Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ความรอดผ่านทางตรีเอกานุภาพ –
บทเทศนาในวันคริสต์มาส

SALVATION THROUGH THE TRINITY –
A CHRISTMAS SERMON
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 15 เดือนธันวาคม ค.ศ. 2013 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, December 15, 2013

“ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า ความรักแห่งพระเจ้า และความสนิทสนมซึ่งมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด เอเมน” (2 โครินธ์ 13:14).


คืนวันอังคารที่แล้วผมไปที่โรงยิมของผมเพื่อทำงานและว่ายน้ำ ตอนที่ผมลงไปในสระว่ายน้ำนั้นมันมืดแล้ว ตอนนั้นผมก็เห็นชายที่ผมเคยรู้จักเข้าลงไปในอ่างจากุซซี่ เขากำลังมองตรงไปข้างหน้าและไม่ทันสังเกตเห็นผม หลังจากนั้นไม่กี่นาทีผมออกจากสระว่ายน้ำและลงไปแช่น้ำที่อ่างจากุซซี่กับเขา มีเพียงแค่เราสองคนในตอนนั้นเพราะเป็นคืนที่ค่อนข้างหนาว ในขณะที่เราสนทนากันนั้นผมมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่โดดเดี๋ยวและเหงา เขาเป็นช้าราชการที่ปลดเกษียณอายุและมีเงินจำนวนมากอยู่ในธนาคาร อายุของเขาหกสิบและไม่เคยแต่งงาน เขาย้ายจากฝั่งตะวันออกมาอยู่ที่นี่ได้หลายทศวรรษแล้วและก็ไม่มีญาติพี่น้องอยู่กับเขา ผมสังเกตุเห็นถึงความเจ็บปวดที่แสดงออกมาบนใบหน้าของเขาจากการที่บอกผมว่าคริสมาสที่จะถึงนี้เขาจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เขาจึงต้องใช้เวลามากเท่าที่มากได้ให้กับการเรียนปริญญาโทที่วิทยาลัย ซึ่งความจริงแล้วปริญญานี้ไม่จำเป็นให้กับเขาเลย เขาออกจากคริสตจักรนานกว่าสี่สิบปีแล้ว เขามีความขมขื่นและโกรธศาสนาคริสต์เป็นอย่างมาก เขาจึงโดดเดี่ยวอยู่ในโลก – ไม่ได้รับพระคุณ ปราศจากความรักและอยู่ร่วมกับคนอื่น ๆ – กับพระเจ้า ในขณะที่ผมกำลังฟังเขาอยู่นั่น เขาบอกผมว่าใครจะใช้เงินของเขาตอนที่เขาเสียชีวิตแล้ว ผมรู้สึกเสียใจให้กับเขา ผมเชิญเขาไปที่คริสตจักรของเราหลายๆครั้งแล้ว แต่เขาก็มาเพียงแค่ ครั้งเดียวคือวันที่ลูกชายของผมแต่งงาน แต่หลังจากพธีแต่งงานเสร็จเขาก็กลับบ้านทันทีทันใด ผมจึงไม่มีโอกาสเชิญเขาให้มาที่คริสตจักรอีกครั้งหนึ่ง มันเยือกเย็นโดดเดี่ยวและน่ากลัว - โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันคริสต์มาส!

นั่นคือจุดจบของทุกคนในสังคนของเราในทุกวันนี้ คนที่ไม่มีพระคริสต์และไปคริสตจักรจะชีวิตจะสิ้นสุดลงอย่างไร้ความสิ้นหวังและความทุกข์ยาก นั่นเป็นเพราะว่าทางเลือกในพระคริสต์และคริสตจักรเป็นเป็นเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นให้กับพวกเขา นั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นของชีวิตแต่เป็นช่วงปั้นปลายหรือจุดจบ ผมคิดถึงเรื่องมากกว่าห้าสิบปีแล้ว ผมสังเกตว่านั่นเป็นความจริง

