Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ต้องมีการบูชาถึงจะมีการช่วยกู้!

(เทศนาครั้งที่ 11 ในอิสยาห์ 53)
PROPITIATION!
(SERMON NUMBER 11 ON ISAIAH 53)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเย็นวันของพระเป็นเจ้าวันที่ 13 เดือน เมษายน ค.ศ. 2013 ณ
คริสตจักรแบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Saturday Evening, April 13, 2013

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)


พระเจ้าที่ผมจะพูดถึงในค่ำคืนนี้อาจจะดูไม่น่าฟังสักเท่าใด และบางคนที่ได้ยินอาจจะเกลียดเลยก็ได้ ผู้คนในปัจจุบันนี้ต่างก็เข้าใจพระเจ้าไปในทางที่ผิดๆ เพราะทุกครั้งที่พูดถึงพระเจ้าที่อยู่ในพระคัมภีร์คนเหล่านั้นต่างก็แสดงพฤติกรมออกมาในด้านลบเสมอ โดยเฉพาะผู้รับพระเจ้าบางประเภท

หลายปีที่ผ่านมานั้นผมได้รับเชิญจากผู้รับใช้อาวุโสท่านหนึ่งให้ไปเทศนาประกาศให้กับพวกอนุชน ที่คริสตจักรของท่าน ผมเคยไปเทศนาที่นั่นหลายครั้งแล้ว ผมจึงรู้ดีว่าคริสตจักรที่นั่นต้องการอะไร แต่ครั้งนี้ผู้ที่รับหน้าที่ดูแลงานคืนผู้รับใช้หนุ่มสองคน เนื้อหาในคำเทศนาของผมคือกล่าวถึงความรอด ผมเน้นเรื่องการทรงพิพากษาของพระเจ้าและบอกชัดเจนถึงเรื่องราวต่างๆในพระกิตติคุณ ครั้งนั้นมีอนุชนทั้งหมดยี่สิบเจ็ดคนได้ตอบสนองการเชื้อเชิญ และครั้งนี้คือครั้งแรกที่มีการเชื้อเชิญอย่างจริงจัง

สิ่งหนึ่งที่แปลกก็คือแทนที่ผู้รับใช้หนุ่มทั้งสองคนจะรู้สึกร่วมยินดีกับอนุชนเหล่านั้นที่ตอบสนองพระกิตติคุณของพระคริสต์ แต่ตรงกันข้ามกลับแสดงอาการโกรธจัดหลังจากที่ผมเทศนาเสร็จ คนทั้งสองนี้ไม่เคยที่จะเขียนจดหมายแสดงการขอบคุณให้กับผม แม้แต่ค่าเดินทางของผมตามธรรมเนียมของคริสตจักรก็ไม่ให้ ผมรู้สึกแปลกใจถึงพฤติกรรมอันเยือกเย็นของผู้รับใช้ทั้งสองคนนี้ ต่อมาผมก็รู้ว่าคนทั้งสองบอกว่าผมเทศนาไม่ดีมีแต่แง่ลบ และไม่ควรเชิญชวนอนุชนเหล่านั้นโดยที่ไม่บอกให้พวกเขารู้ร่วงหน้าถึงการที่พระเจ้าพิพากษาเรื่องบาป บัดนั้นเป็นต้นมาผมถึงทราบได้ว่าผู้รับใช้ยุคสมัยนี้เทศนาพระกิตตคิคุณตามอารมณ์และความคิดของตนเองเป็นใหญ่ พูดแต่ความรักของพระเจ้า แต่ขาดการสอนด้านจิตวิญญาณที่ทำให้คนเหล่านั้นรู้ถึงบาปของพวกเขา ผมจึงรู้ว่านักเทศน์ในปัจจุบันนี้ขาดจุดนี้มาก แต่ผมเชื่อว่าต้องมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้นักเทศน์เหล่านั้นคิดไม่ถึงเรื่องนี้ และเข้าใจการเทศนาแบบเชิงประกาศในทางที่ผิดๆ

