Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




แสวงหาพระเจ้าในวันคริสต์มาส

SEEKING CHRIST AT CHRISTMAS
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าของวันที่ 23 เดือน ธันวาคม ค.ศ. 2012 ณ คริสตจักร
แบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, December 23, 2012


ผมรักคริสต์มาส! และผมก็มีความสุขที่เห็นพวกคุณมาคริสตจักรในเช้านี้! ขอบคุณทุกคนที่มา! ผมหวังว่าพวกจะกลับมาร่วมรับประทานอาหารกับพวกเราในค่ำคืนนี้ในเวลา 5:30 งานเลี้ยงคริสต์มาสของพวกเรา นั่นคือเวลาที่พวกเราต้องมา! สุขสันต์วันคริสต์มาสให้กับทุกคน! และขอพระเจ้าอวยพรทุกคนที่ดูทางอินเตอร์เนท สุขสันต์วันคริสต์มาสให้กับทุกคนเช่นกัน!

เช้านี้ผมอยากให้พวกคุณเปิดพระคัมภีร์ของคุณไปพร้อมกับผมที่พระธรรม เยเรมีย์ 29:13 อยู่หน้า 803 ในฉบับ the Scofield Study Bible

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
       (เยเรมีย์ 29:13)

ทุกคนนั่งลง

คำสัญญานี้ปรากฏอยู่หลายครั้งในพระคัมภีร์ ในเฉลยธรรมบัญญัติ 4:29 โมเสสกล่าวว่า “ถ้าพวกท่านค้นหาพระองค์ด้วยสุดจิตและสุดใจ…” และนี่คือคำอธิบาย “เจ้าแสวงหาเราและพบเรา” นี่คือความหมาบ คุณจะพบกับพระองค์ถ้าคุณแสวงหาพระองค์ พระเยซูก็ได้ให้คำนิยามของสัญญานี้ว่า “คนที่แสวงหาก็พบ” (มัทธิว 7:8)

อย่างไรก็ตาม คำสัญญาเหล่านี้ต่างก็มีเงื่อนไขควบคู่กันไปในนั้น ในมัทธิว 7:8 เงื่อนไขตามภาษากรีกคือ “แสวงหา” นั่นคือความหมายที่ว่าคนที่มุ่งมั่นแสวงหา ซึ่งไม่ใช่คนที่แสวงหาแบบทำบ้างไม่ทำบ้าง ในเยเรมีย์ 29:13 เงื่อนไขคือ “ตอนที่พวกท่านค้นหาพระองค์ด้วย สุดจิต และ สุดใจ” ในเฉลยธรรมบัญญัติ 4:29 เงื่อนไขคือ “ถ้าพวกท่านแสวงหาพระองค์ด้วย สุดจิต และ สุดใจ” นี่คือเงื่อนไขในสัญญาที่คุณจะนำคุณค้นพบพระเยซู คุณต้องแสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ ด้วยทุกทาง ถ้าคุณต้องการที่จะพบกับพระองค์ และยังเหลืออีกหนึ่งเงื่อนไขตามพระธรรมเยเรมีย์ 29:13 และ เฉลยธรรมบัญญัติ 4:29. นั่นคือ คุณต้องแสวงหาพระองค์ด้วย “สิ้นสุดจิต” “ด้วยสุดใจ” ทั้งสองข้อนี้บอกว่าคุณต้องแสวงหาพระองค์จากใจของคุณ ไมใช่เพียงเพราะส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น ตามในพระคัมภีร์ใหม่นั้นอาจารย์เปาโลได้เหตุผลว่า – “ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความรอด” (โรม 10:10) ถ้าคุณไม่แสวงด้วยใจ ไม่มีวันที่คุณจะพบพระเยซู เพราะคุณไม่สามารถพบพระองค์ด้วยเหตุผล หรือโดยการศึกษาถึงพระองค์ ตอนที่ ดร. คาเกน รับปริญญาบัตร Ph.D. ใบที่สองที่ Claremont Graduate School (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัย), ท่านได้แนพนำผมให้รู้จักกับ ดร. จอห์น ฮิสก์ ตอนนั้นท่านเป็นอาจารย์สอนศาสนศาสตร์ที่โด่งดัง ท่านเริ่มต้นไปโบสถ์ด้วยเชื่อตามพระคัมภีร์ แต่กลับลงเอยด้วยการใช้เหตุผลเป็นหลัก อย่างคนที่ไม่มีพระเจ้า มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เพร่าท่านพยายามที่จะเข้าใจพระเจ้าด้วยความรู้ความฉลาดของท่าน และนั่นไม่มีทางเป็นไปได้ ดร. จอห์น ฮิสก์ เป็นคนหลายใจ ท่านศึกษาเรื่องราวของคริสเตียนมาหลายทศวรรษ แต่การศึกษาเหล่านั้น ไม่สามารถพาเขาให้พบพระคริสต์ คุณต้องมาด้วยใจที่อ่อนโยน ใจที่ถ่อมสุภาพ และแสวงหาพระองค์ “ด้วยสิ้นสุดใจ” และก็ทางนี้และทางเดียวเท่านั้นที่คุณจะพบพระองค์คือการบังเกิดใหม่!