ลุงของผมคนหนึ่งทำงานที่ไครสเลอร์ประกอบรถยนต์ เขาเก็บเงินได้เป็นจำนวนมากและก็ซื้อบ้านราคาแพงที่เมืองซานเคลบนชายฝั่งที่อยู่ใกล้กับซานดิเอโก เขาก็เสียชีวิตอยู่ในห้องนอนในบ้านของเขา หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นถึงจะมีคนไปพบร่างของเขา – เพราะเพื่อนบ้านสังเกตูเห็นว่ากล่องรับจดหมายของเขาเต็มและมีกลิ่นเน่าฉุนออกมาจากบ้าน มีลุงอีกคนหนึ่งหลังภรรยาเสีนชีวิตแล้ว เขาก็ป่วยเป็นอัมพาตนอนอยู่ในห้องนอนไม่มีใครรู้จนกระทั่งชายคนหนึ่งสังเกตุว่าเขาขาดร่วมการประชุม พวกเขาจึงพังประตูเข้าไปที่ห้องนอนของเขาเพราะมันถูกล็อคจากด้านใน เขานอนจมอยู่ในกองปัสสาวะและอุจจาระพร้อมกันนั้นมือของเขาก็ยังถือปืนพกเอาไว้ - เพราะเขาคนกลัวโจรขโมย ไม่นานมานี้มีลูกสาวของหญิงคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนบอกคนที่โรงพยาบาลว่าอย่าเอาอาหารให้แม่ของเธอและปล่อยให้เธอตาย มีเรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้นมากมาย ทุกคนที่มีชีวิตฝักฝ่ายอยู่กับโลกนี้มีชีวิตและตายอย่างไร้ความหวังและไม่มีพระเจ้า!

อย่าบอกฉันเกี่ยวกับสครูจ เพราะไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นตามนั้น ไม่มีใครที่สามารถเปลี่ยนเหมือนกับสครูจในดิคเก้นเรื่องราวใน "คริสต์มาส" ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงตามหากปราศจากพระคริสต์และคริสตจักร จะไม่มีใคร!

ผมจำได้ว่าเมื่อประมาณหกสิบปีก่อนเคยเห็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับทรายดูดชายคนหนึ่งจมลงในบ่ออย่างช้าๆ ยิ่งเขาพยายามมากขึ้นเท่าไหร่เขายิ่งถูกทรายดูดเขาลงมากขึ้นเท่านั้น เขากรีดร้องและตะโกนแต่ไม่มีใครผ่านมาเห็น สุดท้ายเหลือแต่ศีรษะของเขาโผล่ออกมาจากหลุมทราย นั่นคือโอกาศครั้งสุดท้ายที่เขาได้หายใจจากนั้นทรายก็ดูดเขาจมลงหายไป ตอนที่ผมเห็นหนังเรื่องนี้ยังเป็นเด็กอยู่ มันทำให้ใจของผมแทบแตกสลาย ผมจับลำคอของผม พร้อมกับมือที่มีเหงื่อเพราะความน่ากลัวจากการถูกทรายดูด!

คุณเคยจมอยู่ภายใต้หรือจมอยู่ในน้ำเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายและไร้ที่พึ่งบ้างหรือเปล่า? เวลาเช่นนี้คุณจะหลีกหนีได้หรือ? อย่างที่ผมมักพูดบ่อยๆว่าจะไม่มีใครหลีกหนีออกมาได้หลังจากอายุสามสิบแล้ว - เกือบไม่มีใคร! แม่ของหลีกหนีออกมาตอนอายุ 80 – แต่จะไม่ค่อยมีตามเช่นนี้อยู่บ่อยนักเป็นประหนึ่งการพรากจากกันในทะเลสีแดง – จะไม่การอัศจจรย์ใดๆเกิดขึ้นอีก!

