Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




แผ่นดินสวรรค์

A GLIMPSE OF HEAVEN
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, February 23, 2014

“และเขาทั้งหลายก็ร้องเพลงใหม่ ว่าดังนี้ “พระองค์ทรงเป็นผู้ที่สมควรจะทรงรับม้วนหนังสือ และแกะตราม้วนหนังสือนั้นออก เพราะว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” (วิวรณ์ 5:9)


จิตวิญญาณของฉัน! ตอนผมยังเป็นเด็กอยู่นั้นชอบไปอยู่ที่รัฐแอริโซนา! แม่ผมมีรถฟอร์ดเก่าๆอยู่คันหนึ่ง เธอใส่ของเต็มรถตอนที่เราไป แม่ ผมและเพื่อนของผมที่ชื่อชัคไปด้วยกัน ในขณะที่เดินทางไปนั้นเราได้หยุดรถที่เรดแลนด์เพื่อไปซื้อเป๊ปซี่ ย้อนกลับไปในปี 1940 เครื่องดื่มชนิดนี้ถือว่าสุดยอด แต่ในปี 50 พวกเขากลับเปลี่ยนรรสชาติไป

หลังจากนั้นเป๊ปซี่ก็ออกจากโลกไป และเหมือนกับที่เราออกจาก นคร ลอสแอนเจลิส! พวกเรามักจะออกเดินทางในช่วงบ่าย – ตอนที่เราออกจากเมืองเรดแลนด์ดวงอาทิตย์ก็ใกล้ตกแล้ว เราก็เริ่มต้นร้องเพลง เหตุการร์นี้ผ่านมาแล้ว 60 ปีแต่ยังจำได้ว่าเราร้องเพลงเกือบตลอดทางจนถึงเมือง ฟีนิกซ์! แม่ขับรถในเวลากลางคืน เพราะรถเก่าๆของแม่คันนี้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ ผมรักการเดินทางไปที่แอริโซนาครั้งนั้นมาก! เพราะเป็นความทรงจำและความสุขอย่างหนึ่งที่เด็กผู้ชายอย่างผมมีได้! ตอนนี้ผมยังได้ยินเสียงแม่ของผมเรียกว่า - "โรเบิร์ตมาที่นี่! เรากำลังจะไปที่ฟีนิกซ์ในคืนนี้" ว้าว! ช่างเป็นอะไรที่ดีมากๆ เราจะทิ้งความสกปรกออกและพร้อมกับความเศร้าที่ต้องจากลอสแอนเจลิสไป – ไปที่ทะเลทรายแอริโซนาที่มีแต่ บาร์เรลและต้นไม้ของโจชัว นกกระทา และหมาป่า! เราก็ออกไปดูฟาร์มนกของเบอร์นาร์ด โรเออร์ ไปดื่มเครื่องดื่มโซดาองุ่น และอ่านการ์ตูนที่ชื่อเป็ดโดนัลด์! รู้สึกเหมือนอย่างที่เห็นในภาพยนตร์เก่าๆที่ชื่อว่า - "สิ่งสวยงามของออนซ์ หรือ Wizard! the wonderful Wizard of Oz ! "มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและยิ่งใหญ่ ! ช่างตื่นเต้นและดีใจ ตอนที่แม่บอกว่า "โรเบิร์ตมาที่นี่เรากำลังจะไปที่แอริโซนาในคืนนี้"

แต่ช่วงหลังนี้ ผมเดินทางกลับไปที่รัฐแอริโซนาอีกครั้ง ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เสน่ห์ที่นั่นหายไปหมดแล้ว - แต่เมื่อผมเดินกลับไปที่นั่นมันเหมือนสถานเก่าอย่างที่อื่นๆในโลกเก่าใบนี้ ผมได้บอกแล้วมันไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่คุณจะรู้พอใจกับมันอย่างแท้จริง - ผมอยากเห็นสวรรค์! นายพาร์สันส์เขีนนบทเพลงที่นายกริฟฟิพึ่งร้องร้องเพลงผ่านไปสักครู่มานี้

ฉันคิดถึงประเทศที่เป็นบ้านของฉัน
   ที่ๆฉันไม่เคยไปมาก่อน
ที่ๆไม่มีการพูดถึงความโศกเศร้า
   ที่นั่นเวลาจะไม่สำคัญอีกต่อไป
บูลาห์ดินแดนที่ฉันปรารถนาจะไป
   และวันหนึ่งฉันจะไปยืนอยู่ที่นั่น
จะเป็นบ้านของฉันตลอดไป
   บูลาห์ดินแดนแห่งรักและสันติสุข
(“Sweet Beulah Land” by Squire Parsons, 1948-).

