Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




ความวุ่นวายในวันคริสตมาส

(บทเทศนาที่ 66 จากพระธรรมปฐมกาล)
THE CHRISTMAS CONFLICT
(SERMON #66 ON THE BOOK OF GENESIS)
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาในตอนเช้าของวันที่ 9 เดือน ธันวาคม ค.ศ. 2012 ณ คริสตจักร
แบ๊บติสต์แห่งนครลอสแอนเจลิส
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Morning, December 9, 2012

“พระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสแก่งูนั้นว่า “เพราะเหตุที่เจ้าได้กระทำเช่นนี้ เจ้าถูกสาปแช่งมากกว่าบรรดาสัตว์ใช้งาน และบรรดาสัตว์ในท้องทุ่ง เจ้าจะเลื้อยไปด้วยท้องของเจ้า และเจ้าจะกินผงคลีดินตลอดวันเวลาในชีวิตของเจ้า และเราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง เชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ” (ปฐมกาล 3:14-15)


ผมหวังคุณอาจไม่เคยคิดว่าเรื่องของซาตานในพระธรรมปฐกาลนั้นเป็นเรื่องเล่าสอนความจริง เพราะพระธรรมปฐมกาลนั้นคือเรื่องเล่าสอนความจริง ดังนั้นซาตานในที่นี้จึงเป็นความจริง และสวนเอเดนนั้นก็มีจริง และก็มีอาดามและเอวาตัวจริงที่ได้ทำบาป ด้วยผลแห่งการกระทำนี้ทำให้มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป

พระธรรมวิวรณ์เรียก ลูซีเฟอร์ “พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่า พญามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก พญานาคและพวกทูตของมันก็ถูกผลักทิ้งลงมาในแผ่นดินโลก” (วิวรณ์ 12:9) ซาตานเสาะหาและทดลองเอวาและทำลายมนุษยชาติ แต่มันไม่อาจมาหาเธอในสภาพของวิญญาณ เพราะวิญญาณนั้นไม่มีตัวตนที่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นมันจึงมาในสภาพของสัตว์เลื้อนคลาน และเข้าสิงอยู่ในผู้คนและสัตว์ในสมัยของพระเยซู ดังนั้นมันจึงนำพามนุษยชาติสู่การทำบาป มันจึงมาในสภาพของสัตว์เลื้อยคลาน

ตอนที่พระเจ้าเข้ามาหาซาตาน พระเจ้าไม่ได้ถามว่าซาตานทำผิดหรือไม่ เพราะพระองค์ทรงรู้ดีว่ามันมีความผิด พระเจ้าจึงตรัสกับมันด้วยคำตรัสนี้

“พระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสแก่งูนั้นว่า “เพราะเหตุที่เจ้าได้กระทำเช่นนี้ เจ้าถูกสาปแช่งมากกว่าบรรดาสัตว์ใช้งาน และบรรดาสัตว์ในท้องทุ่ง เจ้าจะเลื้อยไปด้วยท้องของเจ้า และเจ้าจะกินผงคลีดินตลอดวันเวลาในชีวิตของเจ้า” (ปฐมกาล 3:14)

และนี่น่าจะย้ำเตือนผู้ที่เป็นพ่อและแม่ว่า ซาตานคือศัตรูของพวกเขา เพราะมันนำพวกเขาหลงไปทำบาปและต้องตาย ซาตานก็เป็นศัตรูของพระเจ้าด้วย พระเจ้าบอกซาตานว่าพระองค์จะส่งทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง” และเชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ

“และเราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง เชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ” (ปฐมกาล 3:15)

