Print Sermon

ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ถูกอ่านในคอมพิวเตอร์ประมาณ 1,500,000 เครื่อง มากกว่า 215 ประเทศในทุกเดือนที่ www.sermonsfortheworld.com ในขณะเดียวกันมีหลายร้อยคนดูวิดีโอบน YouTube และบทเทศนาต้นฉบับนี้ถูกแปลออกเป็น 36 ภาษา และคอมพิวเตอร์ 120,000 เครื่อง ถูกเปิดอ่านในแต่ละเดือน คุณได้รับอนุญาตให้นำบทเทศนาในต้นฉบับนี้ไปใช้เทศน์ได้ กรุณาคลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้ว่าจะสนับสนุนการประกาศพระกิตติคุณไปทั่วโลกได้อย่างไร รวมถึงโลกของชาวมุสลิมและชาวฮินดู เวลาทื่เขียนจดหมายถึง ดร.ไฮเมอร์ส โปรดบอกด้วยว่าคุณอยู่ประเทศอะไร

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ อีเมล์ของ ดร. ไฮเมอร์ส คือ rlhymersjr@sbcglobal.net




คุณมาที่พระคริสต์หรือยัง?

HAVE YOU COME TO CHRIST?
(Thai)

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

เทศนาที่คริสตจักรแบ๊บติสต์เทเบอร์นาเคลในนครลอสแอนเจลิส
ช่วงเย็นวันของพระเป็นเจ้า 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017
A sermon preached at the Baptist Tabernacle of Los Angeles
Lord’s Day Evening, November 9, 2003

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยอห์น 5:40)


ผู้นำศาสนาในยุคของพระคริสต์ ได้ศึกษาพระคัมภีร์เดิมอย่างรอบคอบ แต่พวกเขากลับพลาดความจริงที่ว่าพระคัมภีร์พูดถึงพระเยซูคริสต์ - และพวกเขาไม่ได้มายังพระคริสต์และได้รับความรอดโดยพระองค์ มีคำกล่าวในหมู่พวกเขาว่า "ผู้ที่มีพระราชบัญญัติก็มีชีวิตนิรันดร์" (มัทธิว เฮนรี อ้างอิงจากยอห์น 5:39) แต่พระเยซูตรัสว่าพระคัมภีร์เป็นพยานถึงพระองค์

“จงค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในพระคัมภีร์นั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานถึงเรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยอห์น 5:39-40).

พวกเขาเชื่อในคำในพระคัมภีร์ แต่กลับไม่เชื่อและวางใจในพระคริสต์ผู้ทรงตรัสคำต่างๆที่อยู่ในพระคัมภีร์เหล่านั้น ดร. เวลวูร์ด กล่าวในทำนองเดียวกันว่าหลายคนในวันนี้คิดว่าการศึกษาพระคัมภีร์เป็นจุดสิ้นสุดในตัวเอง" (Walvoord and Zuck, The Bible Knowledge Commentary, Victor Books, 1984, volume II, p. 292)

พวกเขามาหาพระคัมภีร์และเชื่อคำในพระคัมภีร์ แต่พวกเขาไม่ได้มาหาพระคริสต์และวางใจในพระองค์

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

มนุษยชาติที่ตกอยู่ภายใต้ความบาปนั้นมีแนวโนว่าจะแสวงหาอย่างอื่นแทนที่จะมาที่พระคริสต์ เพื่อไว้ใจสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระคริสต์

“ผู้หนึ่งซึ่งคนทนมองดูไม่ได้ ท่านถูกดูหมิ่น และเราทั้งหลายไม่ได้นับถือท่าน” (อิสยาห์ 53:3)

“และจิตใจแกะก็เกลียดชังข้าพเจ้าด้วย”
(เศคาริยาห์ 11:8)

“แต่เขาทั้งหลายร้องอึงว่า “เอาเขาไปเสีย เอาเขาไปเสีย ตรึงเขาเสียที่กางเขน” (ยอห์น 19:15)

นี่คือวิธีที่มนุษย์ทุกคนทำกับพระคริสต์ นอกเหนือจากพระคุณของพระเจ้า ในทางเดียวนั้น หรือไม่ก็ทางอื่น ซึ่งสามารถพูดได้ว่ามนุษย์ทุกคน,

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

หากปราศจากพระคุณของพระเจ้า มนุษย์คนใดจะมาหาพระคริสต์ได้เล่า พระเยซูตรัสว่า

“ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามาจะทรงชักนำให้เขามา และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย” (ยอห์น 6:44)

