Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ความโกรธของซาตานในยุคสุดท้าย

THE WRATH OF SATAN IN THE LAST DAYS
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 8 เดือนธันวาคม ค.ศ. 2013 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, December 8, 2013

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)


ใช่ ผมเชื่อว่ามีซาตาน พระคัมภีร์บอกว่าซาตานมี 12 ชื่อเป็นอย่างน้อย มันจึงถูกเรียกแตกต่างกันออกไปเช่นซาตาน มังกร งู เบซาบูบ บีลีล ลูซิเฟอร์ ผู้ชั่วร้าย ผู้ทดลอง เจ้าแห่งโลกนี้ เจ้าแห่งอวกาศและเจ้าชายแห่งโลกนี้ เราไม่ควรพูดตลกหรือล้อเล่นถึงมาร มันมีอำนาจใหญ่และใหญ่กว่าทุกประเทศ ใหญ่ยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นมา เพราะมันคือผู้ปกครองไปรอบโลก จุดประสงค์ของมันคือขัดขวางพันธกิจของพระเจ้า ป้องกันไม่ให้พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน และพยายามชะลอการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ ต่อต้านพระวิญญาณบริสุทธิ์พยายามหยุดการฟื้นฟู และทำลายชีวิตและทำลายมนุษยชาติ – ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง ซาตานเป็นศัตรูที่น่ากลัว เป็นปีศาจแห่งความเกลียดชัง มันสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสิ่งที่สวยงามและน่าหลงใหล แต่เมื่อมันสามารถจับเหยื่อของมันแล้ว มันก็จะแปรงร่างกลายเป็นมังกรที่น่ากลัวน่าเกลียด

พระคัมภีร์ของเราในตอนนี้กล่าวว่าในวาระสุดท้ายนี้ ซาตานไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้าเหมือนอย่างที่มันเคยไปหาพระเจ้าตามที่ปรากฏในพระธรรมโยบบทที่หนึ่ง เวลานั้นมันสามารถเข้ามาในโลกและกลับไปอยู่กับพระเจ้าในสวรรค์ แต่ตั้งแต่ที่มันถูกทิ้งออกจากสวรรค์ไปแล้ว มันรู้ดีว่าวันแห่งการลงโทษที่พระเจ้าจะพิพากษามันนั้นใกล้าเข้ามาทุกขณะ ในหนังสืออรรถธิบายพระธรรมวิวรณ์ของ เจ เอ ซีส ได้บรรยายภาพเหล่านั้นไว้ดังนี้

เราอาจจะคิดว่า [เป็นการดี] การที่ซาตานได้รับความพ่ายแพ้ในสวรรค์เพราะนั่นเป็นการกำจัด และทำลายความร้ายกาจของมัน อย่างน้อยที่สุดก็ป้องกันหรือหยุดมันจากการต่อต้านพระเจ้าและคนของพระองค์ ดูเหมือนว่ามันอยู่อย่างไร้ความหวังและไม่มีอะไรเลย แต่ในทางตรงกันข้ามความชั่วร้ายกลับทวีมากยิ่งขึ้น และยากที่จะ [เอาชนะ] ควบคุมมัน ไม่มีทางที่จะสามารถแก้ไขหรือเยียวยามันได้ มันจึงถูกไล่ออกจากสวรรค์พร้อมกับความโกรธแค้นที่ทวีรุนแรงขึ้น มันจึงถูกขนานนามว่าเจ้าแห่งการทำลายสิ่งต่างๆที่พระเจ้าสร้างอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน (J. A. Seiss, The Apocalypse – Lectures on the Book of Revelation, Zondervan Publishing House, no date, p. 313)

