Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




เทศนาถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์

PREACHING THE UNSEARCHABLE RICHES OF CHRIST
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าวันของพระเป็นเจ้าที่ 4 เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, May 4, 2014

“ทรงโปรดประทานพระคุณนี้แก่ข้าพเจ้า ผู้เป็นคนเล็กน้อยกว่าคนเล็กน้อยที่สุดในพวกวิสุทธิชนทั้งหมด ทรงให้ข้าพเจ้าประกาศแก่คนต่างชาติถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์ อันหาที่สุดมิได้” (เอเฟซัส 3:8)


ผมยิ่งแก่ก็ยิ่งรักอัครทูตเปาโล ท่านเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนและท่านเปรียบเหมือนขุมทรัพย์ของพระคริสต์ แต่ในพระธรรมของเราข้อนี้ท่านบอกว่า "ผู้เป็นคนเล็กน้อยกว่าคนเล็กน้อยที่สุดในพวกวิสุทธิชนทั้งหมด" เปาโลเป็นหนึ่งในอัครทูตที่อ่อนน้อมถ่อมตนมาก ใน 1 โครินธ์ 15:9 ท่านบอกว่าท่านป็นคนเล็กน้อยในบรรดาอัครทูต เพราะว่าท่านได้ "ข่มเหงคริสตจักรของพระเจ้า" ก่อนจะกลับใจใหม่ เขาพูดซ้ำอีกครั้งใน 1 ทิโมธี 1:12 และ 13

อาจารย์เปาโลบอกเราว่า เป็นเพราะพระคุณทำให้ท่านต้องมาเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ "ความไพบูลย์ของพระคริสต์ที่ไม่วันเปลี่ยนแปลง" เคนเน็ธ วูสต์ ชี้ให้เห็นว่า "ไม่วันเปลี่ยนแปลง" แปลตามภาษากรีกหมายถึง "สิ่งที่ไม่สามารถลบออกได้" ความมั่งคั่งของพระคริสต์เป็นดั่งที่จะกล่าวมานี้ "มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้" (Kenneth S. Wuest, Ph.D., Wuest’s Word Studies, Eerdmans, 1975, volume I, p. 84).

เป็นเวลาหลายปีที่ผู้รับใช้ดีและนักเทศน์บอกว่า อย่าให้ผมเทศนาแบบง่ายๆ เพราะทำให้คนสมาชิกของผมเป็นผู้เชื่อที่ตื้นๆ ผมเชื่ออย่างนั้นมาเป็นเวลานั้น – จนกระทั่งผมไปเจอหรือพบกับคำเทศนาของท่าน สเปอร์เจียน หลังจากที่ได้อ่านบทเทศนาของ สเปอร์เจียน ไปได้ระยะหนึ่ง ผมเริ่มประหลาดใจที่บทเทศนาเหล่านั้นพูดถึงพระคริสต์ได้อย่างลึกซึ้ง ดังนั้นผมจึงคิดว่าจะพยายามเทศนาพระกิตติคุณในรูปหลายๆรูปแบบและแตกต่างกันออกไป และมุมที่แตกต่างกันเหมือนอย่าง เปอร์เจียน ทำกัน ผมจำได้ความคิดในตอนนั้น "ฉันไม่สามารถเทศนาอย่างนั้นได้นาน ผมไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ และคนของผมก็จะเบื่อ"

ผมเป็นอย่างนั้นนานมาก! ความจริงทุกวันนี้ผมเทศน์และสอนข่าวประเสริฐทุกเช้าและเย็นวันอาทิตย์และเป็นเวลาหลายปีแล้ว และรู้สึกเหมือนผมเทศน์แต่เรื่องพื้นๆ! ตอนนี้ผมไม่คิดอีกว่าจะไม่มีข้อมูลเพียงพอ เพราะตอนนี้ผมกำลังเทศน์ถึงเรื่องที่ไม่ต้องค้นคว้า และลึกซึ้ง "ไม่มี-วัน-ที่-จะ-พูด-หมดที่จะพูดถึงพระคริสต์" มีเรื่องมากมายที่จะพูดถึงพระคริสต์ผู้มั่งคั่ง และไม่มีวันที่ผมจะพูดจบ – ไม่ใช่หนึ่งร้อยปี!