เย็นนี้พระเจ้านำคุณเข้ามาที่พระคริสต์หรือไม่? คุณรู้สึกว่าคุณต้องการพระคริสต์หรือไม่? คุณรู้สึกว่าคุณสูญเสียทุกอย่างหากปราศจากพระองค์? ถ้าคุณเป็นเช่นนั้น แสดงว่าพระเจ้ากำลังดึงคุณออกไปจากความคิดที่ผิดๆของคุณ และนำมาที่พระเยซูคริสต์ จงฟังสิ่งที่ผมพูดจงละความคิดที่ผิดของท่านและมาหาพระคริสต์ จนถึงบัดนี้คุณยังไม่ได้มาหาพระคริสต์อีกหรือ พระคริสต์ได้ตรัสกับท่านว่า

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

I. หนึ่ง คนทำอะไร แทนที่จะมาหาพระคริสต์

คนที่มีภูมิหลังที่มาจากเพนเทคอสหรือคาริสเมติสมักคิดว่า ความรอดมาจากประสบการณ์และความรู้สึก "พระวิญญาณบริสุทธิ์" มักใช้แทนพระคริสร์ที่เป็นตัวกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ (ดู 1 ทิโมธี 2: 5) พระเยซูคริสต์ในความเป็นจริงมักถูกแทนที่ด้วย "พระวิญญาณบริสุทธิ์"

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

คนที่มีพื้นฐานทางนิกายโรมันคาทอลิก มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนพระคริสต์ด้วยการกระทำการสารภาพ – การสำนึกผิด สารภาพและการกระทำที่ดี พวกเขาพยายามที่จะรับความรอดโดยการสารภาพบาปของตนทีละคนหรือพยายามที่จะติดตามพระคริสต์ทุกวัน การงานของมนุษย์เหล่านี้ใช้มาแทนที่พระคริสต์

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

คนที่มาจากเบื้องหลังศาสนาอื่น ๆ ในโลกเช่นศาสนาพุทธ ฮินดู อิสลาม ยูดา ฯลฯ เชื่อว่าความรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับพระคริสต์ พวกเขาบอกว่าพระเยซูคริสต์เป็น "ผู้เผยพระวจนะที่ยิ่งใหญ่" แต่พวกเขาไม่เชื่อว่าพระคริสต์เท่านั้นสามารถช่วยพวกเขาได้ โดยทั่วไปพวกเขาพึ่งพา "ชีวิตที่ดี" เพื่อรับความรอด

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

แบ็บติสต์และพวกอีเวนเจคอล์ส ยังมีแนวโน้มที่จะไว้วางใจสิ่งอื่นมากกว่าในพระคริสต์ ดร. จอห์น อาร์ ไรซ์ กล่าวว่า

คนนับล้านที่เป็นสมาชิกในคริสตจักรไม่มีได้กลับใจใหม่แต่อย่างใด รวมถึงคนบาปที่อยู่ใต้พระพิโรธของพระเจ้า ทุกวันนี้พวกเขานับล้านๆคนรวมอยู่ในนรกนั้น... แบ็บติสต์ดั้งเดิม... ใครจะไป [นรก] ไม่เคยได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง [พวกเขา] เดินทางที่ผิดความหวังจอมปลอมและตอนนี้อยู่ในความทุกข์ทรมาน (Dr. John R. Rice, Religious But Lost, Sword of the Lord, 1939, p. 8).

ดร. ไรซ์ กล่าวว่า

จากหลายต่อหลายครั้งเรื่องนี้เกิดขึ้นในพระคัมภีร์ และเห็นได้ชัดว่ามันอันตรายที่บางคนขึ้นอยู่กับข้อแท้จริงที่เป็นความหวังแบบปลอมสร้างขึ้นมาเอง และนั่นก็จะนำไปสู่การหลงหายไปตลอดชีวิ (ibid.)

พวกแบ็บติสต์และอีเวนเจลิคอลส์มักวางใจในคำอธิษฐานตามที่เรียกว่า "บทอธิษฐานของคนบาป" มากกว่าพระคริสต์ พวกเขากล่าวว่า "ฉันขอให้พระองค์ช่วยฉัน แค่นั้นเพียงพอแล้วหรือยัง?" ยังไม่พอ! คุณต้องมาหาพระคริสต์เพื่อรับความรอด! คุณต้องไม่เชื่อในคำอธิษฐานของคุณเอง! คุณต้องเชื่อในพระบุตรของพระเจ้า! พระเยซูคริสต์ไม่ได้ขอให้ถามพระองค์ แต่พระองค์ตรัสว่าให้มาหาพระองค์ พระคริสต์ตรัสว่า

“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มัทธิว 11:28)

คุณถูกหลอกว่าให้ขอให้พระองค์ แทนที่จะมาหาพระองค์!