ฉันจะตื่นเต้นและมีความสุขอย่างมาก – ตอนที่พระเยซูทรงตรัสว่า “โรเบิร์ตเข้ามา เรากำลังจะไปสวรรค์ด้วยกันในคืนนี้"

ตอนนี้ฉันยืนอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำกำลังมองไป
   ที่ๆความเชื่อของฉันจะสิ้นสุดลง
เหลือเวลาทำงานแค่อีกไม่กี่วัน
   หลังจากนั้นฉันจะบินไปที่สวรรค์
บูลาห์ดินแดนที่ฉันรอคอยมานาน
   และวันหนึ่งฉันจะไปยืนที่นั่น
และจะเป็นบ้านของฉันตลอดไป
   บูลาห์ดินแดนแห่งรักและสันติสุข

“เมืองแห่งแสงสว่าง” – ร้องเพลงนี้ด้วยกันกับผม

ในเมืองที่สว่างสดใส, เมืองแห่งไข่มุกสีขาว
   ฉันมีคฤหาสน์ มีเสื้อคลุมและมงกุฎ
ตอนนี้ฉันกำลังมองดู เฝ้ารอด้วยความปรารถนา
   สำหรับเมืองสีขาวอย่างที่ยอห์นเห็นลงมา
(“The Pearly White City” by Arthur F. Ingler, 1902)

I. หนึ่ง ลองดูซิว่ามีอะไรอยู่ในสวรรค์บ้าง

ท่านพลูดโฮม์มี ได้อ่านพระธรรมฮีบรูผ่านไปสักครู่นี้ พระธรรมตอนนี้บอกเราถึงบางสิ่งที่มีอยู่บนสววรค์ ผมจะอ่านอีกรอบหนึ่ง

“แต่ท่านทั้งหลายได้มาถึงภูเขาศิโยน และมาถึงเมืองของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์อยู่ คือกรุงเยรูซาเล็มแห่งสวรรค์ และมาถึงที่ชุมนุมทูตสวรรค์มากมายเหลือที่จะนับได้ และมาถึงที่ชุมนุมอันใหญ่และมาถึงคริสตจักรของบุตรหัวปี ซึ่งมีชื่อจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว และมาถึงพระเจ้าผู้ทรงพิพากษาคนทั้งปวง และมาถึงจิตวิญญาณของคนชอบธรรมซึ่งถึงความสมบูรณ์แล้ว และมาถึงพระเยซูผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่ และมาถึงพระโลหิตประพรมที่มีเสียงร้องอันประเสริฐกว่าเสียงโลหิตของอาแบล” (ฮีบรู 12:22-24)

ในข้อที่ 22 บอกเราว่านี่คือภาพแห่งแผ่นดินสวรรค์ มีอยู่สามชื่อที่เขาใช้เรียก "ภูเขาศิโยน" หรือ "เมืองของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์" และ “เยรูซาเล็มแห่งสวรรค์" เราต้องแน่ใจว่าเราเข้าใจในสิ่งเขาบอกว่า "เยรูซาเล็มแห่งสวรรค์"

มีบางอย่างที่เขาบอกเราที่มีอยู่ในสวรรค์ หนึ่งคือ มี "ทูตสวรรค์มากมายเหลือที่จะนับได้" อยู่ที่นั่น ผมก็เชื่อว่าตอนนี้มีทูตสวรรค์อยู่รอบตัวเราตลอดเวลาดูแลและปกป้องเรา แต่พวกเราไม่อาจมองเห็นด้วยสายตาของเรา ผมก็เชื่อว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมสามารถเห็นทูตสวรรค์ แต่นั่นก็เป็นแค่หนึ่งทูตสวรรค์ แต่ในสวรรค์เราจะเห็น "มากมายเหลือที่จะนับได้" จำนวนแป็นพัน ในวิวรณ์ 5:11 บอกเราว่ามี "ทูตสวรรค์เป็นอันมากนับเป็นโกฏิ ๆ เป็นแสน ๆ" มีทูตสวรรค์อยู่เต็มไปหมด! คุณจะเห็นพวกเขา วันนั้นจะเป็นอย่างไร! คุณจะเห็นได้อย่างไร! ฉันกำลังรอคอยในวันนั้น!

