Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




แอนตีโนเมียนนิยมในอิตาลี

ANTINOMIANISM IN ITALY
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าที่ 8 เดือนกันยายน ค.ศ. 2013 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, September 8, 2013

“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่า ๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17)

“เพราะว่ามีบางคนได้เล็ดลอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเล็งไว้ล่วงหน้ามานานแล้วว่าจะได้รับการพิพากษาลงโทษอย่างนี้ เป็นคนอธรรมที่ได้บิดเบือนพระคุณของพระเจ้าของเราไปเป็นการกระทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (ยูดาห์ 4)


เมื่อวานก่อนผมได้รับอีเมล์จากผู้หญิงคนที่แปลบทเทศนาของผมเป็นภาษาอิตาลี เธอบอกว่าเธอได้เอาบทเทศนาของผมบทหนึ่งไปอ่านให้กับ “ผู้เชื่อ” บางคนในประเทศ อิตาลี แต่ผมค้นพบว่าคำว่า “ผู้เชื่อ” ไม่ได้ปรากฏในพระคัมภีร์ คำว่า “ผู้เชื่อ” ในความคิดของผมแล้วใช้กันก็มากแต่คนก็ยังเข้าใจสับสนกันอยู่! คำว่า “ผู้เชื่อ” ตามหลักความเป็นจริงแล้วถูกใช้สองครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ (กิจการ 4:12 และ 1 ทิโมธี 4:12) แต่คนปัจจุบันนี้มักเข้าใจคำนี้ไปในทางที่ผิดๆ จริงๆแล้วคำนี้จะกล่าวถึง “ชนชาติ” ที่เชื่อในพระคัมภีร์โดยที่ไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสต์เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยกลับใจใหม่ ซึ่งจะเรียกคนพวกว่า “มีสภาพทางของพระเจ้าภายนอก แต่ฤทธิ์ของทางนั้นเขาปฏิเสธเสีย” (2 ทิโมธี 3:5) พวกเขา “ไม่อาจเรียนรู้ถึงความจริงเลย” (2 ทิโมธี 3:7) และ “คนเหล่านี้ก็ต่อต้านความจริงฉันนั้น เขาเป็นคนใจทราม และในเรื่องความเชื่อนั้นเขาใช้ไม่ได้เลย” (2 ทิโมธี 3:8) พระคำเหล่านี้ได้อธิบายถึงคนที่ถูกเรียกว่า “ผู้เชื่อ” พวกนี้ปฏิเสธเรื่องการกลับใจใหม่ที่แท้จริงในชีวิต พวกเขาสอนว่าผู้เชื่อสามารถอยู่ในบาปและเป็นคริสเตียนในเวลาเดียวกัน เพราะพวกเขาเชื่อพระคัมภีร์เพียงแค่บางข้อ สำหรับพวกเขาเชื่อว่าเชื่อพระคัมภีร์บางข้อก็สามารถช่วยพวกเขาให้รอด โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาพระคริสต์ อาจารย์เปาโลกล่าวว่า “ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่า ๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17) แต่พวกเขากลับสอนบิดเบือนไปจากความหมายนี้โดยสอนว่า “ถ้าผู้ใดเชื่อในพระคัมภีร์บางข้อ ผู้นั้นก็รอดแล้ว” พวกที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อนี้คือ “ลัทธิเซนดีเมเนียน” (ยูดาห์ 4)

นอกจากนี้กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ผู้เชื่อ” คิดว่าการทำบาปของคริสเตียนนั้นเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นพวกเขาคือ “บางคนที่เล็ดลอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเล็งไว้ล่วงหน้ามานานแล้วว่าจะได้รับการพิพากษาลงโทษอย่างนี้ เป็นคนอธรรม ที่ได้บิดเบือนพระคุณของพระเจ้าของเราไปเป็นการกระทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” หลักศาสนสาตร์อย่างที่สองที่สอนกันอย่างผิดๆเรียกว่า “ลัทธิแอนตีโนเมียน” ในบทเทศนาของผมที่กล่าวถึงคำอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหาย ผมบอกว่า

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้มีหญิงโสเภณีคนคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองลอสแอนเจลิสที่ยึดอาชีพนี้บอกว่าเธอ บังเกิดใหม่เป็นคริสเตียนแล้ว” มีพวกอิเวนเจลีคอล์คนหนึ่งบอกผมว่า “อย่าไปตัดสินเธอ” มันน่าโมโหมาก! เป็นเพราะว่าพวกอิเวนเจลีคอล์ไปยืดถือคำสอน “ลัทธิแอนตีโนเมียน” ที่บอกว่าคริสเตียนคนหนึ่งสามารถทำบาปและในขณะเดียวกันยังเป็นลูกของพระเจ้า (R. L. Hymers, Jr., Th.D., “Misinterpreting the Prodigal Son,” (การอธิบายผิดเกี่ยวกับคำอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหาย) August 25, 2013)