มีอยู่ทางเดียวที่คุณสามารถหลุดออกมาจากบ่อทรายดูด จงกากบาทคำที่ผมพูดเอาไว้! มีอยู่ทางเดียวที่คุณสามารถหลุดออกมาจากบ่อทรายแห่งชีวิต – ทาง เดียว เท่านั้น! และ ไม่มี ทาง อื่น อีก! ดังต่อไปนี้ -

“ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า ความรักแห่งพระเจ้า และความสนิทสนมซึ่งมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด เอเมน” (2 โครินธ์ 13:14)

คริสตจักรในโครินธ์เป็นแบอย่างที่ไม่ดี เป็นคริสตจักรที่มีการแตกแยกอย่างใหญ่หลวง มีการสอนที่เทียมเท็จ ทำบาปเกี่ยวกับการล่วงประเวณี และสมาชิกคริสตจักรก็หลงหายไป (13:5, 6) เปาโลได้เตือนพวกเขาไว้ในตอนท้ายว่า "กับพวกคุณทุกคน" นี่คือคำอธิษฐานของท่านให้กับพวกเขาเพราะท่านรู้ว่าไม่มีอะไรที่สามารถดึงพวกเขาออกจากหลุมทรายดูดแห่งชีวิตและสิ้นหวัง และนี่คือสิ่งที่คุณต้องการเช่นเดียวกัน

I. ประการที่หนึ่ง คุณต้องการพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์

ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า…จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (2 โครินธ์ 13:14)

ณ ที่นี้ อาจารย์เปาโลกำลังกล่าวถึงตรีเอกานุภาพ ท่านพูดถึงพระเยซูคริสต์และพระเจ้าพระบิดาและพระวิญญาณบริสุทธิ์ แล้วท่านก็อธิษฐานว่า "พระคุณขององค์พระเยซูคริสต์" จะอยู่กับพวกเขาทั้งหมด นั่นคือสิ่งแรกที่อาจารย์เปาโลอธิษฐานให้พวกเขา เพราะนั่นคือสิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องได้ นี้เป็นคำอธิษฐานเพื่อความรอดผ่านทางตรีเอกานุภาพ

ขอให้สังเกตว่าเปาโลได้กล่าวถึง "พระคุณ" ของพระคริสต์ก่อน "ความรักของพระเจ้า" ขอให้สังเกตว่าชื่อเต็มของพระคริสต์นั่นคือ "องค์พระเยซูคริสต์" นั่นแสดงให้เห็นถึงความเป๊นพระเจ้าของพระองค์เพราะพระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา และแสดงให้เห็นธรรมชาติคการเป็นมนุษย์ของพระองค์ของพระเยซู เพื่อชี้ให้เห็นถึงการทำพันธกิจของพระองค์ในขณะที่พระคริสต์ก็ยังทรงเป็นพระเจ้าอยู่ พระองค์คือพระเมษศิยาห์ พระองค์คือองค์พระเยซูคริสต์ เป็นพระคุณของพระเจ้าและตามที่ผู้คนอย่างเราต้องการ และเป็นบุคคลที่เตรียมพระคุณนี้ให้กับเรา ทุกคนที่ได้รับความรอดแล้วจะรู้เป็นอย่างดีว่าเขารับความรอดโดยพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์

แต่สำหรับผู้ที่จะหลงหายไปเห็นว่าองค์พระเยซูคริสต์ไม่มีความจำเป็นให้กับพวกเขา พวกเขาเหยียบย่ำพระองค์อยู่ใต้ฝ่าเท้า (ฮีบรู 10:29) พวกเขาดูถูกและปฏิเสธพระองค์และซ่อนใบหน้าของพวกเขาจากพระองค์ (อิสยาห์ 53:3) พวกเขาปฏิเสธที่จะมาหาพระองค์ (ยอห์น 5:40) พวกเขาเกลียดชังและไม่ให้เกียรติแด่พระองค์ (อิสยาห์ 49:7)

คนต่างก็พูดสรรเสริญ กานดีและจอห์ เคนเนดี ทั้งที่คู่ก็เคยล่วงประเวณี คนสรรเสริญโมฮัมเหม็ดทั้งที่ถูกมารครอบงำและเป็นฆาตกร คนสรรเสริญ เช เกบาราซึ่งเป็นทั้งฆาตกรและโจร แต่เมื่อพวกเขามาพูดถึงพระเยซู พวกเขากลับเกลียดชังพระองค์ ถ้าคุณอยู่ในวิทยาลัยคุณก็จะรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดนี้ว่าถูกต้อง อาจารย์ที่สอนตามวิทยาลัยต่างก็เกลียดพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้า!