ผู้เชื่อจำเป็นต้องฟังพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์อย่างต่อเนื่อง – อย่างที่ผมบอกมาแล้ว? ไม่เลยแน่นอน! มีบางคนที่เป็นคริสเตียนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถพบได้ทุกที่ในโลก! นั่นไม่ได้โม้ มันเป็นความจริง ทุกวันนี้เรามีคริสเตียนที่เข้มแข็งอยู่ในโลก และพวกเขากลับใจเพราะได้ยินพระกิตติคุณ พวกเขาถูกเลี้ยงดูด้วยพระกิตติคุณ และพวกเขาเติบโตและเข้มแข็งด้วยพระกิตติคุณ! ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เปาโลว่าหมายถึงอะไร ตอนที่เมื่อเขากล่าวว่า

“เพราะข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่แสดงความรู้เรื่องใด ๆ ในหมู่พวกท่านเลยเว้นแต่เรื่องพระเยซูคริสต์ และการที่พระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน” (1 โครินธื 2:2)

เรารอดโดยเชื่อในพระเยซูคริสต์และโดยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เราเติบโตในความเชื่อและการถูกตรึงบนกางเขนของพระเยซูคริสต์ เราถูกทำให้บริสุทธิ์โดยเชื่อในพระเยซูคริสต์ผู้ถูกตรึงบนไม้กางเขน พระคริสต์คือ "อัลฟาและโอเมก้า จุดเริ่มต้นและตอนจบ" (วิวรณ์ 1:8) พระคริสต์เป็น "พระเยซูเป็นผู้ริเริ่มความเชื่อ และผู้ [ทรง] ทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ" (ฮีบรู 12:2) อย่างที่ผมเทศน์เมื่อคืนที่ผ่านมา พระคริสต์ "... พระองค์ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญา" (1 โครินธ์ 1:30) การทรงไถ่ การชำระล้างบาป และตั้งอยู่ในพระคริสต์ – นั่นคือทั้งหมดที่เราต้องเทศน์! นายกริฟฟิพึ่งร้องเพลงเก่าที่แต่งเป็นภาษาเยอรมันแปลเป็นภาษาอังกฤษคือ

ยามฟ้าใสในยามเช้าหัวใจของฉันก็ร้องออกมา
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!
เหมือนทำงานและอธิษฐานถึงพระเยซู
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!

ในยามหลับนอนวิญญาณฉันเงียบ
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!
เมื่อความคิดชั่วร้ายเกิดขึ้นฉันปกป้องด้วยโลห์ของฉัน
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!

ความเศร้าเติมอยู่ในใจของฉันได้อย่างไร ทรงปลอบ
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!
ความสุขแห่งโลกหายไปได้อย่างไร? ผู้ปลอบประโลมยังอยู่
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!

อยู่ตรงนี้ ชีวิตเป็นของฉัน บท [เพลง] สันติสุขของพระเจ้า
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!
ร้องเพลงนิรันดร์นี้ตลอดไป
   ขอให้พระเยซูคริสต์ได้รับการสรรเสริญ!
(“May Jesus Christ Be Praised,” author unknown; translated from the
   German by Edward Caswall, 1814-1878)

หรือ เหมือนอย่างบทเพลงที่ท้านกรีฟฟี่ร้องไปเมื่อคืนนี้

พระเยซูคริสต์ทรงสร้างฉันทั้งหมดที่ฉันต้องการทั้งหมดที่ฉันต้องการ
   พระองค์เท่านั้นที่เป็นที่ต้องการของฉัน
ปัญญาความชอบธรรมและอำนาจความบริสุทธิ์ในยามนี้
   พระผู้ไถ่ของฉันดีเลิศและอิสระคือทั้งหมดที่ฉันต้องการ!
(“All I Need,” author unknown; copyright 1965 by Dr. John R. Rice in
      “Revival Specials No. 2”)