ดังนั้นลัทธิแอนตีโนเมียน ได้สับเปลี่ยน “พระคุณของพระเจ้าไปเป็นความบ้าตัณหา” (อย่างเช่น “ลามก อนาจารพฤติกรรมไร้ยางอาย” – โดย ดับบริว อี ไวน์) ภาษากรีกได้อธิบายคำว่า “ราคะตัณหา” อย่างที่ปรากฏในพระธรรมกาลาเตีย 5:19 ควบคู่ไปกับคำว่า “การงานฝ่ายเนื้อหนัง” – เราจึงเรียนรู้ว่า “คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก” (กาลาเทีย 5:21) อาจารย์เปาโลกล่าวว่า

“แล้วการงานของเนื้อหนังนั้นเห็นได้ชัด คือการเล่นชู้ การล่วงประเวณี การโสโครก การลามกการนับถือรูปเคารพ การนับถือพ่อมดหมอผี การเป็นศัตรูกัน การวิวาทกัน การอิจฉาริษยากัน การโกรธกัน การทุ่มเถียงกัน การใฝ่สูง การแตกก๊กกัน การอิจฉากัน การฆาตกรรม การเมาเหล้า การเล่นเป็นพาลเกเร และการอื่น ๆ ในทำนองนี้อีก เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เตือนท่านมาก่อน บัดนี้ข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมือนกับที่เคยเตือนมาแล้วว่า คน ที่ ประพฤติเช่น นั้น จะ ไม่ได้ รับ อาณาจักร ของ พระเจ้าเป็น มรดก” (กาลาเทีย 5:19-21)

ผมไม่รู้ว่าจะมีอะไรที่สามารถอธิบายได้ชัดเจนมากไปกว่าคำพูดนี้อีกแล้ว! “คนที่ประพฤติเช่นนั้นจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก” แต่พวกแอนตีโนเมียนยังเชื่อว่าพวกจะได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก! มันน่าโมโฮมาก! ในพระธรรม 1 โครินธ์ 4:17-19 ตามในภาษากรีกคำว่า “ราคะตัณหา” เป็นการใช้อธิบายถึงคนที่ไม่ได้รับความรอด ยังจะมีอะไรที่สามารถอธิบายได้ชัดเจนมากไปกว่าคำพูดนี้อีกแล้ว? แต่พวกอิเวนเจลิคอล์ในสมัยนี้ยัง “กำลังเปลี่ยนพระคุณของพระเจ้าไปเป็นราคะตัณหา” (ยูดาห์ 4) คนนอกรีตพวกนี้ชาว่าจะมีอยู่แค่ในประเทศอิตาลีเท่านั้น ไม่เลย! แต่กำลังอาละวาดหนักในประเทศอเมริกาในขณะนี้โดยทำให้คนมากมายหลงหายเพราะสิ่งที่พวกเขาสอนว่าพวกเขาสามารถความรอดได้ในขณะที่ชีวิตยังโจมอยู่กับบาป ความจริงก็คือพวกแอนตีโนเมียนคือพวกที่ทำลายคริสเตียนในประเทศอเมริกา!

พระธรรมยูดาห์บอกพวกเราว่า “คน อธรรม ที่ได้ บิดเบือนพระคุณ ของ พระเจ้า ของเรา ไปเป็น การ กระทำ ความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” พวกเขาปฎิเสธการเป็นพระเจ้าของพระบิดาและพระคริสต์ พวกเขาทำอย่างนี้โดยพยายามที่จะแยกพระคริสต์ทีเป็นพระผู้ช่วยให้รอดออกจากพระคริสต์ที่เป็นพระเจ้า นักอรรถธิบายพระคัมภีร์ชาวอิตาลีของเราบอกว่า “ชาวอิเวนเจลิคอล์ในประเทศอิตาลีบอกว่าพระเยซูสามารถเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นพระเจ้าของคุณ” ดร. เอ ดับบริว โทเซอร์ ได้โต้แย้งอย่างหนักกับคำสอนเท็จนี้ ท่านกล่าวว่า