มีอยู่สามอย่างจากพระธรรมข้อนี้ที่ผมอยากจะพูดถึง

I. หนึ่ง เชื้อสายของนางคือพระคริสต์

“เชื้อสายของนาง” นั่นกล่าวถึงลูกหลานของเอวาผู้ซึ่งไม่ได้มีพ่อเป็นมนุษย์ ตามพระคัมภีร์แล้ว “เชื้อสาย” กล่าวถึงมนุษย์ “เชื้อสาย” ผู้ที่เกิดจากไข่ของมนุษย์ ดังนั้นคำว่า “เชื้อสายของนาง” ในที่นี้กล่าวถึงเกิดจากการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการอัศจรรย์ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นการพยากรณ์ไปถึงสาวพรมจารีย์ผู้ให้กำเนิดพระเยซู หญิงสาวพรมจารีย์ที่ตั้งครรภ์นั้นชื่อมารีย์ โดยธรรมชาติแล้วพระเยซูจึงไม่มีบาป เพราะพระองค์พระผู้ช่วยให้รอดไม่ได้บังเกิดจากการสืบพันธุ์ของมนุษย์หลังจากอาดาม ตามที่ทูตสวรรค์กาเบรียลกล่าวให้กับมารีย์

“พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้นองค์บริสุทธิ์ที่จะบังเกิดมานั้นจะได้เรียกว่า พระบุตรของพระเจ้า” (ลูกา 1:35)

“และเราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง เชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ” (ปฐมกาล 3:15)

II. สอง ยังมีสงครามที่ไม่รู้จะจบระหว่างเชื้อสายของนางและเชื้อสายของซาตาน

พระเจ้าตรัสว่า

“และเราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง… (ปฐมกาล 3:15)

เป็นปฏิปักษ์ต่อกันเป็นปรปักษ์ความเกลียดชัง – ตลอดระหว่างเชื้อสายของนางและเชื้อของพญามาร ดร. จอห์น กิลล์ (1697-1771) กล่าวว่า และมันเป็นเรื่องจริงสำหรับซาตานและคริสตจักรของพระเจ้าในไปทุกยุคทุกสมัย ที่มีการเกลียดชังกัน และการทำสงครามกัน ระหว่างเชื้อสายของเขาและของนาง…วิญญาณชั่วและมนุษย์เลว [พระคริสต์] เรียกมันว่าซาตาน ลูกหลานของชาติงูร้าย และลูกของพระเจ้าคือผู้เชื่อในคริสตจักร หลังจากที่มีการเกลียดชังและเบียดเบียนเรื่อจากอดีตงที่ได้เกิดขึ้น" (John Gill, D.D., An Exposition of the Old Testament, The Baptist Standard Bearer, 1989 reprint, volume I, p. 27; กล่าวถึงพระธรรมปฐมกาล 3:15).

เราต่างก็ว่า มันมีเป็นสงครามที่ไม่รู้จบระหว่างอำนาจของซาตานและพระคริสต์ พระคริสต์ได้กล่าวชัดเจนเกี่ยวกับคนที่มีซาตานเป็นพ่อนั้นว่า พวกเขาคือเชื้อสายของซาตาน พระองค์ตรัสดังนี้ว่า

”เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา…(ยอห์น 8:44)

ให้เราอ่านพระธรรม หนึ่ง ยอห์น ด้วยกัน

“ดังนี้แหละจึงเห็นได้ว่าผู้ใดเป็นบุตรของพระเจ้า และผู้ใดเป็นลูกของพญามาร คือว่าผู้ใดที่มิได้ประพฤติตามความชอบธรรม และไม่รักพี่น้องของตน ผู้นั้นก็มิได้มาจากพระเจ้า” (1 ยอห์น 3:10)

เชื้อสายของพญามารคือ “ลูกแห่งความชั่ว” เชื้อสายของนางคือ “ลูกของพระเจ้า” นั่นคือสิ่งที่กล่าวไว้ในพระธรรม 1 ยอห์น 3:10 การแตกแยกนั้นจึงเห็นได้ชัดเจนมาก ตอนที่คาอินได้ฆ่าน้องขายของตัวเองคืออาเบล คาอินคือเชื้อสายของพญามาร อาเบลคือเชื้อสายของนาง นั่นคือพระคริสต์ พระวัจนะตรัสว่า

