะไร? การรักษา การเยียวยา คำตอบ – คือตัวของพระเยซูคริสต์เอง พระเยซูคือโล่ป้องกันการละทิ้งความเชื่อ พระเยซูคือยารักษาการละทิ้งความเชื่อ! และใช่พระเยซูคือคำตอบของการละทิ้งความเชื่อ! อัครสาวกเปาโลก็รู้ และนั่นคือเหตุผลที่เขากล่าวว่า

“เพราะข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้เรื่องใด ๆ ในหมู่พวกท่านเลยเว้นแต่เรื่องพระเยซูคริสต์ และการที่พระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน” (1 โครินธ์ 2:2)

พระคริสต์ช่วยเราจากบาป พระคริสต์ช่วยเราจากนรก พระคริสต์ช่วยเราจากการละทิ้งความเชื่อ! ออกมาจากวัฒนธรรมของอเมริกาและคริสตจักรที่กำลังจะตายของประเทศนี้ จงออกมาจากพวกเขา - และมาใน - ทั้งหมดนี้ - เพื่อพระเยซู พระองค์จะไม่ผิดหวังในตัวคุณ!

ความหวังของฉันถูกสร้างขึ้นมาจากไม่มีอะไร
กว่าเลือดของพระเยซูและความชอบธรรม
ผมกล้าไม่ไว้ใจโลกแห่งสวยงามนี้
แต่ทั้งหมดนี้ก็เพราะพระนามของพระเยซู
ในพระคริสต์ผู้ทรงเข้มแข็งของฉัน
พื้นดินอื่น ๆ จะจมลงในทราย
พื้นดินอื่น ๆ จะจมลงในทราย
   (“The Solid Rock” by Edward Mote, 1797-1874).

ผมอยากบอกพวกคุณในเช้านี้ว่า ในโลกนี้ใบนี้ไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัย นอกจากพระเยซู! จงเข้ามาที่พระองค์ พระองค์จะช่วยกู้คุณ!

คนจีนในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีน้อยมากที่ล้มเลิกในการเชื่อพระเจ้า คุณจะเห็นว่าพวกเขาถูกตัดขาดออกจากอเมริกาและประเทศตะวันตก พวกเขาไม่มีอะไรที่จะช่วยให้พวกเขาหรือปกป้องพวกเขา - เพียงพระเยซู พระเยซูทรงช่วยพวกเขา พระคัมภีร์ฉบับ The American Bible Society ได้ประมาณการว่ามีมากกว่า 600 คนที่กลับใจมารับเชื่อเกิดขึ้นในประเทศจีน – นั่นหมายถึง 14,000 คนในทุกวัน! พวกเขาขึ้นอยู่กับพระเยซูคริสต์ และพระองค์ก็ประทานกำลังให้พวกเขาให้แข็งแกร่ง เพื่อที่จะนำคนนับหมื่นคนเข้ามาในพระคริสต์และคริสตจักร!

พระคริสต์ทรงสามารถอภัยบาปของคุณ พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้บาปของ คุณ พระองค์ทรงเป็นขันมาจากความตายเพื่อประทานชีวิตให้คุณและมีความหวัง! ผมขอให้คุณกลับมาที่นี่ในวันอาทิตย์หน้า และผมขอให้คุณเข้ามาที่พระเยซูโดยตรง "ลูกแกะของพระเจ้าซึ่งแบกเอาความผิดบาปของโลก"! กรุณามาและพูดคุยกับผมเกี่ยวกับการเป็นคริสเตียนที่แท้จริง อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: 2 เธสะโลนิเก 2: 1-9.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“What If It Were Today?” (by Leila N. Morris, 1862-1929; altered by the Pastor).


โครงร่างของ

การละทิ้งความเชื่อ - 2014

THE APOSTASY – 2014

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“อย่าให้ผู้หนึ่งผู้ใดล่อลวงท่านโดยทางหนึ่งทางใดเลย เพราะว่าวันนั้นจะไม่มาถึง เว้นแต่จะมีการล้มลงเสียก่อน และคนแห่งการบาปนั้นจะประจักษ์แจ้ง คือลูกแห่งความพินาศ” (2 เธสะโลนิเก 2:3).

(2 ทิโมธี 4:3)

I.    ประการแรก เปิดเผยเรื่องการละทิ้งความเชื่อ ฮีบรู 12:24.

II.   ประการที่สอง เหตุผลของการละทิ้งพระเจ้า วิวรณ์ 12:12; 20:1-2; I เปโตร 5:8.

III.  ประการที่สาม ผลลัพธ์ของการละทิ้งความเชื่อ วิวรณ์ 3:17, 16.

IV.  ประการที่สี่ การป้องกันการละทิ้งความเชื่อ I โคริน 2:2.