จากนั้นพระคัมภีร์ยังบอกเราอีกว่า “และมาถึงที่ชุมนุมอันใหญ่และมาถึงคริสตจักรของบุตรหัวปี ซึ่งมีชื่อจารึกไว้ในสวรรค์แล้ว" จะมีอยู่ที่นั่น (ฮีบรู 12:23) ในพระคัมภีร์ส่วนใหญ่จะกล่าวถึง "คริสตจักร" พูดถึงคริสตจักรท้องถิ่น ผู้เชื่อท้องถิ่นเช่นเรา แต่ผมเชื่อว่านี่พูดงถึงคริสตจักรสากล คริสเตียนทุกยุคทุกสมัยจะอยู่ที่นั่น ชื่อของพวกเขาได้รับการถูก "บันทึกไว้ในสวรรค์" - ในหนังสือแห่งชีวิต ทุกคนจะอยู่ที่นั่น – อัครสาวกทั้งหมด ผู้พลีชีพเพราะความเชื่อทุกคนที่ถูกฉีกเนื้อโดยสิงโตในจักรวรรดิโรมันตอนนั้น ผู้เชื่อทุกคน หลายคนถูกทรมานในตะวันออกกลาง ทุกดวงวิญญาณที่กลับใจใหม่ในยุคฟื้นฟูศาสนาครั้งใหญ่ มิชชันนารีทั้งหมดทุกคนที่กลับใจใหม่ทั่วโลก นักเทศนาทั้งหมด ผู้เชื่อที่ยอมพลีชีพถูกทุกข์ทรมานโดยคอมมิวนิสต์และชาวมุสลิมในศตวรรษที่ 20 ทั้งหมดนี้มีอยู่ที่นั่น เฮนรีอัลฟอ (1810-1871) กล่าวไว้อย่างดีว่า

หมื่นครั้ง เป็นหมื่นครั้งสื้อผ้านั้นยังส่งประกายสดใส
   ของบรรดากองทัพแห่งผู้เชื่อและถูกไถ่ถอนนั้นก็สว่างสดใส
เสร็จสิ้นแล้วจบแล้วกับการต่อสู้กับความตายและบาป
   ประตูสีทองเปิดออกและให้ผู้ที่ชนะเข้าไปข้างใน
(“Ten Thousand Times Ten Thousand” by Henry Alford, 1810-1871).

"พระเจ้าผู้ทรงพิพากษาทุกคน" จะอยู่ที่นั่นด้วย (ฮีบรู 12:23) จะไม่มีสวรรค์ถ้าพระเจ้าไม่ได้อยู่ที่นั่น! ผมไม่เชื่อว่าเราจะมองเห็นพระเจ้าด้วยตา สดุดี 104:2 บอกเราว่าพระเจ้าทรงคลุมตัวเองด้วยแสง "เช่นเดียวกับเสื้อผ้า" พระคัมภีร์กล่าวว่า "ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าในเวลาใด ๆ" (ยอห์น 1:18) ผมเชื่อว่าจะเหมือนกันในสวรรค์ เราจะเห็นแสงสว่างอยู่รอบพระองค์ เราจะไม่เห็นพระเจ้าพระบิดา แต่พระคัมภีร์ก็บอกเราพระองค์ทรงสถิตในสวรรค์

"จิตวิญญาณของมนุษย์ถูกทำให้สมบูรณ์" นอกจากนี้ ดร. แมคกี้ กล่าวว่าคนเหล่านี้คือ "บรรดาผู้เชื่อในพันธสัญญาเดิมได้รับความรอดตอนที่พระเยซูคริสต์ที้เป็นลูกแกะของพระเจ้าได้สิ้นพระชนม์แบกเอาความผิดบาปของโลก" (J. Vernon McGee, Th.D., Thru the Bible, Thomas Nelson Publishers, volume 5, 1983, p. 608; note on Hebrews 12:23) ทุกคนที่อยู่ในพันธสัญญาเดิมจะอยู่ในสวรรค์! อาดัมและเอวาจะอยู่ที่นั่น เพราะได้รับการชำระล้างด้วยโลหิตของพระเมษโปดก อาเบลจะอยู่ที่นั่น รวมทั้งเอโนคและโนอาห์และอับราฮัมและซาราห์และอิสอัคและยาโคบกับโยเซฟและโมเสสและโยชูวา กิเดโอน บาราคและแซมสันและเยฟธาห์และเดวิดและซามูเอลและบรรดาผู้เผยพระวจนะ! วันนั้นที่เราคนเหล่านั้นจะเป็นเช่นไรหนอ คือตอนที่เราเห็นพวกเขาทั้งหมดในสวรรค์!