ดร. เอ ดับบริว โทเซอร์ กล่าวเอาไว้ว่า “ไม่มีใครที่จะทราบถึงพระคุณของพระเจ้าได้ ถ้าคนๆนั้นไม่รู้ถึงการยำเกรงพระองค์เป็นอันดับแรก” (The Root of Righteousness, Christian Publications, 1955, p. 38) ผมเชื่อว่าที่ท่านกล่าวนี้ถูกต้องทีเดียว “ไม่มีใครที่จะทราบถึงพระคุณของพระเจ้าได้ ถ้าคนๆนั้นไม่รู้ถึงการยำเกรงพระองค์เป็นอันดับแรก” ในจุดนี้ ดร. มาร์ตินย์ ลอยด์ โจมส์ ก็เชื่อเช่นเดียวกันกับ ดร.โทเซอร์ นอกจากนี้ ท่าน เอียน เฮ็ช เมอร์เรย์ ยังกล่าวว่า “สำหรับ ดร. ลอยด์ โจมส์ การที่ท่านเทศนาถึงความผิดบาปของมนุษย์ต่อพระพักต์พระเจ้า นั่นหมายถึงการกล่าวถึงพระพิโรธของพระเจ้า…ที่มีการลงโทษบาปนั้นในนรก…นี่คือจุดหนึ่งที่สำคัญแห่งการเทศนาตามหลักพระคัมภีร์ นรกไม่ใช่ทฤษดีที่ถูกสร้างขึ้นมาใดๆ…”(Rev. Iain H. Murray, The Life of Martyn Lloyd-Jones, The Banner of Truth Trust, 2013, p. 317).

ดร. ลอยด์ โจมส์ ยังกล่าวอีกว่า “บาปที่เลวร้ายที่สุดของมนุษย์คือการที่คิดเกี่ยวกับพระเจ้าไปในทางที่ผิดๆ” (เล่มเดียวกัน หน้า 316) อีกครั้งหนึ่งที่อยากกล่าวถึง ดร. อาร์ ไรซ์ ผู้ซึ่งเคยเป็นนักประกาศของแบ๊บติสต์ ท่านก็มีลักษณะคล้ายกันกับ ดร. โทเซอร์ และดร. ลอยด์ โจมส์ โดยที่ ดร. ไรซ์กล่าวว่า

พระเจ้าในพระคัมภีร์นั้นเป็นพระเจ้าที่น่าเกรงขาม เป็นพระเจ้าที่น่ากลัว เป็นพระเจ้าที่มีการแก้แค้น เหมือนอย่างพระเจ้าที่กอรปด้วยพระคุณ (John R. Rice, D.D., The Great and Terrible God, Sword of the Lord Publishers, 1977, p. 12).

ดร. ไรซ์ กล่าวว่า

ทุกการเทศนาในยุคปัจจุบันนี้พูดแต่พระคุณแต่ขาดบทบัญญัติ พูดถึงความเชื่อแต่ไม่พูดถึงการกลับใจใหม่ พูดถึงพระเจ้าที่มีพระคุณโดยไม่กล่าวถึงพระพิโรธของพระองค์ เป็นการเทศนาที่มีแต่เรื่องของสวรรค์ แต่ขาดการพูดถึงนรก…เป็นการบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า เป็นการเทศนาที่พูดถึงพระเจ้าที่ไม่ถูกต้อง เป็นการถ่ายทอดพระคำของพระเจ้าอย่างไม่มีความสัตย์ซื่อ เพราะพระเจ้าเป็นผู้ที่น่าเกรงขาม น่ากลัว และเป็นพระเจ้าที่ต่อสู้กับบาป เป็นพระเจ้าผู้ที่นำมาซึ่งการแก้แค้น เป็นพระเจ้าที่น่าเกรงกลัว พระเจ้าผู้ซึ่งลงโทษคนบาปที่ไม่ยอมกลับใจ (เล่มเดียวกัน หน้า 13 และ 14)