         ไม่มีคำสอนเทียมเท็จไหนที่เข้ามาในคริสตจักรอย่างพวกอิเวนเจลิคอล์อีกแล้ว – คำสอนของพวกเขาบอกว่าทางเดียวเท่านั้นคือมนุษย์ต้องเลือกที่จะรับพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เพราะว่าเราต้องการพระองค์เหมือนเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ในขณะเดียวกันเราก็มีสิทธิ์ที่จะเลื่อนวันเวลาต่อการเชื่อฟังพระองค์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้านานตราบที่เราอยากจะทำ!...
         อะไรคือสิ่งที่น่าเสร้าสลดใจจาการที่เราได้ยินพระวัจนะทจากคนพวกนี้ พวกเขาสอนว่: “มาที่พระคริสต์! โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังใคร คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไร คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยทุกอย่างทิ้ง – เพียวแค่มาที่พระองค์และเชื่อในพระอง์เสมือนเป็นพระผู้ช่วยให้รอด!”
         ดังนั้นพวกเขาจึงมาและเชื่อในพระผู้ช่วยให้รอด หลังจากนั้นไม่ว่าจะในที่ประชุมหรืองานฟิ้นฟู คุณก็จะได้ยินอีกอย่างหนึ่งเช่น: “ตอนนี้คุณได้รับพระองค์แล้วเป็นพระผู้ช่วยให้รอด แล้วคุณจะรับพระองค์เป็นพระเจ้าอย่างไร?”
         ความจริงที่เราได้ยินในทุกๆที่มันไม่ใช่ การบังคับคนให้คนเชื่อว่าพระคริสต์ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนนั้น เป็นคำสอนที่ผิดๆเพราะไม่มีใครหรอกที่จะรับพระคริสต์เพียงแค่ครึ่งเดียว…ในขณะที่คนๆหนึ่งมาเชื่อในพระคริสต์ คนนั้นต้องเชื่อพระองค์ทั้งหมด – อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ! ผมเองเห็นด้วยกับการมองพระคริสต์ไปในทางที่ผิดเป็นเป็นหมอคนหนึ่งที่เราไปหาในขณะที่เราเจ็บป่วยเพราะบาป และหลังจากที่พระองค์ทรงช่วยเหลือเราแล้ว พระองค์ตรัสว่า “ลาก่อน” จงไปทางของคุณนะ…
         เราไม่ได้มาที่พระองค์เหมือนอย่างการไปซื้อของใช้ไปไว้ที่บ้าน และพูดว่า “ฉันจะเอาโต๊ะตัวนี้ แต่ไม่เอาเก้าอี้ตัวนั้น” ให้แยกออกจากกัน! ไม่หรอกคุณ! มีแต่ว่ามีพระคริสต์ทั้งหมดหรือว่าไม่มีเท่านั้น!
         ผมเชื่อว่าเราควรประกาศทั้งหมดของการเป็นพระองค์ของพระองค์ให้กับโลก – สำหรับพระคริสต์ไม่ยอมรับการขอโทษของเรา พระคริสต์ที่ไม่ถูกแบ่งออก พระคริสต์ที่จะอาจเป็นทั้งพระเจ้าหรือไม่เป็นเลย!
         ผมขอเตือนคุณ – คุณจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากพระองค์ในทางนั้น เพราะว่าพระองค์จะไม่ช่วยกู้คนที่ไม่ยอมจำนน! พระองค์ไม่ได้แบ่งตัวเองออกเป็นส่วนๆ คุณก็ไม่มีทางเชื่อพระองค์เพียงแค่ครึ่งเดียว เราเชื่อพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น – พระผู้ช่วยให้รอดผู้ถูกเจิม และเป็นพระเจ้าจอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลายและเป็นเจ้านายของนายทั้งหลาย! พระองค์จะไม่เป็นอย่างที่พระองค์เป็น ถ้าพระองค์ช่วยกู้เราและเรียกเราและเลือกเราโดยที่เราไม่เข้าใจว่าพระองค์ทรงนำและควบคุมชีวิตของเรา…
         เป็นไปได้หรือไม่ที่เราไม่เคยติดค้างอะไรพระองค์โดยที่จะต้องเชื่อฟังพระองค์? เราเป็นหนี้พระองค์โดยการเชื่อฟังของเรา จนกระทั้งเราร้องเรียกหาพระองค์เพื่อความรอด และถ้า [คุณ] ไม่เชื่อฟังพระองค์ ผมมีเหตุผลที่น่าสงสัย ถ้า [คุณ] กลับใจแล้วจริงๆ!
         ผมเห็นและได้ยินสิ่งที่คริสเตียนกำลังทำและเหมือนกับว่าผมมองดูพวกเขา…ผมต้องถามพวกเขาถึงการกลับใจใหม่อย่างแท้จริง…
         ผมเชื่อว่านั่นคือผลลัทธ์ของการสอนที่ผิดๆ พวกเขาคิดว่าพระองค์เป็นเหมือนเป็นโรงพบาบาลและพระเยซูคือหัวหน้าคนงานที่คอยช่วยเหลือคนบาปทั้งหลาย ความคิดนี้ต้องพบกับความหายนะ! “พระเจ้าโปรดรักษาฉัน” พวกเขายืนยันว่า “แล้วฉันก็ไปตามทางของฉัน!”
         นั่นเป็นความเชื่อที่เลวมาก…นั่นคือการหลอกลวงตัวเอง ขอให้เรามองดูที่พระคริสต์พระเจ้าของเรา ทรงสถิตในที่สูงสุด บริสุทธิ์ และทรงสวมมงกุฏ ทรงเป็นเจ้านายของนายทั้งหลาย ทรงมีสิทธิอำนาจอย่างสมบูรณ์ที่จะสอนตักเตือนคนของพระองค์ที่รับความรอดแล้วทุกคน!...
         พระเจ้ามีพระประสงค์ให้เราทุกคนให้เกียรติพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด จงลองค้นพระคัมภีร์ อ่านพระคัมภีร์ใหม่ และถ้าคุณเห็นว่าผมให้เชื้อโรคแห่งความจริง แล้วผมอยากให้คุณทำอะไรบางอย่าง ถ้าคุณถูกมาเชื่อพระเจ้าในทางที่ผิดๆ จงดีใจเพราะว่าคุณจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง! (A. W. Tozer, D.D., I Call It Heresy!, Christian Publications, 1974 edition, pp. 9-21)