ตอนที่ผมเตรียมบทเทศนานี้ ผมพยายามใช้หลายๆรูปแบบ และหลายๆมุงมอง ผมกลัวว่าบทเทศนาของผมจะมีไม่มากพอในอินเทอร์เน็ต แต่ที่ผ่านมาผมได้รับการหนุนใจจากคนที่ได้อ่านคำเทศนาของผมทางอินเทอร์เน็ต ยกตัวอย่างเดือนที่แล้วมี 100,989 คน "เข้ามา" ชมเว็บไซต์ของเรา และผมก็ได้รับอีเมล์มากมายเขียนมาหนุนใจ เดือนที่แล้วมีมิชชันนารีท่านหนึ่งรับใช้อยู่ในประเทศอินโดนีเซียได้ส่งข้อความมาให้ผม เนื่องในโอกาศครบรอบวันเกิดเจ็ดสิบสามปี ผมรู้สึกลังเลที่จะอ่านจอหมายนั้นให้กับพวกคุณ เพราะดูเหมือนว่าผมเป็นคนที่ชอบยอตัวเอง แต่นั่นก็เป็นความรู้สึกที่ดีๆ และก็ดีใจที่มีโอกาสนำมาแบ่งปัน ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรกของเขา เขาพูดภาษาอินโดนีเซีย ดังนั้นผมจึงรู้ว่าเขาต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากมาเขียนจดหมายฉบับนี้

บทเทศนาของคุณมีรูปแบบเหมือนเช่นซิมโฟนี เหมือนห้าเบโธเฟนซิมโฟนี ทุกครั้งจะมีหัวข้อ ที่สำคัญที่สุดคือหัวข้อเกี่ยวกับพระโลหิตและการชดใช้ของพระคริสต์และการกลับใจใหม่ปรากฏครั้งแล้วครั้งเล่าในบทเทศนาของคุณ นอกจากนี้คุณยังเทศนาต่อต้านพวก "ตัดสินใจนิยม" และพวกละทิ้งความเชื่อ รูปแบบเหล่านี้มีการทำซ้ำเช่นเกียวกันกับบทเพลงห้าเบโธเฟนซิมโฟนี ซึ่งจะร้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
     บทเทศนาของคุณก้องอยู่ในหูของเราและเตือนเราครั้งแล้วครั้งเล่าว่าชีวิตและโอกาสจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงต้องประกาศเรื่องของพระคริสต์อย่างต่อเนื่องในขณะที่ยังมีโอกาส ชีวิตและโอกาสของเรา เป็นเหมือนใบไม้แห้งที่ต้องแยกออกมาจากลำต้นเป็นอิสระบินไปน่มถูกลมพักและมีอิสระ เต้นรำตามจังหวะเพลงของสายลมและจากนั้นจะล่วงลงไปกองบนพื้นไปชั่วนิรันดร์กาล สิ่งแรกที่เราได้ชื่นชมยินดีกับอิสระเสรีภาพ แต่เวลาที่ผ่านอย่างรวดเร็ว เสรีภาพนั้นก็จะหายไป จนกว่าเราจะรู้ว่าชีวิตของเราทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป และเรามารับรู้ว่าได้สูญเสียโอกาสที่จะทำงานเพื่อพระเจ้า
     บทเทศนาของคุณก้องอยู่ในหูของเราและเตือนเราครั้งแล้วครั้งเล่าว่า อย่ามัวแต่เป็นผู้รับและผู้ฟัง แต่จงเป็นผู้ที่ลงมือกระทำประกาศพระคำนั้น คือเทศนาเกี่ยวกับข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ชีวิตและโอกาสของเราเป็นเหมือนสายรุ้งที่มีสีสันสวยงามที่ทำให้ตาของเราจ้องมองอยู่แต่ความสับสนวุ่นวาย แต่พายุก็พัดเอาความสวยงามเหล่านั้นจางหายไป เราเห็นโอกาสดีๆที่จะประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซู แต่เราก็ทำเพียงพึงพอใจเหมือนแค่จ้องมองความงามของดวงดาว กว่าที่เราจะมารับรู้ความสวยงามเหล่านั้นมันก็มลายหายไปหมดเหลือแต่ความว่างเปล่า เวลาของเราในตอนนี้คือให้เราประกาศนำดวงวิญญาณมาที่พระเจ้า แม้ว่าจะมีอุปสรรคปิดขวางรออยู่มากมายก็ตาม เพื่อใครบางคนจะมีโอกาศรับใช้พระคริสต์
     พระธรรมเทศนาของคุณก้องอยู่ในหูของเราและเตือนเราครั้งแล้วครั้งเล่าความเข้มแข็งของเราก็จะลดน้อยถอยลง ชีวิตและโอกาสของเราเป็นเหมือนคลื่นที่คำรามที่ท้าทายเรา แต่ความแข็งแกร่งของเราจะหายไปในเร็ว ๆ นี้ และกลายเป็นเสียงกรอบแกรบนุ่มและเป็นเหมือนคลื่นที่มีขนาดเล็กตอนเข้ากระทบชายฝั่ง – ดังนั้นชีวิตการทำงานของเราไม่สม่ำเสมออย่างนั้นตลอดเวลา บางครั้งตื่นเต้น แต่บางครั้งเราก็รู้สึกหมดหวังและอยากละทิ้งงานนั้น ในขณะเดียวกันพระวิญญาณเป็นเหมือนไฟ ที่เผาไหม้ภายในจิตวิญญาณของเราขอให้ไฟลุกโชติช่วงในการเทศนาของเรา การเทศนาของคุณก้องอยู่ในหูของเรา และสร้างแรงบันดาลใจให้เรา เหมือนเปาโลพูดว่า “อย่าเกียจคร้านในการงาน จงมีจิตใจกระตือรือร้น จงปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า” (โรม 12:11)
     คำเทศนาของคุณเตือนเราอยู่เสมอที่พระวจนะกล่าวว่า “ส่วนมนุษย์นั้น วันเวลาของเขาเหมือนหญ้า เขาเจริญขึ้นเหมือนดอกไม้ในทุ่งนา เพราะลมพัดผ่านมันไป มันก็สูญเสีย และสถานที่ของมันไม่รู้จักมันอีก” (สดุดี 103:15-16)
     ขอขอบคุณสำหรับบทเทศนาของคุณ ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณมี และบอกเราให้ประกาศข่าวประเสริฐต่อไป! ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่คุณทำเพื่อพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอด และพระเยซูคริสต์ของเรา
     สุขสันต์วันเกิดให้กับอาจารย์ พระเจ้าอวยพรให้ท่านตลอดจนครอบครัวและคนของท่าน
     ลูกของท่านในพระคริสต์
     อีดิ