“อย่าเป็นเหมือนคาอินที่มาจากมารร้ายนั้น และได้ฆ่าน้องชายของตนเอง และเหตุใดเขาจึงฆ่าน้องชาย ก็เพราะการกระทำของเขาชั่ว และการกระทำของน้องชายนั้นชอบธรรม” ( 1 ยอห์น 3:12)

ของซาตาน คือเชื้อสายของพญามาร เป็นศัตรูโดยธรรมชาติ เกลียดกัน และผูกพยาบาทลูกของพระเจ้า คือเชื้อสายของนาง พระเยซูทรงเรียกว่า “เชื้อสายของซาตาน” แห่ง “โลกนี้”ภายใต้การควบคุมของซาตาน คือศัครูของคริสเตียนในทุกวันนี้ พระเยซูตรัสว่า

“ถ้าโลกนี้เกลียดชังท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายก็รู้ว่าโลกได้เกลียดชังเราก่อน ถ้าท่านทั้งหลายเป็นของโลก โลกก็จะรักท่านซึ่งเป็นของโลก แต่เพราะท่านไม่ใช่ของโลก แต่เราได้เลือกท่านออกจากโลก เหตุฉะนั้นโลกจึงเกลียดชังท่าน” (ยอห์น15:18-19)

“ถ้าท่านทั้งหลายเป็นของโลก โลกก็จะรักท่านซึ่งเป็นของโลก แต่เพราะท่านไม่ใช่ของโลก แต่เราได้เลือกท่านออกจากโลก เหตุฉะนั้นโลกจึงเกลียดชังท่าน” คำว่า “โลก” คือเชื้อสายของพญามาร เขาเหล่านั้นจะเกลียดชังเชื้อสายของหญิงนั้น ซึ่งเป็นเชื้อสายของพระคริสต์ นั่นคือเหตุผมที่แสดงให้เห็นว่าทำไมคริสเตียนในปัจจุบันนี้ถูกการกดขี่ข่มเหง

คุณไม่จำเป็นอธิษบายสิ่งเหล่านั้นให้กับพวกเด็กๆ ถ้าหนึ่งในนั้นเป็นคริสเตียนที่แท้จริง คนอื่นๆก็จะจ้องทำร้ายอยู่ตลอดเวลา ในช่วงแรกนั้น เชื้อสายของพญามารก็มุ่งทำร้ายและเกลียงชังเชื้อสายของพระคริสต์ “และเราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง” (ปฐมกาล 3:15) และสามารถเกิดขึ้นได้สามาชิกด้วยกันเองในคริสตจักร คือตอนที่พวกสมาชิกบางคนที่ไม่กระตือรือร้นเห็นใครคนใดคนหนึ่งร้อนรนในพระเจ้าคนเหล่านั้นก็จะค่อยๆถอยห่างออกไป ใส่ร้ายต่างๆนานา จ้องหาจุดผิดเพื่อจะได้นำไปเล่าให้คนโน้นคนนี้ฟัง ลูกๆของศิษยาภิบาลต่างก็เจอเหตุการณ์เช่นนี้ หลายปีที่ผ่านมานี้ มีสมาชิกไม่ดีบางคนได้รับมอบหน้าที่ให้นำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ในวันอาทิตย์ ตอนนั้นลูกชายของผมได้ไปนั่งที่มุมห้อง เขาก็ทำตายกฏกติกาทุกอย่าง และไม่มีอะไรที่บกพร่อง แต่ตอนที่ศึกษาพระคัมภีร์สิ้นสุดลง ด้วยเหตุที่คนเหล่านั้นที่เกลียดชังศิษยาภิบาลของเขาและพระเจ้าอยู่แล้ว เด็กทุกคนที่มาจากคริสตจักรอื่นต่างก็ต้องผ่านการทดสอบนี้ หรือปล่อยให้พวกเขาเป็นคริสเตียนจอมปลอม้า
ต่อไป มีเพลงเด็กค่อนข้างกล่าวถึงเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