แต่ผมก็พบว่ามันเป็นเรื่องยากกับพวกลัทธิแอนตีโนเมียนจะกลับใจใหม่โดยการสำนึกผิด และกลับใจอย่างจริงจัง ผมเทศนามาแล้ว 55 ปี ผมไม่เคยเห็นพวกลัทธิแอนตีโนเมียนแม้แต่คนเดียวจะกลับใจใหม่อย่างจริงจัง ผมเชื่อว่านั่นคือความจริง เพราะว่าลัทธิแอนตีโนเมียนอยู่ภายใต้การควบคุมของซาตาน ผมอยากเน้นในพระธรรม 1 ยอห์น 3:8 จากฉบับมาตราฐานในภาษาอังกฤษกล่าวว่า “ผู้ที่กระทำบาปก็มาจากพญามาร…” – เราจึงเรียนรู้ว่าพวกแอนตีโนเมียนที่กระทำบาปนั้นเป็นพวก “ของซาตาน” – นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาอยู่ภายใต้การควบคุมของมาร พญามารคือ “เจ้าแห่งอำนาจในย่านอากาศ วิญญาณที่ครอบครองอยู่ในบุตรแห่งการไม่เชื่อฟัง” (เอเฟซัส 2:2) ผมอยากจะนำคพพูดของพวก “แอนตีโนเมียน” ซึ่งนำมาจากพระคัมภีร์ฉบับของพวกรีฟอร์มกล่าวว่า

แอนตีโนเมียนนิยม หมายความว่า “ตรงข้ามกับธรรมบัญญัติ” แอนตีโนเมียน บอกว่าคนที่ปฎิเสธธรรมบัญญัติของพระเจ้าในพระคัมภีร์ที่ควบชีวิตคริสเตียนโดยตรง…พวกเขาจึงสรุปอย่างผิดๆว่าพฤติกรรมของพวกเขาก็ไม่แตกต่างอะไร แต่กลับทำให้พวกเขามีความเชื่อ อย่างไรก็ตามในพระธรรม 1 ยอห์น 1:8-2:1 และ 3:4-10 กล่าวต่างออกไป ไม่มีทางเป็นไปได้ต่อการที่จะเป็นคริสเตียนและยังมีชีวิตที่จมอยู่กับบาป (หน้า 1831)

พวกแอนตีโนเมียนในประเทศอิตาลีกล่าวถึงพระธรรม 1 โครินธ์ 5:1 ไว้ดังนี้

“มีข่าวเล่าลือว่าในพวกท่านมีการผิดประเวณี และการผิดประเวณีนั้นถึงแม้ในพวกต่างชาติก็ไม่มีเลย คือเรื่องมีว่าคนหนึ่งได้เอาภรรยาของบิดามาเป็นภรรยาของตน” (I โครินธ์ 5:1)