อาเมน! ผมเองรู้จักคนเหล่านั้นมานานจากการอ่านบทเทศนาของพวกเขา เพราะ ดร. โทเซอร์ และ ดร. ลอยด์ โจมส์ ต่างก็เห็นด้วบกับคำพูดของ ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ นี้อย่างไร้ข้อสงสัยว่า พระเจ้า “เป็นพระเจ้าที่ทรงต่อต้านบาป”

เมื่อเราเห็นพระเจ้าในลักษณะเช่นที่พระคัมภีร์บอก เราก็จะเข้าใจพระธรรมอิสยาห์ 53:10 เป็นอย่างดี พระเจ้าพระบิดาคือจุดสำคัญของพระธรรมข้อนี้ที่มีส่วนสำคัญในพระคริสต์ผู้ซึ่งนำความรอดมาให้เรา

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

“พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา” (โรม 3:25).

ดร. ดับบริว คริสเวลล์ กล่าวว่า “การลบล้างพระอาชญาเป็นหน้าที่ของพระคริสต์ที่กางเขนเพื่อไม่ให้ความชอบธรรมของพระเจ้าที่ต่อต้านบาปนั้นลงที่เรา เพราะนั่นเป็นการลบล้างบาปและความผิดของมนุษย์” (W. A. Criswell, Ph.D., The Criswell Study Bible, Thomas Nelson Publishers, 1979, p. 1327, note on Romans 3:25).

“พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา” (โรม 3:25).

หนังสือรรถธิบายพระคัมภีร์ฉบับที่เรียกกันว่า The Reformation Study Bible อธิบายข้อนี้ว่า “พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์โดยถวายพระองค์เองเป็นเครื่องบูชาเพื่อลบล้างพระอาชญาของพระเจ้าที่ลงมายังคนบาป และนำมาซึ่งการอภัยและชำระบาป อย่างไรก็ตามอาจารย์เปาโลกล่าวไว้อย่างชัดเจนถึงการการบูชา [พระบุตรของพระเจ้า] ว่าไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้พระเจ้าทรงรักเรา แต่ในทางตรงกันข้าม – เพราะความรักของพระเจ้าทำให้พระองค์ยกพระบุตรของพระองค์เป็นเครื่องบูชา” (The Reformation Study Bible, Ligonier Ministries, 2005, p. 1618, note on Romans 3:25).

“พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา” (โรม 3:25).

ในอิสยาห์กล่าวว่า

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

จากพระธรรมอิสยาห์ข้อนี้ทำให้เราเห็นว่าพระเจ้าคือผู้กระทำให้พระคริสต์ทรงรับการทรมาณ พระคริสต์ทรงทนทุกข์และสิ้นพระชนม์ “พระองค์นี้ทรงถูกมอบไว้ตามที่พระเจ้าได้ทรงดำริแน่นอน [พระประสงค์] ล่วงหน้าไว้ก่อน (กิจการ 2:23) พระเจ้าที่ยิ่งใหญ่และโหดร้ายในพระคัมภีร์คือผู้กระทำให้พระคริสต์ทรงถูกทรมาณและสิ้นพระชนม์ ในพระธรรมยอห์น 3:16 กล่าวว่า พระเจ้า “ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์” (ยอห์น 3:16) โรม 8:32 กล่าวว่า “พระองค์…ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรของพระองค์เอง แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อเราทั้งหลาย” (โรม 8:32) พระพิโรธของพระเจ้าที่มีต่อบาปถูกลบล้าง เพราะว่ามันตกลงไปที่พระบุตรของพระองค์คือพระเยซู ในอิสยาห์กล่าวว่า

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

ตอนนี้เรามาดู”เบื้องหลังของอิสยาห์” ที่ชี้ให้เราเห็นถึงพระเจ้าพระบิดาทรงส่งพระบุตรของพระองค์ที่ต้องเสด็จผ่านสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายที่แสดงถึงความรักความเมตตาและการถูกปลงพระชนม์ เพื่อจะได้ระงับพระพิโรธของพระเจ้าที่จะลงมายังคนบาปทั้งหลาย แต่กลับตกไปที่พระคริสต์ จากพระธรรมข้อนี้เราจะเห็นว่า (1) พระเจ้าทรงตีพระเยซูให้ฟกช้ำ (2) พระเจ้าทรงกระทำให้พระเยซูพบกับความทุกข์ยาก (3) พระเจ้าทรงใช้วิญญาณของพระเยซูเป็นเครื่องไถ่บาป