ใครจะอยู่ข้างพระองค์? ใครจะรับใช้กษัตริย์?
   ใครจะเป็นผู้ช่วยของพระองค์ นำคนอื่นมา?
ใครจะอยู่ฝ่ายโลก? ใครจะเผชิญกับศัครู?
   ใครจะอยู่ฝ่ายพระองค์? เพื่อพระองค? ใครจะไป?
(“Who is on the Lord’s Side?” by Frances R. Havergal, 1836-1879).

มีสมาชิกที่เป็นผู้ใหญ่ไม่ทราบเลยในชั้นเรียนของเด็กระวีก็มีทั้งเชื้อสายของมารและเชื้อสายของพระเยซู

แน่นอน นั่นก็คือความจริงสำหรับพวกผู้ใหญ่ด้วย นักเทศน์ทั้งหลายต่างก็ไม่เคยทราบเลยว่ายังมีคนที่ไม่ได้กลับใจใหม่ในคริสตจักรของเขาเหล่านั้น โดยทั่วไปแล้วศิษยาภิบาลทั้งหลายต่างก็ไม่ทราบว่าทำไมสมาชิกบางคนถึงได้ต่อต้านพวกท่าน ผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับผู้รับใช้ดีๆนั้นเกิดจากผู้คนที่เป็นเชื้อสายของมาร ที่ไม่ใช่เชื้อสายของพระคริสต์ ดังนั้นสมาชิกที่ยังไม่ได้บังเกิดใหม้หล่านั้นถึงได้สร้างปัญหาให้กับคริสตจักร

สถานที่ทำงานก็เช่นเดียวกันเกิดปัญหาเหล่านี้ด้วย คริสเตียนในที่ทำงานก็มักจะถูกด่าว่าถึงเรื่องปัญหาเล็กๆน้อยๆ ถ้าคุณเป็นคนทำงาน คุณจะเข้าในสิ่งที่ฉันพูด ผมบอกคุณเพื่อคุณจะได้ไม่ตกใจ เพราะเป็นสิ่งที่คริสเตียนทุกคนต่างก็เผชิญ

แล้วเรื่องของคริสต์มาสล่ะ? ก่อนอื่นใด ขอบอกว่าหัวข้อเทศนานี้ชื่อ “ความวุ่นวายในวันวันคริสต์มาส” นี่เป็นหัวข้อที่ดีมาก เพราะต่างมีเรื่องที่เกิดขึ้นวุ่นวายในช่วงเทศกาลคริสมาสในทุกวันนี้ นักข่าวท่านหนึ่งชื่อ บิลล์ โอริวลี่ เรียกว่า “คริสต์มาสแห่งสงคราม” นายอำเภอรัฐหนึ่งในภาคตะวันออกปฏิเสธเรียก “ต้นคริสมาส” เขากลับเรียกว่า “ต้นไม้แห่งวันหยุด” และมีเรื่องเล่ามากมายที่กล่าวถึงเรื่องนี้

บิลลี่ เกรแฮ็มกล่าวไว้ในบทความ การตัดสินใจ (ธันวาคม 2012) ในหัวข้อ “จงตอบโต้กลับตอนที่มีการสำรวจเกี่ยวกับพระคริสต์” เรื่องนี้กล่าวถึงแม่คนหนึ่งได้ยินแม่ทั้งหลายกล่าวที่โรงเรียนถึงเรื่องราวต่างๆเช่นในวันหยุด ศาสนาและวัฒนธรรม เธอถามว่าเธอขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับวันคริสมาสจากหนังสือเล่มหนึ่ง และคำตอบที่ได้รับคือ “ได้เลย” “เช่นเดียวกับแม่คนอื่นๆ เธอเริ่มต้นอธิบายขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับวันหยุดนี้โดยอ่านจากหนังสือเล่มหนึ่ง และหนังสือของเธอก็คือพระคัมภีร์ ตอนที่เธอกำลังนำมันออกมา แถบไม่อยากเชื่อเลยว่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอย่างกับเสียงระเบิด ทันใดนั่นครูตะโกนว่า ‘โอ้ อย่า! เก็บมันเอาไว้’ หนังสือเล่มอื่นนั้นได้ แต่ยกเว้นพระคัมภีร์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางเด็กๆ” (Decision, 12, 2012 หน้า 4)