และพระคัมภีร์ยังบอกเราว่า "พระเยซูผู้กลางในพันธสัญญาใหม่" จะอยู่ที่นั่น (ฮีบรู 12:24) จะไม่มีสวรรค์ถ้าพระเยซูไม่ได้สถิตอยู่ที่นั่น เราจะได้เห็นพระเยซู!

หมอเถื่อนคนหนึ่งได้นำยาพิษใส่ตาของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง นั่นคือตอนที่เธอยังเล็กๆ เธอเลยกลายเป็นคนตาบอดอย่างสิ้นเชิงตลอดชีวิตของเธอ แต่แฟนนี ครอสบี ได้เขียนเพลงหนึ่งมีความหมายดีมาก เธอบอกว่า

ฉันจะรู้จักกับพระผู้ไถ่ของฉันตอนที่ฉันข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
   และรอยยิ้มแรกของพระองค์คือการต้อนรับฉัน
ฉันจะรู้จักพระองค์ ฉันจะรู้จักพระองค์
   และฉันจะไปยืนอยู่ช้างๆของพระองค์
ฉันจะรู้จักพระองค์ ฉันจะรู้จักพระองค์
   โดยรอยตะปูที่ตอกลงที่ฝ่ามือของพระองค์
(“My Saviour First of All” by Fanny J. Crosby, 1820-1915).

พระคัมภีร์ยังบอกเราถึงอีกสิ่งหนึ่งในสวรรค์ - "พระโลหิตประพรม ดีกว่าเสียงโลหิตของอาแบล" (ฮีบรู 12:24) ดร. แมคกี้ กล่าวว่า "เสียงโลหิตของอาเบลร้องหาการแก้แค้น แต่โลหิตของพระคริสต์พูดถึงความรอด" (McGee, เล่มเดียวกัน.) แน่นอนโลหิตที่ประพรมก็อยู่ที่นั่น! จะไม่เป็นสวรรค์โดยไม่มีโลหิตอันมีค่าของพระคริสต์

ดร. ดับบลิว เอ คริสเวลล์ ได้รับปริญญาเอกในสาขาพันธสัญญาใหม่ภาษากรีก ท่านเป็นหนึ่งในเทศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกามาเกือบ 60 ปีที่คริสตจักรที่หนึ่งแบ๊บติสต์เมือง รัฐเท็กซัส บิลลี่เกรแฮมเคยเป็นสมาชิกที่คริสตจักรของท่าน ดร. คริสเวลล์ กล่าวถึงพระโลหิตของพระเยซูในสวรรค์ดังนี้ว่า

พระเจ้าของเราผ่านเข้าไปยังม่านผ้าคลุมไปยังที่ๆบริสุทธิ์ด้วยโลหิตและไม่ใช่โดยเลือดของวัวและแพะ แต่เทโลหิตของพระองค์เองเพื่อล้างและทำการลบมลทินบาปของเรา ... ในฟ้าสวรรค์ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ๆพระเจ้าทรงประทับอยู่ พระคริสต์ของเราต้องเข้าไปด้วยใช้โลหิตของพระองค์ชดเชยและให้อภัย และพระองค์ตระเตรียมที่ๆเราจะไปที่นั่น ... นั่นคือสิ่งที่พระคริสต์ทรงทำเพื่อเรา ตอนที่พระองค์เสด็จเข้าไปในม่านคลุม คนบาปทั้งชายและหญิงจะเข้าไปในสถานที่สถานที่บริสุทธิ์ที่ๆพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระชนม์ทรงสถิตอยู่ได้อย่างไร? เราเข้าไปโดยพระโลหิตของพระคริสต์ (W. A. Criswell, Ph.D., Great Doctrines of the Bible, Volume 2, edited by Paige Patterson, Zondervan Publishing House, 1982, pp. 194-196)