ข้อความดีๆและและผมเองก็รู้สึกพึงพอใจนี้ส่งมาจากมิชชันนารีที่ซื่อสัตย์ในประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ผมซาบซึ้งใจ และอยากจะนำมาแบ่งปันให้คุณ ใช่เราจะต้องประกาศข่าวประเสริฐอย่างต่อเนื่อง และเราจะต้องประกาศด้วยความกระตือรือร้น "ไพบูลย์ของพระคริสต์ที่ไม่วันเปลี่ยนแปลง" ผมเชื่อว่าคริสเตียนทุกคนควรได้ฟังพระกิตติคุณอยู่บ่อยๆ "ไพบูลย์ของพระคริสต์ที่ไม่วันเปลี่ยนแปลง" ใช่ว่าประกาศให้ผู้ที่ยังไม่เชื่อเท่านั้น ความจริงก็คือพระธรรมเอเฟซัสเขียนให้กับ “วิสุทธิชนซึ่งอยู่ที่เมืองเอเฟซัส และผู้สัตย์ซื่อในพระเยซูคริสต์” (เอเฟซัส 1:1) อัครสาวกเปาโลกล่าวถึงพระกิตติคุณอยู่หลายจุดในจดหมายฉบับนี้ และเป็นหนึ่งในพระธรรมในพระคัมภีร์ที่ผมชื่นชอบ เพราะเป็นพระธรรมที่สรรเสริญพระเยซู และกล่าวถึงพระกิตติคุณได้อย่างชัดเจน และอาจารย์เปาโลก็กนุนใจคริสเตียนที่นั่นให้ตั้งมั่งคงอยู่ให้สมกับการที่พระเยซูทรงช่วยพวกเขาให้รอดแล้ว นี่คือสองข้อที่ผมชื่นชอบมากๆ