ตอนที่ผมยังเรียนปริญญาโทที่ Golden Gate Baptist Seminary ผมรู้จักกับสองคนที่ยังไม่ได้บังเกิดใหม่ในใจนั้นหยิ่งผยองมาก หนึ่งในนั้นชื่อ จิล เป็นคนผิวขาว และอีกคนหนึ่งชื่อ ชัน เป็นคนเกาหลี สองคนนี้เป็นคนเรียนเก๋งและได้ A ในทุกวิชา แต่โดยทางพระเจ้าแล้วสองคนนี้ยังไม่ได้รับความรอด แต่หลังจากที่ผมเรียนจบแล้ว ก็รู้ว่าสองคนนี้ได้กลับใจใหม่ ก่อนหน้านั้นสองคนนี้ต่อต้านผม และหัวเราะเยาะเย้ยผมและหาว่า ผมเป็นคนประเภท “หัวโบราณแคบๆ” เพราะเหตุที่ผมเชื่อเรื่องของพระคัมภีร์ แต่หลังจากที่สองคนกลับใจใหม่ได้มาหาผมด้วยน้ำตาและขอโทษ ท่านทั้งสองถ่อมใจเพราะพระคุณของพระเจ้า ท่านทั้งสองพบพระเยซูด้วยใจ “ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่ความชอบธรรม” ทั้งสองบอกว่าผมเป็นคนช่วยเหลือพวกเขาโดยบอกว่าเขาทั้งสองต้องกลับใจใหม่ ผมไม่เคยลืมความสุขที่ได้ยินว่าเขาทั้งสองได้กลับใจใหม่และรับความรอด!

ในสายพระเนตรของพระเจ้ามีเพียงแค่สองกลุ่มคน – กลุ่มที่พบพระเยซูเพราะเหตุที่พวกเขาแสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ อีกกลุ่มคือคนที่ไม่เคยพบพระองค์เพราะไม่เคยแสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ ดังจึงมีเพียงคนสองพวกเท่านั้นในโลกนี้ตามสายพระเนตรของพระเจ้า – คนที่เหมือนกับ ดร. ฮิสก์ ไม่แสวงหาพระองค์จนกระทั่งพบพระองค์ และคนที่เหมือนกับ จิล และชาน ที่แสวงหาพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจจนถึงขั้นพบพระองค์

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
       (เยเรมีย์ 29:13)

ช่างแสนประเสริฐเหลือเกินที่ความจริงนี้พบในวันคริสต์มาส ตอนที่ผมศึกษาพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องราวของคริสต์มาส ความจริงนี้ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในพระคัมภีร์ ความจริงคือในสายพระเนตรของพระเจ้ามีคนเพียงแค่สองชนิดที่เราสามารถพบในวันคริสต์มาสแม้แต่เด็กๆก็รู้ และเข้าใจถึงความแตกต่างนี้

I. หนึ่ง คนที่ไม่ได้แสวงหาพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจ

อันดับแรกคือชายที่แม้แต่ชื่อก็ไม่เคยปรากฏในพระคัมภีร์ ทางเดียวที่เราทราบเกี่ยวชายคนนี้คือสิ่งที่เขากระทำต่อพระเยซู