ผมเรียนรู้เกี่ยวกับซาตานตอนที่ผมยังหนุ่มโดยผ่านทางการสอนของนักวิชาการด้านพระคัมภีร์อย่าง ดร. ทิโมธีหลิน ดร. หลินได้รับสองปริญญาโทจากวิทยาลัยศาสนศาสตร์เฟท ท่านได้รับปริญญาเอกในสาขาพันธสัญญาเดิมภาษาฮีบรูและภาษาที่เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยดรอป์ไซ หลังจากนั้นท่านก็สอนในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบ๊อบโจนส์ วิทยาลัยพระคริสตธรรมทัลบอตและวิทยาลัยตรีนิตี้ที่เมืองเดียร์ฟิลด์ รัฐอิลลินอยส์ ท่านคือหนึ่งในนักแปลพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอเมริกันใหม่ และปี 1980-1990 ท่านไปเป็นผู้อำนวยการที่พระคริสตธรรมของพวกอีเวนเจคอล์ในประเทศไต้หวัน – สืบทอดตำแหน่งจาก ดร. เจมส์ ฮัดสันเทย์เลอร์ที่สาม ท่านคือศิษยาภิบาลและครูของผมมานานกว่า 23 ปี ตอนนั้นผมเป็นสมาชิกที่คริสตจักรจีนที่หนึ่งแบ๊บติสต์ ในรัฐลอสแอนเจลิส ท่านคือผู้ให้บัพติศผมและเป็นประธานของคณะกรรมการในงานสถาปนาผมเมื่อ 2 กรกฎาคม 1972.

ร. หลิน ไม่ใช่นักศาสนศาสตร์ที่เหี่ยวแห้งเปื้องฝุ่นเหมือนอาจารย์บางคนที่สอนตามพระคริสตธรรมบางแห่ง บทเรียนและคำเทศนาของท่านนั้นมีพลังและมีชีวิต ตัวอย่างเช่น ดร. หลิน เชื่อว่าเรากำลังอยู่ในยุคสุดท้าย - ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของโลกอย่างที่เรารู้กัน คุณไม่จำเป็นต้องอ่านสิ่งที่ท่านเขียนทั้งหมดเพื่อที่จะได้เห็นสิ่งนี้ ตัวอย่างเช่นในหนังสือของท่านในการเจริญเติบโตของคริสตจักร ท่านได้ย้ำเรื่อง "คริสตจักรในยุคสุดท้ายจะมีความคิดที่ผิดที่เหมือนกัน..." (หน้า 6) "การเทศนาในยุคสุดท้าย" (หน้า 11) "คริสเตียนหลายคนในยุคสุดเป็น...คนขี้ขลาดกลัวและไม่เชื่อในพระวจนะของพระเจ้า"(หน้า 17) "คริสตจักรในยุคสุดท้ายจะรกร้างขาดผู้รับใช้..."(หน้า 21) "ขอให้คริสตจักรในยุคสุดท้ายนี้จงคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้" (หน้า 29) "คริสตจักรบางแห่งในยุคสุดท้ายนี้ไม่มีความรักความห่วงใย...ตราบใดที่ยังยึดเอาเงินทองเป็นเป็นอันดับแรก" (หน้า 48 และ 49 ) "คริสตจักรในยุคสุดท้ายไม่สนใจว่าอะไรถูกและอะไรผิด" (หน้า 50 ) "นั่นคือสองเหตุผลที่บ่งบอกว่าทำไมคริสตจักรในยุคสุดท้ายจึงไม่เอาจริงเอาจังกับการนมัสการและการอธิษฐาน" (หน้า95) (All quotations are from Timothy Lin, Ph.D., The Secret of Church Growth, FCBC, 1992).