ชาวแอนตีโนเมียนในประเทศอิตาลีกล่าวว่า “นี่คือตัวอย่างหนึ่งในครอบครัวของผู้เชื่อ” พวกเขาบอกว่านี่พิสูจน์ว่า “นั่นคือผู้เชื่อที่ยังทำอยู่บาปเช่นกัน” ผมก็เคยเรื่องที่ไม่น่าเชื่ออย่างนั้นในประเทศอเมริกาเช่นกัน แต่ในพระธรรม 1 โครินธ์ 5:2:13 อาจารย์เปาโลกล่าวให้กับคริสเตียนในเมืองโครินธ์ว่า “ส่วนคนภายนอกนั้นพระเจ้าจะทรงตัดสินลงโทษ เหตุฉะนั้นจงกำจัดคนชั่วช้านั้นออกจากพวกท่านเสียเถิด” (1 โครินธ์ 5:13) เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าอาจารย์เปาโลบอกว่าให้เอา “คริสเตียนที่ไม่เติบโตนั้น” ออกจากคริสตจักร แล้วอย่าร่วมรับประทานกับพวกเขา (1 โครินธ์ 5:11) หนังสืออรรถธิบายพระคัมภีร์ใน 1 โครินธ์ 6:9-11 ว่า

“ท่านไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก? อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา คนนิสัยเหมือนผู้หญิงหรือคนที่เป็นกะเทย คนขโมย คนโลภ คนขี้เมา คนปากร้าย คนฉ้อโกง จะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น แต่ท่านได้รับทรงชำระแล้ว และได้ทรงแยกตั้งท่านไว้แล้ว แต่พระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเราได้ทรงตั้งท่านให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูเจ้า” (I โครินธ์ 6:9-11)

พวกแอนทีโนเมียนคือหนึ่งในพวกที่อาจารย์เปาโลกล่าวไว้คือ “จะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก” พระธรรมข้อนี้บอกชัดเจนว่าคนที่กระทำชู้สาว “ล่วงประเวณี” จะ “ไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก” ในพระธรรม 1 โครินธ์ 6:9 กล่าวว่า “คนล่วงประเวณี” ไม่มีส่วนในแผนดินของพระเจ้า วิวรณ์ 21:8 บอกเราถึงการการผิดประเวณีคือคนที่จะถูกโยนลงไปในบึงไฟนรก พวกเขาจะอยู่มรานั่นไปชั่วนิรันดร์

อย่างที่ผมบอกแล้วคือพวกแอนตีโนเมียนไม่ได้มีอยู่ฌฉพาะในประเทศอิตาลีเท่านั้น ไม่เลย! คำสอนชั่วช้านี้ได้แพร่ขยายไปทั่วประเทศแถบตะวันตก โดยเฉพาะในประเทศอเมริกา พระธธรมยูดาห์จึงบรรยายถึงพวกแอนตีโนเมียนนี้อย่างชัดเจน

“เพราะว่ามีบางคนได้เล็ดลอดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกเล็งไว้ล่วงหน้ามานานแล้วว่าจะได้รับการพิพากษาลงโทษอย่างนี้ เป็นคนอธรรมที่ได้บิดเบือนพระคุณของพระเจ้าของเราไปเป็นการกระทำความชั่วช้าลามก และได้ปฏิเสธพระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (ยูดาห์ 4)