I. ประการแรก พระเจ้าทรงตีพระเยซูให้ฟกช้ำ

“พระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำ” (อิสยาห์ 53:10)

คำว่า “ฟกช้ำ” หมายถึง “การบดขยี้” “พระเจ้าทรงพอพระทัยที่จะบดขยี้พระเยซู” ดร. เอ็ดเวร์ด เจ ยัง กล่าวไว้ว่า “ถึงแม้ว่า [พระคริสต์] จะไร้ซึ่งความผิด พระเจ้าก็พอพระทัยที่จะทำให้ [พระเยซู] ฟกช้ำ [ถูกบดขยี้] การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ไม่ใช่ด้วยน้ำมือของคนชั่ว แต่เป็นพระหัตถ์ของพระเจ้าต่างหาก ดังนั้นในที่นี้จึงไม่ใช่คนที่ตรึงพระเยซูให้สิ้นพระชนม์ต้องมารับผิดชอบ เพราะพวกเขาไม่ใช่คนที่ควบคุมสถานการณ์ พวกเขาแค่ทำตามที่พระเจ้าทรงอนุญาตเท่านั้น” (Edward J. Young, The Book of Isaiah, William B. Eerdmans Publishing Company, 1972, volume 3, pp. 353-354)

ตามที่ผมได้กล่าวมาแล้ว จุดนี้ได้บอกเอาไว้อย่างชัดเจนในพระธรรมโรม 3:25 ถึงพระคริสต์

“พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา” (โรม 3:25)

และในยอห์น 3:16 ก็เช่นกัน

“เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกยิ่งนัก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์” (ยอห์น 3:16)

เพื่อเป็นการลบล้างพระอาชญาของพระองค์ที่มีต่อบาป และนำความรอดมาสู่มนุษย์ที่เป็นคนบาป

“พระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำ” (อิสยาห์ 53:10)

พระเจ้าทรงบดขยี้พระบุตรของพระองค์โดยเริ่มต้นจากสวนเกทเสมเน พระธรรมมัทธิวบอกเราถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนเกทเสมเน พระเจ้าตรัสว่า “เราจะตีผู้เลี้ยงแกะ และแกะฝูงนั้นจะกระจัดกระจายไป” (มัทธิว 26:31) ในพระกิตติคุณมาระโกก็ได้บอกเราที่สวนเกทเสมเนดังนี้ว่า “เราจะตีผู้เลี้ยงแกะ” (มาระโก 14:27) ดังนั้นพระเจ้าคือผู้ตีพระเยซู ทำให้ฟกช้ำและเริ่มต้นบดขยี้พระองค์เพื่อบาปของเราในที่แห่งความมืดในสวนเกทเสนเนนั้น ท่านสเปอร์เจียนก็กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ดังนี้