ผมไม่ทราบว่าจะมีสักกี่คนที่เชื่อถึงการที่พระเจ้าทรงดลใจคนให้เขียนพระคัมภีร์เป็นภาษาฮิบรูและภาษากรีก มีบางคนพยายามตัดพระคำเหล่านั้นออกจากพระคัมภีร์ของพระองค์ "และโลหิตที่ประพรม" กษัตริย์เยโฮยาคิมได้ใช้ผู้รับใช้ของพระองค์ให้มีดตัดพระวจนะของพระเจ้าและโยนเข้าไปในกองไฟ "เขาตัดมันด้วยมีดพับและโยนเข้าไปในไฟที่ในโถ" (เยเรเมีย์ 36:23) โอ้พี่น้องที่รักทั้งหลาย อย่าให้ อาร์ บี ไทมี หรือ จอห์น แมคอาเธอตัดคำเหล่านี้ซึ่งเป็นการดลใจโดยพระเจ้า "และโลหิตที่ประพรม" – นั่นเป็นตราผนึกและอยู่ตลอดไป ซึ่งเป็นพระวจนะที่เป็นคำพูดของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ! "และโลหิตที่ประพรม" ตลอดเวลาและตลอดกาล ในภูเขาศิโยนเมืองบริสุทธิ์ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ เยรูซาเล็มแห่งสวรรค์!

มีบางคนบอกผมว่า "ทำไมคุณยังเชื่ออยู่ แม้ว่า โคโลเนล ไทมี และ และจอห์น แมคอาเธอร์บอกชัดเจนไว้แล้ว? ปล่อยพวกเขาไปเถิด ปล่อยให้อยู่คนเดียว ปล่อยไป "แต่คุณจะเห็นว่า ผมไม่อาจปล่อยมันไป คนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อนักเทศน์พันๆคน พวกเขาเป็นอย่างนั้น! เป็นอย่างนั้น! เมื่อไหร่คือครั้งสุดท้ายที่คุณได้ยินคำเทศนาที่พูดถึงพระโลหิตของพระคริสต์ ตอนไหนคือครั้งสุดท้ายที่คริสตจักรของคุณร้องเพลงที่กล่าวถึง "โลหิต"? ไหนคือครั้งสุดท้ายที่คริสตจักรของคุณร้องเพลง "ไม่มีอะไรแต่โลหิต" หรือ "รอดด้วยพระโลหิตที่กางเขน" หรือ "อำนาจแห่งโลหิต" หรือ "เมื่อไหร่ที่ฉันเห็นโลหิต" หรือ "มีน้ำพุที่เต็มไปด้วยโลหิต"?

ผมเชื่อว่า ดร. แมคอาเธอร์เรียนรู้ถึงการลดคุณค่าของพระโลหิตของพระคริสต์จาก โคโลเนล อาร์ บี ไทมี ผมก็อยู่ที่นั่นคือการประชุมในปี 1961 ไทมีออกไปพูดที่ มหาวิทยาลัยไบโอลา เพราะความเชื่อที่ผิดเพี้ยนในพระโลหิตของเขา เขาสอนที่หอประชุมในโรงเรียนมัธยม พวกเราทั้งหมดที่เรียนที่ไบโอลาก็อยากรู้อยากเห็น ผมสังเกตุเห็น ดร. แมคอาเธอร์บันทึกทุกถ้อยคำของไทมีในทุกคืนที่ท่านสอนถึงโลหิต ตอนที่ผมอ่านสิ่งที่ ดร. แมคอาร์เธอร์เขียนไว้ ผมเห็นทันที่ว่าทุกคำในนั้นล้วนมาจากการบรรยายที่ได้รับจากชายแปลกหน้าที่ชื่อ โคโลเนล ไทมี

แต่ผมรู้ว่าจะไม่มีการฟื้นฟูเกิดขึ้นในที่ใดๆอีกจนกว่าโลหิตของผู้ช่วยให้รอดจะได้รับความเคารพอย่างที่สมควรได้รับ ดร. ลอยด์ โจนส์เป็นผู้มีอิทธิพลในการฟื้นฟูกล่าวว่า