คนอื่น ๆ ถูกหลอกให้เชื่อในสิ่งที่พระคัมภีร์พูด แทนที่จะไปหาพระคริสต์ พวกเขารู้ "แผนแห่งความรอด" ในพระคัมภีร์ พวกเขารู้ว่าพระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อบาปของพวกเขา พวกเขารู้ว่าพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย พวกเขาเชื่อว่าข้อเท็จจริงในพระคัมภีร์เหล่านี้ แต่พวกเขาไม่เคยมาหาพระเยซูเอง ดร. แวล์วูร์ด กล่าวว่า "หลายคนคิดว่าการศึกษาพระคัมภีร์เป็นจุดสิ้นสุดในตัวของมันเอง"

คุณแตกต่างจากพวกฟาริสีอย่างไร? พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า "

“จงค้นดูในพระคัมภีร์ เพราะท่านคิดว่าในพระคัมภีร์นั้นมีชีวิตนิรันดร์ และพระคัมภีร์นั้นเป็นพยานถึงเรา แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยอห์น 5:39-40)

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้คนทำแทนการมาหาพระคริสต์ เป็นไปได้หรือไม่ที่คุณกำลังหลงผิด?

II. สอง ทำไมทางอื่นถึงไม่สามารถช่วยกู้คุณได้ แทนที่จะมาหาพระคริสต์

เมื่อคุณยืนอยู่ต่อหน้าพระที่นั่งของพระเจ้าในการพิพากษาครั้งสุดท้าย พระเยซูจะตรัสให้คุณว่า "

“เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่วช้า จงไปเสียให้พ้นจากเรา” (มัทธิว 7:23)

ทำไมพระองค์ถึงตรัสให้คุณให้ออกจากพระองค์ไปในนรก? เพราะพระองค์ "ไม่เคยรู้จักคุณ" เหตุผลที่พระองค์ไม่เคยรู้จักคุณ เพราะคุณไม่เคยเข้ามาหาพระองค์! นั่นคือเหตุผลง่ายๆ!

คุณพยายามที่จะได้รับการช่วยกู้โดยการอธิษฐานหรือโดยการเชื่อสิ่งอื่นในพระคัมภีร์ แต่สิ่งเหล่านั้นจะไม่ช่วยใครเลย พระคัมภีร์กล่าวว่า "

“แล้วเขาทั้งหลายก็ทูลพระองค์ว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้ พระเยซูตรัสตอบเขาว่า งานของพระเจ้านั้นคือการที่ท่านเชื่อในท่านที่พระองค์ทรงใช้มานั้น” (ยอห์น 6:28-29)

"งาน" เดียวเท่านั้นที่เป็นที่ยอมรับนั่นคือการเชื่อในพระเยซูคริสต์! "เชื่อในพระเยซูคริสต์" หรือจะพูดอีกอย่างว่า "มาหาพระเยซู" "เชื่อในพระเยซู" และ "มาหาพระองค์" พูดได้สองอย่าง แต่มีความหมายเดียวกัน พระเยซูตรัสว่า "

“ไม่มีผู้ใดมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาผู้ทรงใช้เรามาจะทรงชักนำให้เขามา และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย มีคำเขียนไว้ในคัมภีร์ผู้พยากรณ์ว่า ‘ทุกคนจะเรียนรู้จากพระเจ้า’ เหตุฉะนั้นทุกคนที่ได้ยินได้ฟัง และได้เรียนรู้จากพระบิดาก็มาถึงเรา ไม่มีผู้ใดได้เห็นพระบิดา นอกจากท่านที่มาจากพระเจ้า ท่านนั้นแหละได้เห็นพระบิดาแล้ว เราบอกความจริงอันเที่ยงแท้แก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเราก็มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 6:44-47)

เราเห็นในพระธรรมตอนนี้ว่า การเสด็จมาที่พระเยซูและเชื่อในพระเยซูเป็นพูดได้สองอย่าง แต่มีความหมายเดียวกัน ตอนนี้คำถามที่ผมอยากถามพวกคุณคือเรื่องนี้ - คุณมาหาพระเยซูหรือไม่? คุณเชื่อในพระองค์หรือยัง?