ตอนนี้พระเยซูของเราดื่มไปหลายถ้วยทีเดียวจากพระหัตถ์ของพระบิดา ไม่ใช่จากพวกยิว ไม่ใช่จากการทรยสของยูดาส ไม่ใช่จากการที่พวกสาวกนอนหลับ ไม่ใช่เกิดจากมารซาตาน [สวนเกทเสมเน] แต่ถ้วยเหล่านั้นถูกจัดเตรียมไว้อย่างเต็มขนาดจากผู้ที่เรารู้ดีคือพระเจ้าพระบิดา…ถ้วยเหล่านั้นสร้างความปวดเร้าอยู่ภายในจิตใจ พระองค์ทรง[กลัว] ถ้วยเหล่านั้น เพราะว่าการดื่มจาก [ถ้วย] ในครั้งนั้นเป็นการย้ำถึงความปวดเร้าที่ใช่เพียงแต่ฝ่ายร่างกาย ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ตามพระองค์ก็ไม่ปฏิเสธ…ต่อสิ่งเลวร้ายอันน่ากลัวเหล่านั้นที่มาจากพระหัตถ์ของพระบิดาแต่อย่างใด นี่จึงสามารถยืนยันอย่างไร้ข้อสงสัยว่าพระเจ้าพระบิดาเป็นผู้ทรงตีพระเยซูให้ฟกช้ำ…” พระเจ้าทรงนำความชั่วร้ายทั้งหลายของเรามา [วาง] ที่พระเยซู พระเจ้ากระทำให้พระเยซูผู้ซึ่งไม่มีบาปต้องกลายเป็นคนบาปก็เพราะเพื่อพวกเรา นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้พระผู้ช่วยให้รอดตกอยู่ในสถานกาณ์ที่เป็น ทุกข์เป็นอย่างมาก…พระองค์ต้องมาทนทุกข์แทน [ที่] ของคนบาป นี่คือเรื่องราวใน [สวนเกทเสมเน] ที่ไม่ได้เปิดเผยให้ใครรู้ และเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะสารมารถนำรายละเอียด [ทั้งหมดมาอธิบาย] ให้พวกคุณในเวลานี้ เป็นจริงดังนี้

‘พระเจ้า และพระองค์เท่านั้น
ความทุกข์ของพระองค์เราก็รู้แล้ว’

(C. H. Spurgeon, “The Agony in Gethsemane,” The Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1971 reprint, volume XX, pp. 592-593).

“พระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำ” (อิสยาห์ 53:10)

ภายใต้บาปที่หนักหนาของมนุษย์ ตกลงมาทับพระองค์ในสวนเกทเสมเน พระเยซูจึงฟกช้ำ พระองค์ทรงถูกบดจนขยี้ก็เพราะบาปของคุณ เพื่อว่า

“เมื่อพระองค์ทรงเป็นทุกข์มากนักพระองค์ยิ่งปลงพระทัยอธิษฐาน พระเสโทของพระองค์เป็นเหมือนโลหิตไหลหยดลงถึงดินเป็นเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44)

ยังไม่มีมือของมนุษย์คนใดที่ได้สัมผัสพระองค์ พระองค์ไม่เคยถูกจับกุม หรือแม้แต่การถูกโบยตี และการถูกตรึงที่กางเขน แต่เป็นการกระทำโดยพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงทำให้ฟกช้ำในสวนเกทเสมเน เพราะว่าพระเจ้าพระบิดาตรัสเองว่า “เราจะตีผู้เลี้ยงแกะ” (มัทธิว 26:31) นี่คือพระดำรัสของพระเจ้าที่ตรัสผ่านทางอิสยาห์

“พระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำ” (อิสยาห์ 53:10)

ไม่มีลิ้นใดที่จะกล่าวถึงพระพิโรธของพระองค์
   พระพิโรธนั้นควรลงมาที่ฉัน
เพราะผลของบาป แต่พระองค์ก็รับไป
   เพื่อช่วยคนบาปให้รอด!
(“The Cup of Wrath” by Albert Midlane, 1825-1909;
   to the tune of “O Set Ye Open Unto Me”).

II. ประการที่สอง พระเจ้าทรงกระทำให้พระเยซูฟกช้ำด้วยความทุกข์

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์…” (อิสยาห์ 53:10)

ขอกล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่งงว่า พระเจ้าคือผู้ทรงกระทำให้พระบุตรของพระองค์ต้องฟกช้ำระทมทุกข์จนถึงสิ้นพระชนม์ ดร. จอห์น กิลล์ กล่าวว่า