พวกเขาไม่ได้ห้ามการสร้างโครงกระดูกมนุษย์และแต่งตัวเป็นแม่มดและแมวดำในวันที่ 31 ตุลาคม พวกเขาไม่ห้ามร้านค้าหรือโรงเรียนใช้คำว่า "ฮาโลวีน" แต่กลับห้ามไม่ให้ใช้คำว่า "คริสมาสต์" ในโรงเรียน และร้านค้าทั่วในอเมริกาเพราะมีคำว่า "คริสต์" อยู่ในนั้น พวกเขารักแม่มดและโครงกระดูกในวันฮาโลวีน - แต่กลับเกลียดพระนามของพระคริสต์ และพวกเขาเกลียดคำว่า "คริสมาสต์" ปีนี้ผมเห็นคำว่า "คริสมาสต์" แค่ครั้งเดียว เพียงครั้งเดียวในทุกเมือง ลอสแอนเจลิส! คือคำว่า “สุขสันต์วันคริสมาต์” หรือ "Merry Christmas" ติดทางด้านข้างของ "ตู้กับข้าว" ในร้านอาหารเก่าที่เป็นของอดีตนายกเทศมนตรี ริชาร์ด รีออร์แดน คนส่วนน้อยที่ยังไปนมัสการในวันอาทิตย์ เมื่อก่อนเคยเป็นที่อบอุ่นใจยามได้เห็นไม้กางเขนที่เป็นแสงไฟที่ศาลากลางจังหวัดลอสแอนเจลิสในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้วเพราะถูกพวกรักการทำสงครามลื้อลง ๆ และไม่มีคริสเตียนคนไหนมีความกล้าหาญพอที่จะหยุดพวกเขา! ทุกนนี้พระเยซูคริสต์จึงถูก ดูหมิ่นเย้ยหยันและเกลียดชัง – แม้ในช่วงคริสมาสต์! มีป้ายไฟนีออนขนาดใหญ่ใน ไทม์ สแควร์ ในนิวยอร์ก ได้รับเงินจาก "คนอเมริกาที่ไม่เชื่อพระเจ้า" ป้ายนี้เขียนว่า "ใครอยากได้พระคริสต์ในเทศกาลคริสต์มาสบ้าง? ไม่มีใครเลย" พวกเขาต้องถูกต่อต้านถ้าขึ้นป้ายด้วยคำว่า "มีใครต้องการโมฮัมเหม็ดในเดือนรอมฎอนบ้าง? ไม่มีใครเลย! "พวกเขาอาจจะได้รับการติเตียน อย่างถูกต้องถ้าไปขึ้นป้ายว่า "ใครต้องการอิสราเอลในวันฮานุคคา? ไม่มีใครเลย "แต่เป็นธรรมดาทั่วไปที่คนหน้าซื่อใจคดอย่างนักการเมืองทั้งหลายวิพาดวิจารณ์วันเกิดของพระเยซูคริสต์! บิล โอรีลี่ จากสำนักข่าวฟ็อกซ์ กล่าวถูกที่ถูกต้องว่า! ได้เกิด "สงคราม ในวันคริสต์มาส”! เป็นการทำสงครามต่อต้านศาสนาคริสต์! คนที่อยู่ในบาปเกลียดพระเยซูคริสต์!

"คนแห่งความทุกข์" คือพระนาม
   ของพระบุตรของพระเจ้าที่เสด็จมา
ทำลายคนบาปและเรียกกลับคืนมา!
   ฮาเลลูยา! แด่พระผู้ช่วยให้รอด!