คริสต์มาสครั้งแรกคือตอนที่โยเซฟและมารีย์เดินทางจากกาลิลีเพื่อไปเสียภาษี เบ็ธเลเฮ็มเป็นเมืองที่เล็กๆ แม้แต่ตอนนี้ก็เช่นกัน ขณะที่โยเซฟและมารีย์เดินทางไปถึงที่นั่นมารีย์จวนจะให้กำเนิดบุตร โยเซฟพยายามหาที่ๆเพื่อเธอจะได้ใช้ประสูติลูก แต่พระคัมภีร์กล่าวว่า “เพราะว่าไม่มีที่ว่างให้เขาในโรงแรม” (ลูกา 2:7) “ที่โรงแรม” – แสดงให้เห็นแล้วว่าเมืองนี้ต้องเล็กจริงๆ และอาจมีโรงแรมแค่ที่นี่แห่งเดียว และก็เต็มแล้ว พนักงานโรงแรมจึงบอกให้ไปที่อื่น คนอะไรช่างเป็นเช่นนั้น แม้แต่ชื่อก็ไม่มีในพระคัมภีร์ ช่างเป็นคนใจดำไล่แม้กระทั่งหญิงท้องแก่ที่กำลังจะคลอดบุตร เธอจึงต้องไปหาที่ๆสามารถให้กำเนิดลูกน้อยคือพระเยซู นั่นคือคอกวัว

ผมได้อ่านเรื่องราวของเด็กน้อยที่ชื่อวอลลี่ซึ่งเรียนอยู่ชั้นประถมสอง เขาได้แสดงบทบาทของพนักงานโรงแรมในวันคริสต์มาส เด็กน้อยคนนั้นพูดกับโยเซฟว่า “ไปให้พ้น โรงแรมเต็มไปหมดแล้ว” แล้วเด็กผู้ชายที่เล่นบทบาทของโยเซฟบอกว่า “ภรรยาของผมกำลังจะคลอดลูก คุณควรอนุญาติให้เธอใช้มุมใดของบ้านก็ได้!” วอลลี่มองไปที่เด็กหญิงที่เล่นบทบาทของมารีย์ด้วยน้ำตา แล้วทำให้เขาลืมในสิ่งที่ควรจะต้องพูด แล้วมีเสียงตะโกนมาจากหลังเวทีบอกให้พูดว่า “ให้ไปทางของคุณ” วอลลี่ก็บอกว่า “ที่นี่ไม่มีห้องว่างอีก จงไปตามทางของคุณ” แล้วโยเซฟกับมารีย์ก็หันกลับ ตอนนั้นน้ำตาได้หลั่งออกมาท่วมใบหน้าของวอลลี่ และแล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องราวในวันคริสต์มาส เขาตะโกนบอกว่า “รอเดียวก่อน” อย่าไป! เธอสามารถใช้ห้องของผม!” ผู้ชมต่างตกตะลึงและพร้อมกับปรบมือ ไม่มีใครเลยที่ทำได้เหมือนวอลลี่ คนทั้งหลายต่างก็ดีใจที่วอลลี่เปลี่ยนเรื่องราวของวันคริสต์มาส!

ช่างเป็นอะไรที่แย่มากๆ สำหรับคนที่เห็นแก่ตัวอย่างพนักงานโรงแรมในสมัยนั้น! คุณและผมต่างก็รู้ว่านั่นคือความเห็นแก่ตัว คนเลวเหล่านั้นไม่มีอะไรเลยที่จะทำเพื่อพระเยซู นั่นหมายความว่าจิตใจของคนเหล่านั้นช่างเย็นชาอย่างเช่นผู้คนในแถบมหาสมุทรเปซิฟิเมือง ซันตา โมนิกา ได้ยกเลิกวันคริสต์มาสในปีนี้ และก็ยังยกเลิกไม่ใช้ต้นคริสต์มาสในบ้านพักคนชราที่ นิวฮอร์ แคลิฟอร์เนีย ที่เมือง ปลาโน รัฐ เท็กซัสไม่อนุญาตให้เด็กส่งการ์ดคริสต์มาสไปให้กัลพวกทหารที่ประจำการที่อัฟกานิสถาน แน่นอนคนเหล่านั้นต่างมีใจที่เย็นชาและใจของพวกเขาไม่เคยว่างให้กับพระเยซู พวกเขาต่างยุ่งอยู่กับงานเลี้ยง และเพื่อนฝูงจนไม่มีเวลาที่จะมาที่คริสตจักรในวันคริสต์มาส บางยังตำหนิผมที่ได้เชิญชวนพวกคุณทางอินเตอร์เน็ทให้มาโบสถ์ในวันคริสต์มาสและวันต้อนรับปีใหม่ พวกเขาเรียกผมว่าคนทรราชที่พยายามบอกพวกคุณให้มาโบสถ์ในวันพรุ่งนี้ – คืนแห่งการฉลองวันคริสต์มาส แต่พวกเขาจะไม่พูดแม้แต่คำเดียวถ้าคุณไปเต้นดิสโก และดื่มเหล้าเมามาย จงเผชิญกับคนพวกนี้ – คนเหล่านั้นคือพวกไม่มีพระคริสต์เหมือนชายที่ใจเย็นชาที่เฝ้าโรงแรมนั้น ที่ได้ไล่หญิงยากจนไปที่คอกสัตว์เพื่อให้คลอดลูกที่นั่น! ขอพระเจ้าทรงเมตตาคนชั่วเหล่านั้น จิตวิญญาณที่เต็มด้วยบาป! อย่าไปสนใจคนเช่นนั้น! จงมาที่คริสตจักรในคืนพรุ่งนี้ – คืนฉลองวันคริสตมาส! และมาร่วมคืนต้อนรับปีใหม่ด้วย!