พระเจ้าทำให้พระเยซูระทมทุกข์ [สาเหตุทำให้พระองค์พบกับความทุกข์]…ไม่เพียงแต่ไม่ช่วยพระองค์ยังมอบพระเยซูไว้ในมือของคนบาป จนถึงมรณา: พระองค์ทรงถูกกระทำให้ระทมทุกข์ที่สวนเกทเสมเน และจิตวิญญาณของพระองค์ก็ปวดเร้ายิ่งนัก และที่กางเขนที่ๆพระหัตถ์ของพระองค์ถูกตอกด้วยตะปู [และ] บาปของคนและพระพิโรธของพระบิดาตกลงมาที่พระองค์ และที่ๆพระเจ้าทรงซ่อนพระพักต์จากพระเยซู และที่ๆพระองค์ทรงร้องออกมาว่า พระเจ้าของฉัน พระเจ้าของฉัน ทำไมพระองค์ทรงลืมข้าพระองค์ไป?...[เป็นการอนุญาต] ให้พระเยซูทรงรับความเจ็บปวดทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจ (John Gill, D.D., An Exposition of the Old Testament, The Baptist Standard Bearer, 1989 reprint, vol. V, page 315).

พระเยซูทรงเต็มพระทัยที่จะรับการบดขยี้และการทนทุกข์ในครั้งนี้ การถูกโบยตีและตรึงบนไม้กางเขน และเต็มพระทัยที่จะทนทุกข์เพื่อบาปของเรา พระองค์ตรัสว่า

“เพราะว่าเราได้ลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อกระทำตามความประสงค์ของเราเอง แต่เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา” (ยอห์น 6:38)

“พระองค์นี้ทรงถูกมอบไว้ตามที่พระเจ้าได้ทรงดำริแน่นอนล่วงหน้าไว้ก่อน ท่านทั้งหลายได้จับ และโดยมืออันชั่วร้ายได้ตรึงที่กางเขนและประหารชีวิตเสีย” (กิจการ 2:23)

“พระองค์ทรงยอมถูกสาปแช่งเพื่อเรา” (กาลาเทีย 3:13)

“และพระองค์ทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา” (I ยอห์น 2:2)

“พระเจ้าได้ทรงตั้งพระเยซูไว้ให้เป็นที่ลบล้างพระอาชญา โดยความเชื่อในพระโลหิตของพระองค์” (โรม 3:25)

ไม่มีลิ้นใดที่จะกล่าวถึงพระพิโรธของพระองค์
   พระพิโรธนั้นควรลงมาที่ฉัน
เพราะผลของบาป แต่พระองค์ก็รับไป
   เพื่อช่วยคนบาปให้รอด!
(“The Cup of Wrath” โดย Albert Midlane, 1825-1909)

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์…” (อิสยาห์ 53:10)

III. ประการที่สาม พระเจ้าทรงนำจิตวิญญาณของพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปให้เรา

ขอให้เรายืนขึ้นและอ่านพระธรรมอิสยาห์ข้อนี้ด้วยเสียงดังๆจนถึงคำว่า “เป็นเครื่องบูชาไถ่บาป”

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

กรุณานั่งลงได้

โปรดสังเกตุคำว่า “ยัง” ในต้นประโยคของข้อนี้ เป็นการย้ำในข้อที่เก้า “และเขาจัดหลุมศพของท่านไว้กับคนชั่ว ในความตายของท่านเขาจัดไว้กับเศรษฐี แม้ว่าท่านมิได้กระทำการทารุณประการใดเลย และไม่มีการหลอกลวงในปากของท่าน” (อิสยาห์ 53:9-10ก) แม้ว่าพระเยซูไม่เคยทำบาป “ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์….” ในหนังสืออรรถธิบายพระคัมภีร์ของ ดร. แกบีเลียน บอกว่า “ข้อที่สิบ 10ก ค่อนข้างกล่าวได้อย่างน่าสะพึงกลัวถึง [พระคริสต์] ผู้ชอบธรรม แต่ผู้อ่านเรียกกันว่าเป็นการสิ้นพระชนม์แทน…ครั้งเดียวที่พระเจ้าไม่ใช้ความความรุนแรงแต่เป็นความรักความเมตตา” (Frank E. Gaebelein, D.D., General Editor, The Expositor’s Bible Commentary, Zondervan, 1986, volume 6, p. 304).