คุณสามารถบอกได้เลยว่า ดร. หลินได้พูดย้ำอยู่เสมอเกี่ยวกับความจริงที่ว่าเรากำลังอยู่ที่ปลายยุคสุดท้ายของคริสเตียน และอยู่ใกล้วันสุดท้าย อีกจุดที่ ดร. หลินพูดย้ำอย่างต่อเนื่องก็คือการมีอยู่จริงของซาตานและสมุนของมัน ทั้งสองอย่างนี้จะถูกนำมาเน้นอยู่บ่อยๆทุกครั้งที่ท่านเทศนาและสอนศึกษาพระคัมภีร์ - เรากำลังอาศัยอยู่ในยุคสุดท้ายซึ่งมีซาตานและสมุนของมันคือศัตรูของเรา คุณจะเห็นว่าสองอย่างนี้คือแบบในเชิงลบที่กีดกันขัดขวางคริสตจักรอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นศัตรูฝ่ายวิญญาณของเราจึงมีอยู่จริง ดังนั้นคริสตจักรของท่านประสบความสำเร็จเพราะการฟื้นฟูมที่หัศจรรย์ ด้วยเหตุนี้คริสตจักรของท่านจึงมีสมาชิกเพิ่มพูนขึ้นไปที่ 2,000 คนในระยะเวลาอันสั้น

และ เกือบทุกการเทศนาของท่าน ดร. หลินมักจะอ้างพระธรรมตอนของเราตอนนี้อยู่บ่อยๆ

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)

ดร. หลิน กล่าวถึงข้อนี้ว่า

ซาตานรู้ดีถึงหน้าที่อันชั่วร้ายของมันคือขัดขวางยื้ออายุการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ให้นานออกไป... ด้วยเหตุนี้แผนการชั่วร้ายของมันและพวกสมุนคือยับยั้งไม่ให้คนเข้ามาเชื่อในพระเยซู – เพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปในราชอาณาจักรของพระเจ้า... แผนการขั้นที่สองของซาตานคือก่อวินาศกรรมท่ามกลางคริสเตียน นั่นคือขัดขวางพวกเขาไม่ให้เข้าร่วมการอธิษฐาน... ดังนั้นนั่นจึงบอกว่าเข้าใกล้วันวันแห่งการเสด็จมาครั้งที่สองขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว หน้าที่หลักที่ซาตานทำหนักก็คือขัดขวางการอธิษฐาน! (Lin, ibid., pp. 95, 96)

มีนักเทศน์หลายคนมองไม่เห็นหรือไม่เข้าใจ "หมายสำคัญ" แห่งการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ แต่มารฉลาดกว่านักเทศน์เหล่านี้ มันรู้ว่าชนชาติอิสราเอลได้รับการสถาปนา แต่มันก็เห็นว่าพวกเขาเลิกการนมัสการพระเจ้า มันเห็นวันของโนอาห์ซ้ำแล้วซ้ำอีก มันรู้ "ที่เป็นของเขา แต่ในช่วงเวลาสั้น" มันทำชั่วปองร้ายฝ่ายตรงข้ามและขัดขวางการทำพันธกิจของพระเจ้าในแผ่นดินโลก

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)

หนึ่งในชื่อของมารคือ "ซาตาน" คำนี้หมายความว่า "ศัตรู" หรือ "คัดค้าน" ดังนั้นในยุคสุดท้ายนี้ซาตานจึงต่อต้านและคัดค้านพันธกิจของพระเจ้าไม่ให้คนมารับเอาความรอดเพื่อให้พินาศ

I. ประการแรก ซาตานขัดขวางหยุดยั้งการอธิษฐานของผู้เชื่อ

การงานที่ยิ่งใหญ่ของซาตานคือต่อต้านพันธกิจของพระเจ้านั้นคือหยุดการอธิษฐานของคริสเตียน ดร. หลินกล่าวว่า "ซาตานรู้ (แม้ว่าคริสเตียนอาจไม่) การอธิษฐานเป็นหนทางแห่งการรับพระพรอย่างมากจากพระเจ้า...ถ้าคริสเตียนไม่เอาจริงเอาจังกับการอธิษฐาน พวกเขาจะกลายเป็นผู้เชื่อที่มีจิตวิญญาณอ่อนแอ และหมดเรี่ยวแรง... ดังนั้นนี่จึงบ่งบอกว่าเราเข้าใกล้วันเสด็จมาครั้งที่สองขององค์พระรผู้เป็นเจ้า ดังนั้นซาตานจึงต้องทำงานหนักเพื่อขัดขวางการอธิษฐาน" (Lin, ibid., p. 96)