พวกแอนตีโนเมียนบอกว่าตั้งแต่ที่เราได้การช่วยกู้โดยพระคุณแล้วเราสามารถที่จะกลับเข้าไปทำบาปได้ พวกเขายังบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องละทิ้งสิ่งเหล่านั้น คุณไม่จำเป็นต้องถวายสิบลบและออกไปประกาศ และแม้แต่การไปนมัสการพระเจ้า! พวกเขาบอกว่าคนที่ยืดถือการชื่อฟังคือพวกที่”ยึดถือธรรมบัญญัติ” นี่คือหนึ่งในคำพูดของพวกแอนตีโนเมียน พวกเขาเรียนคริสเตียนที่เชื่อฟังว่า “พวกเคร่งครัดธรรมบัญญัติ” หรือ “ฟาริสี” แต่พวกเขาเข้าจคพเหล่านั้นผิดไป “ผู้ที่ยึดถือธรรมบัญญัติและฟาริสีสอนว่าการทำงานที่ดีช่วยให้คุณรอด แต่พวกเราสอนว่าเรารอดโดยพระคุณเท่านั้น แล้วการทำงานดีไม่มีสาวนใดๆในชีวิตของคุณ ผู้ที่ยึดถือธรรมบัญญัติและฟาริสีสอนรอดโดยการทำดี แต่คริสเตียนที่แท้จริงสอนว่ารอดโดยพระคุณเท่านั้น และความรอดนี้ก่อให่เกิดผลดีในชีวิตของผู้เชื่อที่แท้จริง ผู้ที่ยึดถือธรรมบัญญัติสอนว่าการงานดีก่อให้เกิดผลของความรอด เพราะผลจากการทำดี ผู้ที่ยึดถือธรรมบัญญัติสอนว่าการงานดีก่อให้เกิดผลของความรอด แต่คริสเตียนที่แท้จริงสอนว่ารอดโดยพระคุณเท่านั้น และความรอดนี้ก่อให่เกิดผลดีในชีวิตของผู้เชื่อที่แท้จริง - ซึ่งตรงกันข้ามกับการทำตามธรรมบัญญัติ! แต่พวกอแนตีโนเมียนกลับไม่เน้นเรื่องการงานดีแต่อย่างใด พวกเขาก็ไม่คิดแม้แต่ที่จะบอกว่าคริสเตียนต้องไปโบสถ์ในทุกวันอาทิตย์โดยไม่ขาด พวกเขาไม่เคยแท้แต่จะพุดถึงเรื่องคุณต้องเข้าร่วมการอธิษฐานทุกสัปดาห์ พวกเขาไม่พูดให้คุณต้องถวายสิบลบจากรายได้ของคุณ พวกเขาไม่เคยสอนให้คุณแต่งตัวให้เรียบร้อย อาทิตย์ที่แล้วภรรยาผมเห็นลูกสาวของศิษภิบาลชาวแอนตีโนเมียนคนหนึ่งต่างตัวด้วยกระโปงสั้นๆมาร่วมงานศพของศิษยาภิบาลท่านหนึ่ง! มีคนแอนโทโนเมียนอีแวนเจลิคอล์คนหนึ่งมาร่วมนมัสการกับเรา และเราก็เอาเน็ทไทต์ให้เขาใส่ ไม่มีใครคัดค้านเช่น ชาวโรมันคาทอลิค คนพุทธและอื่นๆที่ไมใช่พวกอีเวนเจลิคอล์ไม่เคยคัดค้าน แต่พวกแอนตีโนเมียนอีเวนเจลิคอล์คัดค้านอยู่บ่อยๆ พวกเขาแก้ออกและโยนทิ้งลงบนพื้นหรือปฏิเสธที่จะใส่ พวกเขาจะคัดค้านการแต่งตัวที่สุภาพเรียบร้อย! เสื้อผ้าสำหรับพวกเขาแล้วเป็นของไร้ค่า พวกเขาเป็นประเภทแบบไร้กฏเกณฑ์ พวกเขาจะต่อต้านกฏต่างๆ นั่นแหละคือพวกแอนตีโนเมียน! พวกเขาไม่เชื่อเรื่องการกลับใจใหม่และละการทำบาปต่างๆ พูดอีกนัยหนึ่งก็คือพวกแอนตีโนเมียนบอกว่าคุณสามารถบังใหม่แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามนั้น!

เราเชื่อตามอย่างที่มีอยู่ในพระคัมภีร์ – นั่นความรอดผ่านทางพระคุณและผลก็คือการทำการดี นี่ถูกต้องชัดเจนตามพระคัมภีร์ อย่างที่กล่าวเอาไว้ในเอเฟซัสบทที่สอง

“ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายเอง ความรอดนั้นเป็นของประทานจากพระเจ้า ไม่ใช่โดยการกระทำใด ๆ ด้วยเกรงว่าคนหนึ่งคนใดจะอวดได้ เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ ให้เข้าสู่การงานที่ดีซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เราดำเนินตามนั้น” (เอเฟซัส 2:8-10)

“เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ ให้เข้าสู่การงานที่ดี” – ชัดเจนมากที่สุด และง่ายต่อการเข้าใจ

แต่พวกแอนตีโนเมียนจะไม่ยอมรับข้อพระธรรมเหล่านี้ และยังต่อต้านด้วยซ้ำ พวกเขาบอกว่า “อย่าตัดสิน” แต่พวกเขานี่แหละคือพวกที่ชอบตัดสินคนอื่นๆ! การโต้แย้งที่เลวยที่สุดอย่างผมไม่เคยเห้นมาก่อนในชีวิตการรับใช้ก็คือพวกแอนตีโนเมียนนี่เอง ผมเทศนาครั้งแรกคือต่อต้านวัยรุ่นของพวกแอนตีโนเมียนที่ผมเห็นในคริสตจักรที่ผมเคยเป็นสมาชิกที่เมืองฮังติตอนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตอนนั้นที่ผมอายุสิบเจ็ดปี หลังจากเทศนาเสร็จลงผู้นำอนุชนของเราบอกพาผมออกไปและบอกว่าอย่าไปเทศนาอย่างนี้อีก ในขณะที่ผมถูกห้ามนั้นผู้ช่วยของเขาก็บอกพวกอนุชนว่าผมเทศน์ผิด และอย่าไปตกใจอะไรกับคำเทศน์ของผมนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นั้นผู้นำอนุชนคนนี้ได้หนีออกจากคริสตจักร เพราะมีผู้ปกครองหลายคนพบว่าเขาไปมีเพศสัมพันธ์กับลูกๆของพวกเขา หลายปีผ่านมาผมก็สังเกตุเห็นอนุชนเหล่านั้นไม่มีพระเจ้าเลย และพระเจ้าก็ตรัสกับใจผมว่า “โรเบร์ตที่เจ้าเทศนาต่อต้านพวกแอนตีโนเมียนอย่างนั้นถูกต้องแล้ว พวกเขาช่างเลวยร้ายและเป็นพวกนอกรีต อย่าไปกลัวพวกนั้นเลย จงเทศน์ตักเตือนพวกนั้นอีก!”