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

“พระองค์…แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อเราทั้งหลาย” (โรม 8:32)

พระองค์เองได้ทรงรับแบกบาปของเราไว้ในพระกายของพระองค์ที่ต้นไม้นั้น…ท่านทั้งหลายจึงได้รับการรักษาให้หาย” (1 เปโตร 2:24)

“เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาป ให้เป็นความบาปเพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์” (2 โครินธ์ 5:21)

เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

ไม่มีลิ้นใดที่จะกล่าวถึงพระพิโรธของพระองค์
   พระพิโรธนั้นควรลงมาที่ฉัน
เพราะผลของบาป แต่พระองค์ก็รับไป
   เพื่อช่วยคนบาปให้รอด!
(“The Cup of Wrath” by Albert Midlane, 1825-1909).

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

พระคริสต์คือผู้ที่พระเจ้าถวายเป็นเครื่องบูชาเพื่อบาปของเรา พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์แทนที่ของคุณ พระคริสต์คือตัวแทนของคุณเพื่อการบูชานั้น เพื่อไถ่โทษบาปและพระพิโรธของพระเจ้าโดยการแบกสิ่งเหล่านี้ลงบนที่พระองค์ ตอนที่คุณมาคิดถึงตะปูที่ตอกลงที่ฝ่ามือและเท้าของพระองค์ นั่นแหละก็เพราะเพื่อคุณ พระองค์ผู้ทรงยุติธรรมสิ้นพระชนม์เพื่อคนอธรรมทั้งหลาย เพื่อนำคุณมาที่พระเจ้าเพื่อรับการอภัยบาป ท่านสเปอร์เจียนกล่าวว่า

มนุษย์คือคนบาปที่สมควรตกลงในบึงไฟนรกชั่วนิรันดร์ และการที่พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาทำการนี้แทนนั้นคือความจริง พระเจ้ามิได้ส่งพระบุตรของพระองค์ลงไปที่บึงไฟนรก แต่พระเจ้าทรงนำไฟนี้ลงมาที่พระองค์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือหนทางการไถ่ออกจากบึงไฟนรก…นั่นคือช่วงเวลาที่พระคริสต์นำความบาปของเราทั้งที่ในอดิต ปัจจุบัน และอนาคตไปทิ้งที่บึงไฟนรกแทนที่จะต้องนำเราไปลงโทษที่นั่น ทำดังนั้นเพื่อเราจะได้ไม่ต้องถูกลงโทษอีก เพราะว่าพระคริสต์ทรงระทมทุกข์ที่นั่นแทน [ที่] ของเรา คุณเห็นพระเจ้าพระบิดาทรงตีพระคริสต์ให้ฟกช้ำนั้นอย่างไร? พระองค์ทำเช่นนั้นที่กางเขนและทนทุกข์ [ในนรก] ซึ่ง [ไม่ควร] ที่ต้องทำเช่นนั้นเพื่อเรา (C. H. Spurgeon, “The Death of Christ,” The New Park Street Pulpit, Pilgrim Publications, 1981 reprint, volume IV, pp. 69-70)

การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ใช่ว่าจะทำให้มนุษย์ทุกคนรอดจากนรกได้ แต่เฉพาะคนที่เชื่อวางใจในพระคริสต์เท่านั้น พระองค์ไม่ได้สิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน แต่เพื่อคนบาปเท่านั้น นั่นหมายความว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ให้คนที่คิดว่าตัวเองเป็นคนบาป และแสวงหาพระองค์เพื่อรับการให้อภัยบาปเหล่านั้น

ความรู้สึกในบาปและการต้องการพระคริสต์นั่นคือหนทางที่แสดงว่าพระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของคุณ แต่สำหรับคนที่ผลัดวันประกันพรุ่งที่จะมาคิดถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ และแล้วก็ลืมมันไป คนเหล่านั้นจะถูกลงโทษไปชั่วนิรันด์เพราะบาปของพวกเขา เพราะพวกเขาปฏิเสธการทรงไถ่ของพระองค์บนไม้กางเขน

กรุณาคิดใคร่ครวญให้ดีและถี่ถ้วน คิดใคร่ครวญให้ดีและถี่ถ้วนถึงข้อความที่อยู่ในบทเพลง “การบูชา” นี้