“จงระลึกว่า ครั้งนั้นท่านทั้งหลายเป็นคนอยู่นอกพระคริสต์ ขาดจากการเป็นพลเมืองอิสราเอลและไม่มีส่วนในบรรดาพันธสัญญาซึ่งทรงสัญญาไว้นั้น ไม่มีที่หวัง และอยู่ในโลกปราศจากพระเจ้า แต่บัดนี้ในพระเยซูคริสต์ ท่านทั้งหลายซึ่งเมื่อก่อนอยู่ไกลได้เข้ามาใกล้โดยพระโลหิตของพระคริสต์” (เอเฟซัส 2:12-13)

คริสเตียนทุกคนต้องได้ยินพระกิตติคุณอยู่บ่อยๆ เราต้องได้รับการเตือนอยู่เสมอว่าเราไร้ความหวัง ถ้าอยู่ในโลกนี้โดยที่ไม่มีพระเจ้า เราต้องได้รับการเตือนอยู่เสมอว่า “ท่านทั้งหลายซึ่งเมื่อก่อนอยู่ไกลได้เข้ามาใกล้โดยพระโลหิตของพระคริสต์”

ผมอ่านบทเทศนาที่ยอดเยี่ยมของท่าน วอร์เรน พี ซึ่งเป็นศิษยาภิบาลที่คริสตจักรทรินิตี้เพรสไบที ในเมือง นิวทาว์เบย์ ไอร์แลนด์เหนือ บทเทศนานี้ถูกตีพิมพ์ลงในนิตยสาร ศาสนาจารย์พี ชี้ให้เห็นถึงคริสเตียนทั้งหมด แม้ศิษยาภิบาลก็จำเป็นต้องได้ฟังพระกิตติคุณอยู่บ่อยๆ ท่านกล่าวว่า "เราต้องได้ยินพระกิตติคุณและเชื่อตามนั้นในทุกช่วงชีวิตของเรา" (Banner of Truth Magazine, August/September 2013, p. 4). ว้าว! เขาบอกอย่างนั้นนที่ประชุมของการศึกษาพระคัมภีร์! "เราต้องได้ยินพระกิตติคุณและเชื่อตามนั้นในทุกช่วงชีวิตของเรา" นั่นคือสิ่งที่ดี! ขอขอบคุณท่านที่บอกอย่างนั้น! ตอนที่ผมอ่านบทเทศนาของท่าน ทำให้ผมเห็นถึงแปดเหตุผลที่เราต้องบังเกิดใหม่อีกครั้ง คริสเตียนต้องได้ยินพระกิตติคุณอยู่บ่อยๆและคิดและจำไว้อยู่เป็นประจำ! นี่คือแปดเหตุผล ผมไม่ได้เรียงตามลำดับและเฉพาะเจาะจงใด ๆ ผมเขียนตามที่คิดได้เท่านั้น บางทีคุณอาจจะคิดได้มากกว่านั้นก็ได้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าทำไมคริสเตียนต้องได้ฟังพระกิตติคุณอยู่บ่อยๆ


1. พระกิตติคุณทำให้เราเป็นอิสระจากความรู้สึกที่ผิด (อาจารย์ พี บอกเราหนึ่งอย่างในบทเทศนาของท่าน)

2. พระกิตติคุณให้ความหวังให้เรา – เพราะพระคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตายและจะเสด็จมาอีกครั้งหนึ่ง!

3. พระกิตติคุณทำให้เราได้พัก (พระเยซูบอกว่า “เราจะให้เจ้าหยุดพัก” มัทธิว 11:28)

4. พระกิตติคุณประทานกำลังให้เราเอาชนะซาตาน (“เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก” วิวรณ์ 12:11)

5. พระกิตติคุณรับประกันคำอธิษฐานของเรา (“เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลาย เมื่อเรามีใจกล้าที่จะเข้าไปในที่บริสุทธิ์ที่สุดโดยพระโลหิตของพระเยซู” ฮีบรู 10:19)

6. พระกิตติคุณประทานกำลังให้เราในยามที่ทนทุกข์ (“แต่ขอให้พระเจ้าแห่งบรรดาพระคุณทั้งปวง ผู้ได้ทรงเรียกให้เราทั้งหลายเข้าในสง่าราศีนิรันดร์ของพระองค์โดยพระเยซูคริสต์ ครั้นท่านทั้งหลายทนทุกข์อยู่หน่อยหนึ่งแล้ว ทรงโปรดให้ท่านทั้งหลายถึงที่สำเร็จ ให้ตั้งมั่นคง ให้ท่านมีกำลังมากขึ้น และทรงให้ท่านมีพื้นฐานมั่นคง” 1 เปโตร 5:10)