ที่สถานที่บ้านพักคนชราที่ วินเทอร์ พาร์ท ในร็ฐฟอริด้าปัจจุบันนี่ได้ห้ามไม่ให้ร้องเพลงคริสตมาสหรือแม้แต่ประดับบ้านของตัวเอง ในนครนิวยอร์ด องค์กรรักษาสิ่งแวดล้อมอนุญาตให้คนงานทุกคนมีวัน Hanukkah และเฉลิมฉลองเทศกาลดาวาลีของอินเดีย แต่ห้ามฉลองวันคริสตมาส ห้ามไม่ให้ใช้สีเขียวและสีแดง และต้นคริสมาส ในเมืองปราโน รัฐเทซัส ทางโรงเรียนห้ามไม่ให้นักเรียนเขียนคำว่าพระเยซูคือเหตุผลแห่งเหตุผล”

ทางโรงเรียนก็ห้ามปรามพวกนักเรียนไม่ให้เขียนการ์ดอวยพรโดยเขียนคำว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาส” ส่งไปให้ทหารที่ประจำการอยู่ในอีรัก ในนครนิวยอร์ดชาวมุสลิมพยายามให้มีวันหยุดอื่นๆ – แต่กลับห้ามปรามไม่ให้วันที่เป็นของคนในพื้นที่ ศาลตุลาการก็ห้ามปรามโดยไม่ให้นำความเชื่อของคนในท้องถิ่นไปกล่าวในที่โรงเรียน แต่วันหยุดบางอย่างของชาวมุสลิมกลับให้ดำเนินต่อไปตามคำสั่งศาล “นักเรียนต่างก็ไม่รู้หรือรับรู้ศาสนายูดาห์หรืออิสลามเหล่านั้นเลย”

บมความ การตักสินใจ กล่าวว่า “สุดท้ายแล้ว ผู้เชื่อพวกนี้ก็จะยกเลิกทุกอย่างเกี่ยวกับวันที่จะมาที่คริสตจักรในวันคริสตมาส” และคุณก็ทราบกันดีว่านี่คือเรื่องจริง มีบางแห่งคุณไม่สามารถพูดแม้แต่คำว่า “สุขสันต์วันคริสต์มาส” แต่กลับใช้คำว่า “สุขสันต์วันหยุด” เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนพูดเช่นนี้ให้ผม ผมมักจะโต้ตอบไปว่า “สุขสันต์วันคริสตมาส”! ดังนั้นจึงชัดเจนอยู่แล้วว่า “เชื้อสายของซาตาน” นั้นเกลียดวันประสูติของพระเยซูคริสต์อยู่แล้ว พวกเขาพยายามโจมตีพวกคริสเตียนที่ใช้วันนี้เป็นวันหยุด!