ทรงแบกความอัปยศเย้ยหยันและหยาบคาย
   พระองค์ถูกประณามแทนที่ของฉัน
ทรงประทับตราและอภัยฉันด้วยโลหิต
   ฮาเลลูยา! แด่พระผู้ช่วยให้รอด!
(“Hallelujah! What a Saviour!” โดย Philip P. Bliss, 1838-1876)

โอ้ช่างเป็นที่น่าเศร้าใจมากเมื่อผมมารู้ว่ามีหนุ่มสาวบางคนที่เข้ามาในคริสตจักรของเราในทุกวันอาทิตย์กลับไม่รักพระเยซูและวางใจในพระองค์เท่าที่ควร! โอ้คุณจะสัมผัสพระคุณของพระเจ้าได้อย่างไรถ้าคุณยังอยู่ฝ่ายของซาตาน? คุณจะรอดได้อย่างไรถ้าคุณไปเหยียดหยามพระเยซู ถ้าคุณไม่รักพระองค์มากพอที่จะไว้วางใจในพระองค์! คุณจะเป็นที่โปรดปรานพระเจ้าได้อย่างไรถ้าคุณปฏิเสธองค์พระเยซูคริสต์? วันหนึ่งคุณจะเป็นเช่นดั่งชายชราคนนั้นที่จมหายไปอยู่ในบ่อทราย – อยู่คนเดียวและไร้ความหวังในวันทคริสมาสต์

พระคุณจะมาก็ต่อเมื่อคนที่มีความผิด และคนบาปต้องการเท่านั้น! และไม่มีใครจะสามารถให้พระคุณที่คุณต้องการนี้นอกจากพระเยซู จงเข้าไปที่พระองค์ในขณะนี้ก่อนที่จะสายเกินไป แล้วคุณก็จะสามารถพูดด้วยกันกับอัครสาวกเปโตรได้ดังนี้ว่า

“แต่เราเชื่อว่า เราเองก็รอดโดยพระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้าเหมือนอย่างเขา” (กิจการ 15:11)

II. ประการที่สอง คุณต้องการความรักของพระเจ้า

“ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า ความรักแห่งพระเจ้า…จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด” (2 โครินธ์ 13:14)

ดร. ชาร์ลส์ ฮ็อดจ์นักศาสนศาตร์ผู้ยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 19 กล่าวว่า "ในมุมมองหนึ่ง [วิธีหนึ่งที่จะมองสิ่งนั้น] ความรักของพระเจ้าคือแหล่งที่มาของการไถ่ถอน พระเจ้าทรงเปิดเผยความรักของพระองค์โดยการประทานพระบุตรของพระองค์ให้เรา

‘แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา’ (โรม5:8).

แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง [อีกทางหนึ่งที่จะดู] ความรักของพระเจ้าก็โดยทางพระคุณและการพันธกิจของพระคริสต์ นั่นคือการประกาศที่ชัดเจนถึงความรักโดยการให้อภัยและล้างบาปและประทานความรอดให้มนุษย์ ภายใต้เงื่อนไขการทำพันธกิจของพระคริสต์ เราสามรถกลับคืนดีกับพระเจ้าโดยทางการสิ้นพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์ พระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อชดเชยบาปของเราและนำเรามาสามัคคีธรรมกับพระองค์ ดังนั้นอัครทูตจึงกล่าวถึงพระคุณของพระคริสต์ก่อนที่จะกล่าวถึงความรักนั่นคือเงื่อนไขที่กล่าวไว้อย่างชัดเจน" (Charles Hodge, Ph.D., 1 and 2 Corinthians, The Banner of Truth Trust, 2000 reprint, p. 689; note on II Corinthians 13:14).

อย่างที่วิลเลียม อา เนวิลล์เขียนเอาไว้ดังนี้

โอ้ความรักที่ช่วยเราให้รอดคือแผนที่วางเอาไว้!
   โอ้พระคุณที่นำลงมาให้มนุษย์นั้น
ชำระความผิดบาปที่ทรงกระทำโดยพระเจ้าที่โกระโกธา!
    (“At Calvary” โดย William R. Newell, 1868-1956)

นั่นยังไม่ใช่วิธีที่เราได้สัมผัสกับความรักของพระเจ้าหรือ? ดร. เลนสกี้ กล่าวว่า "คำสั่งของคนก็คือคำสั่งที่เป็นของขวัญที่มีค่าสำคัญ" อำดับนั้นเราได้รับพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์แล้วหลังจากนั้นเราก็สัมผัสกับความรักของพระเจ้า เรารับพระคุณของพระคริสต์ก่อนแล้วเราจึงรู้จักความรักของพระเจ้า(R. C. H. Lenski, Ph.D., The Interpretation of St. Paul’s First and Second Epistles to the Corinthians, Augsburg Publishing House, 1969 edition, p. 1339; note on II Corinthians 13:14)