ทรงประทานลูกแกะนั้นก็เพื่อฉัน
   เพื่อแบกรับพระพิโรธของพระบิดา
ฉันเห็นและรู้ถึงแผลและโลหิตของพระองค์
   ชื่อของฉันถูกเขียนลงไว้ที่นั่น

พระโลหิตของพระองค์พุ่งไหลออกมา
   จากพระวรกายของพระองค์
และทุกแผลจงเปล่งเสียงร้องดังๆ
   แผลของพระองค์เพราะทรงรักมนุษย์

พระโลหิตอุ่นๆของพระผู้ช่วยก็เพราะฉัน
   พระเจ้ายิ่งใหญ่ทรงกระทำแทนที่เรา
พระหัตถ์ถูกตอกด้วยตะปูนั้น
   จะนำฉันไปยังพระบังลังก์ของพระองค์
(“Propitation” โดย Augustus Toplady, 1740-1778;
     to the tune of “At the Cross”).

มาถึงตอนนี้ ยังมีอะไรอีกที่ทำให้คุณไม่สมารถไว้วางใจในพระคริสต์? อะไรที่ฉุกดึงคุณไม่ให้เข้ามาวางใจพระองค์? มีบาปอะไรที่คุณซ่อนมันเอาไว้และทำให้คุณไม่มาวางใจในพระคริสต์? มีพลังอำนาจสิ่งชั่วร้ายใดที่ห้ามคุณไม่ให้เข้ามาที่พระผู้ช่วย? อะไรที่สำคัญที่คุณกลัวว่าจะเสียสิ่งนั้นไปถ้ามาหาพระคริสต์? ยังมีเหตุผลอะไรอีกที่ฉุกดึงคุณเอาไว้ไม่ให้เข้ามาวางใจในพระคริสต์ผู้ทรงช่วยคุณจากพระพิโรธและพิพากษาของพระเจ้า? จงปล่อยสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ข้างหลัง – แล้วมาวางใจในลูกแกะของพระเจ้าผู้ทรงแบกรับบาปของโลกนี้” (ยอห์น 1:29) พระองค์ยังรอคอยท่าน อย่ามัวรีรอ จงวางใจในพระองค์เดี๋ยวนี้ คืนนี้เลย ห้องสอบถามยังว่างสำหรับผู้ที่ต้องการแสวงหา วางใจในพระองค์และรับความรอดโดยทางพระองค์

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

คุณสามารถส่งอีเมล์ถึง ดร. ไฮเมอร์ส ที่ rlhymersjr@sbcglobal.net
– หรือเขียนจดหมายส่งไปให้เขาที่ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015.
หรือโทรศัพท์ถึงเขาที (818) 352-0452.

ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิท์:
“Propitiation” (by Augustus Toplady, 1740-1778;
to the tune of “At the Cross”)


โครงร่างของ

ต้องมีการบูชาถึงจะมีการช่วยกู้!

(เทศนาครั้งที่ 11 ในอิสยาห์ 53)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเยโฮวาห์ที่จะให้ท่านฟกช้ำด้วยความระทมทุกข์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป” (อิสยาห์ 53:10)

(ลูกา 16:23; โรม 3:25; 8:32; กิจการ 2:23; ยอห์น 3:16)

I.   ประการแรก พระเจ้าทรงตีพระเยซูให้ฟกช้ำ อิสยาห์ 53:10a; มัทธิว 26:31;
มาระโก 14:27; ลูกา 22:44.

II.  ประการที่สอง พระเจ้าทรงกระทำให้พระเยซูฟกช้ำด้วยความทุกข์ อิสยาห์ 53:10b;
 ยอห์น 6:38.

III. ประการที่สาม พระเจ้าทรงนำจิตวิญญาณของพระคริสต์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปให้เรา
อิสยาห์ 53:10ค; อิสยาห์ 53:9-10ก; โรม 8:32; I เปโตร 2:24; II โครินธ์ 5:21;
ยอห์น 1:29.