บ่อยครั้งที่คริสเตียนลืมที่จะอธิษฐานในยามที่พวกเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พวกเขาไม่ใช้เวลาอธิษฐานตามแบบคำอธิษฐานของพระเยซูคริสต์และขอพระเจ้าทรงช่วยในวันนั้น หากคริสเตียนปราศจากการช่วยเหลือจากพระเจ้าแล้วสิ่งที่ทำในวันนั้นก็จะล้มแล้ว ซาตานรู้เรื่องนี้ ดังนั้นมันจึงพยายามขัดขวางไม่ให้คุณอธิษฐานในตอนเช้า ซาตานจะดีใจมากที่เห็นว่าคุณมีไม่พละกำลังในวันนั้นๆ

ซาตานก็ต่อต้านการ "อธิษฐานผ่าน" - นั่นคือการอธิษฐานขอบางสิ่งจนกว่าคุณจะได้รับคำตอบจากพระเจ้า คำอุปมาของหญิงม่ายสอนให้เห็นถึงความสำคัญของการ "อธิษฐานผ่าน" จนกว่าคุณจะได้รับสิ่งที่คุณต้องการ พระเยซูทรงให้วัตถุประสงค์ของอุปมาในลูกา 18:1 ว่า "ควรอธิษฐานอยู่เสมอ ไม่อ่อนระอา" – หรือพูดอีกอย่างว่า "…พวกเขาควรอธิษฐานอยู่เสมอและอย่ายอมแพ้" คำอุปมานี้สอนว่าคุณควรขอพระเจ้าในสิ่งที่คุณต้องการอย่ายอมแพ้จนกว่าพระองค์จะทรงตอบคำอธิษฐานของคุณ คำอุปมานี้เป็นเรื่องที่ง่ายๆ นั่นคือหญิงม่ายมาขอให้ผู้พิพากษาช่วยเหลือบางอย่างคือช่วยเธอแก้แค้นศัตรู ในขณะนั้นผู้พิพากษาไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ในที่สุดท่านก็ให้ในสิ่งที่เธอต้องการเพราะความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อการขอร้องของเธอ คำอุปมานี้ลงท้ายด้วยการบอกว่าพระเจ้าจะ "ไม่ทรงแก้แค้นให้คนที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้ ผู้ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืนหรือ พระองค์จะอดพระทัยไว้ช้านานหรือ" (ลูกา 18:7) แต่ข้อสุดท้ายของอุปมาบอกว่า

“เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระองค์จะทรงแก้แค้นให้เขาโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรมนุษย์มา ท่านจะพบความเชื่อในแผ่นดินโลกหรือ?” (ลูกา 18:8)

นี่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเชื่อมั่นใด ๆ ในวันที่พระคริสต์เสด็จมา แต่หมายความว่าคริสเตียนส่วนใหญ่จะยอมแพ้อย่างง่ายดายกับสิ่งที่พวกเขาอธิษฐานทูลขอ พวกเขาจะไม่ยอมทนต่อสิ่งใดกับสิ่งที่พวกเขาอธิษฐานขอจนกว่าจะได้รับคำตอบ! "การอธิษฐานผ่าน" ในยุคสุดท้ายความเชื่อจะลดลงเป็นอย่างมาก นี่แสดงว่าเราอยู่ในยุคที่ซาตานพยายามทำงานหนักเพื่อขัดขวางกับอธิษฐานผ่าน มันทำอย่างนี้เพื่อทำให้คริสตจักรอ่อนแอลง และนี่คือสาเหตุที่ทำให้สมชิกบางคนไม่ได้รับความรอด ดังนั้นซาตานพยายามที่จะยื้อระยะเวลาโดยอาศัยแผนการชั่วร้ายของมันบนโลกนี้ด้วยการต่อต้านการอธิษฐานในยุคสุดท้ายนี้!