อีกคนหนึ่งคือกษัตริย์เฮโรด โหราจารย์บอกเขาว่าพระเยซูทรงบังเกิดเป็นกษัตริย์ของพวกยิว เฮโรดตรัสกับพวกเขาว่าถ้าพบพระเยซูบอกให้เขาด้วยเพราะเขาอบากไปนมัสการเช่นกัน แต่เขาไม่ได้ต้องการพระเยซูจริงๆ เขาเพียงกลัวจะสูญเสียตำแหน่งกษัตริย์ของเขาเท่านั้น เขาต้องการหาพระองค์เพื่อฆ่าพระองค์เท่านั้น

ผู้คนจำนวนมากมายในปัจจุบันนี้เป็นเหมือนกับเฮโรด พวกเขาบอกว่าอยากจะนมัสการพระเยซู พวกเขามาที่คริสตจักร ร้องเพลงนมัสการและทำตนว่ารักพระเยซู แต่จริงๆแล้วพวกเขากลัวมากที่จะสูญเสียในสิ่งที่เขามีถ้าจะต้องเอาพระเยซูเป็นที่หนึ่งในชีวิต พวกเขากลัวที่จะสูญเสียเงินทอง เพื่อน และโอกาสบางอย่าง เขาแกล้งบอกว่ารักพระเยซู แต่โดยแท้จริงแล้วไม่เคยต้องพระองค์เลยแม้แต่นิด พวกเขาไม่ใช่แสวงหาพระเยซู พวกไม่ได้ค้นหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ

เราได้ถ่ายเอกสารถูกถ้อยคำเทศนาหลังจากที่นมัสการสิ้นสุดลง ตอนที่ท่าน เมนเซีย สอนคนกลุ่มหนึ่งในอีกห้องหนึ่ง ท่านขอร้องให้พวกเขาในแต่ละวันนั้นให้อ่านบทเทศนา พวกเขากลับตอบว่า “ไม่” มันใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้นในการอ่าร แต่ไม่มีใครทำเลย ดูซิพวกเขาเหมือนกับเฮโรดเสียไม่มีผิด พวกเขาบอกว่าอยากได้พระเยซู แต่กลับไม่ยอมแม้กระทั่ง 15 นาทีมาอ่านคำเทศนาเพื่อจะได้พบกับพระองค์! คนเช่นนั้นไม่มีวันจะได้พบพระเยซู ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
       (เยเรมีย์ 29:13)

เหมือนกับเฮโรด พวกเขาไมได้แสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ นั่นแหละพวกเขาจึงไม่พบพระองค์! นั่นจึงเข้าใจอย่างง่ายๆเช่นนั้น!

อีกกลุ่มหนึ่งคือพวกธรรมจารย์ เฮโรดถามพวกเขาว่าพระคริสต์จะบังเกิดที่ไหน พวกเขาคือนักศึกษาพระคัมภีร์ พวกเขาศึกษาพระคัมภีร์ทุกวัน พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าพระคริสต์บังเกิดที่ไหน พวกเขาอ้างได้จากพระธรรม มีคาห์ 5:2 จากพระคัมภีร์เดิม

“เบธเลเฮม เอฟราธาห์เอ๋ย แต่เจ้าผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาคนยูดาห์ที่นับเป็นพันๆ จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล ดั้งเดิมของท่านมาจากสมัยเก่า จากสมัยโบราณกาล” (มีคาห์ 5:2)