      คุณจะพบว่าในทุกที่ๆมีการฟื้นฟูนั้นเราต้องยอมรับว่าเพราะทุกคนให้ความสำคัญอย่างมากกับโลหิตของพระคริสต์ ... แน่นอนผมรู้เป็นอย่างดี เมื่อผมพูดถึงสิ่งนี้อาจดูเป็นเรื่องที่ผิดปกติให้กับคนในยุคนี้ มีนักเทศน์ที่เป็นคริสเตียนบางคนคิดว่าพวกเขาเป็นคนฉลาดเกินกว่าที่จะมาเชื่อตามหลักศาสนศาตร์แห่งโลหิตนี้ พวกเขายกเลิกมันไปด้วยการพูดดูถูก [แต่] ผมเห็นว่าไม่มีความหวังใดที่จำทำให้เกิดการฟื้นฟูในขณะทั้งผู้ชายและผู้หญิงก็ปฏิเสธโลหิตแห่งกางเขนและพวกเขาก็ดูถูกด้วยท่าทีหยิ่งผยองของพวกเขาเอง (Martyn Lloyd-Jones, M.D., Revival, Crossway Books, 1987, pp. 48, 49)

มีน้ำพุที่เต็มไปด้วยเลือด
   ไหล่ออกมาจากพระกายของอิมมานูเอล
และคนบาปที่กระโจนลงในน้ำที่ท่วมนั้น
   ความผิดทั้งหมดของพวกเขาก็ถูกชำระออกหมด
(“There is a Fountain” by William Cowper, 1731-1800).

เพื่อนพี่คริสเตียนที่รักของผม คุณจะเห็นทุกสิ่งที่ยอดเยี่ยมและบริสุทธ์เหล่านั้นเมื่อคุณได้ไปยังภูเขาศิโยนเมืองของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ในเยรูซาเล็มแห่งสวรรค์! และไม่มีผู้ใดจะสำคัญมากกว่าโลหิตของพระเยซู!

พระโลหิตอันมีค่าของพระเมษโปดก
   จำไม่มีวันที่อำนาจนั้นสลายไป
จนกว่าทุกคริสตจักรของพระเจ้าจะได้รับการไถ่
   รับความรอด ไม่มีบาปอีกต่อไป
(“There Is a Fountain” by William Cowper, 1731-1800).

II. ประการที่สอง ผมต้องการให้คุณเห็นสิ่งหนึ่งที่เราจะทำกันในสวรรค์

ตอนนี้ให้เรามาที่ประการที่สองของเราและข้อที่สองของเรา กรุณาเปิดไปที่พระธรรมวิวรณ์ 5:9 ผมจะอ่าน

“และเขาทั้งหลายก็ร้องเพลงใหม่ ว่าดังนี้ “พระองค์ทรงเป็นผู้ที่สมควรจะทรงรับม้วนหนังสือ และแกะตราม้วนหนังสือนั้นออก เพราะว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” (วิวรณ์ 5:9)

ที่นี่เราเห็นผู้อวุโส 24 คนที่เป็นตัวแทนของคริสเตียนทุกคนในสวรรค์ "และพวกเขาร้องเพลงบทใหม่" ผมจะไม่อธิบายในข้อ 8 ผมจะมุ่งเน้นไปที่จุดหลักของเราคือการร้องเพลงในสวรรค์ นี่คือบทเพลงที่เราจะร้องกัน

“…และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” (วิวรณ์ 5:9)

คริสเตียนในสวรรค์นั้นมากมายจนไม่อาจนับได้ จำนวนเป็นพันๆล้าน พวกเราจะมีพันล้านล้านคน จะร้องเพลงสรรเสริญพระคริสต์ "เพลงบทใหม่" เป็นเพลงแห่งพันธสัญญาใหม่ บทเพลงไถ่ถอนผ่านพระโลหิตของพระคริสต์ที่วายพระชนม์แทน อันที่จริงบทเพลงนี้จะเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน และเกี่ยวกับโลหิตอันมีค่าของพระองค์ หรือนัยหนึ่งคือเราจะร้องเพลงเกี่ยวกับสองสิ่งที่แสดงอยู่ในศิลมหาสนิท "พระองค์ผู้ที่ถูกฆ่า " - ร่างกายของพระองค์ถูกตรึงที่กางเขน ใช้แทนด้วยขนมปัง ในพิธีศิลมหาสนิท"และทรงไถ่และนำเราไปที่พระเจ้าด้วยโลหิตของพระองค์ " – โลหิตอันมีค่าของพระองค์ใช้แทนด้วยถ้วยเหล้าองุ่น ในศิลมหาสนิท ดังนั้นการสิ้นพระชนม์และพระโลหิตของพระคริสต์จะถูกแทนด้วยสององค์ประกอบที่ แยกจากกันในศิลมหาสนิท ดังนั้น ดร. แมคอาร์เธอร์ ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ตอนที่เขากล่าวย้ำว่า "โลหิต" ของพระเยซูเป็นเพียงคำที่ใช้แสดงถึง "การสิ้นพระชนม์" ของพระองต์เท่านั้น เขาจึงกล่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนมืผิด แต่สองสิ่งในศิลมหาสนิทนั้นบอกได้อย่างชัดเจนว่าความเชื่อของเขานั้นผิด! สองคำนั้นไม่ได้เหมือนกัน แต่มีความหมายที่แตกต่างกัน! ดังนั้นบทสองท่อนที่เราจะร้องเพลงในสวรรค์นั้นแสดงให้เห็นว่า เขาเป็นพูดผิด