มีคนต่อต้านผมที่การที่ผมบอกหพวกหนุ่มสาวทั้งหลายต้องอยู่ในคริสตจักรในวันคริสตมาสและวต้อนรับปีใหม่ เขาทั้งหลายบอกว่าผมเป็นคนที่เจ้าระเบียบแทนที่จะปล่อยให้พวกเขาไปดื่มเหล้าสนุกกัน ตอนนี้คุณทราบแล้วว่าการพูดเช่นนี้มาจากที่ไหน พระเจ้าตรัสว่า “เราจำทำให้เจ้าเป็นสัตรูกันระหว่างเชื้อสายของนางและเชื้อสายของซาตาน….” ฝ่าย “เชื้อสายของมาร” จะคอยต้อต้านฝ่ายของ “พระคริสต์” มันไม่ใช่เรื่องหใม่ให้กับเรื่องเหล่านี้เลย! เชื้อสายของมารไม่ต้องการให้คุณไปที่คริสตจักรในวันคริสตมาสและปีใหม่! ผมได้แต่หวังว่าคุณคงไม่ฟังเสียงของคนเหล่านั้น! อยู่ร่วมกับพวกเราที่คริสตจักรนวันคริสตมาสและในวันต้อนรับปีใหม่!

ตอนนี้ คุณจะฉลองคริสต์มาสอย่างไรกัน? คุณจะเข้าร่วมคนที่เป็นเชื้ยสายของ “พญามารหรือเปล่า”? หรือคุณจะอยู่ที่คริสตจักรกับพวกเรา? นั่นคือ “ความวุ่นวายแห่งวันคริสมาส” นับตั้งสวนเอเดนมาถึวตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยน! “เชื้อสายของซาตาน?” มันเป็นสงครามระหว่างเชื้อสายของพญามารและเชื้อสายของนาง และยังเหลืออีกสิ่งหนึ่งคือ

III. สาม พระคริสต์จะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้

ตอนท้ายของพระธรรมข้อนี้บอกว่า “เชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ” (ปฐมกาล 3:15)

นั่นคือจุดจบของความวุ่นวายที่ยิ่งใหญ่นี้ ซาตานคือผู้ที่คุมอำนาจในฝ่ายโลกนี้ จะต่อสู้กับพระเจ้าจนถึงยุคสุดท้าย แต่สุดท้ายแล้วพระคริสต์ เชื้อสายของนาง จะตีให้หัวของซาตานให้แหลกเหลว นี่คือจุดอันตราย! และนี่ก็สำเร็จโดยที่พระบุตรของพระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน โดยการตายนั้นพระองค์ทรงทำตามธรรมบัญญัติทุกประการ และทำลายความบาปและความตายออกไป และมีชัยชนะเหนือนรก!!และพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตาย สเปอร์เจียน กล่าวว่า "พระเยซูคริสต์ทำลายประตูออกไปเหมือนดั่งแซมซั่มประตูของกาซา - โพสต์และบาร์และตอนที่พระองค์เปิดประตูสวรรค์และนำเชลยเข้าไป แล้วแน่นอนหัวของมังกรถูกทำลาย ตอนนี้ซาตานจะทำอะไรได้อีก? .. คริสต์ทรงทำจนลายมัน และเชื้อสายของนางก็ตีหัวของศัตรูจนแหลกเหลว ฮาเลลูยา! ฮาเลลูยา! พระองค์ทรงทลายอำนาจแห่งความมืดนั้นลง ใช่หรือไม่ที่เขาบอกว่า “เราเห็นซาตานเหมือนประกายไฟตกจากสวรรค์”? พระองค์ทรงกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ

ฟกช้ำนี้คือศีรษะของซาตาน (หนึ่ง) ถ้ามันฟกช้ำที่หาง หรือที่คอ มันอาจจะรอด แต่พระองค์ทรงกำจัดทั้งอาณาจักรของมัน และทำลายอำนาจของมัน…นั่นโดยพระเยซูผู้เดียว ผู้เป็นเชื้อสายของนาง และจะเสด็จมาในครั้งที่สอง และพระองค์จะทรงครอบครองโลกนี้…พระหัตถ์ขวาของพระองค์จะอบกอบคนของพระองค์ เท้าของพระองค์จะเหยียบศัตรู หวังว่าคุณและผมจะชื่นชมยินดีที่แป็นส่วนหนึ่งในเชื้อสายของนาง – [ตอนพระองค์เสด็จมาจากสวรรค์มาครอบครองโลกนี้] โดยเชื้อสายของนางได้นำเรากลับมาหาพระเจ้า และเขาทั้งหลายที่ยังหลงหายจะถูกทำลาย…”(C. H. Spurgeon, “The Serpent’s Sentence,” The Metropolitan Tabernacle Pulpit, Pilgrim Publications, 1974 reprint, volume XXXVI, pp. 527, 528).