ผมก็พยายามสอนอย่างนั้นตลอดทั้งชีวิตการรับใช้ของผม ผมถูกต่อต้านเหมือนคนที่ “ยึดถือบทบัญญัติ” โดยผู้นำคริสตจักรของพวกแอนตีโนเมียนคนหนึ่งที่เมือง มาริน ทางทิศเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก ตอนนั้นผมยังเป็นศิษยาภิบาลอยู่ที่นั่น ต่อมาก็รู้ว่าชายคนนี้ไปมีเพศสัมพันธ์กับเด็กผู้หญิงในคริสตจักรของเขา มีอาจารย์สอนพระคัมภีร์ของพวกแอนตีโนเมียนคนหนึ่งที่เมืองเวสวูด ฝั่งตะวันตกของรัฐแคริฟอร์เนียกล่าวหาว่าผมคือฟาริสีและเป็นนักเทศน์ที่สอนเท็จ ผมดักฟังโทรศัพท์และได้ยินเขาพูดใส่ร้ายผมให้กับชายหนุ่มในคริสตจักรของเราคนหนึ่ง ตอนที่เขาพูดว่า “ฮันโล บิล นี่คือดร. ไฮเมอร์ส” เขาก็ร้องตะโกนใส่ทางโทรศัพท์ ชายคนนั้นอยู่ในชั้นเรียนพระคัมภีร์ของเขาแต่ก็สุบกัญชาและต่อต้านเรื่องการไปโบสถ์ นั่นเพราะว่า “อาจารย์”ของพวกเขาสอนเขา ไม่กี่ปีถัดมาเขาสะดุดและ - หนีออกจากการรับใช้ เร็วๆนี้มีผู้หญิงที่เป็นแอนตีโนเมียนคนหนึ่งเขียนโจมตีผมทางอินเตอร์เน็ทว่าผมคือพวกยึดติดกฏเกณฑ์และสอนผิด หล่อนพกปืนและบอกว่าปืนกระบอกนี้บอกเธอว่า “ยิง ยิงเพื่อฆ่า!” เราได้แจ้งให้กับตำรวจ เอฟ บี ไอ แต่ไม่นานมานี้ผมเองก็เรียนรู้ว่าอย่าไปคิดอะไรมากกับการต่อต้านของพวกแอนตีโนเมียน การต่อต้านเช่นนี้เป็นการต่อต้านผู้เชื่อที่แท้จริงนับจากคาอินฆ่าอาเบล อัครทูตยอห์นได้พูดถึงการฆาตกรรมอาเบลโดยพี่ชายของเขา ท่านกล่าวว่า “อย่าเป็นเหมือนคาอินที่มาจากมารร้ายนั้น และได้ฆ่าน้องชายของตนเอง และเหตุใดเขาจึงฆ่าน้องชาย ก็เพราะการกระทำของเขาชั่ว และการกระทำของน้องชายนั้นชอบธรรม พี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้าเอ๋ย อย่าประหลาดใจถ้าโลกนี้เกลียดชังท่าน” (1 ยอห์น 3:12-13)

พวกแอนตีโนเมียนจะปฎิเสธการเทศนาอย่างเช่น “กลับใจเสียใหม่จากการกระทำที่ตาย” (ฮีบรู 6:1) รากคำเดิมคือคำว่า “เกลียด” การเทศน์อย่างนั้น – และจะต่อต้านคนที่เทศน์อย่างนั้น เช่นเฮโรดเกลียดยอห์น บัพติศโต เพราะสอนเรื่องให้กลับใจจากการทำบาป สภาเซนเฮดรินสั่งให่แขวงพระเยซูเพราะพระองค์สอนให้กลับใจจากบาป อาจารย์เปาโลถูกต่อต้าน “เผชิญภัยจากพี่น้องเทียม”เพราะเหตุเทศนาเรื่องกลับใจจากบาป (2 โครินธ์ 11:26 และกิจการ 26:20, 21)