ไม่มีอะไรนอกจากการมาที่พระเยซูเท่านั้นถึงจะรับความรอดได้ เพราะไม่มีผู้ใดนอกจากพระเยซูเท่านั้นที่สามารถช่วยชีวิตคุณได้! ไม่มีใครนอกจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อชดใช้บาปของคุณ ไม่มีผู้ใดนอกจากพระเยซูคริสต์ผู้ทรงฟื้นขึ้นจากความตายเพื่อประทานชีวิตให้แก่ท่าน

ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่นซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้ ไม่ทรงโปรดให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า” (กิจการ 4:12).

คุณจะมาหาพระเยซูหรือว่าคุณเลือกที่จะไม่รับความรอด เพราะทางอื่น ๆนั้นล้วนแต่นำไปสู่นรก แต่ถึงตอนนี้คุณก็ยังไม่ได้มาหาพระองค์ใช่หรือไม่? คุณเชื่อในสิ่งที่พระคัมภีร์พูดเกี่ยวกับพระองค์ คุณยังขอให้พระองค์ช่วยคุณ แต่คุณยังไม่ได้มาหาพระองค์ใช่มั้ย?

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต”
(ยอห์น 5:40)

III. สาม รู้ได้อย่างไรว่าคุณมาที่พระคริสต์แล้วหรือยัง

คุณอาจจะพูดว่า "ฉันยังไม่ทราบเลยว่า ฉันได้มาหาพระคริสต์แล้วหรือยัง ดังนั้น ฉันจะบอกได้อย่างไร?" สามารถบอกได้ ให้ดูใน 2 โครินธ์ 13: 5 อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า "

“ท่านจงพิจารณาดูตัวของท่านว่า ท่านตั้งอยู่ในความเชื่อหรือไม่ จงพิสูจน์ตัวของท่านเองเถิด …” (2 โครินธ์ 13:5)

ท่านสปอร์เจียนกล่าวถึงพระคำข้อนี้ว่า

ต้องตรวจสอบตัวเอง เพราะถ้าคุณทำผิด คุณไม่สามารถแก้ไขได้ยกเว้นในโลกนี้ ... ฉันไม่อยากให้จิตวิญญาณของฉันถูกโยนลงไปในนรก อันตรายที่น่ากลัวคือสิ่งที่คุณและฉันกำลังทำอยู่ ถ้าเราไม่ตรวจสอบตัวเอง! มันก็จะอันตรายตลอดไป มันเป็นอันตรายจากสวรรค์หรือนรก เป็นความโปรดปรานนิรันดร์ หรือเป็นคำสาปแช่งชั่วนิรันดร์ของพระองค์ อัครสาวกกล่าวว่า "จงตรวจสอบดูตัวเองเถิด" (C. H. Spurgeon, “Self Examination,” The New Park Street Pulpit, Pilgrim Publications, 1981 reprint, volume IV, p. 429)

ดร. เจเวอร์นอน แมคกี้ ให้ข้อคิดเห็น.o 2 โครินธ์ 13: 5 ตามนี้

เปาโลบอกว่าเราควรตรวจสอบตัวเองเพื่อดูว่าเราอยู่ในความเชื่อหรือไม่ เราควรเต็มใจที่จะเผชิญกับปัญหานี้ (J. Vernon McGee, Thru the Bible, Thomas Nelson, 1983, volume V, p. 145)

อาซาเฮล เน็ทเลตัน นักประกาสผู้ยิ่งใหญ่ในยุคการฟื้นฟูใหญ่ครั้งแรกกล่าวว่า

ในธุรกิจนี้ [การตรวจสอบด้วยตนเอง] ทุกคนต้องนั่งพิจารณาตัวเอง จัดการด้วยความซื่อสัตย์กับดวงวิญญาณของคุณ ความหวังเท็จาที่เลวร้าย ข้อผิดพลาดในความกังวลแบบวิกฤตินี้ ตรวจสอบพื้นฐานที่ที่เป็นความหวังของคุณในแผนดินสวรรค์ เพื่อไม่ให้คุณค้นพบข้อผิดพลาดของคุณก่อนที่มันจะสายเกินไป (Asahel Nettleton, Sermons From the Second Great Awakening, International Outreach, 1995 reprint, pp. 323, 333)

กลับไปและให้นึกถึงความรอดของคุณว่า คุณมาหาพระคริสต์แล้วหรือยัง? หรือว่าคุณทำอย่างอื่น? "ดร. เน็ทเลตัน กล่าวว่า "ตรวจสอบความหวังของคุณในสวรรค์" คุณมาหาพระเยซูคริสต์จริงๆหรือ? พระเยซูคริสต์เป็นรากฐานของความหวังของคุณหรือไม่? ถ้าหวกคุณยังไม่ได้มาหาพระคริสต์จริงๆ คืนนี้คุณควรจะมาหาพระองค์ พระเยซูตรัสว่า

“ผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย” (ยอห์น 6:37)

พระเยซูครัสว่า

“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มัทธิว 11:28)

ความหวังของฉันสร้างขึ้นโดยปราศจากโลหิตของพระเยซู
ฉันไม่กล้าไว้ใจในกรอบอันหอมหวานแต่พระนามของพระเยซูคริสต์ฉันยืนที่พระคริสต์ผู้ทรงเป็นศิลาที่เข้มแข็งส่วนอื่นๆเป็นพื้นทรายบริเวณอื่น ๆ ทั้งหมดคือต่างจมลงในกองทราย
   (“The Solid Rock” by Edward Mote, 1797-1874)

ตอนที่คุณเขียนหนังสือไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส บอกท่านเสมอว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือท่านไม่ได้ตอบคุณ หากคุณได้รับพระพรจากบทเทศนานี้ ดร. ไฮเมอร์ส อยากจะได้ยินจากคุณ ตอนที่เขียนจดหมายถึง ดร. ไฮเมอร์ส กรุณาบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร หรือหากท่านไม่อาจตอบอีเมลล์ของท่าน หากบทเทศนานี้เป็นพระพรให้กับคุณ กรุณาเขียนอีเมล์ส่งไปให้ ดร. ไฮเมอร์ส และบอกท่านว่าคุณเขียนมาจากประเทศอะไร และนี่คืออีเมล์ของดร.ไฮเมอร์ส – rlhymersjr@sbcglobal.net (คลิกที่นี่) คุณสามารถเขียนถึง ดร. ไฮเมอร์ส ในภาษาของคุณ แต่หากเป็นไปได้ก็ขอให้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือเขียนส่งจดหมายส่ง ดร. ไฮเมอร์ส ทางไปรษณีตามที่อยู่นี้ P.O. Box 15308, Los Angeles, CA 90015. คุณสามารถโทรศัพท์ไปท่านได้ที่ (818)352-0452

(จบการเทศนา)
คุณสามารถอ่านบทเทศนาของ ดร.ไฮเมอร์ส ในแต่ละสัปดาห์ทางอินเทอร์เน็ทได้ที่
at www.sermonsfortheworld.com.
คลิกที่นี่) “บทเทศนาในภาษาไทย”

หมายเหตุ: ต้นฉบับของบทเทศนาเหล่านี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์
คุณสามารถนำไปใช้โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตจาก ดร. ไฮเมอร์ส
แต่อย่างไรก็ตามข้อความทั้งหมดของ ดร. ไฮเมอร์ส
ที่อยู่ในรูปวิดีโอนั้นมีการสงวนลิขสิทธิ์และต้องได้รับการอนุญาตเท่านั้นถึงจะสามารถนำมาใช้ได้

อ่านพระคัมภีร์ก่อนเทศนาโดยท่าน ดร. กรีนตัน เอล ชาน: ยอห์น 5:39-47
ร้องเพลงเดี่ยวพิเศษโดยท่าน เบนจามิน คินเคท กรี่ฟฟี่:
“The Solid Rock” ( Edward Mote, 1797-1874)


โครงร่างของ

คุณมาที่พระคริสต์หรือยัง?

HAVE YOU COME TO CHRIST?

โดย ดร. อาร์ เอล ไฮเมอร์ส จูเนียร์
by Dr. R. L. Hymers, Jr.

“แต่ท่านทั้งหลายไม่ยอมมาหาเราเพื่อจะได้ชีวิต” (ยอห์น 5:40)

(ยอห์น 5:39; อิสยาห์ 53:3; เศคาลิยาห์ 11:8; ยอห์น 19:15; 6:44)

I.   หนึ่ง คนทำอะไร แทนที่จะมาหาพระคริสต์ I ทิโมธี 2:5; มัทธิว 11:28.

II.  สอง ทำไมทางอื่นถึงไม่สามารถช่วยกู้คุณได้ แทนที่จะมาหาพระคริสต์ มัทธิว 7:23;
ยอห์น 6:28-29, 44-47; กิจการ 4:12

III. สาม รู้ได้อย่างไรว่าคุณมาที่พระคริสต์แล้วหรือยัง 2 โครินธ์ 13:5; ยอห์น 6:37