(1)  “ถูกปลงพระชนม์แล้ว
(2)  “และด้วยพระโลหิต พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลาย”

สรรเสริญพระเจ้า ฮาเลลูยา! เราจะสรรเสริญพระคริสต์ผู้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดเชยความบาปของเรา และเราจะสรรเสริญพระคริสต์พระโลหิตของพระองค์ที่ไถ่เราออกจากบาป! สรรเสริญพระนามของพระเยซู! ดร. แมคกี้กล่าวว่า

และทรงไถ่เรานำเรากลับไปที่พระเจ้าด้วยโลหิตของพระองค์" [เราจะ] ร้องเพลงแห่งโลหิตของพระองค์ในสวรรค์ คริสตจักรต่างๆลงในโลกนี้ได้มีการตักข้อความที่กล่าวถึงพระโลหิตออกจาก หนังสือเพลงนมัสการของพวกเขา แต่ในสวรรค์พวกเขาจะถูกนำกลับมาใส่ไว้หนังสือเพลงนมัสการอีก ผมเดาว่านั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่พระเจ้าไม่นำพวกเขาเข้าไปในแผ่นดินสวรรค์ เพราะพวกเขาจะต้องร้องเพลงเกี่ยวกับพระโลหิต (McGee, ibid., p. 937; comment on Revelation 5:9-10)

และอยากให้คุณสังเกตุดีว่า พวกเราจะร้องเพลงประสานเสียง จากจำนวนคนที่เป็นพันล้าน พันล้านล้านคน เราถูกไถ่ถอนโดยพระโลหิตของพระคริสต์ "มาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า" ผมดีใจที่กล่าวว่า มาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” ถ้าไม่บอกเอาไว้เช่นนั้น คงจะมีคนไม่มากนักอยู่ในสวรรค์ เพราะว่าจำนวนผู้เชื่อในอเมริกานั้นมีน้อยมากที่รอด! ผมคิดว่าเราต้องแปลกใจที่ว่ามีเพียงชาวอเมริกันไม่กี่คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 20 และ 21 จะรอดและเข้าร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงในสวรรค์นั้น

คริสตจักรในอเมริกันในที่ต่างๆไม่ให้ความสำคัญให้กับพระกิตติคุณ "เพราะว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น พระองค์ได้ทรงไถ่เรา" ถ้าไม่มีไม้กางเขนและโลหิตก็จะไม่มีใครอยู่ในสวรรค์!

บางคนอาจพูดว่า "ดร. ไฮเมอร์ส ทำไมคุณถึงเทศนาเกี่ยวกับโลหิตของพระคริสต์มากมาย "ผมจะให้สเปอร์เจียนตอบแทน