พวกธรรมจารย์กล่าวว่า “พระองค์จะประสูติที่เบ็ธเลเฮ็ม” ใช้เวลาเดินจากที่พวกเขาอยู่ไปที่เบธเลเฮมนั้นแค่ 30 นาที แล้วพวกเขาไปพบพระเยซูที่เบธเลเฮมหรือเปล่า? ไม่เลย พวกเขาไม่ได้ไป พวกเขาสนใจศึกษาพระคัมภีร์ แต่กลับไม่แสวงหาพระเยซูด้วยตัวเขาเอง แน่นอนพวกเขาจึงไม่พบพระองค์ พวกตกนรกเพราะไม่ยอมเสียเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเพื่อไปพบพระองค์ด้วยตัวพวกเขาเอง! คนปัจจุบันนี้เป็นอย่างนั้นด้วยหรือเปล่า? แน่นอน มีคนที่มานั่นในคริสตจักรที่ไม่เคยแสวงหาสิ่งใดๆเลย บางคนยังไม่ยอมไปที่ห้องสอบถาม แม้พวกเขาจะรู้ดีว่ายังไม่ได้บังเกิดใหม่ พวกเขารู้ว่าไม่มีในสิ่งที่ ดร. ชาน มี สิ่งที่ นางสาว ซาลาซัส มี พวกเขารู้ว่าไม่มีในสิ่งที่ แอนโทนี่ หรือ แจ็ก หรือจอห์น ซามูเอล มี พวกเขารู้ว่าไม่มีในสิ่งที่ โซรียา และลอรา มี พวกเขารู้ว่าไม่มีพระคริสต์ แต่ก็เหมือนกับพวกธรรมจารย์ พวกเขาขี้เกียจเกินจนจะทำอะไร! พวกเขาอ่านพระคัมภีร์ และฟังคำเทศนา นั่นคือสิ่งที่พวกเขาเท่านั้น

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
       (เยเรมีย์ 29:13)

คุณแสวงหาพระเยซูด้วย สิ้น สุด ใจ ของคุณหรือเปล่า? ถ้าคุณไมได้ทำ นั่นแหละคือสาเหตุที่ไม่พบพระเยซู! นั่นคือเหตุผลง่ายๆ! ตอนที่ ท่าน เมนเซีย ถามคุณว่าคุณอ่านคำเทศนาทุกวัน คุณบอกว่า “ก็ดีเหมือนกัน แต่ ไม่ ไม่ใช่ทุกวัน” คุณไม่เคยคิดที่จะทำมันอย่างจริงจัง! คุณจึงไม่มีวันพบพระองค์โดยทางนั้น พระเยซูตรัสว่า “จงพยายามเข้าไปข้างใน” (ลูกา 13:24) แต่คุณไม่เคยที่จะพยายาม คุณเพียงแค่มาที่คริสตจักรเท่านั้น หลับไหลอยู่ในบาปไม่สามารถค้นหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ ธรรมจารย์เหล่านั้นไม่เคยตื่น สุดท้ายพวกเขาก็ตายและตกนรก นั่นก็จะเกิดใหกับคุณถ้าคุณไปมาที่คริสตจักรโดยไม่จริงจังที่จะแสวงหาพระคริสต์ ขอพระเจ้าปลุกคุณให้ตื่นเถิด!

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
       (เยเรมีย์ 29:13)

II. สอง คนที่แสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ

เวลาของผมหมดแล้ว แต่ผมจะกล่าวอย่างสั้นๆ หนึ่ง คือพวกคนเลี้ยงแกะ คืนนั้นพวกเขาอยู่เฝ้าฝูงแกะ ทูตสวรรค์มาบอกว่าพระคริสตฺพระผู้ช่วยทรงบังเกิดในเบธเลเฮม ทูตสวรรค์เหล่านั้นบอกว่าพวกเขาจะพบกุมารน้อยห่อด้วยผ้าขาวนอนอยู่ในรางหญ้า