ซาตานคืออุปสรรคในการอธิษฐานของเรา และมันพยายามหยุดการอธิษฐานผ่านของพวกเราโดยบอกเราว่า "การอธิษฐานไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ แม้ว่าศิษยาภิบาลจะบอกให้คุณอธิษฐาน อธิษฐานและอธิษฐาน - แต่นั่นเป็นการเสียเวลาและไร้ประโยชน์ คำอธิษฐานของคุณไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น! ยอมแพ้ซะอย่าไปเสียเวลาอธิษฐานเลย" คุณเคยรู้สึกเช่นนั้นบ้างหรือเปล่า? คุณเคยคิดบ้างไหมว่าการอธิษฐานไม่ได้ช่วยอะไรเลย? – นั่นเป็นการเสียเวลาเปล่าเท่านั้น? หากคุณเคยมีความคิดเช่นนั้น โปรดจงรู้ว่านั่นเพราะมารนำความคิดเช่นนี้ใส่ไว้ในใจของคุณ ซาตานจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่จะหยุดการอธิษฐานขอในสิ่งที่คุณจำเป็นต้องได้ ซาตานใช้เวลาอย่างมากพยายามหลอกลวงคุณให้ไขว้เขวต่อคำอธิษฐาน มันทำงานอย่างหนักเพื่อหยุดคุณจากการอธิษฐานก่อนที่คุณจะได้รับสิ่งที่คุณต้องการจากพระเจ้า อัครทูตเปาโลกล่าวว่า -

“เพื่อไม่ให้ซาตานมีชัยเหนือเรา เพราะเรารู้กลอุบายของมันแล้ว” (2 โครินธ์ 2:11)

แน่นอนซาตานพยายาม "เอาเปรียบหรือเอาชนะ" จนกว่าคุณระมัดระวังไม่ตกเป็นเหยื่อและอธิษฐานอย่างไม่ยอมแพ้ร้องขอในสิ่งที่คุณต้องการ ยากอบจึงบอกว่า

“ถึงอย่างนั้นท่านก็ไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ” (ยากอบ 4:2)

และบ่อยครั้งที่คุณยังคง "ไม่ได้" รับคำตอบ เพราะซาตานหลอกคุณว่ามันสามารถช่วยคุณได้ มันสามารถทำให้คุณรู้สึกสิ้นหวังหรือความสุขก็ได้ มันทำอย่างนั้นเพียงแค่อยากให้คุณหยุดอธิษฐาน คริสเตียนโปรดจำไว้ว่า - การอธิษฐานเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะสามารถต่อสู้เอาชนะซาตานได้ - การอธิษฐานคือการต่อสู้!มีบทเพลงคริสเตียนเก่าๆกล่าวว่า

คุณอธิษฐานผ่านจนถึงวันที่ได้รับคำตอบหรือเปล่า?
   มีพระสัญญาจริงสำหรับจิตวิญญาณของคุณที่สมควรได้รับ
พระเยซูทรงรอคุณ ณ สถานที่ๆคุณอธิษฐาน
   คุณพบพระองค์ที่นั่นหรือเปล่า คุณอธิษฐานผ่านหรือเปล่า?
คุณอธิษฐานจนกว่าจะได้รับคำตอบ
   คุณร้องขอในพระนามของพระผู้ช่วยหรือไม่?
คุณอธิษฐานและต่อสู้ [อย่างลึกจนถึงในเวลากลางคืน]
   คุณอธิษฐานจนกว่าจะได้รับคำตอบ?
(“Have You Prayed It Through?” by W. C. Poole, 1875-1949;
   altered by the Pastor).