      ผมได้ยินวันแล้ววันเล่าว่ามี นักเทศน์บางคนพูดว่า "โอ้ ! เราต้องการผู้รับใช้คนใหม่ เรากำลังเบื่อคนนี้ เขาพูดถึงโลหิตมากเกินไป” แต่ในวันสุดท้ายพระเจ้าจะเบื่อคนที่พูดเช่นนั้น พระเจ้าไม่เคย เหนื่อยล้าต่อพระโลหิตอันมีค่า และคนของพระองค์ที่รู้ว่าหากไม่งั้งพวกเขาจะไม่มีวันรอด ในสวรรค์ก็ไม่เคยบ่นว่า [พระโลหิตของพระองค์] เป็นอะไรที่น่าเบื่อที่จะพูดถึง "โอ้ แต่ผมไม่ชอบคำว่า [โลหิต] " บางคนบอกว่าเป็นสุภาพบุรุษ พระเจ้าของคุณไม่ใส่ใจอะไรมากถึงขณะนั้น สำหรับคุณที่ไม่ไปสวรรค์ อย่า [กังวล] คุณจะไม่ไป ในที่ๆพวกเขาร้องเพลงเกี่ยวกับโลหิต แต่ถ้าคุณเคยไปที่นั่น คุณจะ ได้ยินมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแล้วซ้ำอีก "พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” แล้วพวกเขาจะ [ร้องเพลง] ออกได้อย่างไรกัน! "พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” พวกเขาจะเน้นสรรพนามนั้นอย่างไร "พระองค์" และนั่นเป็นการพูดถึงการสรรเสริญพระเยซูกันทั้งนั้น ... "พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” พวกเขาไม่ละอายในพระโลหิตของพระเยซูเลย ณ ที่นั่น (C. H. Spurgeon, “The Heavenly Singers and their Song,” The Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1975 reprint, volume XXXIX, p. 391)

ผมอยากให้คุณลองถามตัวเองดูซิว่า ถ้าคุณอยากจะอยู่ในคณะนักร้องประสานเสียงในสวรรค์ คุณจะไปสวรรค์เพื่อไปร่วมร้องเพลงกับพวกเขา หากคุณเสียชีวิตในคืนที่เพราะเกิดจากอุบัติเหตุเหตุหรือเปล่า? คุณจะไปมั้ย? ไปมั้ย? ไปมั้ย? ไม่มีทางที่คุณจะได้ไปสวรรค์ถ้าบาปของคุณยังไม่ได้รับการชำระและลบออก และโดยพระโลหิตของพระคริสต์เท่านั้นที่สามารถทำอย่างนั้นได้! "คุณเคยไปที่พระเยซูเพื่อรัลการชำระให้สะอาดหรือไม่ คุณเคยชำระล้างในโลหิตของพระเมษโปดกหรือไม่? "มีหรือเปล่า? มีมั้ย? คุณเคยมีมั้ย? คุณจะไม่ได้ไปสวรรค์ถ้าบาปของคุณไม่ได้ถูกล้างออกไปด้วยโลหิตของพระเยซู คืนนี้คุณจะมาถึงพระเยซูหรือเปล่า? คืนนี้คุณอยากรับการชำระล้างบาปของคุณโดยพระโลหิตของพระองค์หรือไม่?

ถ้าคุณอยากจะคุยกับพวกเราเกี่ยวกับการรับการชำระบาปโดยโลหิตของพระเยซู กรุณาออกจากที่นั่งของคุณตอนนี้และเดินไปที่ด้านหลังของห้องนมัสการนี้ เราจะนำพวกคุณไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อให้คำปรึกษาและอธิษฐานเผื่อ ไปได้ในตอนนี้ ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐานเผื่อคนที่ไว้วางใจในพระเยซูนี้ด้วย อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: ฮีบรู 12:22-24
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Sweet Beulah Land” (by Squire Parsons, 1948-)/
“The Pearly White City” (by Arthur F. Ingler, 1902)


โครงร่างของ

แผ่นดินสวรรค์

A GLIMPSE OF HEAVEN

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“และเขาทั้งหลายก็ร้องเพลงใหม่ ว่าดังนี้ “พระองค์ทรงเป็นผู้ที่สมควรจะทรงรับม้วนหนังสือ และแกะตราม้วนหนังสือนั้นออก เพราะว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว และด้วยพระโลหิตของพระองค์นั้น พระองค์ได้ทรงไถ่เราทั้งหลายซึ่งมาจากทุกตระกูล ทุกภาษาทุกชาติและทุกประเทศ ให้ไปถึงพระเจ้า” (วิวรณ์ 5:9)

I.   หนึ่ง ลองดูซิว่ามีอะไรอยู่ในสวรรค์บ้าง ฮีบรู 12:22-24;
วิวรณ์ 5:11; สดุดี 104:2; ยอห์น 1:18; เยเรมีย์ 36:23.

II.  ประการที่สอง ผมต้องการให้คุณเห็นสิ่งหนึ่งที่เราจะทำกันในสวรรค์ วิวรณ์ 5:9.