ผมไปถึงที่ทุ่งเลี้ยงแกะนั้น อยู่ห่างประมาณ ห้า นาทีจากที่พระเยทรงบังเกิด คนเลี้ยงแกะเหล่านั้นรีบไปในทันใดนั้น พวกเขาไม่กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแกะ เพราะอาจถูกสนัจกับหนึ่งหรือสองตัว โจรอาจขโมยหนึ่งตัวไป แต่พวกเขาไม่เคยกังวลถึงเรื่องนี้ เพราะพวกเขาทราบดีว่าการพบกับพระคริสต์นั้นสำคัญกว่าการทีแกะหายไปแค่หนึ่งถึงสองตัว! พระคัมภีร์จึงตรัสว่า “พวกเขารับเร่งมา และพบ…กุมารนั้นนอนอยู่ในรางหญ้า” (ลูกา 2:16) พวกเขารีบเร่ง พวกเขาไม่ยอมให้อะไรมาฉุดพวกเขาต่อการมาที่พระเยซู พวกเขามาด้วยความรีบเร่ง โอ้ ช่างแสนดีกระไรที่เราเห็นคนหนุ่มสาวมาหาพระเยซูด้วยความ “รีบเร่ง” ทันทีทันใดเหมือนคนเลี้ยงแกะ! ลอรามาอย่างทันทีทันใด กาเรนมาอย่างทันทีทันใด พวกเขามาถึงที่นี้ไม่กี่วันก่อนที่จะพบกับพระเยซูด้วยแสวงหาที่สิ้นสุดใจ และก็พบพระองค์ เหมือนอย่างที่เยเรมีย์ 29:13 กล่าวว่าพวกเขาทำอย่างนั้น!

อีกกลุ่มคือพวกโหราจารย์ พวกเขาต้องจากบ้าน กล่าวลาภรรยาและลูกๆ นั่งอูฐมุ่งหน้าไปที่ทางตะวันตกจากบาบิโลน พวกเขาเดินทางไปทางทะเลทราบซึ่งประมาณหกร้อยไมล์ พวกเขาต้องเผชิญความร้อนและหนาว พวกเขาอยู่ท่ามกลางโจรผู้ร้าย พวหเขาเดินไปทางทิศเหนือประมาณหลายสัปดาห์ผ่านทางทะเลทราย ข้ามแม่น้ำจอห์แดน จนกระทั้งถึงที่เมืองเยรูซาเร็ม โดยติดตามดาวที่พระเจ้าทรงส่งนำทาง พวกเขาตรงมายังกุมารน้อยพร้อมกับมอบของขวัญให้ พวกคุณลองจินตนาการถึงการเดินทางที่แสนจะลำบากโดยไม่มีรถราเป็นพาหนะ ไม่มีแม้แต่โรงแรมที่จะพัก ไม่มีที่ๆจะรองรับ และอาศัยแค่ขี่อูฐ? และเป็นการเดินในระยะไกล พวกเขาต้องใช้เวลาเดินทางเป็นเดือนๆ แต่ก็มา แน่นอนพวกโหราจารย์จึงปรากฏในพระคัมภีร์ของพวกเรา

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
       (เยเรมีย์ 29:13)

พวกเขาแสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ – และพวกเขาก็พบพระองค์ เพราะพระคัมภีร์บอกไว้อย่างนั้น

ทุกๆเดือนผมจะรับนิตยสารจาก The Voice of the Martyrs ผมอยากให้คุณลองไปดูที่ www.persecution.com สิ่งเงินไปให้ที่นั่น และขอให้เขาส่งนิตยสารนั้นมาให้คุณ ผมอ่านอยู่เสมอ มันบอกเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับคนหนุ่มสาวอย่างพวกคุณ – เช่นในประเทศ อินเดีย ซูดาน เอธิโอเปีย ปากีสถาน อีหร่าน คิวบา จีน พม่า หรือที่อื่นๆอีกในโลก คนหนุ่มสาวเหล่านั้นต่างตกอยู่ในอันตรายในยามที่มาเป็นคริสเตียน พวกเขาตกอยู่ในอันตรายจริงๆถ้ามาเป็นคริสเตียน บ้างถูกขังในคุก บ้างถูกทรมาณ บ้างก็ถูกฆ่า บางคนถูกวางยาพิษ และถูกสาดด้วยน้ำกรดลงที่ใบหน้า และพวกเขาก็มา – ถึงจำนวนร้อยๆพันๆ คน – มาถึงพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า พวกเขาเป็นเหมือนกับพวกโหราจารย์