ตอนนี้ ผมขอถามคุณ คุณเลือกที่จะอยู่ฝ่ายไหน? จะอยู่ฝ่ายซาตาน – หรือฝ่ายที่เป็นเชื้อสายของนาง นั่งคือพระคริสต์? ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือคุณจะอยู่ร่วมกับเชื้อสายของซาตาน? ผู้คนที่มาที่นี่อยู่ฝ่ายเดียวกันหรือยังมีฝ่ายอื่นๆอีก! ผมอธิษฐานเพื่อคุณจะหนีออกจากเชื้อสายของซาตาน และมาอยู่ร่วมกันกับฝ่ายของพระคริสต์ เพื่อรับการให้อภัยและการชำระบาปและประทานชีวิตนิรันดร์ให้คุณ ฝ่ายของพระเยซูคือฝ่ายชนะ จงมาหาพระองค์ วางใจในพระองค์ ความรอดจะเป็นของคุณโดยทางการทรงชำระบาปทางโลหิตของพระองค์ กรุณาลุกออกจากที่นั่งของท่านเดินออกไปข้างหลังในเวลานี้ ท่านลี กรุณานำเราอธิษฐาน

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร. ฮิวเมอร์ ได้ในแต่ละอาทิตย์ทางอินเตอร์เนทได้ที่
www.realconversion.com. (กดที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

You may email Dr. Hymers at rlhymersjr@sbcglobal.net, (Click Here) – or you may
write to him at P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. Or phone him at (818)352-0452.

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดย ดร. กรีกฟตัน เอล์ ชัน: I ยอห์น 3:10-13.
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดย มร. เบนจามิน คินเคดกรีฟท์:
“Who is on the Lord’s Side?” (โดย Frances R. Havergal, 1836-1879).

โครงร่างของ

ความวุ่นวายในวันคริสมาส

(บทเทศนาที่ 66 จากพระธรรมปฐมกาล)

โดย ดร. อาร์ เอล์ ไฮเมอร์ส จูเนียร์

“พระเยโฮวาห์พระเจ้าตรัสแก่งูนั้นว่า “เพราะเหตุที่เจ้าได้กระทำเช่นนี้ เจ้าถูกสาปแช่งมากกว่าบรรดาสัตว์ใช้งาน และบรรดาสัตว์ในท้องทุ่ง เจ้าจะเลื้อยไปด้วยท้องของเจ้า และเจ้าจะกินผงคลีดินตลอดวันเวลาในชีวิตของเจ้า และเราจะให้เจ้ากับหญิงนี้เป็นปฏิปักษ์กัน ทั้งเชื้อสายของเจ้ากับเชื้อสายของนาง เชื้อสายของนางจะกระทำให้หัวของเจ้าฟกช้ำ และเจ้าจะกระทำให้ส้นเท้าของท่านฟกช้ำ” (ปฐมกาล 3:14-15)

(วิวรณ์ 12:9)

I.   หนึ่ง เชื้อสายของนางคือพระคริสต์ ลูกา 1:35; ปฐมกาล 3:15.

II.  สอง ยังมีสงครามที่ไม่รู้จะจบระหว่างเชื้อสายของนางและเชื้อสายของซาตานปฐมกาล 3:15ก; ยอห์น 8:44; I ยอห์น 3:10, 12; ยอห์น 15:18-19.

III. สาม พระคริสต์จะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้ ปฐมกาล 3:15ข.