คุณเคยได้ยินเพลงนี้ในคริสตจักรของเราหรือไม่? ผมไม่เคยเลย! คริสเตียนเคยร้องเพลงนี้ แต่ในทำนองที่แปลกออกไป เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระองค์จะทรงแก้แค้นให้เขาโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรมนุษย์มา ท่านจะพบความเชื่อในแผ่นดินโลกหรือ?” (ลูกา 18:8)

ตอนนี้ลองมาดูที่นี่ ในดาเนียลบทที่สิบบอกว่าพระเจ้าทรงได้ยินคำอธิษฐานของแดเนียลในตอนแรกที่เขาอธิษฐาน (ดาเนียล 10:12) แต่คำตอบไม่ได้รับทันทีทันใดนั้นแต่บอกว่ารอจนถึง "ยี่สิบวัน" เพราะมีวิญญาณชั่วที่ถูกส่งโดยซาตานเข้ามาขัดขวางการอธิษฐานนั้น (ดาเนียล 10:13) พวกเราขอบคุณที่ดาเนียลไม่ยอมให้วิญญาณชั่วนั้นหยุดเขาจากการอธิษฐานจนกว่าเขาจะได้รับสิ่งที่ขอจากพระเจ้า! ในหนังสือแห่งการอธิษฐาน ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ได้เขียนเพลงท่อนรับนี้เอาไว้

จงอธิษฐานต่อไป
   จนกว่าคำอธิษฐานของคุณจะผ่านเข้าไป
จงอธิษฐานต่อไป
   จนกว่าคำอธิษฐานของคุณจะผ่านเข้าไป
พระสัญญาที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
   เป็นจริงเสมอ
จงอธิษฐานต่อไป
   จนกว่าคำอธิษฐานของคุณจะผ่านเข้าไป

II. ประการที่สอง ซาตานขัดขวางผู้ที่ไม่เชื่อไม่ให้มารับความรอด

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)

ซาตานจะต่อต้านคุณถ้าคุณพยายามแสวงหาความรอด มันไม่ต้องการให้คุณเป็นคริสเตียน มันจะทำทุกวิถีทางตามอำนาจของมันที่มีเพื่อหยุดยั้งคุณไม่ให้มารับความรอด ทำไมมันต้องทำอย่างนั้น? เหตุผลแรกเป็นเพราะมันคือฆาตกร พระเยซูตรัสว่ามาร "เป็นผู้ฆ่าคนตั้งแต่ปฐมกาล" (ยอห์น 8:44) ธรรมชาติของซาตานคือเป็นผู้ฆ่าคน ครั้งแรกมันฆ่าบรรพบุรุษของเราทั้งสองในสวนเอเดน โดยทดลองพวกเขาให้กินผลไม้ต้องห้าม มันเป็นฆาตกรในฝ่ายวิญญาณ - และมันต้องการที่จะฆ่าคุณเช่นเดียวกัน มันต้องการให้คุณตายและลงนรก

แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง ในพระธรรมโรม 11:25 ให้เราอ่าน

“…คือเรื่องที่บางคนในพวกอิสราเอลได้มีใจแข็งกระด้างไป จนถึงพวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน” (โรม 11:25)

ภาษากรีกแปลคำว่า "สมบูรณ์" คือ "plērōma" คำนี้หมายถึง "จำนวนเต็ม" ซาตานเกลียดชนชาติอิสราเอลและมันก็รู้ดีว่าจิตวิญญาณของพวกเขาบอดและไม่มีวันได้เห็นจนกว่าคนต่างชาติจะมารับเอาความรอดแบบ "จำนวนเต็ม" แต่ซาตานไม่ต้องการให้ชนชาติอิสราเอลรอด นั่นคือเหตุผลที่ทำให้มันไม่ต้องการให้คุณรอดเช่นเดียวกัน

คนต่างชาติจำนวนหนึ่งต้องได้รับความรอดก่อนที่ตาที่บอดของชนชาติอิสราเอลจะถูกลบออกในยุคสุดท้ายนี้ คุณเป็นคนต่างชาติ คุณก็อาศัยอยู่ใกล้ถึงจุดสิ้นสุดของยุคนี้ ซาตานรู้ว่ามันจะถูกพิพากษาโดยพระเจ้าและถูกจำจองไว้เป็นเวลา "หนึ่งพันปี" ในตอนที่พระคริสต์เสด็จกลับมา (วิวรณ์ 20:2) นั่นคือเหตุผลที่