มีหนุ่มสาวชาวฮินดู และมุสลิม และคอมมิวนิสต์มาหาพระเยซูมากเป็นประวัติศาสตร์ คริสเตียนเพิ่มขึ้นมากมายในโลกที่สามในทุกวันนี้ มีหนุ่มสาวชาวจีนประมาณ 700 คนต่อวันที่มาเป็นคริสเตียนในทุกชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน ตอนนี้มีคริสเตียนในประเทศจีนมากถึง 120 ล้านคน! ผมหวังว่าพวกคุณจะกลับมาในคืนพรุ่งนี้มาฟัง ดร. ชาน พูดถึงคนเหล่านั้น! พวกเขาต้องเสี่ยงมากๆที่ต้องมาเป็นคริสเตียน แต่ความบาปของพวกเขาก็ได้รับอภัยโดยพระผู้ช่วย เหตุผลที่พวกเขายืนหยัดอยู่ได้ก็คือเชื่อวางใจในพระเยซู ไม่มีอะไรที่เป็นอันตรายเลยต่อพวกคุณ ในประเทศอเมริกานี้ พวกคุณจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่คนเหล่านั้น และนี่คือสิ่งที่พระผู้ช่วยกำลังบอกคุณในเช้านี้

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”
        (เยเรมีย์ 29:13)

พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของคุณ พระโลหิตของพระองค์ชำระความบาปของคุณ พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ ทุกอย่างที่พระองค์ขอร้องให้คุณทำคือหันหลังให้กับชีวิตเก่า คือชีวิตในบาป มาหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจจนกว่าจะพบพระองค์ เราจะอธิษฐานให้คุณได้พบพระองค์ ในวันคริสตมาส!

กรุณาเปิดไปที่บทเพลงบทที่ 5 ร้องเพลงคริสต์มาสนี้.

ขอเชิญท่านผู้วางใจ ชื่นใจยินดีมีชัย
   เชิญมา เชิญมาไวสู่หมู่บ้านเบธเลเฮม
มาเฝ้า พระกุมาร ราชา แห่งทูตปรีดีเปรม
   เชิญสาธุกาาร พระเยซู เชิญสาธุการพระเยซู
เชิญสาธุการพระเยซู ผู้ทรงพระคุณ

ส่องแสงแห่งพระธรรม ส่องแจ้งอยู่นิรันดร์กาล
   ความต่ำช้าสามานย์ มิได้ทรงคิดหน่ายแหนง
พระบุตรพระบิดา พระดำรัสไม่เปลี่ยนแปลง
   จงสรรเสริญพระองค์เถิด ทูตสวรรค์ในวิมาน
ให้ดังก้องกังวาน ทั่วแหล่งหล้าและสากล
   (“O Come, All Ye Faithful,” เขียนภาษาลาตีน โดย John F. Wade, 1710-1786;
      แปลโดย Frederick Oakeley, 1802-1880).

ถ้าคุณอยากจะคุยกับ ดร. คาเกนและผมถึงการบังเกิดใหมเป็นคริสเตียนที่แท้จริง กรุณาลุกออกจากที่นั่งของท่านเดินออกไปทางด้านหลังห้องนมัสการนี้ ดร. คาเกนจะมานำท่านไปยังห้องอธิษฐานเพื่อให้คำแนะนำและอธิษฐานเผื่อ กรุณาร้องท่อนที่สามพร้อมกันขณะที่พวกเขาไป

สรรเสริญข้าถวายชัย พระเยซูผู้ช่วยได้
   พระนามอันยิ่งใหญ่ ข้าวันทาด้วยภักดี
ดำรัสพระบิดา มาปรากฏเป็นภูมิ
   เชิญสาธุกาาร พระเยซู เชิญสาธุการพระเยซู
เชิญสาธุการพระเยซู ผู้ทรงพระคุณ

ดร. ชาน กรุณานำเราอธิษฐาน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ลีคยูดง: มัทธิว 2:1-11
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคด กริฟฟิ:
“O Little Town of Bethlehem” (โดย Phillips Brooks, 1835-1893).

โครงร่าง

แสวงหาพระเจ้าในวันคริสต์มาส

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า” (เยเรมีย์ 29:13)

(เฉลยธรรมบัญญัติ 4:29; มัทธิว 7:8; โรม 10:10)

I.  หนึ่ง คนที่ไม่ได้แสวงหาพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจ, ลูกา 2:7; มีคาห์ 5:2;
ลูกา 13:24.

II. สอง คนที่แสวงหาพระองค์ด้วยสิ้นสุดใจ ลูกา 2:16.