7. พระกิตติคุณทำให้เราเข้มแข็งเพื่อบรรลุในสิ่งที่คิดว่าเป็นไม่ได้ (“ข้าพเจ้ากระทำทุกสิ่งได้โดยพระคริสต์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” เอเฟซัส 4:3)

8. พระกิตติคุณทำฝห้เรามั่นว่าเราจะเติบโตในพระคุณ (“ข้าพเจ้าแน่ใจในสิ่งนี้ว่า พระองค์ผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้ในพวกท่านแล้ว จะทรงกระทำให้สำเร็จจนถึงวันแห่งพระเยซูคริสต์” ฟิลิปปี 1:6)


ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เทศนาในหัวข้อที่เรียกว่า "ช่วงชีวิตเริ่มต้นของฉัน" ผมบอกเกี่ยวกับความยากลำบากที่ผมๆได้เผชิญในช่วงวัยหนุ่ม มารซาตานพยายามบิดเบือนความจริงที่อยู่ในใจของชายหนุ่มผู้นี้ ภายหลังชายคนนั้นบอกผมว่าเขากลัวที่จะไว้วางใจในพระเยซู เพราะเขากลัวจะต้องผ่านความยากลำบากเหล่านั้น ลองมาดูสิ่งที่ซาตานบิดเบือน! จุดสำคัญในคำเทศนาของผมคือพระเยซูคริสต์ทำให้ผมเข้มแข็งและสามารถผ่านสิ่งเหล่านั้นได้ และพระคริสต์ก็จะทำให้คุณเข้มแข็งและผ่านอุปสรรคแห่งความท้าทายของชีวิตนี้ได้เช่นกัน! จงกลับใจจากบาปของคุณและวางใจในพระเยซู! พระองค์จะล้างบาปของคุณด้วยพระโลหิตของพระองค์ และประทานชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ก่อนที่คุณจะมารู้จักกับพระองค์! นี่คือบทเพลงที่ผมได้เรียนรู้และร้องในช่วงวัยเด็ก

ฉันตัดสินใจที่จะไปที่พระผู้ช่วยให้รอด,
   ฉันละทิ้งบาปและการปะทะกัน
พระองค์เป็นหนึ่งเดียวแห่งความจริง ผู้เดียวเท่านั้น
   พระองค์ประทานพะคำแห่งชีวิต
ฉันจะรีบไปที่พระองค์รีบดีใจและเป็นอิสระ
   พระเยซูผู้ยิ่งใหญ่สุดสูงสุดข้าๆจะมาหาพระองค์
(“I Am Resolved” by Palmer Hartsough, 1844-1932)

หันหลังให้บาปของคุณแล้วจงเข้ามาวางใจในพระเยซูตั้งแต่วันนี้ คุณจะไม่ต้องเสียใจ! และจงคิดใคร่ครวญถึงพระกิตติคุณทุกวันตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ พระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้ความผิดบาปของคุณ พระเยซูทรงใช้โลหิตของพระองค์ชำระเราให้ขาวสะอาดปราศจากบาป พระวรกายของพระเยซูทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายเพื่อประทานชีวิตให้เรา หันกลับจากบาปและวางใจในพระองค์ คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจในทีหลัง

ถ้าคุณอยากจะคุยกับพวกเราเกี่ยวกับการรับการชำระบาปโดยโลหิตของพระเยซู กรุณาออกจากที่นั่งของคุณตอนนี้และเดินไปที่ด้านหลังของห้องนมัสการนี้ ดร. คาเกน จะนำพวกคุณไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อให้คำปรึกษาและอธิษฐานเผื่อ ไปได้ในตอนนี้ ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐานเผื่อคนที่ไว้วางใจในพระเยซูนี้ด้วย อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: เอเฟซัส 3:1-8
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“May Jesus Christ Be Praised” (ไม่รู้จักผู้แต่ง แปลโดย Edward Caswall, 1814-1878)