พวกแอนตีโนเมียนไม่เคยกลับใจ พวกเขาไม่เคยบังเกิดใหม่ พวกเขาก็เกลียดคนที่บอกว่าพวกเขาคือคนที่หลงหาย ดร. โทเซอร์ได้เขียนบทความถึงพวกเขาว่า “บังเกิดหนึ่งครั้งและบังเกิดสองครั้ง” ท่านนำพระคัมภีร์มาแสดงชัดว่าสำหรับพวกที่ไม่ยอมบังเกิดใหม่มักจะต่อสู้กับคนที่บังเกิดใหม่แล้ว – บังเกิดสองครั้ง พวกแอนตีโนเมียนมักจะโจมตีทำลายพวกที่พึ่งจะมาบังเกิดใหม่ ดร. โทเซอร์ กล่าวว่า “นี่คือการต่อต้านพวกที่บังเกิดสองครั้งอย่างใหญ่หลวงเพื่อเป็นการส่งเสริมในคำสอนของพวกเขา” (A. W. Tozer, D.D., “The Once-Born and the Twice-Born,” Man: The Dwelling Place of God, Christian Publications, 1966, page 21)

มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เรารอคอยเพื่อให้พวกแอนตีโนเมียนมารับความรอด เราได้อธิษฐานให้พวกเขามากลับใจใหม่ พวกเขารู้ว่าพระเยซูทรงพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถบาปของพวกเขา และรู้ว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่บนสวรรค์ แต่พวกเขาก็ไม่ยอมกลับใจใหม่อย่างแท้จริง และไม่เคยวางใจพระองค์อย่างจริงจัง

ใครบางคนในค่ำคืนนี้อาจจะเป็นพวกแอนตีโนเมียน ใจของคุณไม่ได้กลับใจใหม่อย่างแท้จริงและต่อต้านคนที่บังเกิดใหม่อย่างแท้จริง หรือคนที่อ่านบทเทศนานี้ทางอินเตอร์เน็ทอาจจะยังเกลียดผู้ที่บังเกิดใหม่อย่างแท้จริง ผมอยากจะบอกคุณด้วยใจที่หนักแน่นว่า “คุณกำลังติดตามคนที่ไร้ชีวิตและปล่อยกายตามพวกที่สอนเท็จ คุณกำลังพลาดความสุขที่แท้จริงอย่างที่ผู้กลับใจใหม่อย่างแท้จริงมี เลือกชีวิต! เลือกชีวิต! ละทิ่งสิ่งที่เปื่อยเน่าเหม็นแห่งกลับใจที่จอมปลอม! แล้วเดินเข้ามาพระคริสต์! พระองค์ทรงชำระบาปของคุณด้วยพระโลหิตของพระองค์! พระองค์จะสร้างคุณขึ้นใหม่ซึ่งเป็นคนที่เชื่อฟังพระเจ้าด้วยความรัก แทนที่จะทรยศต่อต้านพระองค์เพราะความชั่วแห่งยุคนี้” พระวัจนะตรัสว่า

“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งเก่า ๆ ก็ล่วงไป ดูเถิด สิ่งสารพัดกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17)

ตอนที่คุณเข้ามาหาพระเยซู คุณก็จะสามารถร้องเพลง “ข้ายอมมอบทุกสิ่ง”

ข้าฯขอมอบทุกสิ่งแด่พระองค์ ทุกสิ่งแด่พระองค์
   ฉันจะรักและเชื่อฟังพระองค์ทุกวันเวลา
ฉันยอมมอบทุกอย่างแด่พระองค์
   ทุกอย่างแด่พระองค์ พระผู้ช่วย ข้าฯยอมทุกอย่าง

ยอมทุกอย่างแด่พระเยซู น้อมกราบแถบเท้าของพระองค์
   ความสุขทางโลกทอดทิ้งทุกอย่าง ตอนนี้พาฉันมาที่พระเยซู
ผมยอมมอบทุกอย่างแด่พระองค์ และเพื่อพระองค์
   ทุกอย่างแด่พระองค์ พระผู้ช่วย ข้าฯยอมทุกอย่าง
(“I Surrender All” โดย Judson W. Van DeVenter, 1855-1939)

เราพร้อมที่จคุยกับคุณถึงเรื่องการทรงช่วยโดยพระเยซู ถ้าคุณอยากจะคุยกับเรา กรุณาลุกออกจากที่นั่งของคุณเดินออกไปข้างหลังของห้องนมัสการในเวลานี้ ดร. คาเกน จะพาพวกคุณไปยังห้องอธิษฐานเพื่อคุย ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐานเผื่อคนที่ตอบสนองรับเอาพระเยซูในค่ำคือนี้ด้วย อาเมน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย อาเบล พลูโฮมมี: เอเฟซัส 2:4-10.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“I Surrender All” (โดย Judson W. Van DeVenter, 1855-1939).