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)

ซาตานโมโหให้โลกนี้มากเพราะมันรู้ว่าเวลาของมันสั้นลงขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นกว่าเดิมมันจึงยายามทุกวิถีทางเพื่อยื้อเวลาเอาไว้จาก "เต็มจำนวน" ไม่ให้คนต่างชาติที่เข้ามาและได้รับความรอด ผมเชื่อว่านี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำไมนำคนเข้ามาเชื่อพระเจ้าและรับเอาความรอดยากมากๆในยุคของเรานี้ ดังนั้นซาตานจึงทำทุกอย่างตามอำนาจของมันที่ทำได้เพื่อขัดขวางคุณไม่ให้ไว้วางใจในพระเยซูและกลายมาเป็นคริสเตียนที่แท้จริง วิธีที่มันทำนี้เพื่อให้ตาของชนชาติอิสราเอลบอดต่อไปอีก

วิธีหนึ่งที่ซาตานสามารถทำให้คุณไม่ได้รับความรอดคือนำพระวจนะของพระเจ้าให้ไกลออกจากใจของคุณ ในคำอุปมาเรื่องผู้หว่านพืช พระเยซูตรัสว่า

“...แล้วพญามารมาชิงเอาพระวจนะจากใจของเขา เพื่อไม่ให้เขาเชื่อและรอดได้” (ลูกา 8:12)

มีชายหนุ่มชาวจีนสองคนมาที่คริสตจักรของเราเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ทั้งสองคนถูกครอบงำโดยซาตาน หนึ่งในนั้นถูกมารครอบงำผ่านทางการกราบไหว้รูปเคารพที่มีไว้บูชาในบ้านของพ่อแม่ของเขาตามศาสนาพุทธ แต่อีกคนหนึ่งนั้นผมไม่ทราบว่าเขาถูกมารครอบงำได้อย่างไรกัน เขาเพียงแต่บอกผมว่าเขาถูกทรมานโดยซาตานและนั่นจึงชัดเจนว่าเขาถูกมารครอบงำ

หนึ่งในผู้ชายชาวจีนสองคนนี้ได้รับความรอดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ แต่อีกคนหนึ่งไม่ได้รับความรอด นี่คือความแตกต่าง - ชายหนุ่มที่ได้รับความรอดมาคริสตจักรและฟังพระวจนะของพระเจ้าที่ผมเทศน์ถึงพระเยซูเป็นประจำ เขาได้รับการทดลองอย่างหนักจนเกือบต้องหนีออกจากคริสตจักรไป แต่ด้วยพระคุณของพระเจ้าเขาเลือกที่จะอยู่และมาฟังพระกิตติคุณในทุกเช้าและเย็นของวันอาทิตย์ ท้ายที่สุดคือตอนที่ ดร. ชาน เทศนาในตอนเช้าของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เด็กหนุ่มคนนั้นก็มาเชื่อวางใจในพระเยซูเป็นครั้งแรก แล้วก็ได้รับความรอด!

แต่หนุ่มชาวจีนอีกคนปฏิเสธที่จะฟัง ผมได้พูดคุยกับเขาแบบส่วนตัวหลังจากนมัสการของเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมขอร้องให้เขาอยู่ในคริสตจักรและฟังพระวจนะของพระเจ้า แต่เขาปฏิเสธแบบหัวชนฝา เขาแสดงอาการโกรธหน้าแดงและบอกว่าเขาสามารอ่านพระคัมภีร์ด้วยตัวเขาเองได้ เขาดีใจมากตอนที่เราบอกเขาให้กลับบ้าน แต่ผมรู้สึกเสียใจให้กับเขาที่เดินออกไปอย่างนั้น