นั่นคือประสบการณ์ส่วนตัวของผมเอง (หรืออาจจะเป็น) ของคุณด้วยเช่นกัน ผมถูกนำมาที่พระเยซูเป็นอันดับแรก หลังจากที่ผมมีประสบการณ์ในพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์ที่ หลังจากนั้นผมก็เริ่มรู้และเข้าใจความรักของพระเจ้า หากคุณยังหลงหายอยู่อันดับแรกคุณต้องมาที่พระเยซู หลังจากที่คุณมาที่พระคริสต์แล้วคุณจะเริ่มรู้ถึงความรักของพระเจ้า ดร. เลนสกี้ กล่าวว่า "ความรักของพระเจ้ามักจะอยู่ในตอนที่สองในบทขอพระพรนี้" (เดียวกัน) ขั้นแรกคุณจะต้องมาที่พระเยซูคริสต์ แล้วคุณจะรู้จักความรักของพระเจ้า! นั่นคือวิธีที่คนบาปมารับเอาความรอด! มาที่พระเยซูและจากนั้นคุณจะเริ่มรู้วความรักพระเจ้ามากยิ่งขึ้น!

ผมกำลังคิดถึงชายชราคนนั้นที่ผมเจอที่โรงยิมของผม หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเดินออกไปจากพระคริสต์และคริสตจักรของเขา - และตอนนี้เขาอยู่โดดเดี่ยวในโลกในช่วงคริสต์มาส - ปราศจากความรักของพระเจ้า อย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นให้กับคุณ จงมาที่พระเยซูคริสต์ก่อนแล้วคุณจะเริ่มพบกับความรักของพระเจ้า

III. ประการที่สาม คุณต้องการความสนิทสนมที่มาจากพระวิญญารบริสุทธิ์

“พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า ความรักแห่งพระเจ้า และความสนิทสนมซึ่งมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (2 โครินธ์ 13:14)

ภาษากรีกแปลคำว่า "สนิทสนม" เป็น koinonia ซึ่งเป็นคำว่าอบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งหมายความว่า "การสามัคคีธรรมร่วมกัน" หรือ "ความเป็นมิตรสหาย" ผมอยากจะอ้างคำพูดของ ดร. เลนสกี้ อีกครั้งเพราะเขาบอกอธิบายได้อย่างดีมากๆ เขากล่าวว่า

พระวิญญาณบริสุทธิ์ก้มลงมาหาเรา และอบกอดเราอย่างสนิทสนมในพระองค์คือที่ๆเราสามารถพบกับพระคุณและความรัก ไม่ได้อยู่แบบระยะไกลๆหรืออยู่ห่างจากเรา แต่อยู่ในสหภาพนอกเหนือความเข้าใจของเรา (ibid., p. 1341).

เอลิชา ฮอฟแมน พูดถึงการสนิมสนมหรือการสามัคคีธรรมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ดังนี้ "นอนพิงบนพระหัตถ์ไปชั่วนิรันดร์" ฟังเพลงนี้

อะไรคือสามัคคีธรรม อะไรคือความสุข
   คือนอนพิงบนพระหัตถ์ไปชั่วนิรันดร์
อะไรคือพระพร อะไรคือสันติสุข
   คือนอนพิงบนพระหัตถ์ไปชั่วนิรันดร์
นอนพิงอย่างปลอดภัยและปลอดภัยจากการภัยตรายทั้งหมด
   นอนพิง นอนพิง นอนพิงบนพระหัตถ์ไปชั่วนิรันดร์
(“Leaning on the Everlasting Arms” โดย Elisha A. Hoffman, 1839-1929).

แม่ของผมรักเพลงเก่านี้มาก เราร้องเพลงด้วยกันหลายต่อหลายครั้งหลังจากที่เธอได้รับความรอดแล้ว นั่นคือความสนิทสนมและการเป็นเพื่อนกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ตอนที่เรามารับความรอดโดยพระเยซู! อะไรคือสามัคคีธรรม อะไรคือความสุขคือนอนพิงบนพระหัตถ์ไปชั่วนิรันดร์!

“ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า ความรักแห่งพระเจ้า และความสนิทสนมซึ่งมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด เอเมน” (2 โครินธ์ 13:14)

ดร. ฮ็อดจ์กล่าวว่า "ข้อความนี้ได้รับการยอมรับและเป็นที่ชัดเจนว่ากล่าวถึงตรีเอานุภาพซึ่งเป็นหลักคำสอนหลักของศาสนาคริสต์ คริสเตียนเป็นคนที่แสวงหาความสุขและพระคุณขององค์พระเยซูเจ้ากับความรักของพระเจ้าและความสนิทสนมจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ " (ibid., p. 690).

ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ชายชราคนนั้นเดินออกจากโรงยิมเดินเข้าไปในความมืด เขาจึงพลาดความสุขที่จะมารู้จักกับพระเจ้าแห่งตรีเอกานุภาพ นักเทศน์ผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ดร. คริสเวลล์ ดับบริว เอ กล่าวว่า

เมื่อชายคนหนึ่งนมัสการพระเจ้าที่เที่ยงแท้ ตอนที่เขาก้มกราบพระเยซูคริสต์เมื่อเขายอมรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ที่ชี้ให้เราเห็นถึงพระคุณของพระเยซูคริสต์ด้วยใจของเขา คนๆนั้นจะถูกยกขึ้นเขาจะจำเริญ ทุกอย่างที่เขาต้องการในชีวิตของเขานั้นได้รับการตระเตรียมจากแผ่นดินสวรรค์และบริสุทธิ์ มีพระเจ้าองค์เดียวและพระนามคือพระเจ้าพระบิดาของเรา และพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเราและพระเจ้าแห่งจิตวิญญาณของเรา - พระคุณที่เคลื่อนไหวและเป็นพยานโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ อาเมน (W. A. Criswell, Ph.D., Great Doctrines of the Bible – Volume 2, Zondervan Publishing House, 1982, p. 77)

ผมอธิษฐานขอให้คุณมาที่พระเยซูในค่ำคืนนี้ พระองค์จะช่วยคุณรอดพ้นจากชีวิตที่แก่ตัวและบาป พระองค์จะชำระคุณโดยพระโลของพระองค์ที่หลั่งลงบนไม้กางเขน มาที่พระเยซูแล้วคุณจะเข้าใจถึงความรักของพระเจ้าและการสามัคคีธรรมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์

.ถ้าคุณอยากจะคุยกับพวกเราถึงการมาที่พระเยซูคริสต์ กรุณาออกจากที่นั่งของคุณตอนนี้และเดินไปที่ด้านหลังของห้องนมัสการนี้ ดร. คาเกนจะนำพวกคุณไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อให้คำปรึกษาและอธิษฐานเผื่อ ไปได้ตอนนี้ ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐานเผื่อให้กับคนที่ไว้วางใจในพระเยซูนี้ด้วย อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: 2 โครินธ์ 13:11-14
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“O Little Town of Bethlehem” (โดย Phillips Brooks, 1835-1893).


โครงร่างของ

ความรอดผ่านทางตรีเอกานุภาพ –
บทเทศนาในวันคริสต์มาส

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้า ความรักแห่งพระเจ้า และความสนิทสนมซึ่งมาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ จงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด เอเมน” (2 โครินธ์ 13:14)

I.    ประการที่หนึ่ง คุณต้องการพระคุณขององค์พระเยซูคริสต์ 2 โครินธ์ 13:14ก; ฮีบรู 10:29; อิสยาห์ 53:3;
ยอห์น 5:40; อิสยาห์ 49:7; กิจการ 15:11.

II.    ประการที่สอง คุณต้องการความรักของพระเจ้า
2 โครินธ์ 13:14ข; โรม 5:8.

III. ประการที่สาม คุณต้องการความสนิทสนมที่มาจากพระวิญญารบริสุทธิ์ 2 โครินธ์ 13:14ค