ตอนนี้ลองมาดูว่าจะประยุตก์ใช้ให้กับคุณได้อย่างไรกัน คุณจะต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ถ้าคุณคิดว่าคุณรู้ดีว่าจะทำหรือจะคิดอะไรหรือรู้สึกอย่างไร – นั่นเป็นเรื่องที่เสี่ยงและง่ายมากต่อการที่ซาตานที่จะฉกพระวจนะจากใจของคุณไป พระคัมภีร์กล่าวว่า

“ท่านทั้งหลายจงถ่อมตัวในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น” (ยากอบ 4:10)

พวกคุณบางคนไปๆมาๆและอยู่ในสภาพที่ไม่ได้รับความรอด แต่คุณก็ยังภูมิใจว่าคุณคิดหรือรู้ดีว่าต้องทำอะไร แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ชาญฉลาดให้กับคุณเลย! แต่นั่นคือเหตุผลที่ทำไมคุณยังคงอยู่ภายใต้การครอบงำของซาตาน เช้านี้ผมอยากขอร้องพวกคุณว่า

“ท่านทั้งหลายจงถ่อมตัวในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น” (ยากอบ 4:10)

มีบทเพลงเก่าๆบทหนึ่งเขียนได้ดีมากๆดังนี้ว่า

"ข้าฯขอยอมแพ้ตัวเองในทุกสิ่งที่ข้าฯรู้
   ตอนนี้ขอชำระข้าฯให้ขาวยิ่งกว่าหิมะ"
(“Whiter Than Snow” by James Nicholson, 1828-1896)

พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชำระบาปของคุณ พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อประทานชีวิตให้คุณ – ตอนนี้จงถ่อมตัวลงจำเพาะพระพักต์ของพระเจ้าแล้วพระองค์จะยกคุณขึ้น! – ตอนนี้จงยอมแพ้ให้กับตัวเอง และต่อทุกสิ่งที่คุณรู้ - แล้วพระเยซูจะทรงชำระความบาปทั้งหมดของคุณโดยพระโลหิตของพระองค์โดยทางความเชื่อในพระองค์

คุณสนใจอยากมาเป็นคริสเตียนที่แท้จริงหรือไม่? หากคุณต้องการที่จะคุยกับเราและอธิษฐานร่วมกับเราตอนนี้ กรุณาออกจากที่นั่งของคุณตอนนี้และเดินไปที่ด้านหลังของห้องนมัสการนี้ ดร. คาเกนจะนำพวกคุณไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อให้คำปรึกษาและอธิษฐานเผื่อ ไปได้ตอนนี้ ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐานเผื่อให้กับคนที่ไว้วางใจในพระเยซูนี้ด้วย อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: วิวรณ์ 12:7-12
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Then Jesus Came” (by Homer Rodeheaver, 1880-1955).


โครงร่างของ

ความโกรธของซาตานในยุคสุดท้าย

THE WRATH OF SATAN IN THE LAST DAYS

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“ฉะนั้นสวรรค์และบรรดาผู้ที่อยู่ในสวรรค์จงรื่นเริงยินดีเถิด แต่วิบัติจะมีแก่ผู้ที่อยู่ในแผ่นดินโลกและทะเล เพราะว่าพญามารได้ลงมาหาเจ้าด้วยความโกรธยิ่งนัก เพราะมันรู้ว่าเวลาของมันมีน้อย” (วิวรณ์ 12:12)

I.   ประการแรก ซาตานขัดขวางหยุดยั้งการอธิษฐานของผู้เชื่อ
ลูกา 18:1, 7, 8; 2 โครินธ์ 2:11; ยากอบ 4:2; ดาเนียล 10:12, 13.

II.  ประการที่สอง ซาตานขัดขวางผู้ที่ไม่เชื่อไม่ให้มารับความรอด
ยอห์น 8:44; โรม 11:25; วิวรณ์ 20:2; ลูกา 8:12;
ยากอบ 4:10.